logo

          สายเหล้าบ๊วยดอง มากองกันทางเน้! ถึงบางคนปกติไม่กินเหล้า แต่ถ้าพูดถึงเหล้าบ๊วยหลายคนก็กลับรู้สึกว่าอยากลองชิม และอยากลองดองเหล้าบ๊วยเองดูบ้าง เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะซอฟท์กว่าเหล้าผลไม้ทั่วไปที่หาซื้อได้ในท้องตลาด อีกทั้งในโซเชียลช่วงที่ผ่านมาก็มีกระแสที่หลายคนดองเหล้าบ๊วยไว้กินเองที่บ้านกันเยอะขึ้น แบบไม่ผิดกฎหมาย มีสูตรดองเหล้าบ๊วย วิธีดองเหล้าบ๊วยที่สามารถหาได้ง่าย ๆ สำหรับใครที่เป็นนักดื่มเราว่าต้องลอง ดองเหล้าบ๊วย ด้วยตัวเองดูสักครั้งในชีวิต ส่วนจะดองออกมาแล้วรสชาติเป็นยังไง ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีค่ะ ว่าแล้ววันนี้เรามาดูวิธีดองเหล้าบ๊วยแบบญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ว่าจะมีขั้นตอนอย่างไร แต่รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถคุณแน่นอนค่ะ

ต้นกำเนิดเหล้าบ๊วย

          ก่อนจะไปดูวิธีดองเหล้าบ๊วย มาทำความรู้จักกับต้นกำเนิดของเหล้าบ๊วย หรือ อุเมะชู (Umeshu ) กันก่อน ว่ากันว่า...วัฒนธรรมการดื่มของคนญี่ปุ่นค่อนแข็งแรงมากอยู่แล้ว คือคอแข็งนั่นเอง ซึ่งคำว่า ‘ดื่ม’ หรือ Nomu ในภาษาญี่ปุ่นแปลได้อีกความหมายว่า ‘การสื่อสาร’ อาจคล้ายว่าเหล้าเนี่ยเป็นสื่อกลางให้กลุ่มคนคุยกัน สนิทกัน มันเลยไม่ใช่สิ่งผิดหรือบาปหรือไกลตัวอะไร เพราะแม้แต่พิธีกรรมทางศาสนา (พุทธ นิกายชินโต) เองก็อนุญาติให้เหล้าเข้าร่วมอยู่บ่อย ๆ และในสังคมแห่งการดื่มของคนญี่ปุ่น มีเหล้าอยู่ตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะดื่มง่าย ดีกรีไม่แรง เหมาะสำหรับดื่มยาว ๆ ในคืนหนาวเหน็บ นั่นก็คือ สาเก (Sake ) นั่นเองค่ะ นอกจากจะใช้ดื่มกินกันกับเพื่อนฝูงแล้ว ยังเป็นเครื่องปรุงสำคัญในอาหารญี่ปุ่นเกือบทุกประเภท เรียกว่ามีติดบ้านไม่ต่างจากน้ำปลาในครัวไทยเลยค่ะ

          ทีนี้ก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อโซจูจากเกาหลีได้เข้ามาในญี่ปุ่นจากการนำพาของพ่อค้าและทหาร และกลายเป็นทางเลือกที่ราคาถูกกว่าสาเกหลายเท่า ดีกรีก็ไม่แรง รสชาติก็ดี กินได้เรื่อย ๆ เหมือนกันอีกต่างหาก แต่ก็อย่างว่านะคะ หากจะให้ลูกพระอาทิตย์เค้าเทใจไปดื่มเหล้าจากเกาหลีก็ชวนให้ตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง คนญี่ปุ่นเลยดัดแปลงให้โซจูสามารถนำไปหมักกับผลไม้ตามฤดูกาลของญี่ปุ่นซะเลย ไม่ว่าจะ พีช สับปะรด แอปเปิ้ล แต่สิ่งที่ดูถูกปากที่สุดคือ พลัม หรือ บ๊วย ซึ่งเป็นผลไม้ก้นครัวของคนญี่ปุ่นมานับพันปี และทำการตั้งชื่อให้เหล้าสูตรใหม่นี้ว่า ‘อูเมชู’ (Umeshu) หรือ เหล้าบ๊วยนั่นเองค่ะ     

