logo

          สวัสดีครับทุกคน NewbLifestyle EP นี้ จะชวนเพื่อน ๆ มาพูดถึงเรื่อง “พื้นคอนโด” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แต่ละโครงการก็ให้พื้นหลากชนิด หลัก ๆ ก็จะเป็นพื้นไม้ อย่างไม้ Laminate ไม่ก็พื้นไม้ Engineering wood หรือบางโครงการก็ให้พื้นไม้จริงหรือเรียกว่า Solid Wood และเราจะมีการพูดถึง Gadget ล้ำๆ กันสักหน่อย เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 จะบอกว่าเหมาะกับพื้นคอนโดมาก ๆ เป็นตัวช่วยที่เหมาะกับชาวคอนโดที่มีกิจกรรมไลฟ์สไตล์ไม่มีเวลาในการทำความสะอาดห้องมากนัก ข้อมูลพื้นไม้คอนโด และ Roborock S7 จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

พื้นคอนโด

. . . . . . . . . .

พื้นคอนโด ความแตกต่างของแต่ละชนิด

          ก่อนที่เราจะทำความรู้จักหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 หุ่นยนต์ทำความสะอาด จะมาพูดถึงพื้นคอนโดที่มีความแตกต่างกันของแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ Laminate, Engineering wood และ Solid Wood หรือไม้จริง ว่าจะมีข้อแตกต่าง ข้อดี ข้อเสียอย่างไร เวลาไปดูคอนโด หรือเวลาทำความสะอาดพื้นห้อง หรือแม้แต่จะสร้างบ้านแล้วจะปูพื้นไม้ในแต่ละห้อง จะได้คัดเลือกได้ถูกว่าพื้นฟังก์ชันส่วนนี้จะเหมาะกับพื้นไม้แบบไหนดี

สำหรับพื้นคอนโด พื้นไม้ Laminate

          ต้องบอกก่อนพื้นไม้ชนิดนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นพื้นไม้จริงๆ 100% โดยแผ่นลามิเนต 1 แผ่นจะประกอบไปด้วย 4 ชั้น ด้วยกัน ซึ่งชั้นที่มีความสำคัญก็จะเป็นเนื้อเยื้อไม้เนื้อแข็งบดละเอียดผ่านกรรมวิธีให้เป็นแผ่น ปิดทับด้วยแผ่นที่มีลวดลายลายไม้ที่อยู่ชั้นบน และท๊อปด้วยแผ่นฟิล์มอีกชั้น ซึ่งจะอยู่มันวาว และน้ำซึมลงไปได้ยาก ดังนั้นเราไม่ควรไปขัด หรือมีสิ่งของไปขัดข่วนหน้าไม้ เพราะอาจจะทำให้แผ่นฟิล์มเป็นรอย และมีสิ่งสกปรก หรือน้ำซึมลงไปได้

พื้นไม้ Laminate ภาพจาก Wazzadu.com

พื้นไม้ Laminate ภาพจาก Wazzadu.com

สำหรับพื้นคอนโด พื้นไม้ Engineering wood

          ไม้ชนิดนี้จะเป็นอันนี้จะเป็นไม้จริงๆ แหละ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเลเยอร์ 3 ชั้น ด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่ให้ผิวสัมผัสและเป็นลายไม้จริง ๆ จะอยู่ส่วนด้านบนสุด ด้านล่างจะเป็นไม้ยางพาราบ้าง เป็นวัสดุอื่นที่คอยซัพพอร์ตบ้างรองรับส่วนล่าง หรือแล้วแต่ยี่ห้อว่าด้านล่างจะเป็นวัสดุอะไร แต่อย่างที่บอกว่าด้านบนจะเป็นไม้จริง ๆ ดังนั้นก็ควรดูแลรักษาพื้นไม้ให้ดี สิ่งที่ควรระวังก็น่าจะเป็นเรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นไม้แบบไหน ชนิดใดก็จะมีปัญหาเรื่องน้ำหมด ซึ่งเป็นปัญหาของพื้นคอนโดส่วนใหญ่

