logo

         สวัสดีชาวคอน CondoNewb ทุกคนครับ รีวิวคอนโดฉบับนี้เราพาทุกคนมารีวิวคอนโด The Livin Ramkhamhaeng จาก Risland ครับ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นคอนโดอีกโครงการที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และก็อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้าถึง 3 สายด้วยกัน รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในรีวิวบทความนี้เลยครับ

. . . . . . . . .

. . . . . . . . .

ภาพรวมตัวโครงการ

<Factsheet/>

. . . . . . . . . .

จุดเด่นที่ตั้งโครงการ

ที่อยู่ : ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/VyDQrgkR9jhy1zd36 

          อย่างที่ได้บอกไปตอนเกริ่นนำก่อนเข้าเนื้อหา ว่าโครงการ The Livin Ramkhamhaeng เป็น เป็นคอนโดที่อยู่ในทำเลซึ่งเอื้อต่อการเดินทางมาก ๆ เพราะจากแผนที่เราจะสังเกตเห็นได้ว่า ตัวโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเดินทางไปใช้งานระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้าได้สะดวก และนอกจากสะดวกแล้วยังมีให้เลือกใช้มากถึง 3 สาย 3 เส้นทางอีกด้วย

          ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สำโรง - ลาดพร้าว, รถไฟฟ้าสายสีส้ม MRT ศูนย์วัฒนธรรม , และรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ซึ่งในอนาคตอันใกล้ รถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng มากที่สุด คือรถไฟฟ้าสถานีลำสาลี ซึ่งจะเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้ม ฉะนั้น ก็จะทำให้ลูกบ้านสามารถเดินทางไปได้ทั้งสองเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งศรีนครินทร์ - ลาดพร้าว หรือฝั่ง ถนนรามคำแหง - ศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งใกล้กับแหล่งงานในโซน CBD พระราม 9 อีกด้วย

          แต่นอกเหนือจากนั้น ใกล้ ๆ กับตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ยังมีการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไปอย่างการเดินทางด้วยเรือ เพราะตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับท่าเรือบางกะปิ ซึ่งจะเป็นเรือที่วิ่งไปตามคลองซึ่งสามารถนั่งเข้าไปยังใจกลางเมืองอย่างวิทยุ ประตูน้ำ ได้ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเป็นการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจ 

          ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์รอบ ๆ โครงการ The Livin Ramkhamhaeng ถือว่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว เพราะในระยะใกล้ ๆ ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะมีกลุ่มห้างสรรพสินค้าของย่านนี้ที่ถือว่าค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง The Mall บางกะปิ, Lotus บางกะปิ, Pantip Plaza และ Makro ลาดพร้าว รวมถึงในระยะที่พอจะเดินได้ประมาณ 500 - 600 เมตร ก็มีตลาดบางกะปิ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่จับจ่ายใช้สอยหลักของคนในย่านนี้อีกจุดหนึ่งที่ใกล้กับตัวโครงการครับ

การคมนาคมขนส่ง

  • สถานีรถไฟฟ้าลำสาลี Interchange - 100 ม.
  • ท่าเรือบางกะปิ - 600 ม.
  • ทางพิเศษศรีรัช - 3 กม. 

ห้างสรรพสินค้าและตลาด

  • ตลาดบางกะปิ - 570 ม.
  • The Mall บางกะปิ - 1 กม.
  • Tesco Lotus บางกะปิ - 1 กม.
  • Pantip Plaza - 1 กม.
  • Makro ลาดพร้าว - 1 กม.
  • Big C Extra สุขาภิบาล 3 - 1.2 กม.
  • Home Pro รามคำแหง - 1.2 กม.

สถานศึกษา

  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง - 3.4 กม.
  • ABAC - 3.5 กม.
  • NIDA - 1.2 กม.
  • Advent International School - 1.1 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลรามคำแหง - 1.5 กม.
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ - 2.3 กม.

. . . . . . . . .

