logo

ในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาจนมาถึงปัจจุบันนี้ ได้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 จนทำให้ทั่วโลกต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อออกมาหาทางป้องกัน รักษา และหาทางแก้ไขเพื่อยับยั้งพวกเชื้อเหล่านี้ไม่ให้แพร่ระบาด แต่ในขณะที่ทางศูนย์วิจัยต่าง ๆ ได้มีการศึกษาและทดลองการป้องกันรักษาโรคดังกล่าว แต่ดูเหมือนว่าเชื้อโควิดนั้นจะมีการพัฒนาให้มีการแพร่ระบาดได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะตอนนี้ที่มีการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่ดูเหมือนว่าจะมีการติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิม

ซึ่งนิวบ์เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงคุ้นชื่อสายพันธุ์นี้กัน นั่นก็คือสายพันธุ์ ”โอมิครอน” ว่าแต่โควิดสายพันธุ์นี้เป็นอย่างไร สามารถเช็ดอาการเบื้องต้นได้หรือไม่ และมีรายละเอียดอะไรที่ควรทราบบ้าง ในวันนี้นิวบจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับโควิดสายพันธุ์โอมิครอนกันค่ะ

โอมิครอนคืออะไร

โควิดสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ได้ถูกองค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นสายพันธุ์ล่าสุดหลังจากการพบสายพันธุ์อื่นนั่นคืออัลฟา, เบตา, แกมมา, เดลตา สายพันธุ์นี้ได้ถูกค้นพบครั้งแรกในแถบแอฟริกาใต้ การแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้ค่อนข้างเร็วและง่ายต่อการติดเชื้อมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งจากข้อมูลที่มีมา พบว่าสายพันธุ์นี้สามารถแพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้าอย่างน้อย 2 เท่า จึงทำให้ในปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของโอมิครอนไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าช่วงการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อื่น

ด้วยความที่สายพันธุ์นี้มีการแพร่ระบาดที่ง่าย ใครที่เคยติดเชื้อสายพันธุ์นี้แล้วอาจจะกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ หลายคนอาจจะเกิดความวิตกกังวลว่าโอมิครอนอันตรายไหม จากผลสำรวจนั้นจะพบว่าสายพันธุ์นี้มีการแพร่กระจายเชื้อไปยังร่างกายได้เร็วกว่าสายพันธุ์อื่นก็จริง แต่โอมิครอนจะไม่ทำลายปอดเท่ากับสายพันธุ์เดลต้า และถ้าใครได้มีประวัติการฉีดวัคซีนไป 3 เข็มแล้ว พบว่าจะสามารถป้องกันสายพันธุ์นี้ได้ประมาณหนึ่ง แต่ถ้าหากยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนก็อาจจะสามารถติดเชื้อได้มากกว่า โดยสรุปแล้วสายพันธุ์โอมิครอนมีการติดเชื้อได้ง่ายกว่าแต่จะมีความอันตรายน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า

. . . . . . . . . .

อาการของโอมิครอน และวิธีเช็คในเบื้องต้น

อาการเบื้องต้นเมื่อร่างกายของเราได้รับเชื้อหรือติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอนแล้วนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่ามีการแสดงอาการในลักษณะบ้าง บางก็มีอาการน้อย บางก็มีอาการเยอะ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อโอมิครอนอาการที่จะแสดงออกมามีดังนี้ (ไม่จำเป็นต้องมีทุกอาการ อาจมีเพียงแค่อาการเดียวก็มีสิทธิที่จะเป็นได้)

  • มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย
  • เจ็บคอ
  • มีอาการไอแห้ง
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดตามเนื้อตามตัว
  • มีเหงื่อออกในช่วงเวลากลางคืน
  • ปวดศีรษะ

. . . . . . . . . .

อาการที่นิวบ์ให้ข้อมูลให้เพื่อน ๆ ทราบในเบื้องต้น จะมีอาการที่แสดงออกมาประมาณนี้ แต่สิ่งที่อาจจะทำให้สร้างความวิตกกังวลให้ใครหลาย ๆ คน นั่นก็คือ บางคนที่พบว่าติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนนั้น ไม่ได้มีการแสดงอาการอะไรออกมา จึงทำให้อาจจะไม่รู้ตัวว่าติดเชื้ออยู่ ดังนั้นเพื่อน ๆ อาจจะต้องใช้วิธีการตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้น เพื่อที่จะได้ทราบและสามารถป้องกันและรักษาก่อนที่จะสายจนเกินไป ซึ่งวิธีเช็คหรือตรวจหาเชื้อทำได้ดังนี้

ใช้ชุดตรวจ ATK

ATK หรือ Antigen test kit คือชุดที่สามารถ ตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีวิธีการไม่ยากและสามารถตรวจเองได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ระยะเวลาในการตรวจจะใช้เวลาแค่เพียงประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น โดยในปัจจุบันชุดตรวจ ATK จะมีการตรวจหาเชื้อที่สามารถเลือกได้ 2 แบบ นั่นก็คือแบบตรวจหาเชื้อทางโพรงจมูก และการตรวจหาเชื้อจากน้ำลาย ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถหาซื้อชุดตรวจ ATK ได้ตามร้านขายยาทั่วไป

วิธีการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจหาทางโพรงจมูก

1. ฉีกซองที่บรรจุก้าน swab (ห้ามสัมผัสช่วงสำลีก่อนการเก็บตัวอย่าง) จากนั้นทำการสอดก้านเข้าไปในโพรงจมูก ที่จะต้องแทงลงไปด้านล่างหรือก็คือให้ปลายสำลีชี้เข้าติ่งหู หากแทงขึ้นถือว่าเป็นการตรวจที่ผิด

2. หมุนก้าน swab ในจมูกประมาณ 5–10 รอบทั้งสองข้าง

3. นำก้าน swab จุ่มลงไปในหลอดที่มีน้ำยาสกัดเชื้ออยู่ภายในหลอด และหมุนก้านสำลีในน้ำประมาณ 5-10 ครั้ง

4. นำน้ำที่อยู่ในหลอดน้ำยาหยดลงไปในแผ่นทดสอบประมาณ 3 หยด จากนั้นรอการแสดงผลจากเครื่องประมาณ 15-30 นาที

วิธีการใช้ชุดตรวจ ATK แบบตรวจหาทางน้ำลาย

1. บ้วนน้ำลายลงไปในหลอดเก็บตัวอย่าง

2. บีบน้ำยาสกัดลงไปในหลอดเก็บตัวอย่าง จากนั้นปิดฝาให้แน่นและคว่ำหลอดขึ้นลงประมาณ 10 ครั้ง

5. หยดน้ำลงไปในแผ่นทดสอบประมาณ 3 หยด จากนั้นรอการแสดงผลจากเครื่องประมาณ 15-30 นาที

การอ่านผลตรวจในชุดตรวจ ATK

ผลลบ (ไม่ติดเชื้อ) – แถบสีแดงจะปรากฎในตำแหน่งบริเวณอักษร C 1 ขีด

ผลบวก (ติดเชื้อ) – แถบสีแดงจะปรากฎในตำแหน่งบริเวณอักษร C และ T 2 ขีด

เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล

สำหรับใครที่ต้องการความแม่นยำในการตรวจหาเชื้อมากที่สุด ไม่ว่าเชื้อจะอยู่ในร่างกายมากหรือน้อยก็ตาม หรืออาจจะไม่มีอาการที่บ่งบอกว่ากำลังติดเชื้ออยู่นั้น สามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลเพื่อขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะมีวิธีการตรวจโดยใช้ Real Time PCR หรือ RT-PCR ในการตรวจ ผู้เข้าตรวจจะสามารถรู้ผลภายใน 2-3 วัน เนื่องจากจะต้องวัดผลจากห้องแล็ป

 

. . . . . . . . . .

สายพันธุ์ไวรัสที่ใกล้เคียงกับโอมิครอน

ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพจากมหาวิทยาลัยไซปรัส ประเทศไซปรัส ได้มีการรายงานว่าพบเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ที่มีการพัฒนามาจากสายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอนผสมกัน ซึ่งมีชื่อว่าเดลตาครอน (Deltacron) ในประเทศไซปรัสได้พบผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์เดลต้าครอนประมาณ 25 ราย

แต่การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าครอนยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเกิดการระบาดอีกครั้งหรือไม่ และไวรัสลูกผสมอย่างสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่นั้น ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างกรมอนามัยโลก (WHO) กันอยู่ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้อาจจะต้องมีการวิจัยและศึกษาข้อมูลของไวรัสพันธุ์นี้ นอกจากนี้อาจจะต้องสังเกตการณ์ว่าการแพร่ระบาดของว่าจะส่งผลกระทบกับร่างกายคนเรามากน้อยเพียงใด และระยะเวลาในการแพร่ระบาดจะรวดเร็วเหมือนกับโอมิครอนหรือไม่

. . . . . . . . . .

