logo

          เมื่อก่อนคนยังไม่รู้จักพืชคลุมดิน มากเท่ากับสมัยนี้ว่าคืออะไร แล้วมีหน้าที่ทำอะไร มีประโยชน์อย่างไร หากนับเฉพาะในเมือง พื้นที่สวนในบ้านของคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นไม้ ดอกไม้ จัดสวนหย่อม ส่วนพื้นที่ว่างเปล่าก็จะนิยมปลูกหญ้าสีเขียวเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับพื้นดิน แต่ในปัจจุบันที่พืชคลุมดินได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ก็ได้มีการนำมาตกแต่งสวน จัดสวน จัดลงแปลงเพาะปลูกมากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วนั้น พืชคลุมดินมีมานานมากแล้ว และอยู่คู่กับชาวสวนชาวไร่มาช้านาน เป็นการปลูกพืชเพื่อให้ยึดหน้าดินไว้ เวลาที่ว่างเว้นจากการปลูกพืชหลัก 

           โดยพืชคลุมดินจะทำหน้าที่ยึดผิวดินไม่ให้หน้าดินเคลื่อน หรือพังทลายเวลามีฝนตกหนัก มีน้ำบ่าไหลหลาก มีลมพัดแรง หรือคลุมดินไว้ไม่ให้ผิวดินถูกแสงแดดจัด สามารถปลูกได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เวลาไม่ต้องการปลูกอาจจะใช้วิธีไถฝังกลบไปพร้อมกับการพรวนหน้าดิน เพื่อให้เป็นปุ๋ยพืชสด เพิ่มวิตามินบำรุงดิน

          ปัจจุบันแม้แต่การจัดสวนแต่งสวนในแต่ละบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล ก็มักจะนิยมปลูกพืชคลุมดินทดแทนการปูหญ้าชนิดต่าง ๆ ที่ต้องมีเวลาดูแลรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ตัดใบ มากพอสมควร แต่การปลูกพืชคลุมดินนั้นสามารถลดปัญหาเหล่านี้ลงได้ การดูแลก็ง่าย ไม่เป็นภาระมาก และนอกจากช่วยดูแลดินให้อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังช่วยป้องกันวัชพืชต่าง ๆ ที่จะมารบกวน ทำให้สนามในบ้านรกได้ดีมากอีกด้วย วิธีการปลูกพืชคลุมดินส่วนใหญ่นั้นก็ง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด และปัจจุบันนี้ก็มีพืชคลุมดินที่มีความสวยงาม เป็นที่นิยมมากมายหลายชนิด ทั้งสายพันธุ์ในไทยและสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ เห็นมั้ยล่ะว่าน่าสนใจมากมายจริง ๆ ใครที่กำลังสนใจก็รีบตามเรามา เพราะเรากำลังจะพาไปรู้จักกับพืชคลุมดินปลูกง่ายขายได้ มีประโยชน์มากมาย

มารู้จักกันก่อนว่าพืชคลุมดินคืออะไร

          เราอาจจะเคยได้ยินชื่อพืชคลุมดินมานาน เพราะคิดว่าคงเป็นแค่พืชชนิดที่ปลูกเพื่อรักษาสภาพดิน ป้องกันดินเสื่อมสภาพ แต่จริง ๆ แล้วการปลูกพืชคลุมดินนั้น จะช่วยให้เราได้ดูแลปกป้องดินให้ดี เพราะมีแร่ธาตุมากมายและความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยให้ดินสามารถอุ้มน้ำได้ดี ทำให้เก็บรักษาความชุ่มชื้นได้ในระยะเวลาที่นานขึ้น ที่สำคัญก็คือพืชคลุมดินจะช่วยให้ต้นไม้หลักสามารถดูดซึมน้ำในดินไปใช้ได้ การปลูกพืชคลุมดินทำได้ทั้งการปลูกพืชลำต้นอ่อนเพียงชนิดเดียว หรือปลูกแบบหลายชนิดรวมกัน เพื่อให้คลุมดินตลอดปี หรือระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง เราอาจทิ้งพืชเหล่านี้ไว้เพื่อยึดผิวดินปกป้องดูแลดิน แล้วยังสามารถนำพืชคลุมดินมาใช้ในการตกแต่งสวน เพิ่มความสวยงามสบายตาได้อีกด้วย 

          คุณสมบัติหลัก ๆ ของพืชคลุมดิน เมื่อปลูกแล้วจะช่วยปกคลุมดินบริเวณนั้น ๆ ให้สวยงาม เราสามารถหว่านหรือปลูกพืชคลุมดินให้หนาแน่น หรือจะปลูกแบบให้เป็นพุ่มก็ได้เช่นกัน พืชคลุมดินแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกัน เช่น มีใบหนามีรากที่แข็งแรง ถ้าปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้ก็จะช่วยให้ดินมีความแน่นขึ้น ช่วยให้ดินอุ้มน้ำและระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ การปลูกพืชคลุมดินนอกจากจะตกแต่งสวนเพื่อความสวยงามแล้ว ประโยชน์หลัก ๆ อีกด้านหนึ่งก็คือพืชคลุมดินจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่โดยรอบบริเวณ

