logo

 โทรทัศน์ นั้นเป็นสิ่งที่ผูกพันกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน เรียกว่าพอเริ่มมีไฟฟ้าสิ่งแรกที่คนจะซื้อก็คือทีวี เพราะเมื่อก่อนมันคือสิ่งที่ช่วยสร้างความบันเทิงในบ้านที่ดีที่สุด เป็นเวลาของครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเพื่อดูโทรทัศน์ ตอนเย็น นับตั้งแต่ ทีวี ขาวดำที่มีช่องให้ดูไม่กี่ช่อง เรื่อยมาจนมี ทีวีสีให้คนฮือฮากันในความแปลกใหม่ บ้านไหนมีดูก็คือบ้านคนมีเงินเท่านั้น จนปัจจุบันเป็น Smart ทีวี ที่มีรายการให้ดูเป็นพัน ๆ รายการ ถึงแม้เวลาจะล่วงผ่านมานานเท่าใด โทรทัศน์ ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความบันเทิง ที่ทุกบ้านต้องมีไว้ ซึ่งบางบ้านมีอยู่ทุกห้องเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่เดียวนี้ราคา “โทรทัศน์” ไม่ได้แพงเหมือนเมื่อก่อน แถมยังติดตั้งง่าย ๆ ด้วยตัวเองไม่กี่ขั้นตอน ผิดกับเมื่อก่อนที่จะต้องให้ช่างมาติดตั้งให้วุ่นวายไปหมดบางทีติดตั้งวันเดียวไม่เสร็จด้วยซ้ำไป เพราะต้องมีการติดตั้งเสาอากาศแล้วหมุนเพื่อหาสัญญาณ ลำพังแค่เสาหนวดกุ้งไม่อาจทำให้ดูได้อย่างชัดเจนได้เลย แต่ในตอนนี้ไม่จำเป็นอีกแล้วด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่มีกล่องรับสัญญาณก็สามารถดูได้อย่าชัดเจนใสแจ๋ว หรือถ้าจะต่อกับอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเน็ตบ้าน หรือเน็ตมือถือ ก็รับชมรายการโทรทัศน์ ได้ทั่วโลกเลยอีกต่างหาก นับเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ลองนึกตัวเองในวันหยุด ตื่นขึ้นมาในตอนสาย ๆ แล้วเปิด ทีวี เลือกดูรายการได้ตามใจชอบ จะมีความสุขขนาดไหน หรือหากบ้านไหนต้องเลี้ยงลูก ก็สามารถมีเวลาว่างไปทำอย่างอื่นได้โดยเปิด ทีวีให้ลูกดูซึ่งเดียวนี้ มีช่องการ์ตูนมากมาย รวมถึงช่องการศึกษา หรือแม้แต่สารคดีที่สร้างสรรค์ ซึ่งดูแล้วอาจจะดีกว่าให้ เด็ก ๆ เล่นเกมผ่านมือถือด้วยซ้ำไป โทรทัศน์และการพัฒนาระบบต่าง ๆ จึงจำเป็นอย่างไม่ต้องสงสัย

ประเภทของโทรทัศน์ที่น่าสนใจ

ยุคสมัยเปลี่ยนไป เมื่อ “โทรทัศน์” เป็นมากกว่าอุปกรณ์ให้ความบันเทิง

          หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปตามยุคสมัยโดยเฉพาะแฟชั่นการตบแต่งบ้านที่ก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยีแทบจะเป็นเงาตามตัว บ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้นเป็นที่ทุกคนหวังไว้จะต้องเป็นสถานที่ ที่ปลอดภัย อบอุ่น สบาย อยู่แล้วมีความสุข ฉะนั้นการตบแต่งบ้านจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะว่าบ้านที่น่าอยู่ก็ทำให้เรารู้สึกอยากกลับบ้าน และการตบแต่งบ้านโดยมีโทรทัศน์ เป็นองค์ประกอบก็เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน

 

เป็นการแสดงรสนิยมของเจ้าของบ้านได้ดี

          ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ของแพงยี่ห้อเลิศหรู แต่คือ การจัดวางตำแหน่งโทรทัศน์ อย่างลงตัวให้เข้ากับพื้นที่ อีกทั้งต้องสะดวกต่อการรับชมพร้อมกับทำบ้านให้ดูน่าอยู่ ซึ่งตัวอย่างการตบแต่งนั้นมีตัวอย่างมากมายให้เลือกดูกัน ซึ่งสามารถเอามาประยุกต์หรือผสมผสานในแบบที่เราชอบได้

ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างที่ตั้งโทรทัศน์กับจุดนั่งชม

