logo

        こんにちは สวัสดีชาวผู้อ่าน CondoNewb ทุกท่านอีกครั้งนะคะ วันนี้เราขอทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นกัน เพราะวันนี้เราจะพาไปอ่าน The Fine Bangkok คอนโดระดับ High Class โครงการร่วมทุนระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ที่ตั้งใจอยู่ใจกลางเอกมัย ตึกสร้างเสร็จพร้อมอยู่ เป็นส่วนตัวเพียง 220 ยูนิตเท่านั้น วันนี้เราเลยเก็บภาพบรรยากาศและตัวห้องตัวอย่างมาให้ชมกัน พร้อมแล้วตามมาเลยค่ะ 

<factsheet/>

. . . . . . . . .

จุดเด่นที่ตั้งโครงการ

ที่ตั้งโครงการ :: The Fine Bangkok ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 

google Maps :: https://goo.gl/maps/3MQXgvik6qtEb4YK8

การคมนาคม

  • BTS เอกมัย 1.4 กิโลเมตร 
  • Interchange อโศก 3 สถานี
  • Interchange สยาม 7 สถานี

ห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้

  • DONKI Mall 160 เมตร 
  • Healthland 300 เมตร 
  • Big C เอกมัย 550 เมตร 
  • J Avenue 900 เมตร 
  • Nihonmura Mall 1 กิโลเมตร 
  • Major Ciniplex สุขุมวิท 1.6 กิโลเมตร 
  • Emquartier 2.7 กิโลเมตร

สถานพยาบาล

  • โรงพยาบาลสมิติเวช 1.4 กิโลเมตร 
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท 1.8 กิโลเมตร 
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2.4 กิโลเมตร 
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ 2.7 กิโลเมตร

สถานศึกษา

  • โรงเรียนนานาชาติเอกมัย 700 เมตร 
  • โรงเรียนศรีวิกรณ์ 1.8 กิโลเมตร 
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท 2.6 กิโลเมตร 
  • โรงเรียนสาธิตฯ ประสานมิตร 4.2 กิโลเมตร

อื่นๆ

  • อาคารสำนักงานศรสรขัย 900 เมตร 
  • อาคาร S.S.P. Tower 1.1 กิโลเมตร 
  • วัดธาตุทอง 1.4 กิโลเมตร 
  • ท้องฟ้าจำลอง เอกมัย 1.5 กิโลเมตร
  • สวนเบญจกิติ 5.4 กิโลเมตร 

The Fine Bangkok ตั้งอยู่ที่ซอยที่เอกมัย 12 ห่างจากแยกเอกมัยประมาณ 100 เมตร ส่วนตัวมองว่าการเดินทางค่อนข้างหลากหลายและสะดวกค่ะ ถ้าออกจากโครงการเลี้ยวซ้ายก็จะเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท 71 หรือซอยปรีดีพนมยงค์นั่นเอง ซึ่งเราสามารถใช้เส้นทางนี้ลัดเลาะไปขึ้นทางด่วนอาจณรงค์ - รามอินทรา เดินทางไปทำงานที่ย่านอื่นได้หรือถ้าเลี้ยวขวาสามารถเชื่อมกับถนนสุขุมวิท 63 ซึ่งเส้นนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนพหลโยธินและถนนเพชรบุรีค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางสู่ย่านไลฟ์สไตล์หรูทองหล่อ โดยไปทางซอยทองหล่อ 10 ค่ะ 

            สำหรับคนที่ต้องการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ที่ใกล้ที่สุด คือ BTS สถานีเอกมัย โดยโครงการจะอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 1.4 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างห่างพอสมควร ฉะนั้นจึงมี Shuttle Service คอยบริการรับส่งทุกครึ่งชั่วโมง ให้บริการตั้ง 07.00-21.00 น. เดินทางเข้าไปสู่ CBD อย่างทองหล่อ อโศก เพียง 1-3 สถานีเท่านั้นเองค่ะ 

           การอยู่อาศัย อาหารการกิน ย่านนี้ก็ค่อนข้างครบครันและตอบรับเข้ากับความเป็นญี่ปุ่นของโครงการ เพราะย่านเอกมัยเองก็เป็น Little Japan อยู่แล้ว มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาอาศัยและทำงาน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีร้านอาหารและแหล่งคอมมูนิตี้ สไตล์ญี่ปุ่นรายหลายแห่งเลย และที่ใกล้โครงการที่สุด ก็ต้องเป็นห้างใหญ่ อย่าง “DONKI Mall” สามารถเดินไปได้เลยค่ะ อยู่ข้าง ๆ โครงการร้านอาหารมากมาย 

             นอกจากนี้ถนนสุขุมวิท 63 บริเวณต้นซอย ก็ยังมีทั้งห้างใหญ่ Gateway เอกมัย Major Ciniplex สุขุมวิท เข้ามาในซอยก็มีทั้ง Big C เอกมัย Nihonmura Mall รวมทั้งคอมมูนิตี้เอาใจสายสุขภาพอย่าง Healthland ด้วยค่ะ หรือถ้าใครอยากเป็นเดินเล่นชิลล์ ๆ ในเมืองก็ขึ้น BTS เดินทางสู่ใจกลางกรุงอย่างสยาม ก็นั่งชิลล์ๆ 7 - 8 สถานี ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาทีเท่านั้น

. . . . . . . . . .

