logo

          ห้องรับแขกก็เป็นเหมือนปราการหน้าของบ้านในการต้อนรับกับผู้มาเยือนเพราะฉะนั้นสไตล์การแต่งห้องรับแขกก็จะสะท้อนลักษณะและอุปนิสัยคร่าว ๆ ของเจ้าของบ้านได้ไปในตัว แต่ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ห้องรับแขกสำหรับแค่การรับรองแขกผู้มาเยือนเท่านั้น แต่มักจะผสมผสานการใช้งานระหว่างห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมการแต่งห้องรับแขกจึงกลายเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านมักให้ความสำคัญ 

. . . . . . . . . .

แต่งห้องรับแขกแล้วดีอย่างไร?

          ตามชื่อเรียกว่า ‘ห้องรับแขก’ แน่นอนว่าฟังก์ชั่นหลักของประโยชน์ใช้สอยในห้องนี้ ก็คือการรับรองแขกและการใช้งานของสมาชิกในบ้าน ห้องรับแขกของหลายบ้านมัดจะมีการจัดห้องรับแขกให้เป็นพื้นที่ส่วนรวมสำหรับสมาชิกในครอบครัว โดยนอกจากจะทำหน้าที่ในการอวดต่อสายตาของผู้มาเยือนแล้ว ยังใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและสร้างกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกภายในครอบครัวอีกด้วย ยิ่งสำหรับบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่มากนัก ห้องรับแขกดูเหมือนจะเป็นพื้นที่เดียวในบ้านจะเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทุกอย่าง ทำให้การแต่งห้องรับแขก จึงกลายเป็นนการตกแต่งที่เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะได้ทั้งการอวดรสนิยมของตัวเองสู่สายตาผู้มาเยือน และได้ทั้งการสร้างพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับคนในครอบครัวอีกด้วย

แต่งห้องรับแขก

ก่อนจะเริ่มการตกแต่งห้องรับแขก ควรต้องรู้อะไรบ้าง

          แม้ว่าห้องรับแขกจะเป็นเหมือนหน้าด่านที่มีความสำคัญในแง่ของการสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้าน แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำการรวบรัดแต่งห้องรับแขกเพียงแค่ห้องเดียวให้สวยงาม แต่มีความขัดแย้งกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มทำการแต่งห้องรับแขก ควรจะต้องย้อนกลับมาดูความเหมาะสมกันสักนิด วางแผนการตกแต่งกันสักหน่อย เพื่อให้ภาพรวมของการแต่งห้องรับแขกครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและสวยงาม

จัดห้องรับแขกตามฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยหลักของบ้าน

สำหรับที่อยู่อาศัยโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม มักจะมีการจัดวางฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่จะคล้ายกันๆ โดยแบ่งเป็น Public Zone / Private Zone และ Service Zone ตามประเภทการใช้งานของพื้นที่ โดยในส่วนของ Public Zone แน่นอนว่าคือบริเวณห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกไว้ในส่วนหน้าสุดของบ้าน โดยจะมีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งคน ทำให้การใช้สอยพื้นที่นั้น จะต้องการพื้นที่ที่ค่อนข้างโปร่ง ไม่อึดอัด รองรับจำนวนผู้ใช้งานหลากหลาย และรองรับกิจกรรมของคนภายในครอบครัว

          ส่วนต่อมาที่มักจะถูกวางถัดจากส่วน Public Zone คือ Service Zone ในส่วนนี้จะเป็นการวางฟังก์ชั่นที่เน้นการใช้สอยแบบเฉพาะ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ พื้นที่ซักล้าง เป็นต้น ทำให้จะถูกขยับให้ไปอยู่ในส่วนหลังสุดของบ้าน แต่จะเชื่อมต่อกับบริเวณห้องรับแขกในส่วน Public Zone