ระยะห่างระหว่างโทรทัศน์กับที่นั่งดู

          เพราะโดยส่วนมากแล้วจุดที่วางโทรทัศน์มักจะเป็นจุดศูนย์รวมของคนภายในบ้าน โดยเฉพาะเวลาหลังเลิกงานแล้วกลับมาบ้าน ดูโทรทัศน์ กับครอบครัวก็รู้สึกอบอุ่นอบอุ่นมาก ได้มาอยู่พร้อมตากันเพื่อนั่งเล่น พูดคุยกัน ซึ่งจะคำให้ความสัมพันธ์ แน่นแฟ้นขึ้น ยิ่งถ้าเป็นคู่รักกันการนั่งดูหนังจากโทรทัศน์จอใหญ่ ๆ พร้อมกับ กินป๊อปคอร์น ไปด้วยกัน มันช่างมีความสุขเสียจริง ๆ เลือกโทรทัศน์แบบไหนให้เข้ากับบ้าน

          อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือบริเวณที่จะใช้เป็นจุดดูทีวีก่อน ว่ามีพื้นที่กว้างไหมเพราะถ้าพื้นที่กว้างเราก็สามารถที่จะเลือกทีวีแบบตั้งได้โดยอาจจะหาชั้นวางสวย ๆ เข้ามาเพิ่มบริเวณนั้นให้ดูดีขึ้นหรือถ้าพื้นที่มีจำกัด ก็ใช้โทรทัศน์ ติดผนัง ก็ดูดีมีสไตล์ ไปอีกแบบ ระยะห่างจุดที่วางโทรทัศน์ กับจุดที่จะนั่งรับชมไกลเท่าไหร่ ซึ่งเราจะได้เลือกขนาด ทีวีได้อย่างเหมาะสมโดย โดยทั่วไปแล้ว ขนาดจอโทรทัศน์กับระยะห่างโดยประมาณมีดังนี้

  • ระยะ 3 เมตร ควรใช้ขนาดหน้าจอ 56 นิ้ว
  • ระยะห่าง 2.5 เมตร ควรใช้ขนาดหน้าจอ 46 นิ้ว
  • ระยะห่าง 2 เมตร ควรใช้ขนาดหน้าจอ 40 นิ้ว
  • ระยะห่าง 1.5 เมตร ควรใช้ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว

           ส่วนการเลือกใช้โทรทัศน์ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดี ก็แล้วแต่ความชอบแต่อย่าลืมดูดีไซน์ด้วย ว่าเข้ากับบ้านเราและเฟอร์นิเจอร์ หรือไม่ สำหรับคอนโด หรือห้องเช่าที่มีขนาดไม่กว้างมาก โทรทัศน์ติดผนังดูจะเหมาะสมที่สุด ซึ่งเป็นการ ประหยัดเนื้อที่ได้อีกเยอะ ยิ่งเป็นแบบหอพักด้วยแล้วยิ่งต้องประหยัดเนื้อที่ให้มากที่สุด รวมถึงขนาด “โทรทัศน์” ให้เหมาะสม ถ้าคุณจัดสรร พื้นที่ไม่ลงตัวละก็จากที่คิดเอาไว้ว่าจะเป็นห้องที่สวย ๆ อาจกลับกลายเป็นห้องที่ดูรกไปเลยก็ได้

กว่าโทรทัศน์จะพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้

           เริ่มต้นเลยความบันเทิงปกติประจำวันในสมัยก่อนคือวิทยุ (วิทยุทรานซิสเตอร์) ที่ใส่ถ่านก้อน อาจมีเพลงฟังบ้าง ละครวิทยุบ้าง หรือฟังข่าวบ้าง ก็วนเวียนอยู่แค่นั้น จนถัดมาเริ่มมี โทรทัศน์ ขาวดำ ตามที่ชื่อเรียกเพราะภาพมีแต่สีขาวกับดำ พร้อมกับเสียงเท่านั้น ความคมชัดอย่าถามถึงแต่มีภาพเคลื่อนไหว และจอไม่ลาย ภาพไม่ล้มก็นับว่าบุญโข การเปลี่ยนช่องแต่ละทีก็เป็นแบบหมุนส่วนตัวเครื่องนั้นบางรุ่นก็ทำจากไม้มีบานเลื่อนไว้คอยเปิดปิดอีกด้วย ( ใครชอบสะสมของเก่าแนววินเทจน่าจะหาเก็บไว้ )แต่ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ให้ความบันเทิงที่สุดในตอนนั้นแล้วและได้อารมณ์กว่าฟังวิทยุเยอะเลย บ้านไหนมี โทรทัศน์ ในยุคนั้น มักจะมีเด็ก ๆ หรือเพื่อนบ้านไปอาศัยดูอย่างไม่ขาด

