logo

          บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ กลายมาเป็นทางออกในยุคเร่งรีบที่บ้านกลายเป็นแค่ห้องเล็ก ๆ ที่เอาไว้อาศัยซุกหัวนอนเท่านั้นสำหรับหนุ่มสายบ้างานบางคน และเป็นแค่ที่พักผ่อนของสาว ๆ สายมินิมอลทั้งหลาย หลายคนเลือกจะซื้อห้องชุดคอนโด หรือหาที่พักเป็นห้องอพาร์ตเม้นท์ ซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ในตอนแรกก็แค่คิดจะเอาไว้พักผ่อนตอนกลับจากทำงานจริง ๆ แต่พอเริ่มงานไปได้สักเดือนหนึ่ง ไอ้นั่นก็ต้องมี ไอ้นี่ก็ต้องใช้ ของก็เลยงอกมาเต็มห้องไปหมด เลยกลายเป็นต้องไปอาศัยของอยู่ การจัดหาตู้หรือชั้นวางของ อาจเป็นเรื่องง่าย ถ้ามีสถานที่เพียงพอ แต่ถ้าเป็นห้องแคบ ๆ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ดูจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดสำหรับหนุ่มสาวยุคจรวด

บิวท์อิน Built in แปลตรงตัวว่า การสร้างเข้าไปข้างใน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน จึงหมายถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งเข้ากับพื้นที่ในขนาดที่พอดี หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งเข้าไปในพื้นที่ภายในบ้านส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ ที่นิยมทำเป็นงานบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า ชุดครัว เตียงนอน เป็นต้น

          สำหรับเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่นิยมติดตั้งกับพื้นที่ในห้องเล็ก ๆ หรือคอนโด ที่นิยมกัน ก็เช่น เคาน์เตอร์ครัว ตู้ของใช้ในห้องอาบน้ำ บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า เป็นต้น แต่สิ่งที่เราจะมาพูดกันก็คือ การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า เพราะส่วนใหญ่แล้วหนุ่มสาววัยทำงานมักจะต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บเสื้อผ้าที่เป็นสัดส่วน มีความจุ และใช้ประโยชน์ได้เอนกประสงค์ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่ามันคือ งานบิวท์อิน ถ้าหากติดตั้งแล้วไม่ถูกใจ การรื้อแล้วทำใหม่บ่อย ๆ มันก็เสียทรัพย์โดยมิใช่เหตุ

ประเภทของการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า

          อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการทำบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า สิ่งแรกที่ทุกคนควรคำนึงถึงคือประโยชน์ใช้สอยและขนาดของพื้นที่ที่จะทำการติดตั้ง ขนาดของตู้เสื้อผ้าที่เราต้องการบิวท์อินเข้าไปในส่วนหนึ่งของบ้านนั้น ต้องมีการออกแบบ วางแผน และกำหนดงบประมาณให้เหมาะสม ซึ่งชนิดของตู้เสื้อผ้าที่นิยมบิวท์อินนั้น มี 2 แบบ ได้แก่  

บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบ Reach-In Closet

Reach-In Closet บิวท์อินตู้เสื้อผ้าแบบติดกับผนัง

เป็นการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบติดตั้งตามแนวยาวของผนังห้อง พร้อมบานเลื่อนรวมทั้งอาจจัดทำเป็นตู้กั้นห้องไปในตัว ความลึกตู้เสื้อผ้ามาตรฐานไม่ควรต่ำกว่า 60 ซม.(600มม.) ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความสูงของ บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า จะจัดทำเต็มตามฝ้าเพดาน ประมาณ 2.40 เมตร ถึง 2.60 เมตร เป็นแบบที่นิยมใช้ทั่วไปในคอนโดและห้องชุดต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์ที่บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าเข้าไปในตู้อีกที อาจจะเป็นราวเหล็กสำหรับแขวนเสื้อ และกระจกแต่งตัว บางคนอาจติดไปในตู้เพื่อใช้เป็นห้องแต่งตัวขนาดย่อมเลยก็ว่าได้

บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet

เป็นการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-In Closet ที่มีบานเลื่อนเปิดปิดบริเวณทางเข้าออก สามารถเดินเข้าไปใช้สอยพื้นที่ภายใน ทำให้มองเห็นเสื้อผ้าได้ในคราวเดียวกัน สะดวกต่อการเลือกและค้นหาเหมาะสำหรับพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ หรือส่วนที่สามารถกั้นแยกออกได้โดยไม่เสียการใช้งานพื้นที่อื่นๆในห้องนอน ภายใน Walk-in Closet อาจมีทั้ง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อให้สามารถใช้เวลาเลือกสรรการแต่งกายของท่านได้อย่างสะดวกสบาย

