logo

 ไฟดาวน์ไลท์ เป็นหลอดไฟทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ความสวยงาม ดูหรูหรา รูปแบบการใช้งานหลากหลาย ควบคุมบรรยากาศภายในบ้านได้ง่าย ที่สำคัญยังประหยัดไฟ อายุการใช้งานของหลอดไฟค่อนข้างยาวนาน ตั้งแต่ 20,000 ถึง 50,000 ชั่วโมง เราสามารถเปิด-ปิดหลอดไฟประเภทนี้ได้บ่อยเท่าที่เราต้องการ ไม่ต้องกังวลกับปัญหาหลอดไฟขาด และความยุ่งยากในการเปลี่ยนหลอดไฟ นอกจากตกแต่งบ้านแล้ว ยังนิยมใช้กับออฟฟิศทำงาน โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ โชว์รูมต่าง ๆ แต่ไฟประเภทนี้ก็มีมากมายหลายแบบ หลายรุ่น หลายยี่ห้อ เราจะเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเราอย่างไร และจะเลือกใช้แบบไหนดี วันนี้เรามีเคล็ดลับมาแนะนำกันกับ ไฟดาวน์ไลท์ หลอดไฟทางเลือกใหม่ สวยงาม คุ้มค่า และประหยัดไฟ

. . . . . . . . . .

มารู้จักไฟดาวน์ไลท์ ดียังไง

 ไฟดาวน์ไลท์ หรือ Down light Luminair เป็นลักษณะไฟที่แสงสว่างโดยวิธีส่องลงเพื่อให้แสงสว่างกระจายตัวอยู่ด้านล่าง มีขนาดเล็ก แต่มีการใช้งานที่สมบูรณ์แบบลงตัวมาก จึงได้รับความนิยมนำมาใช้ตกแต่งภายในห้องต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มแสงสว่างให้มากขึ้นในจุดที่แสงสว่างไม่เพียงพอ แถมแสงของไฟประเภทนี้ยังช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและนุ่มนวลสบายตามากขึ้น เหมาะจะใช้งานสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด ขนาดกะทัดรัด ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่หรูหรา ไฟประเภทนี้ยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าหลอดไฟทั่วไป เหมาะสำหรับบ้านยุคใหม่

ห้องนั่งเล่นที่ติดตั้งไฟดาวน์ไลท์

          วิธีเลือกไฟดาวน์ไลท์ที่เหมาะสมจะช่วยให้บรรยากาศของห้องดีขึ้น ช่วยทำให้ห้องที่มืด สว่างมากขึ้น แต่ก็ไม่สว่างมากจนเกินไป ขึ้นอยู่กับการเลือกกำลังไฟด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมติดตั้งไฟประเภทนี้ในห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือหากใช้ในห้องครัว หลอดไฟที่ใช้จะต้องมีค่าแสงสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยให้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

วิธีเลือกไฟดาวน์ไลท์ ให้เหมาะกับการใช้งาน

          ไฟดาวน์ไลท์ควรใช้คู่กับหลอดประหยัดไฟแบบต่าง ๆ เพราะไฟประเภทนี้จะเป็นไฟประเภทที่ต้องใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบแนวนอนและแนวดิ่ง การติดตั้งแบบแนวนอนจะช่วยให้แสงสว่างกระจายตัวในบริเวณกว้างมากขึ้น เหมาะกับเพดานที่มีช่องผนังแคบ ส่วนการติดตั้งแบบแนวดิ่งจะช่วยเรื่องการระบายความร้อน ที่สามารถทำได้ดีกว่า แต่อาจจะมีจุดอ่อนคือหากติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ก็อาจจะกลายเป็นแสงไฟรบกวน แยงตาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เรามาดูวิธีเลือกไฟประเภทนี้แบบไหนดี เพื่อนำมาใช้งานให้เหมาะสมได้ดังนี้

1. ให้เลือกโดยดูที่วิธีการใส่หลอดไฟ การใส่หลอดไฟดาวน์ไลท์นั้นมีด้วยกัน 2 วิธี

  • แบบใส่หลอดไฟแนวตั้ง แบบที่นิยมมากที่สุด และใช้กันอยู่โดยทั่วไป เหมาะสำหรับใส่หลอดไส้ และหลอดตะเกียบ

ไฟดาวน์ไลท์ PhilipsFBS116

Philips Downlight FBS116 

  • แบบใส่หลอดไฟแนวนอน โคมไฟแบบนี้จะมีความยาวน้อยกว่าแบบโคมไฟแนวตั้ง เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่ใต้ฝ้าไม่มาก