           ต่อมาไม่นานนักจึงพัฒนาเป็น โทรทัศน์สีซึ่งให้ความรู้สึกที่สมจริงมากขึ้นมาอีกมาก และเริ่มมีการปรับปรุงภาพให้คมชัดขึ้นในเวลาต่อต่อมา ที่เรียกว่าระบบ อนาล็อก นั่นเอง ซึ่งการจะดูนั้นบางพื้นที่ใช้แค่เสาหนวดกุ้งก็สามารถดูได้อย่างชัดเจนแล้ว แต่บางพื้นที่แถบต่างจังหวัดก็ต้องติดเสาอากาศซึ่งต้องสูงเพราะเมื่อก่อนยังไม่ได้รับสัญญาณจากดาวเทียม และต้องมีอุปกรณ์เสริมคือ กะละมังที่เป็นสังกะสีครอบไว้บนเสาอากาศเพื่อเพิ่มความแรงของสัญญาณ (ปัจจุบันยังพบเห็นในบางพื้นที่) แถมยังอ่อนไหวง่ายอีกด้วย ลมพัดแรง ฝนตกฟ้าร้อง มีอันต้องภาพล้มทันที การเปลี่ยนช่องนั้นก็พัฒนาจากแบบหมุน มาเป็นแบบกด จนมาในช่วงหลังถึงจะมีรีโมทเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งาน

โทรทัศน์ในยุคปัจจุบัน

  พัฒนามาเป็นยุคทีวี ดิจิตอล เป็นการพัฒนาของเทคโนโลยีมาจากระบบอนาล็อกที่ยังมีจุดบกพร่องเยอะ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของ ทีวีจอแบน ที่ถือกำเนิดขึ้น และระบบดิจิตอลมีสัญญาณช่องให้ได้รับชมมากมายเกือบ 1000 ช่อง สัญญาณเสถียร ไม่อ่อนไหวง่ายเหมือนอนาล็อก โดยแค่ซื้อกล่องมาต่อก็ใช้ได้แล้วอีกทั้งสามารถใช้กับทีวีรุ่นเก่าได้อีกด้วย ถ้าเป็นทีวีรุ่นใหม่ที่รองรับระบบดิจิตอลก็ไม่ต้องใช้กล่องเลยด้วยซ้ำสามารถต่อกับเสาร์หนวดกุ้ง หรือเสาอากาศได้เลยทันที

 ยุคปัจจุบันซึ่งเป็นระบบ iptv ถึงแม้ระบบดิจิตอล จะค่อนข้างดีอยู่แล้วและส่วนใหญ่ยังนิยมใช้กันอย่างมาก แต่การพัฒนาเพื่ออนาคต และแข่งขันกันเอาใจผู้บริโภคย่อมไม่หยุดอยู่กับที่ ผู้ผลิตจึงพัฒนาระบบ iptv ขึ้นมานี้ ระบบ iptv นอกจากภาพจะคมชัดจนเห็นหัวสิวแล้ว ยังเพิ่มความสามารถพิเศษเข้าไปอีกมากมายเช่นสามารถเลือกดูช่องทีวีได้มากขึ้นหลายเท่าตัว รวมถึงสามารถใช้แทนจอคอมพิวเตอร์ได้ เมื่อต่ออินเทอร์เน็ตแล้วก็สามารถทำได้แทนคอมพิวเตอร์ได้เลย ส่วนการรับสัญญาณนั้นรับรองว่าสบายหายห่วงยิ่งอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้เป็น fiber กันหมดแถมกำลังจะเพิ่มความแรงเป็น 5 G อีกรับรองว่าชัดแจ๋วไม่มีขาดตอน ไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลง ทั้งสาระและบันเทิง มีให้เลือกรับชมไม่หวาดไม่ไหว โดยมี โทรทัศน์ ที่เรียกกันว่า Smart ทีวี หรือ โทรทัศน์ 4K รองรับระบบเหล่านี้นั่นเอง นับว่าเป็นการพัฒนาที่แทบตามไม่ทันเลยจริง ๆ

ประเภทของโทรทัศน์สมัยใหม่ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

          หลาย ๆ คนเวลาคิดจะซื้อ โทรทัศน์ แล้วหาข้อมูลต่าง ๆ ตามที่รีวิว พอเจอตัวย่อภาษาอังกฤษเข้าไปมาก ๆ ก็ถึงกับงงได้ เวลาจะไปถามที่ร้านบางทีพนักงานขายก็เหมือนไม่ได้ถูอบรมเกี่ยวกับสินค้ามา ถามไปถามมา งง ไปทั้งคนซื้อและคนขาย ฉะนั้นการหารายละเอียดเองก่อนคงจะดีที่สุดเพื่อง่ายในการตัดสินใจและหมายตาไว้ก่อน มาดูกันว่า 2 กลุ่มที่ว่ามีอะไรกันบ้าง

1. กลุ่มแรกบอกเกี่ยวกับรูปแบบของหน้าจอ 

          ที่มีตัวย่อเป็น OLED, LED,LCD, QLED,CRT TV , Plasma TV, ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกันไป ตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งแต่ละตัวย่อมีคุณสมบัติดังนี้