พืชคลุมดินมีกี่ชนิด วิธีการปลูกพืชคลุมดินต้องทำอย่างไร

          พันธุ์พืชคลุมดินเป็นพืชลำต้นอ่อนที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ง่ายและรวดเร็ว แผ่กิ่งก้านสาขาได้มาก พืชคลุมดินมีหลากหลายชนิดให้เลือกปลูก ทั้งประเภทป้องกันวัชพืช มีดอกสวยงามให้ชื่นชมไปด้วย รวมทั้งชนิดที่กินได้ นำไปขาย เพิ่มรายได้ให้เราได้อีกทางหนึ่งด้วย เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าพืชคลุมดินมีชนิดไหน วิธีการปลูกพืชคลุมดินต้องทำอย่างไรพันธุ์ไหนที่น่าสนใจบ้าง

1. ถั่วบราซิล ถั่วลิสงเถา ถั่วเปรู หรือถั่วอมาริลโล  

ถั่วบราซิล

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ถั่วบราซิล

เป็นพืชเลื้อยคลุมดิน ใบรูปทรงรี มีดอกสีเหลืองสดใสสวยงาม ลำต้นโตเต็มที่สูงประมาณ 5 นิ้ว นิยมนำมาปลูกทดแทนสนามหญ้า คุณสมบัติของถั่วบราซิลคือสามารถเลื้อยไปตามดินและคลุมดินได้อย่างรวดเร็ว มีรากแก้วแข็งแรง สามารถขึ้นได้ง่ายในทุกสภาพพื้นดิน ที่สำคัญถั่วบราซิลเป็นพืชคลุมดินที่ทนความแห้งแล้งและป้องกันวัชพืชต่าง ๆ ได้เป็นดีมาก ดูแลไม่ยาก คอยตัดเพียงปีละ 3 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว หรืออยากจัดแต่งถั่วบราซิลให้สวยงามไม่ให้ดูรกตาเกินไปก็หมั่นตัดเล็มได้เช่นกัน วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้ง่ายมาก เลี้ยงง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย ลำต้นของถั่วบราซิลจะช่วยดูดซับไนโตรเจนมาเก็บไว้ที่ราก เพื่อช่วยให้สภาพแร่ธาตุในดิน ใครที่อยากให้ถั่วบราซิลใบเขียวเข้มมากกว่าเดิม ก็ให้ใส่ปุ๋ยเพิ่ม ถั่วบราซิลราคาไม่แพง หาซื้อมาปลูกได้ง่าย

2. กระดุมทองเลื้อย หรือเรียกอีกอย่างว่า สิงคโปร์ เดซี่ Singapore daisy  

กระดุมทองเลื้อย

ขอบคุณภาพจาก : www.ihome108.com

          พันธุ์พืชคลุมดินชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกา อยู่ในวงศ์ทานตะวัน ชอบอากาศอบอุ่นในเขตร้อนชื้น เป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยาวข้ามปี กระดุมทองเลื้อยเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ใบมีสีเขียว โดยจะมีขนสาก ๆ รอบใบ ดอกสีเหลืองเข้ม ชอบดินชื้นแฉะและแสงแดดจัด ตัวลำต้นจะแตกออกไปในลักษณะแนวราบกับดิน ส่วนยอดก็จะชูตั้งขึ้นด้านบน การเลื้อยคลุมดินเป็นไปตามสภาพพื้นที่ หากพื้นที่แคบลำต้นก็จะสูง กระดุมทองเลื้อยเป็นพืชคลุมดินที่ดูแลง่ายมาก แตกกิ่งก้านและเหง้าใหม่ได้ สามารถขยายพันธุ์คลุมดินได้เป็นบริเวณกว้างภายในเวลาไม่กี่เดือน เป็นพืชโตเร็วและสามารถป้องกันวัชพืชได้ดีมาก เหมาะจะใช้ปลูกแทนหญ้า

3. ต้นหนวดปลาดุกแคระ  

หนวดปลาดุกเคราะ

ขอบคุณภาพจาก : www.pruksa-blog.blogspot.com

          เป็นพืชคลุมดินล้มลุกที่มีอายุหลายปี ลักษณะลำต้นคล้ายต้นหนวดปลาดุก แต่มีขนาดเล็กกว่า มีความสูงเพียง 3-5 เซนติเมตร ลักษณะเป็นกอแน่น ๆ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่กอจะค่อย ๆ ฟูเป็นก้อนกลม ออกดอกขนาดเล็กเป็นสีม่วงอ่อน ต้นหนวดปลาดุกแคระสามารถปลูกได้ทั้งกลางแดดและในร่มเงาแสงรำไร วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมากมาย แค่รดน้ำก็พอแล้ว แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรปลูกในที่ชื้นแฉะมีน้ำขัง เพราะจะทำให้เน่าตายได้ ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นหนวดปลาดุกแคระตามสันขอบ ตามแนวทางเดิน หรือปลูกระหว่างร่องแผ่นปูพื้นต่าง ๆ ในสวน หรือปลูกคลุมขอบแปลงต้นไม้ แปลงดอกไม้ต่าง ๆ ใครที่การปลูกต้นหนวดปลาดุกแคระต้องใช้เวลา เพราะเป็นพืชคลุมดินที่เติบโตช้า

