logo

การขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือนสมัยนี้ ไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนแถมยังมีวิธีการขอที่หลากหลายอีกด้วย หลายคนทราบดีว่าไม่ว่าจะทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการยื่นขออนุมัติต่าง ๆ ในปัจจุบัน เช่น การทำสินเชื่อรถ, บ้าน, คอนโด, การขอวีซ่าเรียนต่อในต่างประเทศ, การสมัครบัตรเครดิตของธนาคารต่าง ๆ หรือแม้แต่การสมัครงานของบางบริษัท และเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมาย มักจะขอสเตทเม้นย้อนหลัง เป็นเอกสารสำคัญประกอบหลักในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เสมอ

แต่ก็มีอีกหลาย ๆ คนที่อาจจะยังไม่รู้ว่าสเตทเม้นคืออะไร การจะขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือนต้องทำยังไง มีวิธีไหนบ้าง สามารถของได้จากที่ไหน สเตทเม้น มีอายุกี่เดือน แล้วการขอสเตทเม้น ย้อนหลัง 6 เดือน นับยังไง และหลากหลายคำถามที่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับการขอเสตทเม้น เราจึงรวบรวมคำตอบเหล่านี้มาอยู่บทความนี้แล้วค่ะ

. . . . . . . . . .

สเตทเม้นคืออะไร

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สเตทเม้นคืออะไร สเตทเม้น คือ รายการเดินบัญชีของเราที่มีการแจ้งข้อมูลทั้งหมดของการเคลื่อนไหวภายในบัญชี เช่น การฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน โดยมีการจัดแยกไว้เป็นรายเดือนอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการขอสเตทเม้น โดยสามารถขอได้ตั้งแต่ 3 เดือน สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน และ 12 เดือนขึ้นไป

การขอสเตทเม้น ย้อนหลัง 6 เดือน นับยังไง คำตอบคือจะนับจากเดือนก่อนหน้าย้อนขึ้น เช่น เดือนนี้เป็นเดือนธันวาคม เราต้องการขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน ก็จะนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ตุลาคม กันยายน สิงหาคม กรกฎาคม และมิถุนายน (รวม 6 เดือน) หรือบางแห่งก็อาจจะต้องการสเตทเม้นของเดือนล่าสุดก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

. . . . . . . . . .

สเตทเม้นจำเป็นยังไง ทำไมต้องขอ?

 หลายคนมีคำถามว่าแล้วทำไมเราต้องขอสเตทเม้นด้วยล่ะ ? จำเป็นแค่ไหนนะ ?

อันนี้ขอตอบเลยว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากค่ะ เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะทำธุรกรรมทางการเงินอะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่แล้วทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน รวมถึงบางบริษัทหรือหน่วยงานบางแห่ง นอกจากจะต้องการเอกสารประจำตัวหลัก ๆ แล้ว เขายังต้องเรียกดูการเคลื่อนไหวทางบัญชีย้อนหลังของเราด้วย เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันว่า เราจะมีเงินพอในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือไม่

อย่างเช่น การขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน หรือการขอสเตทเม้นย้อนหลังสำหรับทำวีซ่าเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเราสามารถที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ที่นั่น

. . . . . . . . . .

ขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือนได้จากที่ไหนและต้องทำอย่างไรบ้าง?

การขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน หรือใบแจ้งยอดธนาคาร ของแต่ละธนาคารนั้น แม้ว่าจะคล้ายกันอยู่บ้างแต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจวิธีการขอสเตทเม้นย้อนหลังเรามาดูกันว่าแต่ละธนาคารมีวิธีการแบบไหนกันบ้าง