Walk in Closet คือการบิวท์อินตูเสื้อผ้า แบบมีบานกระจกเปิดปิด

          ความลึกของพื้นที่ติดตั้งตู้เสื้อผ้า ไม่ควรต่ำกว่า 1.20 เมตร (1,200 มม.) การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าในคอนโดหรือห้องนอน ข้อควรคำนึงถึงก็คือ ขนาดของที่พักหรือห้องที่ต้องการบิวท์อินนั่นแหละ รวมไปถึงวัสดุที่ใช้ในการกรุผนังหรือทำวัสดุบิวท์อินด้วย เพราะการทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินจะต้องมีการเจาะผนังหรือ สร้างผนังใหม่เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักของตู้และของที่จะใส่ลงไปได้ บางคนมีไอเดียแปลก ๆ เช่น การทำตู้เสื้อผ้าและสามารถเปลี่ยนเป็นเตียงในตอนกลางคืนได้อีก หรือบางคนอาจเจาะตู้เสื้อผ้าด้านข้างห้องน้ำ และมีส่วนประกอบของโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นมุมส่วนตัวไปเลย 

ไอเดียเก๋ ๆ ในการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า

          การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าไม่มีกฎตายตัว ไม่มีการระบุแบบชัดเจน ว่าต้องเป็นแบบนี้ ต้องมีแบบนั้น แต่สามารถทำได้ตามงบประมาณและความต้องการใช้ ใครมีทุนมากหน่อย ก็ได้วัสดุดีหน่อย เลือกแบบได้อลังการงานสร้างหน่อย แต่หากใครงบน้อยก็ต้องมานั่งคิดว่าจะจัดดีไซน์อย่างไรให้ของมีคุณภาพน่าใช้ ซึ่งแนวคิดในการจัดตู้บิวท์อินเสื้อผ้าของหนุ่มสาวสมัยใหม่ก็จะมาหลากหลายสไตล์เลย ซึ่งเราจะมารู้จักการแต่งห้องสไตล์ต่าง ๆ โดยใช้ตู้เสื้อผ้ามาบิวท์อินให้เกิดอารมณ์แฟชั่นบ่งบอกไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ ห้องน้ำเป็นหน้าตาฉันใด ตู้เสื้อผ้าบอกนิสัยฉันนั้นแหละ จะมาเอาเสื้อผ้ายัดใส่ลิ้นชักยัด ๆ เอาแจกันวางข้างบนแล้วบอกว่ามันคือสไตล์ คงไม่ใช่

การแต่งห้องสไตล์ Graffiti & Retro ห้องนอนดิบ เท่แนวสตรีท

การตกแต่งห้องแบบ Graffiti & Retro

          การแต่งห้องแนวสตรีทมีจุดเด่น คือ อาศัยความดิบอย่างเดียวเลย การตกแต่งด้วยโทนสีฉูดฉาด อารมณ์ประมาณเด็กช่างกลมือบอนพ่นกำแพงสมัยก่อนนั่นแหละ การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าเข้ามีส่วนร่วมก็มีผลนิดหน่อย คือ อาจจะทำผนังตรงหัวเตียงเจาะเป็นบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแล้วพ่นสีทับแบบ Walk-in Closet ประหยัดเนื้อที่ไปอีก หรือทำเป็นฉากกั้นเท่ ๆ เปิดปิดบานเลื่อนแบบ Reach-In Closet ไปเลยก็มี หนุ่มน้อยสนใจแนวนี้กันหลายคน แต่ขอแนะนำว่าคนที่คิดจะทำแนวนี้ต้องประสาทแข็งนิดหน่อย ไม่งั้นนอนไม่หลับเพราะโทนสีสดใสมาก แต่วิธีแก้ง่าย ๆ ก็คือ พ่นสีทึบด้านหลังเป็นสีดำและจัดฉากเลื่อนให้มิดชิด คือ กั้นส่วนที่เป็นห้องนอนกับส่วนอเนกประสงค์ไปเสียเลยก็จะช่วยได้ แต่ส่วนใหญ่ มักจะทำเป็นฉากสวย ๆ เลยเสียมากกว่า สั่งทำมาต้องใช้ให้คุ้ม เพราะการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าตู้หนึ่งราคาไม่ใช่ถูก ๆ 

