logo

ปัจจุบันเทรนด์การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า แทนรถใช้น้ำมันแบบเดิม ๆ กำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยของเรา ส่วนหนึ่งก็เพราะทุกประเทศต่างตระหนักถึง ผลจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รถยนต์ไฟฟ้า จึงได้กลายเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือก ที่ตอบโจทย์ถึงทิศทางการใช้พลังงานสะอาด เพื่อร่วมผลักดันให้โลกเข้าสู่ยุค Low Carbon Society โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่คาดกันว่าภายใน 1-2 ปีที่จะถึงนี้ จะมีความต้องการใช้รถ EV หรือรถยนต์ใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น วันนี้เราจะพาไปดูข้อดีข้อเสียต่าง ๆ รวมถึงแนวโน้มทางการตลาด กับส่องเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 2022 รถยนต์พลังงานทางเลือก สำหรับคนยุคใหม่

รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร

รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ EV (Electric Vehicle) หมายถึง การขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์ โดยจะชาร์จเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขับเคลื่อนรถยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ค่อนข้างเงียบ ไม่มีการปล่อยไอเสียจากการเผาผลาญพลังงาน ปัจจุบันรถยนต์ EV แบ่งออก เป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. รถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด หรือ Hybrid Electric Vehicle : HEV

มีทั้งระบบใช้น้ำมันและระบบไฟฟ้ารวมอยู่ด้วยกัน การขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ สามารถสลับวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ระยะทางประมาณหนึ่ง ระบบไฮบริดจะชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ทุกครั้งที่เหยียบเบรค หรือที่เรียกว่า Regenerative Breaking โดยสามารถนำพลังงานที่เก็บไว้ มาใช้ในภายหลังเพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ รถประเภทนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่า รถแบบที่ใช้เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว

2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน ไฮบริด หรือ Plug-in Hybrid : PHEV

รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด จะคล้ายกับรถยนต์แบบไฮบริด คือ สามารถใช้ได้ทั้งระบบไฟฟ้าและระบบน้ำมัน จะแตกต่างกันที่ระบบปลั๊กอินไฮบริด สามารถชาร์จไฟจากภายนอกผ่านสายชาร์จ หรือ Plug-in เข้าแบตเตอรี่ได้ พลังงานสามารถวิ่งไปได้ประมาณ 20-50 กิโลเมตร พอพลังงานแบตเตอรี่หมด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด PHEV ก็จะกลับไปทำงานแบบรถไฮบริด (HEV)

3. รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle : EV

รถยนต์ไฟฟ้า 100% เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนเพียงระบบเดียวเท่านั้น ไม่มีเครื่องยนต์ มีเพียงแบตเตอรี่ มอเตอร์ขนาดใหญ่ และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า โดยจะแปลงพลังงานแบตเตอรี่ไปเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ ส่งต่อเข้ามอเตอร์ขับเคลื่อน รถยนต์ไฟฟ้า EV สามารถชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ ผ่านที่ชาร์จภายในบ้าน หรือตามสถานีชาร์จไฟ โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง ในแบบชาร์จปกติ และ 2-4 ชั่วโมง ในการชาร์จผ่านแบบเร็ว

4. รถยนต์ไฟฟ้าแบบอี-พาวเวอร์ หรือ E-Power

ระบบอี-พาวเวอร์ จะเป็นการผสมผสานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า และระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หลักการทำงานคล้ายกับรถยนต์ระบบไฮบริด คือ มีทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่จะแตกต่างกันที่ ระบบอี-พาวเวอร์ขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กช่วยปั่นกระแสไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานให้แบตเตอรี่

5. รถพลังงานไฮโดรเจน หรือ Fuel Cell Electric Vehicle : FCEV

เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกประเภทหนึ่ง ระบบจะทำงานโดยใช้พลังงานสะอาด โดยจะมีแผงเซลล์เก็บไฮโดรเจนในรูปแบบของเหลว ซึ่งจะแปลงไฮโดรเจนเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ จากนั้นพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ จะส่งต่อไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์

. . . . . . . . . .

