logo

NewbReview ในวันนี้ จะมีความพิเศษกว่ารีวิวคอนโดครั้งที่ผ่าน ๆ มา ถ้าใครติดตาม Fanpage CondoNewb อาจจะเคยเห็นโพสต์เกี่ยวกับทำเลถนนวิทยุกันมาบ้าง ซึ่งเป็นโพสต์ที่เราลงรูปวิวถนนวิทยุต่าง ๆ นานา โดยในครั้งนี้ เราจะพาทุกคนไปพบกับรีวิวคอนโด Life One Wireless (ไลฟ์ วัน ไวร์เลส) กันนั่นเอง และเนื่องจากว่าเราได้ลงทุนคอนโดในโครงการ Life ๑ Wireless ไปทั้งสิ้น 1 ยูนิต ฉะนั้นการรีวิวคอนโดในวันนี้จะไม่ใช่การพาชมห้องตัวอย่างหรือพาชมโครงการเฉย ๆ แต่เราจะพา ทุกคนไปดูห้องจริงที่เราได้มา รวมถึงวิเคราะห์กันด้วยว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้ CondoNewb เลือกทำเลถนนวิทยุ และทำไมถึงต้องเป็น Life One Wireless

          หลายคนคงเคยได้ยินชื่อหรือเคยเห็นโครงการในกลุ่มแบรนด์ Life กันมาหลายแห่งเเล้ว โดยคอนโดแบรนด์ไลฟ์รุ่นล่าสุดก็ได้เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 โครงการในหลากหลายทำเลศักยภาพ แต่ก่อนที่เราจะไปดูรายละเอียดของตัวโครงการ เรามาทำความรู้จักรีวิวคอนโด Life One Wireless กันก่อนเลยดีกว่าครับ

“Colonial Heritage”

 Life One Wireless ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ที่ดินหนึ่งในทำเลประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ที่คงไว้ซึ่งเสน่ห์แห่งความงามแบบยุคทองของสยามผสมกับอิทธิพลวัฒนธรรมยุโรป หรือที่เราเรียกว่า Oriental Colonial นั่นเอง

“Botanic Metropolis”

 Life One Wireless เป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่สีเขียวร่มรื่นโดดเด่นบนถนนวิทยุ ไม่ว่าจะเป็น One Wireless Botany สวนขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ ที่ต้อนรับผู้อยู่อาศัยด้วยความเขียวขจีในทุกวัน

“Cosmopolitan Community”

          ความทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ถูกผสานรวมกับงานตกแต่งภายในเพื่อปรับให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ ทั้งหมดนี้ทำให้ทุก ๆ มิติของ Life One Wireless คือความสมบูรณ์พร้อมแห่งการอยู่อาศัยแบบสังคมในอุดมคติ

          ตัวอาคาร Life One Wireless มีความสูง ดูโดดเด่น มีความหนักแน่นและมั่นคง เส้นสายที่ใช้มีความสมมาตรทั้งซ้ายและขวา สีที่เลือกใช้จะเป็นสีกลาง Neutral Colors โดยใช้เป็นลายเส้นสีโทนอ่อนที่ตัดสลับกับสีโทนเข้มที่เป็นสีพื้นหลัก ทำให้ดูมีความโมเดิร์นที่แฝงไปด้วยความคลาสสิก เกิดเป็นสไตล์ร่วมสมัยอย่าง Modern Contemporary ครับ

<factsheet/>

วิเคราะห์ทำเล & ทำไม CondoNewb ถึงเลือกลงทุนในทำเลนี้

วิเคราะห์ทำเล Life One Wireless

ที่อยู่โครงการ : Life One Wireless เลขที่ 1 ถนน วิทยุ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

พิกัดบนแผนที่ Google Maps : 13.7479217, 100.5462346 หรือ คลิ๊กที่นี่

แผนที่โครงการ Life One Wireless

แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Life One Wireless

Life One Wireless ตั้งอยู่บนทำเลถนนวิทยุตอนปลาย ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม BTS เพลินจิต ซึ่งโครงการ Life One Wireless เป็นทำเลที่จัดว่าอยู่ในโซนใจกลางเมืองมาก หรือย่าน CBD กรุงเทพฯ นั่นเอง แต่ก็ยังมีความเงียบสงบอยู่ เนื่องจากตั้งอยู่บนช่วงของถนนวิทยุ ที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่ตั้งของสถานทูต และการจราจรไม่พลุกพล่านมากนัก เพราะเป็นถนนแบบ One Way อีกด้วยนั่นเอง

ทำเลโ๕รงการ Life One Wireless

พื้นที่โดยรอบทำเลวิทยุ

          จุดเด่นของโครงการ Life One Wireless ในเรื่องของทำเล ที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คงเป็นเรื่องของความครบครันของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพราะถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใจกลางย่านธุรกิจและการค้าโดยตรงอย่างสยามหรือแยกราชประสงค์ แต่เลยมาหน่อยเป็นช่วงถนนวิทยุเกือบ ๆ จะเข้าถนนเพชรบุรี แต่ก็ยังมีห้างสรรพสินค้าระดับ Hi-end อย่าง Central Embassy อยู่ ทั้งยังมีย่านร้านอาหารแหล่งรวม Local Food ที่ทำเลประตูน้ำที่อยู่ไม่ไกลกันอีกด้วย

          แม้ว่าในบริเวณรอบ ๆ โครงการ Life One Wireless แห่งนี้มีแหล่งไลฟ์สไตล์อาจจะต้องเดินเท้าเยอะหน่อย แต่เพียงแค่เขยิบไประยะประมาณสัก 1 - 2 สถานี จากรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต เราก็จะพบกับย่านศูนย์รวมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยทีเดียว อย่างเช่นที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลม มีห้าง Central ชิดลมที่เชื่อมติดกับสถานี เช่นเดียวกับห้าง The Mercury Ville หรือหากเดินตาม Sky walk ไปอีกหน่อยจะเป็นสี่แยกราชประสงค์จะพบกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ CentralWorld, Gaysorn Village, Big C Supercenter ราชดำริ และ The Market เรียงรายริมสองฝั่งถนนราชดำริ และสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม เราจะพบกับห้างสรรพสินค้ามากมายอีกเช่นเดียวกัน ทั้ง Siam Paragon, Siam Center, Siam Square One และ Siam Discovery นั่นเองครับ

รูปภาพแสดงพื้นที่โดยรอบโครงการ Life One Wireless

รูปภาพแสดงพื้นที่โดยรอบโครงการ Life One Wireless

          ทีนี้เรามาดูกันต่อในส่วนของทำเลโดยรอบของตัวโครงการ Life One Wireless กันนะครับ ว่าอะไรที่ทำให้ Life One Wireless นั้นโดดเด่นขึ้นมา นั่นก็คือด้วยความที่ตัวโครงการ Life One Wireless นั้นอยู่ติดถนนวิทยุ และตัวตึกโครงการ Life One Wireless ก็สูงถึง 43 ชั้น ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบโครงการ Life One Wireless แทบจะไม่ถูกบล็อกวิวคอนโดเลย จะมีเพียงด้านทิศเหนือของโครงการ Life One Wireless ที่อาจจะถูกอาคารวิทยุคอมเพล็กซ์สูงถึง 38 ชั้นบล็อกวิวสักเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรนัก เพราะว่ารูปทรงอาคารวิทยุคอมเพล็กซ์ก็ไม่ได้มีลักษณะอาคารที่มีขนาดใหญ่เท่าไรนัก ซึ่งอาจจะโดนบล็อกวิวบางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด สำหรับด้านทิศตะวันออก โครงการ Life One Wireless จะติดกับทางด่วนเฉลิมมหานครโดยมีความสูงเทียบเท่ากับตึก 7 ชั้น แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากครับ เพราะด้วยระยะห่างระหว่างอาคารโครงการ Life One Wireless กับถนนทางด่วนอยู่ไกลกันพอสมควร แถมตัวโครงการ Life One Wireless ยังได้ออกแบบอาคารจอดรถให้มีความสูงถึง 9 ชั้น จึงทำให้สูงกว่าตัวทางด่วน ฉะนั้นยูนิตที่อยู่ในฝั่งนี้จึงหายห่วงเรื่องวิวกันได้เลยว่าจะไม่ถูกทางด่วนบล็อกวิวแน่นอน แถมยะงได้วิวเมืองและรับแสงแดดยามเช้าได้อย่างเต็มที่อีกด้วยครับ

