logo

               สวัสดีคุณผู้อ่าน Condonewb ครับ รีวิวคอนโดฉบับนี้เราพาทุกคนมาดูคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 0 เมตรจากรถไฟฟ้าในย่านฝั่งธนกับ กับรีวิวคอนโด The Key เพชรเกษม 48 จากแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งต้องบอกว่าคอนเซ็ปต์ของโครงการ เล่นกับความเชื่อได้น่าสนใจมาก จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในรีวิว The Key เพชรเกษม 48 นี้เลยครับ

. . . . . . . . . .

. . . . . . . . . .

ภาพรวมตัวโครงการ

<factsheet/>

จุดเด่นที่ตั้งโครงการ

ที่อยู่ : ติดถนนเพชรเกษม ซอยเพชรเกษม 46/2 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม.

แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/JhJgwn8xi7ACH4gH9 

          จากแผนที่ของโครงการ The Key เพชรเกษม 48 จะเห็นว่าตัวทำเลของโครงการนั้น มีความโดดเด่นในเรื่องของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT เนื่องจากสถานี MRT เพชรเกษม 48 อยู่ติดกับทางเข้าโครงการ The Key เพชรเกษม 48 ในระดับ 0 เมตรเลย

        อีกทั้งห่างออกไปเพียงแค่ 1 สถานี ที่ MRT / BTS บางหว้า ก็ยังเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งจะวิ่งผ่านแหล่งงานอย่างสาทร สีลม และมุ่งตรงเข้าสู่สยามได้ภายในเวลาไม่นาน 

         ส่วนห่างออกไปอีกเพียง 3 สถานี ที่สถานี MRT ท่าพระ ก็จะเป็นจุดที่เส้นทางเดินรถของรถไฟฟ้า MRT มาบรรจบกันเป็นวงกลม ทำให้เราสามารถเดินทางได้ทั้งฝั่งสนามไชย และแยกไฟฉาย เชื่อมต่อเข้าสู่แหล่งงานอย่าง อโศก พระราม 9 รัชดา ลาดพร้าว ได้อย่างง่ายดาย

         ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ต้องขอบอกตามตรงว่า ในพื้นที่บริเวณโดยรอบไม่ได้มีทางด่วนในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตรให้ใช้งาน แต่จุดเด่นของถนนเพชรเกษมคือ สามารถเชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นวงแหวนตะวันตกของเมืองได้ และสามารถขับรถตรง ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อข้ามสะพานตากสินเข้าไปยังสาทรได้ แต่ในชั่วโมงเร่งด่วนนั้น การจราจรจะติดขัดพอสมควร

          ส่วนในเรื่องของแหล่งความอุดมสมบูรณ์ ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และใกล้ที่สุดจะเป็นซีคอนบางแคร์ ซึ่งจะต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี MRT ภาษีเจริญครับ บริเวณนี้จะมีทั้งตลาดและห้างสรรพสินค้า เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยของคนในย่านนี้เลย นอกจากนั้น หากนั่งต่อไปอีกเพียงแค่ 1 - 2 สถานี ก็จะเจอตลาดบางแค โลตัสบางแค และเดอะมอลล์บางแคด้วยครับ

โรงพยาบาล

ตลาด / ศูนย์การค้า

  • ซีคอน บางแค 1.5 กม.
  • ตลาดเสนีย์ ฟู๊ด มาร์เก็ต 2.3 กม.
  • เดอะมอลล์ บางแค 4.3 กม.
  • โลตัส บางแค 3.5 กม.
  • ตลาดบางแค 2.3 กม.

สถานศึกษา

  • มหาวิทยาลัยสยาม 850 เมตร
  • รร.ผดุงกิจวิทยา 3 กม.
  • รร.เซนต์ปีเตอร์ธนบุรี 5.1 กม.
  • รร.นานาชาติ SISB Thonburi : 5.2 กม.

. . . . . . . . .