4. ผักเบี้ยหนู หรือหญ้าเม็ดแตง  

ผักเบี้ยหนู

ขอบคุณภาพจาก : www.mynewhome58.blogspot.com

          เป็นพืชคลุมดินแนวราบไปกับพื้นดิน มีลักษณะลำต้นและใบอวบน้ำ เป็นพืชใบเดี่ยว ใบทรงรี ปลายใบแหลม และมีขอบเรียบ ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ออกดอกสีเหลืองและมีสี่กลีบ ขนาดดอกบานเต็มที่ประมาณ 1 เซนติเมตร โดยรวมทั้งลำต้นและใบจะเล็ก ๆ จิ๋ว ๆ น่ารัก เป็นพืชคลุมดินที่ทนแดด ทนความแห้งแล้งได้ดีมาก และถ้าหากแดดแรงจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ผักเบี้ยหนู หรือหญ้าเม็ดแตง หรือบานเที่ยง เป็นพืชคลุมดินรากสั้น ยึดหน้าดินไม่ลึก สามารถถอนทิ้งได้ง่าย ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าหรือวัชพืชต่าง ๆ เติบโต ส่วนมากนิยมปลูกผักเบี้ยหนูแทรกระหว่างต้นไม้ เพื่อช่วยให้ดินชุ่มชื้น ผักเบี้ยหนูนิยมนำมาใช้ปลูกแทนหญ้าด้วยเช่นกัน เพราะทนต่อการเหยียบได้ดี

5. หญ้าเกล็ดหอย หรือหญ้าเกล็ดปลา  

หญ้าเกล็ดหอย

ขอบคุณภาพจาก : www.medthai.com

          เป็นพืชคลุมดินล้มลุกอายุหลายปี มีลำต้นที่แตกกิ่งแผ่เป็นผืน ทอดเลื้อยไปตามพื้นแล้วตั้งสูง ซึ่งจะมีความสูงประมาณ 4-15 เซนติเมตร เป็นพืชใบเดี่ยวลักษณะโค้งมน หรือคล้ายรูปหัวใจ ความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อกระจะที่ปลายยอดหรือตามบริเวณซอกของใบ ดอกมีสีม่วงเล็ก ๆ น่ารัก ลักษณะใบเป็นใบประกบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ส่วนปลายของใบมีทั้งแบบมนหรือเว้าตื้น ตามลำต้นและใบมีขนขึ้นหนาแน่น ส่วนหลังใบเรียบไม่มีขน บริเวณกลางใบจะมีขนเล็กน้อย จะพบหญ้าเกล็ดหอยกระจายอยู่ทั่วไปในเขตร้อน สำหรับในประเทศไทยพบอยู่ทุกภาค สามารถเดินเหยียบด้วยเท้าเปล่าได้ หญ้าเกล็ดหอยนอกจากใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินแล้วยังปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งได้อีกด้วย

6. เฟินกนกนารี หรือ Spike Mossundefined

เฟินกนารี

ขอบคุณภาพจาก : www.parrunglungu.blogspot.com

          เป็นพืชคลุมดินประเภทเฟิน ต้นเลื้อยคลุมไปตามดิน ชูยอดตั้งขึ้น ใบจะมีสีเขียวอ่อนไปถึงเขียวเข้ม บางชนิดจะมีสีแดง สีน้ำตาลแดง สวยงามแปลกตา บางชนิดจะดูคล้ายมอส ลักษณะเด่นของเฟินกนกนารีคือมีรากที่แตกจากตัวลำต้นได้เลย เหมาะมากสำหรับปลูกเป็นพืชคลุมดินใต้ต้นไม้ หรือบริเวณที่มีร่มเงาและมีความชื้นสูง จุดด้อยของเฟินกนกนารีคือเป็นพืชที่โตช้ามาก และไม่ทนต่อการถูกเดินเหยียบ จึงนิยมนำมาปลูกตกแต่งใต้ต้นไม้ หรือปลูกตามร่องทางเดินมากกว่า หรือหากเราจัดสวนในสไตล์ทรอปิคอล เฟินกนกนารี หรือ Spike Moss จะเป็นพืชคลุมดินที่เหมาะและลงตัวมาก

7. พรมญี่ปุ่น หรือพรมกำมะหยี่  

พรมญี่ปุ่น

ขอบคุณภาพจาก : www.baanlaesuan.com

          เป็นพืชคลุมดินประเภทไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี สามารถเลื้อยได้ไกล ลำต้นจะอวบน้ำ มีขนอ่อนทั่วต้น ลักษณะใบจะเป็นรูปไข่ ออกดอกเล็ก ๆ สวยงาม มีทั้งสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาลแดง เทา และมีดอกหลายสี เช่น ชมพู ส้ม แดง เหลือง วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้ทำได้ง่าย ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำหรือเพาะเมล็ด มีการเพาะสายพันธุ์พรมญี่ปุ่นใหม่ ทำให้ดอกมีความหลากหลายมากขึ้น พรมญี่ปุ่นชอบดินร่วนปนทราย อากาศชื้น น้ำไม่มาก แสงแดดรำไร พรมญี่ปุ่นเป็นพืชคลุมดินขนาดเล็กและสวย แต่ไม่ทนต่อการถูกเหยียบ จึงเหมาะที่จะปลูกคลุมดินริมทางเดิน และนิยมนำมาทำเป็นไม้ประดับตกแต่งในกระถาง