          สำหรับด้านตรงข้ามถนนวิทยุกับโครงการ Life One Wireless จะเป็นศูนย์การแพทย์ในเครือของ รพ.กรุงเทพ หรือโรงแรมปาร์คนายเลิศเก่า แม้ถูกปรับเปลี่ยนให้มีฟังก์ชั่นที่ต่างจากเดิมแต่ทาง รพ.กรุงเทพยังใช้รูปแบบอาคารเดิมรักษาบรรยากาศที่ร่มรื่นของพื้นที่ จึงหมดห่วงกับวิวด้านนี้ได้เลย เพราะยังคงเป็นวิวสวนเขียว ๆ ดั้งเดิมแน่นอน หากมองไกลไปอีกหน่อยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จะพบกับวิวตึกทรงทันสมัย ซึ่งเป็นห้าง Central Embassy และโรงแรม Park Hyatt Bangkok รวมถึงพื้นที่สถานทูตประเทศอังกฤษที่ถูกเปลี่ยนมือเป็นของ Central Group ไปแล้ว มีข่าว ๆ แววว่าจะสร้างเป็นอาคาร Mixed-use จึงต้องมาลุ้นกันครับว่าในอนาคตตัวอาคารจะมีดีไซน์เป็นรูปแบบไหน แต่เบื้องต้นไม่ต้องกังวลไปว่าจะถูกบล็อกวิว ด้วยระยะทางที่ห่างกันพอควรยังพอมีสเปซให้โครงการ Life One Wireless สามารถมองวิวที่ไกลออกไปได้อยู่ครับ ซึ่งไม่ต่างกับทิศใต้ที่มีกลุ่มตึกตั้งอยู่ไม่ว่าจะเป็นตึกสำนักงาน Wave Place, คอนโด Noble Ploenchit และโรงแรม Rosewood Bangkok

แผนที่แสดงการเดินทางของโครงการ Life One Wireless

แผนที่แสดงการเดินทางของโครงการ Life One Wireless

          เรื่องของการเดินทาง อย่างที่ได้บอกไว้แล้วตั้งแต่ต้นว่าโครงการ Life One Wireless นั้นอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต ประมาณ 600 เมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ยังพอเดินชิล ๆ ได้อยู่ และเป็นการเดินย้อนกลับไปหาถนนเพลินจิต แต่ถ้าหากเป็นการขับรถยนต์แล้ว เราจะไม่สามารถขับย้อนลงไปหาถนนเพลินจิตทางถนนวิทยุได้เลย เพราะว่าถนนวิทยุในช่วงนี้จะเป็นถนนแบบ One Way ซึ่งจะต้องขับรถอ้อมไปทางถนนเพชรบุรีก่อนแล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนชิดลมเพื่อที่จะไปรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิตอีกที ถนน One Way ช่วงนี้จึงเป็นปัญหาสำหรับคนที่เดินทางโดยรถยนต์อยู่ แต่ปัญหาเรื่องการขับรถอ้อมนั้นก็ได้รับการแก้ไขแล้ว ด้วยทางโครงการ Life One Wireless นั้นได้ซื้อสิทธิเปิดทางเชื่อมกับถนนใต้ทางด่วนบริเวณหลังโครงการ Life One Wireless เพื่อใช้เป็นทางลัดออกไปยังซอยนายเลิศ และเชื่อมต่อไปยังถนนเพลินจิตไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต และขึ้นทางด่วนด่านเพลินจิตต่อไปได้ครับ

          แต่สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถประจำทาง ก็จะมีรถประจำทางที่จอดใกล้โครงการ Life One Wireless ทั้งในส่วนของถนนวิทยุ และถนนเพลินจิตเลย โดยในส่วนของถนนวิทยุนั้นจะเป็นรถประจำทางสาย 62 และสาย 76 และในส่วนของถนนเพลินจิต จะเป็นรถประจำทางสาย 2, 25, 40, 48, 501, 508 และ 511 ครับ

ภาพท่าเรือคลองแสนแสบ ท่าเรือสะพานวิทยุ

          และนอกจากนี้ ยังมีการโดยสารด้วยเรือด่วนคลองแสนแสบ ซึ่งมีระยะการเดินเรือตั้งแต่ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปจนถึงท่าเรือประตูน้ำเลย และนอกจากนี้หากต้องการไปยังท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก็สามารถเปลี่ยนเรือโดยสารได้ที่ท่าเรือประตูน้ำก็ได้เช่นกันครับ โดยท่าเรือที่ใกล้กับโครงการ Life One Wireless ที่สุด จะเป็นท่าเรือสะพานวิทยุ ซึ่งอยู่หน้าโครงการ Life One Wireless พอดีเลยครับ

สถานที่ใกล้เคียงโครงการ Life One Wireless

การเดินทาง

ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ตลาด ใกล้เคียง

สถานพยาบาลใกล้เคียง

สถานศึกษา ใกล้เคียง

อาคารสำนักงานใกล้เคียง

ทำไม CondoNewb ถึงเลือกลงทุนในทำเลถนนวิทยุ

ภาพถนนวิทยุตอนปลาย ช่วงแยกเพลิน - เพชรบุรี

          จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลในข้างต้น ทั้งความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงแนวโน้มของสิ่งอำนวยความสะดวกที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจมองหาคอนโดในทำเลถนนวิทยุเพื่อลงทุน หลัก ๆ แล้วก็มีไม่กี่โครงการที่ราคาพอจับต้องและเป็นเจ้าของได้ โดยมีโครงการที่ติดกับรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตมากกว่า หากแต่ห้องที่เหลืออยู่นั้นโดนบล็อกวิวจากอาคารโดยรอบ และยังหวัง Capital Gain ได้ยากกว่า Life One Wireless เราจึงยอมที่จะเขยิบออกมาไกลจากตัวสถานี BTS อีกนิด จนมาเจอ Life One Wireless นั่นเเหละ

          ตัว Life One Wireless เอง เราได้ห้องชั้น 19 ซึ่งหันหน้าไปทาง Central Embassy ซึ่งเป็นราคาโปรโมชั่นด้วย อย่างแรกคือ ตำแหน่งห้องที่ค่อนข้างดี มั่นใจได้ว่าจะยังไม่มีตึกไหนมาบังวิวเราได้แน่นอน หลังจากสืบราคาเช่าเเล้วคิดว่า สามารถปล่อยเช่าห้องโครงการ Life One Wireless ได้ในราคา 20,000 - 25,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งถือว่าดีที่สุด ยอด Rental Yield ก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่หากเทียบกับ Capital Gain ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นค่อนข้างคุ้มนั่นเองครับ