          อีกทั้งมีการพัฒนาคิดค้นสูตร จากเพียงมีแค่โซจู น้ำตาลกรวด และบ๊วย สูตรของเหล้าบ๊วยก็ถูกมาดัดแปลงให้มีทั้งหมักกับสาเก หมักกับบรั่นดี หรือหมักกับเหล้าขาว ทำให้รสชาติเปรี้ยวหวานที่ได้กลายเป็นเหล้าประจำบ้านของทุกครัวเรือน ถ้าใครได้เห็นในหนังญี่ปุ่นหลาย ๆ เรื่อง ก็จะแอบมีซีนที่หลาย ๆ บ้านปีนเก็บลูกบ๊วยมาหมักเหล้า ซึ่งเป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์ในครอบครัว และด้วยความที่เป็นเหล้าหมัก มันเลยมีให้กินตลอดทั้งปี

          ดั้งนั้นสูตรของเหล้าบ๊วยจึงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล ในหน้าร้อนเหล้าบ๊วยก็จะมาในแบบเหล้าบ๊วยใส่น้ำแข็งธรรมดา ๆ แบบที่เราคุ้นลิ้นกัน แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวคนญี่ปุ่นก็จะนิยมเอาเหล้าบ๊วยมาผสมน้ำร้อน คล้ายดื่มชา จนกลายเป็นเครื่องดื่มรสเปรี้ยวหวานอ่อน ๆ ไว้ดื่มคลายหนาว หากปีไหนหนาวเข้ากระดูก บางบ้านก็จะฝานขิงสดผสมลงไปเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยค่ะ เป็นไงคะพอฟังต้นกำเนิดเหล้าบ๊วยมาถึงตอนนี้ เริ่มคันไม้คันมือกันแล้วหรือยัง 

          อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้อูเมชูหรือเหล้าบ๊วย กลายเป็นเหล้าป๊อปปูลาร์มาจนทุกวันนี้ ส่วนนึงก็เพราะว่ามันถูกบ่มขึ้นในประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มยาวนานและเข้มแข็งมากอย่างญี่ปุ่นด้วยแหละ ใคร ๆ ก็ยกให้เป็นดินแดนที่นับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นความรื่นรมย์ไม่ต่างจากน้ำหวานหรือน้ำผลไม้ (แต่ก็มีกฎหมายบังคับการซื้อขายอยู่นะคะ) สังเกตจากป้ายโฆษณาเหล้าเบียร์ตลอดฝั่งถนนในเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น ที่ขายกันแบบตรง ๆ ให้เห็นชัด ๆ กันไปเลย ไม่ต้องหลบซ่อนเหมือนในบางประเทศ แม้แต่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวเองก็ใช้เหล้าบ๊วยในการรองรับแขกเป็นปกติ แถมยังมีบาร์ในรั้วมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาเข้าไปนั่งชิลได้ไม่ต่างจากร้านกาแฟ และนี่ก็น่าจะพูดได้ว่าการกินเหล้าของคนญี่ปุ่นไม่เท่ากับบาปนะคะ

          ปัจจุบันเหล้าบ๊วยไม่เพียงได้รับความนิยมดองเหล้าบ๊วยในครัวเรือนเท่านั้น ในงานเทศกาลระดับประเทศ อย่างเช่นเทศกาลชมดอกซากุระช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน เหล้าบ๊วยก็ถูกใช้เป็นเครื่องดื่มสำคัญในวงปิกนิกด้วยเหมือนกัน และเป็นโอกาสที่พ่อแม่จะอนุญาติให้ลูก ๆ ได้ลองลิ้มรสอันหวานหอมของเหล้าบ๊วยกันพอเป็นกระษัย หรือในเทศกาล ‘ชมดอกบ๊วย’ แม้จะเป็นเทศกาลเล็ก ๆ ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – มีนาคม ขั้นระหว่างที่ดอกซากุระกำลังจะบาน ก็มีจะมีเหล้าบ๊วยเป็นเครื่องดื่มชูบรรยากาศของงานด้วยเช่นกันค่ะ ว้าวววว!! เป็นต้นกำเนิดเหล้าบ๊วยที่ทำเอาอินไปด้วยเลยค่ะ

ดองเหล้าบ๊วยใช้เหล้าอะไรดี...?