8. หลิวไต้หวัน หรือหลิวไทเป  

หลินไตหวัน

ขอบคุณภาพมา : www.heysf.com

          เป็นพืชคลุมดินชนิดไม้ดอกขนาดเล็ก จะแผ่ต้นทอดเลื้อยเป็นทรงเตี้ย มีลำต้นสีน้ำตาล ใบสีเขียวเข้มคล้ายรูปหอกปลายแหลม มีโคนกลมมนและผิวของใบจะเป็นมัน ดอกสวยงามเป็นพุ่มช่อบริเวณปลายกิ่ง มีทั้งดอกสีม่วง ชมพู ขาว เหลือง หลิวไต้หวันออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ได้ง่าย วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้ทำได้ด้วยการปักชำ จะเติบโตได้ดีมากในดินร่วนปนทราย ปลูกง่าย โตเร็ว มีความทนทานสูง ชอบแดดจัด หลิวไต้หวันเป็นพืชคลุมดินที่มีความสวยงามจึงได้รับความนิยมนำมาปลูกแทนหญ้าและใช้ตกแต่งประดับกระถาง หรือจัดสวนหย่อมได้อีกด้วย

9. แพรเซี่ยงไฮ้ 

แพรเซี่ยงไฮ้

ขอบคุณภาพจาก : www.ihome108.com

          เป็นพืชคลุมดินที่มีหลายชื่อให้เรียก ไม้ขนาดเล็กมีอายุยืน ลำต้นกลมอวบน้ำ และเปราะง่าย ใบจะมีลักษณะเป็นแท่งสีเขียว กลม ยาว มีปลายแหลม ออกดอกสวยงามที่ปลายก้าน มีหลายสี ชมพู แดง ส้ม เหลือง ฯลฯ แพรเซี่ยงไฮ้ ขยายพันธุ์ง่ายมาก วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้เพียงแค่ปักกิ่งชำก็ขึ้นแล้ว แพรเซี่ยงไฮ้เป็นพืชคลุมดินที่เติบโตได้ดีในดินทุกชนิด สามารถออกดอกได้ตลอดเวลาทุกฤดูกาล แพรเซี่ยงไฮ้เป็นไม้ในวงศ์เดียวกับคุณนายตื่นสายมีลักษณะค่อนข้างคล้ายกัน การปลูกแพรเซี่ยงไฮ้จะได้ทั้งประโยชน์หลักคือเป็นพืชคลุมดิน และตกแต่งประดับสวน หรือประดับกระถาง

10. ต้นบลูฮาวาย  

ต้นบลูฮาวาย

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ต้นบลูฮาวาย

         เป็นพืชคลุมดินทรงพุ่ม มีลักษณะโปร่ง ลำต้นจะมีเปลือกสีม่วงอมแดง ใบสีเขียวเข้มเป็นมันทรงรี ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อสีม่วงอมน้ำเงินแกมขาวตรงกลางดอก ขนาด 2-3 เซนติเมตร มีกลิ่นหอม ออกดอกแต่ละครั้งบานนานประมาณ 1 อาทิตย์ จึงจะเริ่มเหี่ยวและโรย บลูฮาวายออกดอกตลอดปี วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้สามารถขยายพันธุ์ได้ง่าย ๆ โดยการปักชำหรือเพาะเมล็ดก็ได้ บลูฮาวายเป็นพืชคลุมดินที่เลี้ยงง่ายมาก ๆ ชอบดินร่วนซุย ชอบน้ำพอประมาณ ชอบอยู่ในที่โล่งและมีแสงแดดตลอดทั้งวัน การดูแลสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตัดแต่งบ่อย ๆ

11. ใบต่างเหรียญ  

ใบต่างเหรียญ

ขอบคุณภาพจาก : www.puechkaset.com

           ขึ้นชื่อว่าเป็นพืชคลุมดินที่ดีที่สุดประเภทพืชล้มลุกที่มีอายุหลายปี มีดอกสีขาว ใบกลมสีเขียว ลักษณะทอดเป็นแนวราบเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบต่างเหรียญมีความทนทานมาก ทนแล้ง เลี้ยงง่าย สามารถขยายพันธุ์เติบโตได้ไว นิยมนำมาใช้ปลูกแทนสนามหญ้า เพราะโดนเหยียบก็ไม่ช้ำง่าย และไม่ต้องเสียเวลากับการตัดแต่งดูแล ใบต่างเหรียญชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี แบบดินปนทราย แต่ก็ขึ้นได้ดีในทุกสภาพดินแม้แต่ดินลูกรัง เพียงแต่ไม่ชอบน้ำขัง ออกดอกได้ตลอดทั้งปี การปลูกใบต่างเหรียญในที่กลางแจ้งมีแสงแดดตลอดทั้งวัน จะทำให้ใบต่างเหรียญมีใบที่เล็กแน่น หากปลูกในร่มใบต่างเหรียญจะมีใบใหญ่กว่า นอกจากนั้น ยังมีคุณสมบัติที่ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ สามารถป้องกันไม่ให้น้ำฝนปะทะผิวดินได้โดยตรงทำให้ป้องกันการชะล้างหน้าดินได้เป็นอย่างดี

