logo

          เครื่องดื่มประเภทกาแฟดริป เป็นกาแฟแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม สำหรับคนชอบดื่มกาแฟคงเคยได้ยินหรือรู้จักกันบ้างแล้ว สำหรับคอกาแฟหรือคนที่อยากลองเครื่องดื่มใหม่ๆ Coffee Drip ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก นอกจากจะชงได้ไม่ยากแล้ว เรายังได้ลิ้มลองรสชาติของเมล็ดกาแฟได้อย่างเต็มที่อีกด้วย แถมยังไม่มีน้ำตาล นม หรือครีมผสมอยู่ ทำให้การดื่มกาแฟดริปนั้นมีประโยชน์ดีต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มกาแฟรูปแบบอื่น

          หากใครที่เริ่มจะสนใจเครื่องดื่มชนิดนี้แล้วล่ะก็ มาลองศึกษากันก่อนว่ากาแฟดริปคืออะไร กาแฟดริปอุปกรณ์การทำต้องใช้อะไรบ้าง วิธีการทำและปัจใจใดบ้างที่ส่งผลต่อรสชาติของเครื่องดื่มประเภทนี้ และกาแฟดริปยี่ห้อไหนอร่อย ซึ่งเราได้รวบรวมไว้ในที่นี้แล้ว

กาแฟดริป

ขอบคุณภาพจาก : www.bestreview.asia.com

กาแฟดริป คืออะไร

           เครื่องดริปประเภทกาแฟดริป คือ รูปแบบการชงกาแฟแบบหนึ่งที่มีการสกัดกาแฟผ่านตัวกรอง เป็นหนึ่งในกาแฟที่เรียกว่า กาแฟฟิลเตอร์ (Filter Coffee) โดยกาแฟดริปนั้นเป็นการสกัดกาแฟโดยใช้น้ำร้อนไหลผ่านกาแฟบดที่อยู่ในกระดาษกรอง โดยน้ำจากกาแฟที่ไหลผ่านกระดาษกรองนั้นจะหยดลงไปในภาชนะด้านล่าง

          หลายคนเรียกการชงแบบนี้ว่ากาแฟดริป แต่อันที่จริงการชงกาแฟลักษณะนี้จะเรียกว่าการชงแบบ Pour Over ที่มาจากการเทน้ำลงไปด้านบนนั่นเอง ส่วนคำว่า Drip Coffee ตามหลักการแล้วจะหมายถึงกาแฟที่ใช้เครื่องอัตโนมัติในการชง แต่ส่วนใหญ่ของคนไทยเป็นอันเข้าใจว่า เมื่อพูดคำว่า กาแฟดริป จะหมายถึงกาแฟแบบ Pour Over นั่นเอง

ประโยชน์ของกาแฟดริป

          โดยปกติแล้วการดื่มกาแฟดริปจะเป็นการดื่มกาแฟที่สกัดจากเมล็ดกาแฟคั่วบดโดยตรงเพียงเท่านั้น ไม่มีการใส่อย่างอื่นเข้าไปเพิ่มเติมในกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล นม ครีม หรือสิ่งอื่นใด ทำให้ได้ลิ้มลองรสชาติแท้ ๆ ของกาแฟที่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์และการคั่ว ได้เปิดประสบการณ์ในการดื่มกาแฟที่จะทำให้เข้าใจว่ารสชาติกาแฟที่แท้จริงโดยไม่ต้องผสมอะไรเพิ่มเติมก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

          ส่วนใหญ่การทำกาแฟดริปจะใช้กาแฟคั่วอ่อน-คั่วกลาง เนื่องจากจะดื่มง่ายกว่าแบบคั่วเข้มที่จะมีรสชมกว่า ซึ่งกาแฟคั่วอ่อน-คั่วกลางนี้ตอนคั่วกาแฟจะไม่ไหม้ ทำให้ไม่มีสารก่อมะเร็ง อีกทั้งการดื่ม Coffee Drip แทนกาแฟชงสำเร็จรูปจะทำให้ลดปริมาณน้ำตาลที่บริโภคในชีวิตประจำวันลงได้ การบริโภคน้ำตาลปริมาณน้อยลง โอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ก็น้อยลงตามไปด้วย

