logo

บัตร Rabbit หรือบัตรที่ใช้ในการจ่ายเงินค่าโดยสารของระบบรถไฟฟ้า BTS และการชำระค่าบริการหรือสินค้าที่ร่วมรายการในร้านอาหารต่าง ๆ โดยรูปแบบการจ่ายเงินจะเป็นการเชื่อมต่อผ่าน บัตร Rabbit และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้การจ่ายเงินสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถลงทะเบียนเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างไลน์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า บัตรแรบบิทไลน์ ที่สามารถซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่านไลน์ได้ทันที เช่น การซื้อตั๋วรถไฟฟ้า BTS หรือ การสแกนจ่ายบัตรแรบบิทไลน์ สำหรับร้านค้าที่ร่วมรายการได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกดเงินสด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบัตร Rabbit ที่ต้องรู้

บัตร Rabbit คืออะไร? มีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

 บัตร Rabbit คือบัตรที่สามารถใช้ในการจ่ายค่าบริการอื่น ๆ ด้วยการเชื่อมต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับสถานีรถไฟฟ้า BTS และสถานีรถไฟฟ้าด่วนพิเศษ BRT และร้านค้าที่ร่วมรายการอีกมากมาย ให้สามารถจ่ายเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบการใช้งานที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันไลน์อย่าง บัตรแรบบิทไลน์ ที่ช่วยให้การเติมเที่ยว เติมเงิน และการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาตู้ ATM เพื่อกดเงินสดอีกต่อไป และสำหรับใครที่เดินทางไปกลับโดยใช้รถไฟฟ้า BTS อยู่แล้ว ก็สามารถซื้อเที่ยวหรือเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างไลน์ได้เลย โดยไม่ต้องต่อแถวซื้อตั๋ว นอกจากนี้ยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ เช่น จ่ายบิลค่าบริการ หรือโอนเงินก็ทำได้เช่นเดียวกัน พร้อมรับพอยท์แบบต่าง ๆ สำหรับการแลกสินค้าบริการและสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย 

 

สำหรับ บัตร Rabbit นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ

1. บัตร Rabbit มาตรฐาน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ

บัตรแรบบิตมาตรฐาน มี 3 แบบ

          ที่สามารถซื้อได้ผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี โดยมีค่าธรรมเนียมในการออกบัตรและการเติมเงินในบัตรครั้งแรกอย่างละ 100 บาท รวมกันเป็น 200 บาท ซึ่งราคา บัตร Rabbit สำหรับนักเรียนและนักศึกษา จะมีราคาที่เป็นจำนวนเที่ยวที่ถูกกว่าบุคคลทั่วไปประมาณ 6-7 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะใช้ บัตร Rabbit สำหรับนักเรียนและนักศึกษา จะต้องมีอายุไม่เกิน 23 ปี ตามบัตรประชาชน และยังคงสภาพเป็นนักเรียนและนักศึกษาอยู่เท่านั้น

  1. บัตร Rabbit สำหรับนักเรียน 
  2. บัตร Rabbit สำหรับบุคคลธรรมดา
  3. บัตร Rabbit สำหรับผู้สูงอายุ 

2. บัตร Rabbit มาตรฐานเพื่อการโฆษณา

          คือบัตรพิเศษที่ออกให้สำหรับผู้สนับสนุนทางด้านโฆษณากับ BTS  

ตัวอย่างบัตรแรบบิตเพื่อการโฆษณา

3. บัตร Rabbit พิเศษ

          ที่โดยปกติแล้วจะออกให้ไว้สำหรับในโอกาสพิเศษ เนื่องในวันสำคัญ ๆ หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ โดยจะออกมาในรูปแบบของลายการ์ตูน หรือวางจำหน่ายพร้อมกับสินค้าต่าง ๆ 

บัตร Rabbit บบพิเศษ ตามเทศกาลต่าง ๆ

4. บัตร Rabbit สำหรับองค์กร

          เหมาะสำหรับบัตรโดยสารสำหรับองค์กรหรือบริษัทที่ต้องการทำบัตรโดยสารในรูปแบบบริษัทของตัวเองโดยเฉพาะ

ตัวอย่างบัตรแรบบิตสำหรับองค์กร

5. บัตร Rabbit ร่วมแบรนด์

          เป็นรูปแบบบัตรพิเศษที่ออกร่วมกับธนาคารที่ร่วมรายการเพื่อใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ซึ่งสามารถใช้บริการคู่กับบัตรเครดิต เดบิต และบัตรอื่น ๆ ของธนาคารเพื่อสิทธิประโยชน์ในด้านต่าง ๆ  