ไฟดาวน์ไลท์ LED 59465 MESON125 13 วัตต์ 30K PHILIPS

LED 59465 MESON125 13 วัตต์ 30K PHILIPS  

2. ดูชนิดขั้วหลอดจากข้างโคม

 โคมไฟที่ใช้งานต้องสัมพันธ์กับกับขั้วหลอดไฟ และหลอดไฟก็มีผลิตกันออกมามากมายหลายชนิด การที่เราจะเลือกใช้ขั้วหลอดไฟแบบไหน สามารถดูรหัสขั้วหลอดได้ที่ข้างโคม แต่ก็มีขั้วหลอดไฟแบบที่เป็นที่นิยม เช่น E27 คือขั้วเกลียว คู่กับ หลอดไส้ หลอดไส้ทรงกรวย หลอดปิงปอง (GLS) หลอดตะเกียบ หรือ หลอด Compact Fluorescent เลข GU4 ใช้กับกับ หลอดฮาโลเจน ( MR11) และเลข G23 ใช้กับ หลอดตะเกียบแบบขั้วเขี้ยว(TC)

3. ดูขนาดโคม

          ขนาดความสูงดวงโคมไฟ ต้องเลือกให้พอดีกับพื้นที่ติดตั้งใต้ฝ้าเพดาน และต้องเหลือพอให้มีช่องว่าง เพื่อระบายความร้อน ซึ่งควรเว้นระยะอีกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร หรือโดยดูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในโคมไฟ ไม่ให้เล็กกว่าขนาดหลอดไฟ

4. ผิวสะท้อนภายในโคม

          ผิวสะท้อนด้านในของโคมไฟดาวน์ไลท์ มีลักษณะแตกต่างกันไปตามประเภทที่จะใช้งาน แบ่งออกเป็น 3 แบบในการสะท้อนแสงไฟออกมา

  • Clear Anodized จะเป็นผิวแบบเรียบมันวาว ให้แสงสว่างเต็มที่

ดาวน์ไลท์แบบ Clear Anodized

  • Beehive Facet จะเป็นพื้นผิวมันแต่มีมุมหักเหแสง ให้แสงที่เจิดจ้าเป็นประกาย เหมาะกับการส่องเน้นเฉพาะจุด

ไฟดาวน์ไลท์ Beehive Facet

  • Sand Blast & Line Facet จะเป็นผิวเหลี่ยมมีมุมหักเหแสง พื้นผิวพ่นทราย ให้แสงที่เป็นประกาย และนุ่มนวลสบายตา

ไฟดาวน์ไลท์ Sand Blast & Line Facet

5. รัศมีส่องสว่างดูได้จากข้างกล่อง

          ที่ข้างกล่องจะแสดงเป็นกราฟแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างความกว้างของรัศมีแสง กับความสูงของดวงโคม จะช่วยในการกำหนดระยะห่างของดวงโคมกับพื้นที่ใช้งานจริง เพื่อให้ได้ความสว่างที่พอเหมาะ โดยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของแสงส่อง จะเป็นตัวกำหนดตำแหน่ง จำนวนหลอดไฟ และตำแหน่งความสูงของไฟดาวน์ไลท์

ไฟดาวน์ไลท์มีกี่แบบ

          ปัจจุบันโคมไฟดาวน์ไลท์จะมีอยู่ 4 แบบ ที่ได้รับความนิยมติดตั้งใช้งานกันโดยทั่วไป เรามีวิธีเลือกไฟตามลักษณะการติดตั้งเพื่อใช้งานได้ ดังนี้

1. แบบฝังใต้ฝ้า Recessed Downlight

ไฟดาวน์ไลท์ Recessed Downlight

          เป็นแบบที่นิยมใช้งานมากที่สุด เพราะดูสวยงามกลมกลืนไปกับฝ้าเพดาน นิยมใช้ทั้งในบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม ร้านอาหาร หรือโรงแรม ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังใต้ฝ้า ส่วนของโคมจะฝังอยู่ใต้ผ้าทั้งหมด เราจะเห็นเฉพาะส่วนหน้าที่เป็นโคมไฟแนบเสมอกับแผ่นฝ้าเพดาน

