logo

         สวัสดีชาวคอน CondoNewb ทุกคนครับ รีวิวคอนโดฉบับนี้เราพาทุกคนมารีวิวคอนโด The Livin Ramkhamhaeng จาก Risland ครับ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นคอนโดอีกโครงการที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ สูง 42 ชั้นส่วนกลางเยอะจัดเต็ม ห้องหน้ากว้าง ขนาดเริ่มต้นใหญ่ อยู่สบาย และก็อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้าถึง 3 สายด้วยกัน แถมยังมีจุดเด่นในเรื่องของการลงทุน คือเป็นคอนโด High Rise แต่ราคาเหมือน Low Rise ซึ่งทำให้ได้การเติบโตมากกว่ามาตรฐานคอนโด High Rise ด้วย รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในรีวิวนี้เลยครับ

. . . . . . . . .

. . . . . . . . .

ภาพรวมตัวโครงการ

<Factsheet/>

. . . . . . . . . .

จุดเด่นที่ตั้งโครงการ

ที่อยู่ : สำนักงานขาย เดอะ ลิฟวิ่น รามคำแหง ถนนรามคำแหง ซอยรามคำแหง 97/2 แขวงหัวหมาก,

เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

แผนที่ Google Map : https://goo.gl/maps/VyDQrgkR9jhy1zd36 

          อย่างที่ได้บอกไปตอนเกริ่นนำก่อนเข้าเนื้อหา ว่าโครงการ The Livin Ramkhamhaeng เป็นคอนโดที่อยู่ในทำเลซึ่งเอื้อต่อการเดินทางมาก ๆ เพราะจากแผนที่เราจะสังเกตเห็นได้ว่า ตัวโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเดินทางไปใช้งานระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้าได้สะดวก และนอกจากสะดวกแล้วยังมีให้เลือกใช้มากถึง 3 สาย 3 เส้นทางอีกด้วย

          ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สำโรง - ลาดพร้าว, รถไฟฟ้าสายสีส้ม MRT ศูนย์วัฒนธรรม , และรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ซึ่งในอนาคตอันใกล้ รถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng มากที่สุด คือรถไฟฟ้าสถานีลำสาลี ซึ่งจะเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้ม ฉะนั้น ก็จะทำให้ลูกบ้านสามารถเดินทางไปได้ทั้งสองเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งศรีนครินทร์ - ลาดพร้าว หรือฝั่ง ถนนรามคำแหง - ศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งใกล้กับแหล่งงานในโซน CBD พระราม 9 อีกด้วย

          แต่นอกเหนือจากนั้น ใกล้ ๆ กับตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ยังมีการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไปอย่างการเดินทางด้วยเรือ เพราะตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับท่าเรือบางกะปิ ซึ่งจะเป็นเรือที่วิ่งไปตามคลองซึ่งสามารถนั่งเข้าไปยังใจกลางเมืองอย่างวิทยุ ประตูน้ำ ได้ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเป็นการเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจ 

          ส่วนเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ถือว่าค่อนข้างสะดวกครับ เนื่องจากในทำเลของตัวโครงการ สามารถเชื่อมต่อไปยังทางด่วนได้ถึง 2 เส้นทาง คือทางด่วนกาญขนาดภิเษกวงแหวนตะวันตกจากถนนรามคำแหง ออกจากโครงการแล้วขับตรงไปอย่างเดียวได้เลย นอกจากนี้ยังมีทางด่วนพระราม 9 - มอเตอร์เวย์ ที่สามารถใช้เข้า - ออกเมือง ไปทำงานยังแหล่งงานในโซนพระราม 9 และโซนกรุงเทพฯ ด้านในอื่น ๆ ได้อีกด้วยครับ รวมถึงถนนรอบ ๆ โครงการก็ยังมีความเป็นโครงข่าย เชื่อมถึงกัน ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงรถติดและไปยังย่านต่าง ๆ ได้หลากหลายอีกด้วย

          ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์รอบ ๆ โครงการ The Livin Ramkhamhaeng ถือว่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว เพราะในระยะใกล้ ๆ ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะมีกลุ่มห้างสรรพสินค้าของย่านนี้ที่ถือว่าค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง The Mall บางกะปิ, Lotus บางกะปิ, Pantip Plaza และ Makro ลาดพร้าว รวมถึงในระยะที่พอจะเดินได้ประมาณ 500 - 600 เมตร ก็มีตลาดบางกะปิ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่จับจ่ายใช้สอยหลักของคนในย่านนี้อีกจุดหนึ่งที่ใกล้กับตัวโครงการครับ

ตัวที่ดินของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng

          สำหรับตัวที่ดินโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะไม่ได้ขนานไปกับถนนจะครับ แต่จะมีทางเข้าจากถนนในระยะที่ไม่ไกลมากนัก โดยที่ ตัวอาคารจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งบริเวณโดยรอบ ก็จะมีพื้นที่ต่าง ๆ ตามที่แนบมาเลยครับ ส่วนเรื่องวิวที่ได้รับ ก็จะแตกต่างกันด้วย แต่เป็นวิวที่สวยเหมือนกันทุกด้านครับ แล้วแต่คนชอบเลย

            วิวจากทิศเหนือครับ โล่ง ๆ เลย ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่ว่าง แต่ไม่สามารถขึ้นตึกสูงได้ครับ

          ทิศตะวันออกครับ ทิศนี้ถ้าใครได้ห้องมุมที่ค่อนไปทางทิศเหนือ จะเห็นคลองด้วย 

          ทิศใต้ มีอาคารข้างเคียง แต่ไม่ได้บดบังวิวมากเท่าไหร่ ฝั่งนี้จะเห็นถนนรามคำแหงครับ

          ทิศตะวันตก เป็นทิศที่วิวสวยที่สุดในโครงการ The Livin Ramkhamhaeng เห็นวิวกรุงเทพฯ พร้อมพระอาทิตย์ตก ไล่ตั้งแต่กรุงเทพใต้ยันเหนือเลยครับ สวยมาก

สรุปทำเล

การคมนาคมขนส่ง

สถานีรถไฟฟ้าลำสาลี Interchange - 100 ม.

ท่าเรือบางกะปิ - 100 ม.

ทางพิเศษศรีรัช - 3 กม. 

ห้างสรรพสินค้าและตลาด

  • ตลาดบางกะปิ - 570 ม.
  • The Mall บางกะปิ - 1 กม.
  • Tesco Lotus บางกะปิ - 1 กม.
  • Pantip Plaza - 1 กม.
  • Makro ลาดพร้าว - 1 กม.
  • Big C Extra สุขาภิบาล 3 - 1.2 กม.
  • Home Pro รามคำแหง - 1.2 กม.

สถานศึกษา

  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง - 3.4 กม.
  • ABAC - 3.5 กม.
  • NIDA - 1.2 กม.
  • Advent International School - 1.1 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลรามคำแหง - 1.5 กม.
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ - 2.3 กม.
  • โรงพยาบาลเวชธานี – 2 กม.