ความน่าสนใจของโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก

 The Fine Bangkok เป็นคอนโดระดับ High Class ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างซันเคียว โฮม (ประเทศไทย) ซึ่งฝากผลงานไว้อย่างน่าประทับใจกับโครงการ Moniiq สุขุมวิท 64 ร่วมทุนกับเคฮัง เรียล เอสเตท Developer คุณภาพแน่นจากญี่ปุ่น ที่พัฒนาโครงการดังมากมาย อาทิ Fine City – Senri Tsukumodai The Fine Tower – Umeda Toyosaki

 

             สำหรับดีไซน์ของ The Fine Bangkok ได้สถาปนิกชื่อดังอย่าง A49 เป็นผู้ออกแบบ คอนโดจะรังสรรค์ออกมาเป็นสไตล์ Modern Luxury Japanese ดังนั้นเราจะได้เห็นดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลกตา เพราะผสมระหว่างความ Minimal แบบญี่ปุ่นนำมากับความเป็นโมเดิร์น ลักชัวรี ให้บรรยากาศสวยเก๋ ต่างจากโครงการอื่นค่ะ

          ตัวตึกของ The Fine Bangkok ออกมาอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา แต่มีการนำระแนงแนวตั้ง เข้ามาช่วยเพื่อให้ดูซอฟต์ลง ส่วนบรรยากาศภายในตัวอาคารเน้นการใช้สีเอิร์ธโทน มีการตกแต่งที่เรียบง่ายสบายตา เพื่อให้ลูกบ้านได้ผ่อนคลายอารมณ์ จากความวุ่นวายของบรรยากาศภายนอกค่ะ

          ฉะนั้นคอนโดนี้จะให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นสูงมากแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น Landscape ตัวอาคาร ส่วนกลาง รวมทั้งการออกแบบการใช้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องเองก็มีการ Insight ของชาวญี่ปุ่นปรับใช้ค่ะ โดย The Fine Bangkok ออกแบบเป็นตึก High Rise 1 อาคาร จำนวน 31 ชั้นและมีห้องพักไม่มาก เพียง 220 ยูนิตเท่านั้นเองค่ะ 

ภาพรวม Perspective ของส่วนกลางค่ะ

FINE SKY อยู่ที่ชั้น 31 ประกอบด้วย Wine Lounge / Kids Room / ห้องคาราโอเกะ / ฟิตเนส / Sky Seat / พื้นที่ส่วนพัดกอล์ฟ (Rooftop)

          เรามาเริ่มกันที่ Rooftop ค่ะ ตรงนี้เนรมิตเป็นพื้นที่ส่วนพัตต์กอล์ฟขนาดใหญ่ ด้านข้างมี Sky Seat 2-3 ชุด ไว้นั่งรับลมชิลล์ๆ ด้วยค่ะ ตรงนี้สามารถชมวิวได้ทุกมุมมองเลย 

          Wine Lounge พื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนขนาดใหญ่ ตกแต่งหรูหราน่านั่ง มีชุดโต๊ะและโซฟาให้ใช้งานได้หลากหลาย ทางโครงการใช้กระจกบานใหญ่ แบบเต็มบาน ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เหมาะกับการนั่งชมวิวตอนเย็นมากๆ ค่ะ

            ในห้องนี้จะมีส่วนของ Co-Kitchen ตกแต่งเป็น Pantry เล็กๆ พร้อมบาร์ที่นั่ง 3-4 ที่ ตรงนี้จะสามารถจองเป็น Private ได้ด้วยค่ะ มีประตูกั้นปิดแยกส่วนชัดเจน 

           Karaoke Room ห้องนี้หยิบ Insight ของชาวญี่ปุ่นมาออกแบบเอาใจชาวไทยเราเลยค่ะ ภายในห้องมีอุปกรณ์เครื่องเสียงครบ ด้านบนมี Lighting เปลี่ยนสีได้ด้วย 

          ถัดมาจะเป็น Kids Room ห้องของน้อง ๆ หนู ๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำงานหรือออกกำลังกาย สามารถให้น้องๆมารอได้ ภายในมีเครื่องเล่นพอประมาณและมีชุดโต๊ะให้ด้วยค่ะ 