ภาพโครงการ Life One Wireless จากหน้าถนนวิทยุ

เพราะอะไร? ก็เพราะว่าที่ดินในทำเลถนนวิทยุ นั้นราคาค่อนข้างสูงมาก ทั้งยังเหลือพื้นที่เปล่าอยู่แค่ไม่กี่แปลง ซึ่งในอนาคตหากจะพัฒนาโครงการคอนโดใหม่ ๆ ก็อาจจะไม่สามารถขายคอนโดมิเนียมในระดับราคาเท่านี้ได้อีก เนื่องด้วยราคาที่ดินนั้นสูงขึ้นทุกขณะ ฉะนั้นยิ่งอัตราการเกิดคอนโดมิเนียมมีน้อยเท่าไหร่ ราคาของคอนโดมิเนียมที่มีอยู่แล้วก็จะยิ่งถูกบีบให้สูงขึ้นเป็นทวีคูณ ประกอบกับธรรมชาติของราคาที่ดินในทำเลถนนวิทยุที่สูงอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้ Capital Gain ของโครงการ Life One Wireless สูงตามไปด้วย ทำให้คาดหวังกำไรในอนาคตได้เยอะ

          สรุปแล้ว การลงทุนคอนโดโครงการ Life One Wireless บนถนนวิทยุ เราอาจไม่ได้ห้องโปรฯ ที่ดีที่สุด อาจไม่ได้ห้องที่วิวสวยที่สุด หากแต่เมื่อเปรียบเทียบกับ Capital Gain ที่จะได้ ถือว่าคุ้มค่า และเรามั่นใจด้วยว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้ Life One Wireless ห้องราคาถูกที่สุด แต่อย่างน้อยราคาของเราดีกว่าอีก 70% ที่เหลือแน่นอน

ภาพรวมโครงการ

รีวิวคอนโด Life One Wireless ภาพรวมโครงการ

           Life One Wireless เป็น Segment คอนโดระดับ Luxury Class ตัวอาคารโครงการ Life One Wireless เป็นคอนโด High-Rise สูง 43 ชั้น จำ นวน 1 อาคาร มียูนิตพักอาศัยทั้งสิ้นเป็นจำนวน 1,344 ยูนิต บนที่ดินขนาดประมาณ 4 ไร่ ติดถนนวิทยุ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตเพียง 600 เมตร ตัวอาคาร Life One Wireless หันหน้าเข้าหาถนนวิทยุในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีการออกแบบตกแต่งมาในสไตล์ Modern Contemporary ที่มีความโมเดิร์น แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิก ดูเป็นความร่วมสมัยที่ลงตัว พร้อมด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ รอบโครงการ Life One Wireless ที่จะทำให้ดูมีความร่มรื่นและสงบมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ

ส่วนหนึ่งของดาดฟ้า Rooftop บนโครงการ Life One Wireless

รายละเอียดในแต่ละชั้นของ Life One Wireless จะสามารถจำแนกได้ดังนี้ครับ

ชั้น 1

  • Lobby
  • พื้นที่สีเขียว One Wireless Botany 
  • พื้นที่ทำงานส่วนกลาง
  • ห้องน้ำส่วนกลาง
  • ห้องสมุด
  • ห้องจดหมาย
  • ส่วน Service 
  • ที่จอดรถ

ชั้น 2

  • ห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
  • ห้อง MDB
  • ห้องแม่บ้าน

ชั้น 3

  • สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด
  • ห้องประชุม
  • ห้องแม่บ้าน
  • ห้องน้ำส่วนกลาง
  • ที่จอดรถ

ชั้น 4-9

  • ส่วนที่พักอาศัย
  • ที่จอดรถ

ชั้น 10

  • ส่วนที่พักอาศัย 
  • สวนลอยฟ้า Cascade Garden

ชั้น 11 – 41

  • ส่วนที่พักอาศัย

ชั้น 42

  • Lobby
  • Co-Working Space
  • สวนลอยฟ้า High Garden Promenade
  • จุดชมเมือง The Vista Desk
  • ห้อง Sauna
  • Storage Room
  • Meeting Room
  • Social Club
  • Theatre Lounge

ชั้น 43

  • Fitness 
  • Dazzling Pool
  • สวนพักผ่อน

ผังอาคาร&แปลนห้อง

Floor Plan

Master Plan

รูปแสดงผังอาคารชั้น 1 ของโครงการ Life One Wireless

          จากรูป เราจะเห็นได้ว่าที่ดินของโครงการ Life One Wireless นั้นจะเป็นที่ดินที่ติดกับถนนวิทยุในลักษณะหน้าแคบ แต่เน้นที่ดินตอนลึก โดยโครงการ Life One Wireless จะหันหน้าที่ดินออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยมีถนนทางเข้าไว้ที่ด้านขวาสุดของโครงการ Life One Wireless ผ่านจุด Drop-off โดยส่วนริมขวาสุดของโครงการ Life One Wireless จะเป็นทางรถวิ่งแบบสวนกัน โดยทางเข้า-ออกจากลานจอดรถภายในอาคารจะอยู่ที่บริเวณหลังอาคารเลยครับ และด้านซ้ายของโครงการ Life One Wireless จะเป็นโซนพื้นที่สวนชั้น 1 One Wireless Botany ครับ

5th – 8th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 5-8 ของโครงการ Life One Wireless

          เนื่องจากชั้น 2 เป็นห้องไฟฟ้าสำรอง ห้อง MDB และห้องแม่บ้าน ชั้น 3 เป็นสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด ห้องประชุม ห้องแม่บ้าน และพื้นที่จอดรถ และชั้น 4 เป็นที่จอดรถ ก็จะขอข้ามมาที่ชั้น 5 – 8 เลยครับ โดยในส่วนของชั้น 5 - 8 นี้ จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันครับ ก็คือส่วนที่พักอาศัย จำนวน 21 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms และพื้นที่จอดรถครับ

10th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 10 ของโครงการ Life One Wireless

          เนื่องจากชั้น 9 เป็นที่จอดรถ เราก็จะขอข้ามอีกครั้งมาที่ชั้น 10 เลย ในชั้น 10 นี้ก็จะสามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนครับก็คือ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Life One Wireless ก็คือ Cascade Garden และยูนิตที่พักอาศัยทั้งหมด 39 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

14th – 32nd Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 14-32 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 14 - 32 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 39 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

33rd Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 33 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 33 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 37 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

34th – 35th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 34-35 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 34 - 35 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 37 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

36th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 36 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 36 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 36 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

37th – 38th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 37-38 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 37 - 38 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 36 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

39th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 39 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 39 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 34 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

40th Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 40 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 40 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 34 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

41st Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 41 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 41 นี้จะเป็นยูนิตที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียวทั้งหมด 34 ยูนิต ประกอบไปด้วยแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ครับ

42nd Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 42 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 42 นี้ จะเป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Life One Wireless เพียงอย่างเดียว ประกอบไปด้วย Lobby, Co-working Space, สวนลอยฟ้า High Garden Promenade, จุดชมเมือง The Vista Desk, ห้อง Sauna, Storage Room, Meeting Room, Social Club, Theatre Lounge

43rd Floor

รูปแสดงผังอาคารชั้น 43 ของโครงการ Life One Wireless

          ในชั้น 43 นี้ จะเป็นชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Life One Wireless เพียงอย่างเดียว ประกอบไปด้วย ห้อง Fitness และ Dazzling Pool ครับ