. . . . . . . . .

ความน่าสนใจของตัวโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก

          ความน่าสนใจของตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ผมมองว่านอกจากเรื่องของทำเลที่เราไปกล่าวไปในย่อหน้าที่แล้ว ก็เห็นจะมีเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางนั่นแหละครับ โดยทางโครงการได้มีการจัดสรรค์พื้นที่ส่วนกลางกระจายออกไปถึง 3 ชั้น เพื่อการใช้งานที่สะดวกไม่แออัดต่อลูกบ้าน โดยถ้ามองจากแปลนตึกแล้วพื้นที่ส่วนกลางจะมีบริการลูกบ้านอยู่ตั้งแต่ชั้นกราวด์, ชั้น7 ชั้น42 และยังมีชั้นดาดฟ้าให้ลูกบ้านสามารถไปใช้งานกันได้อย่างหลากหลาย โดยจะแบ่งส่วนต่าง ๆ ออกมาได้ประมาณนี้เลยครับ

         ซึ่ง จากในหัวข้อก่อนหน้านี้ ที่เราได้พูดถึงตัวที่ดินของโครงการไป ก็เลยกลายเป็นอีกจุดขายของตัวโครงการเลยครับ เพราะว่า The Livin Ramkhamhaeng เป็นโครงการที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก (หากจะว่ากันตามทิศและการตั้งอาคาร) ฉะนั้น ในส่วนกลางและห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก จะสามารถมองเห็ฯเห็นวิวพระอาทิศตก ที่อยู่คู่กับวิวเมืองของกรุงเทพมหานครแบบเต็ม ๆ ตาเลยครับ

        ทีนี้เดี๋ยวเรามาไล่ดูไปเรื่อย ๆ กันครับว่า พื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโครงการ รวมถึงส่วนกลาง มีการจัดวางกันอย่างไรบ้าง เริ่มจากชั้นล่างสุดของตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng กันก่อนเลยครับ

            ตัวทางเข้าโครงการ The Livin Ramkhamhaeng นะครับจะอยู่บริเวณถนนรามคำแหง โดยทาง The Livin Ramkhamhaeng จะทำทางแยกเอาไว้อย่างชัดเจนระหว่างรถยนต์ และคนเดินเท้า ซึ่งระยะเดินถึงตัวอาคาร จะอยู่ที่ประมาณ 80 – 90 เมตรครับ ตรงกลางจะเป็นป้อม รปภ. และบริเวณด้านข้างจะมีการลงต้นไม้ใหญ่ด้วยครับ

          จากนั้นเมื่อถึงตัวอาคาร ทางเดินเท้าจะวนเข้าไปในสวน เพื่อไปยังด้านหน้าอาคารครับ ส่วนรถยนต์ ก็ต้องวนมาทางซ้าย เพื่อไปยังจุด Drop Off เช่นกัน บริเวณนี้ จะสามารถมองเห็น Lobby ของตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ได้ครับ 

           วนมาตามทางเดินรถ เพื่อมาที่ด้านหน้าของอาคารกันบ้างครับ (ผมนับด้านนี้เป็นหน้าอาคาร ไม่ใช่ด้านที่ออกถนนนะครับ) ส่วนนี้ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะทำเป็นสวนกลางโครงการ ตรงกลางตัว U เลย คาดการณ์ได้เลยว่าของจริง ต้องสวยอลังการณ์ และลมต้องพัดเย็นสบายแน่นอน เพราะด้วยขนาดของตัวอาคาร จะทำให้ลมที่ปะทะทั้งหมด หวนลงมาด้านล่างครับ

          ถ้ามองจากตรงกลางจะเห็นเลยว่า พื้นที่ของตัวสวนจะ Connect กับ Lobby ทั้ง 2 ส่วนของตัวอาคารเลยครับ 

           ส่วนด้านข้างและด้านหลัง วนไปตามทางเดินรถก็จะเป็นแนวต้นไม้และพื้นที่จอดรถ ลากยาวล้อมรอบตัวอาคารไปเรื่อย ๆ ครับ รวมถึง ทางวนขึ้นอาคารจอดรถ ก็จะอยู่บริเวณนี้ด้วยครับ

          ทีนี้กลับมาที่ด้านหน้าอาคารกันต่อ และเขยิบขึ้นมาเหนืออาคารจอดรถ ที่บริเวณชั้น 7 ของตัวอาคาร จะเป็นส่วนที่ตัวยูนิตพักอาศัย เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางหลัก ชุดที่ 1 ครับ โดยรายละเอียดของพื้นที่ส่วนกลาง จะประกอบไปด้วย

  • ส่วนออกกำลังกาย Gym Boxing Hit Yoga
  • Livin Lounge
  • สระว่ายน้ำ Livin Pool Infinity Edge พร้อมสวนริมสระ และสระเด็ก Livin Kid’s Aqua Corner
  • และส่วนสุดท้ายเป็นห้องของเด็ก ๆ เรียกว่า Livin Kids Planet

          ต่อไปเดี๋ยวมาดูส่วนที่ผมชอบที่สุดในโครงการกัน ก็คือ Pocket Garden ครับ ตัวโครงการ จะทำ Pocket Garden เป็นพื้นที่สีเขียวแบบนี้ กระจายทั่วโครงการเลยครับ

          โดยก็จะมีทั้งส่วนที่อยู่บนตัว Set Back ของอาคาร และส่วนที่ฝังตัวอยู่ในระหว่างยูนิตพักอาศัยแบบภาพด้านล่างที่ผมแนบมาให้ดูครับ ซึ่งถือว่า ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ลงทุนมาก เพราะการทำสวนระหว่างยูนิตแบบนี้ ทางโครงการ จะเสียพื้นที่ไปถึง 4 ยูนิตเลยครับ

         ส่วนต่อไป เดี๋ยวเราขยับมาดูพื้นที่ส่วนกลางชั้นบนสุดและชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักส่วนที่ 2 ของตัวโครงการกันครับ พื้นที่ส่วนกลางตรงนี้จะอยู่ในชั้นที่ 42 ของโครงการ กินพื้นที่กว้างทั้งชั้น และมีทั้งส่วนที่เป็น Indoor และ Semi Outdoor เลยครับ 

          โดยจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางเพดานสูงแบบTriple Ceiling ที่ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จัดเต็มมาให้หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น

  • Livin BBQ Conner
  • Livin Co - Kitchen Studio
  • Livin Sky Lounge
  • Livin Board Game / Game Club - E - Sport Entertainment
  • Livin Kids Planet
  • Livin Co - Working Space & Working Studio
  • Livin Meeting Room

         ส่วนสุดท้าย สูงที่สุดของโครงการคือชั้น Rooftop ซึ่งทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ก็ออกมาแบบเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่ใช้งานได้ทั้งออกกำลังกาย และนั่งพักผ่อน รับวิวที่นับว่าเป็นหนึ่งในความสูงที่สุดในรามคำแหงครับ

          โดยก็ได้ทำเป็น Jogging Track และพื้นที่สีเขียว ออกแบบมาคู่กันแบบนี้เลย

. . . . . . . . . .