           Fitness จะอยู่ตรงมุมอาคารพอดี หันหน้าไปหาวิวทองหล่อนะคะ อุปกรณ์ครบครัน สามารถรองรับลูกบ้านได้ครั้งละ 13-14 คนเลยทีเดียวค่ะ

FINE RETREAT อยู่ที่ชั้น 30 ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ / Hot Pool / Pool Bar / Sauna Room / The Edge Viewpoint


สำหรับสระว่ายน้ำของ The Fine Bangkok ออกแบบเป็น Infinity Pool ขนาดใหญ่ ภายในเป็นระบบน้ำเกลือนะคะ ด้านบนจะมีระแนงไม้ ทำเป็นชายคายื่นมาออกครอบคลุมเกือบทั้งสระ อันนี้ส่วนตัวค่อนข้างชอบเลยเพราะทำให้สามารถว่ายน้ำเวลาไหนก็ได้ ไม่ต้องกลัวแดดหรือฝน ตัวสระจะถูกวางไว้ฝั่งทิศตะวันตก มองออกไปจะเห็นเป็นวิวฝั่งทองหล่อค่ะ

         นอกจากนี้ยังมี Hot Pool ที่ออกแบบให้เหมือนออนเซ็นกลางแจ้งให้ด้วยค่ะ 

          ในส่วนของ Pool Bar ออกมาแบบชิคๆเป็น Sunken Bar มีน้ำล้อมรอบภายในทั้งชุดโซฟาและบาร์ น่าจะรองรับได้ประมาณ 7-8 คน เหมาะกับการจัดปาร์ตี้ในช่วงเย็น 

          และนี่คือไฮไลท์ของส่วนกลางชั้น 30 นี้ค่ะ นั่นก็คือ The Edge Viewpoint นั่นเองค่ะ ตรงนี้จะเป็นจุดชมวิวเมือง ที่หันออกทางทิศใต้ซึ่งติดกับซอยเอกมัย 12 ซึ่งเป็นฝั่งที่ไม่มีตึกสูงมาบล็อกวิว สวยงามมากค่ะ

FINE LOUNGE อยู่ที่ชั้น G Lobby / Co-working Room / Private Meeting Room / ระบบกล้องวงจรปิด / Mail Room

           Lobby ออกแบบอย่างเรียบหรู มีการใช้สีเข้มและLighting นวลๆ มาสร้างบรรยากาศที่ดูหรูหรา เฟอร์นิเจอร์และตกแต่งให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น

ภาพบรรยากาศในส่วนล็อบบี้ และ Mailbox

          สำหรับ Co-Working ของที่นี่ บรรยากาศค่อนข้าง Homey เบาสบายกว่ากว่าบริเวณ Lobby อย่างเห็นได้ชัด ตกแต่งเน้นใช้งานไม้เป็นหลัก ทั้งในส่วนของพื้น ผนังและเฟอร์นิเจอร์ บรรยากาศค่อนดีน่านั่งทำงาน เพราะมีการใช้กระจกบานใหญ่ และดีไซน์แบบ Double Space ทำให้โปร่งโล่งมากค่ะ

          และนี่จะเป็นทางขึ้นเพื่อขึ้นไปสู่ห้อง Private Meeting นะคะ จะออกแบบเป็นบันไดวน ใช้เส้นสายโค้งมนมาช่วยให้ดู Smooth มากยิ่งขึ้น 

FINE GREENERY หรือพื้นที่สีเขียวรอบๆโครงการ โดยจะมีทั้งส่วนที่เป็น Spring Garden บริเวณชั้น 1 ที่อยู่ด้านหน้าและหลังตึกและสวนหย่อมชมวิว บริเวณชั้น 23 และ 27

บรรยากาศของ Spring Garden บริเวณด้านหน้าโครงการค่ะ

 

          สำหรับสวนที่บริเวณชั้น 23 และ 27 จะจัดโซนที่นั่งให้หันหน้าไปทางฝั่งสุขุมวิท เหมาะสำหรับเดินเล่นหรือนั่งชิลล์ๆ ชมวิวเมืองค่ะ 

บรรยากาศรอบๆโครงการ The Fine Bangkok

            ที่ The Fine Bangkok จะมีระบบ Auto Parking อยู่ที่ชั้น 2-8 สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 154 คัน คิดเป็น 70 % โดยยังไม่รวมพื้นที่จอดรถรอบๆ อาคาร นับว่าให้ที่จอดค่อนข้างเยอะ ถ้าเทียบกับยูนิตที่มีเพียง 200 กว่าห้อง 

. . . . . . . . .