ความน่าสนใจของตัวโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก

          ความน่าสนใจของตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ผมมองว่านอกจากเรื่องของทำเลที่เราไปกล่าวไปในย่อหน้าที่แล้ว ก็เห็นจะมีเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางนั่นแหละครับ เนื่องด้วยขนาดโครงการที่ค่อนข้างใหญ่และเป็น Mass Units ทำให้ลูกค้าหลาย ๆ คนกังวลเรื่องจำนวนของพื้นที่ส่วนกลาง และต้องบอกตามตรงว่าในแว๊บแรกผมก็คิดแบบนั้น เหมาะในแปลนตึกหากมองแค่ภาพ Perspactive แล้วเราไม่ได้เห็นพื้นที่ส่วนกลางที่โดดเด่นออกมาให้แสดงถึงความมีเยอะหรือเพียงพอเท่าไหร่นัก แต่พอไปไล่ดูจริง ๆ ทางโครงการทำพื้นส่วนกลางออกมาค่อนข้างเยอะ หลบซ่อน แฝงตัวอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของโครงการ ให้ลูกบ้านสามารถไปใช้งานกันได้อย่างหลากหลายเลยครับ โดยในส่วนแรกของนำภาพของพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นมาให้ชมกันก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปไล่ดูแปลนกันทีหลังนะครับ

          อย่างที่ได้บอกไปครับ ตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ได้ทำการแทรกพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สีเขียวต่าง ๆ เอาไว้ตามชั้นต่าง ๆ ที่ต้องถูกร่นระยะตามกฎหมายควบคุมความสูงอาคาร จากรูปนี้เราจะสังเกตเห็นต้นไม้ที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ เยอะพอสมควร ซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างดี ให้ลูกบ้านได้อยู่ใกล้กับพื้นที่สวนโดยไม่ต้องไปรวมกันใช้งานในพื้นที่ส่วนกลางหลักเพียงอย่างเดียว

         ส่วนเมื่อเรามาเจาะทีละส่วนในโครงการ เริ่มแรกเลยเมื่อเข้ามาถึงตัวโครงการ ในพื้นราบตรงกลางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะถูกทำเป็นสวนเอาไว้ครับ โดยจะเรียกว่า Livin Park เอาไว้ให้ลูกบ้านได้มาพักผ่อน มีการลงต้นไม้ใหญ่เอาไว้ค่อนข้างร่มรื่นครับ

          โดยติดกับสวนนะครับ ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะมี Lobby สำหรับเข้าอาคารอยู่ ซึ่ง Lobby จะถูกออกแบบมาเป็น Lobby เพดานสูง ผนังเป็นกระจกเพื่อความโปร่ง แบ่งพื้นที่การใช้งานออกมาอย่างหลากหลาย สามารถนั่งคอย นั่งคุยธุระ หรือนั่งทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ครับ 

          ซึ่งตัว Lobby ของโครงการ ก็จะแบ่งออกเป็น 2 จุด แยกกันในสองปีกของตึก โดยมีตรงกลางเป็นสวน Livin Park นั่นเองครับ ตรงนี้ผมมองว่าดี ลูกบ้านที่อยู่คนละปีกตึกจะได้แยกกันใช้งาน และไม่แออัดจนเกินไปด้วย

          จากนั้นเราขึ้นมาที่พื้นที่ส่วนกลางหลักกันบ้างครับ โดยพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะอยู่ในชั้นที่ 7 ไฮไลท์คือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดยาวตลอดแนวความกว้างของตัวอาคาร 

        นอกจากนี้ในชั้นเดียวกันนั้น ยังประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งในส่วนของ Gym และพื้นที่ส่วนกลางอื่น ๆ รายละเอียดเดี๋ยวเราไปว่ากันตอนดูแปลนครับ ส่วนนี้ขอนำภาพตัวอย่างคร่าว ๆ มาให้ชมกันก่อน 

          จากนั้นจะมีพื้นที่ส่วนกลางอีกชุดหนึ่ง อยู่บนชั้นที่ 42 ครับ โดยพื้นที่ส่วนกลางชุดนี้จะกินพื้นที่ตลอดทั้งชั้นที่ 42 เลย ค่อนข้างมีให้ใช้งานกันอย่างหลากหลายเลยครับ โดยจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างเดี๋ยวเราไปว่ากันตอนดูแปลนเช่นเคย อย่างหลากหลาย ค่อนข้างสอดคล้องกับจำนวนยูนิตในโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ครับ