แปลนโครงการ

          ต่อไปเรามาดูในส่วนของแปลนโครงการกันบ้างครับ สำหรับโครงการ The Livin Ramkhamhaeng นี้ ต้องบอกก่อนว่าแปลนไม่ได้ซับซ้อนอะไร เพียงแค่มีการร่นระยะตามกฎหมายควบคุมความสูงอาคาร กับการใส่พื้นที่ส่วนกลางแทรกเข้าไปตามจุดต่าง ๆ ซึ่งทำให้ต้องซอยย่อยแปลนออกมาให้เห็นภาพในแต่ละชั้นเท่านั้น โดยเดี๋ยวเรามาค่อย ๆ ไล่ดูไปทีละส่วนเลยครับ

Master Plan

            Masterplan ของโครงการThe Livin Ramkhamhaeng จะสังเกตได้ว่า ตัวอาคารจะไม่ได้อยู่ชิดถนน แต่จะต้องขับรถหรือเดินเข้ามา ผ่านระบบรักษาความปลอดภัย จากนั้น จึงจะเลี้ยวซ้ายมาเจอกับจุด Drop Off และทางเข้าอาคารจุดแรกก่อน

           และถ้าขับรถเลยมา ก็จะผ่านสวนตรงกลางโครงการ จุดจอดรถแนวราบ จึงจะมาเจอกับจุด Drop Off และ ทางเข้าอาคารจุดที่ 2 และถ้ารถจะขึ้นอาคารก็จะต้องวนต่อไปที่ด้านหลังโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะมีจุดขึ้นลงอาคารจอดรถและที่จอดแนวราบใต้อาคารอยู่ติดกับจุดจอดมอเตอร์ไซค์ครับ

          ทีนี้ ส่วนด้านในโครงการในชั้นนี้ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางย่อม ๆ ซึ่งแยกเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ามันสัมพันธ์เพียงพอกับจำนวนของยูนิตในโครงการ ฉะนั้น เราจะเห็น Lobby อยู่สองจุดคือหมายเลข 8 และ 17 รวมถึงก็มี Mail Room แยกกันด้วย จากนั้นก็จะมีโถงลิฟต์ ติดกับ Mail Room ทั้งสองจุด จุดละ 4 ตัว และลิฟต์ตรงพื้นที่จอดรถอีก 2 ตัว พร้อมลิฟต์ขนของอีก 1 ตัว และก็จะมี ยูนิตร้านค้า 3 ยูนิต กระจายกันอยู่ทั่วโครงการ The Livin Ramkhamhaeng นะครับ 

7 Floor

          จากนั้น ชั้นที่ 2 - 6 จะเป็นพื้นที่จอดรถ และส่วนพักอาศัยจะมาเริ่มต้นที่ชั้น 7 ซึ่งจะเป็นชั้นที่ส่วนพักอาศัยกับพื้นที่ส่วนกลางอยู่รวมกันครับ โดยยูนิตพักอาศัยในชั้นนี้ จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 48 ห้อง 

8 Floor

          ต่อไปชั้นที่ 8 จะมียูนิตพักอาสัยเพิ่มเติมขึ้นมา แต่ยังไม่เต็มพื้นที่เนื่องจากพื้นที่ส่วนกลางในชั้น 7 บางส่วนเป็นแบบเพดานสูง ทำให้ในชั้นที่ 8 มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 63 ยูนิต

9 - 14 Floor / 18 - 19 Floor

          จากนั้น ชั้นที่ 9 - 14 / 18 - 19 / จะเป็นชั้นที่ยูนิตพักอาศัยเต็มพื้นที่จำนวนสูงสุดที่ 69 ยูนิต ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะว่าเมื่อความสูงของตัวอาคารเพิ่มขึ้น ระยะของอาคารจะค่อย ๆ ร่น และยูนิตจะเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ นั่นเอง

15 - 17 Floor

          ส่วนชั้นที่ 15 - 17 นั้น จำนวนยูนิตจะกลับมาเหลือ 65 ยูนิต เนื่องจากโครงการได้ทำเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ในชั้น 15 ซึ่งจะเปิดเพดานโล่งขึ้นไปถึงชั้น 17 เลยนั่นเอง

20 Floor

           จากนั้น ชั้นที่ 20 จะมียูนิตพักอาศัยทั้งหมด 61 ห้อง เพราะอาคารต้องร่นระยะตามกฏหมายควบคุมความสูง ส่งผลให้บางส่วนกลายเป็นสวนไปครับ ส่วน 21 - 24 ก็จะเป็นแปลนเดียวกันแค่ไม่มีสวน

25 Floor

          ส่วนชั้น 25 จะหายไปอีก 12 ยูนิต จะทำให้เหลือแค่ 49 ยูนิต เป็นส่วนตัวขึ้น และก็มีบางห้องที่เป็น Single Corridor ด้วย

26 - 29 Floor / 33 Floor

          ส่วนชั้นที่ 26 - 29 / 33 แปลนห้องจะเหมือนกัน คือมีทั้งหมด 51 ยูนิต เพียงแค่ชั้น 26 จะมี Pocket Garden เหมือนชั้น 20 ครับ

30 - 32 Floor

          จากนั้นชั้น 30 - 32 ก็จะหายไปอีก 4 ห้อง เหลือ 47 ยูนิต เพราะมีพื้นที่ที่เป็นสวน เปิดโล่ง 3 ชั้นเพิ่มมาอีก

34 - 35 Floor / 39 Floor

          ต่อไปชั้น 34 - 35 / 39 มีทั้งหมด 43 ยูนิต มีสวน Pocket Garden ในชั้น 34

36 - 38 Floor

          36-38 หายไปอีก 4 ยูนิต เหลือ 39 ยูนิต เอาพื้นที่ไปทำเป็นสวนเปิดโล่ง 3 ชั้น

40 - 41 Floor

          ชั้น 40 - 41 ยูนิตจะน้อยที่สุดในโครงการที่ 39 ยูนิต และชั้น 40 มี Pocket Garden ครับ

42 Floor.

          ชั้นที่ 42 จะเป็นชั้นของพื้นที่ส่วนกลางของตัวโครงการ โดยจะประกอบไปด้วย

  • Livin BBQ Conner
  • Livin Co - Kitchen Studio
  • Livin Sky Lounge
  • Livin Board Game / Game Club - E - Sport Entertainment
  • Livin Kids Planet
  • Livin Co - Working Space & Working Studio
  • Livin Meeting Room

Rooftop

          และสุดท้าย ชั้นดาดฟ้าครับ เป็นพ้นที่สีเขียวสำหรับนั่งพักผ่อน Jogging Track สำหรับออกกำลังกายได้ด้วยครับ

. . . . . . . . .

