logo

ในยุคปัจจุบัน ที่ต่างหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมต่าง ๆ นั้น เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศมากมาย ต้องเผชิญทั้งปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงโรคภัยต่าง ๆ อีกมากมาย การที่จะมีตัวช่วยดี ๆ ในการป้องกันตัวเอง ปกป้องคนที่เรารักและครอบครัว จึงเป็นเรื่องสำคัญ เหตุผลทั้งหมดจึงทำให้ไอเท็มอย่างเครื่องฟอกอากาศ กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือที่ทำงาน เพราะช่วยสร้างอากาศสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้เราสามารถสูดหายใจเข้าไปได้อย่างเต็มปอด โดยที่ไม่ต้องเป็นกังวลกับปัญหาใด ๆ

แต่การจะเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ก็สำคัญเช่นกัน เพราะทั้งคุณสมบัติ ฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ก็ดูเหมือนกันไปหมด แล้วแบบนี้ต้องเลือกซื้อแบบไหน รุ่นไหน ถึงจะคุ้มค่ามากที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำ เคล็ดลับในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ที่ต้องมีติดบ้านและคอนโดกันค่ะ

เครื่องฟอกอากาศคืออะไร เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี

ก่อนที่จะไปดูว่าเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี เรามาดูกันก่อนว่า เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) คืออะไร ทำงานอย่างไร ถึงได้กลายเป็นไอเท็มยอดฮิต สำหรับช่วยฟอกอากาศบริสุทธิ์ ทั้งภายในบ้าน คอนโด หรือภายในรถยนต์ สำหรับผู้รักสุขภาพทั้งหลาย รวมไปถึงคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเช่นกัน เครื่องฟอกอากาศจะทำงานโดยการดูดอากาศเข้าไปในเครื่อง เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม มลพิษต่าง ๆ ฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อไวรัส รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ ผ่านระบบกรองอากาศ เพื่อฟอกอากาศบริสุทธิ์แล้วปล่อยออกมา

ปัจจุบันแบรนด์ต่าง ๆ ได้พัฒนาฟังก์ชันเพิ่มขึ้นมากมาย เช่น มีระบบพ่นไอน้ำเพิ่มความชื้น กำจัดเชื้อราแบคทีเรีย ระบบไล่ยุงและแมลง ฯลฯ การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีนั้น จึงต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเราจริง ๆ เพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

. . . . . . . . . .

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไร

1. พื้นที่ใช้งานที่เหมาะสม เครื่องฟอกอากาศแต่ละเครื่อง จะระบุว่าใช้งานได้ครอบคลุมกี่ตารางเมตร การเลือกเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีควรเลือกให้มีขนาดครอบคลุมพื้นที่การทำงานมากกว่าขนาดห้องที่จะนำมาใช้งาน ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง เช่น ถ้าห้องนอน 25 ตารางเมตร ก็ควรเลือกเครื่องที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ 30-35 ตารางเมตรขึ้นไป

2. แผ่นกรองอากาศมีความสำคัญ การฟอกอากาศต้องมีการดักจับฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ดังนั้น การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีนั้น การดูที่แผ่นกรองอากาศจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมาก ๆ นอกจากแผ่นกรองแบบทั่วไปแล้ว บางรุ่นมีแผ่นกรองแบบพิเศษให้มาเป็นตัวเลือก เช่น แผ่นกรองแบบ HEPA (High Efficiency Particulate Air) ที่กรองฝุ่นขนาดเล็กมาก ๆ ได้ หรือแผ่นกรองคาร์บอน (Carbon Filter) ที่สามารถกรองกลิ่นต่าง ๆ หรือแผ่นกรองสารก่อภูมิแพ้ (Allergen Filter) แผ่นกรองสารเคมี (Photocatalyst Filter) ซึ่งจะมีราคาที่แตกต่างกันไป

3. ความเร็วในการฟอกอากาศ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ควรดูที่ตัวเลขปริมาณการฟอกอากาศบริสุทธิ์ต่อ 1 นาที หรือที่เรียกว่าค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) เป็นหลัก ยิ่งตัวเลขสูง ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศยิ่งดี รวมไปถึงค่าความเร็วลม (Air Flow) ที่บอกว่าเครื่องรุ่นนั้น ๆ ฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้เร็วแค่ไหน