engineering wood

พื้นไม้ Engineering wood ภาพจาก Wazzadu.com

สำหรับพื้นคอนโด พื้นไม้ Solid wood

           สุดท้ายก็จะเป็นพื้นคอนโดไม้ Solid Wood หรือพื้นไม้จริง ความแตกต่างคือทุกๆ เลเยอร์ของพื้นจะเป็นไม้จริงทั้งหมด ไม่ว่าจะชั้นซัพพอร์ตหรือชั้นบนสุด ดังนั้นพื้นไม้ Solid Wood นี้จะมีผลกับน้ำมากที่สุด ซึ่งถ้าน้ำหกไม่รีบทำความสะอาด หากน้ำซึมไปยังชั้นล่าง ๆ แน่นอนว่าจะทำให้ไม้แต่ละชั้นบวมได้ ถ้าช่างปูพื้นไม้โดยไม่เว้นระยะห่างก็อาจจะทำให้พื้นไม้โก่งได้ และอีกอย่างราคาพื้นแบบ Solid wood จะแพงที่สุด

solid wood

พื้นไม้ Solid wood

          สรุปได้ว่า หากใครอยากได้พื้นคอนโดไม้ ที่ได้สัมผัสพื้นไม้จริง ๆ ก็ควรเลือกพื้นบ้าน Engineering wood หรือไม่ว่า Solid Wood แต่สิ่งอื่นใดต้องดูแลรักษาให้ดี ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง ถ้าน้ำหกก็ควรรีบเช็ดทำความสะอาดทันที ส่วนพื้นไม้ Laminate ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำเหมือนกันนะ หากใช้งานพื้นไปนาน อาจจะทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพได้ เมื่อฟิล์มเสื่อมสภาพก็จะเกิดฝุ่นสกปรกเข้าไปตามซอก รวมถึงเรื่องน้ำที่สามารถซึมเข้าไปในไม้ที่บดละเอียด ซึ่งจะทำให้เกิดบวมพอง สำหรับการซ่อมแซมของพื้นไม้ทั้ง 3 ชนิด ก็สามารถเปลี่ยนแผ่นใหม่ได้ คือ ต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น ว่าไปจะมีความง่ายก็ง่าย จะยากก็ยาก ในแง่ของความง่ายแล้ว คือไม่ต้องรื้อพื้นทั้งหมด เปลี่ยนเฉพาะบางแผ่นได้ ใช้เวลาเปลี่ยนไม่ได้นาน แต่ความยากคือ อาจจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสเปคหรือรุ่นที่ใช้งานนั้นไม่มีในสต๊อกอาจจะต้องใช้เวลารอ หรือได้ลายมาที่ไม่ตรงกับของเดิม ก็อาจจะมีผลในเรื่องภาพรวมการออกแบบของห้องได้

พื้นไม้คอนโด

          จากตารางจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าไม้ชนิดไหนก็จะมีข้อเสียอย่างเดียวกัน ก็คือ เป็นเรื่องของความชื้น และการทนต่อการแช่น้ำ หรือน้ำหกต่าง ๆ อาจทำให้พื้นไม้ Engineering Wood, Solid Wood และไม้ลามิเนตบวมได้ รวมไปถึงคราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ ตามพื้น ที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานจนเกินไป เพราะจะทำความสะอาดได้ยากนั่นเอง

พื้นคอนโด

. . . . . . . . . .