ข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้ามีอะไรบ้าง

จากความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทิศทางตลาดรถยนต์ใช้ไฟฟ้าในอนาคต บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายราย จึงหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และขีดความสามารถของรถยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อส่งเข้าแข่งขันในตลาดรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ กันอย่างคึกคัก แต่โดยภาพรวมสำหรับรถไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน ยังมีข้อดีข้อเสีย เมื่อเทียบกับรถใช้พลังงานน้ำมัน ดังนี้

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

  • ค่าชาร์จไฟฟ้าถูกกว่าราคาน้ำมันค่อนข้างมาก
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องเสียเงินเติมน้ำมันในราคาที่ขยับตัวสูงขึ้น
  • ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าซ่อมบำรุงต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำมันเครื่อง ค่าดูแล ค่าอะไหล่เครื่องยนต์ที่สึกหรอได้ง่าย
  • เครื่องยนต์ค่อนข้างเงียบเนื่องจากเป็นระบบสันดาปภายใน ไม่มีการเผาไหม้ ทำให้มีเสียงรบกวนน้อย สามารถควบคุมอัตราเร่งได้ตามที่ต้องการ
  • ไม่มีการปล่อยมลพิษออกจากท่อไอเสีย เพราะไม่มีเครื่องยนต์ ไม่สร้างมลภาวะ เป็นมิตรและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
  • ในอนาคตสามารถติดตั้งจุดชาร์จที่บ้านได้ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคิวเติมน้ำมัน หรือสถานีชาร์จไฟ
  • หน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุน ตามนโยบายสิ่งแวดล้อม เช่น มีส่วนลดราคารถยนต์ ภาษี สิทธิพิเศษอื่น ๆ
  • เทคโนโลยีทันสมัยก้าวหน้า ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

  • ระยะเวลาในการชาร์จไฟนานกว่าการเติมน้ำมัน และปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้ายังมีจำนวนไม่เพียงพอ และไม่ทั่วถึง
  • ระยะทางในการขับขี่ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ยังมีระยะทางที่ไม่มากพอ สาเหตุหลัก ๆ จากปริมาณความจุพลังงานของแบตเตอรี่ รวมไปถึงประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน
  • แบตเตอรี่ยังมีราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูงตามไปด้วย รถยนต์ไฟฟ้า ราคาถูกที่มีอยู่ ก็ยังตอบสนองการใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • อู่ซ่อมที่มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมรถยนต์ใช้ไฟฟ้ายังไม่เพียงพอรองรับ หากระบบไฟฟ้าเกิดปัญหาต้องเข้าศูนย์บริการดูแลเท่านั้น
  • ค่าบริการชาร์จไฟฟ้าตามสถานีชาร์จไฟฟ้า ยังมีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการติดตั้งจุดชาร์จเองที่บ้าน แต่สำหรับคนพักอาศัยคอนโดมิเนียม จุดบริการชาร์จยังนับว่ามีทางเลือกน้อยมาก

. . . . . . . . . .

จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีที่ไหนบ้าง

เทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรง ทำให้สถานีชาร์จไฟจึงเป็นความจำเป็น ที่จะต้องมีให้เพียงพอกับความต้องการ ปัจจุบันอัตราค่าบริการการชาร์จไฟฟ้าจะมีค่าบริการแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง Peak อัตรา 7.598 บาทต่อหน่วย และช่วง Off-Peak อัตรา 4.1972 บาทต่อหน่วย ส่วนจุดชาร์จไฟฟ้าที่สำคัญ ๆ ที่หน่วยงาน องค์กร เปิดให้บริการมีดังนี้