ธนาคารกรุงเทพ

สามารถเข้าไปขอสเตทเม้นย้อนหลัง โดยตรงที่ธนาคาร โดยต้องเตรียม สมุดบัญชี และ บัตรประชาชน เพื่อขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือนหรือเกินกว่านั้นก็จะมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 200 บาท และหากขอสเตทเม้นย้อนหลัง 2 ปีขึ้นไปจะเสีย 500 บาท และสามารถขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน ด้วยตัวเองแบบออนไลน์ผ่าน เว็บไซด์ของธนาคาร แต่ต้องเคยสมัครบริการ iBanking มาก่อนแล้ว บริการนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ

วิธีการขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือนของธนาคารกรุงเทพในเว็บไซด์ IBANKING ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ

1. เข้า https://ibanking.bangkokbank.com/ (ต้องทราบ user ID/Password) 

2. หน้าหลัก เมื่อเข้าสู่ระบบ จะเห็นรายการบัญชีที่มี คลิกที่เลขบัญชีที่จะดูรายการเคลื่อนไหวบัญชี

3. เข้ามาหน้ารายการบัญชีที่เลือกไว้ ด้านล่างจะมีตัวเลือกช่วงวันที่ ที่ต้องการจะดูรายการเคลื่อนไหวโดยจะดูย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน

4. เมื่อเลือกช่วงวันที่ดูรายการแล้วจะเห็นรายการทั้งหมด และหากต้องการหน้ารายการเคลื่อนไหวของบัญชีให้คลิกที่ “พิมพ์”

เมื่อกดที่ “พิมพ์” แล้วจะแสดงรายการดังภาพ

. . . . . . . . . .

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารนี้ก็สามารถขอได้โดยตรงที่ธนาคาร โดยหากขอสเตทเม้นย้อนหลัง 3 เดือน หรือขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน จะเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท และหากขอสเตทเม้น ตั้งแต่ 6-12 เดือน จะเสียค่าธรรมเนียม 200 บาท และหากขอที่ 2 ปีขึ้นไปเสียค่าธรรมเนียม 500 บาท และสามารถขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน ผ่านทางแอปพลิเคชันบน Mobile banking แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

สำหรับวิธีขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน ผ่านทางแอปพลิเคชันบน Mobile banking ทำตามขั้นตอนได้ดังนี้ค่ะ

  • Android : ดาวน์โหลดแอพ Krungthai NEXT
  • iOS : ดาวน์โหลดแอพ Krungthai NEXT

1. เข้าไปยังแอป Krungthai Next จากนั้นเลือกที่เมนู บัญชี และเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย เมื่อเข้าสู่ระบบให้เลือกบัญชี ที่ต้องการขอสเตทเม้นของตัวเอง

2. เมื่อเลือกบัญชีได้แล้ว ก็ให้เลือกที่เมนูอื่น ๆ (ปุ่มไอคอน จุดสามจุด) และเลือก statement

3. เมื่อเข้ามายังหน้าของการขอ statement ทางแอปจะให้เราเชื่อมต่อ email ก่อน ถ้าใครยังไม่ได้เชื่อมต่อ ก็กดตั้งค่าเพื่อขอรับสเตทเม้นผ่าน email ซึ่งจำเป็นต้องเชื่อมต่อ ไม่อย่างนั้นจะขอไม่ได้ค่ะ

4. เลือกเดือนที่ต้องการขอ statement ตั้งแต่เดือนแรกที่อยากขอ ถึงเดือนสุดท้าย โดยสามารถดูย้อนหลังได้ถึง 5 เดือน เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ให้กดปุ่ม ส่ง statement

5. รายการของ e-Statement จะถูกส่งมายัง email ทันทีโดยเป็นไฟล์ PDF ส่วนการเปิดไฟล์ PDF นั้นจะให้ใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชนก่อนด้วย เพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึง

. . . . . . . . . .