4. ระดับเสียงในการทำงาน เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีนั้น ระดับเสียงของเครื่องในการทำงานก็มีความสำคัญ ไม่แพ้เรื่องอื่น เพราะหากเราติดตั้งในห้องทำงานหรือห้องนอน หากเครื่องทำงานเสียงดังจะเป็นการรบกวน ระดับเสียงที่เหมาะสมคือประมาณ 30-35 เดซิเบล หรือหากเลือกซื้อเป็นระบบ Inverter ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียง

5. ประหยัดไฟ เครื่องฟอกอากาศใช้ไฟฟ้าในการทำงาน การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีนั้น จึงควรเลือกที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือเลือกระบบ Inverter ก็จะช่วยให้คุณประหยัดไฟได้มากขึ้น รวมไปถึงการเลือกใช้ให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ด้วยเช่นกัน เพราะเครื่องจะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป

6. เลือกฟังก์ชันการใช้งานที่ใช้จริง ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศหลาย ๆ รุ่น ได้เพิ่มฟังก์ชันอำนวยความสะดวกขึ้นมามากมาย เช่น ระบบไอน้ำเพิ่มความชื้นในอากาศ การดักยุงและแมลง ระบบ UV Light ฆ่าเชื้อโรค ระบบ Ozone ฯลฯ ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นมา หมายถึงราคาที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้น ต้องพิจารณาดูว่า เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีกว่ากัน อาจจะอยู่ที่การใช้งานของเรา ว่าจะได้ใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ จริง ๆ หรือไม่

. . . . . . . . . .

แนะนำ 9 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี คุ้มค่า น่าใช้งาน

เรามาดูกันเลยว่าในปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศรุ่นไหนน่าซื้อมาใช้งานบ้าง ดีอย่างไร แบรนด์ไหนมีฟังก์ชันที่โดดเด่น เครื่องฟอกอากาศ

1. XIAOMI Air Purifier XMI-FJY4031GL(3H)

หากถามว่า เครื่องฟอกอากาศ xiaomi รุ่นไหนดี 2021 ต้องบอกว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ที่มาแรงมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะ Mi Air Purifier 3H ดีไซน์สวยทันสมัย ควบคุมการทำงานด้วยหน้าจอ OLED Touch Display พร้อมไฟแสดงสถานะ 3 สี พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิด ปรับโหมดความเร็วพัดลมได้ตามต้องการ เซ็นเซอร์ Micro-Scale Particle Laser วัดคุณภาพอากาศด้วยความแม่นยำ แบบ Real-time Xiaomi สะดวกใช้งานง่าย สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน Mi Home และระบบ AI เสียงควบคุมอัจฉริยะ Mi Air Purifier 3H เพิ่มประสิทธิภาพในการกรองอากาศ ด้วยนวัตกรรมพัดลมแบบใหม่ สร้างอากาศบริสุทธิ์ได้ถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง กำจัดอนุภาคขนาดจิ๋วถึง 99.97% ครอบคลุมพื้นที่ 45 ตารางเมตร

ราคา 5,290 บาท

2. TEFAL Intense Pure Air รุ่น PU4067 

เครื่องฟอกอากาศขนาดครอบคลุมพื้นที่ 35 ตารางเมตร จากแบรนด์ Tefal หน้าจอระบบสัมผัส พร้อมระบบตั้งเวลาปิดอัตโนมัติสูงสุด 8 ชั่วโมง มาพร้อมฟังก์ชันมากมาย ทั้งระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศ Boost Mode ตรวจจับระดับความสกปรกในอากาศ ระบบกรองอากาศที่เป็นลิขสิทธิ์ของ GROUPE SEB ด้วยฟิลเตอร์ 4 ชั้น ประสิทธิภาพ Nano Captur ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เชื้อไวรัส แบคทีเรีย ในอากาศ และสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.99% สามารถปรับองศาของลมได้ 45 และ 90 องศา SILENT MODE ทำงานเงียบเพียง 28 เดซิเบล