แปลนโครงการ 

          สำหรับ Master Plan ของThe Fine Bangkok ที่ดินจะมีลักษณะหน้าแคบยาวค่ะ โดยมีทางเข้า-ออกโครงการ เพียงทางเดียวเท่านั้นคือซอยเอกมัย 12 ทางโครงการเลือกวางตำแหน่งของสวนไว้ติดด้านหน้า แล้วดันตัวอาคารไปไว้ด้านใน เพื่อความเป็นส่วนตัวและลดเสียงรบกวนบริเวณถนน โดยชั้น 1 จะเป็นส่วนของ FINE LOUNGE ทั้งหมด รวมทั้งมี Waiting Area เพื่อรอรับรถค่ะ 

         การเข้าออกอาคาร Private Zone และระบบการกดชั้นภายในลิฟต์จะต้องใช้ Key Card ทั้งหมด การรักษาความปลอดภัยแน่นหนาปลอดภัยเลยค่ะ

           ชั้น 2-8 จะเป็นที่จอดรถระบบ Auto Parking นะคะ จอดได้ทั้งหมด 154 คัน

           ที่พักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 9 เป็นต้นไป โดยชั้น 9-22 จะมีไม่เกินชั้นละ 12 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบห้องแบบ 1 bedroom และ 2 bedroom โดยทางโครงการ จะวางห้องแบบ 2 bedroom ไว้ตรงมุมตึกค่ะ 

          ชั้น 23 จะมีห้องเพียง 10 ห้องเท่านั้น เพราะชั้นนี้มีส่วนของ Spring Garden มาแทนพื้นที่อยู่อาศัยค่ะ 

ชั้น 24-26 จะมีห้องไม่เกิน10 ยูนิตต่อชั้นค่ะโดยจะประกอบไปด้วยห้องแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ค่ะ

          สำหรับชั้น 27 จะเป็นห้องประเภท Penhouse ค่ะ โดยจะมีอยู่ 5 ยูนิตเท่านั้น ชั้นนี้มีส่วน Spring Garden คล้ายกับชั้น 23 ค่ะ 

          ชั้น 28-29 จะเป็นชั้นสุดท้ายสำหรับอยู่อาศัยค่ะ โดยชั้นนี้จะเป็นห้องแบบ Penhouse จำนวน 4 ยูนิต ค่อนข้าง Private มาก

ในส่วนของชั้นที่ 30 จะเป็นส่วนกลาง FINE RETREAT ค่ะ ซึ่งจัดเป็นโซนเปียกทั้งหมด โดยชั้นนี้จะมีไฮไลท์ สำคัญคือ The Edge View Ponit ที่เราได้กล่าวไปด้านบนค่ะ 

          สำหรับชั้นที่ 31 จะเป็นส่วนกลางทั้งหมดค่ะ เน้นชมวิวได้แบบ 360 องศาแบบเต็มสายตาเลยค่ะ มุมไหนก็สวย

          สำหรับเรื่องวิวของและบรรยากาศ The Fine Bangkok แห่งนี้ ก็อาจจะมีจุดด้อยอยู่บ้าง เพราะรอบๆโครงการก็มีทั้งอาคารพาณิชย์ 4-5 ชั้นและมีคอนโด High Rise ของแบรนด์อื่นๆอยู่ด้วย เราจะสรุปให้ค่ะว่าทิศไหนติดกับอะไรบ้าง? และเก็บภาพจากชั้นที่ 31 มาฝากกันด้วยค่ะ 

ทิศเหนือ ติดกับอาคารพาณิชย์ สูง 5 ชั้น ฝั่งจะได้วิวของถนนเพชรบุรีค่ะ

ทิศตะวันออก ติดกับโครงการ Ceil By Sansiri ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์สูง 7 ชั้น คอนโด 14 และ17 ชั้น ฝั่งนี้ได้วิวจากซอยปรีดีพนมยงค์ 71 ไปทางฝั่งพระโขนงค่ะ 

ทิศใต้ ติดซอยเอกมัย 12 เป็นบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์ ไม่สูงมาก ฝั่งนี้ได้วิวสุขุมวิท นับว่าเป็นฝั่งที่มีวิวดีที่สุดของโครงการค่ะ

ทิศตะวันตก ติดกับอาคารพาณิชย์ 5 ชั้นและคอนโด M ทองหล่อสูง 22 ชั้น ฝั่งนี้จะมองเห็นเป็นวิวของฝั่งทองหล่อ

. . . . . . . . . .

แปลนห้อง

 The Fine Bangkok จะมีห้องทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34-35 ตร.ม. 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 50-56 ตร.ม.และ Penhouse พื้นที่ใช้สอย 76-92 ตร.ม. ค่ะ โดยแต่ละแบบ มี Plan ให้เลือกหลากหลาย ภายในห้องจะเน้นใช้สีเอิร์ธโทนและเน้นงานไม้เป็นส่วนใหญ่

            ห้องจะขายแบบ Fully Fitted นะคะ โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์ Build-in บางส่วนที่ทางโครงการเตรียมไว้ อาทิ ตู้เก็บรองเท้า ชั้นวางทีวี ตู้เสื้อผ้า ฐานเตียงนอน นอกจากนี้ในตัวห้องยังมีการติดตั้ง Digital Lock ให้ทุกห้องค่ะ 