2. แบบติดลอย Surface Downlight

ไฟดาวน์ไลท์  Surface Downlight

          จะมีรูปแบบเป็นทรงกระบอก เหมาะสำหรับติดตั้งในบ้านที่ไม่มีฝ้า เมื่อเราติดตั้งเสร็จแล้วก็จะสามารถมองเห็นไฟได้อย่างชัดเจน เรียกว่าใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้ด้วยเหมือนกัน

3. แบบแขวน Pendant Luminaire

ไฟดาวน์ไลท์  Pendant Luminaire

          เป็นแบบที่มีดีไซน์สวยงามหลากหลาย ลักษณะการติดตั้งจะมีสายห้อยลงมาจากฝ้าเพดาน จะมีความโดดเด่นมาก ไฟดาวน์ไลท์แบบนี้สามารถให้แสงสว่างแล้ว ยังให้ความสวยงามเป็นของตกแต่งได้อีกชิ้นหนึ่ง

4. แบบฝังกึ่งลอย Semi Recessed Downlight

ไฟดาวน์ไลท์  Semi Recessed Downlight

          เป็นแบบที่มีลักษณะฝังอยู่บนฝ้าเพดาน และมีส่วนที่โผล่เลยออกมา ข้อดีคือช่วยลดพื้นที่ใต้ฝ้า ไฟดาวน์ไลท์แบบนี้เหมาะสำหรับการทำให้พื้นที่ฝ้าเพดานมีลูกเล่นมากขึ้น เพิ่มความสวยงามแปลกตา สวยเก๋ ได้อีกแบบ

การติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ให้ถูกตำแหน่ง

          การติดตั้งไฟประเภทนี้ให้ได้ตามหลักมาตรฐาน เริ่มต้นด้วยการคำนวณความสูงของฝ้าเพดาน ที่ประมาณ 2.5 เมตรขึ้นไป โดยมีรายละเอียดเรื่องระยะห่างในการติดตั้ง ดังนี้ 

  • สำหรับห้องทำงาน ควรติดตั้งให้มีระยะห่างในแต่ละดวงประมาณ 0.8 เมตร
  • สำหรับห้องนั่งเล่น ควรติดตั้งให้มีระยะห่างในแต่ละดวงประมาณ 1 เมตร 
  • สำหรับห้องนอน ควรติดตั้งให้มีระยะห่างในแต่ละดวงประมาณ 1.5 เมตร

          ทั้งนี้ การติดตั้งไฟประเภทนี้ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบดีไซน์เป็นหลักด้วย รวมถึงการใช้ประกอบกับโคมไฟ ก็ต้องเลือกขนาดหลอดไฟที่มีขนาดและจำนวนวัตต์ที่พอเหมาะกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ และการจับคู่ระหว่างโคมไฟกับหลอดไฟก็ต้องคำนึงถึงความสวยงาม เช่น หลอดไฟไม่ควรโผล่ออกมาด้านนอกโคม ซึ่งนอกจากจะไม่สวยแล้ว ยังทำให้ไฟสว่างจ้ามากเกินไป ทำให้แสบตาหรือแยงตาเราได้ หรือการเลือกใช้หลอดประหยัดไฟ เพื่อช่วยระบายความร้อนในโคมไฟ หรือในบริเวณห้อง ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งาน รวมทั้งประหยัดค่าไฟฟ้าไปได้อีกทางหนึ่งด้วย

การจัดประเภทไฟดาวน์ไลท์ตามหลอดไฟ

          เนื่องจากไฟดาวน์ไลท์มีอยู่หลายแบบ มีหลายขนาด หลายแบบ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และมีลูกเล่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น ปรับองศาของแสงได้ ให้แสงแบบทั่วไป หรือให้แสงแบบส่องเน้นวัตถุในมุมแคบ ๆ และมีทั้งวัสดุที่ผลิตจากเหล็ก อลูมิเนียม ฯลฯ จึงมีการจัดประเภทออกมาเป็นตามลักษณะของหลอดไฟ เพื่อให้เราได้เลือกว่าควรใช้ไฟประเภทนี้ แบบไหนดี ดังนี้

1. ประเภทที่สามารถเปลี่ยนหลอดได้ หรือ Downlight Retrofit

ไฟดาวน์ไลท์ Downlight Retrofit

           ใช้ได้ทั้งหลอดแบบเกลียว หรือขั้วเสียบ หรือขั้วแบบอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่ม Retrofit ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป หรือตามห้างสรรพสินค้า แต่ไฟประเภทนี้ก็มีข้อเสียคือยุ่งยากในการเปลี่ยนหลอด กรณีที่ติดตั้งไว้ในที่สูง หรือติดตั้งในพื้นที่ไม่เรียบ และที่สำคัญคือหลอดไฟมีอายุสั้นทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ 