12. ส้มกบ หรือผักแว่น  

ส้มกบ

ขอบคุณภาพจาก :www.fca16mr.com

          มีชื่อเรียกตามท้องถิ่น ภาคกลางเรียกผักแว่น ภาคเหนือจะเรียกส้มดิน พืชคลุมดินล้มลุกอายุหลายปี มีขนาดเล็กจะคลุมดินเป็นกลุ่ม ลำต้นจะมีขนขึ้นคลุม ใบจะเป็นลักษณะใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ เกิดจากจุดเดียวกันที่ปลายก้าน ใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบเว้า มีรูปทรงคล้ายกับใบโคลเวอร์ สวยน่ารัก ออกดอกสีเหลืองสด ตรงโคนดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ส่วนปลายดอกก็จะแยกเป็น 5 กลีบ มีเกสรดอกตรงกลาง ส้มกบหรือผักแว่นออกดอกตลอดทั้งปี เติบโตได้ดีในดินร่วนซุยและมีความชุ่มชื้น วิธีการปลูกพืชคลุมดินชนิดนี้ง่าย ๆ โดยการปักชำ เติบโตได้ดีในหน้าฝน มีความสูงประมาณ 2-3 นิ้ว เราสามารถนำผักแว่นไปปลูกระหว่างซอกหิน ซอกกระเบื้องทางเท้าได้ ข้อดีคือไม่ต้องดูแลตัดแต่ง นอกจากนั้น ผักแว่นยังมีสรรพคุณทางยาคือเป็นสมุนไพรช่วยรักษาแผลเปื่อย แผลเป็นหนอง หรือหากท้องเสียก็นำใบมาต้มแล้วดื่มแก้อาการได้

13. คุณนายตื่นสาย 

คุณนายตื่นสาย

ขอบคุณภาพจาก : www.bloggang.com

          เป็นพืชคลุมดินชนิดไม้เลื้อยอายุหลายปี เป็นไม้อวบน้ำ สีสันสวยงามมากมาย ลำต้นสีม่วง แผ่ขยายทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ยอดชูตั้ง ออกดอกหลายสีสลับกันไป ดอกคุณนายตื่นสายจะบานรับแสงแดดตอนเช้า มีทั้งดอกสีขาว สีชมพู สีแดง สีเหลือง สีส้ม ฯลฯ ปลูกง่ายเลี้ยงง่าย เหมาะเป็นพืชคลุมดินในที่โล่ง หมั่นตัดแต่งกิ่งให้สวยงาม คุณนายตื่นสายจะออกดอกตลอดปี

14. ดาดตะกั่ว 

ดาดตะกั่ว

ขอบคุณภาพจาก : www.คลังสมุนไพร.com

          เป็นพืชคลุมดินที่มันวาวสวยงาม ลำต้นสีเขียวเทา ทอดเลื้อยเป็นแนวไปตามพื้นดิน ใบสีเขียวเหลื่อมม่วงเหลือบเทาเงิน ใต้ใบออกสีม่วงแดง ลักษณะใบเป็นรูปไข่ หรือรูปหัวใจ รอบใบหยัก ยอดชูตั้ง ออกดอกสีขาวเป็นช่อสวยงาม ดาดตะกั่วชอบดินร่วนซุย ชอบแสงแดดครึ่งวันเช้า

15. โคลงเคลงเลื้อย 

โคลงเคลงเลื้อย

ขอบคุณภาพจาก : www.bloggang.com

          เป็นพืชคลุมดินชนิดไม้เลื้อยอายุหลายปี ใบอวบน้ำและมีขนปกคลุม ใบมีสีเขียวเข้ม รูปไข่ขอบเรียบ ก้านเป็นสีม่วงแดง ลำต้นทอดเลื้อยเป็นแนวคลุมดิน ออกดอกสีม่วงสดหรือม่วงอมชมพูบริเวณปลายยอด ชอบแดดครึ่งวันเช้าหรือเต็มวัน โตเร็ว ออกดอกตลอดทั้งปี

16. แดงชาลี 

แดงชาลี

ขอบคุณภาพจาก : www.thidagarden.com

  เป็นพืชคลุมดินแบบไม้พุ่มเตี้ย ใบสีแดงเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อยาวสวยงามที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อจะมีดอกย่อย ๆ เป็นกระจุกติดกับก้านดอก แดงชาลีดอกย่อยเล็กสีขาวขุ่น นิยมปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่ หรือจัดเป็นสวนหย่อมแบบตกแต่งบริเวณ เพิ่มมิติความสวยงาม เพราะใบสีแดงเข้มของแดงชาลี ตัดกับไม้ใบเขียวชนิดอื่นๆ ช่วยให้ดูสวยงามแปลกตา

