logo

 อุปกรณ์ iot คือที่มีการรวมเข้าด้วยกันระหว่างอุปกรณ์ใช้งานต่าง ๆ และระบบอินเทอร์เน็ต ที่สามารถใช้งานได้ผ่านสวิตช์เปิดปิด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หลอดไฟ เครื่องชงกาแฟ เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ หูฟัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ก็สามารถนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้นนั้นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ iot กันอย่างเจาะลึกว่า อุปกรณ์ iot คืออะไร พร้อมกับตัวอย่างอุปกรณ์ iot ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์ iot ในบ้าน ประโยชน์ของอุปกรณ์ iot และข้อควรระวังสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ iot ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องใกล้ตัวของเรามากกว่าที่คิด

iot

อุปกรณ์ iot คืออะไร

          อย่างที่เกริ่นกันไปแล้วว่า อุปกรณ์ iot คืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น หรือที่เรียกกันว่าอุปกรณ์อัจฉริยะนั่นเอง มักพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ เครื่องชงกาแฟ รถยนต์ หลอดไฟ หูฟัง ลำโพง ลานจอดรถ ตลอดจนอุปกรณ์ iot ที่ใช้ในการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ ที่อยู่บ้านคนเดียวให้สั่งการอุปกรณ์ด้วยระบบเซนเซอร์และระบบที่ทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกันเพื่อสื่อสารและทำงานร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น โดยการทำงานของอุปกรณ์ iot นั้นจะมีเซนเซอร์ภายในตัวเอง ที่ใช้ในการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบ ๆ ตัว โดยมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ iot ในบ้าน เช่น ระบบการสั่งงานด้วยเสียงบนสมาร์ทโฟน ระบบหลอดไฟอัจฉริยะ ที่ช่วยให้สามารถใช้งานการเปิดปิด หรือควบคุมการใช้งานหลอดไฟด้วยการใช้เสียง นอกจากนี้ยังมีการนำแนวคิดอุปกรณ์ iot หรืออุปกรณ์อัฉริยะที่เชื่อมต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มาใช้ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้งานในด้านเกษตรกรรม โรงพยาบาล และหน่วยงานต่าง ๆ อีกมากมาย แม้จะดูเป็นเรื่องไกลตัวไปสักหน่อยสำหรับในประเทศไทยที่ยังไม่ได้มีการนำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ iot หรือ Internet of thing เข้ามาใช้ในบางส่วนแล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเรานั้นง่ายขึ้น และสามารถใช้กับสิ่งของได้อย่างมากมาย  

ตัวอย่างอุปกรณ์ iot สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

อุปกรณ์ iot บนสมาร์ทโฟน

  อุปกรณ์ iot บนสมาร์ทโฟน ที่เห็นในการนำมาใช้งานอยู่บ่อย ๆ คือการใช้งานบนสมาร์ทโฟนด้วยเสียง ซึ่งที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันก็คือ การที่ Google นำระบบการสั่งงานด้วยเสียงเข้ามาใช้บนสมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึงในการใช้งานบนแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น การใช้เสียงในการสั่งงานในการพิมพ์ การใช้เสียงในการสั่งงานเปิดปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งการสั่งถ่ายรูปและการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ผ่านเสียง ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้นำเอาระบบของอุปกรณ์ iot เข้ามามีบทบาทในโทรศัพท์มือถือของเรา ซึ่งตัวอย่างอุปกรณ์ iot ในปัจจุบันที่เราเห็นได้ชัดบนโทรศัพท์มือถือก็คงหนีไม่พ้นแอปพลิเคชัน ที่พัฒนาออกมาให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตและทำงานร่วมกับสิ่งอื่น ๆ อย่างเช่นเสียง ที่ปรับให้สามารถสั่งการใช้งานต่าง ๆได้ผ่านการใช้เสียง 

อุปกรณ์ iot รถยนต์อัตโนมัติ

 อุปกรณ์ iot รถยนต์อัตโนมัติ ที่มาพร้อมกับระบบที่สามารถสั่งการให้รถยนต์นั้นขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ผ่านระบบการเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์การควบคุมทิศทางการเดินรถและระบบอุปกรณ์ iot ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเข้ากับระบบ inkaNet เครื่องมืออัจฉริยะแบบไร้สาย หรือแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานทั้งในระบบ iOS และ Android เพื่อช่วยให้รถยนต์มีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแจ้งเตือนข้อมูลความผิดปกติของรถยนต์ ช่วยควบคุมการใช้งานของรถยนต์ได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งในเรื่องของการสั่งล็อกหรือปลดล็อกรถยนต์ ติดตามตำแหน่งของรถยนต์ ป้องกันการสูญหายสามารถมองเห็นรถยนต์ของเราได้แม้กระทั่งในที่มืด ด้วยระบบ Find my car สำหรับการสั่งงานให้รถยนต์เปิดไฟด้านหน้าเพื่อการมองเห็นรถยนต์ได้ง่ายขึ้น 

