logo

ปิดน้ำ ปิดไฟหรือยัง? เอ๊ะ! ปิดแก๊สหรือยังอ่ะ? เราล็อคประตูบ้านแล้วใช่ไหม!? พฤติกรรมซ้ำ ๆ เหล่านี้หลายคนอาจคิดว่าตัวเองเป็นคนรอบคอบ แต่แท้จริงแล้ว... อาการของคุณอาจเข้าข่ายของ “โรคย้ำคิดย้ำทำ” อยู่หรือเปล่า...?อยากให้หลายคนลองคอยตรวจเช็กอาการของตัวเองหรือคนข้าง ๆ ดูว่า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักกังวลกับเรื่องเดิม ๆ มากจนเกินไป จนรู้สึกไม่มีสมาธิจะทำงานทำการใด ๆ ถึงแม้ว่าจะตรวจสอบดีแล้ว แต่ความคิดของคุณก็ยังคงคิดวนเวียนต่อไปไม่เลิก ว่าทำแล้วหรือยัง คิดหลง ๆ ลืม ๆ และชอบคิดซ้ำ ๆ ทำซ้ำ ๆ นั่นอาจเป็นอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำนั่นเองค่ะ

ในบทความนี้นิวบ์จึงอยากจะชวนเพื่อน ๆ ลองมาวิเคราะห์อาการของตัวเองหรือคนที่เรารัก ว่ากำลังจัดอยู่ในกลุ่มของโรคย้ำคิดย้ำทำอยู่หรือเปล่า เพื่อไม่ให้คิดกันไปเองหรือเดากันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า มาเช็กกันค่ะว่า โรคย้ำคิดย้ำทำ อาการเป็นอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร โรคย้ำคิด ย้ำทำ อันตรายไหม รักษาได้หรือไม่ ลองมาติดตามกันดูค่ะ

โรคย้ำคิดย้ำทำ คืออะไร?

โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder หรือ OCD) คือ โรคที่ผู้ป่วยมีความคิดซ้ำ ๆ ที่ทำให้เกิดความกังวลใจ และมีการตอบสนองต่อความคิด ด้วยการทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ เพื่อลดความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคย้ำคิดย้ำทำอาจรู้ตัวดีว่าพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำของตัวเองไม่มีเหตุผล และก็ยังทำให้เสียเวลาชีวิตไปกับพฤติกรรมเหล่านี้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ไม่สามารถหยุดความคิดและการกระทำดังกล่าวได้เลย ส่งผลให้เกิดอาการเครียดจากโรคย้ำคิดย้ำต่อมาอีกทอดหนึ่งด้วย

โรคย้ำคิดย้ำทำ สามารถพบได้ร้อยละ 2-3 ในประชากรทั่วไป เริ่มมีอาการโดยเฉลี่ยที่อายุ 20 ปี โดยพบได้พอ ๆ กันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ยังสามารถพบร่วมกับโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น พบโรคซึมเศร้าร่วมด้วยถึง 60-90% โรคอื่น ๆ ที่พบร่วมกับโรคย้ำคิดย้ำทำ ได้แก่ โรคกลัวสังคม, โรควิตกกังวลทั่วไป, โรควิตกกังวลแพนิค รวมทั้งการดื่มเหล้าจนก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้

. . . . . . . . . .

โรคย้ำคิดย้ำทำอาการเป็นอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้วลักษณะสำคัญของโรคนี้ก็คือ มีอาการย้ำคิดและอาการย้ำทำที่มากจนทำให้ผู้ป่วยทุกข์ และผู้ป่วยพยายามเลิกหรือต่อต้านต่ออาการ จนเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับอาการที่เกิดขึ้น

อาการย้ำคิด (obsession) 

