logo

 รีวิวคอนโด CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ (Chapter Charoennakorn Riverside) คอนโดตึกสูงโครงการใหม่คอนโดริมน้ำ เจริญนครภายใต้แบรนด์แชปเตอร์จาก พฤกษา เรียลเอสเตท Chapter เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ มาพร้อมความหรูหราแบบเรียบง่ายด้วยแนวคิดแบบ “Minimal Lux” กับตึกทรงโมเดิร์น 2 อาคาร และพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็มริมแม่น้ำ ซึ่งจำหน่ายหมดจากมือโครงการ 100% ทั้ง 2 ตึกในรอบ Open House เมื่อ 3 – 4 Aug 2019 ที่ผ่านมา ใช่ครับ! ขายหมดไปแล้ว หากใครยังสนใจอาจต้องติดต่อซื้อรีเซลจากผู้ซื้อท่านอื่น หรือรอช่วงใกล้โอนและหวังว่าจะมียูนิตที่หลุดโอนให้ได้ลุ้นซื้อต่อกันครับ แล้วทำไมโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ นี้ถึงได้เป็นที่น่าสนใจจนขายดีขนาดนี้ ในบทความรีวิว คอนโดริมน้ำ เจริญนคร ฉบับนี้ทาง CondoNewb จะมารีวิวคอนโด CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ให้ผู้อ่านได้ร่วมเข้าชมโครงการไปกับเรากันครับ

<factsheet/>

<Markdown title="วิเคราะห์ทำเล">

วิเคราะห์ทำเล CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

  • ที่ตั้งของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ : ถนนเจริญนคร แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน ข้างวัดเศวตฉัตรวรวิหาร
  • พิกัดบนแผนที่ Google Maps : 13.714080, 100.504332 หรือ คลิกที่นี่

แผนที่โครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

ภาพแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งจากทางโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ครับ

ก่อนที่เราจะรีวิวคอนโด CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ เรามาพิจารณาในส่วนของทำเลที่ตั้งของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ เป็นอันดับแรกกันก่อนครับ โดยตำแหน่งของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ในเขตคลองสานบนถนนเจริญนคร อีกถนนสายสำคัญของฝั่งธนบุรีที่ลากขนานไปตามแนวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และถนนเจริญกรุงซึ่งอยู่อีกฝากแม่น้ำฝั่งกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและย่านเศรษฐกิจหลักของเมือง เป็นที่ตั้งของตลาด โกดังสินค้า และอู่เรือต่างๆทางฝั่งตะวันตก ไม่ไกลนักก็เป็นพื้นที่ย่านวงเวียนใหญ่ ใจกลางเมืองฝั่งธนบุรี และยังเป็นต้นสายของรถไฟสายวงเวียนใหญ่ – มหาชัย ต่อเนื่องถึงย่านตลาดคลองสานทางตะวันออกและตลาดพลู ที่ยังคงความเป็นย่านตลาดค้าปลีกที่เต็มไปด้วยสินค้าราคาย่อมเยาและเหล่าอาหารริมทาง Street Food อันโดดเด่นของกรุงเทพฯ

ยิ่งด้วยส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟฟ้าที่เพิ่มระยะทางของรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ทั้ง BTS สายสีลม และรถไฟฟ้าสายสีทอง ได้ดึงดูดให้พื้นที่ธนบุรีคลองสานกลับมาเป็นที่สนใจและเกิดโครงการพัฒนาระดับ Hi-End และ Luxury ราคาแพงต่างๆ โครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ก็ถือเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันครับ) หลังจากที่ถูกมองข้ามมาหลายปี ทั้งในส่วนของศูนย์การค้า ICONSIAM ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา และการเตรียมสร้างสำนักงานแห่งใหม่ของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนเจริญนคร จะเป็นปัจจัยเพิ่มความคึกคักให้กับเมืองฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมากเลยครับ

ทำเลที่ตั้งของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

โครงการคอนโดริมน้ำ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ นี้ตั้งอยู่บนนถนนเจริญนคร หนึ่งในถนนสายหลักของพื้นที่ ซึ่งเริ่มต้นจากแยกคลองสาน ปลายของถนนลาดหญ้าและถนนสมเด็จเจ้าพระยา ขนานตามฝั่งแม่น้ำ ไปเชื่อมต่อกับถนนราชบูรณะที่คลองดาวคะนอง ตลอดเส้นทางจะผ่านทางแยกสำคัญ 2 แห่ง คือ แยกกรุงธนบุรีซึ่งจะเชื่อมต่อกับถนนกรุงธนบุรีและสะพานตากสินเป็นเส้นทางหลัก ในการเดินทางเข้าย่านบางรักและสาทรทางฝั่งกรุงเทพฯ และแยกบุคคโลที่สามารถเดินทางต่อเนื่องไปยังสะพานพระรามที่ 3 ฝั่งเขตบางคอแหลม กับถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และถนนพระรามที่ 2 ไปยังย่านวงเวียนใหญ่และพื้นที่อื่น ๆ ในฝั่งธนบุรีได้ครับ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักทำให้สามารถเข้าใจเส้นทางการเดินทางได้ง่ายไม่ซับซ้อน มีทางเลือกในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและหลากหลายทางเลือก แต่ด้วยปัจจุบันบนถนนเจริญนครมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่เชื่อมต่อจากสถานี BTS กรุงธนบุรี ผ่าน ICONSIAM และแยกคลองสานไปยังถนนประชาธิปก บริเวณเชิงสะพานพุทธฯ อาจทำให้การสัญจรบริเวณนี้ไม่สะดวกนัก เมื่อรถไฟฟ้าสายสีทองระยะที่ 1 ช่วงสถานีกรุงธนบุรี – คลองสานแล้วเสร็จให้บริการในปี 2563 ก่อนที่โครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ จะแล้วเสร็จในต้นปี 2565 การสัญจรบนเจริญนครช่วงนี้คงจะสะดวกขึ้นมากแล้วครับ

การเดินทางที่สะดวกที่สุด ณ ตอนนี้คือรถยนต์ส่วนตัวครับ ด้วยทางเข้าโครงการคอนโด เจริญนคร ติดถนนใหญ่สายหลัก สามารถเดินทางได้ง่ายไม่ซับซ้อน โดยจากปากทางเข้าของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ที่ริมถนนเจริญนครจะต้องขับลึกเข้าไปอีกประมาณ 150 เมตร จึงจะถึงตัวอาคารครับ ข้อดีจาการที่ตั้งลึกจากทางเข้าขนาดนี้ก็คือช่วยลดผลกระทบจากเรื่องของเสียงรบกวนและฝุ่นละอองจากถนนใหญ่ ช่วยให้ภายในโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ จะเงียบสงบครับ แต่ก็อาจจะลำบากสำหรับคนที่ต้องเดินเท้าครับ ซึ่งตรงนี้ทางโครงการได้จัดเตรียมบริการรถกอล์ฟรับส่งให้ด้วย ซึ่งสามารถเรียกได้จาก รปภ. ที่หน้าทางเข้าครับ ภายในโครงการเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะมีที่จอดรถรองรับได้ประมาณ 66% นับรวมการจอดซ้อนคันครับ

 CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ที่ริมถนนเจริญนครจะต้องขับลึกเข้าไปอีกประมาณ 150 เมตร

ส่วนการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะต่างๆ ก็มีหลากหลายวิธีครับ แม้ว่าตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ในระยะใกล้ชิดกับสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งสถานี BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุดประมาณ 1.5 กม. จากสถานี และ 1 กม. ไปยังสถานีตามเส้นทางครับ โดยทางโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ก็ยังเตรียมจัด Shuttle Service ไว้บริการรับส่งให้กับลูกบ้านเช่นกัน นอกจากนี้ที่ฝั่งริมแม่น้ำก็ยังจะมี Shuttle Boat ไว้รับส่งไปยังท่าเรือสาทร ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสถานี BTS สะพานตากสิน อีกด้วยครับ โดยมีรอบทุกๆครึ่งชั่วโมงและรับส่งฟรีครับ นอกจากนี้ที่หน้าโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนครก็ยังมีป้ายรถประจำทางสำหรับสาย 85ร ที่จะแล่นผ่านทั้งหน้าโครงการ CHAPTER เจริญนคร และสถานี BTS กรุงธนบุรีได้ครับ หรือหากไม่สะดวกและต้องการ Taxi จะเรียกให้รถเข้ามารับถึงในโครงการตรงพื้นที่ Drop Off หน้า Lobby อาคาร ก็สามารถทำได้ครับ

พื้นที่ใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่ทั้งชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยมุสลิม โดยด้านข้างโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือคือที่ตั้งของวัดเศวตฉัตรวรวิหาร โรงเรียนและชุมชนหลังวัดที่อยู่ริมน้ำ ตลอดแนวถนนเจริญนครก็มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์หรือตึกแถว มีร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย สลับกับอาคารคอนโดสูงริมแม่น้ำที่ตั้งอย่างห่างๆไม่แออัด อย่างอาคาร WATERMARK และศุภาลัยริเวอร์เพลส ที่ถัดลงไปทางใต้ หรืออาคารสายชลแมนชั่น บ้านสาทรเจ้าพระยา และตึก The River ของ Raimon Land ที่อยู่เรียงขึ้นไปทางเหนือครับ สำหรับตลาดจับจ่ายและ Community Mall ก็มีไม่น้อยอย่าง SENA Fest, The Light House, VUE ขึ้นมาจนถึง ICONSIAM และตลาดคลองสาน หรือจะอยากข้ามฝั่งแม่น้ำมาที่ Robinson บางรัก และ Asiatique ก็ยังได้ครับ ถ้าลงไปทางใต้ตามถนนเจริญนครก็จะมี Riverside Plaza ซึ่งตั้งตรงข้ามกับสถานีตำรวจ สน.บุคคโล และ Big C ดาวคะนองบนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินครับ หากเจ็บไข้ได้ป่วยโรงพยาบาลใกล้เคียงที่อยู่ไม่ไกลก็มี รพ.ตากสิน ที่แยกคลองสาน หรือไปทางถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินก็มี รพ.สมิติเวช ธนบุรี, พ.สมเด็จพระปิ่น เกล้า หรือข้ามมาทางฝั่งบาง รักก็จะมีรพ.เลิศสิน ส่วนสถานศ ึกษาชื่อดังโดยรอบฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโดยตรงจะมี ร.ร.นานาชาติ Shrewsbury, ไม่ไกลนักก็มี ร.ร.อัสสัมชัญบางรัก และโรงเรียนตามวัดต ่างๆในละแวกนั้น นอกจากนั้นอาคารโรงแรมแบรนด์ดังใกล้เคียงในแถบนี้ก็มีมากมาย ทั้ง Chatrium Riverside, Four Seasons, Shangri-La และ Ramada Plaza ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเจ้าพระยา หรือ Peninsula ที่อยู่ถัดไปทางเหนือของสะพานตากสินครับ

การเดินทางไปยังโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร ในบทความนี้ ทาง CondoNewb จะพาผู้อ่านเริ่มต้นรีวิวตั้งแต่การเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า BTS กรุงธนบุรี กันครับ โดยลงจากสถานีทางออก 1 (ทางออก 3 ที่ใกล้ที่สุดอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีทองซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างครับ)

จุดเริ่มต้นเรียก Taxi จากหน้าอาคาร Hive Sathorn

จากจุดเริ่มต้นเรียก Taxi จากหน้าอาคาร Hive Sathorn ริมฝั่งถนนนอกสุด

ขับตามถนนกรุงธนบุรีมาทางสะพานตากสินผ่านโค้งบังคับเลี้ยวซ้ายและโค้งเลี้ยวขวา

ขับตามถนนกรุงธนบุรีมาทางสะพานตากสินผ่านโค้งบังคับเลี้ยวซ้ายและโค้งเลี้ยวขวาต่อกันครับ

เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเจริญนคร

ผ่านทาง 3 แยกแรกซ้ายมือแล้วตรงมาตามทางเรื่อยๆจนถึง 3 แยกปลายสุดถนนเพื่อเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเจริญนครครับ โดยจะเห็น Vue และตึกคอนโด The River อยู่ทางฝั่งตรงข้ามชัดเจน

ขับตรงมาตามถนนเจริญนครเรื่อยๆประมาณ 1 กม. ลอดใต้สะพานตากสิน และผ่าน SENA Fest ทางขวามือ

พอเลี้ยวเข้าถนนเจริญนครมาแล้ว จากตรงนี้ก็ไม่ยากแล้วครับ ขับตรงมาตามถนนเจริญนครเรื่อยๆประมาณ 1 กม. ลอดใต้สะพานตากสิน และผ่าน SENA Fest ทางขวามือ

ตรงต่อไปบน ถนนเจริญนคร

ตรงต่อไปบน ถนนเจริญนคร

สะพานลอยคนข้ามอันที่ 3 นับจาก 3 แยกหน้า SENA Fest ตรงนี้เราก็จะถึงทางเข้าโครงการ

 จนถึงหน้าวัดเศวตฉัตรวรวิหาร สังเกตดีๆว่าทางซ้ายมือเป็นป้ายรถประจำทางและมีสะพานลอย คนข้ามถัดไปด้านหน้า ซึ่งหากนับแล้วจะเป็นสะพานลอยคนข้ามอันที่ 3 นับจาก 3 แยกหน้า SENA Fest ตรงนี้เราก็จะถึงทางเข้าโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ซึ่งจะอยู่ติดกันถัดจากรั้วของวัดเลยครับ

ทางเข้าหน้าโครงการ CHAPTER เจริญนคร  – ริเวอร์ไซด์

ถึงแล้วครับ ทางเข้าหน้าโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

ตรงเข้าไปอีกประมาณ 250 เมตรจึงจะถึงสำนักงานขายและ Sales Gallery

จากหน้าทางเข้าต้องตรงเข้าไปอีกประมาณ 250 เมตร (มีบริการรถกอล์ฟรับส่ง) จึงจะถึงสำนักงานขายและ Sales Gallery ของทางโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ภายในยังมี Chapter Café ไว้บริการเครื่องดื่มกับผู้มาเยี่ยมชมด้วยครับ

ส่วนการเดินทางออกจากโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนครเพื่อเข้าใจกลางเมือง หากใช้รถยนต์ส่วนตัว ข้อมูล ณ ปัจจุบัน ถนนหน้าทางเข้าโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนครเป็นเส้นแบ่งจราจรทึบ ห้ามกลับรถหรือเลี้ยวขวาผ่านครับ ต้องเลี้ยวซ้ายไปจุดกลับรถที่ใกล้ที่สุดหน้าซอยเจริญนคร 31 อีกประมาณ 200 เมตรได้ แต่หากจะขึ้นรถสาธารณะ ก็สามารถข้ามสะพานลอยที่หน้าวัดมายังป้ายหยุดรถประจำทางที่ฝั่งตรงข้ามได้เลยครับ ซึ่งขากลับในรอบนี้เราได้เดินข้ามสะพานลอยมาเรียก Taxi ที่อีกฝากของถนนเพื่อกลับไปยังสถานี BTS กรุงธนบุรีครับ

CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ เมื่อสักครู่ ก็เดินข้ามสะพานลอยมาเรียก Taxi ที่ฝั่งตรงข้าม

จากบริเวณหน้สทางเข้าโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ เมื่อสักครู่ ก็เดินข้ามสะพานลอยมาเรียก Taxi ที่ฝั่งตรงข้ามครับ

ขับตรงมาตามถนนเจริญนครเส้นทางเดิมเลย

ขับตรงมาตามถนนเจริญนครเส้นทางเดิมเลย

ถึง 3 แยกหน้า SENA Fest ก็เลี้ยวซ้ายกลับเข้าถนนกรุงธนบุรี

ถึง 3 แยกหน้า SENA Fest ก็เลี้ยวซ้ายกลับเข้าถนนกรุงธนบุรีได้เลย

เลี้ยวซ้ายมาแล้วก็ตรงมาตามเส้นทางเลย

เลี้ยวซ้ายมาแล้วก็ตรงมาตามเส้นทางเลยครับ จะเจอโค้งขวาโค้งซ้ายบ้างเหมือนตอนขามา ก็ไม่ต้อง งง ให้ขับเลาะถนนใหญ่ไว้ก่อน

เจอโค้งซ้ายเข้าขนานถนนหลักที่ลงมาจากสะพานตากสิน

เจอโค้งซ้ายเข้าขนานถนนหลักที่ลงมาจากสะพานตากสิน

กลับเข้าเส้นทางแล้วก็จะเห็นสถานี BTS กรุงธนบุรีอยู่ตรงหน้าไม่ไกล

กลับเข้าเส้นทางแล้วก็จะเห็นสถานี BTS กรุงธนบุรีอยู่ตรงหน้าไม่ไกลเลยครับ

ละแวกใกล้เคียงโดยรอบโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ด้วยความที่ Chapter เป็นโครงการคอนโดตึกสูง High-Rise แบบเดียวกันกับโครงการอื่นๆในย่านเดียวกัน ด้วยทางเข้าทางบกติดถนนหลักและมีอาคารชิดติดแม่น้ำ ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเป็น Highlight จุดขาย ด้วยการแบ่งอาคารพักอาศัยเป็น 2 อาคารสูง ตั้งเยื้องๆทำมุมเหลือมกัน และดันอาคารส่วนกลางชิดริมฝั่งแม่น้ำ แม้ว่า ณ ปัจจุบันตอนนี้จะยังไม่มีโครงการใหม่หรืออาคารสูงตั้งใกล้ชิดติดกับโครงการให้เป็นอุปสรรคทางวิวทิวทัศน์ แต่เราก็ไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ครับ ด้วยตัวเนื้อหาของผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับ 2556 ตัวเดิม ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่สีน้ำตาล ย.8 อนุญาตให้พื้นที่บริเวณนี้สามารถพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่และอาคารสูงได้ หากสภาพการณ์ตามเงื่อนไขเหมาะสมก็จะสามารถมีโครงการในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงได้ครับ

เราก็รีวิว CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ มาถึงทิศของวิว และด้วยการที่อาคารของโครงการ คอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ตั้งทำแนวทแยงกับแกนทิศทางหลัก เราจึงสามารถจำแนกได้ตามทิศที่อาคารหันไปได้ดังนี้

รีวิว CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ มาถึงทิศของวิว

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

  • เป็นทิศวิวหลักจุดขายของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ที่หันหน้ารับแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มๆครับ โดยห้องทางฝั่งอาคารด้านนี้ซึ่งเป็นยูนิตแบบ Riverfront ทั้งหมด จะได้รับประโยชน์จากวิว แสง และลมอย่างเต็มที่ เพราะอาคาร Facilities ส่วนกลางสูงเพียง 6 ชั้น และฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเองก็มีอาคารสูงไม่เยอะ จากภาพมุมกว้างมีเพียงอาคารของโรงแรม Four Seasons, โรงแรม Chatrium Riverside และ Menam Residences โดยโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury และวัดวรจรรยาวาสที่เป็นกลุ่มอาคารเตี้ยช่วยเปิดหน้าวิวให้เยอะเลยครับ
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

  • ด้านนี้ของโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ จะชิดติดกับวัดเศวตฉัตรและชุมชนโรงเรียนที่อยู่ด้านหลังวัด ถัดกันเป็นที่ดินว่างเปล่าของทางราชการซึ่งกำลังเตรียมจะพัฒนาเป็นอาคารของกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ความสูงจากแบบเบื้องต้นประมาณ 20 ชั้น ถัดกันด้วยตึกคอนโดสายชล แมนชั่น ความสูงประมาณ 40 ชั้น 2 หลังที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อทราบข่าวพอผ่านๆเหมือนว่าอาคารขนาดใหญ่ของราชการจะเป็นอุปสรรคทางด้านวิวต่อโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร แต่ด้วยระยะห่างประมาณ 200 เมตร โดยมีวัดเศวตฉัตรฯและชุมชนเป็นพื้นที่กันชนแล้ว จริงๆแล้วไม่ถือว่าน่าเป็นห่วงอะไรมากมายเลยครับ ห้องฝั่งนี้ยังสามารถรับแสงและลมได้เต็มที่ แม้ยูนิตครึ่งล่างของตึกอาจจะพบอุปสรรคเรื่องวิวอยู่บ้าง แต่สำหรับยูนิตครึ่งบนประมาณพ้นชั้นที่ 20 ขึ้นไปก็หายห่วงได้ครับ
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