          พันธุ์พืชคลุมดินมีหลากหลายชนิด มีประโยชน์และมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ทั้งพืชคลุมดินชนิดที่ป้องกันวัชพืช เช่น ถั่วบราซิล กระดุมทองเลื้อย หนวดปลาดุกแคระ ผักเบี้ยหนู พืชคลุมดินชนิดที่มีดอกออกตลอดปีใช้แต่งสวนเป็นไม้ประดับได้ด้วย เช่น หญ้าเกล็ดหอย, เฟินกนกนารี, พรมญี่ปุ่น, หลิวไต้หวัน, แพรเซี่ยงไฮ้, บลูฮาวาย พืชคลุมดินชนิดป้องกันการชะล้างหน้าดินได้ดี เช่น ใบต่างเหรียญ หรือพืชคลุมดินที่มีสรรพคุณทางยาเป็นสมุนไพร เช่น ผักแว่น หรือส้มกบ เรายังสามารถเลือกปลูกพืชคลุมดินชนิดที่กินได้และขายได้ เป็นที่นิยมปลูกกันมากโดยเฉพาะชาวสวนชาวไร่ทั้งหลาย พืชคลุมดินที่ว่าก็คือพืชในตระกูลถั่วนั่นเอง เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วฝักยาว คาโลโปโกเนียม คุดซู ถั่วลาย ฯลฯ ที่นอกจากจะเป็นการปลูกพืชเพื่อปรับหน้าดิน ป้องกันวัชพืชแล้ว 

 พันธุ์พืชคลุมดินเหล่านี้ยังช่วยซึมซับเอาไนโตรเจนในอากาศมาไว้ที่ราก เพื่อเป็นแร่ธาตุให้ดินได้เป็นอย่างดี พืชคลุมดินตระกูลถั่ว เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็นำผลผลิตไปขายสร้างรายได้ หรือเก็บไว้กินเองด้วยก็ได้ รวมถึงตอนไถกลบต้นถั่วหลังเก็บเกี่ยว ซากพืชคลุมดินทั้งหลาย ก็จะทับถมเปื่อยยุ่ยไปพร้อมกับดิน กลายเป็นแหล่งธาตุอาหารให้กับดินอีกด้วย 

วิธีการปลูกพืชคลุมดินอย่างถูกวิธีควรทำอย่างไร

          การปลูกพืชคลุมดินทำได้หลายวิธี ทั้งการปลูกเป็นหลักเพื่อรักษาหน้าดินเอาไว้ หรือป้องกันแสงแดดให้ความชุ่มชื้นกับหน้าดิน หรือปลูกเสริมจากการปลูกพืชหลัก เพื่อช่วยป้องกันหน้าดินและเพิ่มแร่ธาตุให้กับพืชหลักในบริเวณใกล้เคียง การปลูกพืชคลุมดินอย่างถูกวิธีทำได้ดังนี้

1. ปลูกแบบจำกัดการปลูก ดูแลให้เจริญเติบโตในบริเวณที่กำหนด เพื่อไม่ให้ไปรบกวนพืชหลักที่ปลูกไว้

2. ปลูกด้วยการหว่านไประหว่างแถวของไม้ยืนต้น วิธีนี้นิยมใช้กันมากในสวนยางและสวนผลไม้

3. ปลูกตามแปลงปลูกพืชบนคันดิน ร่องสวน ตามขั้นบันได หรือบนทางระบายน้ำ

เทคนิคการเลือกพืชคลุมดินแต่ละชนิด

         ส่วนใหญ่แล้วพืชคลุมดินจะเติบโตได้ดีทั้งกลางแดดและในที่ร่ม การเลือกชนิดของพืชคลุมดินให้เหมาะกับการดูแลดินในแต่ละพื้นที่นั้น ต้องดูความต้องการจริง ๆ ว่าเราต้องการปลูกเพื่อประโยชน์อะไรเป็นหลัก มีเทคนิคการเลือกดังนี้    

1. เลือกพืชคลุมดินชนิดที่มีอายุยืนยาวหลายปี หากเป็นที่ดินที่จะทิ้งไว้เป็นเวลานาน ๆ จะช่วยให้เราไม่ต้องปลูกบ่อย ๆ 

2. เลือกพืชคลุมดินที่มีรากลึกแน่น สามารถแผ่ออกไปได้มาก ซึ่งจะช่วยทำให้ยึดเม็ดดิน หรือหน้าดินให้ติดกัน ไม่พังทลายง่าย หรือยุบตัวได้ง่าย อาจจะเป็นที่ดินลาดเอียง หรือดินไหล่เขา

3. เลือกพืชคลุมดินชนิดที่ทนต่อทุกสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะหากเราไม่ได้ดูแล ก็ยังเจริญเติบโตได้ง่ายทั้งแดดจัดและในร่มเงา

4. เลือกพืชคลุมดินที่ทนต่อโรคและแมลงต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ดูแลได้ง่าย ไม่ต้องใช้ยากำจัด ประหยัดแรงงาน ประหยัดเวลา ลดการสิ้นเปลืองได้มาก

5. เลือกพืชคลุมดินแบบพืชตระกูลถั่ว จะช่วยทำให้ดูดซึมซับเพิ่มไนโตรเจนลงใต้ชั้นดิน เ

