logo

          Lazy Consumer คุณลูกค้าที่แสนจะขี้เกียจ ใช่! อ่านไม่ผิด ความขี้เกียจในระดับ Universal ของมวลมนุษยชาติ เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่ทำให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายขึ้น อสังหาฯในรูปแบบที่อยู่อาศัยอันเป็นปัจจัย 4 จึงต้องปรับตัวอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนคือในเรื่องของ Smart Home เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกิดการปรับตัว ตามไปอ่านกันเลย ! 

          เคยได้ยินทฤษฎี Lazy User Model กันมั้ย? ที่เขาบอกว่า มนุษย์มักจะหาทางเลือก ที่ช่วยประหยัดเวลา หรือหาทางลัด เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เหมือนกันแต่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตนเองมากกว่า ในทางการตลาดแล้ว ผู้บริโภคกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า Lazy Consumer โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ (ขอบคุณข้อมูลจากงานวิจัยโดย CMMU)

Lazy Consumer 5 ประเภท

1. Lazy Consumer - อยากดูดี แต่ไม่มีแรง

คนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 84% หรือประมาณ 55 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน โอเค ยอมรับเลย อยากผอม อยากเฟิร์ม แต่ก็อยากนอนด้วย นิวบ์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเหตุผลหลักๆคือ ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีเวลา และเหนื่อย (เดี๋ยวนะ)

2. Lazy Consumer - ชอบช้อป แต่ไม่ชอบรอ

พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 81% หรือประมาณ 53 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน อันนี้สมเหตุสมผลหน่อย บางทีเราซื้อของ รอนานเกินไปมันก็น่าเบื่อเนอะ แต่จากผลสำรวจเหตุผลของคนกลุ่มนี้พบว่า 79% บอกว่าเสียเวลา และอีก 21% บอกว่าเหนื่อย อืม เหนื่อยจริง การรอมันทำให้เราเหนื่อยเหมือนกันบางที

3. Lazy Consumer - บ้านรก สกปรกค่อยทำ

โอ้โหหหห ข้อนี้โดนใครหลายๆคนแน่ จากผลจากวิจัยพบว่า คนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 77% หรือประมาณ 50 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน โดยเหตุผลคือ รู้สึกเหนื่อย ไม่มีเวลา ไม่มีแรงจูงใจ และ ทำไม่เป็น!!

4. Lazy Consumer - มนุษย์ไม่ชอบอ่าน แค่ผ่านๆก็พอ

พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 70% หรือประมาณ 46 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน โดยเหตุผลคือ ขาดแรงจูงใจ ไม่มีเวลา และเหนื่อย

5. Lazy Consumer - ชอบกิน แต่ไม่อินทำอาหาร

สวรรค์ของ Grab ,Line Man ,Food Panda บลาๆๆๆ โดยคนไทยมีพฤติกรรมดังกล่าวมากถึง 69% หรือประมาณ 45 ล้านคนจากจำนวนประชากร 66.41 ล้านคน เหตุผลคือ ทำอาหารไม่เป็น เสียเวลา เหนื่อย และไม่มีแรงจูงใจ แต่ต้องยอมรับนะ ธุรกิจ Food Delivery ที่ว่าไปข้างต้นน่ะ ตอบโจทย์มากๆ ซึ่งรู้ไหมว่าในประเทศไทย พวกเขาเติบโตกว่า 35,000 ล้านบาทเลยนะ จากความ ขี้เกียด ของพวกเราเนี่ย คุณพระ!

และกระแส Lazy Consumer ไม่ได้มีแค่ในไทยนะ แต่ว่าเป็นเทร็นด์ทั่วโลกเลย โดยจะสังเกตได้ว่ายุคนี้มีเซอร์วิสแพลตฟอร์ม ที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยในด้านต่างๆในการชีวิตเยอะมาก แม่บ้านออนไลน์ ส่งอาหาร ทุกอย่างบริการถึงที่ โดยที่เราไม่ต้องกระดิกตัวไปไหน หรือแม้กระทั่งสินค้าเทคโนโลยี ประเภท Automation & Hands-Free หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ร้านค้าที่เป็น Automate Store อะไรเถือกๆนี้ ,สินค้ากลุ่ม Ready to ต่างๆ ทั้ง Ready to Cook, Ready to Eat และ Ready to Use สะดวก พร้อมใช้ บลาๆๆๆ ซึ่งเอาจริงๆก็เหมือนดาบสองคม มันช่วยให้เราประหยัดเวลาได้จริง แต่ต้องระวัง ถ้าหากเคยตัวขึ้นมา บางทีก็อาจสร้างปัญหาให้ได้ในอนาคตเช่นกัน

และนอกจากธุรกิจพวกเซอร์วิสแพลตฟอร์มแล้วนั้น ธุรกิจอสังหาฯเอง ก็ใช้เทร็นด์ Lazy Consumer มาปรับใช้กับโครงการในปัจจุบันและโครงการในอนาคตเยอะแยะมากมายเลย ตัวอย่างเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยที่สร้างมาเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Lazy Consumer มีอะไรบ้าง หลายคนคงเคยเห็นหรือเคยได้ยินมาบ้างแล้วกับ Smart Home บ้านอัจฉริยะที่เราสามารถสั่งงานทุกอย่างได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านหน้าจอ Smartphone โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมารองรับมากมาย สังเกตง่ายๆเลย อะไรก็ตามที่รองรับระบบ Smart Home มักจะมีคำว่า Smart ประกอบอยู่ในชื่อเสมอ เช่น Smart TV ,Smart Mirror ,Smart Refrigerator ฯลฯ แต่ที่ล้ำไปกว่านั้น ก็จะมีการใช้ AI เข้ามาช่วย เช่น Google Assistant หรือ Amazon Alexa ระบบsoftwareควบคุมด้วยเสียง(Voice Control System) สามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆในบ้านได้เพียงแค่พูดคำสั่งต่างๆ แถมยังค้นหาข้อมูลหรือเอนเตอร์เทนเราได้ เหมือนมีพ่อบ้านส่วนตัวคอยดูแลเลยแหละ

อสังหาฯ กับ Smart Living

       ซึ่งตอนนี้ในไทยเอง เห็นว่า แสนสิริ ก็เริ่มเอาที่อยู่อาศัยแบบ สมาร์ท ลิฟวิ่ง (Smart Living) อย่างเต็มรูปแบบเข้ามาในโครงการแนวราบของตัวเองแล้ว ส่วนในคอนโดเองก็มีแนวโน้มที่หลายๆโครงการในหลายๆเดเวลลอปเปอร์ก็หันมาสนใจเทร็นด์ Lazy Consumer และเริ่มใส่เทคโลโลยี Smart Home, Smart Device ต่างๆเข้ามา อาจจะเริ่มจากในพื้นที่ส่วนกลางก่อน ส่วนในอนาคตจะเพิ่มมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกห้องไหม อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ก็อยากให้มีเหมือนกัน 55555 รอลุ้นกันต่อไปจ้า พบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคอนโดชิกๆ เก๋ๆได้ใหม่ที่ Condonewb นะครับบบ!!! 

#NewbBENN