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกาแฟดริป

          อุปกรณ์ที่ใช้ทำกาแฟดริปเป็นกาแฟที่ทำได้ไม่ยาก มีหลักการเพียงแค่ให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟและตัวกรองลงไปในภาชนะด้านล่างเท่านั้น หากใครที่ต้องการทำกาแฟดริปด้วยตัวเองที่บ้าน อุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นที่ต้องใช้มีดังนี้

1. เครื่องบดเมล็ดกาแฟ หรือ Coffee Grinder

เครื่องบดเมล็ดกาแฟ

ขอบคุณภาพจาก : www.shopee.co.th/New-Alitech.com

2. ตัวกรองกาแฟ หรือ Dripper

มีทั้งแบบพลาสติก เซรามิก สเตนเลส ใช้คู่กับกระดาษกรอง ดริปเปอร์บางประเภทจะมีตัวกรองมาอยู่แล้วทำให้อาจไม่ต้องใช้กระดาษกรอง

ตัวกรองกาแฟ

ขอบคุณภาพจาก : www.coffeliz.com

3. โถรองกาแฟดริป หรือ Drip Server

คือโถหรือแก้วสำหรับรองน้ำกาแฟที่ไหลผ่านตัวกรองออกมา

โถกาแฟดริป

ขอบคุณภาพจาก : www.duchess.com

4. กาสำหรับดริป หรือ Drip Kettle หรือกาคอห่าน

          ลักษณะจะเป็นกาน้ำร้อนที่มีคอเรียวเล็กยาว เพื่อช่วยควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลออกมาขณะเท

กาสำหรับดริป

ขอบคุณภาพจาก : www.hotelmart.co.th

5. อุปกรณ์ในการตวง หรือเครื่องชั่ง 

          เพื่อตวงผงกาแฟ ควรเป็นสเกล 1 กรัมลงไป

เครื่องชั่งกาแฟ

ขอบคุณภาพจาก : www.aliexpress.com

6. นาฬิกาจับเวลา

นาฬิกาจับเวลา

ขอบคุณภาพจาก : www.thehomebarista.com

7. ช้อนสำหรับคนกาแฟ

ช้อนคนกาแฟ

ขอบคุณภาพจาก www.caffacoffeemaker.com

          โดยปัจจุบันมีกาแฟดริปแบบสำเร็จรูปที่เป็นรูปแบบซองดริปวางขายโดยทั่วไป ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องบดกาแฟเอง เพิ่มความสะดวกในการทำมากขึ้น อย่างไรก็ตามกาแฟที่บดเองสด ๆ ก่อนชงจะให้กลิ่นและรสชาติที่ดีกว่าแบบสำเร็จรูป เนื่องจากเมล็ดกาแฟหากถูกบดแล้วจะมีการคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา และหากเก็บไว้จะทำให้กลิ่นและรสชาติค่อย ๆ ลดลงตามเวลาที่เก็บ ดังนั้นกาแฟที่บดสด ๆ จึงมีกลิ่นและรสชาติที่ดีกว่ากาแฟแบบบดสำเร็จรูป

ปัจจัยที่ส่งผลต่อรสชาติของกาแฟดริป

1. อัตราส่วนของปริมาณกาแฟต่อน้ำ (Brewing Ratio)

          สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดเวลาจะทำกาแฟดริปคืออัตราส่วนปริมาณกาแฟต่อน้ำ การใช้อัตราส่วนที่เหมาะสมจะทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ดี หากปริมาณน้ำน้อยไปกาแฟก็จะเข้มข้นมาก หรือหากใส่น้ำมากขึ้นกาแฟก็จะเจือจาง โดยอัตราส่วนที่แนะนำคือ 1:15 ถึง 1:17 คือปริมาณกาแฟ 1 ส่วนต่อปริมาณน้ำ 15 ถึง 17 ส่วน ตามแต่ความเข้มของรสชาติกาแฟที่ต้องการ