ภาพ Perspective ห้องตัวอย่าง

           ห้องของ The Fine Bangkok มีจุดเด่นอยู่ 2-3 ประการ ข้อแรกคือเพดานห้องที่ให้มากสูงถึง 2.6-2.8 เมตร ทำให้ห้องค่อนข้างโปร่งโล่ง รับแสงธรรมชาติได้มาก ประการต่อมาคือการนำ Insight ของชาวญี่ปุ่นมาประยุกต์เข้ากับห้อง เช่น ช่องเก็บของเยอะมาก Froyer บริเวณหน้าห้องสำรับถอดรองเท้า ช่องแสงตรงห้องน้ำ เป็นต้น และส่วนสุดท้ายคือ ขนาดเริ่มต้นของที่นี่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว คือ 34 ตารางเมตร เหมาะกับอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าค่ะ

           ในด้านของเทคโนโลยี ภายในห้องจะมีระบบ Smart Home อย่าง “Nasket” ให้ด้วยค่ะ โดยเจ้าระบบนี้จะรวมบริการต่างๆสำหรับ ชาวคอนโดไว้ใน 1 จอ อาทิ สั่งอาหาร สั่งของจากซุปเปอร์มาร์เก็ต เรียกแม่บ้าน จ่ายบิล ฯลฯ และวันนี้เรามีตัวอย่าง ห้อง 2 แบบ มาให้ชมกัน ตามมาดูกันเลยค่ะ  

1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร

            ห้องแบบ 1 Bedroom แปลนค่อนข้างคล้ายกันทั้งหมด คือหน้าแคบและลึก สำหรับฟังก์ชันของห้องนี้คือ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 35 ตารางเมตร สามารถอยู่อาศัยได้ 1-2 คนเลย ส่วนตัวคิดว่าแปลนห้องนี้ค่อนข้างเหมาะกับคนชอบทำอาหารค่ะ เพราะครัวเป็นครัวปิด วางผังให้ครัวติดกับระเบียง ลดกลิ่นรบกวนได้ดี 

           เมื่อเปิดเข้ามาในห้องเราจะพบกับ Froyer ขนาดเล็ก พื้นจะถูกลด Step ลงไป มีไว้เพื่อถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง ซึ่งทางโครงการได้ไอเดียนี้มาจากธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น โดยพื้นตรงนี้จะเป็นแกรนิตโต้นะคะ ทำความสะอาดง่าย 

           ถัดมาจะเป็นส่วนของชั้นวางรองเท้าซึ่งบิวท์มาให้ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว โดยหน้าตู้ มีกระจกให้ด้วยค่ะ เผื่อเช็คตัวเองก่อนออกจากห้อง

             ถัดมาจะเป็นส่วนของห้อง Living Zone ค่ะ ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียวประมาณ 3 เมตร โดยทางโครงการวางโซฟา 3 ที่นั่งให้เราดูเป็นไอเดีย แต่จริง ๆ ยังเหลือพื้นที่อีก สามารถวางเป็นโซฟาชุดใหญ่เลยก็ได้ค่ะ 

             ชั้นวางทีวีและที่เก็บของตรงนี้ ทางโครงการบิวท์มาให้แล้วค่ะ มีช่องใส่ของให้ค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเราสามารถวางทีวีได้ใหญ่สุดถึง 50 นิ้ว 

          ส่วนต่อมาจะเป็นโต๊ะ 2 อิน 1 จะกินข้าวหรือทำงานก็ได้ค่ะ ตรงส่วนนี้ทางโครงการก็มาบิวท์ให้เรียบร้อย 

แวะมาห้องนอนกันบ้าง ทางโครงการจะบิวท์ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ประตูของห้องนอนจะเป็นประตูบานทึบไปเลย เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว 

ภายในห้องโดยรวมค่อนข้างกว้างเลยทีเดียวค่ะ โดยเราสามารถวางโต๊ะข้างเตียงเล็กๆ ไว้ได้ทั้ง 2 มุม แต่ว่าพื้นที่ปลายเตียงจะไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ เวลาไปอีกด้านของห้องอาจจะเบียดๆ นิดนึงค่ะ ไม่ค่อยเหมาะกับการเอาอะไรมาตั้งที่พื้นเท่าไหร่ค่ะ แต่สามารถแขวนโทรทัศน์หรืออาจจะติดเป็นชั้นวางของที่ติดผนังได้ค่ะ 

          จุดเด่นของห้องนอนอยู่ที่ช่องแสงขนาดใหญ่ ค่อนข้างโปร่งโล่งเลยทีเดียวค่ะ โดยจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งไว้เปิดระบายอากาศได้ค่ะ 