แปลนห้อง

             สำหรับในส่วนของแปลนห้อง โครงการ The Livin Ramkhamhaeng มีห้องให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 แปลน เริ่มตั้งแต่ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ในขนาดต่าง ๆ ตามที่ได้รายงานไปใน Factsheet ด้านบนครับ 

          ส่วนใหญ่แล้ว ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะเน้นทำห้องที่หน้ากว้าง ซึ่งผมถือว่าทำออกมาได้ดีมาก เป็นห้องหน้ากว้างที่กำลังพอดี และใช้งานได้จริง และผมเคยได้พูดถึงข้อดีของห้องหน้ากว้างเอาไว้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดห้องง่าย เพราะส่วนใหญ่แปลนหน้ากว้างจะแบ่งพื้นที่ได้ดี การที่หน้าห้องและกระจกหน้าต่างอยู่ไม่ห่างกัน(เพราะห้องไม่ลึก) ช่วยในเรื่องแสงและความอับต่าง ๆ โดยแปลนทั้งหมดของโครงการ มีดังนี้เลยครับ

  • Studio 22.22-22.92 ตร.ม.

  • 1 Bedroom 26.99-29.98 ตร.ม.

  • 1 Bedroom Plus 32.32-32.87 ตร.ม.

  • 2 Bedrooms 38.58-61.49 ตร.ม.

. . . . . . . . . .

ห้องตัวอย่าง

ต่อไปเรามาดูห้องตัวอย่างของโครงการกันบ้างครับ โดยในรีวิวฉบับนี้ เราพาทุกคนมาดูห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 แบบ คือ Studio ขนาด 22 ตารางเมตร / 1 Bedroom Plus 32 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 38 ตารางเมตรครับ

โดยรายละเอียดของตัวยูนิตพักอาศัยนะครับ ห้องทุกห้องในโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะขายในรูปแบบ Fully Fitted

  • ราคา ตอนนี้จะเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท
  • คิดเป็นตารางเมตรละ 75,000 – 80,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ ตร.ม. ค่ากองทุน 500 บาท/ ตร.ม.

พอเอาราคาต่าง ๆ มาวางต่อกันแบบนี้ จะเห็นได้ชัดเลยนะครับว่า นี่คือคอนโดมิเนียม High Rise ที่ขายในราคาของคอนโดมิเนียม Low Rise เลยนะ ด้วยราคาเริ่มต้นและราคาเฉลี่ยแบบนี้ อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าในระยะนี้ ส่วนตัวผมมองว่าคุ้มค่าครับ ซึ่งเดี๋ยวเรื่องความคุ้มทุน การลงทุน เรื่องราคา ฯลฯ เรามาว่ากันในส่วนวิเคราะห์โครงการตอนท้าย เดี๋ยวช่วงนี้ไปดูห้องตัวอย่างกันก่อนเลยครับ

. . . . . . . . .

ห้องตัวอย่างแบบ Studio ขนาด 22 ตร.ม.

 

ห้องแปลน Studio เป็น Type เดียวของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng เลยครับ ที่หน้าจะไม่ได้กว้างเหมือน Type อื่น ๆ แต่ขนาดก็ไม่ได้เล็กเกินไปครับ เหมาะกับคนที่เป็น First Jobber และอยากซื้อคอนโดหลังแรก ซึ่งในอนาคตหากขยับขยาย ก็ยังสามารถปล่อยเช่าได้อยู่

 

เดี๋ยวเรามาค่อย ๆ ไล่ดูไปทีละส่วน เริ่มจากทางเข้าห้องก่อนเลยนะครับ ในห้องตัวอย่าง Type นี้ จะไม่ได้มีประตูห้องให้ดูนะ ถ้าอยากเห็นประตูต้องเลื่อนไปดูห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedroom ครับ

 

ส่วนแรก จะเป็นส่วนของพื้นที่ใช้สอยก่อนครับ โดยทางโครงการจะเอาส่วนของครัว วางไว้ตรงข้ามกับห้องน้ำเลย

 

ในส่วนของฟังก์ชันครัว ตัวที่ Built – In มาให้ จะเป็นหน้าบานแบบ Soft Close ทั้งหมด ช่องเก็บของค่อนข้างลึก และมีมาให้เยอะดีครับ

 

เตาไฟฟ้า 2 หัว และซิงค์ล้างจานที่ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng แถมให้ ตำแหน่งการวางถือว่าโอเค และบนเคาน์เตอร์มีพื้นที่เตรียมอาหารเหลือ ๆ เลยครับ

 

ภาพนี้ผมเข้ามายืนบริเวณด้านในสุดของโซนครัว ติดกับพื้นที่วางเตียง และถ่ายรูปกลับออกไปที่หน้าห้องครับ ส่วนที่ติดกับเครื่องซักผ้า ในห้องตัวอย่างทางโครงการจะ Built – In เป็นตู้มาให้ดู โซนนั้นก็จะไม่ใช่ครัวแล้วนะครับ

 

ส่วนตรงข้ามกับครัว จะเป็นทางเข้าห้องน้ำ และมีผนังส่วนหนึ่งตรงนี้ที่ว่างอยู่ ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng Built – In มาให้ดูเป็นตู้เก็บของและชั้นวางรองเท้าครับ

 

ส่วนในห้องน้ำ ห้องตัวอย่างและห้องจริง ลูกบ้านจะได้เหมือนกันทุกประการเลยครับ ด้านขวามือจะเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง กระจกส่องหน้า ไล่มาตรงกลางจะเป็นโถสุขภัณฑ์และสายฉีดชำระ รวมถึงที่แขวนกระดาษทิชชู่ และด้านซ้ายมือ จะเป็นฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย ฝักบัวแบบ Hand Shower พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้

 

ต่อไปเรามาดูรายละเอียดของห้องน้ำในส่วนต่าง ๆ กันบ้างครับ

 

ส่วนที่อ่างล้างหน้าและกระจก ด้านข้างจะมีปลั๊กไฟ พร้อมฝาปิดกันความชื้นอยู่ด้วยครับ

 

ตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้าครับ ขนาดค่อนข้างใหญ่ ไม่มีตัวท่อระบายน้ำมาขวางด้วย

 

หันหลังกลับมา จะเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์และตัวฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยที่เป็นบานเลื่อนครับ ตัวขอบด้านล่างมีการยกขึ้นมา แต่ไม่ได้สูงมาก ตรงนี้เดินเข้า-ออก สะดวกดีครับ

 

ด้านบนจะ Built มาให้ประมาณนี้ครับ วัสดุแข็งแรงดี

 

ส่วนด้านใน เป็นฝักบัวแบบ Hand Shower และ ทางโครงการก็ได้เจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ครับ

 

ตรงข้ามกันจะเป็นราวแขวนผ้าเช็ดตัวครับ

 