1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) หรือ PTT

เปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หลายจุดด้วยกัน เช่น

  • ปตท.สาขาพหลโยธิน กม.25
  • สาขาวงแหวนกาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน
  • สาขาพัฒนาการขาออก
  • สาขาหนองแขม
  • สาขาแยกหาดจอมเทียนพัทยา
  • สาขาแยกประชาอุทิศ-ลาดพร้าว
  • สาขาทุ่งครุ
  • สาขาพระราม 2 ขาออก
  • สาขาราชพฤกษ์ 1
  • สาขาเอกมัย-รามอินทรา
  • สาขาลาดพร้าว-วังหิน
  • สาขานวลจันทร์
  • สาขามัยลาภ
  • สาขาราษฎร์บูรณะขาออก
  • สาขาประชาชื่น 2
  • สาขาวงแหวนตะวันตกขาเข้า
  • สาขาคลองหลวง กม.6
  • สาขาแยกสันติสุข
  • สาขาพระราม 2 ขาเข้า
  • สาขาพุทธมณฑล สาย 4
  • สาขาพุทธมณฑล สาย 5
  • สาขาวังน้อย
  • สาขาบางปะอิน
  • สาขาสระบุรี
  • สาขาโรงแยกก๊าซระยอง
  • สาขาตำบลมาบข่า
  • สาขาเมืองขอนแก่น
  • สาขาสารภี
  • สาขาหาดใหญ่ในขาออก

2. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถค้นหาสถานีชาร์จได้ง่าย ๆ จากแอปพลิเคชัน MEA EV ซึ่งจะช่วยให้ค้นหาได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดย MEA เปิดสถานีให้บริการในสาขาต่าง ๆ ดังนี้

  • กฟน.สำนักงานใหญ่
  • สำนักงานเพลินจิต
  • เขตวัดเลียบ
  • เขตสามเสน
  • เขตบางเขน
  • เขตบางขุนเทียน
  • เขตลาดกระบัง
  • เขตบางใหญ่
  • เขตสมุทรปราการ
  • เขตราษฎร์บูรณะ
  • เขตธนบุรี
  • เขตที่ทำการบางพูด
  • 7-11 สาขาบ้านสวนลาซาล (ร่วมกับ CP Oil)
  • 7-11 สาขาศรีนครินทร์ (ร่วมกับ CP Oil)
  • 7-11 สาขา สน.บางขุนนนท์ (ร่วมกับ CP Oil)

3. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA

เปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA มีจุดชาร์จไฟฟ้า ดังนี้

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ 1 สถานี
  • สายภาคเหนือ เส้นทางกรุงเทพ-พระนครศรีอยุธยา 2 สถานี
  • สายภาคใต้ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน 4 สถานี
  • สายภาคตะวันออก เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา 3 สถานี
  • สายภาคตะวันตก เส้นทางกรุงเทพ-นครปฐม 1 สถานี

4. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGAT

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีทั้งสถานีแบบ Quick Charge และ Normal Charge ดังนี้

  • กฟผ. สำนักงานกลาง ศูนย์การเรียนรู้
  • สำนักงานกลาง กฟผ.จ.นนทบุรี
  • โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  • โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง
  • โรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น
  • โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
  • โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา
  • โรงไฟฟ้าลำตะคอง จ.นครราชสีมา
  • โรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี

5. บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA Anywhere

เป็นสถานีชาร์จของกลุ่มบริษัทเอกชนที่รวมตัวกัน เช่น คาลเท็กซ์ ซีพี ออลล์ บริดจสโตน เอทีซี โรบินสัน โดยเปิดให้บริการทั่วประเทศมากมายกว่า 400 สถานี โดยเปิดเป็นสถานีแบบ DC Fast Charge ดังนี้

  • สถานี Big C สุขาภิบาล 3
  • คาลเท็กซ์ Susco บางใหญ่ และไทรน้อย
  • บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส
  • อาคารอาคเนย์ประกันภัย
  • โรงพยาบาลพระราม 9
  • สถานี Bizzo Bangna
  • The Explace Mall
  • The Walk
  • The Visda Park
  • East Park
  • One One Food Avenue
  • Market Place สนามบินน้ำ
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
  • มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
  • NIDA
  • สถานี MG จันทบุรี
  • สถานี MG อุดรธานี
  • สถานี MG บุรีรัมย์
  • สถานี MG นางรอง
  • สถานี MG นครพนม
  • สถานี MG มหาสารคาม
  • สถานี MG เลย
  • สถานี MG หนองบัวลำภู
  • สถานี MG อำนาจเจริญ
  • สถานี MG อุบลราชธานี
  • Escape Khao Yai Hotel
  • Eastern Group ซอยโยธินพัฒนา 3 แยก 2
  • B Autohaus ถนนวิภาวดีรังสิต
  • Saksit Alloy Group
  • บริษัท 909 มหาคุณ

6. คอนโดมิเนียมต่าง ๆ เช่น

  • Royce Privata Residences สุขุมวิท 23
  • Taka Haus เอกมัย
  • Niche Mono สุขุมวิท-แบริ่ง
  • IDEO สาทร วงเวียนใหญ่
  • The Reserve Phaho-Pradipat
  • The Line Jatujak-Mochit
  • Life Sukhumvit 62
  • Centric Ratchayothin

. . . . . . . . . .