อุปกรณ์ iot บลูทูธ

          ระบบการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iot อย่างบลูทูธ ที่ช่วยให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปได้ง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นด้วยการนำระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างอุปกรณ์ iot หรือ Internet of thing ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ กล้อง แท็บเล็ต นาฬิกา ลำโพงไร้สาย และคอมพิวเตอร์ ให้สามารถทำการเชื่อมต่อและส่งต่อข้อมูลระหว่างกันได้ง่ายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนา อุปกรณ์ iot อย่าง บลูทูธขึ้นมาอีกหนึ่งระดับภายใต้ชื่อที่เรียกว่า Bluetooth 5.0 ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการใช้งานอุปกรณ์ iot ตัวนี้ก็คือ การรับส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์ iot ที่มากขึ้น และรวดเร็วมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า เชื่อมต่อได้ไกลมากยิ่งขึ้น และรับส่งข้อมูลได้มากขึ้นถึงกว่า 8 เท่า นอกจากนี้ยังมีระบบ Bluetooth beacon ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันการนำทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้า ตำแหน่งการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนถึงการหาสินค้าตามจุดต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย 

อุปกรณ์ iot ที่จอดรถอัตโนมัติ

 อุปกรณ์ iot ที่จอดรถอัตโนมัติ (Auto Parking) ที่มาพร้อมกับชุดอุปกรณ์ไม้กั้นรถยนต์ ที่สามารถควบคุมการทำงานด้วยระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่าง อุปกรณ์ iot ที่ติดตั้งอยู่บริเวณไม้กั้นของลานจอดรถ ที่ทำให้สามารถตรวจสอบการเข้าออกของรถยนต์ได้ผ่านกล้อง HD Camera พร้อมกับหน้าจอแสดงผล LCD ไป ที่แสดงรายละเอียดของรถยนต์ได้อย่างครอบคลุม ทั้งในส่วนของหมายเลขทะเบียนรถ เวลาในการใช้บริการ และอัตราค่าโดยสาร ให้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลา พร้อมทั้งระบบใหม่ที่น่าสนใจที่นำ อุปกรณ์ iot เข้ามาใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างลานจอดรถและโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถเช็คที่จอดรถล่วงหน้าก่อนเข้ามาจอดและจองที่จอดรถล่วงหน้าเอาไว้ได้ พร้อมทั้งตรวจสอบค่าบริการการจอดรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้แบบเรียลไทม์ และสามารถเข้าถึง นอกจากนี้ยังมีระบบการชำระเงินที่สามารถชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย

อุปกรณ์ iot ลำโพงอัจฉริยะ

 อุปกรณ์ iot ลำโพงอัจฉริยะที่มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์อัจฉริยะที่ผสมผสานเข้ากันได้ดีกับการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ที่สามารถทำให้ลำโพงอัจฉริยะของเรานั้น สามารถสั่งปิดเปิดเพลงเองได้ ซึ่งในปัจจุบันลำโพงอัจฉริยะนี้ก็มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ที่สามารถทำได้มากกว่าแค่การเปิดปิดเพลง ดังเช่นตัวอย่างอุปกรณ์ iot จากหลากหลายบริษัทเทคโนโลยี ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เช่น Google Home ลำโพงอัจฉริยะที่มาพร้อมกับหลอดไฟ อุปกรณ์ iot จาก Google ที่มาพร้อมกับระบบอัตโนมัติที่สามารถเปิดปิดเพลงและไฟฟ้าเองได้ อีกทั้งยังสามารถถามตอบปัญหาเรื่องต่าง ๆ เช่นสภาพอากาศในแต่ละวัน พร้อมทั้งฟังก์ชันการใช้งานอื่น ๆ อย่าง การตั้งนาฬิกาปลุก การจัดวางแผนการทำงานในแต่ละวัน หรือจะให้อ่านข่าวประจำวัน เล่นหนัง วิดีโอจากแอปพลิเคชันยอดนิยมต่าง ๆ ทั้ง Netflix หรือ YouTube ผ่านทางสมาร์ททีวีก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งสำหรับการเชื่อมต่อในครั้งนี้สามารถติดตั้งการใช้งาน อุปกรณ์ iot ลำโพงอัจฉริยะตัวนี้บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำการเปิดใช้งาน ด้วยระบบการสั่งงานผ่านเสียงโดยใช้คำว่า Okay Google เพื่อให้อุปกรณ์ iot ลำโพงอัจฉริยะตัวนี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