2. ลักษณะของตัวกรองและ Dripper

          ดริปเปอร์มีหลายแบบ ทั้งแบบพลาสติก เซรามิก สเตนเลส และตัวกรองแบบกระดาษ แบบผ้า และแบบโลหะ ขนาดรูของตัวกรองนั้นจะส่งผลต่อกาแฟที่ได้ หากใช้ตัวกรองกระดาษที่มีความละเอียด จะทำให้กรองกาแฟได้ละเอียด ทำให้ได้น้ำกาแฟที่ใส หากใช้ตัวกรองที่หยาบกว่า เช่น ตัวกรองสเตนเลสที่มาพร้อมกับดริปเปอร์แบบสเตนเลส จะได้น้ำกาแฟที่เข้มข้นและมีความขุ่นจากผงกาแฟปนอยู่

3. อัตราการไหลของน้ำ (Flow Rate)

          หากน้ำไหลผ่านกาแฟเร็วเกินไป รสชาติที่ได้จะเจือจาง เพราะฉะนั้นการเลือกดริปเปอร์ต้องพิจารณาลักษณะของรูที่ให้น้ำไหลออกด้วย อีกทั้งอัตราการเทน้ำลงบนกาแฟก็มีผลต่อรสชาติเช่นกัน หากเทน้ำเร็วเกินไปน้ำก็ไหลออกได้เร็ว ทำให้เวลาที่น้ำจะสัมผัสกับผงกาแฟก็น้อยลง ทำให้ความเข้มข้นของรสชาติก็ลดลงตามไปด้วย ควรเทน้ำให้ช้าและเทแบบสม่ำเสมอ แต่หากเทช้าเกินไปรสชาติก็จะเข้มเกินไปได้เช่นกัน

4. ขนาดบดของเมล็ดกาแฟ

          กาแฟที่บดละเอียดต่างกันก็ให้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน ยิ่งบดละเอียดก็จะยิ่งให้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้น แต่ถ้าบดหยาบ รสชาติของกาแฟก็จะเจือจางลง

5. อุณหภูมิของน้ำ

          อุณหภูมิของน้ำก็มีผลต่อรสชาติของกาแฟ หากน้ำอุณหภูมิยิ่งสูง จะยิ่งทำให้ได้กาแฟรสชาติเข้มข้น อุณหภูมิของน้ำที่แนะนำอยู่ที่ประมาณ 92-95 องศาเซลเซียส หรือตั้งน้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาทีหลังน้ำเดือด

วิธีการทำกาแฟดริป

กาแฟดริป

ขอบคุณภาพจาก : www.thehomebarista.com

          การทำกาแฟดริปมีขั้นตอนที่มากกว่าการทำกาแฟโดยใช้เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่ต้องทำเพียงแค่เติมน้ำ ใส่กาแฟบดลงไปในเครื่องและกดปุ่ม ซึ่งการใช้เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติถึงแม้จะสะดวกและมีความเสถียรในทุก ๆ แก้วที่ชง แต่มีข้อเสียตรงที่คนชงจะไม่สามารถปรับตั้งค่าการทำงานของเครื่องเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการได้

          การทำกาแฟดริปแบบ Pour Over ด้วยตนเอง จะทำให้คนชงสามารถควบคุมรายละเอียดในการชงเองได้ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของน้ำ ความเร็วในการเทน้ำลงบนผงกาแฟ ระยะเวลาในการชง และปริมาณกาแฟที่ต้องการ ทำให้สามารถปรับการชงให้ตรงรสชาติกาแฟที่ต้องการได้

วิธีการทำกาแฟดริป มีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

1. ต้มน้ำให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการ หากให้ดีควรใช้กาน้ำร้อนแบบกาคอห่าน เพื่อให้สามารถควบคุมการไหลของน้ำเวลาที่เทได้ง่ายขึ้น

