logo

  เฟิร์นบอสตัน พืชสุดฮิตอีกชนิดในตระกูล เฟิน (Fern) หนึ่งในพืชพรรณที่ถือกำเนิดคู่โลกมานานแสนนาน กล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มของพืชที่มีความหลากหลายมากที่สุดราว กว่า 20,000 สปีชีส์ และเมื่อเราพูดถึงเฟิร์น นักจัดสวนรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก ต่างต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นไม้ประดับประเภทไม้ใบ ที่พบเห็นได้โดยทั่วไป หาซื้อได้ง่าย มีรูปร่างลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน ชนิดที่ใครได้เห็นแม้ไม่ใช่กูรู ต้นไม้ก็สามารถที่จะบอกได้ว่า นี่คือ ต้นเฟิร์น หรือไม่ ด้วยความที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากพรรณไม้อื่นๆ เช่นมีรากฝอยอยู่ตามผิวดิน ซอกหิน ต้นไม้ ลำต้นมีหลายแบบทั้งสูงใหญ่ เลื้อยทอด สืบทอดโดยสปอร์ทำให้กระจายตัวเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีสายพันธุ์ทั้งชนิดที่ชอบแดดและทนร่ม มีหลากหลายขนาดที่มีตั้งแต่เล็กจิ๋วไปจนถึงเป็นกอใหญ่ ทำให้เฟินถูกยกให้เป็นไม้ประดับคู่สวนยอดนิยมมาช้านานที่ผู้คนต่างหามาไว้ครอบครองสร้างบรรยากาศเขียวชอุ่ม ร่มรื่น ราวกับสวนป่าแถบร้อนชื้น ให้กับบ้านของตนเองได้อย่างง่ายดาย

           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฟิร์นบอสตัน ที่ไม่ว่าผ่านไปที่ใดๆ ที่มีการปลูกเฟิร์น ก็ตาม ก็จะได้เห็นเจ้า เฟิร์นบอสตัน นักขจัดมลพิษในอากาศมือฉมัง สายพันธุ์นี้ แทรกตัวอยู่ไปทุกหนทุกแห่งภายในและนอกอาคาร โดยเฉพาะการจัดสวนสไตล์ทรอปิคอล ที่เน้นความร่มรื่นเขียวชอุ่มของใบไม้นานาชนิด

          เมื่อใดที่คิดจะจัดสวนคลึ้มๆจัดมุมน้ำตกในบ้าน เฟิร์นบอสตัน ก็มักจะถูกใช้เป็นตัวเลือกลำดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะแม้จะไม่ได้มีพื้นที่มากสักเท่าใด เฟิร์นบอสตัน ก็พร้อมจะช่วยเนรมิต สวนเล็กๆ ของคุณให้กลายเป็นโอเอซิส ที่เต็มไปด้วยไม้ใบร่มครึ้มรอบบ้านได้

เฟิร์นบอสตัน

ขอบคุณที่มา : www.pinterest.com

เฟิร์นบอสตัน เกล็ดประวัติและที่มา

          เฟิร์นบอสตัน ชื่อก็บอกแล้วว่ามีต้นกำเนิดเกิดขึ้นที่อเมริกา โดยเป็นการกลายพันธุ์จากเฟิร์นชนิดธรรมดา (Nephrolepis exaltata ) ซึ่งมีใบใหญ่ ยาวและห้อยลง แต่เฟิร์นบอสตัน มีลักษณะโดดเด่น ตรงที่ก้านใบแข็งโค้งออกและทิ้งตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ใบขึ้นหนาทึบ สง่างาม ราวกับนางพญาไม้ใบ ไม่มีดอก และใบจะเขียวชอุ่มอยู่ตลอดเวลาหากดูแลอย่างเหมาะสม นิยมปลูกในกระถางแขวนหรือในกระถางใช้ประดับตามโคนต้นไม้ หรือเสา เฟิร์นบอสตันยังเป็นต้นกำเนิดของเฟิร์นพันธุ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังอีกมากมาย อาทิ เฟิร์นขนนก, เฟิร์นราชินี, บอสตันแคระ, เฟิร์นเจ้าฟ้า, เฟิร์นปันหยี เป็นต้น ในบางพื้นที่ด้วยความหลากหลายเฟิร์นมีมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว คนจงมักจะเรียกเฟิร์นใบสวยงามรวมๆ ว่าบอสตันเฟิร์น เป็นชื่อสามัญของบรรดา เฟิร์น อีกชื่อนั่นเอง

          เฟิร์นบอสตัน เป็นไม้ประดับที่ช่วยฟอกอากาศภายในและภายนอกบ้านได้ดีที่สุดอีกชนิดหนึ่ง สามารถดูดสารพิษได้มากกว่าพรรณไม้ทั่วไป โดยเฉพาะสารจำพวกฟอร์มาดีไฮด์

