logo

          เมื่อสักประมาณช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมานอกจาก Habito Mall (ฮาบิโตะ มอลล์) จะเกิดขึ้นเเล้ว ผมรู้สึกว่าเทรนด์คอมมูนิตี้มอลล์ (Community Mall) มาแรงมากในบ้านเรา ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายต่าง ๆ หันมาจับตลาดคอมมูนิตี้มอลล์กันมากมาย โดยในส่วนของอสังหาฯ แนวสูงอย่างคอนโดเองก็มีการทำคอมมูนิตี้มอลล์ภายในโครงการ โดยสามารถเชื่อมต่อให้ผู้คนภายนอกเข้ามาใช้งานได้ด้วย สร้างความอุดมสมบูรณ์และภาพจำให้กับโครงการของตนเอง อีกทั้งก็ยังอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านด้วย หรือจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่แยกตัวออกเป็นเอกเทศ ก็มีผุดขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนมากก็จะชูจุดเด่นตามยุคสมัย ประเภทที่ว่า จะต้องมีคาเฟ่น่ารัก ๆ ร้านขนมหรือของกินยอดฮิตที่มาตามกระแส รวมถึงมุมถ่ายรูป ให้คนที่มาสามารถถ่ายรูปละอัปโหลดลง Social Network เป็นการโปรโมทตัวเองโดยใช้โครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์ได้มากเลยทีเดียว 

Citi Cashback CondoNewb

โดยส่วนตัวเเล้วผมไม่ใช่สายคาเฟ่เท่าไหร่ แต่ชอบไปเดินตามคอมมูนิตี้มอลล์ต่าง ๆ อยู่พอสมควร โดยที่ประจำก็จะเป็น THE COMMONS ทองหล่อและ THE COMMONS ศาลาแดง (พอดีเป็นสายดริ้งมากกว่า อิอิ) ซึ่งใน The Commons เขาก็จะเป็นแนว เน้นคนที่เที่ยวกลางคืนหน่อย มีร้านอาหารและก็ร้านเครื่องดื่มต่าง ๆ ซึ่งเราก็พอจะเห็นว่ามันมีพื้นที่รีเทลและพื้นที่นั่งเล่นหลากหลายมาก แต่ก็ไม่เคยไปใช้บริการเลย เพราะด้วยทำเลที่ The Commons ตั้งอยู่นั้นก็จะเป็นทำเลเที่ยวกลางคืนซะมากกว่า ส่วน Habito Mall ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ ถูกวาง Position ไว้แตกต่างกับ The Commons อย่างสิ้นเชิงเลย เดี๋ยวมาดูกันครับว่าทำทำไม

ความเป็นมาของ Habito Mall

Habito Mall เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่อย่าง แสนสิริ ภายใต แนวคิดที่ว่า "Habito : The Heart of Good Living” ซึ่งจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่ โดยตัวอาคารของ Habito Mall จะมีความสูงทั้งหมด 3 ชั้น ออกแบบตัวอาคารและพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกได้อย่างโดดเด่นด้วยบริษัทแบรนด์ดิ้งและดีไซน์เอเจนซี่ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่าง วิงค์ครีเอทีฟ (Wink Creative) โดยทางวิงค์ครีเอทีฟเขาบอกว่า ในการออกแบบคอมมูนิตี้มอลล์อย่าง Habito Mall ต้องมีการศึกษาและวางแผน โดยได้ทำการศึกษาคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดังที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นรวมแล้วกว่า 10 แห่ง นำข้อดีของแต่ละที่รวมถึงวิธีกลบจุดด้อยมาปรับใช้กับการสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ในประเทศไทย จนได้ออกมาเป็น Habito Mall โดยที่มาของชื่อก็คือ “Habotat” ที่แปลว่า ธรรมชาติ และ “Bito” ที่แปลว่า ผู้คน น้ำมารวมกันก็เปิดเป็นคำว่า Habito ที่จะหลอมรวมผู้คนเข้ากับธรรมชาตินั่นเอง 

