logo

          ในปัจจุบันนี้ มีช่องทางในการฟังเพลงจากหลากหลายช่องทางมาก ๆ ซึ่งในแต่ละช่องทางของแต่ละ App Streaming นั้น จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในวันนี้ CondoNewb ก็จะมาพูดคุยถึงเรื่องแอพฟังเพลง ว่าแต่ละแอพพลิเคชั่น มีจุดเด่นอะไรบ้าง และแอพฟังเพลงแต่ละแอพจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหนกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

Citi X Lazada CondoNewb

8 แอพฟังเพลง 2020

JOOX

1. แอพฟังเพลง JOOX  

App ฟังเพลง Joox นี่หลายคนน่าจะรู้จักกันดี เพราะเป็นแอพฟังเพลง ยอดฮิตของเหล่าวัยรุ่นไทย ซึ่งอันนี้ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า แอพพลิเคชั่น JOOX ถูกพัฒนาโดย Sanook.com เว็บไซต์ยอดฮิตของคน GEN Y โดยใน JOOX นอกจากจะมีเพลงให้ฟังอย่างหลาย พร้อมด้วยเพลลิสที่สามารถกรองได้ว่า ต้องการฟังเพลงแนวไหน ศิลปินชาติอะไร ก็ยังมี MV และฟังก์ชั่นคาราโอเกะ ที่เราจะสามารถร้องและบันทึกเสียงเอาไว้ในแอพฯ หรือจะกดแชร์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน 

ข้อดี : เพลงใน JOOX คลอบคลุมทั่วทั้งจักรวาล สากล เกาหลี ลูกทุ่ง ร๊อค ป๊อบ แจ๊ส คือมีไปยันบทสวดมนต์เลยอ่ะคุณ แถมเพลลิสที่เขาจัดมาให้ก็สดใหม่ เหมาะกับสถานการณ์ โดน ๆ ทั้งนั้นเลย เช่น อยู่บ้านฟังสยาย, เพลงฮิตตลอดการ, เพลงช้าน่าฟัง, เพลงแมซ ๆ แซดสุด ๆ ฯลฯ แถมยังสามารถกรองเพลงลิสจากอารมณ์ของเรา ณ ตอนนั้นได้อีกด้วยนะ ตรงนี้เจ๋ง อ๋อ แล้วก็มีวิทยุด้วย ไม่ต้องไปโหลดแอพ ฟังวิทยุออนไลน์ให้ยุ่งยาก โหลด JOOX อย่างเดียว ได้ฟังครบ

ข้อเสีย : ถ้าใครชอบฟังเพลงสากลอาจจะเซ็ง ๆ หน่อย เพราะเพลงสากลส่วนใหญ่ใน JOOX จะต้องซื้อ VIP ก่อน โดยการจะเป็น VIP นอกจากการเติมเงินรายเดือน / รายวัน แล้วก็จะมีการแชร์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ โดยแชร์ 1 ครั้ง ก็จะได้สิทธิ VIP 24 ชม. เท่ากับว่าเราจะต้องแชร์ทุกวัน ถ้าไม่อยากเสียเงินนั่นเองจ้า แต่ขอกระซิบนะว่าค่าบริการไม่ได้แรงอย่างที่คิด ถ้าฟังทุกวัน ซื้อ VIP ไปเลย คุ้มแน่ ๆ

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : ใครชอบฟังเพลงในกระแส ทั้งเพลงไทย ทั้งเพลงสากล เพลงเกาหลี และเพลงอื่น ๆ รวมถึงใครก็ตามที่ขี้เกียจทำเพลลิสเอง เพราะว่าแอพ นี้เพลงลิสเยอะมาก อีกอย่างคือ ราคาไม่แพง นักเรียนนักศึกษาสามารถเติมเงินรายเดือนได้สบาย ๆ เลยด้วยจ้า (129 บาท / เดือน) และนอกจากนี้ก็ยังเหมาะกับคนที่ชอบร้องคาราโอเกะ เพราะอย่างที่บอกว่าในแอพฯ มีฟังก์ชั่นร้องคาราโอเกะมาให้ด้วย