ความน่าสนใจของตัวโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก

เพราะรายละเอียดที่แตกต่าง เปลี่ยนชีวิตให้เป็นจริงได้มากกว่ากับคอนโด High-Rise ติด MRT สถานีเพชรเกษม 48

เป็นส่วนตัวด้วยจํานวนยูนิตเพียง 639 ยูนิต พร้อมส่วนกลางครบครัน

ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำสวนสไตล์ Origami และยังมี Co-working space ห้องประชุม

รวมทั้งเรื่องของระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เชื่อมต่อทุกรูปแบบการเดินทาง และสะดวกในการใช้ชีวิตใจกลาง CBD

          จริง ๆ ผมอยากชื่นชม Copy Writer ของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่คิด Wording ให้โครงการ The Key เพชรเกษม 48 หน่อยครับ เพราะเพียงแค่ประโยคสั้น ๆ ด้านบน ก็ทำให้เราเห็นจุดเด่นของตัวโครงการครบแทบจะทุกมิติแล้ว

         ซึ่งอย่างที่ผมได้บอกไปว่าจุดเด่นของตัวโครงการ The Key เพชรเกษม 48 คือเรื่องของทำเล แต่จะเป็นจุดเด่นที่เอื้อต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์กับชีวิตคนเมืองพอสมควรอยู่แล้ว ตรงนี้ไม่ติดปัญหาอะไรครับ

        ประเด็นที่สองที่ผมมองว่าเป็นจุดเด่นของโครงการเช่นกันคือการออกแบบ โดยทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 ใช้คอนเซ็ปต์ในการออกแบบที่เรียกว่า Real Living-Centric Design เป็นการออกแบบอย่างเข้าใจคนที่อยู่อาศัย 

         โดยในการออกแบบห้อง ทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 เลือกใช้หลักของทิศ ทั้งในเรื่องของ ลม - แดด และฮวงจุ้ย มาออกแบบแปลนห้อง โดยแยกออกเป็น 4 หัวข้อหลัก ๆ ด้วยกันคือ 

  • ห้องพักหันทิศเหนือ-ใต้ เพื่อรับลม-หลบแสงแแดด
  • AirPass นวัตกรรมการถ่ายเทอากาศ ช่วยเติมอากาศใหม่ให้ห้องคุณ
  • หันหัวเตียงนอนทุกห้อง หลบทิศตะวันตก ตามหลักฮวงจุ้ย
  • จัดวางเฟอร์ฯได้ลงตัวยิ่งขึ้น ไม่มีเหลี่ยมเสามากีดขวาง

         ซึ่งตัวผมมองว่าดีมาก ๆ นี่เป็นอีกจุดเด่นของตัวโครงการ The Key เพชรเกษม 48 ที่จะไม่หยิบมาพูดถึงไม่ได้เลย ผมบอกเสมอว่าเรื่องการอยู่อาศัยค่อนข้างสำคัญเลย และมีคนจำนวณไม่น้อยที่ใช้หลักฮวงจุ้ยเป็นตัวตัดสินใจในการซื้อ ในการเลือกคอนโด ฉะนั้นเมื่อโครงการทำรูปแบบห้องออกมารองรับกับหลักฮวงจุ้ยแล้วเรียบร้อยแบบนี้ ยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายและการเช่าได้เพิ่มขึ้นแน่นอน

         แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องงมงายนะครับ เพราะก็ได้ใส่พวกนวัตกรรม และเหตุผลทางวิทยาศาตร์ในเรื่องของทิศลม - แดด เข้าไปด้วย ได้ทั้งเรื่องของฮวงจุ้ย ได้ทั้งเรื่องของการอยู่สบายแบบนี้ วิน ๆ ครับ

          และนอกจากนี้ ผมมองว่าอีกเรื่องที่น่าหยิบมาพูดถึง คือเรื่องของการออกแบบตัวตึกและพื้นที่ส่วนกลางครับ โดยปกติแล้วโครงการของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จะไม่ได้หวือหวา แต่เน้นใช้งานได้จริง ซึ่งในโครงการ The Key เพชรเกษม 48 เองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เมื่อมองแว๊บแรกอาจจะดูเป็นคอนโดที่ธรรมดาเกินไป แต่พอลองเข้าไปเดินดูจริง ๆ แล้ว เราจะรู้สึกว่า นี่แหละคือที่อยู่อาศัยครับ