2. วางกระดาษกรองลงในดริปเปอร์ และวางดริปเปอร์บนโถรองน้ำกาแฟ

3. เทน้ำร้อนล้างฟิลเตอร์ก่อนเพื่อลดกลิ่นของกระดาษกรอง และเพื่ออุ่นดริปเปอร์และโถรองน้ำกาแฟด้วย เมื่อไหลน้ำลงโถด้านล่างจนหมดให้เทน้ำจากโถทิ้ง จากนั้นวางลงบนตาชั่ง ปรับตาชั่งให้เป็น 0 กรัม

4. ใส่กาแฟที่บดแล้วลงในกระดาษกรองตามปริมาณที่ต้องการ

5. เทน้ำรอบแรก โดยปรับตาชั่งให้เป็น 0 กรัมอีกครั้งก่อน จากนั้นเทน้ำร้อนจากกาดริปลงบนผงกาแฟให้กาแฟชุ่มน้ำโดยทั่ว ปริมาณน้ำตามที่ต้องการ พร้อมกดเริ่มจับเวลาไปพร้อมกัน โดยเทจากตรงกลางแล้วค่อย ๆ เทวนเป็นวงกลมออกด้านนอกให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที การเทน้ำครั้งแรกนี้จะทำให้กาแฟดูดซับน้ำและคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กาแฟจะพองตัวขึ้นมา เรียกปฏิกิริยานี้ว่า Bloom

6. เทน้ำที่เหลือลงไป โดยพยายามเทน้ำวนเป็นวง เทช้า ๆ วนน้ำด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ให้ปริมาณน้ำไหลออกเท่ากันไปเรื่อย ๆ และให้น้ำที่เทโดนผงกาแฟอยู่ตลอดไม่ออกด้านข้าง โดยเทน้ำให้เสร็จภายในนาทีที่ 2.30 น้ำกาแฟจะไหลลงสู่โถด้านล่างภายในประมาณนาทีที่ 3.00

7. เมื่อน้ำไหลออกลงสู่โถด้านล่างจนหมด ยกดริปเปอร์ออก และใช้ช้อนคนน้ำกาแฟให้เข้ากันก่อนจัดเสิร์ฟ

          ทั้งนี้วิธีการทำกาแฟดริปอาจมีรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนที่แตกต่างกันไปในแต่ละสูตร หรือแต่ละความชอบของแต่ละบุคคล เช่น ปริมาณการเทน้ำรอบแรก บางคนอาจเทน้ำปริมาณเท่ากันกับน้ำหนักของกาแฟที่ใช้ หรือบางคนเทเป็นสองเท่า หรือสามเท่าของน้ำหนักกาแฟ และการเทน้ำหลังจากนั้นอาจมีการแบ่งการเทเป็นหลายรอบ หยุดรอระหว่างรอบแล้วเทใหม่ตามเวลาที่กำหนด

          จะเห็นได้ว่าการทำกาแฟดริปนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ชงได้เป็นผู้ทำเองทุกขั้นตอน ทำให้รายละเอียดต่าง ๆ สามารถปรับได้ตามความชอบของแต่ละคน เนื่องจากกาแฟก็เหมือนอาหารทั่วไปที่แต่ละคนมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน การที่เปิดพื้นที่ให้คนชงปรับรายละเอียดในการชงได้ในทุกขั้นตอนแบบนี้ ก็เป็นการง่ายเช่นกันที่จะเกิดความผิดพลาด หากชงครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกอร่อยถูกใจ ชงครั้งต่อไปอาจไม่เหมือนเดิมถ้าไม่ได้จดสูตรเอาไว้อย่างแม่นยำ