          ส่วนสุดท้ายคือ Private Zone แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ห้องนอน ที่จะรองรับการใช้งานของคนแค่เพียง 1 - 2 คน โดยส่วนใหญ่ห้องนอนภายในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมที่เปิดขายกันอยู่ในปัจจุบัน มักจะถูกวางฟังก์ชั่นให้อยู่ในส่วนของชั้นสองของบ้านทั้งหมด แยกออกจากส่วน Public Zone และ Service Zone อย่างชัดเจน แต่ก็มีบางโครงการหรือบ้านบางแบบ ที่มักจะมีห้องอเนกประสงค์ไว้ที่ชั้นหนึ่งของบ้าน สำหรับการปรับฟังก์ชั่นให้เป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนที่รองรับผู้สูงอายุของบ้านด้วย

          เมื่อพอจะทราบการใช้งานของพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของบ้านแล้ว ก็ทำให้เราพอจะมองเห็นว่าห้องรับแขก จะถูกวางให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ Service Zone และยังรองรับการใช้งานคนหลายคน ดังนั้นการจัดห้องรับแขกก็ควรจะคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยในส่วนนี้ด้วย

การแต่งห้องรับแขกต้องคำนึงเรื่องแสงธรรมชาติเป็นสำคัญ

          ไม่ว่าจะเป็นในเชิงศาสตร์ฮวงจุ้ยหรือเชิงสถาปัตยกรรม การจัดห้องรับแขกให้สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่และทั่วถึงนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก สำหรับแบบบ้านปัจจุบัน มันจะจัดห้องรับแขกให้อยู่ในส่วนของหน้าบ้าน ประชิดติดกับประตูบ้าน ทำให้ยังพอจะมีแสงธรรมชาติลอดเข้ามาภายในบ้านได้ แต่สำหรับแบบบ้านบางแบบ ที่ไม่มีช่องแสงเพียงพอ ทำให้แสงธรรมชาตินั้นส่องเข้ามาอย่างไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ห้องรับแขกมีความอับ ไม่โปร่งสว่าง ซึ่งจะทำให้ห้องรับแขกในบ้านของอึดอัด ไม่ปลอดโปร่งต่อการใช้งานและส่งผลต่อสุขภาพได้

          สำหรับการแต่งห้องรับแขกให้สามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึงนั้น ส่งผลโดยตรงต่อความโปร่งสว่างและความน่าอยู่ของห้องรับแขกมากทีเดียว เนื่องจากพื้นที่ห้องรับแขก เป็นพื้นที่ที่รองรับการใช้งานและการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในบ้านหลายคน ดังนั้นการมีแสงธรรมชาติส่องทั่วถึง จะช่วยให้เปิดความโปร่ง ไม่อึดอัด ลดความรู้สึกคับแคบของผู้ใช้งาน แม้ว่าพื้นที่ใช้สอยจะไม่กว้างมาก ก็จะไม่อึดอัดเท่าที่ควรจะเป็น นอกจากนั้น การแต่งห้องรับแขกให้มีช่องแสงทั่วถึง ยังช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศภายในห้อง ช่วยให้อากาศถ่ายเท และเสริมบรรยากาศภายในบ้านให้มีความสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ห้องรับแขก

แต่งห้องรับแขกให้สัมพันธ์กับจำนวนผู้ใช้งานเป็นหลัก

          แน่นอนว่าเมื่อจำนวนผู้ใช้งานในห้องมีมากกว่าหนึ่ง ดังนั้นการจัดห้องรับแขกให้สามารถรองรับกับจำนวนผู้ใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคุณเองก็คงไม่อยากให้มีแขกมาเยือนที่บ้าน แล้วต้องให้แขกหรือตัวคุณเองลงไปนั่งกับพื้น เพราะมีสาเหตุมาจากพื้นที่นั่งภายในห้องรับแขกไม่เพียงพออย่างแน่นอน ดังนั้นการตกแต่งอาจจะเริ่มจากการลองหลับตาจินตนาการดูว่า ปกติแล้วคุณมีผู้มาเยือนที่บ้านมากน้อยแค่ไหน มาจำนวนกี่คน สมาชิกภายในบ้านคุณมีกี่คน ส่วนใหญ่แล้วชอบทำกิจกรรมอะไรกัน คำถามไม่กี่ข้อเหล่านี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพห้องรับแขกที่จะทำหน้าที่ ‘รับแขก’ ได้อย่างชัดเจน 