CRT TV เป็น โทรทัศน์ ที่หาซื้อยากมากที่สุดแล้วในตอนนี้ เพราะอะไรนะเหรอ เพราะเขาเลิกผลิตไปแล้วนะสิ! เป็น โทรทัศน์ รุ่นแรก ๆ ในบ้านเราเลยก็ว่าได้ เพราะเริ่มใช้ตั้งแต่ยุค โทรทัศน์ ขาวดำ หน้าจอเป็นแก้ว น้ำหนักเยอะมาก (จำได้ว่าต้องใช้สองคนยกถึงจะไหว) เดียวนี้หาดูได้ตามร้านสะสมของเก่า หรือไม่ก็ในรูปถ่าย (หลายคนเอาไปทำตู้ปลา) เชื่อว่าคงไม่มีบ้านไหนใช้กันแล้ว

LCD เป็นจอแบบที่คนส่วนใหญ่ใช้กันในตอนนี้ ซึ่งเป็นจอที่พัฒนามาจากจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งคุณสมบัติก็คือ จอจะบาง น้ำหนักไม่เยอะ เวลาดูให้ความรู้สึกสบายต่อสายตา ไม่เปลืองไฟ และใช้พื้นที่น้อยในการวาง

Plasma TV ปัจจุบันได้เลิกผลิตไปแล้ว (แต่อาจมีวางขายอยู่บ้าง) ด้วยความที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะข้อเสียเยอะมากเกินไป ทั้งอาการรอยไหม้ ของโลโก้ต่าง ๆ จะติดอยู่หน้าจอเวลาเราเปิดดูนาน ๆ แล้วปิดเครื่อง ที่เรียกว่าอาการ Burn In การดูในที่มีแสงสว่างเยอะ ๆ ก็จะทำให้ภาพไม่ชัด แต่เหมาะสำหรับดูตอนกลางคืนหรือในที่มืด ๆ เป็นต้น

LED เป็นการต่อยอดพัฒนามาจาก โทรทัศน์ จอแบบ LCD ซึ่งมีความบางน้อยกว่า กินไฟน้อยกว่า ภาพและสีคมชัดสมจริง แต่การเลือก ทีวี LED ก็จะทำให้ งง ได้เหมือนกัน เพราะต้องลงลึกไปถึงรุ่นย่อยที่แยกไปอีก คือ EDGE LED, Full LED, RGB LED แต่คุณสมบัติต่าง ๆ ก็ไม่แตกต่างกันมากมายนัก

QLED นวัตกรรมใหม่จากการพัฒนาของค่ายซัมซุง แน่นอนว่าเรื่องสีความคมชัดนั้นไม่ด้อยอยู่แล้วแต่ที่น่าสนใจก็คือเมื่อเราปิด โทรทัศน์ หน้าจอจะปรับสภาพให้กลมกลืนกับฉากหลัง เหมือนกิ้งก่า เช่นถ้าผนังห้องเป็นรูปทุ่งหญ้า หน้าจอก็จะเอารูปนั้นมาขึ้นหน้าจอ โดยการใช้แอปพลิเคชั่น Smart Things ถ่ายรูป และยังให้หน้าจอแสดงเวลา หรือแม้แต่สภาพอากาศได้อีก

OLED TV อาจยังไม่ค่อยจะคุณหูกันซักเท่าไหร่ ซึ่งคุณสมบัติของ OLED TV ถ้าเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นคือสามารถเปิดทิ้งไว้ได้นานกว่าด้วยเพราะตัวเครื่องจะร้อนช้าจุดเด่นแบบนี้ค่อนข้างจะถูกใจคนที่ชอบเล่นเกมเป็นเวลานาน ๆ หรือชอบดูหนังซีรีส์แบบยาว ๆ ได้แน่นอน

2. กลุ่มที่บอกเกี่ยวกับความละเอียดของภาพ 

          ก็จะมีตัวย่อเช่น QHD, UHD, Full HD แล้วมันแตกต่างกันตรงไหนละ ดังนั้นเรามาดูกันรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ กัน

QHD ตัวย่อนี้เรามักจะคุณตากับในการโฆษณาสมาร์ทโฟนซะมากกว่าซึ่งมีความละเอียดของภาพอยู่ที่ 2560 x 1440 พิกเซล

Full HD ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายพอสมควร ซึ่งละเอียดความชัดของรูปภาพอยู่ที่ 1920×1080 พิกเซล ซึ่งถือว่าสูงมาก สำหรับเทคโนโลยีในการผลิต โทรทัศน์ แต่ก็ยังไม่ดีที่สุดเมื่อปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นที่เรียกกันว่า โทรทัศน์ 4 k นั่นเอง

UHD หรือ 4K ซึ่งมาแรงมาก ๆ ในขณะนี้ ผู้ที่จะเลือกซื้อ โทรทัศน์ มักจะเน้นเป็นพิเศษว่าต้องเป็นความคมชัดในระดับ 4K ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้นเราจะมาดูกันในหัวข้อถัดไป

smart TV ในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง

โทรทัศน์ 4K คืออะไร ทำไมมาแรง?