การแต่งห้องแนวมินิสไตล์ หรือที่เราเรียกว่ามินิมอล

minimal closet กับห้องสไตล์มินิมอล

          แนวนี้ส่วนมากจะเป็นสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่เน้นลุคสบายเรียบง่าย บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าที่แนะนำสำหรับแนวนี้ ควรจะเป็นแบบ Walk-In Closet ที่เน้นพื้นที่เพียงน้อยนิด ก็บอกแล้วไง ว่าเป็นแนว “มินิมอล” คือ ห้องมีขนาดเล็กพออยู่แล้ว ถ้าใช้ตู้เสื้อผ้าแบบ Reach-In Closet ที่ค่อนข้างจะกินพื้นที่ คงได้เข้าไปนอนในตู้เสื้อผ้ากันบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนทำแนวนี้ เพราะหนุ่ม ๆ บางคนก็อาศัยการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าร่วมกับชั้นหนังสือไปเลยก็มี ซึ่งแบบนี้มีให้เห็นตามหนังสือการแต่งห้องหลายเล่ม จะบอกว่าตู้เสื้อผ้าแค่ใส่เสื้อผ้าคงไม่ใช่แล้ว

การแต่งห้องสไตล์ลอฟท์

การตกแต่งห้องสไตล์ Loft

          สไตล์ลอฟท์ (Loft) หรือ อินดัสเทรียล ลอฟท์ (Industrial Loft ) มีที่มาจากอาคารโรงงานในย่านบรูคลินของนิวยอร์กที่เลิกใช้หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และผ่านการแปรสภาพเป็นอพาร์ทเมนต์เพื่ออยู่อาศัย สไตล์ลอฟท์ที่รู้เลยว่าใช่ คือ ผนังขัดมัน ฝ้าเปลือยจนบางที่เห็นสายไฟด้วย พื้นปูนขัดมัน แบบสไตล์ห้องพักที่ผ่านการถูกระเบิดแล้วมาโมดิฟายด์ใหม่นั่นแหละ สไตล์การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าก็ไม่ยากเท่าไหร่หรอก แค่เจาะผนังปูนติดบานเลื่อนขนาดกะทัดรัดสไตล์ Walk-In Closet แล้วจัดข้างในตู้ให้มีสัดส่วนของชั้นวางของเสื้อผ้านิดหน่อยก็ดูดี หรือบ้านมันกว้างไปก็ทำตู้เสื้อผ้าแบบ Reach-In Closet ที่ใหญ่โตกว้างข และอลูมิเนียม วางขนาดใส่คนเข้าไปสบาย ๆ ก็ได้ บอกเลยว่าแนวนี้จัดได้หลายแนวมาก และวัสดุก็ไม่ต้องคิดะไรมาก ปูนกับไม้เลย แต่อย่าลืมนะความชื้นมาแน่ ๆ แล้วเสื้อผ้ากับความชื้นมันถูกกันเสียที่ไหน วัสดุข้างในต้องเป็นวัสดุที่สามารถทนต่อความชื้นได้ หรือมีมาตรการป้องกันความเสียหายของเสื้อผ้าที่จะเกิดจากความชื้น ถ้าช่างที่ทำขาดความรู้เรื่องนี้ อาจทำให้เสื้อผ้าที่คุณรักต้องเสียหาย แทนที่จะมีตู้เพื่อรักษาเสื้อผ้า กลับทำให้เสื้อผ้าพังเร็วกว่าเก่า

ข้อควรระวังในการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าทำเอง

          จากที่กล่าวมาเราจะเห็นได้ว่าตู้เสื้อผ้ามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากพอสมควรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตู้ใส่เสื้อผ้า ที่เก็บเตียง ฉากแบ่งพื้นที่ หรือแม้กระทั่งห้องแต่งตัว ซึ่งหลาย ๆ คนก็เริ่มมีความคิดอยากจะมีตู้เสื้อผ้าบิวท์อินแบบทำเอง ข้อควรระวังในการทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินมีอะไรบ้าง ก่อนที่เราจะเลือกแบบเพื่อทำบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าเราควรศึกษาเรื่องอะไรบ้าง