ธนาคารไทยพาณิชย์

สามารถขอได้ผ่านทางธนาคาร เตรียมเอกสารบัตรประชน และสมุดบัญชี หากขอย้อนหลังเกิน 6 เดือนเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท หากมากกว่านั้นจะขึ้นอยู่กับสาขา และสามารถขอ ทาง Call center จะต้องมีบัตรเอทีเอ็ม และขอย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือนด้วยค่าธรรมเนียม 100 บาท

สำหรับการขอ e-Statement ของธนาคารไทยพาณิชย์นั้น สามารถขอได้ผ่านทางแอป SCB EASY ซึ่งต้องโหลด และทำการสมัครก่อนการใช้งานด้วยเช่นกัน ส่วนขั้นตอนการขอ e-Statement ทำได้ดังนี้

  • Android : ดาวน์โหลดแอพ SCB EASY
  • iOS : ดาวน์โหลดแอพ SCB EASY

1. เข้าไปยังแอป SCB EASY จากนั้นเข้าสู่ระบบ และเลือกไปยังหน้าเมนู More Options ตรงด้านล่างขวาก่อน เพื่อเข้าไปตั้งค่า email ก่อนการใช้งาน

2. เลือกเมนู Settings และเลือก Manage email เพื่อ Verified email จากนั้นจึงกดกลับออกมาเพื่อเข้าหน้าบัญชี

3. เลือกที่บัญชีของตัวเอง (รูปสมุดบัญชี) และเลือกบัญชีที่ต้องการขอ e-Statement และกดเข้าไปยังบัญชีนั้นเพื่อทำรายการต่อไป

4. เมื่อเข้ามายังหน้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว ก็ให้กดที่เมนู More service (บริการอื่น ๆ) เมื่อกดแล้วจะมี Pop Up ขึ้นมาด้านล่าง โดยเป็นเมนู Request statement ให้กดเข้าไปได้เลย

5. เลือกช่วงเดือนที่ต้องการขอ e-Statement โดยสามารถเลือกย้อนกลับไปได้มากถึง 1 ปี เมื่อเลือกแล้วให้กด Submit ด้านล่าง

6. ธนาคารจะส่งไฟล์ PDF มาให้ โดยการแยกเป็นรายเดือน กับปีมาให้เลย ซึ่งในการเข้าไปดูไฟล์ PDF นั้น ต้องใส่รหัสที่ทางธนาคารกำหนดก่อน ถึงจะเข้าดู และโหลดเพื่อนำมาใช้งานได้

. . . . . . . . . .

ธนาคารกสิกรไทย

ทางธนาคาร เตรียมบัตรประชาชนและสมุดบัญชี ค่าธรรมเนียมหากขอย้อนหลังต่ำกว่า 6 เดือน 100 บาท และ 6-24 เดือน 200 บาท และหากมากกว่า 24 เดือน 500 บาท สามารถขอทางออนไลน์ ทำได้โดยผ่านระบบ K-email statement โดยข้อมูลจะส่งผ่านอีเมลหรือ ไปรษณีย์

สำหรับธนาคารกสิกรไทยนั้นจะสามารถขอ e-Statement ได้โดยใช้แอป K Plus ซึ่งต้องโหลด และสมัครก่อนการใช้งานเหมือนกัน มีวิธีขอ e-Statement ดังนี้

  • Android : ดาวน์โหลดแอป K Plus
  • iOS : ดาวน์โหลดแอป K Plus

1. เข้าไปยังแอป K Plus แล้วเลือกเมนูธุรกรรม และใส่รหัสเพื่อเข้าใช้งาน และเลือกบัญชีที่ต้องการขอ e-Statement

2. เลือกที่เมนู Statement ที่หน้าแรกได้เลย เมื่อเข้ามาแล้วจะมีหน้ารายการล่าสุด และหน้าขอ Statement ซึ่งในหน้านี้จะขอ Statement เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ และเลือกช่วงเดือนได้มากสุด 1 ปี เมื่อเลือกได้แล้ว ก็กดส่งคำขอได้เลย

3. เมื่อกดแล้วแอพจะขึ้นมาบอกว่าการขอสำเร็จ และรอ email ของธนาคารภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อได้รับ email เรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารจะบอกวิธีเปิดไฟล์ PDF เมื่อใส่รหัสแล้วก็สามารถโหลดมาใช้งานได้ทันที

. . . . . . . . . .

