logo

หลังคาปั้นหยา เป็นหนึ่งประเภทหลังคาที่สามารถพบได้ในบ้านเรา นอกจากหลังคาปั้นหยาแล้ว ก็ยังมีหลังคาประเภทต่าง ๆ พบได้หลากหลายแบบในประเทศไทย อาทิ หลังคาบ้านทรงจั่ว, หลังคาบ้านมะนิลา, หลังคาบ้านปีกผีเสื้อ, หลังคาเพิงหมาแหงน เป็นต้น แน่นอนว่าหลังคาต่างประเภทกัน ย่อมมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลกันว่า หลังคาปั้นหยา มีแบบอะไรบ้าง องศาหลังคาปั้นหยาคืออะไร และการคำนวณหลังคาปั้นหยาจะเป็นอย่างไร พร้อมกับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกระเบื้องแบบต่าง ๆ ที่จะนำมาทำเป็นหลังคาปั้นหยามีรายละเอียดดังนี้

แบบหลังคาปั้นหยามีอะไรบ้าง ?

          หลายคนอาจเคยเห็นแบบหลังคาปั้นหยากันมาบ้าง แต่อาจจะไม่รู้ชื่อเรียกที่ถูกต้อง ก็ต้องบอกว่าหลังคาปั้นหยาสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั้นคือ รูปทรงหลังคาที่มี 4 ด้านลาดเอียงลงมาทั้ง 4 มุม โดยมีจุดยอดรวมของแต่ละด้านอยู่ส่วนบนสุดของหลังคา ลักษณะทรงหลังคาคล้ายคลึงกับพีระมินนั้นเอง ต้องบอกว่าหลังคาปั้นหยาเป็นที่นิยมไม่น้อยในประเทศไทย รวมทั้งต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี อีกด้วย

          ข้อดีของหลังคาปั้นหยานั้นก็คือ รูปทรงที่สวยงามสร้างความโดดเด่นให้กับบ้านได้ดี ตัวหลังคาสามารถเอียงลาดปกคลุมทั้ง 4 ด้านของตัวบ้าน ทนต่อแรงลม และยังช่วยกันแดดและกันฝนได้ นอกจากนี้ ยังเป็นหลังคาที่มีพื้นที่ให้เลือกติดแผงโซล่าเซลล์ได้ในทุกทิศทางของบ้าน เรียกได้ว่าไม่ว่าแสงแดดจะมาจากมุมใดทิศทางใด แผงโซล่าเซลล์บนหลังคาปั้นหยาก็สามารถทำงานเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มที่

          แต่ภายใต้ข้อดีเหล่านี้ของหลังคาปั้นหยา ก็แอบซ่อนข้อเสียไว้เล็กน้อยเช่นกัน ด้วยความปกคลุมเอียงลาดของหลังคาปั้นหยาทั้ง 4 ด้าน อาจส่งผลให้หลังคาระบายความร้อนได้น้อยกว่าปกตินั้นเอง ซึ่งปัญหาเรื่องของการระบายความร้อนนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มช่องระบายอากาศใต้หลังคา หรืออาจจจะติดตั้งฝ้าระบายอากาศ ก็สามารถช่วยให้ความร้อนของหลังคาถูกระบายออกไปได้ไวขึ้นไม่มากก็น้อย นอกจากนี้ การก่อสร้างหลังคาปั้นหยา จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีฝีมือ เพราะเป็นรูปแบบหลังคาที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะกว่าหลังคาชนิดอื่น ๆ ขณะเดียวกัน หากใครต้องการหลังคาปั้นหยาที่มีความสวยงาม ก็จำเป็นต้องมีทุนสำหรับซื้อวัสดุมากกว่าหลังคาประเภทอื่น ๆ สรุปได้ว่า ใครที่กำลังสนใจจะก่อสร้างบ้านหลังใหม่ โดยต้องการมีหลังคาบ้านประเภทหลังคาปั้นหยา คงต้องเตรียมเรื่องเงินทุนรองรับการก่อสร้างไว้ได้เลย

          นอกจากแบบหลังคาปั้นหยาที่กล่าวถึงไปข้างต้นแล้ว ยังมีแบบหลังคาปั้นหยาอีกประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย โดยมีชื่อเรียกว่า หลังคาทรงมะนิลา หรือหลังคาปั้นหยายกจั่ว นั้นเอง