การบิว์อินตู้เสื้อผ้าโดยใช้วัสดุต่าง ๆ

  1. พื้นที่ของห้องที่เราจะติดตั้งตู้เสื้อผ้า เราต้องรู้ว่าการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า คือการเจาะติดตั้งไปในห้องเลย คือ กลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องเลย ต้องคิดให้ดี เช่น หากเรามีพื้นที่กว้างมากในตอนแรก เราเกิดอยากได้ตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน แบบ Reach-In Closet เพื่อมากั้นห้องเป็นสองส่วน และใช้ตู้ประกอบแบบ Walk-In Closet อีก 2 – 3 ใบเพื่อเก็บสิ่งของนอกจากเสื้อผ้าอีก เราจะต้องคำนึงถึงระยะเวลาและความต้องการที่เปลี่ยนไปด้วย ถ้าตอนที่เราคิดในตอนนั้นเราอาจยังไม่มีครอบครัว ใช้ชีวิตแบบหนุ่มโสด สาวโสด แต่หลังจากนั้น 2 ปี คุณเกิดแต่งงาน และมีตัวเล็ก ๆ เจ้าตู้บิวท์อินพวกนี้จะกลายเป็นอุปสรรคทันที เพราะตู้เหล่านี้ไม่สามารถเอาออกได้ทันทีทันใด ถึงเอาออกได้ มันก็ไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและพื้นที่ให้ดี มิเช่นนั้น บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าแสนสวย อาจกลายเป็นเรื่องซวยเพราะต้องทำแล้วแก้หลายครั้ง
  2. ประโยชน์ใช้สอยและการแบ่งสัดส่วนของตู้เสื้อผ้า จะเห็นว่าในแต่ละร้านก็มีแบบมาให้ดูมากมาย และน่าสนใจเหลือเกิน แต่เราต้องดูประโยชน์ใช้สอยของตู้แต่ละแบบด้วยว่าแบบไหนเหมาะกับเรา เช่น คุณผู้ชายที่ต้องมีเสื้อผ้าทางการเยอะ เป็นนักธุรกิจ ตู้บิวท์อิน ควรแยกส่วนที่เก็บเสื้อผ้าทางการ เสื้อลำลอง และมีช่องเก็บของประดับนิดหน่อยของผู้ชาย เช่น พวกเข็มกลัดเน็กไท กระดุม เข็มขัด นาฬิกา เป็นต้น หรือหนุ่มสาวสายสปอตร์ตก็ควรจะมีช่องเก็บแก็ดเจ็ตที่เกี่ยวข้องกับกีฬาโดยเฉพาะ เช่น สายวัดชีพจร ส่วนวางรองเท้าแยกเป็นสองส่วน เพื่อสะดวกต่อการหยิบใช้ เป็นต้น 
  3. ความต้องการของผู้ใช้ เราต้องรู้ความต้องการของตนเองก่อนว่าอยากจะได้แค่ตู้บิวท์อินที่ใส่แค่เสื้อผ้าเพื่อประหยัดพื้นที่เฉย ๆ หรือต้องการประโยชน์ใช้สอยอื่น ๆ ด้วย เช่น การจัดแบ่งเสื้อผ้าเครี่องแต่งกายและต้องการมุมสำหรับแต่งตัวด้วย ก็อาจจะออกแบบตู้เป็น Reach-In Closet ที่มีประตูบานเลื่อน และสามารถเก็บโต๊ะแต่งตัวไว้ในนั้นได้ เราก็จะประหยัดเนื้อที่ในการวางโต๊ะไปได้ 
  4. งบประมาณ เรื่องนี้สำคัญที่สุด ข้อ 1 – 3 แทบจะไม่เป็นผลเลย ถ้าเราไม่สามารถคุมงบประมาณในการจ้างติดตั้งได้ เราต้องสอบถามราคาจากผู้ผลิตหลาย ๆ ที่เพื่อเปรียบเทียบราคา และวัสดุที่เหมาะสมสำหรับที่อยู่อาศัยของเรา ตลอดจนความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต เพราะตู้เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่ตู้เสื้อผ้า แต่มันคือ ของตกแต่งที่สามารถใช้สอยได้ ทำให้เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินต่าง ๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคสมัยปัจจุบัน เพราะนอกจากจะใช้เก็บของแล้ว มันยังบอกตัวตนของเจ้าของได้ด้วย การบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดมา
  5. วัสดุบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า ควรเป็นแบบไหน ไม่มีแบบตายตัวขึ้นอยู่กับสไตล์การแต่งห้องที่เราต้องการ ว่าจะเป็นแนวไหน แต่ส่วนใหญ่นิยมนำไม้มาใช้เป็นวัสดุหลัก
