logo

          สำหรับต้นไม้ประดับมีประโยชน์ทั้งการตกแต่งบ้านและช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้มีความสะอาดมากขึ้น พร้อมสร้างความรู้สึกที่ดี ให้ความสดชื่น และทำให้ทุกคนภายในบ้านสัมผัสได้ถึงความสวยงามของทั้งใบและดอกที่ผลิตบาน เหมาะสำหรับการตั้งบนโต๊ะทำงาน ดังนั้นจึงสามารถตั้งประดับได้ทั้งภายในบ้านและภายในออฟฟิศ สำหรับประเทศไทยแล้วเริ่มนิยมนำต้นไม้ประดับมาตั้งเพื่อตกแต่งห้องต่าง ๆ ภายในบ้านและโต๊ะทำงานกันมากขึ้น ดังนั้นจึงขอแนะนำ 20 สายพันธุ์ต้นไม้ประดับสำหรับการตกแต่งที่ปลูกง่าย เป็นสายอึด ดูแลไม่ต้องมากก็เติบโตได้อย่างแข็งแรงในทุกสภาพอากาศ ดังต่อไปนี้

แนะนำต้นไม้ประดับ 20 สายพันธุ์ คนรักธรรมชาติ ต้องรีบไปหามาปลูก !

          จะว่าไปต้นไม้ประดับได้กลายมาเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับคนรักธรรมชาติ หรือผู้ที่ต้องการสร้างความสดชื่นแบบง่าย ๆ ด้วยต้นไม้ใบเขียวขจีและดอกไม้สีสันสดใสภายในบ้าน พร้อมการนำใส่กระถางเพื่อตั้งตกแต่งบนโต๊ะทำงาน สร้างความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้มองและให้ประโยชน์ด้วยการฟอกอากาศจากสารเคมีที่อาจปนเปื้อนอยู่ภายในบ้านอีกด้วย ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ สนใจจะปลูกต้นไม้ประดับ ขอแนะนำ 20 สายพันธุ์เด่นที่ให้ทั้งประโยชน์, ความสวยงาม และการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก บางสายพันธุ์รดน้ำแค่เดือนละครั้งก็อยู่ได้ยาวเป็นเดือน ดังต่อไปนี้

. . . . . . . . . .

1. ยางอินเดีย 

          นอกจากมอนสเตล่าที่ปัจจุบันต่างหามาปลูกกันแล้ว ยังมี “ยางอินเดีย” ใบสีดำขลับและเงางามคือเสน่ห์ ต้นไม้ประดับที่ไม่ได้มีแค่ความเขียวขจีและคมเข้มเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์เรื่องการดูดซับสารพิษภายในบ้านเรือนและอาคารได้เป็นอย่างดีที่หามาปลูกกันยกใหญ่ โดยต้นยางอินเดียมีชื่อสากลว่า Rubber Plant เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แต่เมื่อนำมาลงกระถางก็จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นไม้ในร่มสำหรับตกแต่งบ้านได้ด้วยเช่นกัน ถ้าต้องการปลูกไว้ภายในบ้าน เพียงแค่นำต้นยางอินเดียมาไว้ตรงจุดที่แสงแดดรำไรประมาณ 3 - 5 ชั่วโมง เลือกใช้เป็นดินโปร่งที่รวนซุยและนาน ๆ รดน้ำครั้งก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องการให้ต้นยางอินเดียมีใบที่สวยและเงางามกว่าเดิมให้สังเกตดูที่ดิน เมื่อเห็นว่าดินเริ่มแห้งแล้วให้รดน้ำได้เลย สามารถนำออกมารับแสงแดดแบบเต็ม ๆ นอกบ้านได้ เพราะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ชอบแสงแดดจัด อยู่กับความร้อนได้ดี คุณสมบัติอันโดดเด่นเหล่านี้เองที่ทำให้ต้นยางอินเดียกลายเป็นต้นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน

ยางอินเดีย

. . . . . . . . . .

2. หมากเหลือง

          ถ้าเพื่อน ๆ ชื่นชอบต้นไม้ประดับขนาดกลางที่สามารถปลูกได้ทั้งสวนหน้าบ้านและการลงกระถาง เพื่อเป็นไม้ตกแต่งพร้อมให้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน หมากเหลืองหรือ Yellow Palm เป็นหนึ่งในตระกูลต้นปาล์มที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี จุดเด่น คือ ใบสีเหลืองออกเขียวที่ทำให้ถูกเรียกว่าหมากเหลือง เมื่อนำมาใส่กระถางเพื่อประดับภายในบ้าน ลำต้นจะไม่สูงมากและจะให้อายุที่ค่อนข้างยืนยาว มีจุดกำเนิดมาจากประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น จึงทำให้สามารถทนทานได้ต่อทุกสภาพอากาศ ถ้าเลือกปลูกนอกบ้านเป็นไม้ประดับกลางแจ้งจะเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาและความสดชื่น พร้อมสร้างสีสันเหลือง-เขียวให้กับสวนได้อย่างโดดเด่น