          นอกจาก Google Home แล้วก็ยังมีอุปกรณ์ iot ลำโพงอัจฉริยะที่ชื่อว่า Invoke จากบริษัท Harman Kardon ที่มาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมและมีฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเพื่อพูดคุยโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชัน Skype บนโทรศัพท์มือถือ ส่งอีเมล การใช้งานปฏิทิน การแจ้งเตือนต่าง ๆ และที่สำคัญยังสามารถโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ฟรีอีกด้วย 

          ถัดไปเป็นอุปกรณ์ iot ลำโพงอัจฉริยะจาก Amazon ที่มีชื่อว่า Echo ที่มาพร้อมกับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Alexa จากผู้ผลิตเดียวกันอย่าง Amazon ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระบบคำสั่งการใช้งานของสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้าน รวมไปถึงลำโพงอัจฉริยะจากบริษัทต้นกำเนิดอย่าง Amazon ผู้เป็นเจ้าของลำโพงอัจฉริยะ Echo เพื่อช่วยให้การทำงานได้ด้วยระบบของอุปกรณ์ iot ที่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการช่วยทำให้การทำงานของลำโพงอัจฉริยะ Echo ทำงานได้ง่ายขึ้น โดยจุดเด่นของลำโพงอัจฉริยะตัวนี้จะมีส่วนช่วยในการสั่งงานต่าง ๆ ผ่านระบบเสียง สามารถตั้งปลุก เปิดปิดเพลง แจ้งเตือนรายการที่จำเป็นที่จะต้องทำในแต่ละวัน ตลอดจนการตั้งคำถามและการตอบคำถามในแต่ละวันได้อีกด้วย 

iot

รวมอุปกรณ์ iot ในบ้าน ประจำปี 2020

อุปกรณ์ iot หลอดไฟอัจฉริยะ

 หลอดไฟอัจฉริยะ อีกหนึ่งอุปกรณ์ iot ในบ้าน ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การทำงานที่ทำได้มากกว่าเพียงแค่การให้แสงสว่าง และไม่เพียงแค่มีจุดเด่นที่ทำให้สามารถการปิดเปิดอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังมีลูกเล่นในการเปลี่ยนสีหลอดไฟ ควบคุมแสงสว่างให้สามารถปรับลดแสงสว่างได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งหลักการทำงานของอุปกรณ์ iot หลอดไฟอัจฉริยะตัวนี้ก็คือการติดตั้งด้วยการใช้แอปพลิเคชัน หรือสามารถทำงานได้ผ่านการเชื่อมต่อกับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อที่เรียกว่า Alexa ที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งตัวอย่างของอุปกรณ์ iot ในบ้านอย่างหลอดไฟอัจฉริยะที่สามารถนำมาใช้กันได้ในปัจจุบันก็จะเห็นกันได้อยู่หลายแบรนด์ด้วยกัน เช่น Smart Colorful RGB LED Light E27 Bulb ที่มาพร้อมกับจุดเด่นในการปรับค่าสีของหลอดไฟได้สูงสุดถึง 16 ล้านสี พร้อมกับโหมดให้ความบันเทิงอย่างครบครันที่มากกว่าการให้แสงสว่าง ซึ่งสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ iot ในบ้านอย่าง หลอดไฟอัจฉริยะตัวนี้ก็สามารถเชื่อมต่อกับการแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้งานได้อย่างครบคลุมทั้งระบบ Android และ IOS สามารถควบคุมกับใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งในเรื่องของการเปิดปิดไฟ รวมทั้งการเปิดเพลงที่สามารถเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นลำโพงได้ภายในตัว พร้อมทั้งฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถปรับลดและเปลี่ยนสีไฟได้ตามใจชอบอีกด้วย

          นอกจากอุปกรณ์ iot ในบ้านอย่างหลอดไฟ Smart Colorful RGB LED Light E27 Bulb แล้วยังมีตัวอย่างอุปกรณ์ iot อย่างหลอดไฟอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น Xiaomi Yeelight E27 Smart LED Bulb 2 (RGBW) ที่มาพร้อมกับจุดเด่นที่สามารถปรับช่วงสีของหลอดไฟที่มีช่วงอุณหภูมิสีประมาณ 1700K - 6500K ปรับค่าสูงสุดได้ถึง 16 ล้านสี และสามารถเชื่อมต่อได้ง่าย ๆ ผ่านอุปกรณ์ iot ในบ้าน อย่างหลอดไฟอัจฉริยะตัวนี้ผ่านทางแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประเภทอื่น ๆ เช่น ระบบ Wifi หรือตัวช่วยอัจฉริยะอย่าง Alexa ได้