ต่อไปเดี๋ยวเราไปดูในส่วนของห้องนอนกันบ้างครับ ในห้องตัวอย่าง ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จะวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดู ซึ่งจะสังเกตได้ว่า มีพื้นที่ด้านข้างเตียงและปลายเตียงเหลือพอสมควรเลย

 

ภาพนี้ผมยืนถ่ายจากปลายเตียง เพื่อให้มองเห็นระยะจากบริเวณขอบเตียงด้านต่าง ๆ ชัดเจนขึ้นครับ

 

และเมื่อหันหลังกลับมา ก็จะเป็นตู้เสื้อผ้าและชั้นวางทีวี รวมถึงชั้นวางของต่าง ๆ ที่ทางโครงการ Built – In มาให้ครับ ซึ่งของจริงจะเป็นผนังเปล่า พร้อมงานระบบ รองรับการติดตั้งทีวีแขวนผนังมาให้ครับ

 

ต่อไปเดี๋ยวเราหันขวา มาดูด้านในสุดของห้อง Type นี้กันครับ ทางด้านขวามือ จะเป็นโซนอเนกประสงค์ สามารถทำเป็นได้ทั้งพื้นที่นั่งเล่นและโต๊ะทำงาน อยู่ริมหน้าต่างด้วย ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นระเบียงครับ

 

มาเริ่มที่ตัวระเบียงกันก่อนครับ ตรงทางออกระเบียง ด้านบนจะเป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

 

ส่วนทางออกระเบียง จะเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 2 ตอนครับ

 

ออกมาด้านนอก ตัวระเบียงขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีงานระบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นปลั๊กไฟกับก๊อกน้ำมาให้

 

คอมเพรสเซอร์แอร์ แขวนเอาไว้ด้านบน หันออกด้านนอก ไม่มีลมร้อนมาเป่าระเบียงให้กวนใจครับ

 

ต่อไปเรามาดูพื้นที่อเนกประสงค์กันต่อครับ ในห้องตัวอย่างทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ทำมาเป็นพื้นที่ ที่ใช้งานร่วมกัน ระหว่างโซฟา ที่นั่งได้สบาย ๆ กับโต๊ะและเก้าอี้ที่สามารถใช้เป็นโต๊ะรับประทานอาหารได้ด้วย พื้นที่โซนนี้อยู่ติดหน้าต่าง ส่วนตัวชอบมากครับ สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายอย่างดี

 

เนื้อที่ที่ทางโครงการให้มาก็ไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ ขนาดกำลังพอดี ๆ

 

หน้าต่างที่อยู่ติดกัน ทางโครงการทำบานประทุ้งมาให้เรียบร้อยครับ

. . . . . . . . . .

ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom Plus 32 ตร.ม.

          ต่อไปเดี๋ยวเรามาดูห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom Plus ของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng กันบ้างนะครับ 

         สำหรับห้อง Type นี้นะครับเมื่อเข้ามาถึง จะเจอกับส่วนที่เป็น Living Area ก่อน ขนาดค่อนข้างใหญ่และแสงเข้าถึงดีมาก ๆ เพราะตัวห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้แสงจากหน้าต่างห้องนอนส่องเข้ามาถึงเลย

         ในห้องตัวอย่าง ทางโครงการ วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาให้ครับ ซึ่งแน่นอนว่าในเวอร์ชันห้องจริง พื้นที่เหลือเฟือมาก ๆ สามารถวางโซฟาที่ขนาดใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน

          ฝั่งตรงข้ามกับโซฟาจะเป็นพื้นที่ติดตั้งทีวี สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบตั้งโต๊ะตามห้องตัวอย่าง และแบบแขวนเลยครับ ตัวผนังขนาดใหญ่พอที่จะติดตั้งทีวีขนาด 45 – 50 นิ้วได้

          กลับหลังหันมาที่บริเวณด้านข้างโซฟา ในห้องตัวอย่างทำเป็นโต๊ะบาร์ สำหรับรับประทานอาหาร สำหรับผมตรงนี้วางเป็นโต๊ะปกติก็ได้ครับ สามารถใช้ได้ทั้งนั่งทำงานและรับประทานอาหารเลย

          ตรงกันข้ามกับพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหารเมื่อสักครู่ จะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อไปยังห้องต่าง ๆ ทั้งห้องนอน ห้อง Plus ส่วนครัว และห้องน้ำเลยครับ

          โดยจะขอเริ่มจากส่วนของครัวก่อนนะครับ ส่วนของครัวจะมีฟังก์ชันที่เหมือนในห้องเมื่อสักครู่เลย เพียงแต่ครัวในห้อง Typeนี้ จะเป็นครัวรูปตัว L มีสัดส่วนเข้ามุมชัดเจนครับ มีทั้งพื้นที่วางตู้เย็นและติดตั้งเครื่องซักผ้าในตัวเลย

          ฟังก์ชันด้านบนเคาน์เตอร์ เตาไฟฟ้า 2 หัว ซิงค์ล้างจาน และเครื่องดูดควัน มีมาให้ครบ พร้อมด้วยปลั๊กไฟ

          มุมนี้มองย้อนจากในครัวบริเวณหน้าตู้เย็นกลับไปที่บริเวณ Living Area ครับ ด้านซ้ายมือจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ

         ทางเข้าห้องน้ำอยู่ติดกับส่วนของครัวเลยครับ

          ฟังก์ชันในห้องน้ำ เป็นฟังก์ชันหน้าตามาตรฐานของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng เลย เหมือนกับห้องเมื่อสักครู่ แตกต่างกันแค่ตำแหน่งการจัดวางเท่านั้นครับ

 

          ขนาดของห้องน้ำถือว่าค่อนข้างกว้างครับ สำหรับการเป็นคอนโด เข้าไปใช้งานได้สบาย ๆ 

 

          ตามมาตรฐาน ได้เป็นฉากกั้นอาบน้ำ ฝักบัวแบบ Hand Shower และมีการเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ด้วยครับ

         เมื่อออกมาจากห้องน้ำ เราจะเห็นภาพตามนี้เลยครับ เรียกได้ว่าโปร่งมาก ๆ สำหรับการออกแบบให้ทั้งห้องนอนและห้อง Plus เข้า-ออก ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนตัวผมชอบมากครับ

         มุมการติดตั้งเครื่องปรับอากาศบริเวณเหนือประตูห้องนอนครับ

 

          ขอเริ่มจากตัวห้อง Plus ก่อน ทางเข้าจะอยู่ตรงข้ามห้องน้ำ ติดกับครัวเลยครับ

 

         ขนาดถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ ในห้องตัวอย่างทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จัดมาให้เป็นเหมือนห้องทำงานและพักผ่อนได้ในตัว ซึ่งในห้องจริง หากวางเป็นโซฟาเบด ก็สามารถรับแขกได้ หรือทำเป็นห้องทำงาน ก็อยู่ติดกับระเบียง ออกไปสูดอากาศยืดเส้นยืดสายระหว่างวันได้ หรือใครอยากทำเป็นห้องนอนจริงจัง สามารถวางเตียง 3 ฟุตแบบพอดีครับ