          จำนวนผู้ใช้งานในภาพจินตนาการที่คุณคิด จะเป็นตัวกำหนดขนาดพื้นที่นั่งหรือพื้นที่โซฟา ว่าคุณควรจะทำการแต่งห้องรับแขกให้มีโซฟาหรือที่นั่งแบบไหน ขนาดของโซฟาจะสามารถรองรับจำนวนคนได้เพียงพอหรือไม่ หรือถ้าหากพื้นที่ใช้สอยภายในห้องรับแขกมีน้อย ควรจะวางอย่างไรให้เหมาะสมและลงตัวกับผู้ใช้งาน ซึ่งปัจจุบันก็มีเฟอร์นิเจอร์ประเภทเก้าอี้แบบลอยตัวหลายแบบ ที่สามารถใช้เป็นของตกแต่งและที่นั่งสำรองได้ ไม่ว่าจะเป็น เบาะรองนั่ง บีนแบ็ก หรือเก้าอี้นวม เป็นต้น ซึ่งเราสามารถหาซื้อของพวกนี้อย่าง โซฟา IKEA, โซฟา Index, โซฟา Hom epro หรือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำได้ตามห้างเลย

วางแผนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก่อนจะลงมือแต่งห้องรับแขก

ถ้าว่ากันตามศาสตร์การแต่งห้องรับแขกตามแบบของฮวงจุ้ย ห้องรับแขกนับเป็นพื้นที่โซนสำคัญอย่างมากของบ้านเลยทีเดียว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการจัดห้องรับแขกให้เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในห้องนั้นอยู่ในมุมหรือที่ทางที่เหมาะสม โดยตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยนั้นเชื่อว่า การจัดห้องรับแขกให้ให้อยู่ในมุมที่ดี จะส่งผลต่อพลังของโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ซึ่งก็มีหลักการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรจะยึดตาม เพราะว่านอกจากจะทำให้เกิดความสบายใจในเชิงความเชื่อแล้ว จะยังทำให้การแต่งห้องรับแขกถูกจัดวางได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

          โดยการแต่งห้องรับแขกตามหลักฮวงจุ้ย คือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นที่ทาง ไม่กีดขวางทางเดินเข้าออกของบ้าน เพราะจะเป็นการปิดกั้นโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ทำให้เกิดความติดขัดและอุปสรรค ดังนั้นจึงควรตกแต่งห้องรับแขกให้ดูโปร่งสว่าง สะอาด มีพื้นที่ทางเดินที่คล่องตัว โดยทิศที่เหมาะสมที่สุดที่ควรหันหน้าไป คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากจะมีแสงสว่างเข้าถึงห้องรับแขกได้อย่างเพียงพอ ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก หน้าร้อนก็จะไม่ร้อนเพราะมีลม ส่วนหน้าหนาวก็จะไม่หนาวมากเกินไป ซึ่งเมื่อมีอากาศถ่ายเทที่สะดวก แสงสว่างเข้าอย่างทั่วถึง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์สะอาดเป็นระเบียบ ก็จะทำให้ห้องรับแขกนั้นน่าอยู่มากขึ้น

. . . . . . . . . .

เคล็ดไม่ลับการแต่งห้องรับแขกให้แขกและคนในบ้านร้องว้าว

          การลงมือแต่งบ้านแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย เพราะจะต้องลงทั้งทุนและลงทั้งแรง และสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดในการแต่งห้องรับแขก การแต่งห้องรับแขกนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำให้คิดหนักได้เหมือนกัน ดังนั้นสำหรับใครที่อยากแต่งห้องรับแขกราคาประหยัด ก็จำเป็นจะต้องลงแรงมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย เพื่อให้การแต่งห้องรับแขกออกมาสวยงามและรัดกุมพอดีกับเงินในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด โดยมีเคล็ดไม่ลับการแต่งห้องรับแขกให้แขกและคนในบ้านร้องว้าวดังนี้