Unit Layout

ยูนิตพักอาศัยของ Life One Wireless ที่นำมารีวิวมีด้วยกันทั้งหมด 2 แบบ ดังนี้ครับ

1 Bedroom Type C ขนาด 35.00 ตร.ม.

ภาพแบบแปลนห้อง 1 Bedroom Type C

          ห้อง Type นี้ มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ Life One Wireless ครับ โดยในความคิดของนิวบ์ คิดว่าห้องนี้จัดออกมาเป็นสัดส่วนมากเลยครับ โดยเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปด้านข้างก็จะพบกับส่วนครัวและห้องน้ำตามลำดับ ซึ่งในส่วนครัวนี้ก็อาจจะต้องทำฉากกั้นขึ้นมาสักหน่อยถ้าไม่อยากให้กลิ่นอาหารเข้ามาในส่วนห้องนั่งเล่นมากเกินไป แต่ที่แยกออกไปเป็นสัดส่วนจริง ๆ และเป็นสิ่งที่ดี ก็คงจะไม่พ้นห้องนอนนั่นเองครับ ที่มีการกั้นอย่างเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนด้วยประตูกระจกบานเลื่อน พร้อมทั้งห้องอเนกประสงค์ที่มีประตูกั้นกับห้องนอนอีก จึงทำให้รู้สึกว่าห้องนอนของโครงการ Life One Wireless ที่ออกแบบมานี้ดูเป็นส่วนตัวจริง ๆ ครับ

ห้อง Studio Type B ขนาด 28.00 ตร.ม.

ภาพแบบแปลนห้อง Studio Type B

          ห้อง Studio Type ของโครงการ Life One Wireless นี้ ในความรู้สึกส่วนตัวคือรู้สึกว่ากว้างกว่าห้อง Studio ของหลาย ๆ โครงการที่เคยเจอมา ด้วยลักษณะของห้องที่ไม่ได้กว้างและไม่ได้แคบจนเกินไป และพื้นที่ห้องนอนมีระยะกว้างยาวเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส จึงทำให้รู้สึกว่าสามารถจัดพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวมากกว่าครับ

พาชมโครงการจริง & ห้องที่ซื้อ

          ในส่วนของโครงการจริง จะขอเรียงลำดับตั้งแต่ทางเข้าโครงการ Life One Wireless เลยครับ ตั้งแต่พื้นที่โดยรอบ พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด และจบที่ห้องเปล่าของโครงการ Life One Wireless ซึ่ง CondoNewb ซื้อเพื่อลงทุนคอนโดเอาไว้ เนื่องจากปัจจุบัน (มิถุนายน 2563) ตัวโครงการ Life One Wireless ได้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว

ภาพทางเข้า Life One Wireless

ทางเข้าโครงการ Life One Wireless

          เมื่อเข้ามาภายในโครงการ Life One Wireless จากถนนวิทยุ เราก็จะพบกับถนนทางเข้าโครงการ Life One Wireless ก่อนเลยเป็นอันดับแรก ซึ่งจะมีกำแพงกั้นระหว่างถนนวิทยุและถนนสาธารณะด้านหน้าโครงการ Life One Wireless กับพื้นที่ภายในโครงการ Life One Wireless เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ซื้อภายในโครงการ Life One Wireless ด้วย ถัดเข้าไปเราจะพบกับป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมกับประตูเล็กด้านข้างสำหรับเดินเข้า-ออกโครงการ Life One Wireless โดยการรักษาความปลอดภัยจะใช้เป็นระบบคีย์การ์ด พร้อมด้วยไม้กั้นกระดก สำหรับผู้อาศัยในโครงการ Life One Wireless ที่ใช้รถยนต์ก็สามารถขับรถเข้า-ออกได้เลยครับ

ศาลพระภูมิโครงการ Life One Wireless

          บริเวณฝั่งตรงข้ามจุด Drop-off ของโครงการ Life One Wireless เราจะพบกับศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายและดูโมเดิร์น เข้ากับ Theme ของโครงการ Life One Wireless มาก ๆ เลยครับ

จุด Drop-off โครงการ Life One Wireless

          บริเวณจุด Drop-off ด้านหน้า Lobby ของโครงการ Life One Wireless จะมีลักษณะเป็นวงเวียน เดินรถเป็นวงกลม โดยตรงกลางจะเป็นน้ำพุที่ออกแบบมาในสไตล์ Modern Contemporary ที่มีรูปทรงคล้ายเจดีย์ทรายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่แฝงความโมเดิร์นไว้ด้วยเลเยอร์ที่เป็นสีเงินวิบวับ พร้อมประดับด้วยโคมระย้าแบบ Indirect Light Ceiling ลายใบโพธิ์อยู่ด้านบนน้ำพุด้วย จึงทำให้ได้การตกแต่งที่เป็นแนวศิลปะร่วมสมัย ดูมีความเป็นไทยที่โมเดิร์นขึ้นมาได้อย่างชัดเจนเลยครับ และถัดเข้าไปจากจุด Drop-off เราก็จะพบกับ Lobby แบบ Semi - Outdoor เพดานสูง ที่เปิดรับวิวและธรรมชาติจากบริเวณสวนภายในโครงการ Life One Wireless ได้อีกด้วยครับ

ภาพ Lobby โครงการ Life One Wireless

          ลำดับถัดมาเข้ามาภายในอาคารโครงการ Life One Wireless กันต่อ เราจะพบกับ Lobby ของโครงการ Life One Wireless ครับ ซึ่งจะเป็น Lobby แบบเพดานสูง พื้นที่ในส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ Indoor พร้อมจัดโซนพื้นที่นั่งสำหรับการรับรองแขกได้อย่างทั่วถึง แบ่งออกเป็นหลายโซนแยกออกจากกัน ซึ่งในพื้นที่ Lobby ส่วนนี้ จะเน้นการตกแต่งโดยการใช้สีขาวเป็นหลัก เพื่อเพิ่มความรู้สึกกว้าง โปร่ง โล่งสบายให้กับผู้ใช้งาน พร้อมด้วยการประดับแนวเส้นบัวตามผนัง เพื่อให้ผนังดูมีมิติในสไตล์คลาสสิกมากยิ่งขึ้น และใน Lobby ส่วนนี้ จะเน้นการใช้ไฟเป็นไฟแบบ Indirect Light ทั้งด้านผนังและเพดานเลย ซึ่งจะทำให้มีความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ไม่น่าเบื่อ ในขณะเดียวกันก็ดูโมเดิร์นด้วย ส่วนฝั่งผนังที่ติดกับสวนด้านนอก ทางโครงการ Life One Wireless ได้เลือกติดตั้งเป็นกระจกแบบเต็มด้านผนัง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานภายในพื้นที่นี้ได้สัมผัสและผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ เป็นวิวสวนแนวราบที่ทางโครงการ Life One Wireless จัดสรรพื้นที่มาให้ และยังสามารถรับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้ในเวลากลางวัน ซึ่งช่วยในการประหยัดไฟฟ้าได้มาก แถมยังช่วยให้รู้สึกถึงความโปร่ง และโล่งสบายมากเลยล่ะครับ

ภาพตู้ AED โครงการ Life One Wireless

          แอบไปเห็นตรงนี้มา เป็นมุมหนึ่งในส่วน Lobby ครับ ส่วนตัวคิดว่าดีมาก ๆ เลย ทางโครงการ Life One Wireless ติดตั้งให้เป็นตู้อุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ หรือ AED ของ SECOM ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับทำ CPR ใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจกะทันหันให้หัวใจกลับมาเต้นและส่งถึงแพทย์ได้อย่างทันท่วงที สามารถช่วยได้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นลม หมดสติ และตรวจพบว่าไม่มีชีพจรหรือไม่หายใจแล้ว ซึ่งก็มีรายละเอียดขั้นตอนการใช้งาน พร้อมเบอร์โทรศัพท์สายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติที่หน้าตู้อีกด้วยครับ