         ทางออกระเบียง เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเช่นเดียวกัน ขนาดค่อนข้างใหญ่ครับ

          ขนาดของระเบียงใกล้เคียงกับห้องก่อนหน้านี้

          ตัวระเบียงมีฟังก์ชันที่สามารถติดตั้งเครื่องซักผ้าได้ คอมเพรสเซอร์แอร์แขวนด้านบน เป่าออกด้านนอก ไม่มีลมร้อนมากวนเวลาใช้งานครับ

           ทีนี้เรากลับมาดูทางฝั่งของห้องนอนกันบ้างครับ ตัวประตูกระจกบานเลื่อนของห้องนอนมีขนาดใหญ่สะใจมาก ๆ

          ตัวรางเป็นแบบฝังพื้นด้วยครับ จริง ๆ เป็นรางฝังพื้นทั้งห้อง Plus และห้องนอนเลย เดินเข้า-ออก สะดวกมาก ๆ ครับ

 

          ด้านใน ทางโครงการจะทำเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ และตามด้วยการวางเตียงขนาด 5 ฟุตใกล้ ๆ กับหน้าต่าง พื้นที่คือเหลือเฟือมาก ๆ ครับ สำหรับคนที่อยากได้เตียงนอนที่ขนาดใหญ่ขึ้นก็สามารถจัดได้ครับ

          สเปซทั้งด้านข้าง ถ้าหากวางแบบในห้องตัวอย่าง จะเหลือไม่มาก แต่ในห้องจริงเราวางได้อิสระเลยครับ

          ตัวหน้าต่างของห้องนอน มีบานกระทุ้งมาให้ ขนาดกำลังดี เปิดระบายอากาศได้ครับ

          บริเวณปลายเตียง เป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และมีการทำงานระบบรองรับการติดตั้งทีวีแขวนผนังเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

          จากด้านในสุดของห้องนอน มองกลับออกไปทางบริเวณหน้าห้องครับ

. . . . . . . . . .

ห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedroom ขนาด 38 ตร.ม.

 

สำหรับห้องตัวอย่างห้องสุดท้าย เป็นห้องตัวอย่างที่ขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการเป็นแบบ 2 Bedroom ที่ได้ทั้ง 2 ห้องนอน เป็นแบบ 2 Master bedroom พื้นที่ใช้สอย 38 ตารางเมตรทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng จัด Layout เป็นห้องหน้ากว้างทำให้ขนาด 38 ตารางเมตรนั้นใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าราวกับเป็นห้องขนาด 45-50 ตารางเมตร เดี๋ยวไปดูข้างในห้องกันครับ

เมื่อเข้าไปถึง ส่วนแรกจะเป็น Living Area ก่อนครับ ขนาดคือใหญ่สะใจมาก ๆ พื้นที่ใช้สอยเป็นสี่เหลี่ยมเกือบ ๆ จะด้านเท่า จัดห้องง่ายและมีพื้นที่เหลือเฟือมาก ๆ

มองจากด้านข้างจะเห็นว่าในห้องตัวอย่างวางโซฟาขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นแบบ 2 ที่นั่งแบบฟู ๆ ซึ่งเราสามารถวางเป็นโซฟา 3 ที่นั่งรูปตัว L ได้ด้วยนะครับ ด้านที่เป็นมุมผนัง

จริง ๆ ยังมีที่เหลือด้วยนะครับ แม้ว่าโซฟาจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่แล้วก็ตาม

 

ตรงข้ามกัน ทาง จะเป็นพื้นที่วางทีวีครับ แต่ผนังไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนะครับ แต่ก็เพียงพอให้ติดตั้งทีวีขนาด 45 – 50 นิ้วได้ เพราะว่าจะมีส่วนที่เป็นกระจกซึ่งเป็นกิมมิคของห้องอยู่ เดี๋ยวผมจะพาไปดู ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศครับ โดยโครงการออกแบบให้พื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกับพื้นที่วางทีวีไปเลย

ขยับมาในส่วนของพื้นที่รับประทานอาหารครับ ส่วนนี้ที่ผมบอกว่าจะเป็นพื้นที่กิมมิคของโครงการ เพราะว่าตัวห้องได้มีการเจาะช่องกระจกขนาดใหญ่จากห้องนอนหลักไปสู่ห้องนั่งเล่นด้วย เหตุผลเพราะว่า หากทำเป็นผนังทึบ เมื่อปิดประตูทุกห้อง แสงจะไม่สามารถส่องมาถึงห้องนั่งเล่นได้เนื่องจากเป็นผนังทึบทั้งหมด ทางโครงการจึงเจาะช่องตรงนี้ขึ้นมาครับ ช่วยให้แสงส่องมาถึงห้องนั่งเล่น ให้เพิ่มความโปร่งให้ตัวห้องโดยรวมด้วย

ขออนุญาตเก็บห้องนอนไว้ท้ายสุด วกกลับมาในส่วนที่ติดกับ Living Area กันก่อนครับ ไล่มาตั้งแต่ซ้ายสุด ทางโครงการ Built – In เป็นตู้เก็บของมาให้ ในห้องจริงสามารถทำเป็นตู้ทึบเก็บรองเท้าก็ได้เช่นกัน จากนั้นก็จะเป็นทางเข้าครัวแบบเปิดและห้องน้ำครับ

เรามาดูในส่วนของครัวก่อน ครัวของห้อง Type นี้เป็นครัวรูปตัว L มีสัดส่วนเข้ามุมเป็นของตัวเอง ซึ่ง Lay out จัดมาให้รองรับการทำบานสไลด์เป็นครัวปิดได้ ขนาดก็จะพอ ๆ กับห้องที่แล้ว ฟังก์ชันด้านใน เหมือนกันทุกทุกประการเลยครับ

ฟังก์ชันการใช้งานส่วนต่าง ๆ ของครัวครับ

ตัวพื้นที่ด้านบนเคาน์เตอร์ ส่วนตัวมองว่าให้ของมาครบตอบโจทย์การทำอาหารให้กับคุณแม่บ้านได้สบายครับ

ต่อไปห้องน้ำครับ อยู่ติดกัน และเป็นตำแหน่งกลางห้องพอดี เข้าใช้งานได้จากทุกสัดส่วนพื้นที่อย่างสะดวกครับ

รายละเอียดในห้องน้ำ เป็นมาตรฐานของโครงการ ได้เหมือนกันทุกห้อง ขนาดไล่เลี่ยกันครับ