          สำหรับเหล้าบ๊วยที่มีรสชาติและลักษณะที่แตกต่างกันนั้น นอกจากผลบ๊วย และน้ำตาลกรวดที่เป็นส่วนผสมหลักแล้ว ยังมีอีกส่วนผสมหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะส่วนผสมนี้จะทำให้มีแอลกอฮอร์ผสมอยู่ในเหล้าบ๊วย นั่นก็คือ เบส (Base) หรือ เหล้าที่จะนำมาผสมด้วยนั่นเอง วันนี้เราจะมาดูกันว่าเหล้าที่นำมาทำดองเหล้าบ๊วยนั้นมีอะไรบ้างค่ะ

 

1. เหล้าขาว White Spirit

White Spirit

          สำหรับเหล้าขาวโดยทั่วไปนิยมใช้เหล้าขาวมาดองเหล้าบ๊วยกันมากในครัวเรือน เพราะว่าการทำที่ง่ายไม่ซับซ้อน แค่ผสมน้ำตาลกับเหล้าขาวตามอัตราส่วนที่กำหนดก็สามารถทำเหล้าบ๊วยออกมาดื่มกันเองได้แล้ว ด้วยความที่เหล้าขาวเป็นสุราที่ไม่มีรสและไม่มีกลิ่น ถึงจะทำเป็นเหล้าบ๊วยก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมและรสชาติดั้งเดิมของเหล้าบ๊วยได้ โดยไม่ต้องปรุงแต่งรสอะไรเพิ่มเติมค่ะ สำหรับเหล้าบ๊วยที่ใช้เหล้าขาวในทำจึงเหมาะกับคนที่ดื่มเหล้าไม่ค่อยเก่ง ดื่มได้ง่าย ๆ แบบออนเดอะร็อค ผสมโซดา หรือว่าจะดื่มกับน้ำแข็งเกล็ดหรือผสมกับน้ำผลไม้อื่น ๆ ก็ได้ค่ะ

 

2. โซจูแท้ Honkaku Shochu

Honkaku Shochu

          สำหรับโซจูผลิตในลักษณะเดียวกับเหล้าขาว แต่โซจูแท้ ๆ คือเหล้าบ๊วยที่ใช้กลิ่นหอม และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีวัตถุดิบเป็นข้าวสาลี มันฝรั่ง ข้าวกล้อง ข้าว หรืออาวาโมริ การใช้โซจูคุณภาพสูงมาเป็นส่วนผสมของการดองเหล้าบ๊วย จะละลายและผสมกันอย่างลงตัว ดังนั้นความเข้มข้นและความชัดของรสโซจูแท้ ๆ จึงเกิดความกลมกล่อม รสชาติของโซจูจะแตกต่างกันไป และเนื่องจากโซจูแท้ จะมีประมาณแอลกอฮอล์สูงกว่าเหล้าขาว เหล้าบ๊วยที่ได้จึงมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงไปด้วย สามารถดื่มได้ทั้งแบบออนเดอะร็อค หรือจะผสมโซดาเพื่อลดแอลกอฮอล์ลงก็ได้

 

3. นิฮงซู (เหล้าสาเก) Nihonshu

Nihonshu

          สำหรับการดองเหล้าบ๊วยที่ใช้สาเกเป็นส่วนผสมนั้น สาเกมีกระบวนการผลิตเหมือนกับเหล้าขาวและโซจูแท้ ๆ เพียงแต่ว่ามีการลดปริมาณน้ำตาลลงมาพอประมาณ เพื่อจะได้ไม่ไปทำลายความหวานดั้งเดิมของสาเก ทำให้เหล้าบ๊วยเกิดรสชาติที่ล้ำลึก และแผ่ซ่านไปทั้งทั่วปาก ดังนั้นด้วยความที่สาเกมีความหวานตามธรรมชาติที่ผลิตจากข้าว ดังนั้นจะต้องคุมน้ำตาลตอนที่ผลิต จะทำให้ความหวานตามธรรมชาติของสาเกและบ๊วยถูกชูขึ้นมาเด่นชัดมากขึ้น ทำให้มีความกลมกล่อมและเข้มข้นอีกด้วย เหล้าบ๊วยชนิดนี้นิยมดื่มแบบออนเดอะร็อค หรือผสมโซดา แต่ควรเลี่ยงการผสมกับน้ำผลไม้ เพราะจะทำลายความหวานของเหล้าบ๊วยค่ะ