         โดยตั้งเเต่เข้ามาในส่วนแรกเลยเราจะเจอกับ Lobby เพดานสูง 6.5 เมตรแบบนี้ก่อน ซึ่งทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 ออกแบบตัว Lobby ให้แยกออกมาจากตัวอาคาร อยู่ด้านหน้าสุดของที่ดินโครงการครับ สามารถใช้นั่งคุยธุระ และนั่งคอยได้ โดยข้อดีของการที่ตัว Lobby อยู่แยกกับตัวอาคารแบบนี้คือ ลูกบ้านจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นในการใช้งานพื้นที่ด้านในโครงการครับ และยังสามารถเป็นพื้นที่สวน บริเวณตรงกลางระหว่าง Lobby กับ อาคารพักอาศัยได้ด้วย

          จากนั้น มาดูพื้นที่ส่วนกลางหลักกันครับ พื้นที่ส่วนกลางหลักจะอยู่บนดาดฟ้าของอาคารจอดรถที่ชั้น 6 ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับตัวอาคารพักอาศัยได้ และก็ใช้ลิฟต์แยกกัน โดยตัวพื้นที่ส่วนกลางหลักจะประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5 x 30 เมตร ความลึก 1.2 เมตร พร้อมสระเด็ก ติดกันจะเป็นอาคารฟิตเนส ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ รวมถึงบริเวณรอบสระว่ายน้ำก็ยังมีสวน เป็นสนามหญ้าเเละพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนขนาดใหญ่เอาไว้ให้ลูกบ้านได้มานั่งพักผ่อนกันด้วย

         จากนั้น ส่วนกลางส่วนสุดท้าย ทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 จะนำไปไว้บนชั้น 30 ซึ่งเป็นชั้น Rooftop ของโครงการ เป็นส่วนกลางที่ค่อนข้าง Lifestyle นิดหนึ่ง ประกอบไปด้วย Game Station / Co - Working Space ซึ่งจะเป็นอาคารสองชั้น อยู่บน Rooftop อีกทีครับ 

. . . . . . . . . .

แปลนโครงการ

Master Plan

           เมื่อเข้ามาจากหน้าโครงการ The Key เพชรเกษม 48 เราจะมา จะเจอกับส่วนของ Drop Off และ Lobby เลย ตัว Lobby มีขนาดไม่ใหญ่มากครับ จะอยู่ติดกับพื้นที่สวนบริเวณสวนกลางโครงการ ลูกบ้านที่จะเข้าโครงการก็เดินทะลุ Lobby เข้ามาได้เลย ส่วนรถยนต์ ต้องวนซ้าย จากนั้นจะไปเจอพวกพื้นที่จอดรถเเนวราบ เเละทางวนขึ้นลงอาคารจอดรถต่าง ๆ 

             ส่วนเมื่อสักครู่ที่บอกว่าลูกบ้านหากจะเข้ามาในโครงการ The Key เพชรเกษม 48 แล้วผ่าน Lobby เรายังไม่เจอโถงลิฟต์นะครับ เพราะตัว Lobby จะอยู่แยกกับส่วนพักอาศัย เราจะต้องเดินทะลุ Lobby ผ่านสวน แล้วเข้าไปยังส่วนพักอาศัย จึงจะเจอกับลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัวและเซอร์วิสลิฟต์ 1 ตัวครับ โดยในชั้นนี้ก็จะมียูนิตพักอาศัยติดสวนอยู่ 8 ยูนิตด้วย