          ถ้าหากพูดถึงชื่อนี้หลายคนอาจส่ายหน้าด้วยความสงสัย มันคือการพัฒนาเทคโนโลยีของ ทีวี โทรทัศน์ 4K ที่เรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า Ultra-high Definition หรือจะเรียกว่า UHD เป็นเทคโนโลยีสำหรับ ทีวียุคใหม่ ถ้าหากคิดว่า โทรทัศน์ แบบ Full HD ภาพชัดแจ๋วคมบาดลึกจนเลือดออกแล้ว ก็ยังน้อยกว่า 4K ถึง 4 เท่า ด้วยกัน ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล (แนวนอน x แนวตั้ง) ทั้งหมดรวมอยู่ที่ 8.3 พิกเซล เลยทีเดียว ถึงแม้จะนั่งดูใกล้ ๆ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องภาพแตกให้เห็นยังเนียนตาอย่างไม่มีที่ติ ขนาดก็มีให้เลือกมากมาย บางคนคิดว่าต้องมีแต่จอใหญ่ ๆ แต่ไม่เลยแต่ละยี่ห้อนั้นได้ผลิตออกมาหลายขนาดเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้ ซึ่งบางคนอาจชอบขนาดเล็กไว้ดูในห้องนอน บางคนชอบใหญ่ ๆ ไว้ในห้องโถงเพื่อดูกับครอบครัว ซึ่ง Smart ทีวี แทบจะทุกรุ่นทุกยี่ห้อได้นำเอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้แล้ว เพื่อในอนาคตในประเทศไทยอาจมีการออกอากาศแบบ 4K เหมือนในต่างประเทศใครจะไปรู้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ โทรทัศน์ 4K ควรคำนึงถึงสัญญาณความแรงของอินเทอร์เน็ตด้วยมิฉะนั้นแล้วก็อาจมีปัญหาได้โดยความแรงของอินเทอร์เน็ตต้องมีอย่างน้อย 30Mbps

ทำไมเราจึงเปลี่ยนมาใช้ โทรทัศน์ ที่ในยุคปัจจุบัน ที่เรียกกันว่า Smart ทีวี

           “Smart ทีวี” ชื่อที่เราเริ่มคุณหูกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้รับอานิสงส์มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายของโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน จึงทำให้ออกมาเป็นรูปแบบ โทรทัศน์ รวมกับคอมพิวเตอร์ มาอยู่ในที่เดียวกันซึ่งแน่นอนว่าการที่เชื่อมต่อสัญญาณกับ Smart ทีวี ทำได้หลายแบบทั้งจะต่อจากเสาอากาศ หรือจะต่อกับกล่องก็ได้ แต่ที่นิยมกันมาสุดคงไม่พ้นการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทั้งต่อจากมือถือ หรือเน็ตบ้านก็ทำได้ การโหลดแอบต่าง ๆ ไปไว้ในเครื่องเช่น Facebook หรือ YouTube ก็สร้างความสะดวกให้ผู้ใช้ได้อย่างมาก แม้กระทั่งจะต่อสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ขึ้นก็จะยังได้ ทำให้สาระ-บันเทิงครบจบในทีเดียวเลย ส่วนด้านความละเอียดคมชัดนั้นหายห่วงยิ่งผู้ผลิตแข่งขันกันผลิตออกมาสินค้าย่อมมีคุณภาพตามมาอยู่แล้วโดย คมชัดแสงสีเสียง แทบจะเป็นระดับ โทรทัศน์ 4 k ทั้งหมดทุกยี่ห้อกันเลย ลองนึกภาพถ้าคุณนั่งดูหนังซีรีส์ หรือฟุตบอล หรือรายการต่าง ๆ ผ่าน โทรทัศน์ 4 k จะได้อารมณ์ขนาดไหนแค่คิดก็ให้ความสุขอย่างมากแล้ว

ราคา Smart TV ที่ปัจจุบันไม่ได้แพงอย่างที่คิด

          แน่นอนว่าหลายปีก่อนนั้นแพงเป็นอย่างมาก สำหรับ โทรทัศน์ ในรูปแบบ Smart TV ซึ่งราคาก็หลัก 30,000 -40,000 ขึ้นไป ตอนนั้นคนเลยให้ความสนใจไปยัง โทรทัศน์ แบบ Full HD มากกว่า ซึ่งเป็นราคาที่จับต้องได้และภาพก็สวยคมชัดเช่นกัน แต่ปัจจุบันแตกต่างออกไปมากกว่าเมื่อก่อน ด้วยการแข่งขันทางการตลาดที่สูงขึ้นก็เป็นธรรมดาที่ราคาจะถูกลงจนเกือบเท่า Full HD ราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่ 4,000 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหลายหมื่นบาทขึ้นอยู่กับแต่ขนาดหน้าจอและยี่ห้อที่จะเลือกใช้ก็แล้วแล้วแต่ความชอบและเงินในกระเป๋าของแต่ละคน

จะเลือก โทรทัศน์ แบบ Smart ทีวี ยี่ห้อไหนดี ?