ต่อไปเป็นส่วนของห้องนอนกันบ้างครับ ต้องบอกก่อนเลยว่าเป็นจุดเด่นของ 2 ห้องนอน โดยที่นี่จะเป็น Master bedroom ขนาดใหญ่ทั้ง 2 ห้อง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ตัวทางเข้าจะอยู่ใกล้ ๆ กันหมดเลยครับ ในห้องตัวอย่าง ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng วางเตียงมาให้ดูเป็นขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า

Master bedroom ห้องแรกขนาดใหญ่เลยครับ หลังจากวางเตียงแล้วมีพื้นที่เหลือเฟือในทุก ๆ ด้านเลย

มุมมองจากบริเวณปลายเตียงครับ

 

ซึ่งบริเวณปลายเตียง ก็มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศและมีงานระบบรองรับการติดตั้งทีวีแขวนผนังมาให้เรียบร้อยแล้วด้วยครับ

มุมมองจากปลายเตียง ส่วนในสุดของห้อง ย้อนกลับที่ประตูทางเข้าครับ

บริเวณหน้าต่างมาพร้อมบานกระทุ้งขนาดกับกำลังพอดี

สุดท้ายเรามาดูห้อง Master bedroom ที่ 2 กันครับ ขนาดห้องนอนใหญ่พอ ๆ กับห้องนอน Master bedroom ห้องแรก ไม่ได้แตกต่างกัน และฟังก์ชันก็คล้ายกันมาก ๆ ด้วยครับ

ในห้องตัวอย่าง ทางโครงการ The Livin Ramkhamhaeng วางเตียงเอาไว้ตรงกลางห้อง พร้อมกับ Built – In ตู้เสื้อผ้าครับ สังเกตว่าจะมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือเยอะมากเลยครับ

ปลายเตียง เว้นช่องพอให้เดินได้ แต่ไม่สามารถวางโต๊ะวางทีวีได้นะครับ

พื้นที่ปลายเตียง มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ พร้อมงานระบบรองรับการติดตั้งทีวีแขวนผนังมาให้เรียบร้อย

ติดกันจะเป็นทางออกระเบียงครับ ทางออกจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 ตอน

ขนาดของระเบียงจะไม่แตกต่างกับห้องแบบ 1 Bedroom Plus ฟังก์ชันก็คล้ายกันคือมีการติดตั้งงานระบบรองรับการติดตั้งเครื่องซักผ้ามาให้

พื้นที่เหลือเฟือ วางชุดโต๊ะเก้าอี้เล็ก ๆ ตากผ้า ปลูกต้นไม้ จัดสรรได้หลายรูปแบบครับ

. . . . . . . . . . .

วิเคราะห์ภาพรวมตัวโครงการ The Livin Ramkhamhaeng

          ภาพรวมของโครงการ The Livin Ramkhamhaeng อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นรีวิว ว่าตัวโครงการมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นโครงการระดับ Mass Units ที่ส่วนใหญ่แล้วลูกบ้านจะกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว จำนวนลิฟต์ จำนวนพื้นที่ส่วนกลางและความแออัดต่าง ๆ ซึ่งในโครงการ The Livin Ramkhamhaeng ก็ได้แก้ปัญหาเหล่านั้นไว้แล้ว และยืนยันได้จากการออกแบบเลยว่า เมื่อลูกบ้านเข้าอยู่ จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแน่นอน

          โดยส่วนตัวผมชอบตั้งแต่ตอนที่เขาเลือกที่จะแบ่งทางขึ้นอาคารออกเป็นสองฝั่ง เพิ่ม Lobby เป็นสองจุด กระจายลิฟต์กว่า 10 ตัวทั่วโครงการ เพราะมันทำให้ลูกบ้านไม่มากระจุกเป็นคอขวด อีกทั้งยังมีการกระจายพื้นที่ส่วนกลางอย่างหลากหลาย ทั้งพื้นที่ส่วนกลางริมสระว่ายน้ำ พื้นที่สีเขียวที่แทรกเพิ่มเติมเข้ามาระหว่างชั้น และการวางพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ที่ชั้นบน จำนวนและประเภทค่อนข้างเยอะ รองรับกับ Lifestyle ของคนหลากหลาย ที่จะเข้ามาอยู่ร่วมกันในฐานะเจ้าของร่วมได้เป็นอย่างดี

วิเคราะห์ทำเล

          ในส่วนของทำเล ถ้าถามเอาตามความคิดเห็นส่วนตัวของผม โครงการ The Livin Ramkhamhaeng มีดีในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ที่เข้าขั้นเรียกได้ว่าครบจบในทำเลนี้เลย เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ห้างค้าส่ง โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย เอกชน รัฐบาล ซึ่งเดินทางสะดวกด้วยการรองรับจากรถไฟฟ้า หรือถ้าหากนั่งแท็กซี่หรือมีรถขับไป ก็เรียกได้ว่าใกล้มากทีเดียว ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าทุกอย่างวางมาได้ค่อนข้างดี

สำหรับเรื่องของเส้นทางรถไฟฟ้า ปัจจุบันจะเห็นความคืบหน้าของสายสีเหลือง และตามมาด้วยสายสีส้ม ส่วนสายสีน้ำตาลอาจจะตามมาทีหลังสุดครับ แต่ถ้าเป็นการเดินทางโดยเรือ ก็นับว่าได้ใช้งานกันมานานแล้ว ซึ่งนับว่าสะดวกมากๆครับ

          ส่วนหากเป็นในแง่ของการปล่อยเช่า จากปัจจุบันที่ราคาน้ำมันราคาสูงขึ้น ทำให้ตลาดการปล่อยเช่ากำลังได้รับความนิยม ซึ่งโครงการ The Livin Ramkhamhaeng เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ที่ขายในราคาของคอนโดมิเนียม Low Rise ทำให้ลงทุนด้วยราคาต่ำกว่า แต่ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่งทั้งนี้ก็ลองดูตำแหน่งดี ๆ หาโปรฯ ก็ยิ่งจะทำให้ง่ายขึ้น และอย่าลืมลองมองหากลุ่มเป้าหมายในการปล่อยเช่ามารองรับไว้ด้วยนะครับ

วิเคราะห์แปลน

          มาดูเรื่องแปลนห้องกันบ้างครับทุกคน เห็นว่ายูนิตเยอะขนาดนี้แต่จริง ๆ ก็อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นว่ามีแค่ 4 ขนาดเท่านั้น แต่จะแบ่งเป็น 6 Type คือ Studio 22 ตารางเมตร / 1 Bedroom 28 ตารางเมตร / 1 Bedroom Plus 32 กับ 38 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 55 กับ 61.5 ตารางเมตร

          ซึ่งข้อดีของโครงการนี้ก็คือ ทุกทิศแทบจะไม่มีตึกสูงเลย จากแผนที่ที่เราทำมาจะเห็นว่า 