Spotify

2. แอพฟังเพลง Spotify  

        แอพฟังเพลง นี้ก็น่าจะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในไทยเหมือนกัน เพราะจนถึงตอนนี้ Spotify ก็เปิดตัวในบ้านเรามากว่า 3 ปีแล้ว Position ของแอพฟังเพลง นี้ จะเป็นแอพ ที่ค่อนข้างอินเตอร์ เป็น แอพฟังเพลง รวมถึงสตรีมมิ่งเพลงระดับโลก มาพร้อมกับเพลงครอบจักรวาลเช่นเดียวกัน โดยมีเพลงมากถึง 40 ล้านเพลง กับอีก 3 พันล้านเพชลิสต์เลยทีเดียว สมัยก่อนแอพ นี้ ถ้าหากไม่ได้จ่ายรายเดือนเราจะถูกจำกัดการค้นหาศิลปินและกดเลือกเพลง ซึ่งตอนนี้สามารถทำได้แล้วด้วย อีกทั้งยังสามารถกดซ่อนหรือกดถูกใจเพลงและศิลปินที่ชอบได้ รวมทั้งมีฟังก์ชั่นการสร้างเพลลิสต์ส่วนตัวมาให้อีกด้วยจ้า และยังไม่หมดแค่นี้ เพราะแอพฟังเพลง Spotify มีฟังก์ชั่นเอาใจสายประหยัดค่าเน็ต สามารถกดเลือกเพื่อประหยัดพลัง 3G / 4G ของเราได้ด้วยจ้า  

ข้อดี : ความดีความชอบของแอพฟังเพลงนี้ ส่วนตัวแล้วคิดว่า นอกจากเรื่องประหยัดพลังอินเตอร์เน็ตของเราได้ ก็คงจะเป็นเรื่องเพลลิสต์ที่ทางแอพ จะสุ่มขึ้นมาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ ชอบฟังเพลงแนวไหน เพลงของศิลปินที่ฟังบ่อยคือใคร ซึ่งเราก็จะได้ฟังเพลงใหม่ ๆ ในแนวที่เราชอบอยู่เสมอ ๆ เลย

ข้อเสีย : โฆษณาเยอะไปหน่อย เรื่องเดียวเลย ข้อเสียอื่น ๆ อย่างเรื่องเลือกเพลงไม่ได้ เลือกศิลปินไม่ได้ ตอนนี้ไม่มีแล้วจ้า

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : แอพฟังเพลง อินเตอร์ขนาดนี้ ก็ต้องเหมาะกับสายอินเตอร์อย่างเรา ใครที่ชอบฟังเพลงสากลรีบโหลดด่วน เพราะนอกจากเพลงสากลยังเยอะมากแล้วยังสามารถฟังได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย แถมเพลลิสต์ของแอพ ก็ค่อนข้างดี เป็นอารมณ์เท่ ๆ ส่วนใครที่ชอบหาความรู้ผ่านการฟัง Podcasts ทาง แอพฟังเพลง Spotify มี Podcasts จากทั่วโลกมาให้ได้เลือกฟังกันอย่างจุใจด้วยครับ

Apple Music

3. แอพฟังเพลง Apple Music  

          มาถึง แอพฟังเพลง ของชาว IOS ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง APPLE ในชื่อ APPLE MUSIC โดยใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ APPLE ก็สามารถเชื่อมต่อเพลงทั้งหมดใน iTunes Stor e มาไว้ด้วยกันได้อีกด้วย นั่นแปลว่า ผู้ใช้งานจะสามารถฟังเพลงทั้งหมดในตลาดซื้อขายเพลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกออย่าง iTunes Store ได้เลยนั่นเอง ใครที่ซื้อผลิตภัณฑ์ในระบบ IOS ก็เข้าไปทดลองใช้งานฟรี 3 เดือนกันได้เลยช่วงนี้ แอพ ติดเครื่องมา ไม่ต้องโหลดเพิ่มด้วยจ้า