รูปแบบการให้บริการชาร์จไฟฟ้าในประเทศไทย

สถานีการให้บริการชาร์จรถไฟฟ้า แบ่งออกเป็นรูปแบบการชาร์จที่แตกต่างกันไปดังนี้

  • ระบบ DC Quick Charger หรือ Fast Charge เป็นการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง จะใช้ระยะเวลาชาร์จประมาณ 40-60 นาที สามารถชาร์จพลังงานแบตเตอรี่ได้ถึง 80%
  • ระบบ Double Speed Charge เป็นแบบเครื่องชาร์จ Wall Box เป็นระบบ AC Charging หรือไฟฟ้ากระแสสลับ จะมีลักษณะเป็นตู้ผนัง สามารถนำไปติดตั้งที่บ้าน หรือห้างสรรพสินค้าได้ ใช้เวลาในการชาร์จ 4-7 ชั่วโมง
  • ระบบ Normal Charge คือ แบบที่สามารถชาร์จไฟตรงจากเต้ารับในบ้านได้เลย โดยบ้านจะต้องติดตั้งมิเตอร์ไฟขั้นต่ำขนาด 15(45)A และต้องติดตั้งเต้ารับสำหรับชาร์จไฟโดยตรง เป็นการชาร์จแบบ AC Charging ใช้เวลาชาร์จนานประมาณ 12-15 ชั่วโมง

. . . . . . . . . .

แนะนำ 10 รถยนต์ไฟฟ้า 2022 รุ่นไหนคุ้มค่าน่าใช้งาน

รถยนต์ไฟฟ้า 2022 รุ่นไหนดี

1. New MG EP

รถยนต์ไฟฟ้า New MG EP

รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ที่มาแรงมาก ๆ มาพร้อมเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น ฟังก์ชันตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ระบบเบรกไฟฟ้า Kers Mode ชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่เมื่อมีการชะลอรถ ที่ปรับตั้งค่าได้ถึง 3 ระดับ ระบบป้องกันรถไหลโดยไม่ต้องเหยียบเบรก แบตเตอรี่คุณภาพมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น ระดับ IP67 ความจุ 50.3 kWh ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางไกล 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 15 นาที New MG EP รถยนต์แห่งอนาคต ที่ช่วยให้สัมผัสความประหยัด ความปลอดภัย และฟังก์ชันขั้นสุด ในราคาไม่ถึงล้าน

ราคา 988,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม New MG EP 

. . . . . . . . . .

2. TESLA Model 3 Standard Range Plus

รถยนต์ไฟฟ้า TESLA Model 3

แบรนด์ผู้บุกเบิกนวัตกรรมรถยนต์ใช้ไฟฟ้า จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ระบบ Auto pilot ระบบช่วยขับที่ทำงานกับกล้องรอบตัวรถ เรดาร์และเซ็นเซอร์ ที่มีการประมวลผลอย่างแม่นยำ Model 3 Standard Range Plus มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion ความจุ 60 kWh ให้กำลังสูงสุดถึง 275 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางไกล 386 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ระยะเวลา 5 ชั่วโมง 30นาที รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ TESLA ได้รับการยอมรับเรื่องความปลอดภัยสูง จากโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแรงทนทาน

ราคา 2,500,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม TESLA Model 3 

. . . . . . . . . .

3. Ora Good Cat

รถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat

อีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เข้ามาเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ของรถยนต์ที่มีความน่ารักสวยงาม ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 105 kW ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 47.8 kWh วิ่งได้ระยะทาง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 152 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Ora Good Cat มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนได้สะดวกสบาย หน้าจอ Interactive Double Screen ความละเอียดสูง การขับขี่แบบดิจิตอล Full TFT ระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว มั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ระบบช่วยจอด และเกียร์ระบบ Electronic Shifter เบาะไฟฟ้าแบบปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง Sitting Position Record

ราคา 989,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม Ora Good Cat 

. . . . . . . . . .