             ถัดมาจะเป็นตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการ Bulid-in ไว้ให้ มีขนาดใหญ่มากค่ะ สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดานประมาณ 2.8 เมตรได้ค่ะ

           ห้องน้ำจะอยู่ภายในห้องนอน สามารถเข้าออกได้ 1 ทางค่ะ ตัวห้องน้ำบิวท์มาให้ครบครัน ฟังก์ชันมาตรฐานค่ะ แยกส่วนแห้งส่วนเปียกให้ชัดเจน 

          แต่ว่าที่พิเศษคือจะบิวท์ช่องเก็บของให้ค่อนข้างเยอะเลย ทั้งบริเวณอ่างและบริเวณเสาค่ะ 

สำหรับสุขภัณฑ์เป็นของแบรนด์ระดับสากล อย่าง ToTo Washlet ค่ะ

          ส่วนของครัวจะถูกดันออกมาฝั่งด้านนอกนะคะ เป็นครัวปิดค่ะ โดยมีประตูเป็นบานเลื่อน 3 ขั้นตอน ทำให้ระยะการเปิดกว้างค่ะ 

ภายในห้องครัวบิวท์ Pantry ขนาดเล็ก มาให้ครบเลย มีช่องใส่ของค่อนข้างเยอะค่ะ  

          สำหรับเคาน์เตอร์ Top เป็นหินสังเคราะห์ะเกรดดี ทนต่อการขีดข่วนได้ดีค่ะ บริเวณด้านข้างสามารถวางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้ค่ะ 

          ระเบียงของห้องนี้ มีขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่ เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งแบ่งไปวางคอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งทางโครงการบิวท์ระแนงมากั้นไว้อย่างเป็นสัดส่วนค่ะ ตัวระเบียงอาจจะวางราวตากผ้าเล็กๆ หรือปลุกต้นไม้กระถางเล็กๆ ตกแต่งเพิ่มบรรยากาศได้ 

 

2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 55.50 ตารางเมตร

          ห้องขนาด 2 Bedroom จะเป็นห้องที่ถูกวางไว้ทั้ง 4 มุมของชั้น 9 - 22 ค่ะ โดยให้พื้นที่มาค่อนข้างกว้างเลย เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นหรือคู่รักก็ได้ค่ะ โดยฟังก์ชันภายในจะเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แปลนห้องจัดมาค่อนข้างลงตัว โดยเฉพาะโซน Living จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ 

เมื่อเข้ามาจะเจอกับ Froyer ค่ะเหมือนเดิมค่ะแต่ที่เพิ่มเติมมาคือ ตู้รองเท้าขนาดใหญ่ที่ถูกบิวท์มากั้นไว้ให้เป็นสัดส่วน ให้ด้วยค่ะ โดยส่วนตัวชอบตรงนี้มากค่ะ เพราะว่ามันให้ฟีลเรากำลังกลับบ้าน เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

           เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับโซน Living ค่ะ โดยจุดเด่นของโซนนี้คือ ดันห้องโถงในสุดของห้อง พื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ตรงมุมพอดี ประกอบกระจกเต็มบาน ทำให้รับแสงธรรมชาติได้อย่างดีค่ะ นั่งชมวิวได้ทั้งวัน 

            ส่วนถัดมาทางโครงการให้ไอเดียการตกแต่งเป็นชุดโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ 4-5 ที่นั่ง แต่จริงๆเราสามารถลดทอนขนาดของโต๊ะได้ แล้วเพิ่มพื้นที่ฝั่ง Living เป็นชุดโฟาขนาดใหญ่ก็ได้ค่ะ 

สำหรับห้องนี้จะบิวท์ส่วนครัวเป็น Pantry รูปตัว L นะคะ เป็นครัวเปิดค่ะ อาจจะไม่เหมาะกับสายมาสเตอร์เชฟเท่าไหร่ เหมาะกับคนทำกับข้าวบ้างประปรายค่ะ

           ติดกับครัวจะมีทางออกไปสู่ระเบียงค่ะ ขนาดไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ อาจจะวางได้แค่ราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือ จะหาเก้าอี้มาวางนั่งชมวิวเย็นๆ ก็เด็ดเลย

          สำหรับห้องนอนทั้ง 2 ห้องที่ให้มา ขนาดค่อนข้างใกล้เคียงกันเลยค่ะ โดยทางโครงการจะบิวท์ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ทั้งสองห้องนะคะ และแต่ละห้องนอนก็มีห้องน้ำภายในตัวค่ะ

           ห้องน้ำของห้องนอนที่ 1 จะมีทางเข้า 2 ทางนะคะ คือเข้าจากทางห้องนอน หรือ เข้าจากบริเวณ Living ก็ได้ค่ะ เหมือนเป็นห้องน้ำแขกนั่นเองค่ะ