          จริง ๆ สำหรับคุณภาพ โทรทัศน์ หลาย ๆ ยี่ห้อต่าง ๆ ก็แตกต่างกันพอสมควร ทั้งรูปทรง เมนู หรือการผลิต และการบริการหลังการขาย การรับประกันสินค้า ซึ่งจะให้ฟันธงไปเลยก็คงไม่ได้เพราะความชอบส่วนตัวไม่เหมือนกัน จึงขอใช้คำว่าเป็นการแนะนำจะดีกว่า ซึ่งก็ที่จะแนะนำเป็นยี่ห้อที่คนให้ความนิยม โดยความคิดส่วนตัวที่ว่ายิ่งมีคนใช้มากก็แสดงถึงของที่มีคุณภาพ และต้องมีศูนย์ซ่อมที่เป็นทางการ จะทำให้สะดวกขึ้นเวลา โทรทัศน์ มีปัญหา จะได้ไม่ต้องเครียดหาร้านซ่อมให้วุ่นวาย บางทีเอาไปซ่อมร้านทั่วไปอาจซ่อมออกมาไม่ดีอีกปวดหัวกันไปใหญ่เสียทั้งเงินและเวลา และโทรทัศน์ ที่จะแนะนำก็มีดังนี้

Samsung UA55RU7100  

โทรทัศน์แนะนำ Samsung UA55RU7100

           เชื่อนี้ไม่ต้องสาธยายให้มากนัก ด้วยชื่อเสียงการเป็นเจ้าพ่อของวงการที่มีมาอย่างช้านาน ส่วนการผลิต Smart ทีวี ก็มีออกมาหลายรุ่น หลายขนาดของหน้าจอให้เลือกใช้ แต่ที่ได้รับความนิยมคงจะเป็นรุ่น UA55RU7100 ที่ดูดีตั้งแต่การดีไซน์รูปทรงที่สวยงามทันสมัยความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล สามารถปรับแสงเพื่อให้ภาพคมชัดลึกได้ ระบบเสียงก็ถือว่ายอดเยี่ยมรองรับได้ถึง 20วัตต์ และล้ำสมัยขึ้นไปอีกเมื่อคุณสามารถออกคำสั่งด้วยเสียงได้เสียด้วยสิ ดูแล้วก็ทำให้น่าใช้เป็นอย่างมาก

TCL LED 4K UHD Wi fi internet Smart TV 

โทรทัศน์แนะนำ TCL LED 4K UHD Wi fi internet Smart TV

           ถึงแม้จะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนทั่วไปซักเท่าไหร่ แต่สำหรับชาว IT แล้วย่อมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และคุณภาพไม่แพ้ยี่ห้อดัง ๆ ที่ครองตลาดมาก่อนหน้านี้ซึ่ง TCL นับว่าประสบความสำเร็จในการเข้ามาตีตลาด โทรทัศน์ ในบ้านเรา ด้วยความชัด 3840 x 2160 พิกเซล ส่วนการโหลดแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ นั้นก็สามารถ โหลดได้ทาง Google Play Store

LG 4K SMART TV 55UM7300 DTS Virtual 

โทรทัศน์แนะนำ LG 4K SMART TV 55UM7300 DTS Virtual

           LG เป็นยี่ห้อที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำหน่ายในบ้านเราอย่างช้านาน ถ้ายี่ห้อที่ไว้ใจได้ ไม่มี LG ติดโผก็คงจะแปลกไปหน่อยสำหรับการผลิต Smart ทีวี ออกมาต่อสู้กับตลาดนั้น ทั้งดีไซน์ และคุณภาพ ไม่เป็นรองค่ายไหนเลย และด้วยความคมชัด 3840 x 2160 พิกเซล รวมถึงการตรวจซ่อมยามเมื่อ โทรทัศน์ มีปัญหาก็มีศูนย์ครอบคลุมทุกพื้นที่เช่นกัน ฉะนั้นจึงเป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่ควรเก็บไว้พิจารณา

Sony 4K HDR Smart TV KD-55X7000G 

โทรทัศน์แนะนำ Sony 4K HDR Smart TV KD-55X7000G

          อีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่ที่ที่การันตีเรื่องคุณภาพ จากชื่อเสียงในอดีตจนถึงปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศที่ให้การยอมรับเป็นอย่างสูง ใกล้เคียงกับค่ายอื่นแทบจะหนีกันไม่ออก และจุดเด่นก็คือการออนไลน์โดยใช้แอปพลิเคชั่นต่างสามารถทำได้ไม่ยากเลยเพราะออกแบบเมนูมาให้ง่ายต่อการใช้ ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยไม่ผิดหวังแน่นอนกับยีห้อ Sony