4. Nissan Leaf

รถยนต์ไฟฟ้า Nissan Leaf

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ดีไซน์สวยงามโฉบเฉี่ยวจากแบรนด์ Nissan โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี e-Pedal สามารถเร่งและเบรกได้ในคันเร่งเดียวกัน สามารถปิด-เปิดฟังก์ชันในการใช้งานได้โดยสะดวก แบตเตอรี่ขนาดความจุ 40 kWh ที่ทาง Nissan บอกว่าสามารถใช้งานได้นานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ให้กำลังสูงสุด 149 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ภายในห้องโดยสายของ Nissan Leaf ดีไซน์แบบสปอร์ต กว้างขวาง นั่งสบาย ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี

ราคา 1,990,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม Nissan Leaf 

. . . . . . . . . .

5. Audi e-Tron Sportback 55 quattro S line

รถยนต์ไฟฟ้า Audi e-Tron Sportback

รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ แบรนด์รถยนต์ชื่อดังจากประเทศเยอรมนี สวยงาม หรูหรา กว้างขวางนั่งสบาย มอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบตเตอรี่ขนาดความจุ 95kWh ให้กำลังสูงสุด Boost Mode มากถึง 408 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางไกล 463 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ระยะเวลา 4 ชั่วโมง 30 นาที Audi e-Tron Sportback 55 quattro มาพร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติ Single Gear ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 Wheel Drive พร้อมลุยทุกสภาพถนน อุปกรณ์มาตรฐาน ฟังก์ชันล้ำยุค ด้วยระบบความปลอดภัยเช่น กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง เซ็นเซอร์รอบรถ ระบบล็อกเบรกขณะรถหยุดนิ่ง

ราคา 5,099,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม Audi e-Tron 

. . . . . . . . . .

6. Toyota bZ4X

รถยนต์ไฟฟ้า Toyota bZ4X

รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลาง ๆ แบรนด์รถยนต์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบ 100% มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4 Wheel Drive แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 71.4 kWh วิ่งได้ระยะทางไกล 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง Toyota bZ4X มาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดีย TFT แบบเต็มระบบ ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android สามารถสั่งผ่านมือถือสมาร์ตโฟนพร้อมฟังก์ชันล้ำ ๆ มากมาย เช่น ระบบจอดรถอัตโนมัติ สั่งเปิดแอร์ล่วงหน้า สั่งล็อกประตูรถทางไกล และระบบหลังคา Solar roof มั่นใจในการขับขี่ ด้วย Toyota Safety Sense 3.0 ระบบควบคุมความปลอดภัย ป้องกันการชน ตรวจจับคนปั่นจักรยาน แผงกั้นถนน ตรวจจับเส้นแบ่งเลนใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ราคา 1,900,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม Toyota bZ4X 

. . . . . . . . . .

7. LEXUS UX 300e

รถยนต์ไฟฟ้า  LEXUS UX 300e

รถยนต์ไฟฟ้าแบบสปอร์ตจากแบรนด์รถยนต์คุณภาพระดับพรีเมียม LEXUS รุ่น UX 300e ที่ออกแบบด้วยการผสานดีไซน์นวัตกรรมควบคู่กับความเรียบหรูล้ำสมัย ขนาดแบตเตอรี่ Lithium-Ion ความจุ 54.3kWh อัตราเร่งแรงให้กำลังสูงสุดมากถึง 201 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางไกล 360 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ระยะเวลา 6 ชั่วโมง 5 นาที การตกแต่งภายในห้องโดยสารของ UX 300e โดดเด่นอีกระดับด้วยเกียร์และแป้นเกียร์โครเมียมซาติน เติมเต็มด้วยฟังก์ชันความปลอดภัยมากมาย เช่น ระบบ Lane Departure Alert ใช้กล้องหน้าจับเส้นแบ่งเลน ปรับทิศทางการขับ Re-Collision System เซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจจับสิ่งกีดขวาง Adaptive Cruise Control ระบบชาร์จไฟไร้สาย

ราคา 3,490,000บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม LEXUS UX 300e 

. . . . . . . . . .