ตัวช่วยทำความสะอาดสำหรับชาวคอนโด หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7

          จากการเปรียบเทียบแล้ว พื้นไม้ทั้ง 3 ชนิด ทั้ง Laminate, Engineering wood และ Solid Wood ต่างมีข้อเสีย ๆ ที่เหมือน ๆ กัน คือพื้นคอนโดไม่ทนต่อน้ำ และการสะสมของฝุ่น ฉะนั้นหากเป็นไปได้เราก็ควรทำความสะอาดพื้นในทุก ๆ วัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง เพื่อให้พื้นไม้ไม่ชำรุดทรุดโทรมได้ง่าย สำหรับคนในเมืองชาวคอนโดที่ต้องทำงาน หรือวันเสาร์ - อาทิตย์ อาจจะมีงานด่วน หรือต้องไปแฮงเอาท์กับเพื่อน ๆ แล้ว อาจจะไม่มีเวลาทำความสะอาดขนาดนั้น ทางที่ดีก็ควรจะมีผู้ช่วยในเรื่องการทำความสะอาดพื้นคอนโด อย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 ที่ทำความสะอาดในเรื่องของการดูดฝุ่นสิ่งสกปรกได้ทั่วห้อง และมีการถูพื้นไปด้วยในตัว 2 in 1 ถือว่าสะดวกมาก

Roborock S7

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 VS จ้างแม่บ้าน

          การมีผู้ช่วยที่เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 สามารถสั่งงานการทำความสะอาดได้โดยผ่าน Application และสามารถดูได้แบบ Real-Time ผ่านมือถือ ว่าทำความสะอาดได้ทั่วห้องไหม จะดูดฝุ่นอย่างเดียว หรือจะถูพื้นไปด้วยไหม และอีกอย่างเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 ยังสามารถเข้าไปซอก ไม่ว่าจะเป็นใต้เตียง ใต้โซฟา ที่เราเอื้อมมือไปทำความสะอาดได้ยาก ก็ครบเสร็จสรรพทั้งดูดฝุ่น ถูพื้นไปเลย อีกข้อหนึ่งก็คือ หากเราไม่มีเวลาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเลย มีข้อดีอยู่หลายประการเลยแหละ ไม่ว่าจะเป็น

  • New Normal Life การใช้ชีวิตที่ต้องเว้นระยะห่างนิดนึง
  • Private Area การจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดก็อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปได้
  • Safe Zone คอนโดก็เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งก็ต้องรักษาความปลอดภัย ในบางครั้งเราอาจจะไม่สะดวกใจ หากทิ้งกุญแกให้กับแม่บ้านไว้ หากเราไม่อยู่ที่ห้อง
  • No More Cost ต้องบอกว่าการซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 Plus เป็นการซื้อในครั้งเดียวแต่สามารถใช้งานได้ตลอด ต่างจากแม่บ้านที่เราต้องจ่ายค่าจ้างเสมอ ๆ โดยบางครั้งก็ต้องจ่ายค่าเดินทางให้กับแม่บ้านด้วย

ข้อดีของผู้ช่วยหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 Plus

          จะเห็นได้ว่าเจ้าเครื่องนี้เหมาะกับคนอยู่คอนโดในหลาย ๆ มิติเลย อีกทั้งหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 Plus รุ่นมีข้อดีด้านนวัตกรรมอยู่หลายข้อทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น

         1. Roborock S7 Plus เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะ ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริม แท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ Auto-Empty Dock ใช้งานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ทำให้ไม่เก็บกักฝุ่นไว้ที่ตัวเครื่องที่คอยทำความสะอาด และเราก็ไม่จำเป็นที่ต้องนำฝุ่นไปทิ่งบ่อย ๆ เหมาะกับใครหลายคน รวมถึงคนที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่นด้วย

Roborock S7

         2. เทคโนโลยี Ultrasonic Sensor ตรวจจับพื้นพรมได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทั้งการขึ้นไปบนพรม และแรงดูดสิ่งสกปรกที่ทรงพลังมาก ๆ