ประโยชน์ต่าง ๆ ของพืชคลุมดิน

1. ช่วยเพิ่มแร่ธาตุ เพิ่มอาหารให้ดิน หากเศษกิ่ง ก้าน ใบ ของพืชคลุมดินร่วงหล่นทับถมรวมกับดินก็จะกลายเป็นปุ๋ยสดจากธรรมชาติอย่างดี กลายเป็นแหล่งอาหารของต้นไม้ในบริเวณพื้นที่นั้น ๆ ต่อไป และยังช่วยเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี ทำให้เกิดธาตุอาหารต่าง ๆ ที่อุดมสมบูรณ์เป็นประโยชน์ต่อพืช และยังช่วยเพิ่มจำนวนไส้เดือน จุลินทรีย์ในดิน ฯลฯ

2. รากของพืชคลุมดินจะหยั่งลึกลงไปในชั้นดิน ช่วยยึดเม็ดดิน ป้องกันการชะล้างหน้าดิน หากเกิดน้ำบ่าไหลแรง ฝนตกหนัก จะช่วยให้ผิวดินไม่ถูกกัดเซาะ การปลูกพืชคลุมดินตามแนวระดับขวางไปตามแนวลาดเอียงของพื้นที่ จะเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันดินที่เป็นเนินหรือไหล่เขาไม่ให้ดินไหลลงไป หรือหากการจัดสวนบนเนินที่มีความลาดเอียงก็จำเป็นที่จะต้องปลูกพืชคลุมดินไว้ เพื่อช่วยชะลอหรือยับยั้งความแรงของกระแสน้ำที่ไหลลงมา เป็นการป้องกันการทลายของหน้าดิน ส่วนใบที่หนาแน่นก็จะช่วยให้ซับแรงจากเม็ดฝน ไม่ให้กระทบกับดินโดยตรง ก็เป็นการลดการชะล้างหน้าดินได้อีกทางหนึ่งด้วย หมายถึงไม่สามารถชะล้างความอุดมสมบูรณ์ไปที่อื่นนั่นเอง

3. ช่วยทำให้โครงสร้างและสภาพดินดีขึ้น เมื่อปลูกพืชคลุมดินรากที่ชอนไชลงไปจะช่วยทำให้ดินร่วนซุย อากาศในชั้นดินถ่ายเทได้ดีขึ้น ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น อินทรียวัตถุจากการปลูกพืชคลุมดินจะทำให้เม็ดดินเหนียวติดกัน เป็นก้อนขนาดโตขึ้นและร่วนขึ้น และยังช่วยทำให้เม็ดทรายที่อยู่ในดินทรายติดกันแน่นและเหนียวขึ้น เมื่อรวมตัวกับซากพืชที่ถูกไถกลบฝัง ก็จะยิ่งช่วยให้ดินทรายอุ้มน้ำได้ดีมากขึ้น

4. เมื่อเราปลูกพืชคลุมดินแล้วเกิดมีฝนตกหนัก ก็จะช่วยดูดน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่ดินชั้นล่างไว้ สามารถช่วยให้ดินเก็บน้ำได้ ช่วยเก็บความชื้นให้กับชั้นดิน และช่วยลดการระเหยของน้ำ เพราะพืชคลุมดินช่วยบังแดดไม่ให้แสงแดดจากดวงอาทิตย์ ส่องโดนผิวดินได้โดยตรง และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่หล่นคลุมผิวดินจะกลายเป็นวัตถุคลุมดินอีกชั้น ที่ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำด้วยเช่นกัน

5. พืชคลุมดินเป็นพืชที่มีใบหนาแน่นปกคลุมหน้าดินเอาไว้ ทำให้แสงสว่างส่องไม่ถึงผิวดิน จึงทำให้วัชพืชไม่มีโอกาสงอกงามได้ แม้แต่วัชพืชประเภทที่งอกออกมาบ้างแล้วก็ตาม เช่น หญ้าคา หญ้าเจ้าชู้ หญ้าสาแหรก หญ้านกสีชมพู หญ้าตีนนก หญ้าตีนกา ฯลฯ จะไม่สามารถเติบโตได้เพราะไม่ได้รับแสงแดดที่เพียงพอต่อการเติบโต

6. หากเรายังไม่สามารถปลูกพืชคลุมดินในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งได้ ไม่ควรปล่อยให้ดินว่างเปล่า เราอาจใช้หญ้าแห้งหรือฟางข้าวมาคลุมดินไว้แทน เพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างหรือพังทลายของหน้าดิน ทำหน้าที่ช่วยเก็บความชื้นของดิน และก็ยังย่อยสลายเป็นปุ๋ยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดินได้อีกด้วย

7. การปลูกพืชคลุมดินหมุนเวียน หรือปลูกแซมไม้หลัก เช่น ปลูกพืชคลุมดินสลับกับไม้ผลหรือพืชที่เราต้องการผลผลิต เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืช ช่วยเพิ่มแร่ธาตุให้กับไม้หลัก เป็นการช่วยเพิ่มรายได้จากการปลูกไม้ผลอีกด้วย