วิธีป้องกันตัวเองจากโอมิครอน

ในปัจจุบันวิถีการดำเนินชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์โรคระบาดอย่างโควิด-19 นั้น จะต้องมีการปรับตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่บางทีเราอาจจะไม่สามรถหลีกเลี่ยงไม่ออกไปเจอผู้คนเลยไม่ได้เสียทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ไปทำงาน เรียนหนังสือ ซื้อของในชีวิตประจำวันหรือกระทั่งไปเดินตามห้างสรรพสินค้า ดังนั้นนิวบ์จึงนำวิธีป้องกันตัวจากการติดเชื้อโควิด และรมไปถึงการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ ซึ่งการป้องกันตัวเองสามารถทำได้ดังนี้

สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกไปข้างนอก

เป็นวิธีขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องทำเมื่อจะต้องไปทำธุระข้างนอกหรือออกไปพบปะกับผู้คนอื่น ๆ การสวมหน้ากากอนามัยนั้นจะช่วยป้องกันให้เราลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ค่อนข้างดี

ล้างมือเป็นประจำ

การล้างมือจะช่วยทำความสะอาดและลดความเสี่ยงเวลาที่จะต้องหยิบจับอะไร เพราะบางทีเชื้ออาจจะติดอยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งการล้างมือนั้นสามารถล้างได้แบบสบู่ประเภทต่าง ๆ หรืออาจจะล้างมือด้วย

แอลกฮอล์

ทำความสะอาดของที่ต้องสัมผัสเป็นประจำ

การฉีดพ่นแอลกอฮอล์หรือการเช็ดถูสิ่งของที่เราอาจจะต้องสัมผัสบ่อย ๆ จะทำให้ป้องกันเชื้อโรคนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น มือถือ กระเป๋า หรืออาจจะเป็นพวกราวบันได พื้นห้อง เป็นต้น

หลีกเลี่ยงไปสถานที่ที่มีความเสี่ยง

การเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น พื้นที่ที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก พื้นที่ปิด อาจจะทำให้เราเสี่ยงต่อการติดโรคได้มากขึ้น ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ควรเดินทางไปยังสถานที่นั้นจะดีที่สุด

เว้นระยะห่าง

เชื้อโรคต่าง ๆ จะมีการแพร่กระจายได้ง่ายถ้าเราอยู่ใกล้กับผู้ป่วย ดังนั้นเวลาไปตามสถานที่ต่างๆควรเว้นระยะห่างไม่ว่าจะเป็นการยืน นั่ง ควรเว้นจากผู้อื่นประมาณ 1-2 เมตร จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงไปได้

ตรวจ ATK หรือไปโรงพยาบาลเมื่อมีความเสี่ยง

ถ้าใครจำเป็นที่จะต้องไปตามสถานที่เสี่ยงต่างๆ หรือมีอาการที่อาจจะเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด อาจจะต้องตรวจ ATK เพื่อหาเชื้อว่าเป็นหรือไม่ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจควรไปยังโรงพยาบาล

เข้ารับการฉีดวัคซีน

เป็นวิธีที่สามารถป้องกันเชื้อโควิดได้ดีที่สุด และนอกจากนี้วัคซีนยังป้องกันให้ผู้ที่ติดเชื้อมีอาการที่ไม่หนัก หรือทำให้เชื้อไม่ลงปอดได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นการเข้ารับการฉีดวัคซีนจึงเป็นสิ่งี่สำคัญ และถ้าจะให้ป้องกันสายพันธุ์โอมิครอนให้ได้ดีที่สุด ควรฉีดเพิ่มโดสหรือเข็มที่ 3 ตามระยะเวลาที่ทางกระทรวงสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลกำหนด จะทำให้ลดความเสี่ยงได้มากขึ้น

. . . . . . . . . .


ถึงแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังอยู่ในระดับที่มากอยู่ แต่นิวบ์เชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะสามารถปรับตัวและป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคสายพันธุ์ต่าง ๆ นี้ได้กันทุกคนนะคะ ดังนั้นการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาด หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี จำเป็นอย่างที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะคิดไม่ถึงกันเลยค่ะ แต่เพื่อน ๆ ก็ต้องระวังข่าวที่อาจจะมีการบิดเบือนหรือข่าวที่อาจจะไม่จริง จึงอาจจะต้องหาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้และมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลกันด้วยนะคะ


สุดท้ายนี้นิวบ์ก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความรู้เรื่องโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อโอมิครอนอาการต่าง ๆ การป้องกันตัวเอง และจะสามารถนำไปปรับใช้หรือเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ และการเดินทางช่วงนี้หรือไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นชุมชนควรหลีกเลี่ยงที่ที่เป็นสาธารณะ หากอยู่บ้านได้ก็ให้อยู่ตลอด และหมั่นใช้เจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ และลดการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นการเซฟที่ดียิ่งขึ้น และนิวบ์ก็ขอลากันไปก่อนนะคะ และในครั้งหน้านิวบ์จะนำเรื่องราวที่มีสาระน่ารู้ หรือบทความ Lifestyle ต่าง ๆ ที่มีความน่าสนใจแบบนี้มาฝากเพื่อน ๆ กันอีกบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารของเราทาง CondoNewb ที่นี่เลย