          การดูแลรักษาไม้ประดับอย่างหมากเหลืองถือว่าทำได้ง่าย เพราะมีจุดกำเนิดมาจากหมู่เกาะมาดากัสการ์ที่มีอากาศร้อนชื้นและสภาพอากาศที่ค่อนข้างโหดร้ายมาอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยครั้ง เพียงแค่เลือกใช้ดินร่วนซุยผสมผสานกับปุ๋ยเล็กน้อย เท่านี้ก็สามารถทำให้ต้นหมากเหลืองเติบโตได้อย่างสวยงามและไม่จำเป็นต้องดูแลมากมายนัก ส่วนการรดน้ำรดเพียง 1 ครั้งจะอยู่ได้นานถึง 7 วันเลยทีเดียว

หมากเหลือง

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

3. ลิ้นมังกร

          มาถึงต้นไม้ประดับอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความแปลกบนความสวยงาม มาพร้อมประโยชน์ที่มอบให้กับมนุษย์อย่าง “ลิ้นมังกร” มีลักษณะเป็นใบเรียวแหลมและชูขึ้นด้านบน เป็นไม้ที่ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือตัดใบเป็นท่อนแล้วทำการปักชำเพื่อเสียบลงดินได้เลย เจริญเติบโตได้รวดเร็วและง่ายต่อการดูแล เนื่องจากการเป็นไม้ประดับเมืองร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและแอฟริกา จึงสามารถอยู่กลางแดดที่มีความร้อนจัดได้ ลำต้นจะขึ้นแบบตั้งตรงและสูงได้ประมาณ 1 เมตร จึงถือเป็นต้นไม้ทรงสูงที่นำมาปลูกประดับอย่างเมืองร้อนบ้านเรา

          ซึ่งลำต้นจะมีลักษณะคล้ายลิ้นจึงถูกเรียกว่าลิ้นมังกร สามารถแตกยอดออกเป็นหลายสายพันธุ์ เช่น ลิ้นมังกรยาว, ลิ้นมังกรลาย, ลิ้นมังกรแคระ และในบางสายพันธุ์ถูกเรียกว่าหอกพระอินทร์อีกด้วย โดยเป็นทั้งไม้ประดับในร่มและไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะป้องกันภัยคนในบ้านได้ ทั้งยังสามารถปลูกเพื่อเป็นไม้กลางแจ้งในสวนได้อย่างเหมาะสม การดูแลรักษาเพียงแค่ใส่กระถางแล้วตั้งอยู่ในจุดที่โดนแสงแดด เลือกใช้เป็นดินร่วนซุยผสมปุ๋ยคอกและใบไม้ผุอีกเล็กน้อย ส่วนการรดน้ำนั้น จะรดภายใน 7 หรือ 14 วันก็ได้ทั้งหมด เพราะเป็นต้นไม้ประดับที่ค่อนข้างอึดและทนทานสูง

ลิ้นมังกร

. . . . . . . . . .

4. เดหลี

          ถ้าเพื่อน ๆ ชอบการปลูกต้นไม้ประดับแบบไม้ดอกที่มีความสวยแปลกตา ขอแนะนำต้นเดหลีที่จะโชว์ช่อดอกสีขาวสวยสะอาด ให้กลิ่นหอมชื่นใจจากดอกเดหลีที่เหมาะสมต่อการตั้งไว้ภายในห้องรับแขก เพื่อการสร้างความสดชื่นและกลิ่นหอมจากธรรมชาติ จนทำให้ผู้มาเยี่ยมเยือนรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้สัมผัสกับกลิ่นของดอกเดหลี นอกจากนี้ยังให้กลิ่นหอมที่ยาวนานถึง 10 วัน

          สำหรับการปลูกนั้นถือว่าไม่ยุ่งยากเช่นกัน เพียงแค่ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยอินทรีย์และใส่แกลบดำหรือขุยมะพร้าวลงไปอีกเล็กน้อย ตั้งตรงจุดที่มีแสงแดดรำไร เพียงเท่านี้ต้นไม้ประดับอย่างเดหลีจะเติบโตอย่างสวยงามและแตกหน่อรวดเร็ว สำหรับผู้ที่บ้านอาจจะมีจุดรับแสงแดดน้อยก็สามารถปลูกเดหลีได้ เพราะเป็นไม้ประดับที่ทนต่อความชื้นสูง พร้อมการเป็นไม้ประดับในร่มที่ปลูกบนกระถางได้อย่างเหมาะสมและปลูกไว้กลางแจ้งภายในสวนได้ดี การรดน้ำทำเพียงแค่ 2 วันต่อ 1 ครั้ง และใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ก็จะเติบโตได้อย่างสวยงามเลยทีเดียว

เดหลี

. . . . . . . . . .

5. ไทรใบเล็ก

          ถ้าพูดถึงต้นไทรใครหลาย ๆ คนอาจจะคิดถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีรากแข็งแกร่ง แต่ในปัจจุบันต้นไทรถูกปรับให้กลายมาเป็นต้นไม้ประดับที่ถูกเรียกว่า “ไทรใบเล็ก” ต้องบอกว่าไม่เหมือนกับต้นไทรใบสักนะ ต่างกันที่ไทรใบเล็กเป็นไม้พุ่มขนาดกลางเท่านั้น ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มไม้ประดับตระกูลเดียวกับ “ยางอินเดีย” เมื่อนำมาใส่กระถางแล้วปลูกภายในบ้านเรือนหรืออาคารจะกลายเป็นเพียงแค่ต้นไม้ขนาดกลางที่มีใบเล็กและเรียวแหลม ให้ใบออกสีเขียวเข้ม เป็นหนึ่งในไม้ประดับกลางแจ้งและในร่มที่มีความอึด ทนทานสูง เพราะเติบโตมาในพื้นที่ร้อนชื้นและแห้งแล้ง

          นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ประดับสายพันธุ์ตรงของประเทศไทยที่ทนทานต่ออุณหภูมิความร้อนได้ถึง 24 องศาเซลเซียส สำหรับการใส่กระถางเพื่อปลูกเป็นภายในบ้านควรรดน้ำเพียงแค่สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง ใช้เป็นดินร่วนผสมทรายหยาบ 2 : 1 และใส่ปุ๋ยหมักกับปุ๋ยคอกเพียงแค่อย่างละ 1 ส่วน จากนั้นก็ปล่อยให้ไทรใบเล็กเติบโตได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าเป็นการปลูกไว้ภายในห้องแอร์หรือจุดที่มีความร้อน ใช้เพียงแค่การฉีดน้ำให้พ่นออกเป็นละอองตามใบก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ไทรใบเล็ก

ภาพจาก : ชุมชนคนรักษ์พรรณไม้

. . . . . . . . . .

6. เบญจมาศ

          ดอกเบญจมาศเป็นต้นไม้ประดับที่ให้ความสวยงามด้วยสีสันของดอกหลากหลายสี เป็นไม้เศรษฐกิจที่มียอดการส่งออกสูงติดอันดับโลก เพราะมีสีสันของดอกที่นำไปปลูกแล้วผสมสีให้ออกมาได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้เบญจมาศกลายเป็นต้นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมสูงจากหลากหลายประเทศทั่วโลก มีถิ่นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน พร้อมการแตกออกเป็นหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ดอกขนาดกลางที่อยู่ในวงศ์เดียวกับดอกเก๊กฮวย

          วิธีการเลี้ยงดูง่ายดาย เพราะเพียงแค่ใช้เมล็ดหรือใช้การปักชำลงในกระถางเพื่อการปลูกเป็นไม้ประดับในร่มแล้วรดน้ำเพียงเล็กน้อยก็จะเติบโตได้เป็นอย่างดี นำไปวางไว้ภายในห้องแอร์ที่มีความชื้นได้เหมาะสม โดยไม่ปล่อยความชื้นออกมาให้เกิดการระคายเคืองต่อมนุษย์อย่างแน่นอน เมื่อปลูกภายในกระถางให้เพิ่มขุยมะพร้าวและปุ๋ยลงไปเล็กน้อย จากนั้นรดน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ถ้าเป็นการปลูกสำหรับการปลูกกลางแจ้งให้ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยอินทรีย์และปลูกตรงจุดที่มีแสงแดดรำไร เท่านี้ก็ทำให้ดอกออกอย่างสวยงาม

เบญจมาศ

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

7. บอสตันเฟิร์น

          หนึ่งในต้นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมสูง สามารถปลูกได้ภายในกระถางแบบตั้งพื้นและกระถางแบบห้อยอย่างสวยงาม ใบมีสีเขียวสดและเป็นพืชที่ชอบความชื้นสูง ปลูกในร่มได้อย่างไม่มีปัญหา นิยมปลูกในบ้านเรือนเพื่อเป็นการตกแต่งบ้าน คือ บอสตันเฟิร์น มีลักษณะใบเล็กบนก้านแข็งที่จะโค้งงอตัวห้อยลงมาด้านล่าง จึงเหมาะกับการใส่กระถางแล้วแขวนเพื่อสร้างความสดชื่นและความสวยงามมากที่สุด สามารถรดน้ำได้ทุกวันหรือใช้เป็นสเปรย์ฉีดพ่นละอองน้ำที่ใบก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับบอสตันเฟิร์นได้เป็นอย่างดี

          แต่ถ้าต้องการปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งก็ทนทานความร้อนได้ถึง 24 องศาเซลเซียส โดยให้หมั่นพรวนดินและรดน้ำ แต่ไม่จำเป็นต้องรดให้ชุ่มมากเกินไปและแม้ว่าจะเป็นต้นไม้ประดับที่รักน้ำอีกหนึ่งต้นไม้ดูดความชื้น ทนทานดี เติบโตได้เร็วเพียงแยกกอก็สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ทนต่อความร้อนได้ แค่รดน้ำหรือฉีดพ่นที่ใบสม่ำเสมอก็จะเติบโตอย่างสวยงามและให้ประโยชน์เต็มที่

บอสตันเฟิร์น

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

8. เสน่ห์จันทร์แดง

          ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ชื่นชอบตระกูลว่านต้องไม่พลาด “เสน่ห์จันทร์แดง” เป็นหนึ่งในต้นไม้ประดับเพื่อการเสริมโชค มีการแตกยอดเป็นว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ให้ใบที่มีความสวยงามด้วยรูปทรงที่คล้ายกับใบบอน แต่จะมีลักษณะเป็นรูปหัวใจที่ชัดเจน มีใบทั้งขนาดเล็กและใหญ่ เติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้น ดูแลรักษาได้ง่าย

          สำหรับการขยายพันธุ์สามารถแยกหน่อออกมาแล้วปักชำลงดินได้เลย ไม้ประดับอย่างเสน่ห์จันทร์แดงจะมีก้านออกสีแดงเข้มและใบสีเขียวสด โดยใบจะสามารถกว้างได้ถึง 15 เซนติเมตร และยาว 20 เซนติเมตร สำหรับการปลูกนั้นเพียงแค่ใส่กระถางเป็นไม้ประดับในร่มที่มีแสงแดดรำไร ใช้เป็นดินร่วนซุยผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยมะพร้าวหรือแกลบดำ 2 : 1 : 1 ส่วน และรดน้ำเพียงแค่วันละ 1 ครั้ง ก็จะสามารถยืนต้นสวยได้อย่างยาวนาน แต่จะไม่เหมาะต่อการปลูกกลางแจ้งเพราะถ้าโดนแสงแดดกับอากาศร้อนจัดจะเหี่ยวเฉาได้ง่ายมาก

เสน่ห์จันทร์แดง

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

 

9. ว่านหางจระเข้

          สำหรับว่านหางจระเข้เป็นต้นไม้ประดับที่ให้ความสวยงามแบบแปลกตา ไม่ว่าจะปลูกเป็นในร่มหรือกลางแจ้งย่อมให้ประโยชน์ที่ดีเสมอ ว่านหางจระเข้จะมีความแปลกตาด้วยใบเรียวแหลมและมีหนามด้านข้างของใบ เป็นพืชที่อิ่มไปด้วยน้ำอยู่ภายในใบอย่างชัดเจน ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของตระกูล Lilium ขึ้นได้ดีในอากาศร้อนชื้น เพราะมีแหล่งกำเนิดมาจากคาบสมุทรทางอาหรับ โดยสามารถแตกสายพันธุ์ออกได้ถึง 300 สายพันธุ์เลยทีเดียว ทั้งยังสามารถออกดอกที่ให้สีสันทั้งสีแดง สีขาว และสีเหลืองอย่างสวยงาม

          สำหรับการปลูกนั้น หากปลูกเป็นไม้ประดับในร่มจะดูแลได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้ดินทรายผสมปุ๋ยเล็กน้อย พร้อมการรดน้ำเพียงแค่วันละ 1 ครั้ง หรือ 2 วันครั้ง ก็จะเจริญเติบโตอย่างสวยงาม มีประโยชน์ต่อมนุษย์ในหลากหลายด้านจึงปลูกได้ทุกที่ภายในบ้านเรือน

ว่านหางจระเข้

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

10. สิบสองปันนา

          ถ้าเพื่อน ๆ ชื่นชอบการปลูกต้นไม้ประดับอย่าง “ต้นปาล์ม” ที่สามารถใส่กระถางแล้วกลายเป็นไม้ประดับสำหรับตกแต่งบ้านและปลูกกลางแจ้งในสวนได้ ให้ความเขียวชอุ่มและความสดชื่นด้วยใบสีเขียวเข้ม ขอแนะนำ “ปาล์มสิบสองปันนา” ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ปลูกต้นไม้ประดับภายในบ้านเป็นอย่างมาก เพราะแม้จะมีต้นใหญ่แบบลำต้นเดี่ยวที่สูงได้ถึง 2 เมตร แต่เมื่อนำมาใส่ในกระถางแล้วจะกลายเป็นไม้ประดับภายในอาคารที่มีต้นขนาดกลางและเติบโตออกมาเป็นใบสีเขียวสวย จึงเป็นไม้ประดับที่มองได้อย่างสบายตา

          สำหรับการดูแลถือว่าไม่ยุ่งยาก เพราะเป็นทั้งไม้ในร่มและไม้ประดับกลางแจ้งที่ทนทานต่อแสงแดดได้ดี ทั้งยังไม่ต้องการน้ำมาก เพียงแค่ใช้ดินร่วนซุยผสมปุ๋ยอินทรีย์ในอัตราส่วน 1 : 1 และใส่ทรายลงไป 2 ส่วน เพิ่มปุ๋ยอีกเล็กน้อย เท่านี้ก็สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน สำหรับการใส่ปุ๋ยนั้นให้ใส่เพียงแค่ปีละ 2 ครั้ง

สิบสองปันนา

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

11. กุหลาบหิน 

          เสน่ห์ของกุหลาบหิน คือ ใบและดอกที่อิ่มไปด้วยน้ำ เมื่อออกดอกแล้วจะมีสีสันที่สวยงามและกระจายอยู่เต็มต้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการต้นไม้ประดับสำหรับการสร้างความสดใสบนโต๊ะทำงาน นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์ที่ใบขึ้นซ้อนกันจนมีลักษณะคล้ายกับดอกกุหลาบ สร้างความรู้สึกแปลกตาที่ทำให้ใครหลายคนชื่นชอบ สำหรับการดูแลนั้นถือว่าง่ายดาย เพราะเป็นไม้ประดับที่มีความทนทานสูง ปลูกได้ทั้งการเป็นไม้ประดับในร่มที่ไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ไม่ต้องพิถีพิถันในการดูแล ใช้เพียงแค่ดินร่วนและทรายหยาบปริมาณ 2:1 ใส่ปุ๋ยอีกเล็กน้อยก็พร้อมออกดอกได้สวยงาม 

          ส่วนการปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งทำได้ด้วยการวางไว้ตรงจุดที่มีแสงแดดส่องถึงแล้วรดน้ำเพียงแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกทั้งสายพันธุ์ชอบแดด, สายพันธุ์ไม่ชอบแดดแรง และสายพันธุ์ที่มีดอกกับไม่มีดอก ดังนั้นเพื่อน ๆ จึงควรเลือกต้นไม้ประดับอย่างกุหลาบหินมาปลูกลงในกระถางต้นไม้ใบเก๋ก็ทำให้มุมห้องน่ารักขึ้นมากแล้ว

กุหลาบหิน

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

12. บิโกเนียใบมัน

          บิโกเนียใบมันเป็นต้นไม้ประดับที่ถือกำเนิดมาจากประเทศทางแถบอเมริกาและโซนเอเชีย โดดเด่นด้วยดอกที่มีทั้งสีส้ม, สีขาว, สีชมพู และสีแดง จะเป็นไม้ประดับขนาดเล็กที่สามารถปลูกภายในกระถางได้อย่างสวยงาม โดยทั้งดอกและใบจะมีขนาดเล็ก ดอกจะขึ้นเป็นรูปหัวใจ ส่วนใบจะเป็นขนกำมะหยี่ที่สัมผัสแล้วนุ่มมือ การดูแลเมื่อปลูกเป็นไม้ประดับในร่มเป็นไปอย่างง่ายดายเพียงแค่ตั้งตรงจุดที่มีแสงแดดพอประมาณในอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และรดน้ำเล็กน้อยเพียงแค่ 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง ใช้วิธีการรดปุ๋ยผ่านทางใบ เพียงเท่านี้ต้นบิโกเนียใบมันก็สามารถอยู่ได้อย่างสดใส

          นอกจากนี้ บิโกเนียใบมันยังมีคุณประโยชน์ในด้านการเป็นต้นไม้ประดับที่ดูดซับสารเคมี และมลพิษภายในอากาศได้อย่างดีเยี่ยม สีสันของดอกจะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและความสุขในการมองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับกลางแจ้งได้ แต่ควรปลูกในจุดที่แสงแดดส่องถึงน้อยหรือภายในเรือนเพาะชำและไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยครั้ง เพราะอาจทำให้รากเน่าและติดเชื้อราได้ง่าย

บิโกเนียใบมัน

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

13. คล้า

          คล้ากลายมาเป็นหนึ่งในต้นไม้ประดับที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพราะการแตกยอดของสายพันธุ์ที่มีความสวยงามแปลกตา ซึ่งในวงศ์ของสายพันธุ์ที่แตกออกมานั้นจะมีลวดลายบนใบและสีสันที่แทบจะต่างกันโดยสิ้นเชิง มีตั้งแต่สีเขียวออกดำคลับคล้ายกับต้นยางอินเดีย, สีเขียวเข้มสดชื่น, สีเขียวตัดเส้นแดง และสีแบบลายเสือหรือม้าลาย ที่เมื่อนำมาเป็นต้นไม้วางประดับบ้านแล้วช่วยทำให้เกิดความสดใสมากขึ้น

          สำหรับสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมนำมาปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับในร่ม คือ คล้านกยูงแดง - เขียว, คล้าแววมยุรา, คล้าใบตอง, คล้าโมเสก, คล้ากระต่ายชมจันทร์, คล้าถุงเงิน และคล้าเสือโคร่ง เป็นต้น ความนิยมของคล้านั้นไม่ใช่แค่ความสวยงามของใบและต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการดูแลรักษาที่ค่อนข้างง่าย โดยปลูกในกระถางแล้วจะสูงได้เต็มที่เพียง 14 นิ้ว ใช้เพียงดินร่วน, ปุ๋ยหมัก และแกลบในอัตรา 1:1 เปลี่ยนกระถางเพียงแค่ครั้งละ 1 - 2 ปี เพื่อป้องกันปัญหาดินเสื่อมสภาพและรับแสงแดดได้ตามปกติ พร้อมการรดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง เท่านี้ต้นไม้ประดับอย่างคล้าก็จะสามารถเติบโตได้อย่างสวยงาม

คล้า

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

14. บัวดอย

          มาถึงต้นไม้ประดับที่ถูกยกย่องว่าปลูกง่ายมาก แม้แต่มือใหม่หัดปลูกและไม่ค่อยมีเวลาดูแลก็ปลูกให้สวยได้อย่างไม่น่ากังวล คือ ต้นบัวดอยหรือมีชื่อเรียกว่ารากผู้เฒ่าลืมไม้เท้า จะมีหัวอยู่ใต้ดินและเติบโตขึ้นมาเป็นก้าน มีใบที่ชูขึ้นสูงและปลายใบชี้ขึ้นด้านบน เป็นต้นไม้วางประดับที่ปลูกได้ง่ายทั้งบนพื้นที่อากาศร้อนและอากาศเย็น มีความอึดทนพอสมควร เลี้ยงง่าย เมื่อปลูกเป็นต้นไม้ตกแต่งภายในบ้านแล้วจะวางได้ทุกที่ เติบโตช้า จึงมีต้นที่ไม่สูงมากจนเกินไป แต่ถ้าปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งจะสามารถเติบโตจนสูงพอสมควร จะให้ร่มเงาและความสดชื่นที่ดีเลยทีเดียว

บัวดอย

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

15. แก้วกาญจนา

          สำหรับต้นไม้ประดับอย่างแก้วกาญจนาถูกจัดให้เป็นหนึ่งในว่านมงคลที่จะมีวิธีการขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อและปักชำ แล้วเติบโตขึ้นมาเป็นก้านที่มีใบเดี่ยวชูขึ้นสูงเหนือดิน มีความโดดเด่นด้วยใบที่เป็นขอบสีแดงและก้านแดง ส่วนภายในใบจะเป็นสีเขียวออกเหลือง ซึ่งใบนั้นยิ่งมีสีแดงชัดเจนมากเท่าไหร่ราคาก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย

          ส่วนการปลูกนั้นถือว่าไม่ยุ่งยาก เพราะเป็นไม้ประดับในร่มที่ปลูกใส่กระถางแล้วสามารถตั้งไว้ทุกจุดภายในบ้าน ให้สีสันที่สวยสดใส มองแล้วสบายตา ใช้เพียงแค่ดินร่วนผสมกับปุ๋ยเล็กน้อยและรดน้ำเพียงสัปดาห์ 1 - 2 ครั้ง ตั้งไว้ตรงจุดที่มีแสงแดดรำไรก็มีอายุได้ยาวนาน แต่ถ้าต้องการปลูกเป็นต้นไม้ประดับภายในสวนกลางแจ้ง เพื่อน ๆ สามารถปลูกลงดินและให้โดนแดดได้ตามปกติ แต่ไม่ควรโดนแดดแรงมากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ใบไหม้ได้และไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง พร้อมกับพรวนดินเดือนละ 2 - 3 ครั้ง เพื่อทำให้ใบเติบโตเร็วและมีสีสันที่สวยสดใสมากขึ้น

แก้วกาญจนา

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

16. เข็มสามสี

          สำหรับต้นไม้ประดับอย่างเข็มสามสีจะมีลักษณะแปลกตา เพราะจะยืนต้นสูงและมีพุ่มเป็นใบแหลมด้านบน ลักษณะของใบนั้นจะเรียวเล็กคล้ายเข็ม มีสีเขียวและสีแดงผสมผสานกันภายในใบเดียว จึงถูกเรียกว่าเข็มสีหรือ Rainbow Tree จะเป็นต้นไม้ประดับแบบแตกพุ่มที่ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งแล้วจะสูงได้ถึง 2 เมตรเลยทีเดียว แต่เมื่อนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในร่มด้วยการนำลงกระถางจะไม่สูงมาก แต่ใบจะยังคงแตกหน่อและเติบโตตามปกติ

           ส่วนวิธีการดูแลรักษานั้นไม่ยุ่งยาก เพราะเป็นไม้ประดับขนาดกลางที่ดูแลง่าย เพียงแค่ใช้ดินร่วนผสมกับปุ๋ยเล็กน้อยและรดน้ำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง ตั้งกระถางในจุดที่มีแสงแดดส่องถึงก็จะสามารถเติบโตได้ตามปกติ ไม้ประดับประเภทนี้ไม่ควรตัดแต่งเพราะจะทำให้ออกมาไม่สวย ดังนั้นจึงควรปล่อยให้เติบโตตามปกติจะดีที่สุด

เข็มสามสี

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

17. ต้นฟิโลใบหัวใจ

          แม้ว่าฟิโลใบหัวใจจะเป็นต้นไม้ประดับแบบไม้เลื้อย แต่ก็สามารถปลูกไว้ในกระถางได้เช่นกัน จะนิยมปลูกในกระถางแบบห้อยแล้วนำไปไว้ที่ระเบียง, หน้าประตู หรือโซนหน้าบ้าน จะช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี มาพร้อมประโยชน์ที่ดูดซับสารพิษและมลพิษ รวมถึงฝุ่นควันภายในอากาศ นอกจากนี้ยังคายความชื้นได้จึงสร้างความสดชื่นให้กับผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ ส่วนต้นจะเด่นในเรื่องของใบที่เป็นรูปหัวใจ เติบโตได้ดีในที่แสงน้อย ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยครั้ง จึงสามารถห้อยหรือตั้งวางไว้ในจุดอับแสงและภายในห้องแอร์ที่มีอากาศแห้งได้สะดวก

          แม้ต้นฟิโลใบหัวใจจะเป็นต้นไม้ประดับสำหรับตกแต่งบ้านที่ให้ความสดชื่นและสบายตา แต่ก็สามารถปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งได้เช่นกัน สำหรับการใช้ดินนั้นให้เลือกเป็นดินร่วนซุยผสมกับดินร่วนปกติและใส่ปุ๋ยหมักในอัตราส่วน 2 : 1 : 1 เท่านี้ฟิโลใบหัวใจจะเติบโตได้ตามปกติ พร้อมให้ประโยชน์กับผู้ปลูกและทุกคนภายในบ้านอย่างเต็มที่

ต้นฟิโลใบหัวใจ

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

18. สาวน้อยประแป้ง

          สาวน้อยประแป้งเป็นต้นไม้ประดับที่มีความโดดเด่นเรื่องของลายและสีจากใบที่มีความสวยงาม เป็นหนึ่งในตระกูลของว่านที่จะมีหัวอยู่ใต้ดินแล้วเติบโตขึ้นมาเป็นลำต้นทรงกลม จากนั้นจะมีใบแตกออกจากลำต้นสลับกันและที่ใบจะเด่นด้วยลวดลายสีเขียวอ่อนด้านในและขอบของใบจะเป็นสีเขียวเข้ม มาในรูปแบบของพืชเลี้ยงเดี่ยวที่ใบจะกว้างได้ถึง 25 เซนติเมตร และความยาว 60 เซนติเมตรเลยทีเดียว

          สำหรับใบนั้นจะมีขอบเรียบเมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกเรียบเนียน เงางาม จะชูช่อดอกที่มีลักษณะคล้ายกับดอกหน้าวัว เป็นไม้ประดับในร่มที่สามารถดูดซับสารพิษและสารเคมี รวมไปถึงสิ่งสกปรกภายในอากาศได้และเป็นไม้มงคลที่มาพร้อมความเชื่อในการปกป้องคุ้มครองภัย การมอบโชคลาภ แต่ทั้งนี้ไม่ควร ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงภายในบ้านกัดหรือแทะลำต้นและใบของสาวน้อยประแป้งเด็ดขาด เนื่องมาจากทุกส่วนของต้นไม้ประดับสายพันธุ์นี้มีพิษ ดังนั้นถ้าเพื่อน ๆ มีสัตว์เลี้ยงแนะนำให้ปลูกกลางแจ้งในสวนหน้าบ้านจะเหมาะสมที่สุด

สาวน้อยประแป้ง

ภาพจาก : nanagarden.com

. . . . . . . . . .

19. คลาสซูล่า 

          สำหรับต้นไม้ประดับจากต่างประเทศที่มีใบอวบอิ่มเหมือนมีน้ำอยู่ด้านในอย่าง Jade Plants หรือ Crassula Ovata ถือว่าเป็นพืชที่ให้ทั้งความเป็นมงคลและการดูดซับสารเคมีกับมลพิษภายในอากาศ ช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีความชุ่มชื้นและสดชื่นมากขึ้น สำหรับทางความเชื่อแล้ว Jade Plants ถือว่าเป็นพืชแห่งการนำโชคลาภและความสุขความสมบูรณ์มาสู่ผู้เลี้ยง ใบจะออกเป็นสีเขียวเข้มขนาดเล็กและมีดอกที่ออกมาเป็นสีชมพูสวย จึงเหมาะกับการใส่กระถางขนาดเล็กแล้วปลูกไว้บนโต๊ะทำงานหรือวางตกแต่งไว้ตามห้องต่าง ๆ ภายในบ้านก็ให้ความรู้สึกที่ดีไม่แพ้กัน 

          สำหรับการดูแลถือว่าง่าย เพราะถูกจัดให้เป็นต้นไม้ประดับที่มีความอึดสูง ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยครั้งและแยกหน่อออกไปเพื่อปลูกใหม่ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย เลือกใช้เป็นดินสำหรับปลูกต้น Jade Plants ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นดินระบายน้ำได้ดีและผสมกับปุ๋ยเล็กน้อย จากนั้นสามารถปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งหรือตั้งตรงจุดที่แสงรำไรได้ทั้งหมด สามารถอยู่ได้ในฤดูร้อนและฤดูหนาวอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ด้วยอากาศแบบใดก็เติบโตอย่างสวยงาม จึงเหมาะต่อคนที่ไม่มีเวลาดูแลเป็นอย่างมาก

คลาสซูล่า

. . . . . . . . . .

20. เงินไหลมา

          ส่วนต้นไม้ประดับอย่างเงินไหลต้นไม้มงคลเป็นพืชในตระกูลว่านและเป็นไม้เลื้อยแบบเถายาว จะมีลำต้นยาวได้ถึง 20 เมตร โดดเด่นด้วยใบที่แตกออกเป็น 5 แฉก มีสีเขียวปนเหลืองและมีลายเส้นบนใบ พร้อมการออกดอกตรงยอดของลำต้นที่จะมีลักษณะคล้ายกับดอกบอน สามารถปลูกเป็นไม้ประดับในร่มได้อย่างเหมาะสม เมื่อใส่กระถางแล้วลำต้นจะยาวได้ประมาณ 16 นิ้ว เป็นหนึ่งในต้นไม้ประดับที่มีความอึดและทน ไม่ว่าจะปลูกในร่มหรือปลูกกลางแจ้งก็อยู่ได้นานโดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ส่วนการใส่ปุ๋ยและเปลี่ยนกระถางสามารถทำได้ 3 ปีต่อ 1 ครั้ง เลือกใช้เป็นดินร่วนซุยผสมกับปุ๋ยเพียงเล็กน้อยและตั้งไว้ตรงจุดที่มีแสงแดดรำไรหรือจะไว้ตรงจุดอับแสงก็เพียงพอแล้ว

เงินไหลมา

. . . . . . . . . .

          สำหรับผู้ที่สนใจต้นไม้ประดับ แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกสายพันธุ์ใดมาปลูกภายในบ้าน ที่จะให้ประโยชน์หลากหลายและที่สำคัญที่สุดคือปลูกง่าย ให้ความอึดทน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศแบบใดก็ยังคงให้ความสวยงามอยู่เสมอ สามารถเลือกต้นไม้มาประดับจากทั้ง 20 สายพันธุ์ที่กล่าวไว้ภายในบทความนี้ นำไปใส่กระถางปลูกไว้ในบ้านของเพื่อน ๆ ได้เลย และถ้าเพื่อน ๆ ต้องการรู้ว่าไม้ประดับคืออะไร? ก็สามารถทำความเข้าใจจากรายละเอียดภายในบทความไลฟ์สไตล์จาก CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดนี้ได้ด้วยเช่นกัน