         ห้องน้ำทั้ง 2 จุดมีความพิเศษด้านดีไซน์ คือมีช่องแสงด้านบนรือที่ชาวญี่ปุ่น เรียกว่า “มะ” มาให้ด้วยค่ะ ช่วยเพิ่มแสงธรมชาติภายในห้องน้ำด้วย

           สำหรับ Master Bedroom จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมานิดหน่อยค่ะ โดยจุดเด่นของห้องยังเป็นการใช้กระจกบานใหญ่ ในห้องค่อนข้างสว่างเลยทีเดียว

           ความพิเศษของห้องน้ำแบบ 2 ห้องนอน คือจะมีอ่างจากุซซี่ให้ด้วยค่ะ ซึ่งขนาดใหญ่พอสมควร สามารถลงไปนอนแช่ได้สบายๆ โดยมีการกั้นส่วนแห้งเปียกไว้ให้พอประมาณค่ะ อาจจะต้องหาม่านมาติดเพิ่มน้า 

            และเช่นเคยกับดีไซน์แบบญี่ปุ่นบริเวณอ่างหน้า มีช่องเก็บของให้เยอะเหมือนเดิมค่ะ  

 

          สำหรับราคาห้องเริ่มต้นที่ 5.49 ล้านบาท ขายแบบ Fully Fitted ค่ะ โดยราคาเฉลี่ยของ The Fine Bangkok อยู่ที่ประมาณ 200,000 ตารางเมตรค่ะ 

. . . . . . . . . .

วิเคราะห์ทำเล

         สำหรับทำเลของ The Fine Bangkok ที่ตั้งอยู่ที่ซอยเอกมัย 12 จัดได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงเลยทีเดียว การเดินทางค่อนข้างสะดวก สำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัวเดินทางค่อนข้างสบาย โดยวิ่งลัดซอยสุขุมวิท 63 หรือซอยสุขุมวิท 71 (ปรีดีพนมยงค์) เพื่อไปยังถนนสุขุมวิท เพชรบุรี พระราม 4 หรือจะไปขึ้นทางด่วนอาจณรงค์ - รามอินทรา ก็ได้ค่ะ สามารถเดินทางไปยังแหล่งไลฟ์สไตล์หรู “ทองหล่อ” แป๊บเดียวด้วยซอยทองหล่อ 10

          ส่วนใครที่ไม่ชอบรถติด ก็สามารถเดินทางได้สบายๆ ด้วย BTS สถานีเอกมัย ถึงแม้ไม่จะใกล้เท่าไหร่ แต่ทางโครงการก็มี Shuttle Service คอยบริการตลอดทั้งวันค่ะ สะดวกมาก เพียง 2-3 สถานีก็เดินทางสู่ทองหล่อ อโศก เชื่อมต่อ MRT ไปทำงานที่ย่านอื่นได้สบายๆ 

ส่วนทำเล ทองหล่อ-เอกมัย ก็เป็นทำเลที่มีการโตขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว เพราะย่านนี้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะซึ่งชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานอยูในไทย เข้ามาอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะเป็นย่านที่เดินทางง่าย ไม้ไกลใจกลางเมือง ไปสยาม อโศก ทองหล่อ ไม่กี่สถานี สิ่งอำนวยความสะดวกแหล่งไลฟ์สไตล์ ร้านอาหารครบครัน สภาพแวดล้อมก็ค่อนดีข้างเลย ไม่ค่อยแออัด จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลทองคำที่น่าลงทุนและน่าอยู่อาศัย

วิเคราะห์โครงการ

           สำหรับตัวโครงการ The Fine Bangkok โดยส่วนตัวคิดว่าน่าสนใจนะคะ เพราะเป็นโครงการร่วมทุนของ 2 แบรนด์ใหญ่ไทย-ญี่ปุ่น ที่ทำออกมาเป็นคอนโดระดับ High Class ได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบค่ะ คนที่จะซื้ออยู่อาศัยเอง เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและชอบความเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ ส่วนกลางก็ให้มาครบเครื่อง และใช้งานได้เต็มที่

             ในแง่ของการลงทุน ปล่อยเช่าหรือซื้อเพื่อขายต่อต้องบอกตรงๆ เลยว่า ค่อนข้างมีคู่แข่งค่ะ เพราะว่าโครงการในบริเวณนี้ส่วนใหญ่ ค่อนข้างเอาใจสายต่างชาติอยู่แล้ว โดยโครงการส่วนมากมักจะทำเป็นห้องขนาด 1 Bedroom Plus ขนาด 30 ตารางเมตรขึ้นไป แต่สำหรับ The Fine Bangkok เองค่อนข้างได้เปรียบเลยตรงที่ ยูนิตน้อยกว่ามาก + ตึกใหม่กว่า น่าลงทุนไม่โครงการอื่น