ห้องรับแขก แต่งห้อง

เริ่มสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งห้องรับแขก

ในยุคที่ใครก็เข้าถึงงานออกแบบและแต่งห้องรับแขกสวย ๆ งามๆ ได้จากหลายที่ ทำให้เราสามารถประยุกต์และสร้างแรงบันดาลใจจากผลงานของคนอื่นสู่การจัดห้องรับแขกให้ของบ้านเราเองได้อย่างง่ายดาย โดยการมองหาต้นแบบหรือ Reference มีข้อดีอย่างใหญ่หลวงคือ ทำให้เราสามารถรู้ว่าขอบเขตของห้องรับแขกในฝันเราสามารถไปได้ถึงไหน เราจะมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนบ้าง ราคาของแต่ละชิ้นจะประมาณเท่าไร สามารถรองรับการใช้สอยของสมาชิกและแขกผู้มาเยือนได้เพียงพอหรือไม่​ โดยควรจัดกลุ่มภาพแรงบันดาลใจออกมาเป็นมุมต่างๆ เช่น มุมโซฟา มุมชั้นวางทีวี มุมหน้าต่าง มุมที่เชื่อมต่อไปยังส่วนอื่น มุมตู้เก็บของ เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถประเมินและเห็นภาพของการแต่งห้องรับแขกครั้งนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น

วางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นก่อนจะจัดห้องรับแขก

          หลังจากที่ผ่านการคัดเลือกและตัดทิ้งของห้องรับแขกต้นแบบมาจนหนำใจแล้ว ในขั้นตอนนี้หลายคนก็น่าจะพอจะเห็นเค้าโครงภาพลาง ๆ แล้วว่าการแต่งห้องรับแขกจะไปในทิศทางไหน เฟอร์นิเจอร์จะมีจำนวนกี่ชิ้น รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเป็นแบบไหน โทนสีของห้องจะเป็นโทนสีอะไร ขนาดของเฟอร์นิเจอร์จะมีขนาดเท่าไร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะเป็นข้อมูลที่น่าจะเพียงพอแล้ว

ขั้นตอนต่อมาก็คือ ลองจัดวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นลงในผังกระดาษที่วาดขึ้นเอง โดยเป็นการอิงสัดส่วนที่แท้จริงของห้องรับแขกมา โดยอาจแทนขนาดพื้นที่ของห้องด้วยสัดส่วน นิ้ว หรือ เซนติเมตร เช่น ห้องมีขนาดหน้ากว้างทั้งหมด 5 เมตร ก็ใช้สัดส่วน 10 เซนติเมตร (ใช้แทน 5 เซนติเมตรคูณ 2) เป็นต้น เพื่อให้สามารถจัดห้องรับแขกได้อย่างลงตัวมากขึ้น และอย่าลืมเพิ่มตำแหน่งของประตูและหน้าต่าง เพื่อให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์นั้นไม่ไปกีดขวางทางเดินหรือทับช่องแสงด้วย

หลังจากได้ผังพื้นห้องในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว ต่อมาลองวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ พร้อมขนาดที่ใกล้เคียงวาดลงในผังพื้นห้อง เพื่อดูว่าเราจะสามารถวางเฟอร์นิเจอร​ชิ้นใด ตรงไหน ตำแหน่งใดได้บ้าง ตามความต้องการและความจำเป็นต่อการใช้งานของเรา โดยขนาดของเฟอร์นิเจอร์ก็จะสามารถดูข้อมูลได้จากแคตาล็อกสินค้า ซึ่งมักจะมีขนาดแบบ กว้าง x ยาว x สูง ไว้อย่างชัดเจน หรือถ้าไม่ทราบขนาดที่แน่ชัด ก็จะใช้การคาดประมาณสัดส่วนโดยคร่าวๆ ก็ได้ เมื่อลองเติมเฟอร์นิเจอร์จนพอใจแล้ว จากนี้เราจะเห็นภาพของห้องเราได้ชัดเจนแบบไม่ต้องหลับตาจินตนาการอีกต่อไป

แต่งห้องรับแขก

พิจารณาเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับการแต่งห้องรับแขกมากที่สุด

เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านมักจะถูกแบ่งประเภทไว้หลัก ๆ 2 ประเภท ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in และเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ซึ่งมีข้อแตกต่างกันตามชื่อเรียกเลย นั่นก็คือ เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วท์อิน คือการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ชนิดนั้นๆ แบบถาวร ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ มีแต่ต้องถอนการติดตั้งเท่านั้น แต่สำหรับเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว คือเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง เป็นต้น ทั้งสองอย่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยสำหรับห้องรับแขก ความนิยมของการเลือกเฟอร์นิเจอร์ในการแต่งห้องรับแขก ก็มักจะใช้เฟอร์นิเจอร์ทั้งแแบบ Built-in และเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ผสมผสานกัน โดยมักจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ Built-in สำหรับการทำชั้นวางทีวีหรือช่องเก็บของ เนื่องจากมีความคงทนแข็งแรง สามารถออกแบบสั่งทำได้ และเลือกใช้เฟอรินิเจอร์ลอยตัวในส่วนอื่น เช่น บริเวณพื้นที่นั่ง เป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์และของแต่งห้องรับแขกบางชิ้น ใช้งบน้อยแต่เพิ่มประโยชน์ใช้สอยมหาศาล

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เคล็ดไม่ลับของการแต่งห้องรับแขก คือการสอดแทรกเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นแต่เพิ่มประโยชน์ใช้สอบได้มหาศาล โดยเฉพาะกับบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ห้องรับแขกมีขนาดเล็ก เฟอร์นิเจอร์อย่างกระจก จะกลายมาเป็นพระเอกในการขยายพื้นที่ห้องรับแขกของคุณให้ดูกว้างมากกว่าเดิมอย่างเหลือเชื่อ และนอกจากความกว้างแล้ว การใช้กระจกเข้ามาช่วยตกแต่ง จะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่ห้องรับแขกได้มากทีเดียว ถ้าเคยได้ลองไปเดินชมห้องตัวอย่างของคอนโดมิเนียม จะเห็นว่าห้องตัวอย่างเกือบทุกห้องมักเลือกใช้กระจกเป็นวัสดุตกแต่งสำคัญไม่มุมใดก็มุมห้องของผนังห้อง

นอกจากวัสดุที่ออกจะมีราคาสูงไปนิดอย่างกระจกแล้ว ยังมีต้นไม้ขนาดเล็ก หรือต้นไม้ปลูกในบ้าน ที่จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศของห้องรับแขกให้มีความน่าอยู่และเชื้อเชิญมากขึ้น เนื่องจากสีเขียวจากใบไม้ ได้รับการรับรองจากผลวิจัยเชิงจิตวิทยาของสีแล้วว่า ส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ของมนุษย์ เพิ่มความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย สร้างความชุ่มช่ำหัวใจให้กับบรรยากาศการอยู่อาศัย และปรับอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยให้มีความสมดุลอีกด้วย แต่การจัดวางต้นไม้มากไปก็อาจจะทำให้ห้องเกิดความชื้นขึ้นได้ แต่ก็จะมีต้นไม้บางประเภทที่เป็นต้นไม้ดูดความชื้น ซึ่งสามารถลองหามาจัดวางในการแต่งห้องรับแขกครั้งนี้ได้ด้วยเช่นกัน

พยายามแต่งห้องรับแขกให้อย่าหลุดกฎของสี 60 : 30 : 10

          ถ้าหากมองการแต่งห้องรับแขกให้เหมือนการลงภาพในอินสตาแกรม การคุมโทนนั้นก็ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ควบคุมความสวยงามและบรรยากาศของห้องรับแขกเลยทีเดียว โดยกฎหลักของการคุมโทน คือจะต้องใช้สีโทนใกล้เคียงกัน แต่มีความเข้มอ่อนต่างกัน ในสัดส่วน 60 : 30 : 10 หรือให้สัดส่วน 60% ของห้องคือสีโทนหลัก 30% ของห้องคือโทนสีรอง และ 10% ที่เหลือคือสีไฮไลท์ ถ้าเราอยากให้บ้านของเรามี Mood and tone เหมือนออกมาจากมูจิ ที่มีความอบอุ่นจากโทนสีไม้ ควรกำหนดสีไว้ 3 สี ได้แก่ สีขาวหรือครีม สีน้ำตาลอ่อน และสีน้ำตาลเข้ม

