logo

ทะเลหมอกหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทุกคน ที่อยากไปสัมผัสความสวยงามตระการตาด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทะเลหมอกฤดูฝนหรือฤดูหนาว ที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน การได้สัมผัสคลื่นหมอกสีขาว ลมหนาวเย็น ๆ นั่งรอคอยพระอาทิตย์โผล่พ้นสายหมอก ชมแสงแรกในยามเช้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาและป่าไม้เขียวขจี บอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่ฟินสุด ๆ จริง ๆ วันนี้เราได้รวบรวมแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยสุด ๆ ติดอันดับยอดนิยมในเมืองไทยมาฝากกัน รับรองได้ว่าแต่ละที่อลังการงานสร้างมาก ๆ ตามเรามาได้เลยกับแนะนำ จุดชมวิวหมอกสวย ๆ เตรียมไปฟินรับหน้าหนาวกันได้เลย อ้อ! แล้วอย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ หมวกกับถุงมืออุ่น ๆ มาด้วยนะ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

. . . . . . . . . .

เรามาทำความรู้จักกับทะเลหมอกกันก่อน

          ก่อนจะไปรีวิวที่เที่ยวทะเลหมอก เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ที่จริงแล้วก็คือหมอกสีขาวที่มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากแล้วลอยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเมฆ มองดูคล้ายกับคลื่นในท้องทะเลที่มีความลดหลั่นไล่เรียงกันไปอย่างสวยงาม จนเป็นที่นิยมเรียกกันว่าทะเลหมอก ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิในอากาศที่เย็นตัวลง และกลายเป็นไอน้ำอย่างรวดเร็ว จนเกิดการอิ่มตัว ส่งผลให้ไอน้ำกลั่นตัวกลายเป็นละอองน้ำขนาดเล็กในบริเวณชั้นบรรยากาศที่ใกล้กับผิวโลก ส่วนที่เกิดสูงขึ้นไปจะเป็นรวมตัวกันเป็นหมอก มีลักษณะคล้ายกับเมฆ เมื่ออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น หรือแสงแรกจากพระอาทิตย์เริ่มขึ้นส่อง หรือมีลมแรง ละอองน้ำที่ว่านี้ก็จะค่อย ๆ กลายไปเป็นไอน้ำ หมอกจึงค่อย ๆ จางหายไป โดยปกติแล้วหมอกจะเกิดขึ้นในช่วงที่สายลมสงบในช่วงฤดูหนาว และจะเกิดตามบริเวณหุบเขาที่มีความชื้นสูง อาจจะเป็นช่วงหลังฝนตกใหม่ ๆ หรือจากความเย็นในฤดูหนาว จะเกิดเป็นหมอกปกคลุมพื้นที่ในหุบเขาต่าง ๆ จนเป็นภาพที่สวยงาม และด้วยความสวยงามอลังการของทะเลหมอก จึงได้กลายเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะไปรอคอยเพื่อชื่นชมความงาม และบันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้นั่นเอง

ควรไปชมความงดงามของทะเลหมอกตอนไหนดี?

          อีกสิ่งที่ต้องรู้กันก่อนคื หมอกไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน ไม่ใช่ว่าฤดูหนาวจะต้องมีหมอกตลอดเวลา เนื่องจากทะเลหมอกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งสภาพภูมิอากาศ ทั้งความชื้น อุณหภูมิ ความกดอากาศ ความเร็วของลม รวมไปถึงปริมาณของเมฆด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดหมอกนั่นเอง ซึ่งเราจะพบหมอกได้ในฤดูฝนมากกว่าฤดูหนาว เพราะในหน้าฝนจะมีความชื้นสูง และมีปัจจัยหลักในการเกิดหมอกมากกว่า หากมีความชื้นสูงแล้วอุณหภูมิไม่ต่ำมากก็สามารถเกิดหมอกได้ และแม้ว่าจะมีปัจจัยที่เอื้อให้เกิดทะเลหมอกมาก ๆ แล้วก็ตาม แต่หากเกิดมีลมพัดแรงขึ้น ก็จะพัดให้หมอกจางหายไปได้ด้วยเช่นกัน หรือหากมีเมฆก็เท่ากับว่าเมฆจะกักเก็บความร้อนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ก็จะทำให้ความชื้นลอยขึ้นไปเสริมให้ชั้นเมฆ ทำให้ความชื้นเบาบางลงไป จนไม่สามารถเกิดทะเลหมอกได้เช่นเดียวกัน

แนะนำจุดชมทะเลหมอกสุดฟิน ดื่มด่ำความประทับใจไม่รู้ลืม

1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ทะเลหมอก ภูชี้ฟ้า

          จุดชมทะเลหมอกยอดนิยมที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ที่แรกที่เราอยากแนะนำ จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก ภูชี้ฟ้า นั่นเองจุดชมภูชี้ฟ้าตั้งอยู่บนยอดเขาดอยผาหม่นพรมแดนไทย-ลาว อยู่ที่อำเภอเทิง ที่เที่ยวเชียงราย ที่ขึ้นชื่อ ชื่อชี้ฟ้ามาจากบริเวณหน้าผามีปลายยอดแหลมเป็นแนวยาวเหมือนเรากำลังชี้ไปยังท้องฟ้า จุดสูงสุดของยอดภูคือบริเวณจุดชมวิวที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200-1,628 เมตร ความงดงามของทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้ามีเสน่ห์มาก ๆ เพราะนอกจากจะได้ชมคลื่นหมอกที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากมายด้วยเช่นกัน ณ จุดนี้เราจะได้เห็นทิวเขาสลับซับซ้อน ทะเลหมอกหนาเป็นชั้น ๆ กับแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ โผล่พ้นจากขอบฟ้าขึ้นมาช้า ๆ บอกได้เลยว่าสวยงามตรึงตาตรึงใจราวกับอยู่บนดินแดนแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว และหากมองภาพกว้างแบบพาโนราม่าก็จะเห็นภาพแม่น้ำโขงที่ไหลคดเคี้ยวเป็นแบ็คกราวด์ มองเห็นฟากฝั่งของประเทศลาวอันงดงามอยู่ตรงหน้าอีกด้วย สภาพแวดล้อมของภูชี้ฟ้าโดยรวมจะมีดอกไม้เมืองหนาวมากมายให้เราได้ชื่นชมด้วย ทั้งดอกชงโคป่าสีขาวที่บานสดใสต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่วนในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม เราก็จะได้เห็นดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูบานสะพรั่ง พลิ้วไปตามสายลมไหวให้ได้ชื่นชมกันอีกด้วย

          ช่วงเวลาที่จะได้ชื่นชมความงามของทะเลหมอกภูชี้ฟ้า ที่สวยที่สุดจะเป็นช่วงกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม ช่วงที่ว่านี้มีโอกาสเห็นวิวหมอกได้เกือบทุกวัน แต่เราจะแยกชัด ๆ ได้ดังนี้ ถ้าเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวคือตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน จะมีโอกาสได้ชมหมอกมากเป็นพิเศษ และยังจะได้สัมผัสกับปรากฎการณ์หมอกไหลบนไหล่เขา หรือ Upslope Fog ที่งดงาม รวมถึงยังมีโอกาสได้เห็นทางช้างเผือกอีกด้วย แต่หากเข้าช่วงหน้าหนาวแบบเต็ม ๆ คือตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนมกราคม ก็จะมีทะเลหมอกให้ชมเช่นกัน แต่ช่วงกลางเดือนมกราคมไปแล้วก็จะเริ่มลดลง และหากเกิดแม่คะนิ้งก็จะเท่ากับว่าเราจะมีโอกาสเห็นหมอกน้อยลงนั่นเอง สำหรับใครที่กำลังคิดจะมาสัมผัสความงามขอหมอกภูชี้ฟ้า เราก็มีที่พักใกล้ภูชี้ฟ้ามาแนะนำกัน โดยจะเน้นความใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด เราจึงเลือกที่พักแบบเป็นเต็นท์กับบ้านพักมาฝาก

CAMP Phuchifa แคมป์ภูชี้ฟ้า 

ที่เที่ยวทะเลหมอก CAMP Phuchifa แคมป์ภูชี้ฟ้า ที่พัก

          ที่พักทะเลหมอกสไตล์แคมปิ้งแอดเวนเจอร์เป็นเต็นท์หรูนอนชิล ๆ ได้ความโรแมนติคเป็นอย่างมาก สามารถตื่นมาดูความสวยงามกันได้แบบโคลสอัพกันเลยทีเดียว พระอาทิตย์มาตกดินถึงหน้าเต็นท์ที่พัก ไม่มีอะไรมาบดบังความงาม ส่วนความสะดวกสบายก็มีมากมาย แบบไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟก็มีบริการ พร้อมชาร์ตแบตมือถือ อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ จำนวนเต็นท์ของแคมป์ภูชี้ฟ้ามีทั้งหมด 14 เต็นท์ มีทั้งแบบพักได้ 2 คน และแบบ 4 คน หากไปเป็นกลุ่มก็สามารถจัดเต็นท์ให้อยู่ติด ๆ กันได้เลย ใครหิวขึ้นมาก็ต้องจัดอาหารที่แทบจะเป็น Signature ของที่นี่ไปแล้ว นั่นคือ หมูกระทะแก้หนาวนั่นเอง ราคาก็พอเหมาะพอควร ได้ล้อมวงปิ้งย่างพร้อมได้ผิงไฟไล่ไอหนาว ทั้งอิ่มทั้งอุ่นพร้อม ๆ กันไป จะมีอะไรสุขใจมากไปกว่านี้ได้อีก นอกจากนั้นแคมป์ภูชี้ฟ้ายังมีรถบริการรับ-ส่งขึ้นไปชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวของภูชี้ฟ้า โดยราคาห้องพักจะรวมอาหารเช้า หมูกระทะชุดเล็กหรือชุดใหญ่ และรถรับส่งไปจุดชมวิว 

ที่เที่ยวทะเลหมอก CAMP Phuchifa แคมป์ภูชี้ฟ้า

  • พิกัด : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย 
  • ราคาที่พัก : เต็นท์ 2 คน ราคา 1,290-1,490 บาท เต็นท์ 3-4 คน ราคา 1,990–2,590 บาท 
  • เบอร์โทรศัพท์ : 084-4861152 

อุกฤษฟาร์มฮิลล์ @ภูชี้ฟ้า 

ที่เที่ยวทะเลหมอกอุกฤษฟาร์มฮิลล์ @ภูชี้ฟ้า

          อีก 1 ที่พักที่มีความเรียบง่าย ที่เราอยากแนะนำเลยก็คืออุกฤษฟาร์มฮิลล์ ที่นี่มีบรรยากาศที่เป็นกันเอง ท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงามมาก ๆ เหมาะกับการดูทะเลหมอกทั้งในฤดูฝนและฤดูหนาว อยู่บนเทือกเขาดอยยาว-ดอยผาหม่น และอยู่ห่างจากอุทยานภูชี้ฟ้าเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ที่อุกฤษฟาร์มฮิลล์ เราสามารถเที่ยวชมความงามของสวนผลไม้เมืองหนาว สูดกลิ่นอายของกาแฟ หรือจะดริฟกาแฟกันกลางดอย เพราะไร่กาแฟของที่นี่ปลูกเองและคั่วเอง มีลานกางเต็นท์สำหรับสายอุปกรณ์แค้มปิ้งให้กางนอนกันแบบชิล ๆ มีแค้มป์รอบกองไฟ ฟังเพลงเบา ๆ รวมทั้งมีกิจกรรมมากมายให้ได้ร่วมสนุกกัน อุกฤษฟาร์มฮิลล์มีบริการทั้งบ้านพัก แบบบ้านเดี่ยว และแบบที่เป็นห้องพักรวม จะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นครอบครัวเป็นหมู่คณะก็พักได้สบาย ๆ ราคาที่พักรวมอาหารเช้าและอาหารเย็น

ที่เที่ยวทะเลหมอกอุกฤษฟาร์มฮิลล์ @ภูชี้ฟ้า วิว

พิกัด : บ้านร่มโพธิ์ทอง ถนนบ้านฮวก-ภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ราคาที่พัก : ห้องพัก 2 คน ราคา 2,400 บาท ห้องพัก 4 คน ราคา 2,800 บาท หรือ 6 คน ราคา 3,600 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 081-9928384 และ 063-6659629

2. ดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ 

ที่เที่ยวทะเลหมอก อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

          ตามกันมาต่อเลยที่ดอยผ้าห่มปก จุดชมวิวทะเลหมอกแบบพาโนราม่าที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย ดอยผ้าห่มปกมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,285 เมตร เรียกได้ว่าเป็นดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 รองจากดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก มีจุดชมหมอกสวยงามสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและตกในยามเย็นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ด้วยความสูงเป็นอันดับ 2 นี่เอง ทำให้ดอยผ้าห่มปกอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีหมอกจัด และยังมีพันธุ์ไม้ที่หายากนานาชนิดให้ได้ชื่นชม รวมทั้งมีนกและผีเสื้อสายพันธุ์ต่าง ๆ อีกมากมาย สำหรับการเดินทางมาเที่ยวชมทะเลหมอกดอยผ้าห่มปกนั้นต้องเรียกว่าเป็นจุดชมวิวที่เอาใจสายเดินป่า สายเทรลกันโดยเฉพาะเลย เพราะกว่าเราจะขึ้นไปชื่นชมความงามของหมอกได้นั้น ต้องเดินเท้าขึ้นไปจากจุดกางเต็นท์ประมาณ 3.5 กิโลเมตร เท่ากับว่าต้องใช้เวลาเดินไปกลับ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ก็เรียกได้ว่าได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย และการเดินทางขึ้นไปนั้นต้องมีคนนำทางที่ชำนาญ ซึ่งเราสามารถติดต่อได้ที่อุทยาน มีค่านำทางสำหรับคนนำทางหรือไกด์ท้องถิ่นที่จะพาเราไปสัมผัสความงดงามเพียงคนละ 300 บาทเท่านั้นเอง โดยไกด์ 1 คน ต่อคณะไม่เกิน 8 คน ทะเลหมอกที่สวยที่สุดของดอยผ้าห่มปกจะเป็นช่วงฤดูหนาว ที่เราจะได้เห็นทะเลสีขาวโพลนอย่างเต็มตา ที่ราวกับเกลียวคลื่นม้วนตัวอยู่เต็มท้องฟ้า ชื่นชมกันได้อย่างอิ่มตาอิ่มใจกันเลย อีกช่วงที่สวยงามไม่แพ้กันเลยก็คือช่วงปลายฝนต้นหนาว

ลานกางเต็นท์กิ่วลม 

ลานกางเตนท์ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก วิว

          สำหรับที่พักในการชมทะเลหมอกที่ดอยผ้าห่มปก จะเป็นการนอนเต็นท์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยการเช่าเต็นท์พร้อมกับเครื่องนอนจากอุทยาน โดยจะมีลานกางเต็นท์กิ่วลมไว้รองรับนักท่องเที่ยว ที่รอคอยให้ทุกคนมาสัมผัสความหนาวกับลานกางเต็นท์ที่สูงที่สุดของประเทศไทย โดยลานกางเต็นท์กิ่วลมจะมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้คอยบริการ บอกเลยว่าห้องน้ำที่ลานกิ่วลมนั้นสะอาด สะดวกสบาย และได้มาตรฐาน แถมมีเยอะด้วย สำหรับลานกางเต็นท์กิ่วลมแบ่งออกเป็น 2 โซน โดยโซนแรกจะเป็นลานด้านหน้าที่ทำการอุทยาน มีห้องน้ำแยกชายหญิง ติดกับทางขึ้นยอดดอยและร้านค้าสวัสดิการ โซนที่ 2 อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ทำการอุทยานไปทางด้านทิศใต้ โซนนี้จะเป็นเนินเขาสูง มีลานกางเต็นท์ให้เลือกกางแบบลดหลั่นไปตามไหล่เขา มีห้องน้ำรวม โซนนี้ค่อนข้างเงียบสงบ 

พิกัด : อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก หมู่ที่ 6 ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ราคาที่พัก : ค่าเช่าเต็นท์ ราคา 225 บาท นอนได้ 3 คน ค่าเช่าถุงนอนใบละ 30 บาท ค่าแผ่นปูนอน 20 บาท หมอนใบละ 10 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 053-453517, 052-080801 และ 084-4834689

3. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ 

ทะเลหมอกดอยอ่างขาง

          ดอยอ่างขาง ที่เที่ยวเชียงใหม่อันโด่งดัง เป็นภูเขาที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีความสูงประมาณ 1,400-1,928 เมตร จากระดับน้ำทะเล คำว่าอ่างขางเป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึงอ่าง หรือแอ่งที่เป็นรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยม เนื่องจากดอยอ่างขางนั้นมีลักษณะเป็นหุบเขายุบตรงกลาง ในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงเวลาแห่งการชมทะเลหมอกที่สวยและประทับใจที่สุด จุดชมหมอกยอดนิยมบนดอยอ่างขางมีด้วยกัน 3 จุด คือ จุดชมวิวม่อนสน ที่นอกจากจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามแล้ว ม่อนสนยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่จะมีแสงแรกยามเช้าที่สวยสดงดงาม จุดที่ 2 จะเป็นจุดชมวิวซุ่ยถัง ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าแอ่งมังกร ลักษณะเป็นหุบเขาที่ค่อนข้างอับลมทำให้บริเวณนี้เกิดหมอกเกือบทุกวันในช่วงฤดูหนาว เป็นจุดที่หากใครต้องการมาสัมผัสหมอกแล้วไม่อยากพลาด ให้เลือกมาที่จุดชมวิวซุ่ยถังก่อนเลย ซึ่งทะเลหมอกที่จุดนี้จะอยู่กับเราไปจนถึงเกือบ ๆ 9 โมงเช้ากันเลยทีเดียว และจุดสัมผัสหมอกที่สวยงามไม่แพ้กันอีกจุดหนึ่งก็คือ ไร่สตรอเบอรี่บ้านนอแล เราจะได้สัมผัสกับหมอกยามเช้าที่สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ แต่บอกได้คำเดียวว่าไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวจุดไหนก็ฟินได้ไม่แพ้กัน สายถ่ายรูปเช็คอินรับรองเลยว่าถูกใจมาก ๆ นอกจากวิวหมอกที่สวยงามแล้ว ดอยอ่างขางยังเป็นพื้นที่ทดลองปลูกพืชผักผลไม้ ดอกไม้เมืองหนาว ที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ไม้บนที่สูง และแบบที่ชอบอากาศที่เย็นจัด รวมไปถึงดอกไม้แต่ละชนิดที่พร้อมจะบานโชว์สีสันงดงาม 

ลานกางเต็นท์ม่อนสน

ที่เที่ยวทะเลหมอก ลานกางเต็นท์ม่อนสน

           ตั้งอยู่ใกล้ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขาง เป็นลานกางเต็นท์ในพื้นที่ดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่เป็นจุดสูงสุดของดอยอ่างขาง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,787 เมตร ด้วยความสูงของบริเวณลานกางเต็นท์ม่อนสนนี้ จึงทำให้มีลมแรงตลอดทั้งคืน นอนพักที่นี่ต้องยึดเต็นท์ให้แน่นหนาด้วยนะ ลานกางเต็นท์ม่อนสนมีห้องน้ำให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างมากมาย มี Landscape ที่สวยแบบอลังการงานสร้างมาก ๆ วิวกว้าง ๆ แบบ 360 องศา พักกางเต็นท์ที่นี่จะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติท่ามกลางวิวที่งดงาม ตื่นตาตื่นใจกับทะเลหมอกแบบใกล้ชิด พร้อมกับชมแสงแรกจากพระอาทิตย์ในตอนเช้า และเดินทางเที่ยวชมความงามภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้อย่างง่ายดาย

พิกัด : ใกล้ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ราคาที่พัก : ค่าเช่าเต็นท์ ราคา 225 บาท นอนได้ 3 คน ค่าเช่าถุงนอนใบละ 30 บาท ค่าแผ่นปูนอน 20 บาท หมอนใบละ 10 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 052-080801 และ 084-4834689

บ้านพักสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  

ที่เที่ยวทะเลหมอก ทะเลหมอก บ้านพักสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

          เป็นที่พักที่ต้องบอกว่าคิวแน่นมาก ๆ หากมาอ่างขางแล้วได้พักที่บ้านพักสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เรียกได้ว่าสุขกันแบบคูณสองไปเลย นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังได้ตื่นตอนเช้ามาชื่นชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น และได้ชมความงามของพันธุ์ไม้นานาพันธุ์อีกมากมาย บ้านพักของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีให้เลือกมากมายถึง 5 แบบด้วยกัน คือ

  • บ้านคำดอย มี 3 หลัง จำนวน 2 ห้องนอน พักได้ 4 คน
  • บ้านซากุระ พักได้ 2 คน
  • บ้าน AK 1-20 พักได้ 2 คน
  • บ้านริมดอย 1-6 พักได้ 5 คน
  • บ้าน AK ใหญ่ มี 1 หลัง พักได้สูงสุด 47 คน ขั้นต่ำ 20 คน

          ซึ่งบ้านพักแต่ละหลังนั้นออกแบบมาอย่างสวยงาม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครันจริง ๆ 

พิกัด : สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ราคาที่พัก : มีทั้งแบบบ้านพักรวมและบ้านพักเดี่ยว ราคาตั้งแต่ 650-6,820 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 053-969481 และ 053-969478

รีสอร์ตธรรมชาติอ่างขาง Angkhang Nature Resort 

ที่เที่ยวทะเลหมอก รีสอร์ตธรรมชาติอ่างขาง Angkhang Nature Resort

         ที่พักที่เน้นใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน อยู่ในหุบเขาท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ ตกแต่งรีสอร์ตด้วยดอกไม้นานาชนิดสวยงามน่าพักมาก ๆ รีสอร์ตธรรมชาติอ่างขาง อยู่ใกล้กับทางเข้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีห้องพักให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตกแต่งด้วยสไตล์ธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ เลย นอกจากจะใกล้กับจุดชมวิวทะเลหมอกที่งดงามแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย ทั้งการขี่จักรยานเสือภูเขา เดินป่าชมทัศนียภาพที่อุดมสมบูรณ์ สนุกสนานกับการผจญภัยบนหลังล่อ ที่จะพาเราเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติรอบ ๆ บริเวณ และกิจกรรมส่องนกหลากชนิดที่หาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีอาหารรสชาติอร่อยไว้บริการที่ห้องอาหารคามิลเลีย ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของขุนเขา

พิกัด : รีสอร์ตธรรมชาติอ่างขาง เลขที่ 1/1 หมู่ที่ 5 บ้านคุ้ม ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ราคาที่พัก : ราคาห้องพักตั้งแต่ 3,000-5,800 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 053-450110

4. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน 

ที่เที่ยวทะเลหมอก ดอยเสมอดาว

          มาถึงจุดชมทะเลหมอกชื่อดังของจังหวัดน่านกันบ้าง ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก ดอยเสมอดาว ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 888 เมตร ดอยเสมอดาวขึ้นชื่อว่าเป็นดอยที่มีความโรแมนติคมากที่สุด พื้นที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นลานกว้างโค้งไปตามเส้นสันเขา นอกจากจะเป็นจุดสัมผัสหมอกที่สวยงามมาก ๆ แล้ว เรายังได้ชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกในที่เดียวกันอีกด้วย เรียกว่ามาที่ดอยเสมอดาวได้ครบทั้หมอก แสงเช้า แสงเย็น และนอนนับดาวเต็มท้องฟ้ากันในตอนกลางคืนด้วยเลย นอกจากนั้น ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวเมือง มองแสงไฟระยิบระยับจากเขตตัวอำเภอนาน้อย ที่เป็นความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน ดอยเสมอดาวจะมีหน้าผาที่เป็นรูปเหมือนสิงโตหมอบ และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีวิวแบบพาโนราม่า 360 องศา กว้าง ๆ ให้เก็บความประทับใจได้อย่างเต็มตา 

          ด้านทิศเหนือมองออกไปจะเห็นอำเภอเวียงสา ส่วนด้านทิศใต้จะมีทิวเขาทอดยาวตลอดแนวสายตา ด้านตะวันออกจะมองเห็นความสวยงามของแม่น้ำน่าน และผาชู้ที่เป็นผาหินขนาดใหญ่ บริเวณเชิงผาเป็นที่ทำการอุทยาน โดยทิศตะวันตกด้านอำเภอนาน้อย จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามขึ้นชื่อมาก ๆ นั่นเอง ลานกางเต็นท์ของที่นี่จะมี 3 จุด คือ ลานกางเต็นท์บนยอดดอยเสมอดาว ลานกางเต็นท์บนยอดผาชู้ และลานกางเต็นท์ลานป่าสน และมีร้านอาหารให้บริการมากมาย นอกจากจะมีจุดชมทะเลหมอกที่ขึ้นชื่อแล้ว ที่ดอยเสมอดาวยังมีเส้นทางธรรมชาติที่งดงามให้เดินศึกษาหาความรู้ได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย ช่วงเวลาชมทะเลหมอกที่สวยงามของดอยเสมอดาว จะเป็นช่วงรอยต่อปลายฝนต้นหนาว 

พิกัด : ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 

ราคาที่พัก : บ้านพัก หลังละ 1,800 บาท เต็นท์ 2 คน ราคา 345 บาท เต็นท์ 3 คน ราคา 405 บาท นำเต็นท์มาเอง 30 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 093-2422914

Mon Keang Dao ม่อนเคียงดาว 

ที่เที่ยวทะเลหมอก Mon Keang Dao ม่อนเคียงดาว

          ที่พักที่ขึ้นชื่อมาก ๆ อีก 1 ที่ และอยู่ห่างจากดอยเสมอดาวเพียงแค่ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เป็นสถานที่ถ่ายทำละครชื่อดัง ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะตามรอยละครมาจองที่พักที่นี่กันอย่างมากมาย ม่อนเคียงดาวจะเป็นไร่ข้าวโพดที่ปรับพื้นที่เป็นบ้านพักไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนในฤดูหนาว ที่เราสามารถตื่นนอนมาสัมผัสกับทะเลหมอกสวย ๆ อลังการถึงหน้าประตูที่พักกันเลย แถมวิวโล่งมาก ๆ พาโนราม่าแบบไม่มีอะไรมาขวางอีก แค่คิดก็ฟินสุด ๆ แล้วยังได้ชื่นชมความงามของแสงแรกในยามเช้าอีกด้วยนะ ม่อนเคียงดาวมีบ้านหลายแบบให้เลือกพักได้ตามความชอบ ก็คือ บ้านกระโจม ที่เป็นเต็นท์รูปทรงเหมือนบ้านกระโจม พักได้ 2-3 คน กระโจมกระดิ่ง พักได้ 2-3 คน วิวหน้าผากระโจมมองโกล บ้านกระท่อม พักได้ 4-5 คน และยังมีที่พักแบบเต็นท์ที่พักได้ 2-3 คน ไว้บริการอีกด้วย ม่อนเคียงดาวนั้นจะเปิดบริการระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ รีบปักหมุดแล้วตามเรามาละมุนตา ชื่นใจกันที่นี่ได้เลย

พิกัด : ม่อนเคียงดาว ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 

ราคาที่พัก : บ้านพักราคาตั้งแต่ 1,000-3,000 บาท เต็นท์ราคา 600 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 097-2972171 และ 084-8852887

5. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

หมอกทะเล เขาค้อ

          ว่ากันว่าใครได้มานอนเขาค้อ 1 คืน จะอายุยืนไปอีก 10 ปี แล้วถ้าได้มานอนดูหมอกสวย ๆ ของที่นี่จะอายุยืนไปอีกกี่ปีกันนะ ที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดนิยมที่ขึ้นชื่อมาก ๆ อีกที่หนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมากันไม่ขาดสาย เพราะทะเลหมอกเขาค้อสามารถมาชมความงามได้ทั้งฤดูฝนและฤดูหนาว อีกทั้งการเดินทางมาจังหวัดเพชรบูรณ์ถือว่าไม่ไกลจากกรุงเทพมาก อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และมีที่เที่ยวตลอดรายทางให้ได้เที่ยวกัน ทัศนียภาพบนเขาค้อเป็นภูเขาที่โล่งกว้างลดหลั่นกันไป และมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,290 เมตร จุดชมวิวที่สวยงามของเขาค้อมีมากมายหลายจุด และมีความงามที่แตกต่างกัน 

  • จุดชมวิวที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อ ที่มองไปบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยเรียกว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด และใกล้ชิดหมอกได้มากที่สุดที่หนึ่ง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเขาค้อ จุดชมวิวตรงนี้เป็นจุดชมวิวอย่างเป็นทางการ และเปิดเป็นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย 
  • จุดชมวิวบนฐานอิทธิใช้เป็นกองบัญชาการรบในสมรภูมิเขาค้อ นับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดบนเขาค้อ มองเห็นทัศนียภาพที่กว้างไกลสุดลูกตา ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 
  • จุดชมวิวบนพระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บริเวณพระตำหนักเขาค้อ บนเขาย่าซึ่งเป็นภูเขาลูกที่สูงที่สุดในเขาค้อ สามารถมองเห็นทิวเขาสลับลดหลั่นกันไปมาอย่างสวยงาม และหากเดินเท้าไปอีกประมาณ 700 เมตร ก็จะถึงจุดชมวิวฐานปฏิบัติการเขาย่า จะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเขาค้อระดับความสูง 1,290 เมตร ก็จะได้พบกับความสวยงามตระการตามาก ๆ เลย 
  • จุดชมวิววัดกองเนียม ตั้งอยู่ใกล้กับหอสมุดนานาชาติ ติดกับทางขึ้นไปชมอนุสรณ์สถานเขาค้อ ริมเส้นทางสาย 2196 เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกในทางทิศตะวันออก พร้อมกับแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ 
  • จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ บนถนนสาย 2258 มุ่งหน้าไปยังทุ่งแสลงหลวง ตรงนี้เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาสูงระหว่างเส้นทาง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวโดยรอบแบบ 360 องศา 
  • จุดชมวิวผาซ่อนแก้ว เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีวิวทะเลหมอกสวยงามมาก ๆ ทิวเขาสลับซับซ้อนต่อเนื่องมาจากภูทับเบิกและภูหินร่องกล้า จุดสูงสุดของผาซ่อนแก้วคือจุดชมวิวบริเวณวัดผาซ่อนแก้ว และจุดชมวิวบริเวณร้านกาแฟ PINO LATTE ที่เลยจากวัดผาซ่อนแก้วไปอีกนิดหน่อย สามารถจะมองย้อนกลับมายังวัดผาซ่อนแก้วในมุมมองที่สวยงาม ในฤดูฝนบริเวณผาซ่อนแก้วจะเต็มไปด้วยหมอกสีขาวลอยไปทั่วบริเวณราวกับสวรรค์บนดิน ถือว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดในการชมทะเลหมอกในฤดูฝนของเขาค้อ

Pino Latte Resort & Café 

ที่เที่ยวทะเลหมอก Pino Latte Resort  & Café

          ที่พักทะเลหมอกที่ขึ้นชื่อมาก ๆ ของเขาค้ออีกที่หนึ่งที่ต้องบอกว่าคิวจองยาวมากจริง ๆ เพราะ Pino Latte Resort & Cafe เป็นที่พักวิวหลักล้านสุดชิล วิวโรแมนติค ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ที่นี่สามารถมองเห็นวัดผาซ่อนแก้วที่สวยงาม เป็นทั้งที่พักสุดหรู ตกแต่งสวยงาม เป็นส่วนตัว และเป็นทั้งร้านคาเฟ่สุดเก๋ไก๋มาก ๆ บรรยากาศดี อาหารและเค้กอร่อย วิวงดงามและมีจุดนั่งชมวิวมหาชนที่ใคร ๆ ก็ต้องมาเยือน Pino Latte Resort & Café ออกแบบสวยงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ตกแต่งภายในแบบแบบคลาสสิค เน้นโทนสีน้ำตาล เฟอร์นิเจอร์จากงานไม้ที่อบอุ่น ระเบียงห้องพักทุกห้องของ Pino Latte Resort นั้นสามารถสัมผัสความงดงามของวิวทะเลหมอกยามเช้าได้ถึงหน้าประตูห้อง เรียกว่าเปิดประตูมารับไอหมอกกันแบบใกล้ชิดกันเลย หน้าหนาวนี้ก็อย่าลืมตามรอยเรามาฟินกันแบบนันสต็อปที่เขาค้อ รีบปักหมุด แวะ Check in กับที่พักสวยเท่ ๆ คาเฟ่เก๋ ๆ ที่ Pino Latte Resort & Cafe กันไว้เลย

พิกัด : Pino Latte Resort เลขที่ 232 ถนนสาย 12 หมู่ที่ 5 แคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

ราคาที่พัก : บ้านพักราคาเริ่มต้น 5,000 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 087-0994497 และ 056-020257

The Sense เขาค้อ 

ที่เที่ยวทะเลหมอก The Sense เขาค้อ

          ที่พักทะเลหมอกสุดโรแมนติกที่โด่งดังมาก ๆ อีก 1 ที่บนเขาค้อ The Sense เขาค้อ ที่พักเท่ ๆ หลังคาทรงกลมแปลกตาท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามและกลมกลืนเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยบ้านพักเป็นหลัง ๆ ตามแนวระดับเนินเขาที่ลดหลั่นกันไป มีระเบียงยื่นยาวออกไปชมวิวแบบ 360 องศา การตกแต่งแบบทรอปิคอล โดยใช้ไม้เป็นหลัก มีบรรยากาศส่วนตัวที่ค่อนข้างเงียบสงบ เพียงแค่เราเปิดประตูออกไปจากห้องพักก็จะสามารถมองเห็นวิวภูเขา วิวทะเลหมอก และเป็นจุดชมวิวแสงส้มของบรรยากาศพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงาม เรียกว่าสามารถนอนมองวิวได้จากเตียงนอนนุ่ม ๆ ของ The Sense เขาค้อ ได้เลย บรรยากาศของที่นี่สมบูรณ์แบบมาก ๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มอิ่มจริง ๆ ทะเลหมอกหน้าที่พักของ The Sense เขาค้อนั้น ฟินได้หมดทั้งฤดูฝนและฤดูหนาว สมกับเป็นโอเอซิสแห่งเขาค้อจริง ๆ 

พิกัด : The Sense เขาค้อ เลขที่ 180 หมู่ที่ 12 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

ราคาที่พัก : บ้านพักราคาเริ่มต้น 3,200-7,200 บาท

เบอร์โทรศัพท์ : 086-1773566 และ 081-8806142

           เป็นยังไงกันบ้างกับจุดชมทะเลหมอกยอดฮิตทั้ง 5 แห่งที่เรานำมาฝากกัน การได้ชื่นชหมอกสักครั้งในชีวิต เหมือนได้พาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางเทพนิยายในฝันเรื่องโปรดกันเลยทีเดียว นอกจากความสวยงามจากธรรมชาติแล้ว การได้เดินทางท่องเที่ยวไปสัมผัสความแปลกใหม่ยังนับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน และการไปสัมผัสหมอกนั้นสามารถชมได้ทั้งฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งทะเลหมอกจะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าอย่างไรการท่องเที่ยวตามวิถีธรรมชาตินั้นก็ต้องดูแลตัวเองรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด รวมทั้งช่วยกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์กันไว้ให้ได้ชื่นชมความงามอย่างยั่งยืนตลอดไป หนาวนี้เลือกที่เที่ยว ที่พักตามรอยเราได้หรือยัง? ถ้ายัง เรายังมีบทความแจกพิกัดที่เที่ยวภาคเหนือให้เพื่อน ๆ ได้ไป ตามรอยกันด้วย อัพเดทไลฟ์สไตล์กับเราได้ทุกวัน แล้วเตรียมตัวไปฟินรับหน้าหนาวกันได้เลย หากเลือกได้แล้วก็รีบปักหมุด แล้วเตรียมแพคกระเป๋าเดินทางกันได้เลย