ราคา 8,990 บาท

3. SHARP รุ่น KC-G60TA-W  

Sharp แบรนด์เครื่องไฟฟ้าชั้นนำ รุ่น KC-G60TA-W มาพร้อมระบบการทำงานเซ็นเซอร์ที่แม่นยำถึง 6 แบบ สามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดักจับอนุภาคเล็ก ๆ ฝุ่นละออง กลิ่น อุณหภูมิ ความชื้น และการเคลื่อนไหวภายในห้อง หน้าจอแสดงผลแบบ Smart Display พร้อมฟังก์ชันตั้งเวลาเปิด–ปิด และระบบ Auto Restart หลังไฟฟ้าดับ ฟังก์ชันทำงานแบบ PCI spot mode แผ่นกรอง 3 ชั้น HEPA ดักจับฝุ่นได้ถึง 99.97% และเทคโนโลยี Plasmacluster แบบเข้มข้น ปล่อยอนุภาคฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และแบคทีเรียต่าง ๆ และยังมีระบบไอน้ำอัตโนมัติ ตรวจจับและปล่อยความชื้น เพื่อช่วยดูแลสุขภาพ ครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน 50 ตารางเมตร หากถามว่าเครื่องฟอกอากาศ sharp รุ่นไหนดี บอกได้เลยว่า SHARP KC-G60TA-W คุ้มค่ามาก ๆ

ราคา 15,990 บาท

4. STADLER FORM รุ่น Roger Little R-012 

เครื่องฟอกอากาศ ขนาด 35 ตารางเมตร จากแบรนด์ STADLER FORM ดีไซน์รูปทรงสวยงาม พร้อมเทคโนโลยี Dual Filter แบบพิเศษ ที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับ Freudenberg ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวกรองฝุ่นของเยอรมนี และแผ่นกรอง HEPA และ Carbon Filter ที่ทำในประเทศเยอรมนี มีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ 99% สามารถตั้งเวลาทำงานได้ 1-7 ชั่วโมง ปรับระดับการทำงานได้มากถึง 5 ระดับ ฟังก์ชันต่าง ๆ มากมาย ทั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ระบบตรวจสภาพอากาศภายในห้อง สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง PM 2.5 พร้อมตรวจจับการปนเปื้อนของอากาศ เช่น กลิ่น เกสร ไวรัสฟอร์มัลดีไฮด์ สารระเหย และแบคทีเรีย

ราคา 5,990 บาท

5. PHILIPS รุ่น AC2958/23  

เครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ยอดนิยม PHILIPS AC2958/23 ดีไซน์ล้ำสมัย ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองภายในขนาดพื้นที่ 85 ตารางเมตร หน้าจอแสดงผล แสดงสภาพอากาศ และระบบสแกนสภาพอากาศแบบ Real Time เพื่อความมั่นใจและปลอดภัย ทุกขณะการหายใจ Auto-ambient lighting เปลี่ยนระดับความสว่างของเครื่องตามสภาวะแวดล้อม ระบบแผ่นกรอง Smart Filter 3 ชั้น HEPA Filters และ AC integrated กรองได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ สามารถกรองฝุ่นได้เล็กถึงระดับ 0.003 ไมคอน ที่เล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ 330 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง PHILIPS AC2958/23 ใช้งานง่าย สามารถควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน บนสมาร์ตโฟนด้วย WIFI Connected

ราคา 13,390 บาท

6. HATARI รุ่น AP12R1 

เครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ Hatari รุ่น AP12 ผลิตจากวัสดุ ABS คุณภาพดี มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 บนหน้าจอที่แสดงผลสวยงาม มีฟังก์ชันการใช้งานมากมาย เช่น ตั้งเวลาเปิด–ปิดได้นานถึง 8 ชั่วโมง ระบบ Sleep Mode ประหยัดพลังงาน และระบบตัดไฟอัตโนมัติ เทอร์มอล ฟิวส์ เพื่อความปลอดภัย ระบบ Ionizer ปล่อยประจุไอออนลบ ดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ระบบพลาสม่า ช่วยยับยั้งเชื้อโรคแบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้เราหายใจได้อย่างปลอดโปร่ง เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดี แผ่นกรอง HEPA กรองเชื้อโรคขนาดเล็ก ความละเอียด 0.3 ไมครอน และฟังก์ชัน Filter Change แจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ เหมาะสำหรับห้องหรือคอนโด ขนาด 32 ตารางเมตร