2 - 5 Floor

         จากนั้นชั้นที่ 2 - 5 ก็จะเป็นชั้นที่ยูนิตพักอาศัย ตีคู่ขึ้นไปกับอาคารจอดรถครับ โดยจะมียูนิตพักอาศัยเต็มพื้นที่ของอาคาร จำนวณทั้งสิ้น 20 ยูนิตครับ

6 Floor

      จากนั้นในชั้น 6 ตัว Lay out ของยูนิตจะยังคงเดิม แต่ว่าตรงนี้จะเป็นชั้นที่ตัวอาคารมีการเชื่อมต่อ ออกไปยังพื้นที่ส่วนกลางบนดาดฟ้าอาคารจอดครับ โดยพื้นที่ส่วนกลางตรงนี้ก็จะมี Lap pool เป็นสระว่ายน้ำระบบเหลือความยาว 5 x 30 เมตร ลึก 1.2 เมตร พร้อมสระเด็ก มีสวนส่วนกลางเป็นพื้นที่สีเขียว สตรีม และก็ Fitness เป็นแบบสองชั้น

7 - 29 Floor

            และจากนั้นชั้นที่ 7 - 8 / 9 - 16 และ 17 - 29 จะขออธิบายแบบนี้ครับ ทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 วาง Lay out ห้องมาแบบเดียวกันทุกชั้น เพียงแค่ ในแต่ละกลุ่มชั้น คือ 7 - 8 / 9 - 16 และ 17 - 29 ขนาดของห้องจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเป็นระดับ ถ้าเราเอาแปลนมาทาบกันจะเห็นเลยว่าขนาดค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น เช่น อยากให้ทุกคนดูแปลนและสังเกตห้องตำแหน่งA10-1B1 เป็นหลักนะครับ 

ในชั้นที่ 7 - 8 ขนาดของห้อง 

ตำแหน่งนี้คือ A10-1B1 ขนาด 27.8 ตร.ม.

กลุ่มที่ 2 ชั้น 9 - 16 

ขนาดของห้องในตำแหน่งนี้จะขยับเป็น 

A10-1B2 ขนาด 28.1 ตร.ม. ใน Layout ห้องที่เหมือนกันทุกประการ

จากนั้นสุดท้าย ในกลุ่มที่ 3 ชั้น 17 - 29 

ขนาดห้องก็จะขยับเป็น 28.5 ตร.ม. ครับ

30 Floor

        จากนั้น ส่วนกลางชั้น rooftop ชั้น 30 นะครับทุกคน พื้นที่ส่วนใหญ่เนี่ยจะเป็นสวน เป็นพื้นที่สีเขียว พร้อมพื้นที่นั่งเล่น เเล้วก็จะมีตัว Game Station / Co - Working Space เป็นแบบสองชั้นอยู่บนนี้ด้วยครับ

. . . . . . . . . .

แปลนห้อง

           แปลนห้องของตัวโครงการ The Key เพชรเกษม 48 จะมีอยู่ 4 แบบด้วยกันครับ ขนาดเริ่มต้นของโครงการจะเป็นแบบ 1 Bedroom 27.8 ตารางเมตร และใหญ่ที่สุดในแบบ 2 Bedroom 51.2 ตารางเมตร และอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นตอนพูดถึงจุดเด่นของตัวโครงการ ว่าแปลนห้องที่การออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย และไม่มีเหลี่ยมเสาทะลุเข้ามาด้านในผนังห้องเลย เดี๋ยวไปพิสูจน์กันครับว่าจริงเท็จแค่ไหน

1 Bedroom Type 1A/1B ขนาด 27.8 - 28.5 ตารางเมตร

          ขนาดห้องเริ่มต้นของโครงการ The Key เพชรเกษม 48 เป็นแปลน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่ออกแบบมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่า ครัวเปิด ผนังที่กั้นระหว่างห้องนอนกับส่วน Living Area จะเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ 