  • Particle คือ แผ่นไม้ประกอบที่ผลิตจากไม้ตามธรรมชาติบดย่อย ผ่านกระบวนการอัดแรงดันสูง เข้ารูปเป็นแผ่นด้วยความร้อน พร้อมการผ่านกระบวนการทางเคมี เพื่อให้สามารถป้องกันความชื้นได้ดี ถือว่าเป็นราคาเริ่มต้นของการทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเลยก็ว่าได้
  • Medium Density Fiberboard (MDF) แผ่นไม้อัดที่ผลิตจากใยไม้ พืชที่มีเส้นใย หรือเส้นใยวัสดุลิกโนเซนลูโลส นำมาผสมกาวสังเคราะห์ นิยมใช้เป็นโครงสร้างส่วนที่ต้องการความแข็งแรงและส่วนที่รับแรงมาก อันนี้ดีกว่า Particle นิดหน่อย ตรงที่มีความคงทนมากกว่า และที่สำคัญแพงกว่าด้วย แต่ก็ถือว่าคุ้มสำหรับผู้ที่มีงบประมาณขึ้นมาอีกนิดหน่อย
  • Plywood ไม้อัดคุณภาพดีที่ผลิตจากการนำเปลือกไม้ชั้นนอกออก ผ่านการอัดเป็นชั้นบางๆจนแน่นและผ่านกระบวนการทางเคมี ปิดผิวด้วยเยื่อบุไม้ชนิดต่างๆ เช่น ไม้อัดยาง ไม้ยางพาราไม้อัดสัก ไม้อัดสักอิตาลี ไม้อัดแฟนซี เป็นต้น เหมาะสำหรับบ้านไม้เป็นอย่างยิ่ง เพราะปลวกกับมอดและแมลงไม่กิน เหมาะสำหรับพวกรีสอร์ทที่ต้องการบิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า สวย ๆ ไว้ในห้องพักแขก ถ้าติดไฟดาวไลท์ 2 – 3 ดวง จะได้บรรยากาศสไตล์คันทรีเลย
  • Wood ไม้แท้ หรือ ไม้จริง เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่สามารถเลือกใช้ได้หลากหลายชนิด มีความแตกต่างกันในเรื่องของคุณสมบัติในการใช้งาน และราคาสูงตามความนิยม เนื้อไม้มีความหนาจากธรรมชาติ ไม่ได้ถูกบดและบีบอัด ความทนทานจะสูงมาก แต่ต้องทำการอบน้ำยาเพื่อป้องกันเชื้อรา ปลวก แมลงกินไม้ ต่างๆ ต้องเลือกโรงงานหรือร้านที่มีความเชื่อใจได้ และมีการรับประกันคุณภาพ เพราะเนื่องจากไม้ชนิดนี้ คือ ไม้จริง ทั้งปลวก ทั้งมอด ต้องการมากแน่นอน
  • ปูนซีเมนต์ อันนี้ไม่น่าเอามาทำตู้บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้าได้ แต่จริง ๆแล้ว เป็นการบิวอินท์แบบล้ำสมัยเลย แต่มีข้อจำกัด คือ วิธีรื้อถอน คือ ต้องทุบอย่างเดียว และต้องใช้ไม้หรือเหล็กเป็นส่วนประกอบอยู่ดี เราเลยไม่ค่อยเห็นเท่าไหร แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนทำ
  • เหล็ก น่าจะเรียกว่าส่วนประกอบของตู้มากกว่า เหล็กเป็นวัสดุที่เข้ามามีบทบาทในการบิวท์อินทุกอย่าง ไม่มากก็น้อย เช่น ราวแขวนเสื้อ มือจับ หรือขาตู้ ดังนั้นเหล็กที่เลือก เราควรดูให้ดีด้วย ว่าทางผู้ผลิตมีการรับประกัน มีการพ่นกันสนิมให้ด้วยหรือเปล่า เพราะอย่างที่บอกว่ารื้อยากมาก

          บิ้วอิน ตู้เสื้อผ้า ยังมีความสนใจและเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย พร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง CondoNewb ก็จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักอีกอย่างแน่นอน สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังสนใจการตกแต่งคอนโด หรืออยากติดตามข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด สามารถอ่านบทความที่น่าสนใจของเราได้ เพราะเราจะมีบทความดี ๆ มานำเสนอเพื่อน ๆ อยู่เสมอ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