          แต่ก่อนจะไปทำความรู้จักหลังคาทรงมะนิลาหรือหลังคาปั้นหยายกจั่วนั้น ย้อนกลับมาทำความรู้จักหลังคาทรงจั่วกันเสียก่อน ต้องบอกเลยว่า หลังคาทรงจั่ว เป็นทรงหลังคาที่นิยมและพบเห็นได้บ่อยที่สุด สังเกตง่าย ๆ เสมือนเป็นหลังคาเพิงหมาแหงน 2 ด้านมาชนกันนั้นเอง หลังคาทรงจั่วนี้ ใคร ๆ ก็สามารถพบเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านในโครงการจัดสรร หรือบ้านสร้างเองในต่างจังหวัดทั่วไป ข้อดีของหลังคาหน้าจั่วนี้ ต้องยกให้เลือกปัญหารั่วซึมที่มีน้อยมาก นั้นเป็นเพราะรูปทรงหลังคาที่ลาดเอียงลงทั้ง 2 ข้าง ทำให้เวลาฝนตก น้ำฝนจะไหลลงสู่พื้นด้านล่างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีน้ำฝนค้างอยู่บนหลังคา ปัญหารั่วซึมจึงเกิดขึ้นน้อยมากนั้นเอง นอกจากนี้ยังเป็นทรงหลังคาที่ช่วยในเรื่องการระบายความร้อนได้ดี และยังก่อสร้างง่าย แต่ก็แอบมีข้อเสียเล็กน้อยในกรณีฝนตกสาดเข้าบริเวณหน้าจั่วอยู่บ้างเช่นกัน

          หลังจากที่ได้รู้จักหลังคาปั้นหยาและหลังคาทรงจั่วกันเรียบร้อยแล้ว ต้องบอกว่ายังมีหลังคาประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานรูปแบบของ 2 แบบหลังคาที่กล่าวไปข้างต้น นั้นคือ หลังคาทรงมะนิลาหรือหลังคาปั้นหยายกจั่ว นั้นเอง

          หลังคาที่ประเภทนี้ ช่วยรวมข้อดีของ 2 ประเภทหลังคาข้างต้น ทำให้หลังคาปั้นหยายกจั่วนี้ มีข้อดีตรงที่มีหลังคาปกคลุมได้ทั้ง 4 ด้าน ทำให้รับแรงลมแรงฝนและแสงแดดได้ทั้ง 4 ด้านเช่นเดียวกับหลังคาปั้นหยา และยังสามารถระบายความร้อนได้ดีในบริเวณหน้าจั่วเช่นเดียวกับหลังคาทรงจั่ว นั้นเอง

          ดังนั้น หากใครกำลังสร้างบ้านแล้วเริ่มสนใจหลังคาปั้นหยา อย่าลืมบอกประเภทหลังคาแก่ผู้รับเหมาหรือช่างสร้างบ้านให้ดีว่า หลังคาที่เราต้องกี่นั้น เป็น แบบหลังคาปั้นหยา หรือ แบบหลังคาปั้นหยายกจั่ว กันแน่

เตรียมพร้อมข้อมูลก่อนคิดคำนวณหลังคาปั้นหยา

          การก่อสร้างหลังคาปั้นหยา มีรายละเอียดที่ต้องจัดเตรียมสักเสียหน่อยอย่างองศาหลังคาปั้นหยา หากลองค้นหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ต มักจะพบกระทู้สอบถามถึงประเด็นนี้ยังอยู่ไม่น้อย เช่น องศาหลังคาปั้นหยา 30องศา ควรจะคำนวณหลังคาปั้นหยายังไง ? บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานด้านการก่อสร้าง แนะนำว่าทางที่ดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นแล้ว หลังคาบ้านในฝันของคุณอาจจะพังไม่เป็นท่าก็เป็นได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ อย่ามัวแต่กังวลเรื่องเงินทุนในการก่อสร้าง กลัวจะเป็นดั่งสุภาษิตโบราณที่ว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย นั้นเอง

          แต่ว่าไปแล้ว หากใครต้องการจะรู้จริง ๆ ว่าการคำนวณหลังคาปั้นหยาเป็นยังไง ? ต้องบอกว่าในโลกอินเตอร์เน็ตก็มีโปรแกรมคำนวณคำตอบไว้แล้วเบื้องต้น เพียงแต่เราต้องทราบข้อมูลรายละเอียดของหลังคาปั้นหยาที่จะนำมากรอกเสียก่อน บางโปรแกรมคำนวณหลังคาปั้นหยาออนไลน์ต้องการข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหลังคาปั้นหยา อาทิ ความสูงของหลังคา, ความยาวของบ้าน,ความกว้างของบ้าน, ขนาดต่ำสุดของชายคาบ้าน, ความกว้างของจันทัน, ความหนาของจันทัน, ขั้นตอนการ rafters, ความกว้างของบอร์ดโรงกลึง, ความหนาของบอร์ดโรงกลึง, ลังขั้นตอน เป็นต้น ขณะเดียวกัน บางโปรแกรมคำนวณหลังคาปั้นหยาออนไลน์ต้องการข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหลังคาปั้นหยา อาทิ ระยะเสาด้านยาวของอาคาร, ระยะเสาด้านกว้างของอาคาร, ระยะยื่นชายคาจากเสา, พื้นที่มุงหลังคา, เสาดั้งสูงเท่าไหร่, จันทันยาวเท่าไหร่, มุมหลังคาสันตะเฆ่เอียงเท่าไหร่ เป็นต้น

          เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ง่ายขึ้น จึงควรเข้าใจความหมายของคำเฉพาะเหล่านี้กันเสียก่อน จะได้หาคำตอบกันได้อย่างถูกต้อง อาทิ

  จันทัน โดยทั่วไปแล้ว ต้องบอกว่าจันทันจะวางพาดอยู่บนอะเสและอกไก่รองรับแป ทุกระยะราว 1 เมตร หากถามว่าระยะห่างของจันทันขึ้นอยู่กับอะไร ก็ต้องตอบว่าขึ้นอยู่กับระยะแปและน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคานั้นเอง นอกจากนี้ จันทันยังสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภทหลัก นั้นคือ จันทันที่วางอยู่บริเวณหัวเสาและจันทันที่ไม่ได้วางอยู่บริเวณหัวเสา

  อะเส มีลักษณะยังไงนั้น ให้ลองนึกถึงง่าย ๆ คล้ายกับคานที่มีหน้าที่รับแรงจากโครงการหลังคา ยึดและรัดหัวเสา แล้วส่งแรงนั้นลงมาที่ตัวเสา การใช้อะเสจำนวนมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับประเภทของหลังคานั้น ๆ อาทิ หากเป็นหลังคาปั้นหยา จะใช้อะเสจำนวน 4 ด้าน หากเป็นหลังคาประเภทมะนิลา จะใช้อะเสจำนวน 2 ด้าน เป็นต้น

 อกไก่ ในที่นี่ไม่ใช่สารอาหารโปรตีนชั้นดีของคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่อกไก่ของโครงสร้างหลังคาบ้านคือส่วนที่ทำหน้าที่รับจันทัน มักสังเกตเห็นได้ในบริเวณสันหลังคา

 ตะเฆ่ มี 2 ประเภทด้วยกัน นั้นคือ ตะเฆ่สัน สังเกตได้ว่าจะอยู่บริเวณสันมุมหลังคา ทำหน้าที่รองรับการครอบด้วยกระเบื้องและวัสดุมุงอีกทีนึง ส่วนตะเฆ่ราง จะเป็นส่วนลาดเอียงส่วนต่อระหว่าง 2 ด้านของหลังคามาชนกัน สังเกตได้ว่าบริเวณนี้มักจะเป็นที่ตั้งของรางน้ำหลังคานั้นเอง

          หากใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกปวดหัวเพราะไม่เข้าใจความหมายของคำดังกล่าวเอาเสียเลย ก็ต้องตอบตามตรงว่าควรหยุดหาคำตอบการคำนวณหลังคาปั้นหยา แล้วหันไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เลย น่าจะเป็นทางออกที่ดีและเหมาะสม

ประเภทกระเบื้องหลังคาบ้าน

          ว่ากันต่อที่เรื่องราวของประเภทกระเบื้องที่จะนำมาปูหลังคาบ้าน ไม่ว่าจะหลังคาปั้นหยา หรือหลังคาทรงอื่น ๆ ส่วนใหญ่มักออกเป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