          สิ่งที่ผมชอบคือการจัดสันส่วน ถือว่าค่อนข้างลงตัวครับ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของห้องต่าง ๆ ที่ดู Friendly กับการอยู่อาศัยค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากห้องนี้เป็นแบบครัวเปิด และพื้นที่ไม่ได้เอื้อต่อการวางโต๊ะรับประทานอาหารในการอยู่อาศัยจริงเท่าไหร่นัก จึงจะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ทำอาหาร เน้นแค่อุ่น หรือสั่งอาหารมาทานง่าย ๆ มากกว่าคนที่ทำอาหารจริงจังเป็นประจำ 

2 Bedroom Type 2A ขนาด 49.5 - 51.2

           ใน 2 Bedroom Type นี้ ทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 จะออกแบบแปลนมาให้เป็น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 Walk-in Closet และ 2 ระเบียงครับ ถือว่าค่อนข้างสมศักดิ์ศรีของห้อง Type ที่ใหญ่ที่สุดในโครงการเลย ส่วนตัวผมชอบห้องแปลนนี้ เพราะเป็นห้องหน้ากว้าง ได้ระเบียงสองชุด ติดอยู่เรื่องเดียวเลยคือ ครัว โดยส่วนตัวคิดว่าห้องรูปแบบนี้ ควรจะได้เป็นครัวปิดมากกว่า แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มากับการออกแบบของอาคาร ซึ่งก็เข้าใจได้ครับผม 

2 Bedroom Type 2B ขนาด 48.1 - 49.4 ตารางเมตร

           ใน 2 Bedroom Type นี้ ทางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 จะออกแบบแปลนมาให้เป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 Walk-in Closet โดยแปลนในครัวจะมีความลงตัวกว่าแปลนเมื่อสักครู่ เนื่องจากตัดส่วนของทางออกระเบียงตรงส่วนครัวออกไป นอกนั้น การวาง Lay Out เหมือนกับ Type 2A ทุกประการครับ

. . . . . . . . . .

วิเคราะห์ภาพรวมโครงการ

วิเคราะห์ทำเล

          สำหรับเรื่องของทำเลที่โครงการ The Key เพชรเกษม 48 เลือกมาลงนั้น ส่วนตัวมองว่าเรื่องของการเดินทาง ณ ปัจจุบัน ระบบการขนส่งมวลชนเข้ามาเต็มรูปแบบแล้ว ทั้งรถไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อได้หลายทิศทาง รถประจำทาง หรือแม้กระทั่งเรือ แต่ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องของการเติบโตแล้ว บริเวณโดยรอบสถานี MRT เพชรเกษม 48 ไม่ได้คึกคักเท่ากับสถานีที่ถัดออกไปอย่างภาษีเจริญ เนื่องจากตรงนั้นมีทั้งห้างสรรพสินค้าและตลาดอยู่ตรงข้ามกัน

          แต่ข้อดีของทำเลเพชรเกษม 48 คือ เรื่องของความสงบ เป็นทำเลที่ไม่ค่อยแออัด สำหรับใครที่ชอบย่านที่สงบหน่อย แต่ก็ยังได้คอนโด 0 เมตรจาก MRT ก็ถือว่าตอบโจทย์ ส่วนในแง่ของการลงทุน โดยส่วนตัวมองว่า ในทำเลนี้ผู้เช่าไม่ได้มีมากนักครับ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ซึ่งถ้าหากได้คอนโดราคาโปร (ที่ในย่านนี้ชอบจัด) มา ยังไงก็สามารถปล่อยเช่า และทำกำไรในอนาคตได้ครับ

          โดยกลุ่มลูกค้าหลัก อาจจะต้องมองในแนวของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเป็นหลัก จากแหล่งงานอย่างสีลม พระราม 4 อโศก พระราม 9 เนื่องจากสามารถนั่งรถไฟฟ้าต่อเดียวถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนแต่อย่างใดนั่นเอง

วิเคราะห์โครงการ

          อย่างแรกที่อยากจะพูดถึงในเรื่องของการวิเคราะห์โครงการ The Key เพชรเกษม 48 คือเรื่องของการออกแบบที่ค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ชอบความเรียบง่ายแบบนี้ เพราะส่วนมากแล้วความเรียบง่ายมันจะเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน นิยามตรงนี้จะอธิบายตัวโครงการได้เป็นอย่างดี