T77 & Habito mall

ความสัมพันธ์ระหว่าง Habito Mall และ T77 ของแสนสิรินั้นค่อนข้างแน่นแฟ้นมาก จะว่ากันตามตรงเเล้วแสนสิริก็ตั้งใจสร้าง Habito Mall มาเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกบ้านใน T77 นั่นแหละ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก T77 เป็นเมืองต้นแบบของแสนสิริ ที่ได้มีการพัฒนาที่ดินทั้งที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบและพื้นที่ความอุดมสมบูรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร โรงพยาบาลด้านทันตกรรม โรงเรียนนานาชาติ และสวนผักเพื่อการเกษตรปลอดสาร โดยโครงการ T77 ตั้งอยู่บริเวณซอยอ่อนนุช 1/1 ผู้ที่จะใช้งาน Habito Mall ก็ต้องเข้ามาในพื้นที่ของ T77 ก่อน โดยสามารถใช้บริการรถกอล์ฟจากปากซอยอ่อนนุช 1/1 มาลงที่หน้า Habito Mall ได้

ขอพูดถึงโครงการ T77 ซักเล็กน้อยนะครับ เพราะโดยส่วนตัวผมชอบโครงการนี้มาก ด้านในมันจะเป็นเหมือนเมือง ๆ นึงเลยครับ ลูกบ้านสามารถปลีกวิเวกจากความวุ่นวายภายนอกได้เลย โดยที่ด้านหน้าโครงการก็จะมี Blocs 77 และ The Base สุขุมวิท 77 ส่วนด้านในโครงการหลังจากข้ามสะพานแสนสำราญมาแล้วก็จะมี The Base Park East และ The Base Park West, Hasu Haus, Mori Haus, Park Court (พัฒนาโดยมั่นคงเคหะการ) และ KAWA HAUS ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นคอนโดมิเนียมภายใต้การพัฒนาของ แสนสิริ ช่วงที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปเดินเล่นใน T77 เป็นช่วงเย็นของวันธรรมดา ซึ่งจริง ๆ แล้วคิดว่าถ้าหากเหตุการณ์ปกติ จะเป็นเวลาเลิกเรียนของ Bangkok Prep Secondary School (โรงเรียนนานาชาติภายใน T77) แต่ด้วยช่วงนี้โรงเรียนยังไม่ได้เปิดทำการ เลยมีโอกาสเดินดูได้อย่างสะดวก ก็ได้เห็นการใช้ชีวิตของลูกบ้านภายใน T77 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นชาวต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่นและฝั่งตะวันตกครับ 

บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้เท่าไหร่ อาจด้วยสังคมไทยของเรา สภาพเเวดล้อมไม่ได้เอื้อต่อการพาเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นในสนามหญ้า พาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่น ปั่นจักรยานหรือวิ่งออกกำลังกาย คือผมสามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ที่ดูเหมือนทุกคนจะทำกันเป็นกิจวัตรอยู่เเล้วได้ง่าย ๆ มีคนที่เดินผ่านไปผ่านมาระหว่างโครงการที่ตนเองอาศัยอยู่กับ Habito Mall เห็นคนขึ้นเเละลง Shuttle Bus ของโครงการ ซึ่งกว่า 70% เป็นชาวต่างชาติ ถ้าพูดเว่อร์ ๆ หน่อยก็เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกนึงเลยแหละ :D ซึ่งมันน่าอยู่มากนะคุณ ลองคิดว่าถ้าหากเราเป็นลูกบ้านที่นี่ เวลาพักผ่อนเราแทบจะไม่ต้องออกไปนอกพื้นที่ของ T77 เลย เพราะด้านในมีพื้นที่ให้เราได้นั่งเล่น พักผ่อน ออกำลังกาย ซื้อของ ทานอาหาร ทุกอย่างถูกอำนวยความสะดวกสำหรับลูกบ้านอย่างเราทั้งหมด โดยเฉพาะในตัว Habito Mall เอง ก็มีแทบจะครบทุกอย่างเเล้วครับ

ภายใน Habito Mall

ตัว Habito Mall จะเป็นอาคารสูง 3 ชั้นแบบ Semi-Outdoor พื้นที่ทางเดินด้านในจะไม่ติดเครื่องปรับอากาศ แต่จะมีพัดลมตัวใหญ่ ๆ ที่ห้างสรรพสินค้า Semi-Outdoor ชอบทำกันมากในช่วงนี้ โดยตัวอาคารจะมีความสูงทั้มหมด 3 ชั้น เชื่อมกันด้วยบันไดเลื่อนบริเวณโถงกลาง ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมี Position ที่แตกต่างกัน อย่างบริเวณ Habito Mall ชั้น 1 ก็จะเป็นร้านที่สามารถเดินเข้าใช้งานจากภายนอกตัวคอมมูนิตี้มอลล์ได้เลย จะมีทั้งร้านอาหารแบบ Take Home เป็นหลัก ร้านสะดวกซื้อ และร้านขายของอื่น ๆ นอกจากนี้พื้นที่ด้านนอกก็จะยังมี Food Truck ด้วย ส่วน Habito Mall ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ของร้านอาหารเกือบจะทั้งหมด ซึ่งจะเป็นร้านอาหารที่สามารถมานั่งรับประทานอาหารอย่างจริงจังมากกว่าร้านด้านล่างได้ ส่วนบริเวณ Habito Mall ชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ที่เป็นโซน Workshop และ Co-working space รวมถึงมีคลินิคและร้านเสริมความงามต่าง ๆ อยู่ปะปนกัน วันที่ไปเห็นผู้ปกครองพาเด็ก ๆ มาทำกิจกรรมประดิษฐ์อะไรสักอย่างกันด้วย Habito Mall ดูเป็นคอมมูนิตี้ของลูกบ้านใน T77 ดีครับ เดี๋ยวเราไปชมภาพด้านในกันเลยดีกว่า

อย่างที่บอกครับ พื้นที่บริเวณชั้นหนึ่งของ Habito Mall จะประกอบไปด้วยร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารที่เน้น Take Home และร้านขายของเป็นหลัก พระเอกของชั้นนี้ก็ดูท่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงอย่าง 7-11 ที่อยู่บริเวณด้านในสุดของตัวคอมมูนิตี้มอลล์ แต่อย่าเพิ่งสงสัยว่าทำไมเอาร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม. แบบนี้ไปอยู่ด้านในสุด แล้วเวลากลางคืนตอนคอมมูนิตี้มอลล์ปิดจะใช้งานอย่างไร เพราะจริง ๆ แล้วทางเข้าออกของตัว Habito Mall สามารถเข้าออกได้จากหลากหลายทางมากครับ ฉะนั้นถึงเเม้ว่า 7-11 จะอยู่ด้านในสุด แต่ถ้าข้างก็ยังมีทางออกที่เชื่อมไปยังถนนของโครงการได้อยู่ สามารถเดินเข้าใช้งานได้อย่างสะดวกตลอดเวลา เเละก็ปลอดภัยด้วยครับ

ถ้าเปรียบ 7-11 เป็นพระเอกของ Habito Mall ร้านนี้ก็ต้องถือเป็นนางเอกแล้วล่ะ เพราะ Boots เองในความคิดผมก็เหมือนเป็นร้านขายของใช้ครบวงจรที่มีแทบจะทุกอย่างตั้งแต่ ยารักษาโรค เครื่องสำอาง เครื่องใช้ประเภทผลิตพันธ์ทำความสะอาดร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมความงามอื่น ๆ อีก ซึ่งถือว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างเติมเต็มความอุดมสมบูรณ์ เพราะโดยส่วนตัวผมคิดว่า 7-11 ก็ของครบแหละ เเต่ของด้านในจะไม่จริงจังเท่า Boots ความเห็นส่วนตัวผมนะ ถ้าใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องซื้อของแพคใหญ่ ๆ มีทั้ง 7-11 และ Boots คู่กันคือตอบโจทย์เลยนะ แทบไม่ต้องออกไปข้างนอกเลย แต่ถ้าจำเป็นจะต้องซื้อของนอกเหนือจากนี้ หน้าโครงการ T77 ก็มี Big C Extra อ่อนนุชด้วยนะครับ 

มีร้านสะดวดซื้อยอดฮิตแล้ว ก็มาถึงร้านกาแฟยอดฮิตกันบ้าง ใน Habito Mall ที่ชั้น 1 ยังมี Cafe Amazon ซึ่งทุกคนน่าจะรู้จักกันดีในฐานะร้านกาแฟที่อยู่ในปั๊ม ปตท. แต่ในปัจจุบันเขาก็มีการขยายสาขาไปไว้ตามห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ยอดนิยมหลาย ๆ แห่ง และหลาย ๆ สาขาของ Cafe Amezon เองก็ตกแต่งออกมาได้สวย เราสามารถสั่งกาแฟแล้วนั่งรอ นั่งทำงาน หรือนั่งพักได้ และยิ่งสะดวกเลยสำหรับสาขานี้ที่อยู่ชั้นหนึ่งเเละมีทางเข้าออกจากทั้งด้านใน Habito Mall และ ด้านนอกจากตัวถนนของโครงการครับ

มาถึงในส่วนของร้านอาหารที่เน้น Take Home กันบ้างนะครับ ร้านแรกชื่อว่าร้าน TONIC BKK ส่วนตัวผมไม่เคยเห็นร้านนี้ที่ไหนนอกจากที่ Habito Mall นะ ตอนไปถ่ายรูปก็ยืนดูเมนูอยู่หน้าร้าน เหมือนจะเป็นแนวเมนูรักสุขภาพ ประเภท Organic หรืออาหารคลีน จากนั้นพอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ โดยแน่นอนว่าร้านนี้จะเน้นขายอาหารคลีนเป็นหลัก โดยจุดเด่นคือลูกค้าสามารถเลือก Mix วัตถุดิบได้เอง อารมณ์คล้าย ๆ ข้าวราดเเกง แต่เป็นข้าวราดแกงที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ชอบกินเมนูไหนก็เลือก Mix กันได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ก็ยังมีพวกเบเกอรี่ที่ดีต่อสุขภาพ เป็นเบเกอรี่ที่ใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพด้วย โดยที่สาขานี้สามารถนั่งทานในร้านได้ด้วย พนักงานออฟฟิศหลาย ๆ คนน่าจะรู้จัก เพราะเห็นว่าในย่าน CBD ก็มีสาขาอยู่ และสามารถสั่งจาก Food Panda ได้เหมือนกันด้วย

ต่อกันที่ร้านอาหารแบบ Take Home อีกร้านหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าเขาจัด SUBWAY เป็นหนึ่งในร้านอาหาร Fastfood หรือเปล่า แต่โดยส่วนตัวเเล้วมองว่าใช่ เพราะเวลาที่รีบ ๆ ผมก็จะเเวะเข้าร้านนี้เป็นประจำ โดยตำแหน่งของร้าน Subway ใน Habito Mall จะอยู่ติดกับลานจอดรถด้านหน้าเลยครับ ซึ่งถ้าหากใครที่เป็นลูกบ้านของ T77 ก็จะมองเข้ามาแล้วเห็นได้ทันทีจากบริเวณป้ายรถเมล์ภายในโครงการด้วย โดยส่วนตัวผม Happy มากนะ เพราะเป็นขาประจำร้านนี้อยู่เเล้ว วันที่ไปถ่ายรูปก็สั่งมาทานในรถด้วยเหมือนกัน วันไหนรีบ ๆ ทานอะไรง่าย ๆ ที่สามารถทานได้ด้วยการถือมือเดียวแบบนี้ก็สะดวกดีเหมือนกันครับ

มาถึงอีกร้านที่ผมภูมิใจนำเสนอบริเวณชั้น 1 ของ Habito Mall นี้ นั่นก็คือร้าน The Green Geek Shop ร้านนี้เก๋มาก ชูจุดเด่นเรื่องรักสุขภาพ ซื่อสัตย์กับลูกค้าด้วยการคัดสรรค์วัตถุดิบคุณภาพ ด้านในนอกจากจะมีวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ขายในรูปแบบของ Organic แล้ว ตัวร้านยังเป็นคาเฟ่และร้านอาหารอีกด้วย โดยอาหารที่เสิร์ฟแน่นอนว่าก็ต้องเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพตามคอนเซ็ปของร้าน เริ่มตั้งแต่คัดวัตถุดิบ Organic ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารกันบูด ซึ่งนับว่าตอบโจทย์ลูกค้าหลาย ๆ กลุ่มใน T77 นี้เลย เนื่องจากส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ และคนไทยที่สนใจอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วย ได้มีโอกาสลองเดินเข้าไปดูด้านใน มีของที่วางขายและสามารถซื้อกลับไปประกอบอาหารที่บ้านได้ก็มีเยอะมากครับ และทุกอย่างล้วนเป็น Organic ทั้งสิ้น คร่าว ๆ ที่จำได้ก็จะมีพวกข้าวต่าง ๆ ธัญพืช ผลไม้ น้ำผึ้ง พวกอาหารที่สามารถทานเย็น ๆ ได้ แพ็คอยู่ในกล่องเล็ก ๆ หยิบกลับได้ทันทีอย่างเช่น พาสต้า สลัด น้ำผลไม้ต่าง ๆ และนอกจากนี้ก็ยังมีพวกเบเกอรรี่ต่าง ๆ อีกด้วยครับ ก็ถือว่าเป็นร้านที่สามารถรับประทานอาหารและขนมได้ นั่งเล่นชิว ๆ ได้เหมือนกัน อีกทั้งยังสามารถเข้าออกได้ทั้งจากในตัว Habito Mall เองและจากถนนของ T77 ด้วยครับ