Roborock S7

          3. เทคโนโลยี Auto-Lifting การยกหรือกดลงของฟังก์ชันถูทำให้มีการเพิ่มแรงกดไปที่พื้นมากถึง 600 กรัม ซึ่งมีมากกว่ารุ่น S5 Max 4 เท่าตัว รวมถึงรางประตูกระจกบานสไลด์คอนโดที่กั้นระหว่างห้องครัวก็ดี หรือห้องนอนก็ดี จะมีตัวรางบานเลื่อนอยู่ หุ่นยนต์ Roborock S7 ก็มี Sensor สามารถ detect ได้ ไม่ชน หรือตกไปในรางง่าย ๆ

Roborock S7

       4. เทคโนโลยี Sonic Mopping เป็นการสั่นสะเทือนของฟังก์ชันถูแบบใหม่ระดับโลก ไม่เคยมีมาก่อน มีแค่ใน Roborock S7 เท่านั้น คือมีการสั่นสะเทือนของฟังก์ชันถูได้มากถึง 3,000 ครั้งต่อนาที ++

Roborock S7

          5. Roborock Auto-Empty Dock สามารถดูดเก็บฝุ่นอัตโนมัติจากกล่องเก็บฝุ่นของหุ่นยนต์หลังจากทำงานเสร็จ ช่วยให้ทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องทิ้งฝุ่นเองบ่อยๆ

          6. ในเรื่องของการรับรอง หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 ได้รับการยืนยันจาก Airmid Healthgroup (แอร์มิดด์ เฮลธ์กรุ๊ป) ว่าขจัดแบคทีเรียและสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.9% ด้วยเทคโนโลยี VibraRise และแท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ Roborock Auto-Empty Dock เป็นเครื่องแรกในโลกที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland (ทูฟ ไฮน์แลนด์) ทั้งสองอย่างว่ามีพลังแรงดูดที่คงที่* และปราศจากสารก่อภูมิแพ้*

          7. ในแง่ของความสะดวกสบายในการใช้ เราสามารถตั้งค่าการทำงานของหุ่นยนต์และแท่นเก็บฝุ่นผ่านแอปพลิเคชัน Roborock และสามารถดูเส้นทางการทำงานได้แบบ Real Time การสแกนแผนที่ Layout คอนโด จึงเป็นการทำความสะอาดพื้นได้ทุกซอกทุกมุม

Roborock S7

สำหรับช่องทางจำหน่ายและราคา

ช่องทางติดต่อและช่องทางจำหน่าย :

  • Roborock Store ที่ Central World ชั้น 4
  • LINE Official Account : @RoborockThailand (มี @ นำหน้าด้วย)
  • LINE MyShop
  • Roborock Official Store บน Shopee, Lazada, JD Central, (ค้นหาคำว่า “Roborock”)
  • และช่องทางอื่นๆรวมถึง Website 

ราคา :

           Roborock S7 Plus ราคาโปรโมชั่นพิเศษ 33,900.- จากราคาปกติ 60,900.- (ประกอบไปด้วย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 และแท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ Auto-Empty Dock)

. . . . . . . . . .

          จะเห็นได้ว่าพื้นคอนโดก็มีความสำคัญที่เราต้องดูแลรักษาเหมือนกันนะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นแบบไหน ทั้ง Laminate, Engineering wood หรือ Solid Wood ก็ดี หากเกิดความเสียหายแล้วก็จะต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น ก็ต้องเกิดความวุ่นวายมาก ๆ และมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา ทั้งนี้ทั้งนั้นการมีมีผู้ช่วยทำความสะอาดไว้อุ่นใจกว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ Roborock S7 Plus ทำให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะ #WorkFromHome หรือบางคนไปทำงานออฟฟิศแล้ว ก็เป็นการช่วยร่นระยะเวลาแต่วันของเราได้อีกมาก เป็นอย่างไรกันบ้างกับพื้นคอนโดในแต่ละแบบ รวมไปถึง หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะ Roborock S7 Plus ถือว่าเป็น gadget ที่ปัจจุบันชาวคอนโดต้องมีไว้ เรียกได้ว่า Must have เลยก็ว่าได้