8. เมล็ดพันธุ์ของพืชคลุมดินสามารถนำไปขายเพิ่มเป็นรายได้

วิธีการปลูกพืชคลุมดินให้ได้ผลอย่างเต็มที่

           มีหลายคนปลูกพืชคลุมดินแล้วได้ผลดีเท่าที่ควร เช่น อาจแห้งตาย เน่าตาย หรือเติบโตได้ช้ามาก ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม หากเป็นเช่นนั้นให้รีบปลูกพืชคลุมดินใหม่ทดแทน และหมั่นคอยดูแลกำจัดวัชพืชต่าง ๆ ในระยะเริ่มต้นอย่างต่อเนื่องจนกว่าพืชคลุมดินจะเติบโตและขึ้นปกคลุมพื้นดินทั้งบริเวณตามที่เราต้องการทั้งหมดก่อน เมื่อพืชคลุมดินที่เราปลูกนั้นเติบโตเต็มที่แล้ว โดยลักษณะของพืชคลุมดินที่เป็นไม้เลื้อย อาจจะเลื้อยเข้าไปครอบคลุมบริเวณที่เราไม่ต้องการ หรืออาจจะเลื้อยคลุมเข้าไปจนถึงโคนของไม้ยืนต้น หรือต้นไม้หลักต่าง ๆ เราต้องคอยตัดแต่งให้อยู่แค่ใน

           หากต้องการเร่งการเจริญเติบโตของพืชคลุมดินให้โตเร็ว ในระยะแรกให้ใส่ปุ๋ยให้กับดิน เพราะเมื่อพืชคลุมดินโตเร็วเราก็จะไม่ต้องคอยกำจัดวัชพืชระหว่างที่รอให้ต้นไม้โตอีกด้วย เมื่อพืชคลุมดินงอกงามประมาณ 1-3 อาทิตย์ ควรใส่ปุ๋ยเพิ่ม สำหรับพืชคลุมดินบางชนิด เช่น พืชคลุมดินตระกูลถั่ว ให้ใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ สูตร 0-15-15 ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ และหว่านยิปซัมตามลงไป เพื่อช่วยเพิ่มธาตุแคลเซียมและซัลเฟอร์ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ เช่นเดียวกันหากเป็นพืชคลุมดินตระกูลหญ้าก็ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียหรือแอมโมเนียซัลเฟต 10 กิโลกรัมต่อไร่

การจัดสวนด้วยพืชคลุมดิน

          ปัจจุบันมีการออกแบบจัดสวนในรูปแบบต่าง ๆ กันมากมาย มีการใช้ต้นไม้ต่าง ๆ เข้ามาทดแทนการจัดสวนแบบเดิม ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการดีไซน์สวนในแบบต่าง ๆ กัน เช่น สวนหิน สวนไม้หลากสี สวนที่ปลูกพันธุ์ไม้แบบไล่เฉด สวนไม้พุ่มเตี้ย สวนไม้ดอกต้นเล็ก ๆ สวนแนวตั้ง หรือแม้แต่สวนที่ปลูกเฉพาะต้นไม้ดอกไม้สีเดียวกันทั้งหมด เช่น สวนโทนสีม่วง โทนสีเหลือง หรือโทนสีแดง 

  พืชคลุมดินก็ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งสวนมากขึ้นด้วยเช่นกัน เป็นการเพิ่มมิติใหม่ ๆ ให้กับสวน เช่น ตกแต่งทางเดินด้วยหินกรวดก้อนเล็ก ๆ สลับสี และปลูกพืชคลุมดินอย่างต้นถั่วบราซิล ต้นหนวดปลาดุกแคระ ต้นกระดุมทอง แซมตามแนวร่องทางเดิน แซมตามร่องกระเบื้องปูทางเดินแต่ละแผ่น หรือปลูกพืชคลุมดินล้อมรอบบริเวณโคนต้นไม้ขนาดใหญ่ ล้อมรอบบ่อน้ำ บ่อน้ำพุ ปลูกแบบสเต็ปขั้นบันไดไล่ระดับ หรือแม้แต่การปลูกพืชคลุมดินทดแทนการปลูกสนามหญ้าแบบเดิม ๆ ก็เป็นเทรนด์ที่นิยมมากขึ้น

 พืชคลุมดิน มีหลายชนิดที่ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อดินอย่างมากมาย ปัจจุบันนิยมปลูกพืชคลุมดินกันเพิ่มมากขึ้น ทั้งการปลูกเพื่อปรับปรุงดิน ป้องกันดูแลดิน หรือปลูกตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม แม้แต่ในการปลูกบ้านจัดสรรในสมัยนี้ก็นิยมปลูกพืชคลุมดินแทนสนามหญ้ากันแล้ว เพราะดูแลง่ายกว่าการปลูกหญ้าแบบเก่ามากมาย หรือแม้แต่การปลูกพืชคลุมดินเพื่อสร้างรายได้ เห็นหรือยังว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ของพืชคลุมดินนั้นมีประโยชน์มากมายจริง ๆ ใครที่สนใจจะหามาปลูกก็อย่ารอช้า เดี๋ยวจะตกเทรนด์ ตามไม่ทันใครเขา รีบทำความรู้จักกับพืชคลุมดินปลูกง่ายขายได้ ประโยชน์มากมายมหาศาล แล้วรีบไปหามาปลูกกันเลย ครั้งหน้าเราจะมีไลฟ์สไตล์เอาใจชาวคอนโดหรือพาไปท่องเที่ยว ที่ไหนกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