logo

          ก็ต้องยอมรับกันตรงๆ เลยครับ ว่า การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น เปลี่ยนวิถีชีวิตคนไปมาก โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่เคยทำงานแบบติดออฟฟิศ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปทำงานที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work From Home แทน เพราะในหลายๆ บริษัท ก็ต้องการที่จะลดความเสี่ยงด้านการติดเชื้อไวรัสของพนักงานที่นอกบ้านลง

          บ้าน ในความหมายของเรา นั่นแปลว่าสถานที่ที่เราจะสามารถพักผ่อนได้ทั้งกาย และใจ ถ้าที่ไหนเราอยู่แล้วรู้สึกสบายใจ ที่นั่นเราสามารถเรียกว่าบ้านได้เสมอ แต่ด้วยความขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านนั่นแหละครับ ที่อาจจะทำให้เราลืมอะไรบางอย่างไป ว่าบางทีเราอาจจะยังต้องทำงาน Work From Home อยู่ แค่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากที่ออฟฟิศ มาเป็นที่บ้านแทน และด้วยความที่เป็นบ้านนี่แหละทำให้เราต้องรุ้ข้อควรระวัง Work From Home ที่อาจจะทำให้การงานของเราหย่อนยานลง อาจจะทั้งด้านคุณภาพงานด้วย ด้านวินัยในการทำงานด้วย

          ฉะนั้นแหละ เพื่อไม่ให้บ้าน ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด กลายเป็นที่ๆ อันตรายที่สุดแล้ว เราจึงต้องมาปรับ Mindset เกี่ยวกับการทำงานแบบ Work From Home กันใหม่ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน 

Work From Home เวลาทำงานอย่าติดชิลล์

1. เวลาทำงานอย่าติดชิลล์

         ข้อนี้เป็นข้อควรระวัง Work From Home ที่สำคัญที่สุดเลยครับ เพราะคนเรามักจะคิดว่าการได้ทำงานที่บ้านนั้น เท่ากับการได้พักผ่อน นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดถนัดเลยครับ !!! ห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาด เพราะในความเป็นจริงแล้ว เรานั้นยังอยู่ในเวลางาน แค่เปลี่ยนที่ทำงานจากออฟฟิศมาเป็นที่บ้านแทนก็เท่านั้นเอง การทำงานแบบ ทำแป้ปๆ นอนพัก แป้ปๆ ดูซีรี่ส์สักตอนสองตอน อะไรแบบนี้นี่บอกเลยครับ อันตรายมาก อาจจะทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานตกลงไปได้ง่ายๆ เลย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ที่บ้านนั้นมีสิ่งยั่วยวน ดึงดูดใจเยอะกว่าการทำงานที่ออฟฟิศมากมายนั่นเอง

          และทางที่ดี ก็ยังไม่ใช่ทางลาดยาง แต่เป็นการ ทำทุกอย่างให้เหมือนอยู่ออฟฟิศ เคยทำงานที่ออฟฟิศได้ประสิทธิภาพเท่าไหร่ อยู่บ้านก็ควรทำได้เท่านั้น เริ่มจากการตื่นแต่เช้า แล้วทำตัวเองให้สดชื่น อาจจะอาบน้ำก็ได้ หรือวิ่งสัก 15-30 นาที แล้วค่อยทำงานก็ได้ ก็จะทำให้ตัวเองตื่นตัว และพร้อมทำงานได้ ส่วนถ้าจะพัก ก็พักแค่พอประมาณก็พอ แล้วค่อยลุยงานต่อ และอย่าลืม จัดโซนทำงาน ให้แบ่งแยกชัดเจนกับโซนพักผ่อนด้วย จะได้มีสมาธิในการทำงานมากยิ่งขึ้น แล้วพอถึงเวลาเลิกงาน ก็ค่อยพักผ่อน หรือจะดูพัคแซรอยให้เต็มที่ไปเลยก็ได้ 