อุปกรณ์ iot เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ

 อุปกรณ์ iot เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่ทำงานร่วมกับรีโมทควบคุมที่ทำให้เครื่องปรับอากาศในบ้านกลายเป็นเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การเปิดแอร์ไว้ก่อนถึงบ้าน ด้วยระบบ GPS ที่สามารถตรวจจับและส่งสัญญาณเข้าไปเพื่อแจ้งเตือนการเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะก่อนถึงบ้าน ตั้งเวลาเปิด-ปิดการใช้งานและปรับอุณหภูมิได้อย่างอัตโนมัติ ที่สามารถควบคุมการใช้งานได้ผ่านทางแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้งานได้ทั้งในระบบ Android และ IOS ซึ่งในปัจจุบันก็มีการผลิตคิดค้นเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะออกมาหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ Saijo Denki ที่นอกจากจะสั่งเปิดปิดการใช้งานได้ผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงแค่เครื่องเดียวแล้ว ยังสามารถสั่งเปิดใช้งานก่อนถึงบ้านในระยะ 3 กิโลเมตร พร้อมระบบปรับสภาพการใช้งานที่มากสุดได้ถึง 4 ระดับ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วยโหมดประหยัดพลังงานได้มากถึง 40% เมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไป ที่สำคัญยังมีโหมดตรวจสอบความผิดปกติของแอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนช่างให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเครื่องปรับอากาศของเรามีอาการที่น่าเป็นห่วงอย่างไรบ้าง และสามารถปรับลดอุณหภูมิได้ตามความต้องการ ผ่านการใช้งานบนแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iot

อุปกรณ์ iot ปลั๊กไฟอัจฉริยะ

          มาต่อกันที่ ปลั๊กไฟอัจฉริยะอุปกรณ์ iot ในบ้าน ที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานได้ผ่านระบบเซ็นเซอร์ในตัวและระบบอินเทอร์เน็ตที่สามารถใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ที่ทำให้การสั่งงานได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยรูปแบบการใช้งานที่ทำให้สามารถสั่งงานอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับปลั๊กไฟอัจฉริยะสามารถเปิดปิดการใช้งานได้ในทุกที่ ทุกระยะ ไม่ว่าจะใกล้ไกลแค่ไหนก็หมดกังวล หายห่วงในเรื่องนี้ไปได้เลย ซึ่งในปัจจุบันก็มีอุปกรณ์ iot ในบ้านอย่างปลั๊กไฟอัจฉริยะ ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายพร้อมฟีเจอร์การใช้งานให้เลือกหลากหลาย ตัวอย่างเช่น TP-Link Smart Wi-Fi Plug Mini ปลั๊กไฟอัจฉริยะขนาดพกพาที่มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 15A อีกทั้งยังสามารถเปิดปิดการใช้งานหรือตั้งเวลาการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถสั่งงานได้ผ่านระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ผ่านทางแอปพลิเคชันที่ทำหน้าที่เสมือนกับรีโมทสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในการเปิดปิดได้อย่างง่ายดาย  

          นอกจากนี้ยังมี ปลั๊กไฟอัจฉริยะ (Smart Plug) จากค่ายโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่อย่าง AIS ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติในการสั่งเปิด-ปิดการใช้งานได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถสั่งงานได้ ด้วยเสียงผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมอย่าง Alexa และ Google Assistant ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iot ในบ้าน ให้สามารถสั่งงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ Wifi ด้วยความเร็ว 2.4 GHz พร้อมกำลังไฟที่สามารถใช้งานสูงสุดได้มากถึง 1,250 วัตต์ 

อุปกรณ์ iot เครื่องทำกาแฟอัจฉริยะ

  เครื่องทำกาแฟอัจฉริยะ อย่างอุปกรณ์ iot ในบ้าน อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของนักดื่มกาแฟโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้สามารถใช้งานด้วยการสั่งชงกาแฟได้ผ่านทางแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถใช้งานได้ทั้งในระบบ Android และ iot ที่สามารถสั่งชงกาแฟได้ตั้งแต่ตอนตื่นนอน พร้อมทั้งระบบการแจ้งเตือนที่ช่วยให้สะดวกรวดเร็วในการลงมารับกาแฟได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลืองแรงไปชงเองให้ยุ่งยาก ซึ่งในปัจจุบัน อุปกรณ์ iot ในบ้านยอดนิยมอย่างเครื่องทำกาแฟอัจฉริยะได้มีการผลิตออกมาให้เลือกกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องทำกาแฟจาก Smarter ที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถสั่งชงกาแฟได้เองโดยอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ที่มาพร้อมกับความสามารถในการสั่งกาแฟ การแจ้งเตือนน้ำเดือด การใส่ส่วนผสมต่าง ๆ ลงไปในกาแฟเพื่อให้ได้ความเข้มข้นของกาแฟและรสชาติที่กลมกล่อมได้ตามใจต้องการ 