ข้อดี : เพราะเป็นแอพฟังเพลงที่เชื่อมต่อกับ iTunes Store ทำให้มีเพลงเยอะมาก และเพลงทุกเพลงจะเป้นเพลง Official ที่ทางค่ายเพลงเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นคนปล่อยออกมาเองและอีกฟังก์ชั่นที่ชอบมากเลยคือ สมมุติเราไปฟังเพลงใดเพลงหนึ่งมา แล้วไม่รู้ชื่อเพลง จำทำนองก็ไม่ได้ จำได้แค่ว่าเพลงนั้นร้องอย่างไร ก็สามารถเอาเนื้อเพลงเท่าที่เราจำได้ตรงนั้นมาเสริชเพื่อหาเพลงได้ด้วยนะ

ข้อเสีย : เพลงเยอะก็จริง แต่ส่วนมากเพลงใน Apple Music ก็จะเป็นเพลงตลาด ๆ ใครสายอินดี้หรืออยากลองฟังเพลงนอกกระแส อาจจะผิดหวัง นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาเพลงหายที่เป็นปัญหายอดฮิตของ แอพฟังเพลง นี้ด้วย

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : ถ้าจะถามว่าเหมาะกับใคร ก็คงต้องตอบว่าเหมาะสำหรับคนที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ระบบ IOS ของ APPLE เป็นหลัก เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าทุก ๆ แพลตฟอร์มของ APPLE นั้นจะเชื่อมต่อกันง่ายมาก แต่จะเชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์มของค่ายอื่น ๆ ค่อนข้างยาก ฉะนั้น ใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ APPLE อยู่แล้ว ก็เหมาะเลยที่จะใช้ แอพฟังเพลง นี้ครับ นอกจากนี้ใครที่ชอบฟังเพลงญี่ปุ่น จากอานิเมะหรือจากหนังจากหนัง ๆ ต่าง ๆ ทาง APPLE Music ก็มีเพลงญี่ปุ่นมาไว้ให้เฉพาะด้วยครับ

Tidal

4. แอพฟังเพลง Tidal 

          แอพฟังเพลงนี้ น่าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันแล้วล่ะ รวมทั้งตัวผู้เขียนเองก็ด้วยที่ก็เพิ่งมาได้ยินและเห็นหน้าตาแอพฟังเพลง Tidal นี้ กันตอนหาข้อมูลเรื่อง แอพฟังเพลง เนี่ยแหละ แต่ขอบอกเลยว่าความดีงามของ Tidal ก็ไม่ได้น้อยหน้าแอพ อื่นเลยนะ เพราะแอพ นี้เขาชูจุดเด่นในเรื่องของ ระบบเสียง Hi-Resolution จ้า เรียกได้ว่าสามายคุณภาพกันจริง ๆ ระบบเสียงที่ได้จะชัดแจ๋ว ใสกิ๊ง เหมือนฟังจากแผ่น CD เลยแหละ เพราะเป็นไฟล์เสียงแบบ Loseless ที่ไม่ผ่านการบีบอัดหรือโดนลดคุณภาพด้วย

ข้อดี : เรื่องข้อดีก็คงต้องยกให้เรื่องระบบเสียงเนี่ยแหละ เพราะมีไม่กี่แอพ หรอกนะที่จะสามารถฟังเพลงออนไลน์ได้โดยที่เสียงไม่โดนลดคุณภาพ นอกจากนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของการคัดเพลง ที่เห็นว่าทาง Tidal เขามีบรรณาธิการที่จะทำหน้าที่ตัดสีเพลง หรือแม้กระทั่งทำเพลงเองเพื่อให้ผู้ใช้ในแอพ ได้ลองฟังกันด้วย อันนี้เจ๋งดี  

ข้อเสีย : ราคาแรงสุดเลยในบรรดา แอพฟังเพลง ทั้งปวง แต่ถ้าใครมาสายคุณภาพก็ไม่ต้องลังเล จัดเลย

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : อันดับแรก ไม่เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงไทยเลย เพราะใน Tidal จะเป็นเพลงสากล สายอินเตอร์ทั้งหลายแหล่น่าจะถูกใจกันเลยทีเดียว และก็เหมาะสำหรับสายเสพคุณภาพ คนที่ทำเพลง หรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านดนตรี เพราะคุณจะไม่ผิวหวังเลยในเรื่องของคุณภาพเสียงระหว่างใช้งานครับ