ทำงานที่บ้าน อย่ามัวแต่ซื้อของออนไลน์ ระวังเงินหมดไม่รู้ตัว

2. อย่ามัวแต่ซื้อของออนไลน์ ระวังเงินหมดไม่รู้ตัว

          ก็อยู่บ้านเหงาๆ แหละ เลยไถมือถือทำนั่นทำนี่ไปเรื่อยๆ ดูของซื้อของขายออนไลน์ไปเรื่อย ไหนจะของมันต้องมีอีก แค่แป้ปๆ อ้าว เงินหมดบัญชีเฉยเลย ยังไงก็ตาม ถึงแม้ว่าช่วงที่เรา Work From Home เราจะไม่ได้ออกไปไหน มีรายจ่ายค่าเดินทางไม่มากก็จริง แต่เราต้องอย่าลืมข้อควรระวัง Work From Home ในตอนนี้ สภาพเศรษฐกิจเป็นยังไงบ้าง มีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มากน้อยเท่าไหร่ หรือเราเองก็อาจจะต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ การถูกปรับลดฐานเงินเดือน หรือ Leave Without Pay ได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การเก็บเงินเอาไว้ให้มากที่สุด จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่สามารถใช้รองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดได้ทุกเมื่อ 

Work From Home กินเยอะไป ระวังแก้มน้องนางจะบวมกว่าใคร

3. กินเยอะไป ระวังแก้มน้องนางจะบวมกว่าใคร

          ข้อควรระวัง Work From Home อีกอันที่ต้องเตือนตัวเองเสมออยู่บ้านมันก็เหงาแหละ เหงาปากด้วย เหงาใจด้วย และนี่จะเป็นอีกครั้งที่เทคโนโลยีทำร้ายเรา ในเมื่อร้านอาหารต่างก็ปิดในช่วงเวลาแบบนี้ เราก็ต้องสั่งอาหารแหละ ใช่มั้ยล่ะ และเมื่อเราเริ่มไถหน้าจอมือถือดูร้านอาหาร นั่นแหละ จุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้ทรู เพราะเราจะเจอร้านที่น่ากินเต็มไปหมด ร้านนั้นก็น่ากิน ร้านนี้ก็น่ากิน สุดท้ายแล้ว ก็จะกลายเป็นว่าเราสั่งอาหารนั่นนี่เต็มไปหมด แล้วไหนจะค่าอาหาร ไหนจะค่าส่งอีก บอกเลยว่าเปลืองเงินมากๆ (นิวบ์เจออาหาร 30 บาท ค่าส่ง 200 บาท ปิดแอปเลย) แถมนอกจากจะเปลืองเงินแล้ว ยังทำให้เราอ้วนอีกด้วย เพราะการที่เราทำงานที่บ้านนั้น จะตัดขั้นตอนการเดินทางจากบ้าน ไปยังออฟฟิศออกไป และการเคลื่อนไหวตัวเองที่บ้านก็ยังน้อยกว่าออฟฟิศอีกด้วย ก็มันไม่ต้องลุกไปไหนจริงๆ ใช่มั้ยล่ะ ดังนั้น เมื่อการเคลื่อนไหวน้อยลง การใช้พลังงานก็จะน้อยลง พลังงานที่ไม่ได้ใช้ หรือไม่ได้เผาผลาญ ก็จะถูกเก็บไว้เป็นไขมัน และเมื่อนั้นแหละ แก้มน้องนางก็จะบวมกว่าใคร เดินลงบันไดทีก็แทบจมพสุธาเลยทีเดียวครับ

          แต่ก็อยากจะแนะนำนิดนึงนะครับ เพื่อการป้องกันปัญหานี้ การออกกำลังกาย ก็พอจะช่วยได้อยู่ครับ แต่ในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ ไม่อยากออกจากบ้านกันใช่มั้ยล่ะ ก็ไม่ยากเลยครับ ให้เราออกกำลังกายในห้องของเราเองก็ได้ครับ ก็พอช่วยได้บ้างเช่นกันครับ