          ส่วนนี้ขอเอาภาพประกอบมาให้ชมกันก่อน เนื่องจากพื้นที่ส่วนกลางของโครงการมีเยอะ และทำออกมาได้ค่อนข้างสวยเลยครับ ใช้งานได้

          สุดท้ายบนชั้น Rooftop ของทางโครงการ ก็มีการทำเป็นพื้นที่ส่วนกลางเพิ่มเติมอีก โดยทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ได้ทำเป็น Jogging Track มีการทำเป็นสวนพักผ่อนเอาไว้ สามารถขึ้นมาออกกำลังกาย พักผ่อน ชมวิวไปพร้อม ๆ กันได้ครับ

. . . . . . . . . .

แปลนโครงการ

          ต่อไปเรามาดูในส่วนของแปลนโครงการกันบ้างครับ สำหรับโครงการ The Livin Ramkhamhaeng นี้ ต้องบอกก่อนว่าแปลนไม่ได้ซับซ้อนอะไร เพียงแค่มีการร่นระยะตามกฎหมายควบคุมความสูงอาคาร กับการใส่พื้นที่ส่วนกลางแทรกเข้าไปตามจุดต่าง ๆ ซึ่งทำให้ต้องซอยย่อยแปลนออกมาให้เห็นภาพในแต่ละชั้นเท่านั้น โดยเดี๋ยวเรามาค่อย ๆ ไล่ดูไปทีละส่วนเลยครับ

Master Plan

            MasterPlan ของโครงการThe Livin Ramkhamhaeng จะสังเกตได้ว่า ตัวอาคารจะไม่ได้อยู่ชิดถนน แต่จะต้องขับรถหรือเดินเข้ามา ผ่านระบบรักษาความปลอดภัย จากนั้น จึงจะเลี้ยวซ้ายมาเจอกับจุด Drop Off และทางเข้าอาคารจุดแรกก่อน

           และถ้าขับรถเลยมา ก็จะผ่านสวนตรงกลางโครงการ จุดจอดรถแนวราบ จึงจะมาเจอกับจุด Droup Off และ ทางเข้าอาคารจุดที่ 2 และถ้ารถจะขึ้นอาคารก็จะต้องวนต่อไปที่ด้านหลังโครงการ จะมีจุดขึ้นลงอาคารจอดรถและที่จอดแนวราบใต้อาคารอยู่ติดกับจุดจอดมอเตอร์ไซค์ครับ

          ทีนี้ ส่วนด้านในโครงการในชั้นนี้ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางย่อม ๆ ซึ่งแยกเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ามันสัมพันธ์กับจำนวนของยูนิตในโครงการที่ค่อนข้างเยอะ ฉะนั้น เราจะเห็น Lobby อยู่สองจุดคือหมายเลข 8 และ 17 รวมถึงก็มี Mail Room แยกกันด้วย จากนั้นก็จะมีโถงลิฟต์ ติดกับ Mail Room ทั้งสองจุด จุดละ 4 ตัว และลิฟต์ตรงพื้นที่จอดรถอีก 2 ตัว พร้อมลิฟต์ขนของอีก 1 ตัว และก็จะมี ยูนิตร้านค้า 3 ยูนิต กระจายกันอยู่ทั่วโครงการนะครับ 

7 Floor

          จากนั้น ชั้นที่ 2 - 6 จะเป็นพื้นที่จอดรถ และส่วนพักอาศัยจะมาเริ่มต้นที่ชั้น 7 ซึ่งจะเป็นชั้นที่ส่วนพักอาศัยกับพื้นที่ส่วนกลางอยู่รวมกันครับ โดยยูนิตพักอาศัยในชั้นนี้ จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 48 ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบไปด้วย

  • ส่วนออกกำลังกาย Gym Boxing Hit Yoga
  • Livin Lounge
  • สระว่ายน้ำ Livin Pool พร้อมสวนริมสระ และสระเด็ก Livin Kid’s Aqua Corner
  • และส่วนสุดท้ายเป็นห้องของเด็ก ๆ เรียกว่า Kids Planet