Deezer

citi lazada01

5. แอพฟังเพลง Deezer 

 Deezer นี่หลายคนไม่รู้นะว่าเป็น เจ้าแรก ๆ เลยที่เข้ามาในไทย โดยทการตลาดร่วมกับแพคเกจอินเตอร์เน็ตร่วมกับเครือข่ายมือถืออย่าง DTAC นั่นเอง ไม่แน่ใจว่าตรงนี้หรือเปล่าที่ทำให้เจ้าแอพ Deezer ไม่ปังเท่าที่ควร เพราะขนาดว่าผมเองใช้ Dtac ยังไม่เคยโหลดแอพนี้มาใช้เลยสักครั้ง แต่หลังจากที่พบว่าถ้าหากเราเป็นลูกค้า Dtac แล้วใช้แอพ นี้ฟังเพลงได้ฟรี ก็ลองโหลดมาแล้วล่ะ โอเคอยู่นะ ฟังก์ชั่นการใช้งานก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าแอพ อื่น ๆ เลย แถมมี AI ที่คอยจับพฤติกรรมและจัดแนวเพลงที่เราชอบฟังขึ้นมาให้อีกด้วย มีหน้าโปรไฟล์ของตัวเอง อารมณ์เหมือนเป็น Social Network ด้วยแหละ

ข้อดี : แอพฟังเพลงฟรีได้ มี AI คอยจับเพลงให้ และก็ใครเป็นลูกค้า Dtac ก็สบายเลยครับ

ข้อเสีย : โฆษณาบ่อยมาก บังคับกลาย ๆ ว่าต้องเป็นลูกค้า Dtac ไม่ก็ต้องซื้อแพ็คเกจรายเดือน แถมจำกัดการกดข้ามเพลงได้เพียงเดือนละ 6 ครั้ง คล้าย ๆ กับ Spotify ช่วงแรก ๆ เลย

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : สั้น ๆ เลยครับ ว่าเป็นแอพฟังเพลง ที่เหมาะกับคนใช้ Dtac ครับ

Fungjai

6. แอพฟังเพลง Fungjai 

แอพฟังเพลง Fungjai นี้ บอกตามตรงว่ารักมากกก ใครก็ตามที่ชอบฟังเพลงไทย โดยเฉพาะเพลงอินดี้ ๆ หน่อยน่าจะรู้จักกันดี เพราะฟังใจจะมีจุดเด่นในเรื่องของเพลงนอกกระแส ที่จะมาจากศิลปินคุณภาพ แถมยังมีเพลลิสต์ที่สุดแสนจะจ๊าบ วัยรุ่นวินเทจต้องถูกใจแน่นอน 

ข้อดี : แอพฟังเพลงฟรี!! ไม่มีรายเดือนให้วุ่นวาย นี่คือข้อดีที่ต้องหยิบยกมาพูดเป็นอันดับแรกเพราะถูกใจมากจริง ๆ นอกจากนั้นก็มีเรื่องของ UI ที่ค่อนข้างน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นปกเพลลิสต์ หรือแม้กระทั่งตัวชื่อเพลลิสต์เอง เข้าใช้งานแล้วมีความสุขมาก

ข้อเสีย : มีแต่เพลงไทยครับ ใครชอบฟังเพลงสากลโบกมือลาได้เลย

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : แน่นอนว่าแอพ แบบนี้จะต้องเหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงนอกกระแสครับ ซึ่งกลุ่มคนที่เป็นวัยรุ่นวินเทจ หรือใครที่ติดตามงานของวงนอกกระแสจะใช้แอพนี้กันจำนวนมากเลย เนื้อหาเพลงค่อนข้างเฉพาะ ถ้าใครไม่เก็ท ไม่อิน อาจจะไม่ชอบไปเลย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเพลงกระแสหลักเลยครับ เพราะเพลงกระแสหลักเพลงไหนที่มาแรงมาก ๆ ก็จะติดชาร์ตในแอพ นี้เหมือนกัน