ภาพ Mail Room โครงการ Life One Wireless

          นอกจากนี้ภายในตัวอาคารโครงการ Life One Wireless บริเวณ Lobby ก็ยังมี Mail Room หรือตู้จดหมาย ที่ถูกออกแบบมาเป็นสีทองโดดเด่น ตัดกับสีของพื้น ผนัง และเพดานอย่างชัดเจน พร้อมด้วยการประดับตกแต่งด้วย Indirect Light ที่เพิ่มความหรูหราและ Premium ให้กับมุมตู้จดหมายได้อย่างชัดเจนเลยครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง One Wireless Botany โครงการ Life One Wireless

          กลับออกไปที่ด้านนอกตัวอาคาร เราจะพบกับ One Wireless Botany หรือสวนชั้นล่างของโครงการ Life One Wireless ซึ่งจะมีทั้งต้นไม้ใหญ่ดั้งเดิมของที่ดินผืนนี้และต้นไม้ใหม่ที่นำมาปลูกเพิ่มอีกด้วย ซึ่งภายใน One Wireless Botany นี้จะมีบรรยากาศที่ร่มรื่นมาก ทั้งจากไม้พุ่มและไม้ยืนต้น พร้อมด้วยสระน้ำที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับ One Wireless Botany และ Pavilion ที่ให้ลูกบ้านภายในโครงการ Life One Wireless มานั่งพักผ่อนได้อีกด้วย

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง One Wireless Botany โครงการ Life One Wireless

          Pavilion จะมีหลังคาสำหรับกันแดดและฝน พร้อมติดตั้งไฟสำหรับส่องสว่างในเวลากลางคืนมาให้ ด้านใน Pavilion จะมีการจัดชุดเก้าอี้หวายสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติมาให้อีกด้วยครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Cascade Garden โครงการ Life One Wireless

          บนพื้นที่บริเวณชั้น 10 นอกจากจะมีส่วนพักอาศัยแล้ว เราจะพบกับอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ Life One Wireless ครับ ซึ่งก็คือ Cascade Garden หรือสวนลอยฟ้า ซึ่งภายในสวน Cascade Garden นี้ ก็ได้มีการจัดพื้นที่สีเขียวเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ บริเวณริมฝั่งซ้ายของสวนด้วย เพื่อเป็นการเว้นระยะห่าง และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับส่วนพักอาศัยในชั้นเดียวกันนั่นเอง นอกจากนี้ภายใน Cascade Garden ก็จะมีการสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติมาก ๆ มีทั้งต้นไม้เล็ก ต้นไม้ใหญ่ รวมไปถึงบ่อน้ำกลางสวนที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นภายในสวนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Cascade Garden โครงการ Life One Wireless

          ภายใน Cascade Garden นั้น ก็จะมี Pavilion สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งทางโครงการ Life One Wireless ได้จัดเป็นชุดเก้าอี้หวายมาให้ พร้อมทั้งหลังคาสำหรับกันแดดกันฝน พร้อมติดตั้งระบบไฟสำหรับส่องสว่างในเวลากลางคืนอีกด้วยครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Cascade Garden โครงการ Life One Wireless

          และภายใน Cascade Garden ก็ยังมีที่นั่งชิงช้าแบบ Sunken Seat เป็นเก้าอี้แบบ 2 ที่นั่ง พร้อมเบาะ และหมอนอิง

          ชั้นพื้นที่ส่วนกลางหลัก ๆ ของโครงการ Life One Wireless จะอยู่ที่ 2 ชั้นบนสุดครับ นั่นก็คือชั้น 42 และ 43 นั่นเอง โดยสำหรับชั้น 42 จะมีตั้งแต่พื้นที่ Co-Working Space และ จุดชมวิว Th e Vista Desk ครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Co-working Space โครงการ Life One Wireless

          โดยเรามาเริ่มกันก่อนที่พื้นที่ Co-Working Space ครับ พื้นที่ในส่วนของ Co-Working Space นี้ จะสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการใช้สำหรับนั่งทำงาน พบปะสังสรรค์กับเพื่อน หรือแม้แต่การพักผ่อนหย่อนใจก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งภายในพื้นที่นี้จะประกอบไปด้วย Meeting Room, Social Space และ Theater Lounge

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Meeting Room โครงการ Life One Wireless

          ในส่วนของ Meeting Room หรือห้องประชุม จะมีการกันส่วนด้วยฉากกั้นกระจก มีกรอบบานสีทองซึ่งจะทำให้ดูมีความเป็นส่วนตัวและเป็นสัดส่วนในการประชุมได้มากยิ่งขึ้น

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Meeting Room โครงการ Life One Wireless

          ซึ่งภายในห้องประชุมนี้จะมีการจัดโต๊ะสำหรับประชุมเป็นชุดโต๊ะยาวจำนวน 10 ที่นั่ง มีผนังด้าานหนึ่งเป็นกระจกซึ่งสามารถรับวิว รับแสงธรรมชาติจากภายนอกอย่างดี และภายในห้องประชุมยังมีผ้าม่านติดมาให้ด้วย ทั้งม่านม้วนแบบกรองแสงออกส่วนหนึ่ง และม่านทึบที่จะกันแสงจากภายนอกทั้งหมด

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Social Club โครงการ Life One Wireless

          ถัดมาจากส่วนของ Co-Working Space จะเป็น Social Club ครับ ซึ่งในส่วนของ Social Club นี้ ก็สามารถใช้เป็นที่นั่งพบปะสังสรรค์ พักผ่อนหย่อนใจของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ Life One Wireless ได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ ภายในบริเวณ Social Club ยังมี Sound Dome พื้นที่เก็บเสียงทำให้สามารถคุยงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Theater Lounge โครงการ Life One Wireless

          และส่วนสุดท้ายของ Co-Working Space เราก็จะพบกับ Theater Lounge ที่ภายในจะมีทั้งชุดโทรทัศน์ ชุดที่นั่ง โซฟา และเคาน์เตอร์แบบ Pantry พร้อมตู้เย็นสำหรับแช่อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งลูกบ้านโครงการ Life One Wireless ก็สามารถใช้ห้อง Theater Lounge ในการดูหนัง นั่งดื่ม สังสรรค์ หรือพักผ่อนหย่อนใจได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเองเลยครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง The Vista Desk โครงการ Life One Wireless

          ในส่วนของ The Vista Desk จะเป็นสวนที่เป็นจุดชมวิว ที่จะมีทั้งม้านั่ง และตาข่ายขึงเชือกไว้ให้นอนชมวิวแบบเก๋ ๆ ใต้ต้นไม้อีกด้วย ซึ่งวิวที่เราจะได้เห็นจากจุดนี้ หลัก ๆ เลยก็จะเป็นวิวใจกลางเมืองอย่างถนนเพลินจิต ถนนวิทยุ และ Central Embassy ครับ และพื้นที่ส่วนกลางอื่น ๆ ภายในชั้น 42 ก็จะมีตั้งแต่สวนลอยฟ้า High Garden Promenade, ห้องน้ำ, ห้องซาวน่า และห้องสำหรับเก็บของส่วนกลาง ที่ลูกบ้านสามารถมาเช่าพื้นที่เพื่อเก็บของใหญ่ ๆ ได้ครับ