  • แม้ว่า ณ ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ของอาคารเตี้ยไม่เกิน 5 ชั้นของอู่ต่อเรือเก่า กลุ่มอาคารแถว และบ้านหลังใหญ่ที่มีบริเวณที่ดินว่างกว้างขวาง ถัดกันเป็นกลุ่มอาคารเตี้ยโดยตึกสูงที่ใกล้ที่สุด ณ ตอนนี้คือคอนโดศุภาลัยริเวอร์เพลส ที่อยู่ถัดไปประมาณ 350 เมตร ยังช่วยเปิดหน้าวิวให้เห็นไกลถึง Asiatique ได้ ซึ่งฝั่งนี้ของโครงการตราบใดที่ยังไม่เกิดโครงการใหม่เข้ามาชิงพื้นที่ใกล้เคียงดังกล่าว เพราะมีเงื่อนไขที่ต้องมีถนนทางเข้าขนาดใหญ่และต้องรวมที่ดินหลายแปลง ห้องฝั่งนี้ของอาคารก็ยังสามารถรับวิว แสง และลมได้เต็มที่ต่อไปได้เรื่อยๆครับ

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

  • เป็นชุมชนซอยข้างๆทางเข้าโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารเตี้ยริมถนนเจริญนคร โดยฝั่งตรงข้ามก็เป็นชุมชนอาคารเตี้ย และเป็นที่ตั้งของสำนักงานที่ดินกรุงเทพฯ สาขาธนบุรี ด้วยซอยที่แคบทำให้พื้นที่ฝั่งนี้ยากแก่การพัฒนาอาคารสูงหากไม่ได้พื้นที่ติดถนนใหญ่อย่างถนนเจริญนคร อย่างไรก็ตาม อาคารของโครงการ Chapter คอนโดริมน้ำ เจริญนคร ไม่มียูนิตที่หันออกทิศทางนี้ เพราะไม่ใช่วิวจุดขายหลัก เนื่องจากทุกยูนินในโครงการเห็นวิวแม่น้ำหมด จึงไม่ไม่อะไรต้องกังวลกับทิศฝั่งนี้ของโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนครครับ

สรุปสถานที่ใกล้เคียง CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ต่างๆ (ระยะทางตามเส้นทางถนน)

การเดินทาง

  • BTS กรุงธนบุรี : ~1 กม.

ศูนย์การค้าและสถานที่สำคัญ

  • SENA Fest : ~700 ม.
  • The Light House : ~1 กม.
  • VUE : ~1 กม.
  • ICONSIAM : ~1.5 กม.
  • ตลาดคลองสาน : ~1.8 กม.
  • Riverside Plaza : ~1.8 กม.
  • Big C ดาวคะนอง : ~3.4 กม.
  • Robinson บางรัก : ~3.7 กม.c
  • ASIATIQUE The Riverfront : ~4.4 กม.

โรงแรม

  • รร. Peninsula : ~1.2 km.
  • รร. Shangri-La : ~4.1 km
  • รร. Four Seasons : ~5 km
  • รร. Chatrium Riverside : ~5.3 km

โรงพยาบาลและบริการฉุกเฉิน

  • สน. บุคคโล : ~1.8 กม.
  • รพ. สมเด็จพระปิ่นเกล้า : ~3.1 กม.
  • รพ. สมิติเวช ธนบุรี : ~3.8 กม.
  • รพ. ตากสิน : ~2.4 กม.
  • รพ. เลิดสิน : ~3.7 กม.

โรงเรียนและสถานศึกษา

  • ร.ร. อัสสัมชัญ บางรัก : ~3.9 กม.
  • ร.ร. กรุงเทพคริสเตียนฯ : ~3.7 กม.

</Markdown>

<Markdown title="ภาพรวมโครงการ">

ภาพรวมโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

จำลองบรรยากาศของอาคารริมแม่น้ำจากทางโครงการ

ภาพตัวอย่างจำลองบรรยากาศของอาคารริมแม่น้ำจากทางโครงการครับ

อย่างที่ทราบว่าโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีหน้าทางเข้าจรดถนนเจริญนคร รูปร่างของแปลงที่ดินโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ จึงมีลักษณะแคบลึกยาวๆ แต่ก็กว้างพอให้สามารถสร้างอาคารสูงได้ด้วยเนื้อที่รวมประมาณ 5 ไร่ครึ่งกว่าๆ จึงได้ออกมาเป็นอาคารสูง 2 หลัง คล้ายเป็นตึกแฝดแต่ก็ไม่ใช่แฝดเหมือนซะทีเดียว ออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่มีดีไซน์แบบ International Modern ด้วยแนวคิดโครงการแบบ Minimal Luxury เป็นตึกแท่งทรงเหลี่ยมเน้นโทนสีเทาเข้มๆตัดด้วยแนวขอบพื้นแบ่งชั้นสีขาว กับขอบหลังคาดาดฟ้าแนวเรียบ ตัวตึกสูงถูกกำหนดให้เว้นระยะถอยร่น Setback จากแนวริมฝั่งแม่น้ำลึกเข้ามาอย่างน้อย 45 เมตร และตั้งอาคารเหลื่อมเยื้องทำมุมให้กันเพื่อให้ทุกยูนิตสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้โดยที่ตึกไม่บังวิวกันเอง และมีอาคาร 6 ชั้นตั้งในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำไว้เป็นอาคาร Facilities ส่วนกลางแยกออกมาต่างหากให้ลูกบ้านทุกห้องได้ใช้ร่วมกันทั่วถึงครับ ยิ่งไปกว่านั้นที่ชั้นบนสุดของทั้ง 2 ตึกยังจัดสรรไว้เป็น Sky Lounge และ Observation Deck ให้ได้ชมวิวอย่างจุใจเลยครับ

ภาพจำลองอาคารส่วนของช่วงท่อนบนของตึกและชั้นบนสุด

ภาพจำลองอาคารส่วนของช่วงท่อนบนของตึกและชั้นบนสุดที่จัดเป็น Sky Lounge จากทางโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ครับ

ภายในโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ได้จัดสรรพื้นที่แยกกันเป็นสัดส่วนทั้งส่วนสำหรับลูกบ้าน และพื้นที่ส่วนกลางซึ่งสามารถรองรับผู้มาเยือนจากภายนอกได้ โซนอยู่อาศัยก็แบ่งยูนิตเป็น 2 High-Rise ไม่ให้เป็นอาคารก้อนใหญ่จนดูแออัดจนเกินไป ซึ่งทั้ง 2 ตึกก็มีความแออัดของจำนวนยูนิตไม่เท่ากันอีกด้วยนะ โดยอาคาร B จะมีจำนวนยูนิตแออัดมากกว่าอาคาร A เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ด้วยระดับความสูงของอาคารทั้ง 2 ที่เท่ากันแต่อาคาร A มีจำนวนชั้นมากกว่าที่ 45 ชั้น โดยอาคาร B มีเพียง 43 ชั้น เนื่องจากชั้นล่างมีความสูงเพดานที่แตกต่างกันครับ ทั้ง 3 อาคารของโครงการก็มีทางเดินในร่มเชื่อมต่อกันอย่างสะดวกให้ลูกบ้านสามารถเดินไปมาระหว่างอาคารยามสภาพอากาศไม่เป็นใจได้อย่างสบายเลยครับ ส่วนรายละเอียดมีอะไรบ้างนั้นเราลองมาดูกันครับ

แผนผัง Master Plan บริเวณทั้งโครงการ คอนโดริมน้ำ

ภาพแผนผัง Master Plan บริเวณทั้งโครงการ คอนโดริมน้ำ เจริญนคร ครับ

ภาพจำลองโครงการ

อาคาร B : อาคารแรกนับจากทางเข้าโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

  • ชั้นที่ 1 : บริเวณ Drop Off รับส่งและทางเข้าอาคารมายังส่วนของ Lobby ที่โอ่โถงแบบ High Ceiling ซึ่งอาจจะมีส่วนให้อาคารนี้ยกสูงขึ้น มีบันได 2 ชุด ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และ ลิฟต์ขนของ 1 ตัว
  • ชั้นที่ 2 : เป็นพื้นที่ Active Gym ซึ่งทำเป็นเพดานสูงแบบ High Ceiling เช่นกัน โดยจะประกอบไปด้วย Rock Climbing, Street Basketball & Futsal Court, Yoga & Dancing และ Boxing ครับ
  • ชั้นที่ 3 : จะเป็น Double Volume จากส่วนของ Active Gym ที่ชั้น 2 และเป็นชั้นของทางเชื่อมต่อไปยังพื้นที่จอดรถใต้อาคาร A
  • ชั้นที่ 4 : ชั้นแรกของยูนิตที่อยู่อาศัย ซึ่งจะมีเพียง 9 ยูนิต
  • ชั้นที่ 5 – 42 : มีห้องพักอาศัย 11 ยูนิต แปลนเดียวกันตลอดความสูง
  • ชั้นที่ 43 : ส่วนของห้อง Sky Lounge และสวนหย่อมดาดฟ้า

อาคาร A : อาคารตรงกลาง

  • ชั้นที่ 1 : จะมีบริเวณ Drop Off ใต้อาคารจอดรถและทางเข้าอาคารมายังส่วนของ Lobby โดยตึกนี้จะมีบันได 2 ชุด ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นลิฟต์ส่วนตัวซึ่งแยกทางเข้าใน Lobby พิเศษต่างหากอีกชั้นหนึ่งด้วย และลิฟต์ขนของ 1 ตัวครับ รวมถึงทางเข้าออกที่จอดรถส่วนแรกของลูกบ้านก็จะอยู่ที่ตึกนี้ด้วยเช่นกัน
  • ชั้นที่ 2 – 6 : เป็นพื้นที่จอดรถ
  • ชั้นที่ 7 – 16 : พื้นที่ยูนิตพักอาศัยจำนวน 10 ยูนิตต่อชั้น
  • ชั้นที่ 17 – 44 : ยูนิตที่พักอาศัยขนาดใหญ่ โดยจะรวบพื้นที่เหลือชั้นละ 5 ยูนิต
  • ชั้นที่ 45 : ส่วนของห้อง Sky Lounge และสวนหย่อมดาดฟ้า