          นอกจากนั้น เฟิร์นบอสตันยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่อากาศภายในอาคารได้เป็นอย่างดีทำให้รู้สึกสัมผัสถึงความชื้นแบบป่าดิบตามธรรมชาติ ที่จะมีต้นไม้ใหญ่รกคลึ้มและมีเจ้าต้นไม้ที่คอยเกาะเกี่ยว เป็นพุ่มเป็นช่อ ระโยงระยาง อยู่ทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศกลิ่นอายของดินและใบไม้อบอวล เพิ่มโอโซน อากาศที่บริสุทธิ์ให้คุณได้รู้สึกโล่งสบายอยู่ตลอดเวลา

วิธีการดูแลเฟิร์นบอสตัน

          สำหรับมือใหม่หัดปลูกต้นไม้ ควรทราบไว้สักนิดว่า เฟิร์นบอสตัน ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากพอสมควร สิ่งแรกที่คุณต้อง ทำศึกษาเลย คือเรื่องสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของการเจริญเติบโตของ เฟิร์นบอสตัน ต้องการสถานที่ที่เย็น มีความชื้นสูงและมีแสงบาง ๆ อ่อนๆ อย่างแสงแดดยามเช้า

          เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำสีของใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและน้ำตาลและร่วงอย่างรวดเร็ว จึงควรหมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นหรือฉีดพ่นด้วยละอองน้ำสม่ำเสมอ เพื่อบำรุงให้เฟิร์นบอสตันคงใบเขียวสวยอยู่ตลอดเวลา

          และเมื่อฤดูหนาวมาเยือน คุณควรเพิ่มความชื้นให้กับมันเป็นพิเศษเพราะอากาศจะค่อนข้างแห้งมาก ซึ่งการดูแลความชื้นนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับเฟิร์นบอสตัน เลยก็ว่าได้ เคล็ดลับที่แนะนำคือ ควรหาภาชนะรองใต้กระถางปลูกโดยวางกระถางต้นเฟิร์นของคุณบนถาดก้อนกรวดที่ใส่น้ำไว้ ซึ่งอาจะเพียงแค่ อาทิตย์ละ 2-3 หน เพื่อให้ต้นไม้คุณให้ได้รับความชื้นตามที่ต้องการ คล้ายกับการอบไอน้ำทำสปาให้ใบของเจ้า เฟิร์นบอสตัน เขียวสวยไม่ ร่วงหายไปเพราะความแล้ง

          ข้อควรระวังที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดคือ แม้จะชอบความชื้นมาก แต่เจ้าเฟิร์นบอสตันก็ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง หรือดินเหนียวเพราะ เฟิร์นบอสตัน มีรากเป็นระบบรากตื้นมีขนาดเล็ก หากินอยู่ตามผิวดิน ถ้าเนื้อดินเหนียวไม่ร่วนซุยจะทำให้รากชอนไชไปหาอาหารไม่ได้ จนเกิดอาการรากน้ำและเฉาตายได้ในที่สุด

          ดังนั้นควรมีการทดสอบสภาพความชื้นในดิน ก่อนที่จะมีการรดน้ำในทุกๆ ครั้ง เพราะว่าถ้าดินมีความแห้งเกินไปก็เป็นเหตุที่ทำให้ต้นเฟิร์นของคุณนั้นตายได้ หรือถ้าแฉะไปก็ทำให้รากเน่าได้ ดังนั้นควรจะตรวจเช็คว่าดินนั้นมีความแห้งความชื้นระดับไหน ก่อนที่จะมีการเติมน้ำลงไปเพิ่ม การรดน้ำควรรดให้รอบโคนต้น จนกว่าน้ำจะไหลออกจากก้นกระถาง อย่ารดน้ำที่ด้านใดด้านหนึ่ง เพราะต้นจะได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ใบเหี่ยวเฉาได้ และควรหลีกเลี่ยงการรดน้ำในช่วงเย็น หลังแสงหมด

          เคล็ดลับจากสวน อีกประการที่ควรรู้คือ เมื่อฝนตก ต้องรีบรดน้ำล้างใบเฟริน์อีกรอบหลังฝนหยุด มิเช่นนั้นใบจะไหม้หงิก ไม่งดงามได้ เพราะน้ำฝนปัจจุบันเต็มไปด้วยเชื้อโรค ฝุ่นละอองจากมลภาวะ และหากฝนตกต่อกันนาน ก็ควรพิจารณาฉีดยากันเน่าประกอบด้วย โดยเฉพาะ เฟิร์นบอสตันที่ปลูกไว้นอกอาคาร

          อีกเรื่องที่สำคัญ และถือเป็นเคล็ดลับในการเลี้ยง เฟิร์นบอสตัน ให้สวยงามตลอดอายุของมันเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือการเตรียมวัสดุปลูก ซึ่งมีส่วนสำคัญมากในการเลี้ยง ทำให้คนเลี้ยงไม่ต้องกังวลกับปัญหารากไม่แข็งแรงหรือราก โดยวัสดุปลูกที่แนะนำ ควรใช้ดินร่วนผสมเอาวัสดุปลูกอื่นเข้าไปด้วยเช่น กาบมะพร้าว เศษอิฐหัก ใบไม้ผุ ซึ่งเป็นวัสดุที่ดูดซับความชื้นเอาไว้ได้ดี