SHARP LC-40SA5500X 

โทรทัศน์แนะนำ SHARP LC-40SA5500X

          ถ้ายังจำอดีตกันได้ Sharp จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและ โทรทัศน์ บ้านเราตั้งแต่ยุคแรก ๆ เลยตั้งแต่มีไฟฟ้าใช้ใหม่ ๆ จุดเด่นก็คือเป็นยี่ห้อที่ทนทาน และราคาไม่แรงมากนัก และคุณภาพลูกเล่นทั้งหลายไม่หนีจากค่ายยักษ์ใหญ่ด้วยกันสักเท่าไหร่ ความคมชัดของภาพอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล และประหยัดไฟเป็นยอด รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ซื้อโทรทัศน์ จากที่ไหนดี

           เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตอีกคำถามหนึ่งเลย และเดี๋ยวนี้มีแหล่งซื้อมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะทางออนไลน์ ทางเว็บไซต์ ตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป ทั้ง ๆ ที่เป็น โทรทัศน์ ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ฉะนั้นเราลองมาดูข้อดี ข้อเสีย ในการซื้อแต่ละที่กัน

ซื้อทางออนไลน์ เช่นตามเพจใน Facebook หรือเว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับการช้อปปิ้งออนไลน์ แน่นอนว่าข้อดีคือเรื่องราคาซึ่งถูกกว่าเพราะไม่มีหน้าร้านก็ไม่ต้องมีค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าพนักงานทำให้ประหยัดต้นทุนและจึงขายในราคาส่งได้ บางเจ้าเป็นสินค้าออกจากโรงงานโดยตรงก็ยิ่งถูกไปใหญ่ เพราะราคาไม่ผ่านคนกลาง ส่วนมากถ้าให้เก็บเงินปลายทาง ก็จะบวกเพิ่ม 200-300 บาท แต่ถ้าโอนก่อนก็ส่งฟรี ส่วนข้อเสียนั่นก็มีเยอะพอสมควร เช่นถ้า ทีวี มีปัญหาขึ้นมา จะเคลมที่ไหน ถึงแม้ตอนโฆษณาจะบอกว่ามีการประกันสินค้าอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ อาจจะติดต่อไม่ได้ หรือปัดความรับผิดชอบไปดื้อ ๆ ไปเลย บางกรณีอาจไม่ได้รับสินค้าอย่างที่ต้องการ ต้องเสียเวลาส่งกลับไปกลับมาอีก ถ้าร้ายแรงที่สุดก็คือ โอนเงินไปแต่ไม่ได้รับของติดต่อก็ไม่ได้ คือถูกโกงนั่นเอง (กรณีนี้ป้องกันโดยการจ่ายเงินปลายทางจะดีกว่า) หากใครคิดจะซื้อ โทรทัศน์ ทางออนไลน์นี้จริง ๆ ควรตรวจสอบผู้ขายให้แน่ใจว่าเชื่อได้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาจะดีที่สุด

ซื้อในห้างสรรพสินค้า ดีตรงที่มีการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่รีบร้อนหมั่นติดตามราคา ก็จะได้ของถูกแน่ ๆ ยิ่งถ้าเป็นสมาชิกอะไรต่าง ๆ ของห้างด้วยก็ได้ส่วนลดลงอีกเยอะพอสมควร ส่วนในการซื้อเงินผ่อนนั้นก็ถือว่าดีมากเลยทีเดียว เพราะมีแบบผ่อน 0 % (แล้วแต่โปรโมชั่นในช่วงนั้น ๆ ) ส่วนการรับประกันสินค้านั้นก็แล้วแต่การออกโปรโมชั่นเหมือนกัน เช่นถ้าเสียภายในกี่วันเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันที หรือถ้าเสียก็ส่งเข้าศูนย์โดยตรง ส่วนข้อเสียนั้นก็คงมีอย่างเดียวคือราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อแบบออนไลน์ แต่โดยรวมถือว่าดี

ซื้อร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ราคาจะสูงกว่าซื้อในห้างไม่ว่าจะซื้อด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต เพราะทางร้านต้องบวกค่าคอมมิชชั่น ให้กับเซลล์ ส่วนโปรโมชั่นก็มีออกมาเรื่อย ๆ บางร้านมีการจัดส่งพร้อมกับช่างติดตั้ง การเคลมสินค้าหรือบริการหลังการขายก็คล้าย ๆ ในห้างถ้าเสียก็ส่งศูนย์บริการอย่างเดียวแต่อาจจะซ่อมนานมากเพราะต้องรอคิวนาน หรือทางร้านอาจเอาไปส่งศูนย์บริการช้าก็อาจต้องรอนานไปอีก

ซื้อจากศูนย์บริการโดยตรง เราจะได้รับข้อมูลของ โทรทัศน์โดยละเอียดเพราะพนักงานของศูนย์บริการได้รับการอบรมมาโดยตรง เกี่ยวกับสินค้ามาอย่างดีและมีบริการติดตั้งให้โดยที่ไม่ต้องทำเอง ส่วนถ้าสินค้ามีปัญหาก็สามารถเคลมได้ง่ายกว่าและอาจจะซ่อมได้เร็วกว่าด้วย หรือถ้าคุณเริ่มเบื่อแล้วจะขายต่อก็ได้ราคาดีกว่าเพราะของจากศูนย์ยังไงก็ได้ราคาดีกว่าอยู่แล้ว การทำโปรโมชั่นที่ออกมาก็ถือว่าน่าสนใจเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามราคาสินค้าจากศูนย์แพงกว่าทุกที่ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด

แน้วโน้มการพัฒนาโทรทัศน์ในอนาคต

แนวโน้มการพัฒนาโทรทัศน์ในอนาคต

          เชื่อเหลือเกินว่าเทคโนโลยีจะไม่หยุดนิ่งเพียงเท่านี้แน่นอน เพราะทุกค่ายทุกยี่ห้อก็ต่างแข่งขันกันพัฒนาโทรทัศน์ ออกมาสู้กันเพื่อเอาใจผู้บริโภคเพื่อจะได้ครองตลาดทีวีให้ได้มากที่สุด แต่จะไปในรูปแบบได้นั้นก็มีหลายองค์ประกอบเหมือนกัน เพราะการพัฒนา โทรทัศน์ นั้นต้องดูจากเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ยิ่งทั้งสองอย่างนี้พัฒนาไปมากแค่ไหน ทีวี ก็จะก้าวตามไปด้วยซึ่งผู้ผลิตจะเน้นกับการผลิตมือถือก่อนจึงค่อยต่อยอดไปที่คอมพิวเตอร์ แล้วก็ทีวีเป็นลำดับต่อไป พฤติกรรมการดู โทรทัศน์ เปลี่ยนไปของคนในปัจจุบัน ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้ว่าอนาคตรูปแบบทีวีจะไปทางไหน ที่เห็นได้ชัดในตอนนี้ผู้คนสมัยใหม่ไม่ค่อยจะสนใจดูช่องฟรีทีวีกันอีกแล้ว ยิ่งจะติดตามรายการที่ชอบก็ต้องรอให้ถึงเวลาออกอากาศบางทีก็มีโฆษณามาคั่นให้เสียอารมณ์ หลาย ๆ ผู้ผลิตรายการ หรือบางช่องถึงกับต้องปิดตัวลงไปเพราะขาดทุน เนื่องจากคนจึงหันไปดูออนไลน์ผ่านมือถือกันมากขึ้น เช่นดูผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่นจะดูวีดีโอก็ดูผ่าน YouTube ถ้าจะดูหนังก็ต้อง Netflix เป็นต้น หรือจะอ่านข่าวก็มีบริการมากมาย (ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ล่มสลายไปเรียบร้อย) ยิ่งสัญญาณ 3 G-4 G ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของประเทศด้วยแล้วยิ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะรับชมกัน ส่วน โทรทัศน์ ในอนาคตอาจจะกลายเป็น Smart TV ไปทั้งหมดเพื่อรองรับการดูผ่านอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

เชื่อว่า โทรทัศน์ไม่มีวันตายเราแค่ต้องตามให้ทัน

          ในอดีตที่เราคิดว่าทีวีที่ออกมาใหม่ ๆ ในตอนนั้นดีที่สุดแล้วเมื่อเวลาผ่ามาไม่นานเลย กลับกลายเป็นเหมือนแค่ของเล่นและไม่มีใครใช้อีกต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าจะพัฒนามาไกลได้ในเวลาอันสั้นจนหลาย ๆ คนตามไม่ทัน ด้วยยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่ โทรทัศน์ ซึ่งเดียวนี้ดูผ่านมือถือกันอย่างง่ายดายเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอต่อการเสพความบันเทิงและข่าวสารต่าง ๆ ได้จนหลาย ๆ คนคิดว่าอีกหน่อยคงไม่มี โทรทัศน์ อีกต่อไป แต่เชื่อเถอะว่า ทีวี จะอยู่กับมนุษย์ไปอีกนาน เมื่อยังมีคนใช้ยังต้องมีคนผลิต แต่จะเปลี่ยนไปในรูปแบบไหนนั้นก็คงต้องติดตามกันไป เราเองก็ต้องปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีให้ได้ด้วยเช่นกันเพราะสิ่ง ต่าง ๆ พัฒนาไปเร็วมาก จึงจำเป็นต้องติดตามข่าวสาร หรือการหาข้อมูลเป็นประจำซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยเนื่องจากมีเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งคอย อัปเดทข่าวสารสารทางด้าน เทคโนโลยีใหม่ ๆ และ โทรทัศน์ อยู่ตลอดเวลา 

          ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับโทรทัศน์ ที่ CondoNewb นำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้ เรายังมีบทความดี ๆ เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ามาฝากเพื่อน ๆ พร้อมสารพันปัญหาเกี่ยวกับคอนโดมิเนียม ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีบทความดี ๆ คอยอัพเดทให้เพื่อน ๆ ได้อ่านอยู่เสมอ อย่าลืมติดตามกันไว้นะคะ