แต่งห้อง 60 30 10

ภาพจาก : Wazzadu.com

60% ของสีโทนหลัก ควรเป็นโทนสีที่อ่อนที่สุดในโทนสีที่เรากำหนด ซึ่งจาก 3 สีที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่แรกก็จะเป็นโทนสีขาวหรือครีมนั่นเอง โดยใช้ในการทาสีผนังหรือเพดาน ซึ่งการใช้โทนสีที่อ่อนที่สุดในสัดส่วนที่มากที่สุด เป็นไปเพื่อให้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆ มีความโดดเด่น และทำให้ห้องมีความโปร่ง สว่าง และสะอาดตา

 30% ของโทนสีรอง คือสีโทนกลางๆ โดยสีที่เรากำหนดไว้ก็คือสีน้ำตาลอ่อน โดยสามารถนำไปใช้กับ พรม โซฟา ภาพที่นำมาตกแต่งผนัง ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน หรือสีของเฟอร์นิเจอร์หลักอื่นๆ เป็นต้น

 10% สุดท้ายคือโทนสีไฮไลท์ โดยให้เป็นโทนสีที่มีความเข้มที่สุดในสามสี เนื่องจากเป็นส่วนที่จะเพิ่มความโดดเด่นให้กับห้อง โดยมักเลือกใช้โทนสีไฮไลท์กับของตกแต่งอื่นๆ เช่น โคมไป แจกัน หมอนรองนั่ง โต๊ะรับแขก หรือของตกแต่งอื่นๆ เป็นต้น

ลองกำหนดรูปแบบและสไตล์การแต่งห้องรับแขกตามคอนเซ็ปต์ต่างๆ

          แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นสถาปนิกมืออาชีพ ก็อย่าได้ดูถูกเซ้นส์และการตกแต่งของตัวเองตั้งแต่เริ่ม เพราะปัจจุบันเราสามารถอ้างอิงแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องรับแขกในสไตล์ต่างๆ ได้อย่างมากมายตามใจชอบ เหมือนกับว่าเรามีสถาปนิกมาคอยชี้แนะอยู่ใกล้ๆ โดยเริ่มจากลองดูว่าสไตล์การแต่งห้องรับแขกแบบไหนที่ถูกจริตและเข้ากันดีกับความชอบของเรา ซึ่งก็จะทำให้ภาพรวมของการแต่งห้องรับแขกนั้นไม่หลุดโทน เช่น หากชื่นชอบการตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์ญี่ปุ่น ก็อ้างอิงคอนเซ็ปต์ในแบบ เจแปนนิสโมเดิร์น หรือถ้าอยากให้บ้านดูเงียบขรึม ดิบเท่ห์ และดุดัน ก็อาจมองหาคอนเซ็ปต์แบบอินดัสเทรียล หรือสไตล์ลอฟท์ เป็นต้น โดยคอนเซ็ปต์เหล่านี้ จะยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและชี้นำการเลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างเหมาะสมและเข้ากันดีกับการแต่งห้องรับแขกให้กับเราอีกด้วย

. . . . . . . . . .

ไอเดียแต่งห้องรับแขกแบบงบไม่บานแต่ยิ้มหน้าบาน

          ถ้าเปรียบการแต่งห้องรับแขกเป็นเหมือนกับบทเรียน ในช่วงท้ายของบทความนี้เราคงกำลังอยู่ในช่วงที่เรียนรู้ทฤษฎีการแต่งห้องรับแขกกันมาอย่างเต็มขั้นแล้ว และบทเรียนต่อไปก็จะเป็นบทเรียนของขั้นตอนการปฏิบัติและการนำไปใช้เสียที

          สืบต่อจากช่วงท้ายของการแต่งห้องรับแขกด้วยการอ้างอิงจากสไตล์การตกแต่งในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนสถาปนิกส่วนที่จะช่วยชี้แนะการออกแบบและแต่งห้องรับแขกของเราให้ไม่หลงทิศทาง ลองมาดูกันว่าจะมีไอเดียแต่งห้องรับแขกแบบไหนที่น่าสนใจ ที่เป็นการแต่งห้องรับแขกราคาประหยัด แบบงบไม่บาน แต่เจ้าของบ้านได้ยิ้มหน้าบานกันบ้าง