           หากใครที่ไม่ชอบความยุ่งยากในชีวิต อยากมีแค่ ซ้าย ขวา หนึ่ง สอง โครงการนี้ตอบโจทย์ ไม่ใช่เพราะโครงการมีตัวเลือกน้อย แต่เป็นเพราะทางโครงการคิดมาให้แล้วครับ ตั้งเเต่เรื่องแบบห้องที่เหมือนกัน แต่แบ่งขนาดใหญ่ขึ้นตามความสูงของอาคาร การวาง Lay out ห้อง ที่ง่ายต่อการใช้งาน และตกแต่ง รวมถึงการออกแบบภาพรวมของตัวโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง ก็แบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน 

          คือแปลนอาจจะไม่ได้หวือหวา แต่ Land and House เน้นทำส่วนกลาง ทำตึกที่มันดูอบอุ่น ดูใช้งานได้จริง อย่าสวนตรงกลางโครงการ The Key เพชรเกษม 48 ที่ติดกับ Lobby ข้อดีก็คือสวนเป็นส่วนตัวมาก ๆ แอบอยู่ด้านในเลย ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ก็ ดูใช้งานง่าย ดูช้งานได้จริง ส่วนตัวชอบมาก

          แต่จุดอ่อนของตัวโครงการ ก็กลับเป็นเรื่องแบบห้องที่ไม่ซับซ้อนเนี่ยแหละ เพราะหากจะอยู่โครงการนี้ อาจจะต้องเป็นคนที่ไม่ได้ทำอาหารจริงจัง เนื่องจากแบบห้องไม่มีให้เลือกแบบครัวปิดเลย และสำหรับคนไทย แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ทำอาหาร การจะอุ่นอาหารไทยที่มีกลิ่นแรง ก็อาจสร้างปัญหาให้กลิ่นติดไปที่เฟอร์นิเจอร์ได้ ตรงนี้ คนที่อยู่ต้องถามตัวเองถึงการใช้งานรูปแบบนี้ให้ดีครับ ส่วนที่เหลือไม่มีปัญหา

วิเคราะห์แปลนโครงการและแปลนห้อง

          เรื่องแปลนห้องนะครับทุกคน โดยส่วนตัวคิดว่า ทำเลถนนเพชรเกษม ตลาดผู้เช่าไม่ได้คึกคักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย อีกอย่างทำเลนี้ก็ไปได้อีกไกล ถ้าได้ราคาโปรมาในอนาคตก็กำไรแน่ ๆ อย่างที่ได้บอกไปในรีวิว ฉะนั้นโครงการ The Key เพชรเกษม 48 นี้ก็อาจจะขอดูเป็นแปลนห้องที่จะอยู่อาศัยเองก่อนเป็นหลักก็เเล้วกันนะครับ งั้นมาเริ่มกันเลย 

          เริ่มจากเรื่องชั้นก่อน อย่างที่ได้บอกว่า ถ้าเป็นผมอยู่เองเนอะ จำได้มั้ยว่า ตอนที่เราดูแปลนกัน ชั้นยิ่งสูง ห้องก็จะยิ่งกว้าง แบ่งเป็น 3 ช่วงใช่ไหมครับ

          ทีนี้ โดยส่วนตัว ถ้าเป็นผมเลือกห้องเองเนี่ย ผมก็จะเลือกดูเป็น 1 Bedroom ซึ่งเขาก็จะแบ่งออกเป็น 2 Type แล้วผมก็จะเลือก Type B ที่เป็นขนาด 28.1 ตารางเมตร เหตุผลไม่ใช่เพราะขนาดที่ใหญ่ขึ้นนะครับทุกคน เนื่องจากจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ต่างกันเยอะ แต่เหตุผลจริง ๆ ที่ผมเลือกขนาด 28.1 เพราะ จะเป็นขนาดห้องที่อยู่ชั้น 9-16 นั่นเอง