ยุคแห่งเครื่องดื่มเคี้ยวได้อย่างชาไข่มุก ซึ่งแน่นอนว่า Habito Mall ก็ไม่พลาดที่จะมีร้านเครื่องดื่มประเภทนี้อยู่ด้วยกับ ซึ่งตัวร้านจะเป็นแบบ Stand Alone อยู่ใต้บันไดเลื่อนด้านหน้าตัวคอมมูนิตี้มอลล์เลย สำหรับร้าน Seiryo Bubble Tea เป็นร้านชาไข่มุกและน้ำผลไม้ต่าง ๆ ที่มีเมนูให้เลือกอย่างหลากหลาย ชื่อญี่ปุ่น ๆ แบบนี้ เมนูทีเด็ดของร้านนี้แน่นอนว่าจะต้องเป็นมัจฉะลาเต้ ที่เขาเคลมว่าชาเขียวคุณภาพดี ทั้งหอม ทั้งมัน ผมไม่ได้ลองนะวันนั้น แต่ถ้าใครเคยลองก็ลอง Inbox มารีวิวให้ฟังกันได้ครับ 

แต่ถ้าเกิดใครเเค่เข้ามาเดินผ่านและไม่ได้อยากจะทานอาหารจริงจัง ทาง Habito Mall เข้ามีโซนที่เป็นร้านอาหารแผงลอยเล็ก ๆ แบบนี้เอาไว้ให้ด้วยนะ โดยโซนนี้จริง ๆ แล้วจะอยู่ติดกับ 7-11 เลย มีทางเข้าออกจากบริเวณทางเดินของตัวโครงการ T77 ด้วย ตอนที่ไปเดินวน ๆ ดูมีประมาณ 6 - 8 ร้านเห็นจะได้ โดยอาหารที่เน้นขายก็จะเป็นพวกของกินเล่นต่าง ๆ ที่คนไทยนิยมกันอยู่แล้ว ลูกชิ้นปลาระเบิด ลูกชิ้นทอด ขนมจีบ ซาลาเปา ขนมไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยผมเห็นว่ามีลูกค้าชาวต่างชาติเเวะเวียนมาซื้อเรื่อย ๆ เหมือนกันนะ ตรงนี้ไอเดียดีครับ จัดไว้รวมกันเป็นเหมือนตลาดนัดเล็ก ๆ วันไหนอยากกินของจุกจิกบ้างก็แวะเวียนมาครับ