ภาพพื้นที่ชั้น 43 โครงการ Life One Wireless

          ในส่วนต่อไป เราไปดูพื้นที่ส่วนกลางของชั้นที่สูงที่สุด ซึ่งก็คือชั้น 43 กันต่อเลยครับ เมื่อเราขึ้นมาบนชั้น 43 แล้ว สิ่งแรกที่เราจะพบก่อนเลยก็คือโถงเพดานสูงแบบ Open Air ที่เปิดรับลมธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จะอยู่หน้าห้องฟิตเนสนั่นเองครับ ทางโครงการ Life One Wireless วางชุดโซฟาเอาไว้ให้นั่งเล่นด้วย

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง ห้อง Fitness โครงการ Life One Wireless

          เรามาดูกันต่อในส่วนของห้องฟิตเนสครับ ภายในห้องฟิตเนสจะติดเครื่องปรับอากาศมาให้ ด้านในทางโครงการ Life One Wireless มีการติดตั้งเครื่องออกกำลังกายมาให้ค่อนข้างเยอะ เหมาะสมกับจำนวนยูนิตในโครงการ Life One Wireless ตัวฟิตเนสมีการทำเป็นผนังกระจกรอบทิศ สามารถออกกำลังกายพร้อมกับรับวิวเมืองไปพร้อมกันได้ครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง ห้อง Fitness โครงการ Life One Wireless

          ซึ่งเครื่องออกกำลังกายก็จะมีทั้ง Machine ต่าง ๆ ตั้งแต่ Treadmill ไปจนถึง Weight Machine รวมไปถึงชุดดัมเบลอีกด้วย โดยลูกบ้านโครงการ Life One Wireless สามารถใช้เครื่องออกกำลังกายได้อย่างหลากหลายเลยครับไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบ Cardio หรือ Weight Training รวมถึง Bodyweight ก็ได้เช่นกันครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Dazzling Pool โครงการ Life One Wireless

          และแล้วก็มาถึงพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นไฮไลท์ของโครงการ Life One Wireless กันแล้วครับ นั่นก็คือ Dazzling Pool ที่เป็นสระว่ายน้ำของโครงการ Life One Wireless นั่นเอง ตัวสระมีความยาวถึง 35 ม. ด้วยกัน ซึ่งภายใน Dazzling Pool นั้นก็จะประกอบไปด้วย Sunken Pool หรือสระเด็ก, สระผู้ใหญ่ และ Jacuzzi ให้ลูกบ้านทุกคนได้ผ่อนคลายพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศวิวเมืองได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียวครับ ซึ่งนอกจากสระว่ายน้ำแล้ว ก็ยังมีที่นั่งริมสระอีก 3 ที่นั่ง ให้ได้นั่งผ่อนคลายดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้ด้วย และนอกจากนี้ ภายใน Dazzling Pool จะมี Jacuzzi เป็นอ่างแบบกลม มาให้นั่งผ่อนคลายให้สบายตัวกันได้ถึง 3 จุดเลยครับ เรียกได้ว่าไม่ต้องเบียดแย่งกันใช้เลย

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง จุดล้างตัว Dazzling Pool โครงการ Life One Wireless

          ที่บริเวณด้านข้างสระว่ายน้ำจะมีทางเดินลงไปยังจุดล้างตัว ซึ่งเป็นจุดล้างตัวแบบ Rain Shower ครับ

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง Dazzling Pool โครงการ Life One Wireless

          จะไม่ลองลงไปในสระก็กระไรอยู่ นิวบ์ได้ลองเดินลงไปในสระด้วยแหละครับ ซึ่งภายในสระว่ายน้ำ Dazzling Pool นี้ จะมีส่วนที่เดินได้อยู่ที่บริเวณขอบสระนั่นเองครับ ความลึก แค่ประมาณข้อเท้าเอง และนอกจากนี้ที่บริเวณส่วนในสุดของสระว่ายน้ำ ก็ยังมีชุดเก้าอี้ริมสระว่ายน้ำ ให้ได้นอนผ่อนคลาย หรืออาบแดดได้ด้วยแหละครับ 

          ลืมบอกไปอีกอย่าง ว่าสระว่ายน้ำคอนโด Life One Wireless ใช้เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ซึ่งจะมีข้อดีกว่าสระว่ายน้ำแบบคลอรีนที่ผู้ใช้สระจะไม่ต้องทนแสบผิวหนังจากการโดนสารคลอรีนกัดผิวหนังครับ แถมไม่ระคายเคืองต่อนัยน์ตาอีกด้วย

ภาพทิวทัศน์จากชั้น 43 โครงการ Life One Wireless

          ขึ้นจากสระกันแล้ว เรามาชมวิวกันให้เห็นชัด ๆ ไปเลยอีกสักรอบดีกว่า โดยบนชั้น 43 จะมีจุดชมวิวที่สามารถมองวิวเมืองได้กว้างกว่า 180 องศาโดยไม่มีอะไรกั้นด้วยแหละครับ โดยวิวที่เราตั้งใจจะนำเสนอที่สุด ก็คงจะไม่พ้นวิว Central Embassy นี่แหละครับ

ภาพทิวทัศน์จากชั้น 43 โครงการ Life One Wireless

          ยัง ยังไม่หมดแน่นอน จะให้มองแต่วิว Central Embassy อย่างเดียวก็คงจะน่าเบื่อเกินไป เราแถมวิวคลองแสนแสบให้อีก ซึ่งวิวคลองแสนแสบนี้จะสามารถมองตรงไปยังชิดลม ยาวได้ถึงราชเทวีเลยครับ 

ภาพทิวทัศน์จากชั้น 43 โครงการ Life One Wireless

          ไม่หมดแค่นี้แน่นอน นิวบ์ขอแถมวิวให้อีกหนึ่งด้านเต็ม ๆ เลย กับวิวด้านถนนเพชรบุรี ที่สามารถมองได้ตั้งแต่ย่านประตูน้ำ ยาวไปจนถึงดินแดง ได้เลยครับ

          และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการ Life One Wireless ครับ ในส่วนต่อไป เราไปดูห้องที่ CondoNewb ซื้อไว้กันดีกว่าครับ ไปกันเลย

ห้อง Life One Wireless ที่ CondoNewb ซื้อ

ภาพแบบแปลนห้อง 1 Bedroom Type C

          ห้องของโครงการ Life One Wireless ที่ CondoNewb ซื้อ จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Type C ขนาด 35.00 ตร.ม. ครับ โดยห้องที่ได้มาจะอยู่บนชั้น 19 มีระเบียงห้องที่หันหน้าออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ได้วิวเป็น Central Embassy ซึ่งตัวห้องที่เราได้มาจะเป็นห้องแบบ Fully Fitted ครับ ก็คือเป็นห้องที่มีชุดเคาน์เตอร์ครัวและชุดสุขภัณฑ์พร้อมเครื่องปรับอากาศมาให้เท่านั้น เดี๋ยวเรามาดูรายละเอียดภายในห้องกัน โดยห้องที่เราเอามาให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้ชมกัน แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าภายในห้องจะมีทั้งสติกเกอร์และเทปกาวติดอยู่เยอะแยะมากมายเลย เพราะว่าวันที่เราไปถ่ายนั้นเป็นช่วงที่กำลังแก้ Defect กันอยู่ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาแล้ว เราก็จะพบกับโซนพื้นที่รับแขกหรือห้องนั่งเล่นก่อนเลยเป็นอันดับแรก โดยภายในห้องจะมีเพดานที่สูงถึง 2.6 เมตร พร้อมด้วยไฟแบบ Downlight ที่ติดตั้งหลอดไฟแบบวอร์มไวท์ที่ให้แสงสว่างเป็นสีส้มไปทั่วห้อง ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายตา 