          เหตุผลที่ผมเลือกชั้นที่ 9 - 16 จริง ๆ ก็ 9 ขึ้นไป ก็เพราะจะเป็นชั้นที่รับวิวได้ค่อนข้างสวยและเคลียพอสมควร ซึ่งราคาก็ไม่ได้สูงมากด้วย ทีนี้ ตำแหน่งของห้อง 1 Bedroom ผมจะแบ่งเป็น ตำแหน่งที่ยังเลือกได้ ในกรณีที่ อาจจะยังมีห้องอยู่ ให้พุ่งเป้าไปที่ 4 ห้อง ตามภาพที่วงมาให้ด้านล่างนี้เลยครับ

          เดี๋ยวเรามาไล่ไปทีละตำแหน่ง เริ่มจาก A20-1A2 ก่อน ตำแหน่งนี้ถ้าเป็นผมคือ เลือกเป็นอันดับ 1 เลย เหตุผลคือ ใกล้ลิฟต์ เดินไม่ไกล ผนังห้องด้านหนึ่งไม่ติดเพื่อนบ้าน และในความใกล้ลิฟต์ถ้าเทียบกับห้อง A19 นั้น ห้อง A20 ประตูเข้าห้องจะเขยิบมาอยู่ในโซนที่จะมีแค่เพื่อนบ้าน 3 ห้อง เดินผ่านหน้าห้องเรา แต่ห้อง A19 คือเพื่อนบ้านแทบทั้งชั้นจะเดินผ่าน ฉะนั้นห้องนี้ชนะแน่นอนในเรื่องความเป็นส่วนตัว อีกเรื่องนึงคือวิว จะเป็นวันนี้ครับ

          เป็นซิตี้วิว รถไฟฟ้า มองไกล ๆ แบบนี้ส่วนตัวมองว่าค่อนข้างโอเค สวยดี ยังค่อนข้างโล่งอยู่ด้วย

          ทีนี้ อีก 3 ห้องที่เหลือ วิว จะเป็นวิวนี้นะครับทุกคน เป็นวิวเปิดโล่ง ไกล สุดลูกหูลูกตาเลย ห้องทั้งแถบนี้ของทั้งโครงการ ชั้นสูง ๆ วิวนี้หมดเลยนะครับ

          โดยส่วนตัวผมคิดว่า ความเหมือนกันของ 3 ห้องนี้คือ มีผนังด้านหนึ่งที่ไม่ติดเพื่อนบ้าน แต่ความแตกต่างคือ ความใกล้ไกลและความเป็นส่วนตัวครับ ถ้าเลือกห้องใกล้ลิฟต์ เดินไม่เหนื่อย แต่แน่นอนว่าจะมีคนเดินผ่านห้องเราเยอะ เลือกห้องไกลลิฟต์ แน่นอนว่าเงียบกว่า สงบกว่า แต่ถามตัวเองดี ๆ ว่าถ้าเดินแบบนี้ทุกวัน ไหวมั้ย

          ทีนี้ต่อไปเดี๋ยวจะขอพูดเรื่องห้องแปลน 1 Bedroom ที่เหลือก่อน ก็คือ ด้านหน้าโครงการ The Key เพชรเกษม 48 ฝั่งนี้ผมก็ชอบ เพราะจะได้วิวนี้ครับ

          เป็นวิวโค้งรถไฟฟ้าที่จะเข้าสถานีซ่อม ที่พื้นที่เขียว ๆ เป็นหย่อม ๆ และก็คอนโดเพื่อนบ้านก็คือ The Base เพชรเกษม 48 ทีนี้ห้องที่ผมจะเลือก วงมาให้เเล้ว ตามนี้เลยนะครับ