กาแฟดริปยี่ห้อไหนอร่อย

          หากอยากลองทำกาแฟดริปเองที่บ้านแล้วละก็ อาจเริ่มต้นจากการซื้อกาแฟดริปแบบซองมาลองทำดูก่อน เนื่องจากมีความสะดวกและทำง่าย โดยกาแฟดริปแบบซองจะบดเมล็ดกาแฟพร้อมชงและบรรจุลงในซองกระดาษที่สามารถนำมาใช้เป็นดริปเปอร์และกระดาษกรองในตัวได้เลย เพียงแขวนมันลงในแก้วกาแฟที่ต้องการและเทน้ำใส่เพียงเท่านั้น 

          ชนิดของกาแฟดริปแบบซองมีให้เลือกหลากหลายตามแต่ละเมล็ดพันธุ์ของกาแฟและระดับการคั่ว กาแฟดริปยี่ห้อไหนอร่อยบ้าง มีความแตกต่างกันอย่างไร มีตัวอย่างกาแฟดริปมาให้เลือกลองกัน

- Doi Tung - Drip Coffee Medium Roast กาแฟดอยตุงมีการปลูกด้วยกระบวนการแบบธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ ทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพ การคั่วระดับกลาง มีความหอมสดชื่น ละมุนลิ้น

- Doi Chaang Coffee - Peaberry Classic Coffee Drip เมล็ดกาแฟ Peaberry หรือกาแฟเมล็ดโทน คือกาแฟที่มี เมล็ดเดียวในหนึ่งผล จากปกติทั่วไปจะมี 2 เมล็ด ทำให้เป็นเมล็ดกาแฟที่อัดแน่นด้วยสารอาหารและแร่ธาตุ และมีรสชาติที่ดี การคั่วระดับกลาง รสชาติกลมกล่อม ไม่ขมหรือเปรี้ยวเกินไป มีกลิ่นผลไม้ตระกูลส้ม

- Mon Doi Luang - Organic Arabica Coffee For Drip Brew กาแฟอาราบิก้า เมล็ดกาแฟจากเชียงดาว แหล่งเพาะปลูกกาแฟช ั้นนำของไทย มีกรรมวิธีการผลิตแบบออร์แกนิค ได้มาตรฐานอเมริกาและยุโรป ระดับการคั่วระดับกลางค่อนข้างเข้ม มีรสขมแบบนุ่มนวล ไม่มีรสเปรี้ยว มีกลิ่นหอม

- Aroma Coffee - Kenya Jungle Plus กาแฟอาราบิก้าจากประเทศเคนย่า ระดับการคั่วอ่อน ให้รสอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมอ่อนของผลไม้ตระกูลส้ม ดื่มแล้วจะมีความรู้สึกสดชื่น

- MiVana Organic Forest Coffee - Signature Organic Drip Bag กาแฟอาราบิก้าไทยที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ เป็นกาแฟออร์แกนิค การคั่วระดับกลางค่อนข้างเข้ม กลิ่นหอมจัด รสชาติละมุน มีความซิกเนเจอร์ด้วยกลิ่นที่คล้ายอ้อย คาราเมล และดาร์คช็อกโกแลต รสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อย และให้สัมผัสสุดท้ายเป็นรสขมปนหวาน

          จะเห็นได้ว่ากาแฟดริปทำได้ไม่ยาก และมีความหลากหลายให้เลือกลองทำ หากใครที่มีความสนใจและอยากได้ประสบการณ์ในการทำกาแฟแบบใหม่ ลองทำ Coffee Drip ดื่มเองรับรองว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน เนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการชงให้ได้รสชาติที่ต้องการ แถมการดื่มกาแฟดริปยังมีประโยชน์ ดื่มง่าย อร่อยได้โดยไม่ต้องใส่น้ำตาล ได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงของกาแฟได้อย่างเต็มที่ จะทำให้เข้าใจสุนทรียภาพของการดื่มกาแฟมากขึ้นหากได้ลอง Coffee Drip ครั้งหน้าเราจะมีไลฟ์สไตล์เอาใจชาวคอนโดหรือพาไปท่องเที่ยว ที่ไหนกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