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          และสำหรับประตูห้อง ก็จะเป็นประตูไม้สีน้ำตาลอ่อน โดยวัสดุของประตูห้องนั้นจะเป็นบานประตูแบบ HDF ซึ่งเป็นประตูที่ผลิตจากแผ่นใยไม้ที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี และมีความแข็งแรงทนทานมาก พร้อมด้วยตาแมวติดประตูสำหรับส่องดูบริเวณด้านนอกห้องได้อีกด้วย ในส่วนของวัสดุพื้นผิวต่าง ๆ ภายในห้อง ทางโครงการ Life One Wireless จะเลือกใช้ฝ้าเพดานเป็นยิปซั่มฉาบเรียบสีขาว และผนังปูนฉาบเรียบสีขาว และสำหรับวัสดุปูพื้นภายในห้อง ทางโครงการ Life One Wireless ได้เลือกใช้เป็นวัสดุไม้ลามิเนตสีอ่อนหนา 8 มม. ในส่วนของห้องนั่งเล่น และห้องนอนครับ เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูในส่วนของห้องนั่งเล่นกันให้ชัด ๆ กว่านี้เลยดีกว่าครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          เมื่อเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นแล้ว เราจะพบกับผนังด้านซ้ายของประตูห้องที่โล่งเป็นแนวยาว ซึ่งสามารถจัดวางเป็นโซฟาคอนโด และชุดโต๊ะรับประทานอาหารได้เป็นแนวลึกตามด้านผนังเข้าไปได้เลยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ส่วนในด้านขวาของประตูห้อง จะมีแนวผนังที่กว้างประมาณ 1.2 เมตร ซึ่งสามารถจัดวางชุดเฟอร์นิเจอร์สำหรับวางโทรทัศน์ได้ โดยสามารถติดตั้งโทรทัศน์ได้ทั้งแบบตั้งโต๊ะ และติดผนังเลย จากระยะผนังเเล้ว ขนาดของโทรทัศน์ที่สามารถติดตั้งได้สูงสุดคือประมาณ 42 นิ้วครับ ส่วนผนังด้านขวา ยังมีชุดสำหรับเชื่อมต่อสายเคเบิลทีวี ปลั๊กไฟสำหรับเสียบปลั๊กโทรทัศน์และเครื่องเล่นต่าง ๆ รวมถึงจุดสำหรับเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาให้อีกด้วย

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ต่อไปเป็นในส่วนของห้องครัวครับ ซึ่งส่วนของครัวนั้น จะอยู่ถัดเข้าไปด้านข้างติดกับส่วนของห้องนั่งเล่นเลย ในเวลาประกอบอาหาร อาจจะมีกลิ่นอาหารลอยออกมาจนถึงส่วนของห้องนั่งเล่นได้ ถ้าหากผู้อาศัยภายในห้องเป็นคนที่ซีเรียสเรื่องกลิ่นอาหารแล้ว ก็อาจจะต้องติดตั้ง Partition สำหรับกั้นส่วนครัวและห้องนั่งเล่นออกจากกันด้วย ด้วย Lay Out ของห้องแล้ว สามารถกั้นครัวเป็นแบบปิดได้แน่นอนครับ ซึ่งในส่วนของภาพรวมห้องครัวนี้ ก็จะมี Built-In เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L ตามแนวผนัง และจะมีวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ข้อดีของกระเบื้องแกรนิตโต้คือไม่ซึมน้ำและทำความสะอาดได้ง่ายกว่าในส่วนของพื้นลามิเนตด้วยครับ 

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ในส่วนของชุดเคาน์เตอร์ครัวคอนโด Life One Wireless อย่างที่ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าเป็นเคาน์เตอร์ครัวแบบ Built-In รูปตัว L ติดตั้งตามแนวผนัง ตัวชุดเคาน์เตอร์จะ TOP ด้วยหินเทียมหรือหินสังเคราะห์ ซึ่งมีส่วนผสมของอะคริลิกและโพลีเอสเตอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นก็คือเรื่องของความแข็งแรง ทนทาน ไม่ดูดซึมน้ำ และสามารถทนความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถตัดปัญหาเรื่องชุดเคาน์เตอร์ครัวเสียหายจากการประกอบอาหารได้อย่างหมดห่วงแน่นอนครับ และนอกจากนี้ ชุดเคาน์เตอร์ครัวยังมีความกว้างมากพอที่จะประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายรวมไปถึงพื้นที่การจัดวางอุปกรณ์ทำอาหารและเครื่องปรุงประกอบอาหารต่าง ๆ การเตรียมอาหารและการล้างทำความสะอาดเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็มีพื้นที่เหลือเฟือเลยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          และนอกจากนี้ ที่ใต้ชุดเคาน์เตอร์ครัว เรายังพบกับช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าขนาด 7 kg. มาให้อีกด้วย ส่วนบริเวณใต้เตาไฟฟ้าสำหรับประกอบอาหาร ยังมีช่องสำหรับจัดวางเตาอบหรือเครื่องไมโครเวฟได้อีกด้วย และบริเวณด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวก็มีช่องสำหรับจัดวางตู้เย็นอีกด้วย โดยบริเวณผนังก็จะมีปลั๊กไฟสำหรับเสียบตู้เย็นมาให้ด้วยเป็นที่เรียบร้อยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บอุปกรณ์และวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้มากขึ้น ทางโครงการ Life One Wireless ก็มี Built-In เป็นชุดตู้ติดผนังเป็นแนวยาวเต็มพื้นที่แนวผนังห้องเลยทีเดียวครับ โดยตู้ติดผนังในส่วนนี้ สามารถเปิด-ปิดได้แบบ Soft Closed ซึ่งจะไม่มีเสียงดังเลยครับ ภายในตู้เก็บของก็จะมีทั้งตัวฮู้ดสำหรับดูดควัน และตู้คัทเอาท์ไฟห้องยี่ห้อ ABB ด้วย 

ภาพเครื่องดูดควัน

          สำหรับเครื่องดูดควันนั้น ทางโครงการ Life One Wireless ได้เลือกใช้เป็นเครื่องดูดควันยี่ห้อ Teka ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องครัวจากเยอรมัน ทำงานด้วยระบบมอเตอร์หมุนพัดคู่ พร้อมหลอดไฟ 2 ดวง สีสแตนเลส พร้อมไส้กรองโลหะที่ทำความสะอาดง่าย สามารถตั้งความเร็วในการดูดควันได้ 3 ระดับ ที่กำลังดูดรวม 440 ลบ.ม./ชม.