อย่าให้ความคิดถึงทำร้ายใจ อย่าให้ความห่างไกลทำร้ายกัน

4. อย่าให้ความคิดถึงทำร้ายใจ อย่าให้ความห่างไกลทำร้ายกัน

          มันก็มีบ้างแหละครับ สำหรับคู่รัก ที่อาจจะไม่เคยห่างกันมากสักเท่าไหร่ อาจจะรู้สึกเหงา เมื่อต่างคนต่างต้องกักตัว จะให้มาเจอกัน กินข้าว ดูหนัง เดินเล่น ช็อปปิ้งด้วยกัน มันก็คงไม่ใช่ตอนนี้ ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ความสัมพันธ์ของบางคู่นั้นจืดจางลงได้ และถึงแม้ในสมัยนี้ จะมีการคุยแบบเห็นหน้าอย่าง Video Call แล้ว แต่มันก็ไม่ได้ฟีลเท่ากับตอนเจอกันต่อหน้ารึเปล่าล่ะ ใช่มั้ย

          ในสถานการณ์ตอนนี้ที่เราต้อง Work From Home บอกเลยว่าไม่ปกติมาก เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เราจะนำไวรัสไปติดใคร หรือใครจะนำไวรัสมาติดเราได้รึเปล่า ดังนั้น การอยู่ห่างๆ กันนั่นแหละ จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ เรียกว่า “การอยู่ห่างกันเพื่อกันและกัน” น่าจะดี และในฐานะคนที่มี ความสัมพันธ์แบบ LDR (Long Distance Relationship) มาตลอด อยากแนะนำให้ลองฟังเพลง 149.6 ของ Bodyslam ดู เป็นเพลงของคนมีความสัมพันธ์ในระยะไกล “มันคือความห่างไกลที่ใกล้ที่สุดแล้ว ถึงรักมากมายเพียงไหน เธอทำให้ชีวิตฉันยังหายใจ ได้เรียนรู้ยอมรับความเป็นจริง” แล้วทุกคนจะเข้าใจ และยอมรับถึงความห่างไกลนี้ได้ ทำให้เห็นคุณค่าของความคิดถึง แล้วคุณจะรู้สึกขอบคุณระยะทาง ที่ทำให้มีความหมาย ทำให้ยังหายใจ “ทำให้มีชีวิต”

Work From Home หนักอย่าลืมรักตัวเองให้มากๆ

5. อย่าลืมรักตัวเองให้มากๆ

เราจะรักใครได้ ถ้าเราไม่เริ่มจากการรักตัวเองก่อน เราต้องพึงระลึกไว้เสมอ ว่าในสถานการณ์ COVID-19 ที่เราต้อง Work From Home ตอนนี้ ไม่มีความปลอดภัยใดๆ เลย โดยเราจะต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดี ล้างมือให้สะอาด อย่าประมาท และป้องกันตัวเองตลอดเวลา เพราะเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่เราจะกลายเป็น คนโชคร้าย ที่โดนสาปไว้ ให้ติดเชื้อ COVID-19 ดังนั้น เราเองก็ต้องรักตัวเอง ดูแลตัวเองให้มากๆ เพื่อการมีชีวิตในการทำตามความฝันของตัวเองต่อไปในวันพรุ่งนี้ และวันต่อๆ ไป

เราต้องปรับตัวและตระหนักเสมอนะครับว่าข้อควรระวัง Work From Home อาจจะส่งผลกับงานและชีวิตเราได้ ยังไงทำงานอยู่บ้านเราก็ต้องตั้งใจ มีสติ ทำงานสู้โควิด-19 กันไปเลยครับ แล้ว Condonewb จะหาเรื่องราวการใช้ชีวิตคอนโดดีดีมามอบให้เพื่อนๆ ทุกคนเสมอรอติดตามด้วยนะครับ

Written by NewbTOP