 

4. บรั่นดี Brandy

Brandy

          การดองเหล้าบ๊วยโดยใช้บรั่นดีเป็นส่วนผสมนั้น จะใช้น้ำตาลสูงกว่าตัวอื่น ๆ เล็กน้อย จริง ๆ ในบรั่นดีมีความหวานอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากให้ความหวานโดดเด่นขึ้นมาอีกสามารถเติมน้ำตาลเพิ่มได้ การใช้บรั่นดีมีข้อดีคือ ระยะเวลาในการดอง (บ่ม) อย่างเหล้าขาวหรือเบสตัวอื่น ๆ จะใช้ระยะเวลาในการบ่มประมาณ 1 ปี แต่บรั่นดีใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ส่วนรสชาติที่ได้จะกลมกล่อม และหวานกว่า มีกลิ่นหอมมาก รสชาติล้ำลึกเข้ากับกลิ่นบ๊วยได้ลงตัว แถมยังดื่มง่ายอีกด้วยเพราะได้กลบกลิ่นและรสชาติของบรั่นดีเพียว ๆ ออกไปได้

 

5. วิสกี้ Whisky

Whisky

          ดองเหล้าบ๊วยโดยใช้วิสกี้เป็นเบสนั้น ส่วนใหญ่จะใช้วิสกี้ที่มีกลิ่นควันเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ทำให้กลิ่นบ๊วยถูกกลบไป จุดเด่นของการใช้วิสกี้ จะได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานรสชาติและกลิ่นหอมของวิสกี้ และรสเปรี้ยวหวานของบ๊วย คนดื่มไม่เก่งก็สามารถดื่มได้ เพราะดื่มง่าย นิยมผสมโซดา เหมาะสำหรับสาว ๆ เพราะมีทั้งความหวานและความเปรี้ยวของเหล้าบ๊วยนั่นเองค่ะ

 

ดองเหล้าบ๊วยใช้โหลพลาสติกหรือโหลแก้วดี...?

          อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่อยากทดลองดองเหล้าบ๊วยเอง เพราะเห็นบางคนก็ใช้โหลแก้วแต่คนใช้โหลพลาสติกก็มี เอาค่ะ จะบอกว่าการดองเหล้าบ๊วยสามารถใช้ได้ทั้งโหลแก้วและโหลพลาสติกค่ะ แม้ส่วนมากจะเห็นว่ามีคนใช้โหลแก้วอยู่มากก็ตาม แต่แนะนำว่าไม่ว่าจะดองเหล้าบ๊วยด้วยโหลแบบไหน ขอให้เป็นขวดโหลที่มีฝาปิดแน่นสนิทมิดชิด หลังปิดฝาก็เอาพลาสติกแรฟอาหารทับฝาอีกรอบเพื่อป้องกันการระเหยของแอลกอฮอล์นั่นเองค่ะ

 

วิธีการดองเหล้าบ๊วย

          พูดกันมายืดยาวแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องมาลงมือดองเหล้าบ๊วยกันจริง ๆ แล้ว มาดูกันค่ะว่าวิธีดองเหล้าบ๊วยนั้นง่ายแสนง่ายยังไง...

 

เตรียมอะไรบ้าง ?

          1. บ๊วยสด เลือกที่ผลยังเป็นสีเขียวหรือเขียวอมเหลือง เนื้อแข็ง ไม่สุกหรือช้ำจนนิ่ม

          2. น้ำตาลกรวด

          3. เหล้าสีขาว หรือเบสอื่น ๆ เช่น โซจู, นิฮงจู, วิสกี้ หรือบรั่นดี

          4. ขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท เลือกที่เป็นฝาเกลียวหรือฝาล็อกซิลิโคนก็ได้

          5. ไม้ปลายแหลมและมีดสำหรับแต่งผลบ๊วย

          6. ถุงผ้าหรือผ้าสำหรับห่อขวดโหล และกระดาษหรือสติ๊กเกอร์แบบเขียนทับได้

 