          นอกจากนี้เครื่องทำกาแฟอัจฉริยะอย่าง Smarter แล้วก็ยังมีเครื่องทำกาแฟอัจฉริยะจากแบรนด์อื่นที่น่าสนใจอย่าง Nespresso Expert ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ iot ในบ้านอย่างโทรศัพท์มือถือที่สั่งการได้ผ่านแอปพลิเคชันและบลูทูธที่ทำการส่งสัญญาณการเชื่อมต่อผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ที่ช่วยให้การใช้งานในการสั่งชงกาแฟนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งจุดเด่นของเครื่องทำกาแฟอัจฉริยะ Nespresso Expert สามารถชงกาแฟได้หลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟยอดนิยมอย่าง Americano, Espresso, Lungo และ Ristretto ที่ใช้วิธีการชงแบบเดียวกับกาแฟสูตรดั้งเดิมอย่าง Espresso แต่ละระดับความเข้มข้นให้เหลือเพียงแค่ครึ่งช็อตเท่านั้น ซึ่งกาแฟแต่ละชนิดก็จะมีรสชาติและการกระบวนการชงที่แตกต่างกันออกไปตามชื่อเรียกแต่ไม่ว่าจะเป็นรสชาติแบบไหนก็สามารถอร่อยได้และยังสะดวกสบายมากขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งอุณหภูมิของน้ำในกาแฟได้ตามความต้องการอีกด้วย

ประโยชน์ของอุปกรณ์ iot

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น

          ด้วยระบบการทำงานของ Ai ที่มีระบบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ ด้วยการตั้งค่าของข้อมูลในระบบส่งผลให้การทำงานในเรื่องต่าง ๆ ของอุปกรณ์ iot สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการประมวลผลข้อมูล และรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วตรงตามที่ใจต้องการอีกด้วย 

สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาไม่จำกัด

  อุปกรณ์ iot สามารถเชื่อมต่อได้กับสิ่งของแทบจะทุกอย่าง และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาสามารถสั่งการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถทำงานได้ทุกที่ไม่จำกัดไม่ว่าจะอยู่บ้าน บนรถยนต์ หรือที่ไหนก็ตามก็สามารถใช้งานได้ทุกที่อย่างไม่จำกัดทั้งเรื่องสถานที่และเวลาในการใช้งาน 

iot

ประหยัดเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น

          นอกจากจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นอีกด้วย อย่างเช่นหากต้องการจะจอดรถ ก็สามารถเลือกดูที่จอดรถได้ก่อนจะถึงที่จอดรถและสามารถจองคิวเอาไว้ก่อน โดยไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดเป็นเวลานาน ๆ 

ข้อควรระวังของอุปกรณ์ iot

ไม่ควรเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น

          ข้อแรกที่ควรระวังสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ iot ก็คือ ไม่ควรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น เพราะฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์ iot บางชนิก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาคู่มือการใช้งานก่อนว่า ควรเปิดใช้งานตอนไหนและจะให้ประโยชน์อย่างไรกับการใช้งานของเราบ้าง

ตั้งรหัสผ่านแต่ละอุปกรณ์ iot ให้แตกต่างกัน

          เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานอุปกรณ์ iot ให้แตกต่างกันเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ของเราจากการโดนปลดล็อกรหัสผ่านจากมิจฉาชีพ เพื่อไม่สามารถปลดล็อกอุปกรณ์โดยใช้รหัสผ่านแบบเดียวกันได้ และตั้งรหัสผ่านที่มีความรัดกุมประมาณหนึ่งเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ iot ของเราได้อีกหนึ่งระดับ

อัปเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ iot อย่างสม่ำเสมอ

           ยกระดับความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นให้กับอุปกรณ์ iot ของเราด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์ iot อยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาช่องว่างในเรื่องความปลอดภัย ตามที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ iot ได้ทำการคิดค้นออกมาเพื่ออุดรอยรั่วในเรื่องนี้โดยเฉพาะ 

          ทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจของอุปกรณ์ iot ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวเราอย่างมาก แต่ในอนาคตอุปกรณ์เหล่านี้ก็อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเราอีกต่อไป ครั้งหน้าเราจะนำเรื่องราวเกร็ดความรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเรานะคะ