logo

               ถ้าพูดถึงการ ไหว้พระ 9 วัด อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่คนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ แน่นอนว่าต้องเป็น อยุธยา หรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่าที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและหลักฐานความรุ่งเรื่องทางศาสนาของไทย ซึ่งในบทความนี้ CondoNewb ซึ่งเป็นเว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุน ก็จริง แต่เรื่องท่องเที่ยวสายมูเราก็ไม่พลาด เลยจะขอพาเพื่อนๆ ชาวนิวบ์ทุกคนไป One Day Tripไหว้พระ 9 วัด อยุธยา” กันสักหน่อย โดยความพิเศษของทริปนี้ก็คือ นอกจากเราจะวางโปรแกรมร้านอาหารเอาไว้ถึงสองมื้อ ทั้งกลางวันและเย็นแล้วเนี่ย รูปภาพที่ใช้ประกอบการรีวิวนี้ทั้งหมด ยังถ่ายทำด้วย Samsung Galaxy Note 20 Ultra ด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าทาง Samsung มาสปอนเซอร์ให้กับพวกเราแต่อย่างใด เพียงแต่โดยส่วนตัวแล้วชอบฟีเจอร์กล้องของ Note 20 Ultra มาก เลยอยากจะมาแชร์ความดีงามทั้งหมดทั้งมวลนี้ให้ทุกคนได้ชื่นชมกันนั่นเอง

                     เดี๋ยวขอเล่าคร่าว ๆ ก่อนว่าการ ไหว้พระ 9 วัด ที่อยุธยาในครั้งนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ง่าย ๆ เลยก็คือ พวกเราต้องการบุญ 5555 และแน่นอนว่าอันดับแรกที่คนใกล้แต้มบุญหมดจะต้องทำเลยก็คือการทำบุญ แต่ไหน ๆ จะทำบุญแล้วก็เลยคิดว่า เอ้อ... จะไปทำวัดเดียวมันก็อาจจะไม่พอ แม้บาปกับบุญมันจะคนละส่วนกันแต่การสะสมแต้มบุญไว้เยอะหน่อยก็ทำให้อุ่นใจดี (คิดว่านะ) ซึ่งเราก็เลยตกลงกันว่าจะไป ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา กัน แต่แค่ 9 วัดนี่ก็ไม่น่าจะพอ เราก็เลยลองหาทริปอื่น ๆ จนติณณา หนึ่งในทีมคอนเทนต์ของเราแทงไอเดียเข้ามาว่า นอกจากทริปไหว้พระที่อยุธยาแล้วเนี่ย ยังมีทริป ไหว้พระ 5 พี่น้อง อีกนะ ซึ่งการไหว ้พระ 5 พี่น้องเนี่ย แต่ละวัดจะอยู่คนละจังหวัดเลย กินเวลากว่า 2 วันด้วยกัน อลังการมาก ซึ่งเดี๋ยวจะมีบทความแนะนำออกมาหลังจากนี้ด้วย รอติดตามนะครับ

                     ทริปสายมูแต่ลู CondoNewb ไหว้พระ 9 วัด ในครั้งนี้ เราไปกันทั้งหมด 7 คน เดินทางด้วยรถตู้ เริ่มออกเดินทางจากคอนโดย่านราชดำริประมาณ 7 โมง ถึงอยุธยาประมาณ 8 โมง และทำภารกิจทุกอย่างไปจบที่ 5 โมงเย็น เป็นตารางเวลาเหมือนวันทำงานแบบสุด ๆ เพื่อที่จะไม่เหนื่อยเกินไป เดี๋ยวไปดูกันเลยว่าลำดับของการ ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา ครั้งนี้ จะเป็นอย่างไร โดยลำดับของการเดินทางจะเป็นลำดับที่เราวางแผนกันไปล่วงหน้าและ มีเพียงร้านอาหารเท่านั้นที่หาข้อมูลคร่าว ๆ และไปสุ่มเอาดาบหน้า ซึ่งผลของการสุ่มออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เลยเอามาแชร์ได้อย่างไม่เขินเท่าไหร่นัก

 

07:00 เริ่มทริป ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา

            เราเริ่มเดินทางออกจากคอนโดย่านราชดำริกันตั้งแต่เช้าเลยครับ โดยรถตู้ทำการขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าดินแดง จากนั้นก็เชื่อมต่อทางยกระดับอุตราภิมุข (โทล์เวย์) ไปลงที่รังสิตเลย จึงทำให้ระยะเวลาในการเดินทางนั้นไม่มากนัก โดยจุดหมายแรกที่เราจะไปในทริป ไหว้พระ 9 วัด วันนี้ เริ่มต้นที่ “วัดใหญ่ชัยมงคล ” ครับ โดยสามารถเสริช GPS ว่า “วัดใหญ่ชัยมงคล” ได้เลย

 

08:00 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 1 วัดใหญ่ชัยมงคล

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/bLAhtjRkPZAFQUSo8 

วัดใหญ่ชัยมงคล

               วัดแรกในทริป ไหว้พระ 9 วัด เราเริ่มต้นกันด้วย วัดใหญ่ชัยมงคล ที่เรียกได้ว่า เป็นวัดที่ค่อนข้างสำคัญอีกแห่งหนึ่งในอยุธยาเลยครับ จุดเด่นของสถาปัตยกรรมภายในวัดใหญ่ชัยมงคล คือ เจดีย์องค์ใหญ่ ที่เชื่อกันว่าได้รับการบูรณะใหม่ในรัชสมัยของพระนเรศวรมหาราช ซึ่งด้านในเจดีย์องค์นี้พบว่ามี “ชัยมงคลคาถา” (คาถาพาหุง) บรรจุอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อวัดใหญ่ชัยมงคลนั่นเอง โดยการสักการะประเภทการจุดธูป จุดเทียน กราบไหว้และกล่างคำบูชา จะทำที่บริเวณหน้าพระอุโบสถ ที่ด้านในประดิษฐาน พระพุทธชัยมงคล พระประธานของวัดครับ ส่วนตัวเจดีย์นั้น สามารถขึ้นไปชมความงดงามของโบราณสถานได้ และก็ยังมีบริเวณโดยรอบเจดีย์ให้ได้เดินถ่ายรูปและสักการะสิ่งศักสิทธิ์อื่นๆ อีกด้วย ซึ่งในการ ไหว้พระ 9 วัด ครั้งนี้ นอกจากการสักการะพระพุทธชัยมงคลและการเดินชมโบราณสถานแล้ว CondoNewb ก็ยังได้ไปห่มผ้าพระนอนในวิหารของวัด เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลอีกด้วยครับ 

พระนอน วัดใหญ่ชัยมงคล ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา

          และพอ ไหว้พระ 9 วัด วัดแรกเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งรีบกลับนะ เพราะว่าด้านหลังของวัดจะมี “ตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ตั้งอยู่ด้วย สำหรับใครที่นับถือสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็สามารถมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ด้วยครับ

09:00 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 2 วัดพนัญเชิงวรวิหาร

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/rsfj94isamtTcoK27 

ไหว้พระ 9 วัเ วัดพนัญเชิง

                     วัดที่สองในทริป ไหว้พระ 9 วัด เรามากันที่ "วัดพนัญเชิงวรวิหาร " ซึ่งตัววัดพนัญเชิงนั้นอยู่ห่างจากวัดใหญ่ชัยมงคลเพียงแค่ 1.5 กม. เท่านั้นเองครับ วัดพนัญเชิงเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูปไตรรัตนายก หรือหลวงพ่อโต หรือหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ โดยองค์พระนั้นมีขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร ความสูง 19.20 เมตร สวยงามมาก ๆ เลยทีเดียว และนอกจากนี้วัดพนัญเชิงยังเป็นวัดที่อยู่ริมน้ำ ซึ่งบริเวณริมน้ำนั้นก็จะมีศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก หรือ ศาลเจ้าแม่แอเนี้ย อยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย ซี่งศาลเจ้าแม่แอเนี้ยถือเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรม สมัยที่สถาปนากรุงศรีอยุธยา และผู้คนที่มา ไหว้พระ 9 วัด ที่อยุธยานี้ ก็มักจะแวะเวียนมาขอพรเรื่องความรักกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมากกันด้วยครับ

ไหว้พระ 9 วัด วัดพนัญเชิง

10:00 คั่นทริป ไหว้พระ 9 วัด ด้วยการรับประทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขา

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/bxWy5RebwVSXuxEK8 

ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา อยุธยยา

                     เนื่องจากเราออกมา ไหว้พระ 9 วัด กันแต่เช้า เมื่อมาถึงอยุธยาร้านอาหารส่วนมากก็ยังไม่เปิด เราจึงเลือกที่จะเริ่มไหวพระกันก่อนพอช่วงสิบโมงท้องก็เริ่มร้อง ใจก็พลันไปนึกถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเสริชกูเกิ้ลหาก๋วยเตี๋ยวร้านเด็ดเมืองอยุธยาด้วยความหิวโหย จนไปเจอเข้ากับร้าน“ก๋วยเตี๋วห้อยขา” ที่ดูแล้วก็น่าจะเหมาะสมกับความหิวโหยของพวกเราเพราะเขามี ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ที่เสิร์ฟมาแบบอลังการมากชามนี้เราสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์แบบน้ำตกหมู ราคา 450 บาทมาพร้อมกับเส้นลวกและตะเกียบยักษ์ เพิ่มกิมมิคให้การถ่ายรูป ส่วนทีเด็กอื่น ๆ ที่มาถึงเเล้วต้องสั่งเลยก็คือ กากหมู!!! ถูกใจมาก ทอดมาแห้ง ๆ ไม่อมน้ำมัน จะกินกับก๋วยเตี๋ยวก็ได้ หรือเหยาะน้ำปลาหน่อยแล้วกินเปล่า ๆ ก็แสนจะฟินเลยแหละ เสร็จเเล้วก็ไป ไหว้พระ 9 วัด ต่อกันได้เลย

11:00 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 3 วัดแม่นางปลื้ม

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/2d3gCmNurUr69MLR9 

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดแม่นางปลื้ม

         หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยเราก็ออกเกินทางกันต่อ วัดที่สามในทริป ไหว้พระ 9 วัด ทริปนี้ เราพาทุกคนมาอยู่กันที่ "วัดแม่นางปลื้ม" ซึ่งโดยส่วนต ัวแล้วเราชอบวัดนี้มาก เริ่มตั้งทางเข้าที่จะเป็นทางเดินเล็ก ๆ ผ่านต้นไม้ ลอดซุ้มประตูซึ่งจะอยู่ตรงกับประตูพระอุโบสถด้วย จึงให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า องค์พระประทานนั้นมองลงมาที่เราตลอดเวลา

         โดยประวัติของวัดนี้ก็ค่อนข้างน่าสนใจมาก ใครที่เคยมาทริป ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา แล้วอาจจะเคยได้ยินประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของวัดอันเป็นที่มาของชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ตามตำนานเล่าว่า ในกลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรเสด็จล่องเรือไปตามแม่น้ำเพื่อที่จะกลับเข้าวัง ได้เกิดพายุฝนทำให้ไม่สามารถล่องเรือไปได้ ประจวบกับท่านทรงทอดพระเนตรเห็นกระท่อมหลังหนึ่งมีแสงไฟตะเกียงอยู่ใกล้ ๆ จึงได้นำเรือเทียบท่าและเข้าไปในกระท่อมหลังนั้น แบะพบกับเฒ่าคนหนึ่ง ซึ่งแม่เฒ่าคนนั้นก็ไม่รู้ว่าผู้ชายที่ตนเจอนั้นคือพระนเรศวร แต่แม่เฒ่าเองก็ยังแสดงความจงรักษ์ภักดีที่มีต่อตัวพระมหากษัตริย์มาก อีกทั้งยังแสดงความมีน้ำใจให้พระนเรศวรนอนพักค้างแรมเพื่อหลบพายุ ทั้ง ๆ ที่เป็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พอวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระนเรศวรเสด็จกลับวัง และมีรับสั่งให้คนไปนำตัวแม่เฒ่าผู้นั้นมาเข้าเฝ้าที่พระราชวัง และบอกเล่าเรื่องที่ท่านได้พักค้างคืนที่บ้านของแม่เฒ่าเมื่อคืน และท่านรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของแม่เฒ่ายิ่งนัก จึงตอบแทนด้วยการให้แม่เฒ่านี้มาอยู่ในพระราชวัง พร้อมด้วยการปรนนิบัติเทียบเท่าแม่ของพระเจ้าแผ่นดิน เพราะสมเด็จพระนเรศวรก็ทรงเรียนแม่เฒ่าว่าเป็นแม่ของพระองค์ด้วยเช่นกัน จนถึงวันที่แม่เฒ่าหมดลมหายใจ สมเด็จพระนเรศวรจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ให้ และพระราชทานนามว่า “วัดแม่นางปลื้ม” นั่นเอง

             ซึ่งความสวยงามอีกอย่างหนึ่งของวัดแม่นางปลื้มที่คนมา ไหวเพระ 9 วัด ต่างพูดถึงก็คือ องค์พระประทานด้านในวิหาร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสีขาว โดยผู้คนก็มักจะเรียกติดปากกันว่า “หลวงพ่อขาว” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทำจากปูนเปลือกหอย มีเพียงพระเกศเท่านั้นที่ทาสีดำ ถือว่าเป็นประพุทธรูปที่มีความสวยงามมาก ๆ เลยครับ

11:30 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 4 วัดธรรมิกราช

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/i3YtTyRkDx9SjvNq6 

ไหว้พระ9 วัด อยุธยา วัดธรรมิกราช

         เนื่องจากวัดแม่นางปลื้มนั้นไม่ได้ใหญ่มาก เราจึงแวะเข้าไปสักใช้เวลาการะหลวงพ่อขาวกันไม่นานเท่าไหร่นัก และสามารถเดินทางมาที่ "วัดธรรมิกราช " ซึ่งเป็นวัดที่ 4 ในทริป ไหว้พระ 9 วัด ของเราในวันนี้ ความโดดเด่นของวัดธรรมิกราชโดยส่วนตัวทุกครั้งที่มา จะชอบดื่มด่ำกับโบราณสถานที่เป็นวิหารของวัดมาก ๆ เราจะสามารถสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของวิหาร ที่ถึงแม้จะเหลือเพียงเค้าโครงและเสาไม่กี่ต้นก็ตาม โดยตามประวัติที่ได้หาข้อมูลมาพบว่า วัดธรรมิกราช สร้างขึ้นโดย พระยาธรรมิกราช โอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง ก่อนที่จะมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยา และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป เปลี่ยนผ่านรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์แล้วพระองค์เล่า ก็ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดธรรมิกราชมาโดยตลอด เหตุผลที่สันนิษฐานแบบนี้เนื่องจากนักโบราณคดีได้เห็นร่องรอยการซ่อมแซมและต่อเติมในบริเวณต่าง ๆ ของทั้งตัววิหารและเจดีย์โดยรอบอยู่มากมายหลายจุด ต่อมาในช่วงราว ๆ ปี พ.ศ. 2153 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ก็ทรงบูรณะวัดเหมือนเช่นทุกรัชสมัยที่ผ่านมา หากแต่ได้มีการสร้างวิหารหลวงเพิ่มเติม ซึ่งวิหารหลวงนี้จะใช้เป็นที่สำหรับฟังธรรมในวันพระ ของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์นั่นเอง เหตุผลเพราะวัดธรรมิกราชนั้นอยู่ในบริเวณเดียวกับพระราชวัง (พระราชวังโบราณในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นที่พำนักของกษัตริย์ด้วย

         ถ้าหากแวะมา ไหว้พระ 9 วัด ที่วัดนี้ แนะนำให้สักการะพระนอนในวิหารก่อน และรับน้ำพระพุทธมนต์ในวิหารซึ่งเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก จากนั้นค่อยเดินเที่ยวชมโบราณสถานรอบ ๆ วัดครับ

12:00 ไหว้พระ 3 วัด อยุธยา วัดที่ 5 วัดหน้าพระเมรุ

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/7UzLF8S2K3dqjmdM8 

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดหน้าพระเมรุ

         วัดนี้ดูภายนอกอาจจะดูเหมือนวัดธรรมดาทั่วไป เพราะภาพจำของคนทั่วไปเวลามา ไหว้พระ 9 วัด อยุธยาคือ โบราณสถาน ที่มักจะก่อสร้างด้วยอิฐสีแดง ๆ และเหลือเพียงบางส่วน ไม่ได้สมบูรณ์แบบ "วัดหน้าพระเมรุ" นี้ แต่วัดหน ้าพระเมรุก็ยังเป็นวัดหนึ่งในโปรแกรม ไหว้พระ 9 วัด อยู่เรื่อยมาก เหตุผลก็เป็นเพราะว่า เมื่อครั้งที่พม่าบุกเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา หลักฐานทางโบราณคดีทำให้นักโบราณคดีลงความเห็นกันว่า วัดหน้าพระเมรุไม่ได้ถูกทำลาย เนื่องจากกองกำลังพม่านั้นอาจใช้วัดหน้าพระเมรุเป็นที่ตั้งกองกำลัง และบัญชาการรบนั่นเอง ตามประวัติยังเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระประธานในโบสถ์อีกด้วยว่า เมื่อครั้งที่พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อประมาณ พ.ศ. 2303 พม่าได้มีการเอาปืนใหญ่มาตั้งไว้ที่วัดหน้าพระเมรุแห่งนี้ จากนั้นผู้นำทัพพม่าในตอนนั้นคือพระเจ้าอะลองพญา ได้ทรงบัญชาการการรบและร่วมรบเองด้วย ซึ่งการร่วมรบนั้นก็หมายรวมถึงการควบคุมปืนใหญ่ด้วย และเมื่อพระเจ้าอะลองพญาได้ทรงจุดปืนใหญ่ในระหว่างการรบนั้น ปืนใหญ่ที่พระองค์ได้ทรงจุดนั้นเกิดระเบิดและแตกออก ทำให้เศษของปืนใหญ่กระจายและต้องพระองค์จนบาดเจ็บสาหัส พอเช้าวันรุ่งขึ้น พม่าได้ทำการยกทัพกลับ มุ่งหน้าไปทางเหนือ แต่ยังไม่ทันที่จะเคลื่อนพลพ้นตัวเมืองตาก พระเจ้าอะลองพญาก็สิ้นพระชนม์

วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา

         จึงเป็นที่กล่าวขานกันในการมา ไหว้พระ 9 วัด ว่า เหตุการณ์ปืนใหญ่แตกในครั้งนี้ อาจะเป็นเพราะบุญญาธิการอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระประธานในพระอุโบสถของวัดหน้าพระเมรุ ก็คือหลวงพ่อพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ ซึ่งนอกจากความศักดิ์สิทธิ์ในเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งขององค์พระประธานก็คือ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหากษัตริย์ (อาจมีการบูรณะภายหลัง) ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ทรงเครื่องใหญ่ที่สุดองค์หนึ่ง หล่อด้วยทองสำริดลงรักปิดทองปางมารวิชัย มีพระลักษณะงดงาม ทำการประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ซึ่งสร้างด้วยสถาปัติยกรรมสมัยอยุธยาตอนต้น มีเสาเหลี่ยม 2 แถว แถวละ 8 ต้น แต่ละเสาตกแต่งเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ เพดานแกะสลักเป็นรูปดวงดาวสลับซับซ้อนสวยงาม หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าด้านข้างพระอุโบสถไม่มีหน้าต่าง แต่ใช้เป็นการเจาะผนังเพื่อระบายอากาศและให้แสงสว่าง ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้นักโบราณคดีมั่นใจว่าพระอุโบสถหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในบริเวณรอบ ๆ วัดก็ยังมีพระปรางและวิหารให้ได้สักการะกันเพิ่มเติมอีกด้วย

12:30 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 6 วัดเชิงท่า

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/rVi69GBFotqQ9NTC6 

วัดเชิงท่า อยุธยา

         เนื่องจากวัดหน้าพระเมรุและ "วัดเชิงท่า " นั้นอยู่ใกล้กันมาก แบบขึ้นรถตู้มากั้นหายใจยังไม่ทันหน้ามืดก็ถึงแล้ว เราจึงใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก วัดเชิงท่าเป็นวัดที่ 6 ในทริป ไหว้พระ 9 วัด ของเรา ซึ่งวัดนี้เนี่ย มีตำนานที่ค่อนข้างน่าสนใจเลย จากข้อมูลที่เราไปหามา ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา คือ มีเศรษฐีผู้หนึ่ง มีบุตรสาวสวยอยู่ 1 คน และด้วยความร่ำรวยของเศรษฐีผู้นี้ จึงได้สร้างเรือนไม้ที่สวยงามเอาไว้ให้ลูกสาวออกเรือน แต่อยู่มาวันหนึ่ง ลูกสาวของเศรษฐีผู้นี้ได้หนีไปกับคนรัก จึงทำให้เศรษฐีโศกเศร้าอย่างมาก เฝ้ารอลูกสาวกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ปีแล้วปีเล่าลูกสาวของเศรษฐีผู้นี้ก็ไม่กลับมา เศรษฐีจึงยกเรือนไทยหลังนั้นให้กับวัดประจำตระกูล ซึ่งก็คือวัดเชิงท่านั่นเอง

         แต่จริง ๆ แล้วตามตำนานก็มีความสับสนของไทม์ไลน์นิดหน่อย บ้างก็ว่ากันว่าชื่อเดิมคือวัดคอยท่า ตามตำนานของเศรษฐี แต่บ้างก็ว่าข้อเท็จจริงแล้ว ชื่อเดิมของวัดนี้คือวัดตีนท่า สืบเนื่องมาจากวัดสร้างอยู่ใกล้กับท่าเรือที่ผู้คนสามารถสัญจรไปมากันได้อย่างอิสระ ผู้คนในสมัยนั้นเลยพากันเรียกวัดนี้ว่าวัดตีนท่าด้วย

         ส่วนอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งก็คือ ว่ากันว่าวัดนี้ชื่อเดิมมีชื่อว่าวัดติณ ซึ่งคำว่าติณนั้นแปลว่าหญ้า เหตุที่ใช้ชื่นนี้เพราะ ในสมัยสมเด็จพระเพทราชา ตรงบริเวณวัดใช้เป็นที่รวบรวมหญ้า ก่อนที่นำข้ามฝั่งไปเลี้ยงม้าและช้างในพระราชวัง ก็เลยเรียกกันว่าวัดติณไปโดยปริยาย แต่สุดท้ายแล้ว ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ ระหว่างปีพุทธศักราช 2275 – 2301 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอีกครั้ง ขณะที่พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงบวชเป็นพระภิกษุสินและจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ และหลังจากการบูรณะเสร็จสิ้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดเชิงท่า

วัดเชิงท่า

         เอาล่ะครับ เนื่องด้วยเราเป็นทริป ไหว้พระ 9 วัด ฉะนั้นแล้วเราจะไม่ฟันธงว่าตำนานไหนนั้นถูกต้อง เพราะเอาจริง ๆ แล้วหลายเรื่องเราก็จะแตกต่างกันเนื่องจากมันผ่านมาหลายร้อยปีเนอะ แต่อยากจะขอแนะนำว่าใครที่มาวัดนี้ ให้เดินเลยตัวที่สักการะพระพุทธรูปเข้าไปอีกหน่อย จะเจอกับพระปรางค์ และวิหาร ที่เป็นโบราณสถาน ข้างในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ซึ่งถือว่าสวยงามมาก ๆ เลยครับ เข้าไปสักการะและถ่ายรูปกันได้

13:00 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 7 วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/nmWA84qwGCwkZjiT6 

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา

         ว้ดที่ 7 ในทริป ไหว้พระ 9 วัด ของเราในวันนี้คือ "วัดกษัตราธิราชวรวิหาร " ซึ่งเป็นอีกวัดหนึ่งที่ยังคงสภาพความสวยงามและศิลปะสมัยอยุธยาเอาไว้ได้ด้วยการบูรณะอย่างสม่ำเสมอตลอดการผลัดเปลี่ยนรัชสมัยของกษัตริย์ โดยเดิมทีแล้ว วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ชื่อว่า วัดกษัตรา หรือ กษัตราราม หรือ กษัตราวาส เหตุผลที่มีหลายชื่ออย่างไม่แน่เนื่องด้วยว่าไม่ปรากฏข้อมูลในประวัติศาสตร์แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ถ้าหากสังเกตจากชื่อของวัด ก็พอจะอนุมานได้ว่าผู้ที่สร้างวัดแห่งนี้จะต้องเป็นกษัตริย์ หรือไม่ก็พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งจากรัชสมัยใดรัชสมัยหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะความหมายของชื่อทั้งหมดที่กล่าวมานั้น มีความหมายว่าวัดของพระสมหากษัตริย์ทั้งสิ้น ซึ่งในตำนานช่วงหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ก็มีปรากฏชื่อวัดกษัตราวาสอยู่ช่วงหนึ่ง ความว่า “แรม 14 ค่ำ เดือน 5 พม่าเอาปืนใหญ่มาตั้งไว้ที่วัดราชพฤกษ์ และ วัดกษัตราวาส ยิงเข้ามาในพระนคร ถูกบ้านเรือนราฎรล้มตายจำนวนมาก” ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หากตั้งปืนใหญ่ก็สามารถหันเข้าไปในฝั่งพระนครได้เลยด้วย ใครมา ไหว้พระ 9 วัด ที่นี่ก็เดินไปชมริมน้ำได้อีกนะ

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา

         ส่วนชื่อวัดกษัตราธิราชนั้น มาถูกเปลี่ยนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (ทองอิน) กรมพระราชบวรสถานภิมุข (กรมพระราชวังหลัง) ได้ทำการบูรณะวัดกษัตรา และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดกษัตราธิราช เรื่อยมา แต่นอกจากนี้ สมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ (เกศ) ต้นราชสกุลอิศรางกูร ได้ทำการปฏิสังขรณ์พระอารามในปี พ.ศ. 2349 ให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา และกลายเป็นพระอารามหลวงลำดับที่ 9 ใน 1 ในทริป ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

         สถานที่สำคัญของวัดกษัตราธิราช คือพระอุโบสถที่มีพระประธานประดิษฐานอยู่ด้านใน แท่นฐานของพระประธานเป็นผ้าทิพย์ปูนปั้น มีความประณีตและงดงาม รวมถึงใบเสมาของพระอุโบสถ ก็เป็นใบเสมาคู่ที่ถูกแกะสลักเป็นลวดลายวิจิตรบรรจง ซึ่งมักไม่ได้พบเห็นได้บ่อยนักตามวัดทั่ว ๆ ไปครับ อันนี้แอบกระซิบนิดหนึ่ง หากใครที่มาวัดนี้และมากราบพระประธานในพระอุโบสถ จะมีมักคุเทศท้องถิ่นที่คอยให้ข้อมูลอินไซท์เกี่ยวกับวัดกษัตราธิราชแห่งนี้อยู่ ยังไงก็ลองเข้าไปฟังกันได้ครับ

14:00 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 8 วัดท่าการ้อง

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/WLie2Byb3MABEa886 

วัดท่าการ้อง

         วัดนี้แนะนำเลย ใครที่มาทริป ไหว้พระ 9 วัด แล้วพาเด็ก ๆ มาด้วยน่าจะชอบ เพราะเรียกได้ว่าเป็นวัดที่น่าจะตกแต่งได้แฟนตาซีที่สุดในอยุธยา เผลอ ๆ จะในประเทศไทยด้วยมั้งเนี่ย คือต้องบอกก่อนว่า "วัดท่าการ้อง " เขาขึ้นชื่อเรื่องการตกแต่งอยู่แล้ว ออกข่าวออกทีวีไปก็หลายทีหลายหน ใครที่มาก็จะตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศ ทั้งความเยอะสิ่งของเหล่าปวงเทพญาดาต่าง ๆ ความหลากสีหลากสรรค์ของการตกแต่ง พระพุทธรูปทุกปางที่คุณจะนึกออกในโลกใบนี้ แถมยังมีเครื่องที่ผลิตมาเพื่อให้การทำบุญนั้นสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลไกที่เอาไปใส่ในหุ่นให้ขยับได้พร้อมกับมีเสียงเชิญชวนให้ทำบุญ การโยนเหรียญลงบาตรที่หมุนไป ๆ มา ๆ ส่วนตัวคิดว่าก็ดีครับ เป็นการทำบุญที่แปลกแต่ก็ได้อรรถรสอีกแบบ เรียกวามา ไหว้พระ 9 วัด วัดนี้ ที่เดียวคุ้มเลย

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดท่าการ้อง

         ทีนี้เรามาดูในเรื่องของประวัติของตัววัดกันบ้าง เดี๋ยวจะหลงลืมกันไปว่าเรามา ไหว้พระ 9 วัด เนอะ ฮ่า ๆ วัดท่าการ้องนี่คือเป็นวัดเก่าแก่ของอยุธยาเหมือนกันครับ สิ่งศักดิ์ประจำวัดคือ “พระพุทธรัตนมงคล” หรือหลวงพ่อยิ้ม ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ สันนิษฐานกันว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ขณะที่บ้านเมืองนั้นมีความสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง โดยนักโบราณคดีให้เหตุผลว่า สังเกตได้จาก พระพุทธลักษณะที่มีความงดงาม และพระพักตร์ที่มีความเมตานั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนี้ ผนังพระอุโบสถก็ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ลวดลายใหม่อย่างวิจิตรบรรจงสวยงาม ไม่แพ้การตกแต่งภายนอกเลยครับ

         นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีตลาดน้ำด้วยครับ ตกบ่ายแบบนี้ ไหว้พระ 9 วัด มาหลายที่ถ้าเริ่มหิวแล้วก็อาจจะแวะซื้อของกินเล่นไปรองท้องสักนิดก็ได้ จากที่เดินสำรวจก็มีของน่าทานหลายอย่างเลย แล้วก็บริเวณตรงนี้ก็สามารถให้อาหารปลาได้ด้วย ก็เรียกได้ว่าเป็นวัดที่มีกิจกรรมให้ทำอย่างหลากหลายมาก ๆ และทุกอย่างคือทำอย่างจริงจัง ยิ่งใหญ่ เยอะ และเน้นจำนวนเอาไว้ก่อน ชอบคอนเซ็ปต์มาก ตอนที่ไปไหว้พระ ระหว่างที่เดินคือคิดตลอดเลยว่า ใครคือคนที่เริ่มตกแต่งสถานที่ มันเริ่มมายังไง และใครคือคนที่ทำต่อมาเรื่อย ๆ คือไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีนะครับ มันดีเลยแหละ แต่แค่สงสัยเฉย ๆ ว่ามันเริ่มยังไง ถ้าใครรู้ก็ทัก Inbox FB : CondoNewb มาเล่าให้ฟังกันบ้างได้นะครับ

14:00 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดที่ 9 วิหารพระมงคลบพิตร

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/6y8vHYmzUfDc26N57 

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วัดมงคลบพิตร

         วัดสุดท้ายในทริป ไหว้พระ 9 วัด บางคนอาจจะงงว่า อ่าว เป็นวิหารหรือวัดกันแน่ คือต้องอธิบายอย่างนี้ครับว่า ตัว "วิหารพระมงคลบพิตร " เนี่ย ก็ตั้งอยู่ในวัดมงคลบพิตรนั่นแหละ แต่เนื่องด้วยบริเวณที่คนนิยมมาสักการะกัน เป็นในส่วนของวิหารที่ประดิษฐานพระมงคลบพิตรอยู่เสียมากกว่า จึงทำให้ทุกทริปของการ ไหว้พระ 9 วัด จะต้องแวะมาที่วิหารพระมงคลบพิตรนี้ด้วยครับ

         มาพูดกันถึงเรื่องประวัติของทั้งตัววัดมงคลบพิตรและวิหารพระมงคลบพิตรกันสักหน่อยนะครับ โดยตามหลักฐานที่พบเนี่ย นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ราว ๆ รัชสมัยของพระบรมไตรโลกนาถ โดยตามพงศาวดารวิหารพระมงคลบพิตร เดิมถูกประดิษฐานอยู่ที่ทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง แต่บ้างก็สันนิษฐานว่า เคยประดิษฐานอยู่บนพื้นที่แจ้งของวัดชีเชียงมาก่อน โดยภายหลังสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ได้โปรดเกล้าให้ชะลอมาไว้ทางด้านทิศตะวันตกของพระราชวังหลวงแทน จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปขึ้นครอบองค์พระมงคลบพิตรเอาไว้ ต่อมาในปี พ.ศ.2499 ในสมัยของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ ทั้งพระวิหารและองค์พระมงคลบพิตรเลยครับ โดยมีการทำใหม่ทั้งหมดจนมีลักษณะเดียวกับในปัจจุบันนี้เลย ใครมา ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา ก็ต้องแวะมา

                ซึ่งเมื่อตอนที่กำลังบูรณะนั้น ในปีพ.ศ. 2500 กรมศิลปากรได้พบว่ามีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ในพระอุระขององค์พระมงคลบพิตรจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษมครับ

อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา

         ส่วนพื้นที่ติดกับตัววิหารพระมงคลบพิตรนั้นคือ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และ อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาครับ หากมาสักการะพระมงคลบพิตรในวิหารเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ได้ พื้นที่ค่อนข้างกว้างครับ และก็มีมุมถ่ายรูปรวมถึงชื่นชมความงามของโบราณสถาน ทิ้งท้ายทริป ไหว้พระ 9 วัด ในวันนี้ได้เลย แต่อย่าเดินเพลินนะครับ เพราะเรามีไปทานข้าวเย็นต่อด้วย

         แต่ก่อนที่จะไปทานข้าวเย็นของทริป ไหว้พระ 9 วัด เราแวะหาของรองท้อง (อีกแล้ว) หรือของฝากกันสักหน่อย ด้านข้างวิหารพระมงคลบพิตร จะมีตลาดเล็ก ๆ อยู่ด้วยครับ แต่ถึงแม้จะเป็นตลาดเล็ก ๆ แต่ของกินขึ้นชื่อมีถึงสองอย่างด้วยกัน อันดับแรกทีมาแล้วต้องซื้อคือ หนังปลา/ก้างปลา ทอดทั้งหลาย ถ้าใครไม่รู้จะเลือกซื้อร้านไหนเพราะว่ามันเยอะมาก ไม่ต้องห่วงนะครับ เดินเลือกเดินชิมน้ำจิ้มจนกว่าจะพอใจได้เลย พ่อค้ามี่ค้าที่นี่ใจดี ไม่ซื้อไม่ว่า แต่ก็ยื่นให้ชิมไม่หยุดเหมือนกัน ส่วนอีกอย่างที่ขึ้นชื่อเลยก็คือ บรรดาของดองของแช่อิ่มต่าง ๆ ครับ ร้านที่อยู่ในรูปนี่คือร้านที่ผมซื้อประจำ มาลองชิมกันก่อนได้ ถ้าถูกปากก็จัดกลับบ้านหลังจบทริป ไหว้พระ 9 วัด โลด

15:30 ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา จบทริปด้วยการรับประทานอาหารเย็น ตลาดกลางอยุธยา

พิกัดบนแผนที่ : https://goo.gl/maps/PzbbM8SMnw4xCp5y5 

         จริง ๆ ตัวตลาดกลางอยุธยา จะต้องออกมาจากตัวจังหวัดอยุธยาเล็กน้อยนะครับ พอ ไหว้พระ 9 วัด เสร็จตรงนี้จะเป็นแหล่งรวมร้านอาหารทั้งกุ้งแม่น้ำและอาหารทะเลสด ๆ มากมายเลย ก่อนที่จะกลับกรุงเทพฯ ก็เลยแวะมาทานข้าวเย็นกันก่อนเพราะมื้อล่าสุดที่กินก็ตั้งแต่ 10 โมงนู่น โดยในวันนี้เราเลือกร้าน ป.เป้า - จอยกุ้งเผา ซึ่งเป็นร้านที่เคยมาทานแล้วติดใจมาก ๆ ครับ ซึ่งเมนูที่ห้ามพลาดแน่นอนว่าก็ต้องเป็นกุ้งเผา นอกเหนือจากนั้นของเด็ดของเขาก็คือ แกงส้มปลาช่อนแป๊ะซะ นั่นเอง ใครที่มาทริป ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา ก็แวะมาทานก่อนกลับกรุงเทพฯ กันได้ครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เดี๋ยวไปดูครับว่ามื้อนี้เราสั่งอะไรกันบ้าง

          เริ่มที่จานแรกเลย หอยแครงลวก หอยแครงที่นี่จะตัวไม่ได้ใหญ่มากนะครับ แต่ความสดนี่ต้องยอมจริง ๆ และก็สะอาดมาก ๆ ด้วย ไม่มีกลิ่นคาวเลย ถ้าใครชอบสุกชอบดิบยังไงก็บอกเขาได้เลยครับ

          จานต่อไปแน่นอนว่าต้องเป็นกุ้งเผาครับ สั่งมาเป็นไซท์ 10 ตัวโล เนื้อแน่น ๆ เด้ง ๆ มีมันเต็มหัวทุกตัวเลย ฟินมาก

          ต่อมา อดใจไม่ไหว เห็นโต๊ะข้าง ๆ สั่งเลยสั่งตาม หอยนางรมสดครับ ตัวใหญ่มาก กินคำเดียวแทบไม่หมด แถมสดมากอีกต่างหาก

          ปูม้านี่ก็สั่งตามโต๊ะข้าง ๆ อีกเหมือนกันครับ ฮ่า ๆ กุ้งกับหอยว่าดีแล้ว ปูยิ่งดีขึ้นไปอีก! เอาจริง ๆ งงเหมือนกัน อยุธยาก็ไม่ได้ใกล้ทะเลนะ แต่ทำไมปูม้าดีมากเลย แหะ ๆ อร่อยครับ เนื้อหวาน สด ร่อนจะเปลือกดีมาก ร้านทุบมาให้นิดนึงแล้วด้วย ทานง่ายเลย

          กุ้ง หอย ปู ต่อมาก็ปลาครับ อย่างที่บอกว่าแกงส้มปลาช่องแป๊ะซะของที่นี่ขึ้นชื่อมาก และการมาครั้งนี้ก็ไม่ผิดหวังเช่นเดียวกัน เสิร์ฟมาบนหม้อไฟร้อน ๆ มีน้ำแกงส้มพร้อมผักให้เติมด้วย ปลายังกรอบ ๆ อยู่เลย อร่อยมาก

          สุดท้ายมาถึงพระเอกของการมาไหว้พระ 9 วัดของเราครับ กุ้งแม่น้ำใหญ่! ไซท์นี้คือ 2 ตัว กิโลกว่า ๆ ร้านเผามาให้กำลังดี ไม่แห้งไม่สุกจนเกินไป มันยังเยิ้ม ๆ คลุกกับข้าวและน้ำจิ้มซีฟู๊ดคือแสงพุ่งออกจากปากที่แท้ เนื้อก็เด้งสู้ลิ้นสุด เขียนบทความไปหิวไป อยากนั่งรถกลับไปกินซะตอนนี้เลยเนี่ย

         ก็สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้นะครับสำหรับทริป ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด CondoNewb นำมาฝากกันครับ เดี๋ยวหลังจาก ไหว้พระ 9 วัด ในบทความนี้ จะมีบทความ ไหว้พระ 5 พี่น้อง ตามมาด้วย เผื่อใครสะดวกรูทไหนก็สามารถไปตามรูทนั้นได้เลย แล้วพบกันใหม่ในบทความไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวต่อ ๆ ไปนะครับ สวัสดีครับ

Writen By NewbBENN