มาดองเหล้าบ๊วยกัน

          1. นำผลบ๊วยสดที่คัดแล้วไปล้างให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้งสนิท หรือหากใครไม่สะดวกผึ่งลม สามารถเช็ดผลบ๊วยด้วยผ้าสะอาดหรือทิชชูก็ได้

          2. ตัดแต่งบ๊วยบริเวณที่มีรอยช้ำหรือส่วนที่ไม่ต้องการออก ใช้ไม้ปลายแหลมเขี่ยขั้วสีดำ ๆ ออกให้หมด

          3. เตรียมโหลโดยการล้างโหลให้สะอาด ฆ่าเชื้อด้วยการนำไปนึ่ง ต้ม หรือราดด้วยน้ำร้อน แล้วพักไว้ให้โหลแห้งสนิท

          4. ใส่บ๊วยและน้ำตาลกรวดลงในโหล หากต้องการให้เหล้าบ๊วยมีรสหวาน ให้ใช้บ๊วยและน้ำตาลในน้ำหนักเท่า ๆ กัน แต่ถ้าไม่ต้องการเหล้าบ๊วยที่หวานมากให้ลดน้ำตาลลงครึ่งสูตร

          5. เทเหล้าลงในโหลดอง

          6. เสร็จแล้วปิดโหลให้สนิท ห้อยแท็กหรือแปะสติ๊กเกอร์ที่บอกข้อมูลของเหล้าบ๊วย เช่น วันที่ผลิต ปริมาณน้ำตาลและบ๊วยที่ใช้ ชนิดของเหล้า แหล่งปลูกบ๊วย เพื่อปรับปรุงสูตรเหล้าบ๊วยของเราในปีหน้า เสร็จแล้วเก็บโหลเหล้าบ๊วยไว้ในบริเวณที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง จะทำให้เหล้าบ๊วยเป็นสีเหลืองสวยน่าดื่ม

          7. ขั้นตอนสุดท้ายคือ รอค่ะ ใช้เวลาดองประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี เราก็จะได้เหล้าบ๊วยเปรี้ยวหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นบ๊วย ฝีมือของเราเอง น่าภูมิใจ๊ภูมิใจค่ะ

 

          และนี่ก็คือขั้นตอนง่าย ๆ ของการดองเหล้าบ๊วยด้วยตัวเองค่ะ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการดองเหล้าบ๊วยน่าจะอยู่ที่ การรอ นะคะ แต่เชื่อว่าคนที่ลงมือดองเหล้าบ๊วยเองน่าจะคอยนับวันนับคือให้ถึงเวลาที่จะยลโฉมและลิ้มลองรสชาติของเหล้าบ๊วยฝีมือตัวเองอยู่เป็นแน่ค่ะ จริง ๆ การดองเหล้าบ๊วยก็เหมือนงาน “ศิลปะ” อย่างหนึ่ง ที่เราใส่มีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ใส่ลงไปในการดองด้วย ไม่แน่ว่าเหล้าบ๊วยที่คุณดองเองกับมือ อาจกลายเป็นเหล้าบ๊วยที่ไม่สามารถหาดื่มที่ใดได้อีกเลย หรือกลายเป็นสูตรเฉพาะของเราเองก็ได้ค่ะ ว่าแล้วไปลงมือดองเหล้าบ๊วยกันดีกว่าค่ะ

ปล. ด้วยความปรารถนาดีการดองเหล้าบ๊วยเพื่อการค้าถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะคะ ทำไว้ดื่มเองกันที่บ้านก็พอค่ะ ที่สำคัญ “เมาไม่ขับ” นะคะทุกคน...

. . . . . . . . . .

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิน เที่ยว ช้อบ
กิน เที่ยว ช้อปฟิน ๆ ที่ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ 

10 สูตร วิธีทําผักอบกรอบ อาหารของคนรักสุขภาพ ที่ทำกินเองได้ง่าย ๆ 

10 ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเด็ด เอาใจคนชอบกินเส้น 

ชวนเที่ยว กิน ช้อปห้าง Donki Mall แหล่งรวมสินค้าจากญี่ปุ่น 

ชวนเช็คอิน "จ๊อดแฟร์" ตลาดรถไฟรัชดา 2 ใกล้ MRT พระราม 9 ของกินดีย์มาก!