2. ประเภทมีเม็ดหลอด LED ภายใน และเชื่อมกับไฟดาวน์ไลท์เป็นชิ้นเดียวกัน หรือ Downlight LED Build-in

ไฟดาวน์ไลท์  Downlight LED Build-in

          จะมีแผงระบายความร้อนขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง แต่เมื่อเสียจะไม่สามารถเปลี่ยนหลอดได้ ต้องทิ้งแล้วซื้อมาเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดเท่านั้น แต่ไฟดาวน์ไลท์ประเภทนี้ ก็มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ประมาณ 30,000-50,000 ชั่วโมง ขนาดโคมมีขนาดเล็ก แต่ให้แสงสว่างได้มาก กินไฟน้อย ประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟ สิ่งที่ต้องคำนึงถึง และจำให้ได้คือ หากเราเลือกใช้ไฟชนิดนี้ ต้องจำร้านที่เราซื้อเอาไว้ เพราะแต่ละร้านจะไม่เหมือนกัน หรือต้องมีชุดหลอดไฟสำรองเก็บไว้ ไฟดาวน์ไลท์ Downlight LED Build-in ยังไม่นิยมใช้งานกับฝ้าเพดานมากนัก ส่วนใหญ่จะใช้กับตู้โชว์ เคาน์เตอร์ ตู้กระจก ชั้นวางสินค้า ฯลฯ

3. ประเภท Downlight Replaceable LED Module 

ไฟดาวน์ไลท์  Downlight Replaceable LED Module

          เป็นการนำข้อดีของไฟดาวน์ไลท์ Downlight Retrofit และ Downlight LED Build-in ทั้งสองแบบมารวมกันเพื่อเสริมจุดบอด มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยจะมี 2 ส่วน คือ หน้าโคมและหลอด LED ที่สามารถถอดประกอบกันได้ หากหลอดเก่าหรือหลอดเสียก็สามารถถอดหลอดเปลี่ยนได้ โดยยังใช้หน้าโคมเดิม แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือต้องจำร้านที่ซื้อไว้ เพราะเมื่อเสียต้องเปลี่ยนหลอดใหม่ ต้องไปที่ร้านเดิมเท่านั้น เพราะยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลาย

          หลอดไฟนอกจากเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการส่องสว่างเพื่อการมองเห็น เพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้าน หรือที่พักอาศัยแล้ว ยังเป็นเหมือนอุปกรณ์ตกแต่งบ้านไปในตัวด้วย ปัจจุบันนี้ไฟดาวน์ไลท์ได้มีการพัฒนารูปแบบและการดีไซน์ออกมาสวยงามน่าใช้เป็นอย่างมาก มีทั้งแบบคลาสสิค และสไตล์โมเดิร์นทันสมัย ที่นอกจากจะให้แสงสว่างได้ดี ไม่แพ้หลอดไฟแบบเดิม ๆ แล้ว ยังมีหลอดไฟหลากหลายแบบให้เลือกใช้งาน แถมยังช่วยประหยัดค่าไฟได้มากอีกด้วย ส่วนจะเลือกใช้ไฟประเภทนี้ แบบไหนดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก เพราะไฟบางประเภท อาจจะยังมีความยุ่งยากในการติดตั้งอยู่บ้าง ดังนั้นวิธีเลือกไฟประเภทนี้จึงต้องพิจารณาศึกษาข้อมูล และปัจจัยต่าง ๆ ประกอบกันไป แต่หากคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนหลอดไฟใหม่แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำไฟดาวน์ไลท์หลอดไฟทางเลือกใหม่ สวยงาม คุ้มค่า และประหยัดไฟ นอกเหนือจากเรื่องไฟดาวน์ไลท์แล้ว เรายังมีบทความเกี่ยวกับไอเดียตกแต่งคอนโด และบ้านให้เพื่อน ๆ ได้อัพเดทไอเดียกันอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังมีบทความให้คำแนะนำเกี่ยวกับการอยู่อาศัย ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านประกอบการตัดสินใจกันทุกวัน อย่าลืมมาอัพเดทเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯกับเรานะ แล้วพนกันใหม่พบความหน้าค่ะ