          จุดแข็งของโครงการส่วนตัวมองว่าอยู่ที่ความเป็นส่วนตัวและราคา ทั้งโครงการมีเพียง 220 ยูนิต ชั้นหนึ่งมีไม่เกิน 12 ห้อง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000 ซึ่งถ้าเทียบกับบางโครงการในบริเวณเคียงข้าง ที่มียูนิตเยอะกว่าประมาณ 400 -500 ยูนิต แต่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 180,000 บาท/ตารางเมตร เพิ่มเงินนิดเดียว แต่ได้ความ Privacy ค่อนข้างสูงกว่ามาก ตัวดีไซน์ และวัสดุที่ให้ ก็สวยสมฐานะ ความเป็นคอนโดใน Segment นี้ค่ะ

              และถึงแม้ว่าจะบริเวณรอบๆ โครงการจะโดนบดบังวิว เพราะมีตึกสูงรายล้อม แต่ก็สามารถชดเชยอย่างจัดเต็มที่บริเวณส่วนกลาง ชั้น 30 -31 ค่ะ  

วิเคราะห์แปลน

           สำหรับแปลนห้องของที่นี่จุดเด่นคือจัดคล้ายกันทุกชั้น แต่ลดหลั่นจำนวนยูนิตลงไปเรื่อยๆ แต่ละชั้นมียูนิตไม่เกิน 12 ยูนิต วันนี้เราจะมาแนะนำฝั่งน่าอยู่อาศัยกันแบบคร่าวๆค่ะ

            ส่วนตัวคิดว่าวิวดีที่สุด ต้องแบบ 2 ห้องนอน ฝั่งทิศใต้เพราะว่าหันหน้าเข้าทางฝั่งสุขุมวิท ทิศนี้จะไม่เจอตึกสูงเท่าไหร่ค่ะ 

ห้องแบบ 1 ห้องนอน ถ้าเป็นชั้น 9 - 22 แนะนำให้เลือกฝั่งวิวทองหล่อค่ะ เพราะถึงแม้จะมีอีกคอนโดอยู่ไม่ไกล แต่ก็มีอาคารพาณิชย์กั้นห่างพอประมาณ ขนาดห้องใกล้เคียงกัน คือ 34-34 ตารางเมตร โดยถ้าเลือกห้องที่ห่างจากบริเวณลิฟต์และทางเดิน ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น แต่จริงๆ โครงการนี้ยูนิตไม่มากอยู่แล้ว คิดว่าความถูกใจอาจจะอยู่ที่เรื่องของชั้นมากกว่าค่ะ 

           แต่ถ้าเหมาะกับปล่อยเช่าควรเลือกตั้งแต่ชั้น 19 ขึ้นไป เพราะเริ่มตึกจะสูงกว่าตึกรอบข้างค่ะ วิวค่อนข้างเคลียร์ เรื่องวิวก็เลือกได้ตามความชอบเลยค่ะ  

             ส่วนชั้น 23 และ 27 จะมียูนิตลดน้อยลงแลกกับพื้นที่ของสวน ชั้นนี้เลือกทิศไหนก็ได้ค่ะ เพราะว่าวิวเคลียร์ทุกทิศ แต่ถ้าเลือกห้องฝั่งทิศใต้ก็อาจโดนพื้นที่ของสวนบล็อกในส่วนของวิวไปนิดหน่อยค่ะ 

 The Fine Bangkok ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 200,000 บาท/ตารางเมตร โดยห้องแต่ละแบบ มีราคาดังนี้  

1 bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5 -35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท *
2 bedroom พื้นที่ใช้สอย 50 - 56.5 ตร.ม. ราคาเริ้มต้น 9.59 ล้านบาท*

Penhouse พื้นที่ใช้สอย 79.5 - 92 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15.59 ล้านบาท*

           ขายแบบ Fully Fitted บิวท์เฟอร์นิเจอร์ให้ทุกชิ้น โดยออกแบบมามีช่องเก็บของค่อนข้างเยอะตามสไตล์ญี่ปุ่น วัสดุต่างๆได้มาตรฐานสมกับเป็นคอนโดระดับ High Class ไม่ว่าจะเป็น กระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นไม้ลามิเนต 12 มม. สุขภัณฑ์จาก ToTo Washlet ฯลฯ (อัพเดท ณ วันที่ 17/06/64 )

. . . . . . . . . .

          และนี่คือความน่าสนใจทั้งหมดของ The Fine Bangkok ที่เรานำมาฝากกันค่ะ การวิเคราะห์แปลนห้องต่างๆ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวและแนะนำคร่าวๆ ของเรา ก่อนที่ทุกจะ Walk-in เข้าไปสัมผัสบรรยากาศ ชมความสวยงามของโครงการด้วยตัวเอง โอกาสหน้าอยากให้ CondoNewb ไปรีวิวโครง การไหน? ก็ Inbox หรือคอมเมนต์มาได้ วันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