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Pop

          ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Pop เหมาะกับเจ้าของบ้านที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร และไม่ตามกระแส โดยไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Pop จะเน้นการแต่งห้องรับแขกที่ให้สีสันฉูดฉาด เช่น สีโทนฟ้าสว่าง สีเหลือง สีชมพู เป็นต้น โดยเป็นสีที่ให้อารมณ์สนุกสนานสดชื่น แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็จะสะท้อนผ่านมาทางเฟอร์นิเจอร์ ยิ่งสำหรับเจ้าของบ้านที่มีรสนิยมโดดเด่นเฉพาะตัวแล้ว การหยิบเฟอร์นิเจอร์หลากสีสันและรูปทรงมาผสมผสานกันในให้โดดเด่นแต่งห้องรับแขก ก็ทำได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือไม่มีลักษณะตายตัว สามารถปรับได้ตามฟังก์ชั่นและความชอบ

colorful-living-room

Modern Pop Style | ภาพจาก : Wemall.com

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Japanese

           ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Japanese เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการแต่งห้องรับแขกในบ้านเรา เพราะเป็นสไตล์การตกแต่งที่เรียบง่ายและดูสะอาดสะอ้าน เน้นโทนสีน้ำตาลสว่าง ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ส่วนใหญ่จึงเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ปิดผิวแบบวัสดุไม้ ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Japanese จะทำให้ห้องรับแขกมีบรรยากาศอบอุ่น เชื้อเชิญให้เข้าไปนั่ง และที่สำคัญคือจะมีความโปร่งสว่าง ไม่อึดอัดเสมือนบ้านสไตล์ญี่ปุ่น 

interior-zen-modern-living-room-japanese-style_43151-2199

Modern Japanese Style

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Scandinavian

           สำหรับไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Scandinavian เป็นอีกสไตล์ที่เน้นความอบอุ่นและเสริมสร้างบรรยากาศสบายให้กับห้องรับแขก ทำให้เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกนำมาจะเน้นความสว่างสดใส ให้ความรู้สึกอบอุ่น จุดเด่น คือ มักจะมีการนำวัสดุผ้าหรือสิ่งทอเข้ามามีส่วนร่วมในการตกแต่งด้วย โดยไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Scandinavian จะเป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุไม้ กับสีสันของเฟอร์นิเจอร์ ที่จะเป็นสีสันสว่างในแบบพาสเทล ทำให้มีสีสันฉูดฉาดกว่าไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Japanese แต่ก็ยังไม่ถึงกับจัดจ้านเหมือนกับไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Pop ซะทีเดียว

สแกนดิเนเวียน

Scandinavian Style | ภาพจาก : Home-designing.com

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Darkness

          ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Darkness จะเป็นการแต่งห้องรับแขกที่เหมือนกับสไตล์ Modern ทั่วไป โดยเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาตกแต่งก็จะมีความหรูหราในแบบ Modern Luxury เพียงแต่จะเลือกใช้โทนสีที่มีความเข้ม ในโทน สีดำ สีเทา หรือสีขาว เพื่อให้เกิดความรู้สึกเคร่งขรึม และดูเท่ห์ไปในตัว แต่จะไม่เน้นโชว์เนื้อผิวของวัสดุมากเกินไป สิ่งที่โดดเด่นของไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Darkness คือมักจะมีการนำเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่มีลักษณะความวาวเข้ามาใช้ เช่น ทองเหลือง อะลูมิเนียม กระจก หรือเหล็ก เป็นต้น ทำให้บรรยากาศโดยรวมของการแต่งห้องรับแขกนั้นดูหรูหรามากขึ้น

แต่งห้องนั่งเล่น

Modern Darkness Style | ภาพจาก : Home-designing.com

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Modern Luxury

           เป็นการแต่งห้องรับแขกที่ไม่ต่างไปจากการแต่งห้องรับแขกแบบ Modern Darkness มากนัก เพียงแต่แตกต่างกันที่การเลือกใช้โทนสีของวัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ โดยการแต่งห้องรับแขกในสไตล์นี้ ออกจะห่างไกลจากคำว่าการแต่งห้องรับแขกราคาประหยัด ไปมากพอสมควร เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้จะมีความหรูหรา มีความแวววาว และค่อนข้างมีราคาสูงระดับหนึ่ง สำหรับโทนสีมักจะใช้โทนสว่าง เช่น โทนสีทอง สีเงิน สีโรสโกล์ว สีน้ำตาลเข้ม สีเทา สีแดงเลือดนก เป็นต้น