8 Floor

          ต่อไปชั้นที่ 8 จะมียูนิตพักอาสัยเพิ่มเติมขึ้นมา แต่ยังไม่เต็มพื้นที่เนื่องจากพื้นที่ส่วนกลางในชั้น 7 บางส่วนเป็นแบบเพดานสูง ทำให้ในชั้นที่ 8 มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 63 ยูนิต

9 - 14 Floor / 18 - 19 Floor

          จากนั้น ชั้นที่ 9 - 14 / 18 - 19 / จะเป็นชั้นที่ยูนิตพักอาศัยเต็มพื้นที่จำนวนสูงสุดที่ 69 ยูนิต ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะว่าเมื่อความสูงของตัวอาคารเพิ่มขึ้น ระยะของอาคารจะค่อย ๆ ร่น และยูนิตจะเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ นั่นเอง

15 - 17 Floor

          ส่วนชั้นที่ 15 - 17 นั้น จำนวนยูนิตจะกลับมาเหลือ 65 ยูนิต เนื่องจากโครงการได้ทำเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ในชั้น 15 ซึ่งจะเปิดเพดานโล่งขึ้นไปถึงชั้น 17 เลยนั่นเอง

20 Floor

           จากนั้น ชั้นที่ 20 จะมียูนิตพักอาศัยทั้งหมด 61 ห้อง เพราะอาคารต้องร่นระยะตามกฏหมายควบคุมความสูง ส่งผลให้บางส่วนกลายเป็นสวนไปครับ ส่วน 21 - 24 ก็จะเป็นแปลนเดียวกันแค่ไม่มีสวน

25 Floor

          ส่วนชั้น 25 จะหายไปอีก 12 ยูนิต จะทำให้เหลือแค่ 49 ยูนิต เป็นส่วนตัวขึ้น และก็มีบางห้องที่เป็น Single Corridor ด้วย

26 - 29 Floor / 33 Floor

          ส่วนชั้นที่ 26 - 29 / 33 แปลนห้องจะเหมือนกัน คือมีทั้งหมด 51 ยูนิต เพียงแค่ชั้น 26 จะมี Pocket Garden เหมือนชั้น 20 ครับ

30 - 32 Floor

          จากนั้นชั้น 30 - 32 ก็จะหายไปอีก 4 ห้อง เหลือ 47 ยูนิต เพราะมีพื้นที่ที่เป็นสวน เปิดโล่ง 3 ชั้นเพิ่มมาอีก

34 - 35 Floor / 39 Floor

          ต่อไปชั้น 34 - 35 / 39 มีทั้งหมด 43 ยูนิต มีสวน Pocket Garden ในชั้น 34

36 - 38 Floor

          36-38 หายไปอีก 4 ยูนิต เหลือ 39 ยูนิต เอาพื้นที่ไปทำเป็นสวนเปิดโล่ง 3 ชั้น

40 - 41 Floor

          ชั้น 40 - 41 ยูนิตจะน้อยที่สุดในโครงการที่ 39 ยูนิต และชั้น 40 มี Pocket Garden ครับ

42 Floor.

          ชั้นที่ 42 จะเป็นชั้นของพื้นที่ส่วนกลางของตัวโครงการ โดยจะประกอบไปด้วย

  • Livin BBQ Conner
  • Livin Co - Kitchen Studio
  • Livin Sky Lounge
  • Livin Board Game / Game Club - E - Sport Entertainment
  • Livin Kids Planet
  • Livin Co - Working Space & Working Studio
  • Livin Meeting Room

Rooftop

          และสุดท้าย ชั้นดาดฟ้าครับ เป็นพ้นที่สีเขียวสำหรับนั่งพักผ่อน Jogging Track และสนามบาสสำหรับออกกำลังกายได้ด้วยครับ

. . . . . . . . .

แปลนห้อง

          สำหรับในสวนของแปลนห้อง โครงการ The Livin Ramkhamhaeng มีห้องให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 แปลน เริ่มตั้งแต่ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ในขนาดต่าง ๆ ตามที่ได้รายงานไปใน Factsheet ด้านบนครับ โดยแปลนของแต่ละห้อง มีตามนี้ครับ

  • Studio 22.22-22.92 ตร.ม.

  • 1 Bedroom 26.99-29.98 ตร.ม.

  • 1 Bedroom Plus 32.32-32.87 ตร.ม.