ราคา 2,988 บาท

7. ELECTROLUX รุ่น FA31-202GY 

เครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า ELECTROLUX ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน กับรุ่น FA31-202GY ตัวเครื่องดีไซน์ทันสมัยสวยงาม วัสดุ ABS คุณภาพดี ควบคุมการทำงานด้วยจอ LED ระบบสัมผัส เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาด 20-26 ตารางเมตร มาพร้อมประสิทธิภาพการกรองอากาศถึง 3 ขั้นตอน Pre, Anti-bacterial HEPA, Activated Carbon และเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง PM 1-2.5 และยังมีระบบป้องกันแบคทีเรียได้ถึง 99.99% ELECTROLUX FA31-202GY สามารถกรองอากาศแบบรอบทิศทาง ชุดกรองอากาศแนวตั้ง กรองได้แบบ 360 องศา ระดับการฟอกอากาศ (CADR) อยู่ที่ 203 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ฟังก์ชัน Auto Mode ปรับความแรงพัดลมได้ 3 ระดับ และ Sleep mode ระบบไฟแจ้งเตือน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรอง

ราคา 3,350 บาท

8. PANASONIC รุ่น F-PXM55 

เครื่องฟอกอากาศขนาดครอบคลุมพื้นที่ 41 ตารางเมตร PANASONIC F-PXM55 ดีไซน์โดดเด่น ผลิตจากวัสดุ ABS คุณภาพดี มาพร้อมเทคโนโลยี Nanoe ที่ปล่อยประจุยับยั้งไวรัสและแบคทีเรีย ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (H1N1, H5N1) สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (MRSA) และเอสเชอริเชีย โคไล (O157) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 99.99% รวมทั้งยับยั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H3N2 ได้ถึง 99% ด้วยแผ่นฟอก Super Nano Technology พร้อม HEPA Composite filter ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ได้มากถึง 17 ชนิด ฟังก์ชันต่าง ๆ มากมาย Sleep, Auto Mode, 3D airflow, Child Lock เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งสกปรก พร้อมรายงานสภาพอากาศรอบตัว และไฟแสดงสถานะ บอกถึงความสะอาดของอากาศโดยรอบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใชัชีวิตยุคใหม่ได้ครบครัน

ราคา 16,900 บาท

9. SAMSUNG รุ่น AX47R9080SS/ST 

เครื่องฟอกอากาศที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยจาก แบรนด์ SAMSUNG ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน และเช็กการทำงานผ่านสมาร์ตโฟน ด้วย Wi-Fi Smart Things และการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth และด้วยการดีไซน์ล้ำสมัยแบบ Modular Design ทำให้สามารถเชื่อมต่อหรือแยกชิ้นออก เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างง่ายดาย ฟอกอากาศบริสุทธิ์และเพิ่มความปลอดภัยให้กับเรา ด้วยแผ่นกรองอากาศ HEPA แบบ 3 ชั้น AIR-FLOW CONTROL กรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 0.3 ได้มากถึง 99.9% พร้อมแผ่นกรอง Activated Carbon ดูดซับก๊าซอันตราย กลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ฟังก์ชัน Pm Digital Display ของ SAMSUNG AX47R9080SS/ST มีมาให้อย่างมากมาย ทั้งระบบ Windfree ระบบ Auto ระบบ Sleep แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรอง

ราคา 24,990 บาท

. . . . . . . . . .

ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นไอเท็มเพื่อสุขภาพยอดนิยม บ้านหรือคอนโดต่าง ๆ ต้องมีติดไว้ โดยเฉพาะหากที่พักอาศัยของเราตั้งอยู่ในที่ที่มีฝุ่นละอองมาก ก็ยิ่งสร้างอันตรายให้กับเราโดยไม่รู้ตัว การเลือกเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี มีประสิทธิภาพสูงนั้น ต้องพิจารณาจากไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงปัจจัยและคุณสมบัติหลาย ๆ อย่าง ในการใช้งานประกอบกัน แต่นอกจากการใช้งานแล้วการดูแลรักษา การหมั่นคอยเปลี่ยนแผ่นกรองเมื่อถึงเวลา ก็เป็นเรื่องสำคัญด้วยเช่นกัน ใครที่กำลังคิดไม่ตกว่า จะเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ก็ดูจากคำแนะนำด้านบนที่เราบอกเอาไว้ จะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจอย่างแน่นอนค่ะ

และนี่ก็เป็นบทความ Lifestyle ที่ CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด นำข้อมูลมาฝากกัน หากเพื่อน ๆ สงสัย หรือมีข้อซักถามก็สามารถไปพูดคุยได้ที่ช่องทาง Facebook ได้เลยนะคะ บทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้นติดตามกันค่ะ