SoundCloud

7. แอพฟังเพลง SoundCloud 

แอพฟังเพลง Soundcloud เป็นแอพ ที่เรียกได้ว่าเปิดกว้างเลย เพราะจุดเด่นของแอพ นี้คือ ไม่ว่าใครก็สามารถทำเพลงและมาอัปโหลดลงไปได้ โดยมีศิลปินมากมายเลยที่ทำเพลงฟรีเป็นงานอดิเรก และนำมาปล่อยลงแอพฟังเพลง นี้เพื่อให้แฟนคลับได้ฟังกัน โดยอาจจะเป็น Hidden Track ที่ไม่ได้มีในอัลบั้ม หรือเพลงในเวอร์ชั่น Demo ก็มีด้วยนะเออ

ข้อดี : มีศิลปินเจ๋ง ๆ มาทำเพลงอย่างอิสระ โดยไม่ถูกตีกรอบโดยค่าย ทำให้เราได้ฟังเพลงมุมมองใหม่ ๆ จากศิลปินที่เราชื่นชอบ แถมถ้าเราเองก็เป็นศิลปิน ก็สามารถทำเพลงปล่อยลงแอพฟังเพลงเพื่อหารายได้เสริมได้ด้วย

ข้อเสีย : เวลาเสริชเพลงในแอพ นี้ มันจะขึ้นมาหมดทั้งเพลงเวอร์ชั่นจริงและเพลง Cover หรือ Remix บางครั้งก็หงุดหงิดเหมือนกัน ก่อนกดฟังต้องดูให้ดี ๆ จ้า

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : คนที่อยากฟาอะไรใหม่ ๆ ฟัง หรือกลุ่มแฟนคลับซึ่งศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบทำเพลงปล่อยในแอพ นี้เป็นประจำจะยิ่งฟินขึ้นไปอีก หรือใครที่อยากจะปล่อยของ ก็ลงเพลงที่ตัวเองทำไว้ในแอพ นี้ได้ เผื่อแมวมองหรือโปรดิวเซอร์มาเจอเน้อ

Youtube Music

8. แอพฟังเพลง Youtube Music 

 Youtube Music แอพฟังเพลงน้องใหม่ จาก Youtube.com ที่มาเพื่ออุดช่องโหว่ของผู้ใช้งานที่อยากจะฟังเพลงบนเว็บไซต์คลิปวิดีโอใหญ่ยักษ์อย่าง Youtube ให้สามารถยังคงฟังเพลงจากแอพ Youtube อยู่ได้แม้จะปิดหน้าจอแอพ ลงไปแล้วก็ตาม

ข้อดี : เปิดฟังเพลงจาก Youtube ได้โดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าจอมิวซิควีดีโอค้างไว้อีกต่อไป เพลงไหน Youtube มี แอพ นี้ก็มีเช่นกัน

ข้อเสีย : ระบบการเล่นเพลงแอบแปลก ๆ นิดนึง น่าจะมีการพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต เพราะแอพ ยังใหม่อยู่มาก ๆ ครับ

เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน : คนที่ชอบฟังเพลงจาก Youtube ซึ่งก็มีหมดเลยทั้งเพลงจากค่าย เพลง Cover เพลงอินดี้นอกกระแสต่าง ๆ และตัวแอพ ก็ทำได้ทั้งฟังเพลง ทั้งดูเอ็มวีจาก Youtube นั่นแหละครับ 

citi lazada 00

          แอพฟังเพลงนั้น จากที่เห็นแล้วจะเห็นได้ว่ามีให้ได้เลือกมากมายเลยครับ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้แอพพลิเคชั่นฟังเพลงได้ ตามไลฟ์สไตล์การฟังเพลงของตัวเองเป็นหลัก เช่นเน้นเพลงไทยก็ Joox อยากฟังเพลงแบบเสียงเทพ ๆ ก็ Tidal เป็นต้น และสำหรับเรื่องแอพฟังเพลงที่น่าสนใจ ก็มีเพียงเท่านี้ครับ และในบทความถัดไป เราจะนำไลฟ์สไตล์คอนโดอะไรมาฝากกันอีกนั้น อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ ไลฟ์สไตล์และการลงทุนคอนโดของเรากันนะครับ 

Written by NewbBENN