8. HYUNDAI IONIQ Electric

รถยนต์ไฟฟ้า HYUNDAI IONIQ Electric

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Sedan 4 ประตู จากแบรนด์รถยนต์คุณภาพจากประเทศเกาหลี ออกแบบขนาดมาสำหรับขับขี่ในเมือง มีความคล่องตัวสูง สมรรถนะดีเยี่ยมหัวชาร์จแบบ CCS Combo - Type 2 (7-pin) รองรับการชาร์จ 3 แบบ แบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer ความจุ 28kWh ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางไกล 280 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในระยะเวลา 4 ชั่วโมง 25 นาที HYUNDAI IONIQ Electric มาพร้อมฟังก์ชันทันสมัยมากมาย เช่น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ป้องกันการชน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน หากพบว่ารถกำลังออกนอกเลน หรือขณะเข้าโค้ง ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา

ราคา 1,749,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม HYUNDAI IONIQ Electric 

. . . . . . . . . .

9. KIA Soul EV

รถยนต์ไฟฟ้า KIA Soul EV

รถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ขนาดพอเหมาะ ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% สมรรถนะในการขับขี่ถือว่าดีเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer ความจุ 64kWh ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางไกล 452 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในระยะเวลา 9 ชั่วโมง 35 นาที ภายในของ KIA Soul EV ดีไซน์แบบสปอร์ต ให้ความทันสมัย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Sun Roof สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น ควบคุมการขับขี่ด้วยระบบ ESP (Electronic Stability Program) ระบบ TRC (Traction Control) ป้องกันล้อหมุนฟรี หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ระบบจอแสดงผลบนกระจกหน้ารถ ขนาด 8 นิ้ว ระบบ Sound Mood Lighting ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยรถ

ราคา 2,387,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม KIA Soul EV 

. . . . . . . . . .

10. Mini Cooper SE

รถยนต์ไฟฟ้า  Mini Cooper SE

รถยนต์ไฟฟ้ามินิ แบรนด์รถยนต์ยอดนิยมจากประเทศอังกฤษ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบทูโทน กระจังหน้าแบบปิดทึบ โดดเด่นด้วยไฟท้ายอันเป็นเอกลักษณ์รูปทรงธง Union Jack ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพจาก BMW ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Lithium-Ion 12 modules ความจุ 32.6 kWh รองรับการชาร์จหลายรูปแบบทั้งไฟบ้าน AC และ DC Quick Charge ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล 270 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง Mini Cooper SE มาพร้อมระบบ DSC ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและการขับขี่ โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 รูปแบบ ระบบจัดการพลังงาน Regenerative Brake ระบบ Comfort Access หน้าจอมาตรวัด Digital ดีไซน์ Black Panel ขนาด 5.5 นิ้ว

ราคา 2,290,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม Mini Cooper SE 

. . . . . . . . . .

รถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicle หรือรถยนต์ EV มีแนวโน้มความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะเทรนด์การใช้พลังงานทดแทน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังเป็นเทรนด์ของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จะเห็นได้จากบริษัทแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ ต่างทยอยกันเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เข้าสู่ตลาดหลากหลายรุ่น เมื่อบวกกับการใช้รถยนต์แบบเดิม ๆ ที่ราคาน้ำมันมีราคาแพงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คนต่างหันมาให้ความสนใจกับรถยนต์พลังงานทางเลือก ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ดีกว่านั่นเอง ในอนาคต 1–2 ปี นับจากนี้ คาดกันว่าทั้งปริมาณการใช้รถยนต์ไฟฟ้า สเปกของแบตเตอรี่ที่มีการพัฒนาให้มีความจุมากขึ้น ใช้งานได้นานมากขึ้น ก็จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์แห่งอนาคตที่แท้จริง

อ่านบทความเกี่ยวกับรถไฟฟ้าอื่น ๆ เพิ่มเติม

สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อจักรยานไฟฟ้าในปี 2022

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน 

ควรรู้ รถยนต์ไฟฟ้า ดีแค่ไหน สะดวกไหมถ้าใช้ในไทยตอนนี้ 

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ในปี 2022 วิ่งได้ไกล และคุ้มค่าเงินที่สุด