บัตร Rabbit ร่วมแบรนด์กับธนาคารต่าง ๆ

วิธีการลงทะเบียนบัตร Rabbit

          ขั้นตอนการ ลงทะเบียนบัตร Rabbit นั้น สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ผ่านห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BTS ทุกสถานี รถไฟฟ้าด่วนพิเศษ BRT หรือจะไปลงทะเบียนโดยตรงที่ศูนย์บริการ Rabbit โดยศูนย์บริการของ Rabbit นั้นจะมีให้บริการอยู่บนรถไฟฟ้าสถานีสยาม ซึ่งสำหรับใครที่อยากจะไป ลงทะเบียนบัตร Rabbit นั้น ก็สามารถนำบัตรประชาชนของตัวเอง ไปลงทะเบียนที่สถานที่เหล่านั้นได้เลย 

          นอกจากการ ลงทะเบียนบัตร Rabbit แบบธรรมดาแล้ว ยังสามารถผูก บัตร Rabbit กับแอปพลิเคชันไลน์ หรือบริการ แรบบิตไลน์ เพื่อการใช้บริการเติมเที่ยวโดยสาร เติมเที่ยว และสแกนจ่ายสินค้าและบริการผ่านแอปพลิเคชันไลน์ได้ทันที เพียง 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ด้วยการกดเข้าไปที่บริการ แรบบิทไลน์ บนแอปพลิเคชันไลน์ กดเลือกที่คำว่า BTS ก่อนจะกด ลงทะเบียนบัตร Rabbit หรือ Register Rabbit Card หลังจากนั้นแอปพลิเคชันจะขึ้นหน้าจอให้ใส่รหัสหลัง บัตร Rabbit และขั้นตอนสุดท้ายหลัง ลงทะเบียนบัตร Rabbit เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมนำ บัตร Rabbit ไปเปิดใช้งานบนสถานทีรถไฟฟ้า BTS ทุกสถานี แค่นี้ก็สามารถใช้งานบริการ แรบบิทไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์แล้ว 

วิธีเปลี่ยน บัตร Rabbit

          สำหรับการเปลี่ยน บัตร Rabbit หรือการออก บัตร Rabbit ใหม่นั้น สามารถทำได้ใน 3 กรณี คือ บัตรหาย, บัตรชำรุด และบัตรหมดอายุเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้ว บัตร Rabbit จะมีการอายุการใช้งาน 7 ปี นับจากวันแรกที่ออกบัตร ซึ่งสามารถไปเช็กวันหมดอายุของบัตรได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://service.rabbit.co.th/expirydate ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของ บัตร Rabbit โดยเฉพาะ 

          สำหรับใครที่ทำ บัตร Rabbit หาย สามารถแจ้งระงับการใช้งานหรือทำ บัตร Rabbit ใหม่ ด้วยการระงับการใช้งาน บัตร Rabbit ด้วยการโทรไปแจ้งอายัดบัตร หรือไปแจ้งที่ศูนย์บริการแรบบิทโดยตรง เพื่อขอแจ้งทำ บัตร Rabbit ใบใหม่และทำการคืนยอดเงินส่วนที่เหลือคืนให้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้งานต้องมีการ ลงทะเบียนบัตร Rabbit เพื่อทำการยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน

           ในกรณีที่ บัตร Rabbit ของใครที่หมดอายุ หลังเปิดใช้งานมาแล้ว 7 ปี ซึ่งหลังจากที่ บัตร Rabbit หมดอายุแล้ว วิธีเช็คง่าย ๆ นอกจากการกดเข้าไปดูที่เว็บไซต์ก็คือ บัตร Rabbit ของเราจะไม่สามารถทำการเติมเงินหรือเติมเที่ยวเดินทางในบัตรได้ แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยอีกว่า แล้วถ้าหากยอดเงินในบัตรหรือเที่ยวเดินทางนั้นยังไม่หมดล่ะ ถ้าในกรณีที่เที่ยวเดินทางหรือเงินในบัตรยังไม่หมดนั้น เราก็สามารถใช้งานได้จนกว่ายอดเงินในบัตร หรือเที่ยวเดินทางของเราจะหมด 

          เมื่อบัตรหมดอายุการใช้งาน ในกรณีที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปแล้ว ก็สามารถติดต่อเพื่อทำบัตรใหม่ได้ในทันที ที่ศูนย์บริการ บัตร Rabbit หรือช่องจำหน่ายตั๋วสถานีรถไฟฟ้า BTS ได้ทุกสถานี โดยมีค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรใหม่ 100 บาทในทุกเงื่อนไข