          เฟิร์นบอสตัน ไม่ค่อยถูกกับแมลงและมีความอ่อนไหวต่อศัตรูพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แมงมุมไร และเพลี้ยแป้ง หากเฟิร์นบอสตันของคุณเริ่มมีกลิ่นแปลกๆ คล้ายสัตว์เน่าตายควรตรวจตราดูให้ละเอียดโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการลุกลาม

          หรือใช้ สเปรย์ไล่แมงมุม ที่ผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติ ด้วยวิธีง่ายๆ โดยการใช้น้ำประมาณ 1 ลิตร ผสม น้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปปเปอร์มินต์ 3 หยด น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ 3 หยด น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาฉีดพ่น สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันการวางไข่ของแมงมุม

          สำหรับเพลี้ยแป้ง ให้นำน้ำยาล้างจานชนิดไม่มีสารฟอกขาว อัตราส่วนน้ำยาล้างจาน 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร มาฉีดพ่นบริเวณใบ ซึ่งจะมีฤทธิ์ลดแรงตึงผิว ทำให้ขี้ผึ้งที่เพลี้ยแป้งสร้างคลุมตัวเสียไป และหายใจไม่ได้ หากได้ผลก็จะเห็นเพลี้ยแป้งฝ่อแห้งไปในที่สุด หากไม่ได้ผลอาจมีการพิจารณาใช้สารเคมีกำจัดเพลี้ยฉีดพ่อตามคำแนะนำที่ถูกต้องต่อไป

          การเลี้ยงเฟิร์นบอสตันให้สวยงามต้องใจแข็ง คือ ถ้าเห็นใบค่อนข้างแก่ให้ตัดทิ้งเลยไม่ควรเสียดาย รอจนกระทั่งใบเหลืองและร่วงเอง เพราะรากต้องดูน้ำและอาหารไปเลี้ยงใบแก่อยู่ แทนที่จะมาเลี้ยงใบใหม่ ถ้าตัดใบแก่ทิ้งแล้วรดน้ำให้ไหลออกจากก้น กระถาง ให้ต้นไม้รับน้ำอย่างเต็มที่ จะทำให้ใบใหม่งอกออกมาเร็วขึ้น และยอดใหม่ก็จะออกมาอ้วนท้วน แข็งแรง สมบูรณ์ และควรเติมดินด้วยอย่าให้รากลอย เท่านี้เฟิร์นบอสตันที่ท่านปลูกก็จะสวยงามจนใครๆ ต่างพากันมาขอเคล็ดลับ

          อีกเรื่องสำคัญคือ ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของต้นกับขนาดของภาชนะปลูกที่ใช้ ถ้าปลูกเฟิร์นบอสตันต้นเล็ก แต่ใช้กระถางขนาดใหญ่เกินไป จะทำให้มีความชื้นสูง ดังนั้นจึงควรใช้ขนาดกระถางที่พอเหมาะ และการดูว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนขนาดของกระถาง ก็ให้สังเกตที่ขนาดลำต้นและราก ถ้าเต็มกระถาง ก็ให้เปลี่ยนกระถางได้เลย

เฟิร์นบอสตัน

ขอบคุณที่มา : www.mwclick.com

ตำแหน่งที่ควรวาง เฟิร์นบอสตัน ในบ้าน

         เฟิร์นบอสตัน สามารถปลูกได้ดีทั้งภายใน และภายนอกอาคาร เฟิร์นบอสตัน ถ้าปลูกในที่ที่มีแสงสว่าง อย่างบริเวณภายนอกอาคาร ที่มีแสงสว่างส่องถึงเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สีใบจะเป็นสีเขียวอ่อนๆ แต่ถ้าปลูกในร่มเลยใบจะเขียวเข้ม ให้ใบดกปรกคลุมเป็นพุ่มห้อยย้อยเมื่อจับใส่กระถางแขวน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงนิยมวางเจ้าเฟิร์นบอสตัน นี้ไว้ในอาคารเป็นส่วนมาก และนอกจากจะเขียวสดชื่นแล้ว เฟิร์นบอสตัน ยังเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ดูดสารพิษภายในบ้าน(Indoor Air Quality) ที่ทรงประสิทธิภาพและมีผู้นิยมมากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่าย สวยงาม ทนทาน แถมไม่ต้องสิ้นเปลืองซื้อเครื่องฟอกอากาศ ไม่ต้องเสียค่าไฟ

          เฟิร์นบอสตัน เป็นไม้ประดับตกแต่งสุดฮอต ที่มีให้พบเห็นได้ทั่วไปตามแหล่งหาซื้อทั่วไป เป็นไม้ยอดนิยมแม้ต้องใช้ความพยายามสักนิดในการดูแลบำรุงรักษา หากแต่ความงดงามและประโยชน์ที่ได้ เป็นรางวัลที่ผู้ปลูกต่างรอคอยและไม่ปฏิเสธเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ ต่างหลงใหลในเจ้าเฟิร์นบอสตัน พรรณไม้มหัศจรรย์ ที่ให้สัมผัสย้อนยุคกลับไปในโลกดึกดําบรรพ์ได้อย่างหาใดเปรียบได้ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้หรือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอนโด อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