JTS Design

Modern Luxury Style | ภาพจาก : JTS Design

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Contemporary Comfort

          การแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Contemporary Comfort ดูจะเป็นการตกแต่งที่ขยับเข้ามาใกล้กับนิยามคำว่าการแต่งห้องรับแขกราคาประหยัดอีกนิด โดยเป็นสไตล์การตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ลงตัว ไม่เน้นวัสดุตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เกินจำเป็น แต่ทุกชิ้นสามารถให้ความสวยงามและมอบฟังก์ชั่นการใช้สอยได้ในตัวเองอย่างพอดี เนื่องจากเป็นสไตล์การตกแต่งแบบร่วมสมัย ทำให้การเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากันกับการตกแต่งในสไตล์นี้ ก็จะไม่ต้องพิถีพิถันมากนัก เพียงแค่เลือกให้เข้ากันได้ตามกฎของการใช้สี 60:30:10 ก็เพียงพอ และอาจจะใช้วัสดุตกแต่งอื่นๆ เช่น ผ้าคลุมโซฟา หรือ ผ้าม่าน เพื่อช่วยเสริมความสวยงามและบรรยากาศของห้องด้วยก็ได้

Contemporary Comfort DKOR

Contemporary Comfort Style | ภาพจาก : DKOR Interior

ไอเดียแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Boho

          สำหรับคนที่ไม่ชอบความพิถีพิถัน ไม่เป็นตัวเอง อาจจะถูกใจการแต่งห้องรับแขกในสไตล์ Boho หรือ Bohemian ก็ได้ โดยการตกแต่งในสไตล์นี้ค่อนข้างมีเสน่ห์เฉพาะตัวที๋โดดเด่นมากทีเดียว มักจะใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผสมผสานกับการตกแต่งด้วยผ้าหลากสีสัน และมักจะใช้ต้นไม้เข้ามาเป็นตัวช่วยในการตกแต่ง ทำให้บรรยากาศของบ้านมีความคึกครื้น แต่ก็ยังคงมีความผ่อนคลายและสดชื่นไปในตัว

แต่งห้องรับแขก

Boho Style | ภาพจาก : Decorilla.com

. . . . . . . . . .

          เกือบจะจบครบทุกบทเรียนของหลักสูตรการแต่งห้องรับแขก แต่งยังไงให้แขกร้องว้าวกันไปแล้ว ในช่วงท้ายนี้ต้องกลับมาย้อนดูอีกว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้านนั้นต้องยึดถือการตกแต่งแบบตามใจผู้อยู่เป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครว่าอย่างไร การตกแต่งแบบที่ให้เจ้าของบ้านใช้งานได้อย่างสะดวกกายและสบายใจนั้นย่อมถือเป็นการตกแต่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุด อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการแต่งห้องรับแขก คือ ต้องมีความโปร่งสว่าง แสงเข้าถึง อากาศถ่ายเท และไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ระเกะระกะ กีดขวางทางเดินเข้าออกบ้าน และควรมีชั้นเก็บของและที่นั่งเพียงพอ เพื่อจัดเก็บของให้เป็นระเบียบและดูสะอาดตา เชื่อว่าเพียงแค่ไม่กี่ข้อข้างต้นนี้ หากใครสามารถตกแต่งห้องรับแขก ให้เป็นไปตามนี้ได้ ก็จะทำให้ห้องรับแขกของบ้านคุณสวยงามได้โดยไม่ต้องใช้ความพยาม หรือทฤษฎีอะไรมากมายเลย เพราะแค่บ้านโปร่งสว่าง สะอาด และเป็นสัดส่วน เพียงเท่านี้ไม่ว่าบ้านหลังไหนก็จะสวยงามและน่าอยู่อาศัยได้เหมือนกันแล้ว และนี่ก็เป็นสไตล์ที่ CondoNewb ได้มาเล่าสู่กันฟังถึงการแต่งห้องรับแขกในแบบฉบับต่าง ๆ ถือเป็นไลฟ์สไตล์เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับของนิวบ์ และครั้งจะเป็นส่วนไหนของบ้านติดตามกันนะ