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบัตรแรบบิต

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้ บัตร Rabbit เติมเงิน

          อย่างที่รู้กันว่าสำหรับบัตร Rabbit นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ บัตร Rabbit เติมเงิน และแบบเติมเที่ยว 15 วัน 25 วัน และ 30 วัน ซึ่งสำหรับการใช้ บัตร Rabbit เติมเงิน นั้นจะมีเงื่อนไขการเติมเงินในแต่ละครั้ง ด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำ 100 บาท และมีจำนวนเงินในบัตรไม่เกิน 4,000 บาท โดยการหักจำนวนเงินใน บัตร Rabbit เติมเงิน นั้นจะหักค่าบริการตามเส้นระยะทางเช่นเดียวกับการใช้บัตรโดยสารแบบไปกลับในครั้งเดียว แต่สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปยังสถานีส่วนต่อขยาย ทั้งสายสุขุมวิท เริ่มตั้งแต่สถานีบางจาก BTS ปุณณวิถี อุดมสุข บางนา แบริ่ง ไปจนถึงสถานีปลายทางอย่างเคหะฯ และส่วนต่อขยายฝั่งไปสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไล่ตั้งแต่ สถานีห้าแยกลาดพร้าว พหลโยธิน 24 รัชโยธิน เสนานิคม ไปถึงสถานีปลายทาง และสายสีลม ที่เริ่มตั้งแต่สถานีโพธิ์นิมิตร ตลาดพลู วุฒากาศ และสถานีปลายทางอย่างบางหว้า ก็จะคิดค่าบริการเพิ่มอีก 15 บาท 

          สำหรับการเติมเงินใน บัตร Rabbit เติมเงิน นั้น สามารถเติมได้หลายวิธีด้วยกัน คือ การเติมเงินผ่านช่องจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟฟ้า BTS ทุกสถานี และสถานที่เติมเงิน บัตร Rabbit ที่สามารถเติมเงินได้อย่าง สถานีรถไฟฟ้าด่วนพิเศษ BRT เคอรี่ เอ็กซ์เพรส แมคโดนัลด์ แมคคาเฟ่ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส มินิบิ๊กซี และศูนย์การค้าและบริการที่ร่วมรายการอีกมากมาย นอกจากนี้สำหรับใครที่เชื่อมต่อกับ บัตรแรบบิทไลน์ ยังสามารถเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันไลน์ได้ง่าย ๆ ด้วยการเลือกที่ไอคอนรูป BTS และทำการกดเติมเงินโดยทำการเชื่อมต่อจากแอปพลิเคชันหรือบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิตก็ได้เช่นเดียวกัน สำหรับการเติมเงินในแต่ละครั้งจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่เติมเงินเข้าไปในบัตร และสามารถทำการเพิ่มจำนวนวันการใช้งานได้ด้วยการเติมเงินเข้าไปใหม่เช่นเดียวกับการเติมเงินในโทรศัพท์มือถือ

บัตร Rabbit ไลน์ ผูกบัตรอย่างไร สมัครใช้งานอย่างไรได้บ้าง

          สำหรับใครที่อยากเชื่อมต่อการใช้งานของบัตร Rabbit เข้ากับแอปพลิเคชันไลน์นั้น ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการ ลงทะเบียนการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ กดลงทะเบียนด้วยหมายเลขบัตรรถไฟฟ้า 13 ตัวด้านหลัง หลังจากนั้นให้กดถัดไป เพื่อดำเนินขั้นตอนถัดไปในการดำเนินการนั่นก็คือ การเลือกช่องทางการชำระเงิน ซึ่งสามารถเลือกวิธีการจ่ายเงินได้ 2 รูปแบบคือ จ่ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์โดยตรง ด้วยการกดเพิ่มเงิน ผ่านทางบัญชีธนาคาร ที่จำเป็นต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำ 300 บาท หรือจ่ายผ่านบัตรเครดิต ที่ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการใช้บริการ หลังจากผูกบัตรเสร็จแล้วก็สามารถนำไปเปิดใช้งานบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ทุกสถานี และทำการลงทะเบียน บัตรแรบบิทไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยการเข้าไปที่หน้า Wallet ของ Rabbit Line Pay กดเข้าไปยืนยันตัวตนด้วยการกรอกข้อมูลส่วนตัว คือเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล อาชีพ ที่อยู่ ก่อนจะอัปโหลดรูปบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกับรูปตัวเองที่ถือบัตรประจำตัวประชาชน หลังจากนั้นก็รอตรวจสอบการยืนยันตัวตนอีกรอบ แค่นี้ก็ถือเป็นการเสร็จสิ้นการผูก บัตรแรบบิทไลน์ เป็นที่เรียบร้อย 

          นี่คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบัตร Rabbit ที่เพื่อน ๆ ต้องรู้ โดยเฉพาะชาวคอนโดติดรถไฟฟ้า ที่ใช้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้เรายังมีบทความดี ๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์คอนโด มาฝากเพื่อน ๆ อยู่เสมอ อย่าลืมติดตาม และแชร์บทความของเราด้วยนะคะ นอกจากนี้เรายังมีคลิปวิดีโอเกี่ยวกับบัตรแรบบิตด้วย กดดูได้เลยจ้า ครั้งหน้าเว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราได้ใหม่นะคะ