  • ทิศเหนือของโครงการ จะติดกับคลอง และข้ามไปจะเป็นที่ดินแนวราบ
  • ส่วนทิศตะวันออก จะเป็นอาคารพาณิชย์ ความสูง 4 - 6 ชั้น
  • ทิศใต้ จะเป็นถนนรามคำแหง ข้ามฝั่งไปจะเห็น คอนโด Lumpini Ville รามคำแหง และ Bangkok Horizon รามคำแหง ซึ่งเป็นตึกสูงทั้งคู่ 
  • ทิศตะวันตก จะเป็นถนนพ่วงศิริ เชื่อมต่อไปถนนเสรีไทย และมีโรงเรียนหัวหมากวิทยานุสรณ์ ตั้งอยู่ เป็นอาคารสูงประมาณ 4 - 6 ชั้นเช่นกัน

          ซึ่งโดยส่วนตัวเบนคิดว่าแต่ละทิศก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันแหละ ที่ดินเปล่าก็อาจจะมีแนวโน้มว่าจะมีคอนโดขึ้น อย่างเหนือกับตะวันออก แต่ มันก็จะมีริม ๆ ของแต่ละชั้นที่สามารถรับวิวได้ เช่นกันในทิศใต้ ที่มีโรงแรมและคอนโดอยู่ ส่วนตะวันตก วิวปลอดภัยจริง แต่อย่าลืมว่าตึกตัวเองโอบทั้งซ้ายและขวา ห้องที่ไม่ได้อยู่ตรงกลาง ๆ อาจจะอึดอัดหน่อย

          ทีนี้ เดี๋ยวเราไปเริ่มดูจากแปลน Studio ก่อนเลย ตามแปลนนี้ครับ ผมวงมาให้ทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ซึ่งจะอยู่ในทุกชั้นเลย เหตุผลที่เลือก 6 ห้องนี้ เริ่มจาก 4 ห้องแรก ในทิศตะวันออกก่อน *สี่ห้องติดกันด้านบน 

          จริงอยู่ที่ว่าทิศนี้เป็นทิศที่หันไปทางที่ดินเปล่าซึ่งค่อนข้างอันตราย แต่ถ้าหากทุกคนลองดูแผนที่อีกที คลองที่อยู่ติดโครงการ จะโค้งไปทางซ้ายมือ ถ้าหากเรายืนหน้าออกระเบียงห้อง นั่นหมายความว่า ห้องในแถบนี้ของทิศตะวันออก จะถือเป็นห้องที่ได้วิวค่อนข้างดีอยู่ครับ

          ส่วนอีกสองห้องที่เหลือ เป็นห้องที่ผนังด้านหนึ่งไม่ติดกับเพื่อนบ้าน แต่ ประตูห้องจะตรงกับโถงลิฟต์ แถมวิวของห้อง 03L ยังไม่ได้เคลีย แต่ถือว่า เป็นตำแหน่งที่ดีกว่าห้อง Studio ที่เหลือ ซึ่งมีความเหลื่อมกันไปมา ไม่ก็ อาคารบล๊อควิวกันเองครับ

          ต่อไปแบบอีก 3 Type ที่เหลือ ผมเล็งเอาไว้รวม ๆ กัน ในแต่ละทิศทาง ตามภาพนี้เลยครับ 

          โดยตำแหน่งแรก พามาดูตำแหน่งที่ 13 - 15 กันก่อน จริงอยู่ที่ทิศนี้ติดตัวตึกของลุมพินีกับโรงแรม แต่ ตำแหน่งห้อง 3 ห้องนี้ จะอยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสองตึกนั้นพอดีครับ นั่นแปลว่า เราจะสามารถมองทะลุไปรับวิวได้ค่อนข้างสวยเหมือนกัน ซึ่งจริง ๆ ก็ลากยาวมาถึงตำแหน่ง 18 แหละ แต่ 16 - 18 มันเป็นห้อง Plus ซึ่ง ผมอยากให้ไปเอาอีกทิศมากกว่า

          ก็คือตำแหน่งที่ 52 - 54 นั่นเอง ข้อดีของห้องด้านนี้คือ มันเห็นคลอง ก่อนจะข้ามไปเป็นที่ดินแนวราบ ซึ่งโดยส่วนตัวว่าก็ค่อนข้างอันตราย แต่ ด้วยขนาดและระยะถนนแล้ว อาคารข้างเคียงก็น่าจะไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ และการมีคลองคั่น ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ ซึ่งทุกตำแหน่งของ 1 Bedroom ที่กล่าวมานี้เนี่ย มีขึ้นไปถึงประมาณชั้นที่ 25 - 26 เลย

          ส่วนตำแหน่ง 37 จะเป็น 2 Bedroom ขนาด 38.58 เป็น 2 Bedroom ที่เล็กที่สุด ตำแหน่งตรงนี้ค่อนข้างดี เพราะไม่ไกลลิฟต์ และระเบียงก็ล้ำออกมาจากห้องข้างเคียง ทำให้เหมือนได้ระเบียงมุมด้วย

          ส่วนห้อง 2 bedroom อีก 2 Type ใน Type ขนาด 55 ตารางเมตร จะอยู่ที่แปลนมุมในทิศเหนือและใต้ ในทุกชั้นของอาคารครับ ซึ่งโดยส่วนตัว จะเลือกทิศเหนือ ในตำแหน่งที่ 60 มากกว่า

          เหตุผลแรกคือ มันติดคลอง อย่างที่บอก พอเห็นคลองเห็นน้ำเห็นเรือ แล้วอะไร ๆ มันก็ดี เหตุผลที่ 2 คือ ระเบียง หันไปทางฝั่งที่คลองจะโค้งไป ฉะนั้น วิวจะค่อนข้างสวยเลยด้วยครับ

          ส่วนห้องอีก Type ของ 2 Bedroom จะอยู่ชั้นที่ 26 ขึ้นไป ขอเลือกเป็นตำแหน่งนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน และเพิ่มเติมให้เล็กน้อยด้วยว่าห้อง 2 Bedroom ทั้งสองตำแหน่งนี้ ไม่ร้อนแดดด้วยครับ

. . . . . . . . . .

          และนี่ก็เป็นทั้งหมดของรีวิวคอนโด The Livin Ramkhamhaeng ครับ สุดท้ายเช่นเคยนะครับ อย่างที่ได้กล่าวมาตลอด การวิเคราะห์แปลนเป็นเพียงการแนะนำคร่าว ๆ เท่านั้น ห้องที่เราไม่พูดถึง ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรซื้อ และห้องที่เราว่าดี ก็อาจจะไม่ได้ไปตรงใจใครหลาย ๆ คน ฉะนั้น เลือกห้องตามใจผู้อยู่ ดูว่าเราชอบข้อดีของห้องไหน และรับข้อเสียของห้องไหน แลกกับราคา วิว และระยะเดิน ถ้าทุกปัจจัยพอดีกับชีวิต เลือกห้องตามใจคุณได้เลยครับ และสำหรับ รีวิว The Livin Ramkhamhaeng ฉบับนี้ ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ ไว้พบกันใหม่ในรีวิวคอนโดฉบับหน้า สวัสดีครับ : )