  • 2 Bedrooms 38.58-61.49 ตร.ม.

. . . . . . . . . .

วิเคราะห์ภาพรวมตัวโครงการ

          ภาพรวมของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นรีวิว ว่าตัวโครงการมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นโครงการระดับ Mass Units ที่ส่วนใหญ่แล้วลูกบ้านจะกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว จำนวนลิฟต์ จำนวนพื้นที่ส่วนกลางและความแออัดต่าง ๆ ซึ่งในโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ก็ได้แก้ปัญหาเหล่านั้นและยืนยันได้จากการออกแบบเลยว่า เมื่อลูกบ้านเข้าอยู่ จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแน่นอน

          โดยส่วนตัวผมชอบตั้งแต่ตอนที่เขาเลือกที่จะแบ่งทางขึ้นอาคารออกเป็นสองฝั่ง เพิ่ม Lobby เป็นสองจุด กระจายลิฟต์กว่า 10 ตัวทั่วโครงการ เพราะมันทำให้ลูกบ้านไม่มากระจุกเป็นคอขวด อีกทั้งยังมีการกระจายพื้นที่ส่วนกลางอย่างหลากหลาย ทั้งพื้นที่ส่วนกลางริมสระว่ายน้ำ พื้นที่สีเขียวที่แทรกเพิ่มเติมเข้ามาระหว่างชั้น และการวางพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ที่ชั้นบน จำนวนและประเภทค่อนข้างเยอะ รองรับกับ Lifestyle ของคนหลากหลาย ที่จะเข้ามาอยู่ร่วมกันในฐานะเจ้าของร่วมได้เป็นอย่างดี

วิเคราะห์ทำเล

          ในส่วนของทำเล ถ้าถามเอาตามความคิดเห็นส่วนตัวของผม โครงการ The Livin Ramkhamhaeng มีดีในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ที่เข้าขั้นเรียกได้ว่าครบจบในทำเลนี้เลย เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ห้างค้าส่ง โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย เอกชน รัฐบาล ซึ่งโอเคมันอาจจะไม่ใช่ในระยะที่เดินเท้าหรือเดินทางสะดวก แต่ถ้าหากนั่งแท็กซี่หรือมีรถขับไป ก็เรียกได้ว่าใกล้มากทีเดียว ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าทุกอย่างวางมาได้ค่อนข้างดี

          แต่สิ่งที่อยากให้ลูกบ้านที่จะซื้อโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ระวังเลยก็คือเรื่องของเส้นทางรถไฟฟ้า จริงอยู่ที่โครงการจั่วหัวเอาไว้ว่าใกล้กับรถไฟฟ้า 3 สาย แต่สังเกตนะครับว่าผมแทบไม่ได้พูดถึงรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเลย แต่กลับไปพูดถึงเรื่องของเรือแทน แน่นอนว่าทุกอย่างที่ผมพูดถึง ก็เป็นการเดินทางที่สะดวกและพึ่งพาได้ทั้งสิ้น ส่วนใครที่คาดหวังกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แล้วจะมาซื้อโครงการนี้ อาจจะต้องรอนานหน่อยครับ เพราะรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลนี้ก็ยังถือว่าใหม่มาก ๆ และยังไม่ได้มีการเริ่มอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ ซึ่งส่วนนี้ผมไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่สร้างนะครับ แค่อยากให้ดูจข้อมูลเรื่องรถไฟฟ้าเป็นพิเศษเท่านั้นเองครับผม

          ส่วนหากเป็นในแง่ของการปล่อยเช่า ผมมองว่าหากเป็นช่วงที่โควิดยังไม่ดีขึ้น และการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เช่าสำคัญของย่านยังเป็นการเรียนออนไลน์ ค่อนข้างยากครับ เพราะในทำเลนี้มีตัวเลือกเป็นโครงการใหญ่ ๆ ทั้งนั้น อาจจะมีการแข่งขันราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้เลย ลองดูตำแหน่งดี ๆ หาโปรฯ ให้ได้ราคาถูก ๆ จะทำให้ง่ายขึ้น และอย่าลืมว่าลองมองหากลุ่มเป้าหมายในการปล่อยเช่า มารองรับกลุ่มบุคลากรหรือนักศึกษาที่อาจจะไม่ได้กลับมาเป็นกลุ่มผู้เช่าหลักเร็ว ๆ นี้ด้วยนะครับ