 กระเบื้องลอนคู่ เป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศไทยสำหรับการทำหลังคาบ้าน เพราะคุณสมบัติโดดเด่นด้านความทนทานแข็งแรง มีสีสันหลากหลาย มีน้ำหนักเบา และที่สำคัญคือมีราคาไม่แพงอีกด้วย กระเบื้องประเภทนี้อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ นั้นเอง ปัจจุบันที่หลากหลายยี่ห้อชั้นนำ อาทิ กระเบื้องลอนคู่สีตราเพชร, หลังคา เอสซีจี รุ่น ลอนคู่ ไฮบริด 6มม. , กระเบื้องลอนคู่ ตราเพชร RomanTile เป็นต้น

 กระเบื้องคอนกรีต เป็นกระเบื้องที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก จึงต้องใช้คู่กับโครงหลังคาเหล็กแข็งแรง กระเบื้องชนิดนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไป มีความแข็งแรง และสวยงาม สามารถระบายน้ำฝนได้ดี กระเบื้องชนิดนี้อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเป็นกระเบื้องซีเมนต์ ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อ อาทิ กระเบื้องคอนกรีต ซีแพค เอสซีจี , กระเบื้องหลังคาคอนกรีตดูร่าวัน , กระเบื้อง CT แกรนออนด้า , กระเบื้องหลังคาคอนกรีตทีพีไอ เป็นต้น

 กระเบื้องเซรามิค สังเกตเห็นกระเบื้องหลังคาชนิดนี้ได้ง่าย ๆ เวลากระเบื้องสะท้อนแสงแดด จะเห็นสีสันอย่างชัดเจน และยังมีจุดเด่นด้านการป้องกันความร้อนได้ดีอีกด้วย กระเบื้องชนิดนี้มีความทนทานดี และยังมีความมันวาว สวยงามทีเดียวหากได้เป็นหลังคาของบ้านหลังใดก็ตาม กระเบื้องชนิดนี้มีหลากหลายแบบ อาทิ กระเบื้องเซรามิคแบบลอนต่ำ เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการหลังทรงโมเดิร์นทันสมัย , กระเบื้องเซรามิคแบบเรียบ สร้างความเรียบเนียนช่วยให้บ้านดูทันสมัยได้ดีทีเดียว เป็นต้น

 กระเบื้องดินเผา ต้องบอกว่าใครหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อกระเบื้องดินเผากันมาบ้าง มักนำมาใช้สำหรับสิ่งปลูกสร้างสะท้อนความเป็นไทย อาทิ วัด, เรือนไทย, โบสถ์ เป็นต้น มักจะมีสีสันเพียงสีเดียวโทนส้มอิฐ แน่นอนว่าปัจจุบันกระเบื้องชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมนำมาก่อสร้างหลังคาบ้า แต่ก็ยังมีความน่าสนใจในเรื่องราวของภูมิปัญญาแบบไทย ๆ เรียกได้ว่าเป็น กระเบื้องที่เกิดขึ้นจากการผสมน้ำเข้ากับดินเหนียว นวดเข้าเนื้อลงตัวแล้วนำมาปั้นพร้อมเข้าเตาเผาไฟ กลายมาเป็นกระเบื้องดินเผาที่เราเห็นกันนั้นเอง การปูกระเบื้องชนิดนี้มักจะมีลักษณะวางชิดติดกัน ซ้อนคว่ำและหงายสลับกันไป เพื่อป้องกันน้ำฝนรั่วซึมและสามารถไหลออกสู่พื้นได้

          เรียกได้ว่า เต็มอิ่มกันเดียวทีเดียวสำหรับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหลังคาปั้นหยา ที่ใครอาจจะยังไม่ทราบว่าหลังคาชนิดนี้มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ หลังคาปั้นหยา และหลังคาปั้นหยายกจั่ว ต่างกันที่รูปทรงการออกแบบและยังจุดดีจุดด้อยที่ต่างกัน ใครชื่นชอบหลังคาประเภทไหน ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ ส่วนใครที่อยากจะคิดคำนวณหลังคาปั้นหยาไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ใดก็ตาม บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอย่างน้อยคุณจำเป็นต้องทราบรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างหลังคาบ้านเสียก่อนที่จะนำตัวเลขมาคำนวณต่อไป ดังนั้น ใครที่ไม่มีความรู้ในด้านนี้ แนะนำว่าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คงช่วยลดเรื่องน่าปวดหัวเกี่ยวกับการก่อสร้างหลังคาปั้นหยาได้อย่างแน่นอน ครั้งหน้าเราจะนำเรื่องราวเกร็ดความรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