          เป็นความคิด ความรู้สึก หรือจินตนาการ ที่มักผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ผู้ป่วยเองก็ทราบว่าเป็นความคิดที่เหลวไหล ไม่เข้าใจว่าเกิดความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร รู้สึกรำคาญต่อความคิดนี้ ตัวอย่างเช่น มีความคิดจะจุดไฟเผาบ้าน คิดว่ามือสกปรก คิดด่าทอพระพุทธรูปที่ตนเคารพ ผู้ป่วยรู้สึกผิดต่อความคิดที่เกิดขึ้น และมีความกังวลใจ พยายามที่จะไม่ใส่ใจหรือเลิกคิด บางครั้งอาจแก้หรือหักล้างความคิดนี้ด้วยความคิดหรือการกระทำต่าง ๆ เช่น ถ้าคิดว่าไม่ได้ปิดแก๊ส ก็จะตรวจเช็กเตาแก๊สวันละหลาย ๆ ครั้ง ไปล้างมือหลายรอบ ๆ เพราะคิดว่ามือสกปรก หรือว่าท่องนะโมในใจทุกครั้งที่คิดในทางไม่ดีต่อพระพุทธรูป

อาการย้ำทำ (compulsion)

เป็นพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ผู้ป่วยก่อกระทำขึ้น โดยมีความเกี่ยวเนื่องกับความย้ำคิด หรือตามกฎเกณฑ์บางอย่างที่ตัวเองกำหนดไว้ การที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมนี้เพื่อหักล้างความคิดย้ำในทางลบ หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ตามที่ตนหวั่นเกรง อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของผู้ป่วยนั้นมักจะเกิดจากความคิดแบบเด็ก ๆ ซึ่งจะต่างไปจากแนวทางที่คนทั่วไปใช้ในการแก้ไขหรือป้องกันปัญหา ส่วนพฤติกรรมย้ำทำที่พบบ่อยได้แก่ ล้างมือ ตรวจเช็กสิ่งต่าง ๆ หรือนับจำนวน (เช่นต้องหายใจเข้าออกครบเก้าครั้งก่อนเดินผ่านประตูทุกครั้ง) ส่วนใหญ่จะพบอาการย้ำคิดร่วมกับย้ำทำถึง 80% ที่เหลืออีก 20% มีแต่อาการย้ำคิด

คนเราปกติก็อาจมีความคิดหรือพฤติกรรรมเช่นนี้ได้ แต่ในผู้ป่วยโรคย้ำคิด ย้ำทำอาการเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ผู้ป่วยพยายามฝืนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผืนไม่ได้ เสียเวลาไปกับความคิดหรือพฤติกรรมค่อนข้างมากในแต่ละวัน หรือมากเกินกว่าวันละ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

ระดับอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ

สามารถแบ่งระดับอาการของโรคได้ดังนี้

  • Obsessive-compulsive disorder with good or fair insight คือโรคย้ำคิด ย้ำทำที่ผู้ป่วยค่อนข้างรู้ถึงความเจ็บป่วยของตนได้ดี โดยจะมีภาวะที่ตระหนักได้ว่าสิ่งที่ตนวิตกกังวลนั้น เป็นสิ่งที่คิดไปเองโดยไม่สมเหตุสมผล
  • Obsessive-compulsive disorder with poor insight คือโรคย้ำคิดย้ำทำที่ผู้ป่วยมีภาวะเชื่อว่าสิ่งที่ตนกังวลนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริง เช่น เชื่อว่ามืออาจจะยังสกปรกอยู่ จึงต้องล้างซ้ำ ๆ หรือค่อนข้างไม่รู้ว่าตนเองเป็น OCD
  • Obsessive-compulsive disorder with absent insight/delusional beliefs เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าความวิตกกังวลต่าง ๆ เกิดจากโรค เช่น เชื่อว่าประตูยังปิดไม่สนิทจริง ๆ และต้องไปเช็กเพื่อปิดใหม่

. . . . . . . . . .

สาเหตุของโรคย้ำคิดย้ำทำ

หลายคนเริ่มอยากรู้แล้วว่าสาเหตุของการเกิดโรคย้ำคิด ย้ำทำมาจากอะไร อยากจะบอกว่าสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ประมาณสองในสามของผู้ป่วยเริ่มมีอาการก่อนอายุ 25 ปี อายุเฉลี่ยเมื่อเริ่มมีอาการ 20-22 ปี อาการมักเรื้อรัง โดยมากจะมีอาการมากเป็นช่วง ๆ

  • พบว่าผู้ป่วยมีเมตาโบลิซึมของสมองเพิ่มขึ้นในบริเวณ orbitofrontal cortex, cingulate cortex และ head of caudate nucleus ทั้งนี้บริเวณเหล่านี้อาจรวมกันเป็น hyperactive circuit ในผู้ป่วยโรคย้ำคิด ย้ำทำ
  • ในด้านระบบประสาทสื่อนำประสาทเชื่อว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติในระบบ serotonin ทั้งนี้โดยมีการศึกษาพบว่าเมื่อให้สารที่เป็น serotonergic agonist แก่ผู้ป่วยโรคย้ำคิด ย้ำทำ พบว่า ผู้ป่วยมีอาการมากขึ้น
  • ทฤษฎีการเรียนรู้ เชื่อว่าการเกิดภาวะเงื่อนไขมีบทบาทสำคัญในการเกิดอาการทั้งอาการย้ำคิดและย้ำทำ การรักษาโดยใช้วิธีพฤติกรรมบำบัดเป็นการเข้าไปขจัดภาวะเงื่อนไขที่เกิดขึ้น

. . . . . . . . . .

ปัจจัยเสี่ยงโรคย้ำคิดย้ำทำ

ประวัติครอบครัว พ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัวอื่น ๆ เคยมีประวัติความผิดปกติ หรือเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเจอกับเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิต จนกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น เคยเกือบทำไฟไหม้บ้านเพราะลืมปิดแก๊ส หรือทำงานพลาดบ่อย ๆ แล้วเกิดความเสียหายหนัก มีอาการป่วยทางจิตอื่น ๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า การใช้สารเสพติด ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีอาการชัก

. . . . . . . . . .

ภาวะแทรกซ้อนของโรคย้ำคิดย้ำทำ

ผู้ป่วยโรคย้ำคิด ย้ำทำอาจมีอาการย้ำคิดย้ำทำจนส่งผลกระทบให้เกิดอาการและโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น เครียด นอนไม่หลับ ติดสุรา ล้างมือบ่อยจนมือเปื่อย ถลอก เป็นแผล เหงือกอักเสบจากการแปรงฟันมากเกินไป สูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าเข้าสังคม เก็บตัว เป็นโรคซึมเศร้า โรคแพนิค (Panic Disorder) และอาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตายได้

. . . . . . . . . .

โรคย้ำคิดย้ำทำป้องกันได้อย่างไร หรือหากเป็นต้องรักษาอย่างไร ?

ก่อนอื่นเราต้องมาเช็กกันให้แน่ใจก่อนว่า เจ้าอาการที่เราเป็นนั้นเป็นเพียงอาการของคนรอบคอบมาก ๆ หรือจะใช่โรคย้ำคิด ย้ำทำกันแน่...

ถ้าคุณคิดว่าไม่แน่ใจ ว่านิสัยชอบทำอะไรซ้ำ ๆ นี่ใช่โรคย้ำคิด ย้ำทำหรือเปล่า ให้ลองพิจารณาดูว่า หากการย้ำคิดย้ำทำนั้นเริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน สร้างความวิตกกังวล ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานและหยุดคิดไม่ได้ หรืออาจทำให้เกิดผลกระทบทางร่างกาย เช่น พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป หรือล้างมือบ่อยเกินไปจนเริ่มมีปัญหาทางผิวหนัง และที่สำคัญอาการย้ำคิด ย้ำทำมักจะทำให้ผู้ป่วยต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็นไปกับพฤติกรรมดังกล่าวมากกว่า 1 ชั่วโมงในหนึ่งวันด้วย

. . . . . . . . . .

ป้องกันตนเองจากโรคย้ำคิด ย้ำทำ ได้อย่างไร...

เบื้องต้นขอแนะนำรีบไปพบแพทย์และหาทางรักษา หากจำเป็นต้องรักษาควรมีความอดทนกับการเข้ารับการบำบัดและฝึกตัวเอง การรักษาไม่ควรใจร้อน เพราะอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ มักจะค่อย ๆ ดีขึ้น อาจไม่เร็วอย่างที่คิด แต่จำเป็นต้องบำบัดดูแลเพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ นอกจากนี้ ก็ยังมีวิธีการลดความรุนแรงที่สามารถทำเองได้ด้วย เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความกลัวนั้น ๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียด อย่างเช่น ดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือก็ได้ค่ะ

แม้ว่าโรคย้ำคิดย้ำทำ อาจจะไม่รุนแรงหรืออันตรายถึงชีวิต แต่ก็กระทบถึงการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงานได้ โรคอาจสร้างความรู้สึกรำคาญได้มากทีเดียว แต่คนที่ป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ สามารถเข้ารับการรักษาเพื่อลดความรุนแรงของโรคลงได้ ด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง หรือรับการบำบัดจากนักจิตบำบัด จะทำให้อาการของโรคย้ำคิดย้ำทำทุเลาลงและควบคุมได้

. . . . . . . . . .

การรักษาด้วยยา

          1. ยาต้านอารมณ์เศร้า ยาที่รักษาได้ผลดีใน OCD เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อ ระบบ serotonin เช่น clomipramine และยาในกลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRI) ทุกตัว 49. 50เช่น fluoxetine และ fluvoxamine

  • Clomipramine เริ่มต้นให้ขนาด 25 มก.ต่อวัน ปรับขนาดยาได้จนถึง 150-200 มก.ต่อวัน ควรให้ยาส่วนใหญ่ในตอนเย็นหรือก่อนนอน พบว่าโดยมากผู้ป่วยทนฤทธิ์ข้างเคียงจากยาขนาดสูงไม่ได้
  • Fluvoxamine เริ่มต้นให้ขนาด 50 มก. ต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มยาจนได้ขนาด 150-300 มก.ต่อวัน อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ คลื่นไส้ มือสั่น ง่วงซึม
  • Fluoxetine เริ่มให้ขนาด 20 มก.ต่อวันในตอนเช้า อาจเพิ่มขนาดถึง 40-60 มก.ต่อวัน อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

ยา clomipramine อาจได้ผลดีกว่ายากลุ่ม SSRI แต่ก็มีข้อจำกัดคืออาการข้างเคียงมาก ฤทธิ์ในการรักษาอาการอาจเห็นผลชัดหลังจากสัปดาห์ที่ 4 และอาการที่ดีขึ้นนั้นไม่ถึงกับไม่มีอาการเลยทีเดียว ผู้ป่วยมักกลับมามีอาการอีกได้บ่อยหลังจากหยุดยา และพบว่าคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นมาก สามารถเข้าสังคมได้ ความทุกข์ทรมานจากอาการลดน้อยลง

          2. ยาคลายกังวล ในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลอยู่สูงอาจใช้ยาในกลุ่ม benzodiazepine ในระยะสั้น ๆ ยาในกลุ่มนี้ไม่มีผลในการรักษาอาการย้ำคิดหรืออาการย้ำทำ

. . . . . . . . . .

การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ

          การรักษาที่ได้ผลดีคือ พฤติกรรมบำบัด นั่นเองค่ะ โดยให้ผู้ป่วยเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เขากังวลใจและมิให้ตอบสนองย้ำทำตามที่เคยกระทำ อย่างเช่น ผู้ป่วยที่มักล้างมือบ่อย ๆ ก็ให้จับของที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าสกปรก ให้รออยู่ช่วงหนึ่งจึงอนุญาตให้ล้างมือ การฝึกจะทำตามลำดับขั้น เริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกกังวลน้อยไปหามาก และระยะเวลาที่ไม่ให้ล้างมืออาจเริ่มจาก 10-15 นาที ไปจนเป็นชั่วโมง หากการรักษาได้ผลผู้ป่วยจะกังวลน้อยลงเรื่อย ๆ จนสามารถจับสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องรีบไปล้างมือเหมือนเมื่อก่อน

การรักษาโดยวิธีนี้ได้ผลค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ โดยพบว่าแม้หลังจากหยุดรักษาแล้วก็ยังคงผลอยู่นาน หากมีอาการก็มักไม่รุนแรงเหมือนเดิม แต่ผลการรักษาจะดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้รักษา ความร่วมมือของผู้ป่วย และครอบครัวของผู้ป่วยที่จะต้องให้ความร่วมมือด้วย เพราะนอกจากจะฝึกทำขณะพบผู้รักษาแล้วผู้ป่วยยังต้องฝึกที่บ้านด้วยเช่นกัน

. . . . . . . . . .

แนวทางในการรักษา

สำหรับแนวทางการรักษาที่สำคัญก็คือ อย่าบอกให้ผู้ป่วยหยุดทำหรือหยุดคิดซ้ำ ๆ การบอกใช้ไม่ได้ผล ก่อนจะมาพบแพทย์ผู้ป่วยใช้วิธีการมาแทบทุกชนิดแล้วแต่ไม่ได้ผล การรักษาไม่ควรจะใจร้อน อาการของผู้ป่วย OCD มักจะค่อย ๆ ดีขึ้น อาจไม่เร็วอย่างที่คิด โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยจะสังเกตว่าความกลัดกลุ้มและกังวลใจลดน้อยลง ต่อมาระยะเวลาที่ใช้ในการย้ำคิดหรือย้ำทำก็จะลดน้อยลง ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองสามารถฝืนความอยากกระทำของตนเองได้มากขึ้น ผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาอาการจะดีขึ้น 50-70% ส่วนใหญ่แล้วการตอบสนองจะเห็นผลเต็มที่ในปลายเดือนที่3

หรือในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงหรือมีผลกระทบมาก เมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้นระดับหนึ่งแล้ว ควรคงยาไว้ระยะหนึ่ง ขนาดยาจะลดลงจากขนาดที่เคยใช้ขณะที่อาการยังมากอยู่ โดยทั่วไปให้ยานานประมาณ 1 ปี การลดยาควรลดขนาดลงอย่างช้า ๆ เช่น ลด clomipramine 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 2 เดือน

 

. . . . . . . . . .

เป็นยังไงกันบ้างคะ อ่านดูลักษณะอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำกันไปแล้ว บางคนอาจจะยังกังวลใจว่าเข้าข่ายอยู่ในโรคนี้หรือเปล่า ก็ยังอยากจะแนะนำให้ลองไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการที่แน่ชัดกันดีกว่าค่ะ ดีกว่ามานั่งจิตตกอยู่คนเดียว เพราะบางคนอาจจะมีนิสัยชอบฝึกฝนอะไรซ้ำ ๆ เพราะอยากเก่งหรือชำนาญกว่าเดิม หรืออย่างทุกวันนี้ชินกับการฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ทุกครั้งเวลาออกไปข้างนอกหรือสัมผัสจับสิ่งของต่าง ๆ แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนะคะ เพราะคนที่เป็นโรคนี้จะไม่สามารถบังคับตัวเองให้หยุดคิดหรือทำซ้ำ ๆ ได้ ถ้าเพื่อน ๆ กังวลมาก ๆ ไปปรึกษาแพทย์ดีที่สุดค่ะ เพราะหากวินิจฉัยออกมาแล้วว่าเป็นก็จะได้รีบรักษาได้ทันนั่นเองค่ะ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทความอาหารและสุขภาพ ของเราบทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ติดตามกันค่ะ