          เป็น 3 ห้องนี้ เหตุผลเพราะอะไร ผมต้องการที่จะเลี่ยง คือวิวเรามันเป็นวิวยูนีค ไม่ใช่วิวโล่ง เพราะด้วยสายตาแล้วตึก The Base ก็จะค่อนข้างกินเนื้อที่พอสมควร ฉะนั้น ก็อย่าให้ตึกตัวเองมาบังวิวทางซ้ายอีกเลย ก็เลยเลือกเป็นสามห้องที่ชิดไปทางฝั่งนี้หน่อยจะดีกว่าครับ

          สุดท้าย ห้อง 2 Bedroom ทุกคน ผมชั่งใจอยู่พอสมควรว่าควรจะเอาฝั่งไหนดี คือมันก็มีแค่ 4 ตำแหน่งแหละ เเต่วิวเอยอะไรเอยมันแตกต่างกันหมดเลย สุดท้าย ก็ได้ห้อง ตามรูปนี้เลยครับ

          อันนี้บอกก่อนมันคือ 2 Bedroom ไทป์ใหญ่เนอะ 50.1 ตารางเมตร ไทป์เล็กมันคือ 48 ห่างกัน 2 ตารางเมตร แต่สิ่งที่ผมชอบ อันดับแรกเลยคือ เขามีสองระเบียงทุกคนเห็นมั้ย ฉะนั้นมันก็สามารถเทควิวเมืองกับรถไฟฟ้าได้ และก็สามารถ เทควิวรถไฟฟ้าที่โค้งเข้าสถานีจอด ซึ่งเป็นวิวยูนีคได้ 

          แต่ ถ้าอยากได้วิวโล่ง มีตัวเลือกเดียวคือ ห้อง A18-2B2 เนอะ ตำแหน่งดี เป็นห้องเดี่ยว แยกกับเพื่อนบ้านทุกด้าน แต่ได้ระเบียงเดียวนะ มาสเตอร์เบดรูมไม่มีระเบียง ส่วนอีกสองห้องที่เหลือจริง ๆ มันก็ได้ ตำแหน่งมันโอหมดเเหละ แต่ โดยส่วนตัวผมว่าวิวฝั่งห้องที่ผมเลือก สวยสุด และก็เดินไม่ไกลลิฟต์ด้วย ห้องเป็นห้องตรงข้าม A22-2A2 วิวด้านนึง เป็นวิวยูนิค รถไฟฟ้าเข้าโรงซ่อมเหมือนกันก็จริง แต่อีกด้านเป็นวิวตามในรูปนี้ครับทุกคน

          เป็นคอนโดข้างเคียง เเละก็รถไฟฟ้า ซึ่งส่วนตัวผมว่า ถ้าเทียบกับห้องที่ผมเลือกมา ผมก็จะเลือกห้องที่ผมเลือกมาอยู่ดี 

          สำหรับใครที่มองหา ห้องขายมือสองหรือห้องปล่อยเช่าในโครงการ The Key เพชรเกษม 48 

          สามารถเข้าไปดูได้ที่ ZmyHome เว็บไซต์บ้านคอนโดเจ้าของขายเองได้เลยครับ

. . . . . . . . .

          และนี่ก็เป็นทั้งหมดของรีวิวคอนโด The Key เพชรเกษม 48 ครับ สุดท้ายเช่นเคยนะครับ อย่างที่ได้กล่าวมาตลอด การวิเคราะห์แปลนเป็นเพียงการแนะนำคร่าว ๆ เท่านั้น ห้องที่เราไม่พูดถึง ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรซื้อ และห้องที่เราว่าดี ก็อาจจะไม่ได้ไปตรงใจใครหลาย ๆ คน ฉะนั้น เลือกห้องตามใจผู้อยู่ ดูว่าเราชอบข้อดีของห้องไหน และรับข้อเสียของห้องไหน เเลกกับราคา วิว เเละระยะเดิน ถ้าทุกปัจจัยพอดีกับชีวิต เลือกห้องตามใจคุณได้เลยครับ และสำหรับ รีวิว The Key เพชรเกษม 48 ฉบับนี้ ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ ไว้พบกันใหม่ในรีวิวคอนโดฉบับหน้า สวัสดีครับ : )