อาคาร Facilities ส่วนกลาง : อาคารเตี้ยชิดริมฝั่งแม่น้ำ

  • ชั้นที่ 1 : พื้นที่จอดรถ ทั้งส่วนของทางเข้าของลูกบ้านและ ที่จอดรถของ Visitors, ห้องเจ้าพระยา Tea Room, River Lounge และท่าเรือ Shuttle Boat ของโครงการ
  • ชั้นที่ 2 – 4 : เป็นพื้นที่จอดรถ
  • ชั้นที่ 4 : ส่วนของห้อง Onsen, ห้อง Steam Room และห้องแต่งตัว
  • ชั้นที่ 5 : พื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการ ได้แก่ Co-Kitchen Space, Poolside Lounge, Poolside Cabana, Swimming Pool, Kids Club & Sand Pit และ River Desk
  • ชั้นที่ 6 : ห้องออกกำลังกาย Poolside Fitness Center

Facility Building

  ในส่วนของอาคาร Facility Building ส่วนกลางที่ลูกบ้านทุกยูนิตสามารถเข้ามาใช้ร่วมกันได้ทั่วถึง ออกแบบเป็นพื้นที่เปิด Riverside Desk ให้เห็นวิวมุมกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งส่วนของสระว่ายน้ำและ Poolside Lounge จะอยู่ที่ดาดฟ้าของชั้น 5 ที่ซ้อนอยูบน River Lounge และพื้นที่จอดรถด้านล่างครับ

จำลองบรรยากาศจริงจากโครงการ

  ภาพจำลองบรรยากาศจริงจากโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ภาพซ้ายจะเป็นในส่วนพื้นที่ของ Poolside Lounge ที่มีทั้งส่วนที่เปิดโล่งและส่วนที่สามารถปิดกระจกเป็นห้องได้ ภาพขวาจะเป็นบ่อน้ำร้อน Onsen ที่ชั้น 4 ครับ

ห้องออกกำลังกาย Poolside Fitness Center ที่ชั้น 6

  ภาพจำลองบรรยากาศห้องออกกำลังกาย Poolside Fitness Center ที่ชั้น 6 ของอาคาร Facility Building โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งแบบ Arch ทั้งช่องหน้าต่างและซุ้มช่วงเสาภายใน ด้วยหน้าต่างทั้ง 2 ด้านของห้องจึงทำให้สว่างและดูปลอดโปร่ง ไม่อึดอัดเวลาออกกำลังกายหนักๆครับ

ชั้นบนสุดของทั้ง 2 ตึก ของห้อง Sky Lounge

ภาพจำลองจากโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ในส่วนของชั้นบนสุดของทั้ง 2 ตึก ของห้อง Sky Lounge สำหรับนั่งเล่นชมวิวทิวทัศน์มุมสูงของแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งกรุงเทพฯ โดยจะอยู่ที่ที่ชั้น 45 ของอาคาร A และชั้นที่ 43 ของอาคาร B ครับ ให้ลูกบ้านทั้ง 2 อาคารได้ใช้โดยไม่ต้องแย่งกันเลยครับ

สรุปรีวิวคอนโด CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง

  • River Lounge & Tea Room
  • Riverside Boulevard
  • Co-Kitchen Terrace
  • Kids Club & Sand Pit
  • Onsen & Steam Room
  • Swimming Pool
  • Poolside Lounge
  • Poolside Fitness Center
  • Active Gym
    • Rock Climbing
    • Boxing
    • Yoga & Dancing Room
    • Street Basketball & Futsal
  • ลิฟต์โดยสารหลัก 3 ตัว ต่อ อาคาร
    • อาคาร A อัตราส่วน 1 : 64 ยูนิต
    • อาคาร B อัตราส่วน 1 : 142 ยูนิต
    • ลิฟต์ส่วนตัว (Private Lift) 1 ตัว ที่อาคาร A เท่านั้น
    • อัตราส่วน 1 : 48 ยูนิต
  • ลิฟต์ขนของ (Service Life) 1 ตัว ต่อ อาคาร
  • ที่จอดรถคิดเป็นประมาณ 66% รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร

ต่อมาเรามาดูในส่วนของผังชั้นของแต่ละอาคารและผังห้องของยูนิตแต่ละแบบกันครับ ซึ่งทั้ง 2 อาคารจะมีการจัดกลุ่มของประเภทห้องแบ่งเป็นกลุ่มๆ เป็นห้องแบบ Riverfront คือยูนิตหัวมุมอาคารด้านที่หันหน้าออกริมแม่น้ำโดยตรง ส่วนห้องที่เหลือจะเป็นกลุ่มของ Riverview ที่อาศัยการมองเห็นวิวแม่น้ำแบบอ้อมๆ และจัดแกนลิฟต์โดยสารไว้ด้วยกันที่ฝั่งอาคารด้านถนนเจริญนครทั้งหมด รวมถึงกระจายปล่องบันไดให้ทั่วถึงทั้ง 2 ฝากอาคารครับ

อาคาร B

โดยขอเริ่มจากอาคาร B เป็นอันดับแรก ซึ่งจะอยู่ใกล้กับทางเข้าถนนเจริญนครที่สุด ฝั่งของอาคาร B จะมีการจัดตำแหน่งห้องแต่ละยูนิตเหมือนกันทุกชั้นทั้งอาคารเลยครับ โดยมีชั้นละ 11 ห้อง แตกต่างเพียงแค่ที่ชั้น 4 จะหายไป 2 ยูนิต เพราะเป็นเพดาน High Ceiling ของชั้น 3 ที่ทำเป็น Double Volume ขึ้นมาครับ โดยจะมีทั้งหมด 427 ยูนิต ได้แก่

  • (A1) Studio (Riverview) | ขนาด 25.10 ตร.ม. | 273 ยูนิต
  • (B1) 1 Bedroom (Riverview) | ขนาด 32.10 ตร.ม. | 76 ยูนิต
  • (D1) 2 Bedroom (Riverfront) | ขนาด 49.10 ตร.ม. | 78 ยูนิต (ห้องมุม)

ภาพผังห้องที่ชั้น 4 ของอาคาร B

จากภาพผังห้องที่ชั้น 4 ของอาคาร B จะเห็นว่า จัดห้องแบบ Studio (A1) ซึ่งทางโครงการจัดยูนิตประเภทนี้ให้อยู่ที่อาคาร B ทั้งหมด และจับกลุ่มที่ด้านอาคารฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ทั้งแผง ขณะที่ด้านอาคารฝั่งตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom (D1) 2 ยูนิตชิดมุมทั้งคู่เลยครับ

ชั้นที่ 5 ขึ้นไปผังจะเหมือนกัน แต่จะมีห้องแบบ 1 Bedroom (B1) มาแทนที่ตำแหน่งที่เคยเป็น Double Volume จากชั้น 3

ส่วนตั้งแต่ชั้นที่ 5 ขึ้นไปผังจะเหมือนกัน แต่จะมีห้องแบบ 1 Bedroom (B1) มาแทนที่ตำแหน่งที่เคยเป็น Double Volume จากชั้น 3 ทางด้านฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของตึกนั่นเองครับ

ด้านนซ้ายจะเป็นผังห้องแบบ (A1) Studio ด้านขวาจะเป็นผังห้องแบบ (B1) 1 Bedroom
  • ด้านนซ้ายจะเป็นผังห้องแบบ (A1) Studio (Riverview) ขนาด 25.10 ตร.ม. มี 273 ยูนิต ซึ่งทางโครงการจัดห้องกลุ่มนี้ไว้ที่ตึก B ทั้งหมด
  • ด้านขวาจะเป็นผังห้องแบบ (B1) 1 Bedroom (Riverview) ขนาด 32.10 ตร.ม. มี 76 ยูนิต

ยูนิต (D1) 2 Bedroom (Riverfront) ขนาด 49.10 ตร.ม.
  • ยูนิต (D1) 2 Bedroom (Riverfront) ขนาด 49.10 ตร.ม. มี 78 ยูนิต เป็นห้องมุมตึกด้านที่หันออกแม่น้ำ นับว่าเป็นยูนิตห้องไซส์ใหญ่ที่สุดของตึก B ครับ

อาคาร A

มาต่อกันที่ผังอาคาร A ครับ ซึ่งที่ตึกนี้จะแบ่งช่วงอาคารเป็นช่วง Low-Zone ตั้งแต่ชั้นที่ 7 – 16 ชั้นละ 10 ยูนิต และ High-Zone ตั้งแต่ชั้น 17 – 44 ชั้นละ 5 ยูนิต แตกต่างกันจากจำนวนห้องและรูปแบบของแปลนชั้นอาคาร โดยจะเริ่มรูปแบบห้องที่ 1 Bedroom ครับ ส่วนของแกนลิฟต์และตำแหน่งบันไดจะจัดไว้เหมือนกับตึก B เพิ่มเติมมาก็ส่วนของลิฟต์ส่วนตัว (Private Lift) 1 ตัว ที่ฝากอาคารด้านใกล้แม่น้ำครับ โดยอาคาร A มีห้องทั้งหมด 240 ยูนิต

Low-Zone ช่วงครึ่งล่างของอาคาร A จะจัดเป็นห้องแบบ 1 Bedroom (B2), 1 Bedroom Exclusive (C1) และ 2 Bedroom (F1)

ส่วนของ Low-Zone ช่วงครึ่งล่างของอาคาร A จะจัดเป็นห้องแบบ 1 Bedroom (B2), 1 Bedroom Exclusive (C1) และ 2 Bedroom (F1) ที่ห้องนี้จะมี Private Lift เข้าถึงด้วยครับ

High-Zone ช่วงครึ่งบนของอาคาร A จะมีการรวบพื้นที่ให้เป็นยูนิตขนาดใหญ่และกว้างขวางขึ้นจนเหลือเพียงชั้นละ 5 ยูนิต

ส่วนของ High-Zone ช่วงครึ่งบนของอาคาร A จะมีการรวบพื้นที่ให้เป็นยูนิตขนาดใหญ่และกว้างขวางขึ้นจนเหลือเพียงชั้นละ 5 ยูนิต ทำให้มีเพื่อนบ้านร่วมชั้นน้อยลงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยจัดเป็นห้องแบบ 2 Bedroom (E1), (E2) และ 3 Bedroom (G1) ที่มีแกน Private Lift เข้าถึงครับ

ด้านซ้ายจะเป็นผังห้องแบบ (B2) 1 Bedroom (Riverview) ด้านขวาจะเป็นผังห้องแบบ (C1) 1 Bedroom Exclusive
  • ด้านซ้ายจะเป็นผังห้องแบบ (B2) 1 Bedroom (Riverview) ขนาด 34 ตร.ม. มี 40 ยูนิต
  • ด้านขวาจะเป็นผังห้องแบบ (C1) 1 Bedroom Exclusive (Riverview) ขนาด 38.95 ตร.ม. มี 40 ยูนิตเช่นกันครับ จะเพิ่มพื้นที่มาในส่วนของห้องพิเศษไว้ใช้เป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องทำงาน หรือจัดเป็นห้องนอนแขกก็ยังได้เลยครับ

ทั้ง 2 ภาพเป็นห้องแบบ (E1-E2) 2 Bedroom
  • ทั้ง 2 ภาพเป็นห้องแบบ (E1-E2) 2 Bedroom (Riverview) ขนาด 68.6 และ 78.8 ตร.ม. จำนวน 112 ยูนิต โดยจุดแตกต่างจะอยู่ที่ห้องแบบ (E2) จะมีระเบียงแบบ Double Balcony ที่ห้องนั่งเล่นด้วยครับ

ภาพซ้าย : ห้องนี้จะเป็น (F1) 2 Bedroom (Riverfront) ขนาด 75.60 ตร.ม. ซึ่งมี 20 ยูนิต ภาพขวา : ภาพของยูนิต (G1) 3 Bedroom (Riverfront) ขนาด 151.60 ตร.ม. มี 28 ยูนิต
  • ภาพซ้าย : ห้องนี้จะเป็น (F1) 2 Bedroom (Riverfront) ขนาด 75.60 ตร.ม. ซึ่งมี 20 ยูนิต ใน Low-Zone ฝั่งหันออกแม่น้ำ เป็นยูนิตมุมตึกและมีทางเข้าทั้งจาก Private Life และทางเดินกลางด้วยครับ
  • ภาพขวา : ภาพของยูนิต (G1) 3 Bedroom (Riverfront) ขนาด 151.60 ตร.ม. มี 28 ยูนิต นับว่าเป็นห้อง Highlight ของโครงการเลยครับ ด้วยทางเข้าทั้งจาก Private Lift และมีห้องนอน Maid ลูกจ้าง เกิดจากการรวบพื้นที่ของ (F1) 2 ยูนิต กินพื้นที่อาคารด้านที่หันออกแม่น้ำทั้งด้าน ได้มุมตึกทั้ง 2 ฝั่งเลยครับ

</Markdown>

<Markdown title="พาชมห้องตัวอย่าง">

พาชมห้องตัวอย่าง CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

ในเนื้อหารีวิว CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ฉบับนี้ ทาง CondoNewb ได้มีโอกาสเข้าชมห้องตัวอย่างที่จัดแสดงไว้ในสำนักงานขาย Sales Gallery ของโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ที่ถนนเจริญนครครับ ซึ่งภายในจะมีจัดแสดงไว้เพียง 2 ยูนิต คือ ยูนิต (G1) ขนาด 3 Bedroom และเป็นห้องไซส์ใหญ่สุดของอาคาร A และ ยูนิต (D1) ขนาด 2 Bedroom ห้องไซส์ใหญ่สุดของอาคาร B ครับ โดยถือว่าเลือกจัดแสดงห้องที่เป็น Highlight หลักของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ เพราะเป็นห้องมุมตึกด้านที่หันออกวิวแม่น้ำ Riverfront ทั้งคู่เลยครับ

ซึ่งทุกยูนิตภายในโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ จะขายแบบ Fully Furnished ยกเว้นห้อง (G1) 3 Bedroom ประเภทเดียวที่จะขายแบบ Fully Fitted ครับ คือให้เฉพาะส่วนที่เป็น Built-In ให้ผู้ซื้อหรือผู้อยู่อาศัยไปตกแต่งส่วนที่เหลือเองครับ

ยูนิต (D1) 2 Bedroom Riverfront ขนาด 49.10 ตร.ม.

เรามาเริ่มกันที่ยูนิต (D1) 2 Bedroom Riverfront ขนาด 49.10 ตร.ม. ห้องมุมตึกไซส์ใหญ่สุดวิวแม่น้ำของอาคาร B กันเป็นห้องแรกก่อนเลยครับ จาก Layout หน้าทางเข้าจะเห็นว่ามีการกั้นห้องแบ่งพื้นที่ Living Area และ Bedroom แบ่งฝั่งแบ่งโซนเป็นสัดส่วนชัดเจน เพิ่มความเป็นส่วนตัวในส่วนของห้องนอนให้กับผู้อยู่อาศัยเวลามีแขกมาเยี่ยมในห้องนั่งเล่น อีกทั้งกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ไม่วุ่นวายกันและกัน ระยะของห้องกระชับแต่ไม่แคบ ไม่มีพื้นที่หลบมุมทำให้ได้รับแสงจากหน้าต่างทั่วถึงทั้งยูนิตครับ

พื้นที่ในยูนิตแบ่งเป็นโซนย่อยต่าง ๆ ได้แก่ ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น+พื้นที่ทานอาหาร, Master Bedroom, ห้องนอนเล็ก, ห้องน้ำ และพื้นที่ระเบียง โดยเริ่มต้นจากประตูทางเข้าก็จะพบกับพื้นที่ครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งตรงนี้จะเปิดโล่งต่อเนื่องกันกับห้องนั่งเล่น โดยมีพื้นที่สำหรับโต๊ะรับประทานอาหารคั่นกลาง ทำให้ได้รับแสงสว่างจากหน้าต่างฝั่งห้องนั่งเล่นอย่างเต็มที่ แต่ความเปิดโล่งนี้อาจจะไม่เหมาะกับลูกบ้านที่ชอบใช้ครัวในการประกอบอาหารกลิ่นจัดๆเท่าไหร่ครับ แม้จะมีการติดตั้งเครื่องดูดควันเหนือเตามาให้แต่กลิ่นอาหารก็อาจจะคลุ้งทั่วห้อง ติดฝั่งกับวัสดุของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่เป็นผ้าได้ครับ

ป้ายแสดงรายละเอียดด้านหน้าของห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedroom Riverfront (D1)

ป้ายแสดงรายละเอียดด้านหน้าของห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedroom Riverfront (D1) ครับ

เมื่อเปิดประตูหน้าทางเข้าของยูนิตก็จะเห็นเป็นพื้นที่ครัว

เมื่อเปิดประตูหน้าทางเข้าของยูนิตก็จะเห็นเป็นพื้นที่ครัวก่อนเลย

ลูกบิดประตูก็จะใช้เป็นแบบก้านจับ ซึ่งเป็น Digital Door Lock

ลูกบิดประตูก็จะใช้เป็นแบบก้านจับ ซึ่งเป็น Digital Door Lock แบบใช้ Keycard, Pass Code และ กุญแจ โดย Hafele ครับ วัสดุผิวจับแบบด้าน

สวิตช์เปิดปิดไฟภายในห้องก็จะเป็นแบบดำด้าน แป้นขนาดใหญ่ โดย Art DNA

สวิตช์เปิดปิดไฟภายในห้องก็จะเป็นแบบดำด้าน แป้นขนาดใหญ่ โดย Art DNA ครับ

วัสดุปูพื้นที่ทำเป็นลายไม้แนวก้างปลาทแยงมุมล้อกับการปูพื้นไม้ของบ้านระดับหรูหราในสมัยก่อน

พอเข้ามาภายในโซนครัว อย่างแรกที่สังเกตได้คือลายของวัสดุปูพื้นที่ทำเป็นลายไม้แนวก้างปลาทแยงมุมล้อกับการปูพื้นไม้ของบ้านระดับหรูหราในสมัยก่อนเลยครับ ทำให้ดูไม่ธรรมดาทั่วไปเหมือนการใช้ลายไม้แนวตรงหรือแบบตารางขวางกันครับ

พื้นที่ของห้องจะต่อเนื่องกับห้องนั่งเล่นและพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร

พื้นที่ของห้องจะต่อเนื่องกับห้องนั่งเล่นและพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ได้รับแสงจากหน้างต่างระเบียงทั่วถึงเต็มที่ครับ อย่างที่กล่าวครับว่าอาจจะไม่เหมาะกับลูกบ้านที่ชอบทำอาหารบ่อยๆเพราะห้องจะอับกลิ่น แต่ก็ยังพอใช้ทำเมนูเล็กๆน้อยๆได้อยู่บ้างล่ะ แต่หากชอบทำอาหารบ่อยๆกลิ่นแรงๆโดยอาจจะเลือกลงไปใช้ครัวส่วนกลางที่ Co-Kitchen Terrace ก็ได้ครับ

พื้นที่ครัวของห้อง

พื้นที่ครัวของห้องนี้ก็จะเรียงเป็นแถวเดียวอยู่ด้วยกันเลยครับ ติดตั้งเคาท์เตอร์และชั้นตู้เก็บของแบบ Fully Fitted ให้มีช่องพอดีกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้ ผิวหน้าบานตู้และลิ้นชักก็จะเป็นแบบเคลือบเงา ให้สามารถรักษาความสะอาดได้สะดวกครับ ที่หน้า Top ของเคาท์เตอร์จะให้เป็นเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว ด้านบนก็จะเป็นเครื่องดูดควันแบบยืดได้หดได้ของ Hafele และอ่างล้างจานด้วยครับ

พื้นที่เก็บข้องก็ให้มามากมาย

พื้นที่เก็บข้องก็ให้มามากมายเลยครับ เพียงแต่ว่าบานปิดจะยังเป็นแบบธรรมดา ไม่มีตัวเบรค Soft Close ทุกจุดนะครับ เวลาปิดฟาดแรงๆแล้วจะเสียงดังเอาได้

ตัววัสดุของอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำก็จะเป็นแบบผิวด้านสีดำ

ตัววัสดุของอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำก็จะเป็นแบบผิวด้านสีดำ ให้ไม่เป็นคราบหยดน้ำหรือดูหมองได้ง่าย

ผนังหัวมุมประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่ Master Bedroom ของห้องตัวอย่างจะทำเป็นช่องกระจก

ตรงผนังหัวมุมประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่ Master Bedroom ของห้องตัวอย่างจะทำเป็นช่องกระจก ซึ่งของจริงทางโครงการแจ้งว่าจะทำเป็นผนังทึบมาให้นะครับ หมดห่วงเรื่องห้องนอนไม่เป็นส่วนตัวแบบหลายๆโครงการใหม่ๆที่ชอบใช้ผนังกระจกกั้นพื้นที่ห้องนอนกับ Living Area ได้

พื้นที่ห้องนั่งเล่นก็กะทัดรัดให้ความรู้สึกอบอุ่น Cozy แต่ก็ยังไม่อึดอัด

พื้นที่ห้องนั่งเล่นก็กะทัดรัดให้ความรู้สึกอบอุ่น Cozy แต่ก็ยังไม่อึดอัด กว้างพอจะวางโซฟายาวแบบนั่ง 3 คนได้สบายๆ ฝาผนังบางส่วนติดตั้งเป็นกระจกเพื่อสะท้อนเงาให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ก็ยังพอมีผนังทึบเป็น Wallpaper อยู่บ้างให้ลูกบ้านสามารถตกแต่งผนังเองได้ ไม่ทำให้ห้องสะท้อนแสงมากจนเกินจำเป็นเหมือนที่คอนโดใหม่หลายๆที่นิยมทำกันครับ ระเบียงที่ด้านนอกก็ยังทำเป็นขอบปูนส่วนหนึ่งไม่ให้รู้สึกหวิวๆถ้าอยู่ชั้นบนๆ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นราวเหล็กโปร่งครับ

พอเข้ามาในห้องน้ำ ห้องจะเน้นโทนสีขาวสว่างทั้งห้อง

พอเข้ามาในห้องน้ำ ห้องจะเน้นโทนสีขาวสว่างทั้งห้อง พื้นและฝาผนังบุเป็นหินอ่อนโดยที่ฝาผนังบางส่วนจะบุเป็นกระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะคละกันระหว่างของ Cotto, Toto และ American Standard ครับ ที่ใต้อ่างล้างหน้าจะเป็นพื้นที่เก็บของได้ ส่วนวัสดุโลหะก็จะเป็นผิวด้านสีดำไม่เป็นคราบหยดน้ำง่ายเช่นกัน

ห้องอาบน้ำฝักบัวก็จะกั้นผนังและประตูกระจกกั้นพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง

ห้องอาบน้ำฝักบัวก็จะกั้นผนังและประตูกระจกกั้นพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งให้ดูแลความสะอาดง่าย และติดตั้งให้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower เลยครับ แถมในห้องน้ำเองยังมีหน้าต่างแบบบานกระทุ้งขนาดใหญ่ให้เห็นวิวตอนอาบน้ำได้อีก แต่หากไม่สะดวกใจกับหน้าต่างก็อาจจะเลือกแปะฟิล์มสีขุ่นเองทีหลังได้ครับ

Master Bedroom ก็กว้างพอจะวางเตียงใหญ่ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ

ในห้องนอนใหญ่ Master Bedroom ก็กว้างพอจะวางเตียงใหญ่ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ โดยยังมีพื้นที่เหลือรอบๆให้เดินไปเดินมาได้บ้างครับ ส่วนหน้าต่างตรงมุมห้องเหมือนจะไม่เว้าเข้ามาทางหัวเตียงมากนัก เข้าใจว่าห้องยูนิตนี้ที่มุมตึก B อาจจะประจันวิวกับตึก A เลยออกแบบให้มองมุมตรงทางแม่น้ำมากกว่ามองแนวทแยงมุมครับ

ฝั่งปลายเตียงยังพอวางตู้หน้า TV ได้ แต่จะปล่อยว่างไว้

ฝั่งปลายเตียงยังพอวางตู้หน้า TV ได้ แต่จะปล่อยว่างไว้ก็ไม่เป็นไรครับ

ตู้เสื้อผ้าที่ปลายเตียงก็จะให้มาเป็นแบบ 3 บาน

ตู้เสื้อผ้าที่ปลายเตียงก็จะให้มาเป็นแบบ 3 บานครับ แต่อาจจะไม่จุใจเท่าไหร่ถ้าอยู่ห้องนี้กัน 2 คนนะครับ

ห้องนอนเล็ก

ถัดมาทางฝั่งห้องนอนเล็กกันบ้าง ในห้องตัวอย่างเขาตกแต่งเป็นห้องพักผ่อนนั่งเล่นด้วย Sofa Bench แต่ห้องจริงเห็นว่าทางโครงการจะให้เตียง 5 ฟุตมาให้ครับ ซึ่งลูกบ้านอาจจะเลือกจัดเป็นห้องนอนรองหรือปรับให้เป็นห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือก็ได้เช่นกัน

ตู้เสื้อผ้าที่ห้องนอนเล็กก็จะให้แบบ 3 บาน

ตู้เสื้อผ้าที่ห้องนอนเล็กก็จะให้แบบ 3 บาน ขนาดเดียวกับของห้องใหญ่เลยครับ พื้นที่เก็บของสำหรับ 1 คนนี่เหลือเฟือเลยล่ะครับ

มาต่อกันที่ห้องยูนิตไซส์ใหญ่สุดตัว Highlight ของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ กันครับกับห้องแบบ (G1) 3 Bedroom Riverfront ขนาด 151.60 ตร.ม. ฝั่งอาคาร A โดยจะมีตั้งแต่ชั้นที่ 17 – 44 กินพื้นที่ฝั่งอาคารด้านแม่น้ำทั้งด้านได้มองวิวมุมอาคารอย่างจุใจถึง 2 ฝั่ง สามารถเห็นได้วิวฝั่งกรุงเทพฯ ตั้งแต่ย่านบางรัก-สาทร กว้างมาจนถึงโซน Asiatique และสะพานพระรามที่ 3 เลยครับ

นอกจากจุดเด่นด้านวิวแล้ว ในยูนิตนี้ยังมี Highlight เพิ่มเติมคือห้องนี้สามารถเข้าได้จากลิฟต์ส่วนตัว (Private Lift) ที่แยกปล่องและ Private Lobby ทางเข้าโดยเฉพาะจากข้างล่าง นอกจากนี้ยังมีทางเข้าจากCorridor ทางเดินกลางของชั้นและโซนห้องพักของแม่บ้าน Maid ไว้ให้พนักงานแยกเข้าจากลูกบ้านเจ้าของห้องต่างหากอีกช่องทางด้วยครับ

จากภาพ Layout ผังห้อง ยูนิตนี้จะประกอบด้วยโถงต้อนรับ Foyer, ห้องนั่งเล่น+พื้นที่ห้องทานอาหาร, ห้องนอนใหญ่ Master Bedroom, ห้องนอนเล็ก 2 ห้อง, มีห้องน้ำ 3 ห้องในตัว, ห้องนอนแม่บ้าน Maid พร้อมห้องน้ำที่ 4 ของ Maid, ห้องครัว, ห้องซักรีด และให้ระเบียง 2 จุดที่ห้องนั่งเล่นและอีกจุดเป็นระเบียงซักล้างที่ข้างห้อง Maid ครับ โดยยูนิตไซส์นี้จะขายแบบ Fully Fitted ให้ตกแต่งเองครับ

 ในยูนิตนี้จะแบ่งฟากห้องนอนใหญ่ Master Bedroom

ในยูนิตนี้จะแบ่งฟากห้องนอนใหญ่ Master Bedroom กับห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องไว้คนละฝั่งมุมของอาคาร เชื่อมกันด้วย Common Area ที่เป็นห้องนั่งเล่นและห้องทานข้าวครับ

 ในยูนิตนี้จะแบ่งฟากห้องนอนใหญ่ Master Bedroom

ป้ายแสดงรายละเอียดของยูนิต 3 Bedroom ที่หน้าห้องตัวอย่างครับ

ป้ายแสดงรายละเอียดของยูนิต 3 Bedroom

จากทางเข้าหลักของยูนิตนี้จะจำลองเป็นมุมมองจากประตูของ Private Lift ครับ พอเข้ามาก็จะพบกับโถงต้อนรับ Foyer ก่อนเป็นอันดับแรก เป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกชั้นหนึ่งไม่ให้ผู้โดยสารร่วมลิฟต์มองเข้ามาในยูนิตครับ

จำลองเป็นมุมมองจากประตูของ Private Lift

โดยจากหน้าลิฟต์ทางฝั่งขวามือของ Foyer จะเป็นทางเข้าไปยังตัวยูนิต ซึ่งมีการกั้นประตูห้อง Digital Door Lock เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้อีกชั้นหนึ่งด้วยครับ

มีการกั้นประตูห้อง Digital Door Lock เป็นการเพิ่มความปลอดภัย

ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ของตู้เสื้อผ้าแบบกึ่งๆ Walk-In Closet ครับ เอาไว้เก็บเสื้อผ้านอกฤดูต่างๆ หรือถุงกอล์ฟและรองเท้าได้อีกเพียบเลย

ฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ของตู้เสื้อผ้าแบบกึ่งๆ Walk-In Closet

ถัดเข้ามาจากพื้นที่ Foyer ก็จะเข้ามาในส่วนของ Common Area ที่เป็น Living Room และ Dining Room ซึ่งทำเชื่อมเป็นพื้นที่เดียวกันครับ

พื้นที่ Foyer ก็จะเข้ามาในส่วนของ Common Area ที่เป็น Living Room และ Dining Room

จากตรงนี้มองไปทางขวาด้านในสุดจะเป็นทางเข้าของห้องนอนใหญ่ Master Bedroom และมีประตูทางขวามือไปยังห้องครัวและโซนของ Maid ครับ

ทางเข้าของห้องนอนใหญ่ Master Bedroom และมีประตู

ในห้องตัวอย่างจะตกแต่งพื้นที่ Dining Area ด้วยโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งกับเคาท์เตอร์บาร์เล็กๆ ซึ่งหากเลือกตกแต่งจริงๆก็สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ 6 – 8 ที่นั่งได้สบายๆครับ

ตกแต่งพื้นที่ Dining Area ด้วยโต๊ะขนาด 4 ที่นั่ง

ในโซน Common Area นี้จะทำเป็น Double Balcony อีกด้วยครับ โดยผู้อยู่อาศัยสามารถเปิดประตูบานเลื่อนและปิดหน้าต่างชั้นนอก เป็นการขยายพื้นที่ของ Living Room ให้กว้างขึ้น สามารถหดหรือขยายพื้นที่ห้องตามความต้องการได้อีกด้วยครับ ซึ่งก็ Make Sense กับช่วงชั้นบนๆของอาคาร เพราะยิ่งชั้นที่อยู่สูงมากๆ พื้นที่ระเบียง Balcony จะไม่ค่อยได้ถูกใช้งานสักเท่าไร่ เพราะลมแรงและอากาศร้อนจัดในบางฤดู

โซน Common Area นี้จะทำเป็น Double Balcony

แนวของประตูกระจกบางเลื่อนแบ่งพื้นที่ห้องจริงๆของโซน Common Area กับพื้นที่ของระเบียง Double Balcony ครับ โดยระเบียงที่จุดนี้จะใช้ที่กั้นเป็นแผงกระจก

โซน Common Area กับพื้นที่ของระเบียง Double Balcony

อีกฝั่งของ Common Area หรือฝั่งซ้ายมือเมื่อเข้าจากทาง Foyer จะเป็นทางเข้าห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องครับ

อีกฝั่งของ Common Area

ทางเข้าห้องนอนเล็กแรกของมุมตึก เปิดมาจะพบเป็นพื้นที่ห้องแต่งตัวและตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-In Closet โดยแบ่งประตูข้างในอีก 2 ฝั่ง ด้านขวาไปที่เตียงนอน และซ้ายมือจะเข้าไปห้องน้ำในตัวของห้องนอนนี้ครับ ซึ่งห้องนี้อาจจะถูกอกถูกใจคนที่มีเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายเยอะเป็นพิเศษเลยครับ

พื้นที่ห้องแต่งตัวและตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-In Closet

ฝั่งห้องนอนก็จะติดหน้าต่างมุมตึก ได้มองวิวฝั่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯย่านบางรักและสาทรครับ

ฝั่งห้องนอนก็จะติดหน้าต่างมุมตึก

ห้องน้ำในตัวของห้องนอนนี้จะมีอุปกรณ์และสุขภัณฑ์เหมือนๆกับยูนิต (D1) 2 Bedroom Riverfront เพียงแต่เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าจะใหญ่กว่าเป็นเท่าตัว

ห้องนอนนี้จะมีอุปกรณ์และสุขภัณฑ์

ถัดมาทางห้องนอนเล็กที่สอง ตรงนี้นจะตกแต่งด้วยเตียง 5 ฟุตวางชิดมุม และวางด้วยโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือครับ

ตกแต่งด้วยเตียง 5 ฟุตวางชิดมุม

อีกฝั่งของห้องจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาด 4 บาน ถือว่าให้ตู้บานใหญ่กว่า Master Bedroom ของยูนิต 2 Bedroom อีกนะครับเนี่ย

ตู้เสื้อผ้าขนาด 4 บาน

ห้องน้ำในตัวของห้องนอนนี้โดยรวมก็จะสเปคเดียวกันกับยูนิต 2 Bedroom เลยครับ

ห้องน้ำในตัวของห้องนอนนี้โดยรวมก็จะสเปคเดียวกันกับยูนิต 2 Bedroom

แต่จะมีข้อแตกต่างตรงที่ฝักบัวอาบน้ำจะให้มาแค่ Hand Shower ครับ

แต่จะมีข้อแตกต่างตรงที่ฝักบัวอาบน้ำจะให้มาแค่ Hand Shower

ทีนี้ข้ามฝั่งห้องมาที่ห้องนอนใหญ่ Master Bedroom ที่อีกมุมของอาคารครับ ตรงนี้ก็จะได้รับวิวเจ้าพระยาฝั่ง Asiatique และสะพานพระรามที่ 3

ทีนี้ข้ามฝั่งห้องมาที่ห้องนอนใหญ่ Master Bedroom ที่อีกมุมของอาคาร

อีกด้านของห้องก็จะเป็นทางเข้าห้องน้ำและตู้เสื้อผ้า Built-In ขนาดใหญ่พิเศษ เหมาะกับ 2 คนที่จะนอนในห้องนี้เลยครับ

อีกด้านของห้องก็จะเป็นทางเข้าห้องน้ำและตู้เสื้อผ้า Built-In ขนาดใหญ่พิเศษ

ในห้องน้ำของ Master Bedroom จะมีจุดแตกต่างตรงที่จะใช้ส้วมแบบอัตโนมัติมาแทนครับ

ในห้องน้ำของ Master Bedroom

นอกจากนี้ในห้องน้ำของ Master Bedroom จะให้อ่างอาบน้ำของ Cotto มาด้วยครับ ซึ่งสำหรับยูนิตแบบอื่นทั้งโครง CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ การจะได้แค่ฝักบัวยืนอาบเท่านั้น

ห้องน้ำของ Master Bedroom จะให้อ่างอาบน้ำของ Cotto

ทีนี้เราเข้ามาดูในส่วนของห้องครัวและโซน Maid กันครับ ในห้องตัวอย่างจะเปิดโล่งพื้นที่ครัวและห้องซักล้างถึงกัน แต่ใน Layout ระบุว่าจะทำผนังและประตูกั้นอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนของห้องครัวและโซน Maid

พื้นที่เคาท์เตอร์ครัวก็จะใช้วัสดุอุปกรณ์เหมือนกับแบบที่เหลือของโครงการ คือเป็นบานตู้เคลือบเงาไม่ฝังคราบ พื้นที่ Top เคาท์เตอร์เป็นหิน ให้เตาแม่เหล็ก 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานแบบใหญ่ 2 อ่าง โดยฝั่งตรงข้ามของเคาท์เตอร์จะเป็นพื้นที่ให้วางตูเย็นไซส์ใหญ่ครับ

พื้นที่เคาท์เตอร์ครัว

ลึกเข้ามาอีกด้านหนึ่งจะเป็นทางเดินไปยังห้องนอนแม่บ้าน Maid ห้องน้ำของ Maid และระเบียงซักล้างที่ใช้สำหรับตากผ้าได้ครับ

ห้องนอนแม่บ้าน Maid ห้องน้ำของ Maid

ห้องนอน Maid ก็ขนาดกำลังพอดีครับ พอวางเตียงเดี่ยว 3.5 ฟุตและตู้เสื้อผ้าแบบ Knock Down ได้

ห้องนอน Maid ก็ขนาดกำลังพอดี

ห้องน้ำส่วนตัวของ Maid ก็จะให้มาแค่ฝักบัว Hand Shower และโถส้วมครับ โดยวัสดุโลหะจะเป็นสแตนเลสสีเงินเงา ต่างกับส่วนอื่นๆของโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร ที่เป็นสีดำผิวด้านครับ

ห้องน้ำส่วนตัวของ Maid

ชุดสวิตช์ไฟก็ใช้เป็นของ Art DNA เหมือนกันครับ

*รายละเอียดของวัสดุของตกแต่งและของใช้ต่างๆ อาจใช้เป็นรุ่นเทียบเท่าเมื่อโครงการจริงสร้างเสร็จครับ

โดยตัวโครงการ Chapter เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ เพิ่งปิดการขายหมดทั้ง 100% จากมือโครงการไปในงาน Open House เมื่อ 3 – 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยราคาคร่าวๆสุดท้ายเท่าที่ทราบอย่างไม่เป็นทางการ คือห้องแบบ Studio (A1) 2 ยูนิตสุดท้ายขายไปที่ราคาประมาณ 14 ล้านบาท ซึ่งต่อจากนี้หากใครยังสนใจอาจจะต้องซื้อต่อจากผู้จองมือแรก โดยติดต่อผ่านทางเอเจนต์รายย่อยเจ้าอื่นๆเพื่อเจรจาเรื่องราคาครับ

  • ขายแบบ Fully Furnished (ยกเว้นยูนิต (G1) 3 Bedroom Riverfront ที่ขายแบบ Fully Fitted)
  • ความสูงพื้นที่ถึงฝ้าเพดาน 3 เมตร
  • มีรถบริการ Shuttle Bus รับส่ง BTS กรุงธนบุรี
  • มีเรือ Shuttle Boat รับส่งท่าเรือสาทร (BTS สะพานตากสิน)

</Markdown>

<Markdown title="บทวิเคราะห์และแนะนำ">

บทวิเคราะห์และแนะนำรีวิว CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

จากการ รีวิว CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ และได้ทราบรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ กันไปแล้ว ทีนี้เรามาพิจารณาและวิเคราะห์ถึงตำแหน่งห้องที่ดีที่สุดที่เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่เป็นรุ่นใหม่ของ CondoNewb กันครับ

แน่นอนครับว่าคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ วัยทำงานที่ยังอายุไม่เกิน 35 ปี กำลังซื้อยูนิตระดับ High-end ที่เป็น Highlight ของโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ นี้อาจจะไกลเกินเอื้อม ฉะนั้นห้องที่พอดูจะเป็นไปได้ก็อาจจะเป็นยูนิตแบบ Studio ไปจนถึงห้องแบบ 1 Bedroom ที่ผู้ซื้อกลุ่มนี้พอเป็นไปได้ที่จะมีกำลังซื้อมากที่สุดครับ *ในที่นี่คือกรณีที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองนะครับ หรือหากเป็นการซื่อเพื่อลงทุนละก็ ยูนิตแบบ Studio ก็ดูจะราคาย่อมเยาโดยที่ยังสามารถให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด

อยู่อาศัยเอง

ผังอาคารกันครับ โดยที่อาคาร B ห้องแบบ Studio (A1)

ก่อนอื่นเรากลับมาดูที่ Layout และผังอาคารกันครับ โดยที่อาคาร B ห้องแบบ Studio (A1) จะหันออกตะวันตกเฉียงใต้รับวิวฝั่ง Asiatique โดยระหว่างที่แปลงที่ดินเอกชนในฝั่งนี้ยังไม่มีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ใดๆ อย่างไรก็ตามที่อาคาร B จะใช้ผังเดียวกันตลอดทั้งตึก ผู้อยู่อาศัย ทั้งซื้อหรือเช่าอาจะเลือกยูนิตที่ชั้นบนๆเกินชั้นที่ 20 ขึ้นไปไว้เป็นการรักษาสิทธิ์ในการรับวิวไว้ในอนาคตครับ

แม้สำหรับยูนิตนี้ห้องจะกะทัดรัดด้วยขนาด 25.10 ตร.ม. และอุปกรณ์ใช้สอยภายในห้องไม่ได้ครบครันมากมาย ก็อาจจะเหมาะกับคนที่มีวิถีชีวิตไลฟ์สไตล์ที่ชอบใช้เวลานอกห้องมากกว่า เพราะที่พื้นที่ส่วนกลางก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และกิจกรรมในละแวกใกล้เคียงของย่านเจริญนครนี้อีกเพียบเลยครับ และถ้าพิถีพิถันในการเลือกตำแหน่งของห้องไปอีก โดยเน้นเรื่องความสะดวกเป็นหลัก ยูนิตหน้าลิฟต์ก็ไม่ได้เลวร้ายครับ แต่ถ้าต้องการความสงบจากเสียงเพื่อนบ้านที่เดินสัญจรผ่านหน้าห้องบ่อยๆ อาจจะเลี่ยงห้องหน้าลิฟต์ไว้ดีกว่าครับ

ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom (B1) จะเป็นตำแหน่งของตึก B จะหันไปทางวัดเศวตฉัตร หากผู้อยู่อาศัยไม่ได้จริงจังกับเรื่องวิวมากนัก ข้อดีของยูนิต (B1) คือ ไม่มีด้านที่ชิดติดกับยูนิตเพื่อนบ้านเลย แม้แต่ยูนิตที่ถัดกันก็มีช่องว่างเว้นระยะจากกัน หมดกังวลเรื่องเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านร่วมชั้นไปได้เลยครับ เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ชอบความสงบ และหากซีเรียสเรื่องวิวเอามากๆ ยูนิตไซส์นี้เหนือชั้นที่ 20 ขึ้นไปจะดีที่สุดครับ เพราะพื้นที่ถัดจากวัดเศวตฉัตรก็เตรียมที่จะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานของกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่สูง 20 ชั้น ทำให้ห้องที่ช่วง Low-Zone ไม่ได้มองวิวระยไกลครับ

อาคาร A ครับ เนื่องจากช่วง High-Zone

ข้ามมาที่อาคาร A ครับ เนื่องจากช่วง High-Zone ที่เป็นห้องไซส์ใหญ่ เราจะขอไม่กล่าวถึงสำหรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยวัยนี้ ดังนั้นช่วง Low-Zone ชั้นที่ 7 – 16 อาจจะเหมาะมากกว่าครับ โดยยูนิตที่น่ามองก็คือ 1 Bedroom Exclusive (C1) ขนาด 38.95 ตร.ม. ที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้หันไปทาง Asiatique ทำให้ได้รับวิวได้มากกว่าครับ เนื่องจากฝั่งนี้ของตึกเว้นระยะเป็นส่วนลอยด้านบนอาคารจอดรถ และอุปกรณ์ภายในห้องที่มีให้มากกว่าแบบ Studio ขึ้นมาหน่อย ขณะที่ห้องแบบ 1 Bedroom (B2) อีกฝั่งจะหันไปทางชุมชนหลังวัดเศวตฉัตรและจะเจอตึกกระทรวงมหาดไทย 20 ชั้นบดบังวิวในอนาคตครับ

ลงทุน

ห้องขนาด Studio (A1) 25.10 ตร.ม.

หากกลุ่มผู้ซื้อรุ่นใหม่ที่สนใจจะลงทุนกับคอนโดโดยที่ไม่แบกภาระหนี้มากนัก ห้องขนาด Studio (A1) 25.10 ตร.ม. อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดครับ เพราะเป็นประเภทยูนิตที่สามารถปล่อยเช่าได้ง่ายและเหมาะกับผู้เช่าอยู่อาศัยได้หลากหลายไลฟ์ไตล์เลยครับ

</Markdown>

<Markdown title="สรุป">

สรุปรวบยอดCHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์

ทำเลที่ตั้ง

  • ตัวโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ Chapter เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ก็บบริการต่างๆโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแหล่งจับจ่ายอย่าง ICONSIAM, Asiatique, Robinson ใกล้สถานพยาบาล สถานศึกษา หรือย่านทำงานใจกลางเมืองอย่างสาทร-สีลม โครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ติดทั้งถนนสายหลัก และอยู่ไม่ไกลขนส่งมวลชนอื่นๆ อีกทั้งติดริมฝั่งแม่น้ำ สามารถมองเห็นวิวโค้งแม่น้ำย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯในมุมกว้างได้

การเดินทาง

  • สามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ด้วยหน้าโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ติดถนนหลักสายใหญ่คือถนนเจริญนคร เส้นทางไม่ซับซ้อน พื้นที่ที่จอดรถมากมายถึง 66% อีกทั้งห่างสถานีรถไฟฟ้า BTS กรุงธนบุรีเพียง 1 กม. กว่าๆ นอกจากนี้ทางโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ยังเตรียมบริการ Shuttle Bus และ Shuttle Boat รับส่งไปยังสถานีขนส่งมวลชนใกล้เคียงอีกด้วยครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกและส่วนกลาง

  • โครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ จัดพื้นที่ส่วนกลางอย่างเหลือเฟือมากๆ โดยแยกออกมาเป็นอาคาร Facility Building ต่างหาก ในส่วนของ Swimming Pool, Co-Kitchen Space, และ Fitness Center ให้ทั้งลูกบ้านและผู้มาเยือน Visitor สามารถเข้ามาใช้ร่วมกันได้ อีกทั้งที่ชั้นบนสุดของทั้ง 2 อาคารก็ยังจัดสรรเป็น Sky Lounge ให้ลูกบ้านได้ชมวิวเมืองในมุมกว้างได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการรักษาความปลอดภัยอยู่หลายจุด ทั้งที่หน้าทางเข้า และที่ Lobby

การออกแบบห้อง

  • ผังห้องจัดสรรได้อย่างเป็นสัดส่วน แยกพื้นที่ Living Area กับ Kitchen ชัดเจน ง่ายต่อการตกแต่งและดูแลรักษาด้วยการเลือกใช้วัสดุแบบเคลือบเงาของฝาตู้ต่างๆ และอุปกรณ์ประปาที่เป็นผิวด้าน เกิดคราบฝังหรือเกิดคราบสกปรกยากกว่า รวมถึงการขายห้องแบบ Fully Furnished ที่ให้พื้นที่เก็บของมากมาย ตอบสนองการใช้ชีวิตจริงๆของคนทั่วไปที่จริงๆได้ จำนวนยูนิตแต่ละชั้นไม่เยอะมาก และการแบ่งเป็น 2 อาคารช่วยลดความแออัดในการใช้ลิฟต์ด้วย

การเลือกห้อง

  • ตำแหน่งห้องที่ดีที่สุดของโครงการคอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ คงไม่พ้นห้องแบบ Riverfront ของทั้ง 2 ตึก หากต้องเลือกจากความสามารถในการซื้อของคนรุ่นใหม่จริงๆ อาจจะต้องลงอห้องที่เล็กและตำแหน่งที่เป็นรองลงมาอย่าง Studio (A1) และ 1 Bedroom (B1 และ C1) ด้วยขนาดห้องที่กำลังพอเหมาะและทิศทางของหน้าต่างที่อาจจะพบอุปสรรคในเรื่องของวิวที่น้อยกว่าครับ

ภาพรวม

การรีวิวคอนโด CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ก็มาถึงภาพรวมของโครงการ ซึ่ง CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ของ พฤกษา ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางง่ายและสะดวก มีบริการรับส่ง อยู่ใกล้สถานที่สำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ รูปแบบโครงการ คอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ที่เหมาะกับผู้อยู่อาศัยหลากหลายทั้งแบบอยู่คนเดียวและแบบครอบครัวใหญ่ ภายในห้องตกแต่งและใช้วัสดุที่ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจที่จะอยู่อาศัยใกล้แม่น้ำ และมีกำลังซื้อมากระดับหนึ่งแล้วครับ อาจจะมีคำถามต่อว่า CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ ราคาเท่าไหร่นะ? จริงๆแล้วส่วนตัวคิดว่า “ไม่ว่าราคาไหนก็คุ้ม” อาจนับได้ว่าเป็นวลีสรุปสุดท้ายสำหรับโครงการ CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ คอนโดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คอนโดริมน้ำ เจริญนคร หรือ “CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์” ของ พฤกษา เพราะไม่ว่าจะเลือกซื้อห้องตำแหน่งไหนราคาใดก็ตาม ก็ยังมีสิทธิที่จะได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม และได้ชมวิวมุมสูงจากพื้นที่ชั้นบนส่วนได้เช่นกันครับ

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับการ รีวิวคอนโด CHAPTER เจริญนคร – ริเวอร์ไซด์ โดนใจผู้อ่านกันมั้ยครับ หรืออยากอ่านรีวิวคอนโด ที่น่าสนใจได้ใน CondoNewb เลยนะครับ

</Markdown>