วิเคราะห์แปลน

          มาดูเรื่องแปลนห้องกันบ้างครับทุกคน เห็นว่ายูนิตเยอะขนาดนี้แต่จริง ๆ ก็อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นว่ามีแค่ 4 ขนาดเท่านั้น แต่จะแบ่งเป็น 6 Type คือ Studio 22 ตารางเมตร / 1 Bedroom 28 ตารางเมตร / 1 Bedroom Plus 32 กับ 38 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 55 กับ 61.5 ตารางเมตร

          ซึ่งข้อดีของโครงการนี้ก็คือ ทุกทิศแทบจะไม่มีตึกสูงเลย จากแผนที่ที่เราทำมาจะเห็นว่า ฝั่งทิศเหนือของโครงการ จะติดกับคลอง และข้ามไปจะเป็นที่ดินแนวราบ

 ส่วนทิศตะวันออก จะเป็นอาคารพาณิชย์ ความสูง 4 - 6 ชั้น

 ทิศใต้ จะเป็นถนนรามคำแหง ข้ามฝั่งไปจะเห็น คอนโด Lumpini Ville รามคำแหง และโรงแรม Bangkok Horizon รามคำแหง ซึ่งเป็นตึกสูงทั้งคู่ 

 ส่วนทิศตะวันตก จะเป็นถนนพ่วงศิริ เชื่อมต่อไปถนนเสรีไทย และมีโรงเรียนหัวหมากวิทยานุสรณ์ ตั้งอยู่ เป็นอาคารสูงประมาณ 4 - 6 ชั้นเช่นกัน

          ซึ่งโดยส่วนตัวเบนคิดว่าแต่ละทิศก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันแหละ ที่ดินเปล่าก็อาจจะมีแนวโน้มว่าจะมีคอนโดขึ้น อย่างเหนือกับตะวันออก แต่ มันก็จะมีริม ๆ ของแต่ละชั้นที่สามารถรับวิวได้ เช่นกันในทิศใต้ ที่มีโรงแรมและคอนโดอยู่ ส่วนตะวันตก วิวปลอดภัยจริง แต่อย่าลืมว่าตึกตัวเองโอบทั้งซ้ายและขวา ห้องที่ไม่ได้อยู่ตรงกลาง ๆ อาจจะอึดอัดหน่อย

          ทีนี้ เดี๋ยวเราไปเริ่มดูจากแปลน Studio ก่อนเลย ตามแปลนนี้ครับ

ผมวงมาให้ทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ซึ่งจะอยู่ในทุกชั้นเลย เหตุผลที่เลือก 6 ห้องนี้ เริ่มจาก 4 ห้องแรก ในทิศตะวันออกก่อน *สี่ห้องติดกันด้านบน 

          จริงอยู่ที่ว่าทิศนี้เป็นทิศที่หันไปทางที่ดินเปล่าซึ่งค่อนข้างอันตราย แต่ถ้าหากทุกคนลองดูแผนที่อีกที คลองที่อยู่ติดโครงการ จะโค้งไปทางซ้ายมือ ถ้าหากเรายืนหน้าออกระเบียงห้อง นั่นหมายความว่า ห้องในแถบนี้ของทิศตะวันออก จะถือเป็นห้องที่ได้วิวค่อนข้างดีอยู่กับ

          ส่วนอีกสองห้องที่เหลือ เป็นห้องที่ผนังด้านหนึ่งไม่ติดกับเพื่อนบ้าน แต่ ประตูห้องจะตรงกับโถงลิฟต์ แถมวิวของห้อง 03L ยังไม่ได้เคลีย แต่ถือว่า เป็นตำแหน่งที่ดีกว่าห้อง Studio ที่เหลือ ซึ่งมีความเหลื่อมกันไปมา ไม่ก็ อาคารบล๊อควิวกันเองครับ