หรือถ้าใครที่ชื่นชอบ Street Food ทาง Habito Mall ก็จัดไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกคน โซนนี้จะอยู่บริเวณด้านหน้า ติดกับป้ายรถเมล์ของโครงการ T77 เลย เป็น Food Truck ที่จอดเรียยงรายกันอยู่บริเวณลานจอดรถด้านหน้า มีทั้งส้มตำ สเต็ก แฮมเบอร์เกอร์ และอาหารฟิวชั่นต่าง ๆ พร้อมมีโต๊ะให้นั่งรับประทานด้วย ตรงนี้ผมมองว่าเป็นไอเดียที่ดี เพราะปกติเเล้วตัวคอมมูนิตี้มอลล์ที่อยู่ในโครงการกึ่งเปิดกึ่งปิดแบบนี้ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็จะเดินเท้าหรือนั่งรถเวียนมาจากโครงการของตัวเองอยู่เเล้ว ทำให้สามารถจัดสรรบางส่วนของพื้นที่จอดรถเป็นอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ จากการที่เดินเข้าไปดูเป็นเพราะน่าจะเป็นช่วงบ่าย ลูกค้ายังไม่ค่อยมีเท่าไหร่แต่พ่อค้าแม่ค้าก็เตรียมพร้อมบริการอยู่ตลอดเวลา มีเมนูน่าทานหลายเมนูครับ วันไหนอากาศดี ก็มานั่งได้ เพราะพื้นที่ของ Food Truck ตรงนี้มีต้นไมใหญ่ปกคลุมด้วย ทาง Habito Mall น่าจะตั้งใจเลือกมุมนี้เพราะมีต้นไม้ที่ใหญ่พอจะให้ร่มเงาเนี่ยแหละ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัว Habito Mall กันบ้างครับ ร้านแรกเมื่อเดินพ้นจากบันไดเลื่อนมาก็จะเจอกับ MUINE ร้านอาหารเวียดนามที่มาในสไตล์ Street Food ดูแล้วน่าทานทีเดียวครับ อาหารเวียดนามสไตล์นี้ไม่ค่อยเคยเห็นเท่าไหร่ จุดเด่นก็คือ นำเอา Steert Food จากเวียดนามแท้ ๆ มาจัดเสริฟให้ได้ชิมกัน จากที่ไปหาอ่านรีวิวเขาว่าอร่อยทุกอย่าง แต่ราคาก็เรียกได้ว่าสมวัตถุดิบ ซึ่งก็ถือว่าแฟร์ดีครับ บางเมนูไม่ได้หาทานได้ง่าย ๆ ที่ไทยเนอะ ก็พอแลกกันได้อยู่ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปลอง แวะมาบอกกันบ้างนะครับ

อีกฝั่งตรงข้ามกันจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นครับ Teien นี่ผมจำได้ว่าเคยเห็นที่ซอยสุขุมวิท 49 ไม่แน่ใจว่าที่ Habito Mall นี่ย้ายมาจากที่เดิมหรือเปิดสาขาเพิ่ม อาหารภายในร้านก็จะเป็นอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเขาขึ้นชื่อเรื่องความสดของวัตถุดิบมากครับ โดยเฉพาะเมนูซาซิมิที่หลาย ๆ คนรีวิวเอาไว้ว่าปลาสด ชิ้นหนา และราคาไม่แพงเลย นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูซูชิและอาหารญี่ปุ่นอื่น ๆ ด้วย ขนาดของร้านค่อนข้างกว้างขวางกว่าทุกร้านที่เห็นเลยครับ โปร่ง ๆ โล่ง ๆ ดี น่าจะฝากท้องสำหรับมื้ออาหารใหญ่ ๆ ได้เลย 

ขึ้นมาที่ชั้น 3 ของตัว Habito Mall กันครับ ชั้นนี้จะเปิดโล่งมากหน่อยเพราะด้านบนเป็นหลังคาใส ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยพื้นที่ Workshop ต่าง ๆ ร้านเสริมความงาม และคลินิค รวมไปถึง Co-working Space ครับ

ร้านแรกที่เห็นเด่นมาแต่ไกล ขึ้นบันไดเลื่อนมาก็เจอเลยเพราะสีของร้านเด่นมาก ๆ เป็นสปาเล็บชื่อว่า Aloha ครับ ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้ แต่ดูจากจำนวนลูกค้าที่นั่งอยู่ด้านในแล้วก็น่าจะการันตรีคุณภาพได้ คุณแม่ท่านไหนที่พาลูก ๆ มาทำกิจกรรมที่นี่ ก็มานั่งทำสปาเล็บระหว่างรอได้ครับ จัดสรรพื้นที่ได้ตอบโจทย์จริง ๆ 

ตรงข้ามกันก็จะเป็นพวกคลินิคต่าง ๆ รวมถึงคลินิคทันตกรรมด้วย และด้านในสุดก็มีร้าน ลูกอิน ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยฟิวชั่นกับอาหารอิตตาเลียน กระโดดขึ้นมาอยู่บนชั้นสามฝั่งด้านหน้าด้วย ผมมองว่าบริเวณชั้น 3 ก็เป็นชั้นที่ Position ไม่ชัดเจนที่สุด เป็นความปน ๆ กันของหลาย ๆ อย่างแต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ก็ถือว่าเป็นความหลากหลายดี เพราะถ้ามองภาพรวมก็ถือว่าตัว Habito Mall มีทุกอย่างครบในที่เดียวเลย 

ส่วนสุดท้ายบนชั้น 3 ของ Habito Mall นี้ เป็นที่ตั้งของ co-working space ที่ชื่อว่า HUBBA-TO ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่ co-working space ที่มีหลากหลายโซนให้ได้มาเลือกจับจองเพื่อทำงานเดี่ยว ๆ หรือประชุมเป็นกลุ่มเเล้ว ยังมีพื้นที่นั่งเล่นและคาเฟ่รวมอยู่ด้วย โดย Hubba-To บริหารงานโดย Hubba บริษัทสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยี โดยจุดประสงค์เริ่มแรกคืออยากจะหาพื้นที่เพื่อให้ผู้ที่สนใจในสายงานเดียวกันได้มาแชร์ไอเดียและปล่อยของกันนั่นเอง ซึ่งก็ได้เอาความตั้งใจนั้นมาใส่ไว้ที่นี่ด้วย โดยด้านในก็จะมีพื้นที่สำหรับงานคราฟต์ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการออกแบบ งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งอาหารด้วย โดยสตูดิโอด้านในก็หลากหลายมาก ๆ ครับ เป็นโซนที่ผมเห็นว่าคนเยอะที่สุดของ Habito Mall เลยก็ว่าได้ เปรียบเสมือนหัวใจของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้เลย ใครว่าง ๆ เสาร์ - อาทิตย์ก็ลองแวะมาได้ครับ ทำกิจกรรมใหม่ ๆ เพิ่มแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์บ้าง แก้เบื่อดี

สุดท้ายนี้ขอปิดจบไปด้วยภาพป้ายรถเมล์ภายในโครงการ T77 ซึ่งอยู่ด้านหน้าของ Habito Mall ครับ ใครที่อยากเดินทางมานี้ Habito Mall ถ้าหากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ก็ให้ลงที่สถานีอ่อนนุช จากนั้นเดินเข้ามาในซอยอ่อนนุช หรือ สุขุมวิท 77 ประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอกับซอยอ่อนนุช 1/1 ซึ่งเป็นทางเข้าโครงการ T77 ทั้งหมด ตรงนี้ใครสะดวกเดินเท้าก็สามารถเดินข้ามสะพานแสนสำราญเข้ามาที่ Habito Mall ได้ แต่ถ้าเกิดว่าแดดร้อน ให้ยืนรอที่ป้ายรถเมล์ของโครงการบริเวณเชิงสะพาน จะมีรถเวียนของโครงการวิ่งมารับเป็นระยะ ๆ แล้วส่งลงที่หน้า Habito Mall เลยครับ ส่วนใครที่ขับรถมา ก็ใช้ถนนสุขุมวิท เลี้ยวเข้าอ่อนนุช จากนั้นพอผ่านบิ๊กซีอ่อนนุชมา ก็สังเกตฝั่งซ้าย ติดกับโครงการ Blocs 77 และ The Base สุขุมวิท 77 จะเป็นทางเข้าโครงการ T77 ก็ขับเข้ามาได้เลยครับ โดยการเข้าโครงการ T77 จะต้องรับบัตรเพื่อเข้าโครงการ T77 จากนั้นก็รับบัตรอีกใบเพื่อเข้ามาภายในโครงการ Habito Mall ครับ ซึ่งไม่ต้องกังวล หากมีการใช้จ่ายใน Habito Mall ครบ 200 บาท ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เเละตอนออกทาง Habito Mall จะประทับตราสำหรับบัตรจอดรถของ T77 ด้วย ก็จะจอดฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ

จบกันไปแล้วครับสำหรับการพาชมคอมมูนิตี้มอลล์ Habito Mall ภายในโครงการ T77 ของแสนสิริ โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นลูกบ้านหรือไม่ได้เป็นลูกบ้านของ T77 ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ สุดท้ายนี้ใครชอบคอนเทนต์ของเราอย่าลืมน้ำลิ้งไปแชร์ และติดตามคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์คอนโด ได้ในเว็บไซต์อสังหาฯ การลงุทนคอนโดของเราได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

Writtem By NewbBENN