ธนาคารทหารไทยธนชาต

สามารถไปขอที่เคาน์เตอร์ธนาคารได้เช่นกัน ซึ่งจะต้องนำบัตรประชาชน สมุดบัญชีที่ต้องการขอสเตทเม้นย้อนหลัง โดยจะมีค่าธรรมเนียม 50 บาทสำหรับสเตทเม้นในเดือนปัจจุบัน 100 บาท สำหรับขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน 200 บาทสำหรับขอสเตทเม้นย้อนหลังมากกว่า 6 เดือนถึง 2 ปี และ 500 บาทสำหรับการขอสเตทเม้นย้อนหลังมากกว่า 2 ปี นอกจากนี้ยังสามารถขอออนไลน์ได้ง่ายๆ จากที่บ้าน ผ่าน TTB Internet Banking และผ่านแอปพลิเคชัน TTB Touch

สำหรับวิธีการขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือนผ่านแอปพลิเคชัน TTB Touch มีขั้นตอนดังนี้

1. เข้าไปที่แอป TTB Touch แล้วกรอกรหัส จากนั้นเลือกบัญชีที่ต้องการขอข้อมูล

2. จากนั้นกดที่รายการเดินบัญชีจะเข้าสู่หน้าดังภาพด้านล่าง

3. เลือกเดือนที่ต้องการ (สามารถเลื่อนได้)

4. กดปุ่มดาวน์โหลดจะได้ไฟล์รายการเดินบัญชี TMB ในแต่ละเดือน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการส่งไฟล์รายการเดินบัญชีเข้าไปในอีเมล

. . . . . . . . . .

ข้อดีของการขอสเตทเม้นผ่านแอปธนาคาร

การขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน จากธนาคารก็มีหลากหลายวิธีที่แตกต่างกันไป ซึ่งต้องยอมรับว่าการขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือนั้นเป็นที่นิยมและเป็นวิธีที่ง่าย สามารถทำได้ด้วยตัวเองและไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งข้อดีของการขอสเตเม้นผ่านแอปพลิเคชันยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • สะดวกรวดเร็วไม่ต้องเดินทางไปธนาคาร
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการขอสเตทเม้น
  • ไม่ต้องใช้สมุดบัญชีตัวจริงก็สามารถขอสเตทเม้นได้
  • ได้เอกสารเป็นไฟล์ PDF สามารถส่งผ่านทางอีเมลต่อได้

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สเตทเม้นที่ต้องการไปใช้งานโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ธนาคารหรือเข้าเว็บผ่านหน้าคอมพิวเตอร์อีกต่อไป สะดวกรวดเร็วมาก ๆ อีกทั้งถ้าใครมีเครื่องปริ้นท์ที่รองรับ WiFi สามารถที่จะสั่งปริ้นท์จาก iPhone ก็ยังได้เลย

. . . . . . . . . .

การขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน ดูเผิน ๆ หลายคนอาจคิดว่าขั้นตอนคงยุ่งยากน่าดู แต่หากลองมาศึกษาวิธีการจริง ๆ แล้ว จะรู้ว่าง่ายและสามารถทำได้เอง แต่ยังไงก็ตามการขอสเตทเม้นย้อนหลัง ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ทุกขั้นตอนมีความสำคัญอย่างมาก ฉะนั้นไม่ว่าจะขอสเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อนำไปใช้ในการกู้เงินหรือหรือทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ควรใส่ใจและมีความละเอียดรอบคอบเสมอ เพราะสเตทเม้นที่ว่านี้จะช่วยให้คุณมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และทำธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ Lifestyle บทความหน้าจะเป็นอะไรนั้น ติดตามกันค่ะ