          ต่อไปแบบอีก 3 Type ที่เหลือ ผมเล็งเอาไว้รวม ๆ กัน ในแต่ละทิศทาง ตามภาพนี้เลยครับ 

          โดยตำแหน่งแรก พามาดูตำแหน่งที่ 13 - 15 กันก่อน จริงอยู่ที่ทิศนี้ติดตัวตึกของลุมพินีกับโรงแรม แต่ ตำแหน่งห้อง 3 ห้องนี้ จะอยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสองตึกนั้นพอดีครับ นั่นแปลว่า เราจะสามารถมองทะลุไปรับวิวได้ค่อนข้างสวยเหมือนกัน ซึ่งจริง ๆ ก็ลากยาวมาถึงตำแหน่ง 18 แหละ แต่ 16 - 18 มันเป็นห้อง Plus ซึ่ง ผมอยากให้ไปเอาอีกทิศมากกว่า

          ก็คือตำแหน่งที่ 52 - 54 นั่นเอง ข้อดีของห้องด้านนี้คือ มันเห็นคลอง ก่อนจะข้ามไปเป็นที่ดินแนวราบ ซึ่งโดยส่วนตัวว่าก็ค่อนข้างอันตราย แต่ ด้วยขนาดและระยะถนนแล้ว อาคารข้างเคียงก็น่าจะไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ และการมีคลองคั่น ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ ซึ่งทุกตำแหน่งของ 1 Bedroom ที่กล่าวมานี้เนี่ย มีขึ้นไปถึงประมาณชั้นที่ 25 - 26 เลย

          ส่วนตำแหน่ง 37 จะเป็น 2 Bedroom ขนาด 38.58 เป็น 2 Bedroom ที่เล็กที่สุด ตำแหน่งตรงนี้ค่อนข้างดี เพราะไม่ไกลลิฟต์ และระเบียงก็ล้ำออกมาจากห้องข้างเคียง ทำให้เหมือนได้ระเบียงมุมด้วย

          ส่วนห้อง 2 bedroom อีก 2 Type ใน Type ขนาด 55 ตารางเมตร จะอยู่ที่แปลนมุมในทิศเหนือและใต้ ในทุกชั้นของอาคารครับ ซึ่งโดยส่วนตัว จะเลือกทิศเหนือ ในตำแหน่งที่ 60 มากกว่า

          เหตุผลแรกคือ มันติดคลอง อย่างที่บอก พอเห็นคลองเห็นน้ำเห็นเรือ แล้วอะไร ๆ มันก็ดี เหตุผลที่ 2 คือ ระเบียง หันไปทางฝั่งที่คลองจะโค้งไป ฉะนั้น วิวจะค่อนข้างสวยเลยด้วยครับ

          ส่วนห้องอีก Type ของ 2 Bedroom จะอยู่ชั้นที่ 26 ขึ้นไป ขอเลือกเป็นตำแหน่งนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน และเพิ่มเติมให้เล็กน้อยด้วยว่าห้อง 2 Bedroom ทั้งสองตำแหน่งนี้ ไม่ร้อนแดดด้วยครับ

          สำหรับใครที่มองหา ประกาศขายดาวน์ ขายใบจองในโครงการ The Livin Ramkhamhaeng

          สามารถเข้าไปดูได้ที่ ZmyHome เว็บไซต์บ้านคอนโดเจ้าของขายเองได้เลยครับ

. . . . . . . . . .

          และนี่ก็เป็นทั้งหมดของรีวิวคอนโด The Livin Ramkhamhaeng ครับ สุดท้ายเช่นเคยนะครับ อย่างที่ได้กล่าวมาตลอด การวิเคราะห์แปลนเป็นเพียงการแนะนำคร่าว ๆ เท่านั้น ห้องที่เราไม่พูดถึง ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรซื้อ และห้องที่เราว่าดี ก็อาจจะไม่ได้ไปตรงใจใครหลาย ๆ คน ฉะนั้น เลือกห้องตามใจผู้อยู่ ดูว่าเราชอบข้อดีของห้องไหน และรับข้อเสียของห้องไหน แลกกับราคา วิว และระยะเดิน ถ้าทุกปัจจัยพอดีกับชีวิต เลือกห้องตามใจคุณได้เลยครับ และสำหรับ รีวิว The Livin Ramkhamhaeng ฉบับนี้ ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ ไว้พบกันใหม่ในรีวิวคอนโดฉบับหน้า สวัสดีครับ : )