ภาพเตาไฟฟ้า

          และสำหรับเตาไฟฟ้า ทางโครงการ Life One Wireless ก็ได้เลือกใช้เป็นเตาฝังเซรามิก ยี่ห้อ Teka รุ่น VE2 ซึ่งเป็นเตาประกอบอาหารที่มีหัวเตา 2 หัวแบบไฟฟ้า ทำงานด้วยระบบอินฟาเรดซึ่งจะทำให้กระจายไฟได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมด้วยฐานรองภาชนะที่ทำจากวัสดุอีนาเมล (Enamel) ซึ่งจะทนความร้อนได้สูงมาก ตัวเตามีขนาดความกว้าง x ยาว ที่ 30 x 52 ซม. ทำงานด้วยกำลังไฟสูงสุดที่ 1,800 วัตต์ครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ถัดเข้าไปด้านข้างของห้องครัว เราจะพบกับห้องน้ำครับ ในส่วนของห้องน้ำ ก็จะต้องบอกเลยว่าห้องน้ำมีความกว้าง ใช้งานได้สบาย ไม่อึดอัด โดยที่ภายในห้องน้ำจะใช้วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิกแบบหยาบสีครีม ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการกันลื่นได้เป็นอย่างดี แถมไม่ซึมน้ำอีกด้วย และใช้วัสดุผนังเป็นกระเบื้องสีครีมขนาด 60 x 60 ซม. ติดเต็มพื้นที่พร้อมด้วยแนวเคาน์เตอร์วางของและกระจกเงา ที่ติดตั้งตามด้านผนังแนวยาวในส่วนแห้งอีกด้วย ธรณีประตูห้องน้ำนั้นจะยกตัวสูงขึ้นมาจากพื้นครัวและพื้นห้องน้ำประมาณ 5 ซม. และจะใช้เป็นวัสดุหินสังเคราะห์ ซึ่งก็มีคุณสมบัติตามที่บอกไปแล้วว่าสามารถป้องกันความชื้นและการอมน้ำได้เป็นอย่างดี จึงทำให้หมดปัญหาเรื่องธรณีประตูบวมน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเปิด-ปิดประตูยากนั่นเอง และนอกจากนั้นแล้ว ภายในห้องน้ำยังมีการติดตั้งเครื่องดูดอากาศอีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับภายในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี โดยทางโครงการ Life One Wireless ได้เลือกใช้เป็นแบรนด์ Panasonic ครับ สุดท้ายในเปียกที่เป็นพื้นที่อาบน้ำจะมี Partition เป็นกระจกเทมเปอร์ที่กั้นส่วนระหว่างพื้นส่วนเปียกและส่วนแห้งวางอยู่บนธรณีก่อสูงประมาณ 3 ซม. มีมือจับประตูเป็นรูปตัว U ทำจากอลูมิเนียม ซึ่งตัวห้องน้ำทั้งหมดนี้จะเป็นห้องน้ำแบบสำเร็จรูปนะครับ ก็คือในตอนก่อสร้างอาคารโครงการ Life One Wireless ก็คือยกห้องน้ำมาใส่ทั้งห้องเลย ลดปัญหาเรื่องน้ำรั่วซึมและปัญหาเรื่องระบบท่อน้ำต่าง ๆ ได้อย่างดีครับ 

          สำหรับสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ ทางโครงการ Life One Wireless ได้เลือกใช้โถสุขภัณฑ์จาก Kohler อ่างล้างมือจาก Bathroom Design ฝักบัวและก็อกน้ำในอ่างล้างมือจาก Grohe ครับ และนอกจากนี้ ภายในห้องน้ำก็ยังเตรียมระบบสำหรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้แล้วด้วยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          มาต่อกันที่ในส่วนของห้องนอนนะครับ ซึ่งห้องนอนนั้นจะอยู่ถัดเข้าไปจากห้องนั่งเล่น มีประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นโซนระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนอยู่ ใช้วัสดุเป็นประตูอลูมิเนียมกรอบสีดำ และมีมือจับแบบเซาะร่องตามมาตรฐานครับ ถ้าหากเทียบแปลนตามทิศของห้องแล้ว ด้านหน้าต่างจะหันหน้าออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ อาจจะทำให้รู้สึกร้อนในตอนบ่ายสักหน่อย เพราะแดดจะส่องเข้ามาแบบเต็ม ๆ แต่ถ้าวัดตามแปลนแล้ว ผนังด้านหัวนอนจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าเป็นทิศที่เป็นมงคลในการจัดฮวงจุ้ยห้องนอนด้วย ตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในทางฮวงจุ้ยนั่นแหละครับ และภายในห้องก็มีหน้าต่างกระจกที่สามารถรับแสงจากภายนอกได้ ซึ่งจะใช้เป็นวัสดุอลูมิเนียมกรอบสีดำ พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ซึ่งสามารถลดความร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งหน้าต่างจะมีอยู่ 3 บานด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1 บานตายใหญ่ และ 1 บานตายเล็ก และหน้าต่างบานกระทุ้งอีก 1 บาน ซึ่งสามารถเปิดเพื่อการระบายอากาศได้ ถึงแม้จะไม่ได้กว้างมากเท่าไหร่ แต่ก็สามารถกันฝนสาดได้ในระดับหนึ่งเลยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          และในผนังด้านปลายเตียง ก็ยังมีจุดเสียบปลั๊ก และจุดเชื่อมต่อสายเคเบิลทีวี ซึ่งก็สามารถจัดวางโทรทัศน์ที่ผนังด้านนี้ได้เหมือนกัน แต่ด้วยพื้นที่ภายในห้อง การติดตั้งโทรทัศน์แบบแขวนผนัง ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ถัดเข้าไปจากห้องนอน เราจะพบกับห้อง Multipurpose หรือที่รู้จักกันว่าห้องอเนกประสงค์นั่นเอง ซึ่งภายในห้องอเนกประสงค์นี้ จะมีประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นส่วนกับห้องนอน ทำให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยภายในห้องนี้ เราสามารถนำไปทำเป็นห้องอะไรก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของตน แต่ในห้องตัวอย่าง ทางโครงการ Life One Wireless ได้จัดทำเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk In Closet ครับ ซึ่งถ้าถามนิวบ์ว่าห้องนี้เหมาะกับการนำไปทำเป็นห้องอะไรบ้าง ก็คงจะต้องตอบว่าเหมาะกับการทำเป็นห้องแต่งตัวมากที่สุดแล้วครับ เพราะว่าภายในห้องนี้ ถึงแม้จะมีความเป็นส่วนตัวมากก็จริง แต่ว่าภายในห้องนี้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนก็ไม่ได้หันหน้าเข้าห้องนี้ด้วย จึงทำให้อากาศเย็นจากห้องนอนแผ่เข้าสู่ห้องอเนกประสงค์ได้ยากครับ จึงไม่เหมาะกับการทำเป็นห้องทำงาน จึงเหลือตัวเลือกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีที่สุดก็คือห้องแต่งตัวนั่นเองครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ถัดออกไปจากห้องอเนกประสงค์ เราจะพบกับประตูบานเลื่อนที่สามารถเปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงได้ ซึ่งก็เช่นเคยครับที่ประตูระเบียงนี้จะใช้วัสดุเป็นประตูอลูมิเนียมกรอบสีดำ พร้อมกระจกเขียวตัดแสงที่สามารถลดแสงและความร้อนจากภายนอกห้องได้ มีมือจับประตูเป็นแบบเซาะร่อง และระหว่างพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ และพื้นที่ระเบียง ก็มีธรณีประตูกั้นอยู่ ซึ่งจะยกสูงขึ้นมาจากพื้นประมาณ 5 ซม. ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการกันน้ำและความชื้นจากระเบียงครับ

ภาพทิวทัศน์จากห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C ที่ CondoNewb ซื้อ

          ออกมาถึงพื้นที่ระเบียงกันแล้วครับ อย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าห้องนี้จะมีระเบียงที่หันหน้าออกไปยัง Central Embassy ครับ ดังนั้น วิวที่เราจะเห็นก็จะเป็นวิวของ Central Embassy และถนนเพลินจิตนั่นเอง ซึ่งเป็นวิวในด้านที่นิวบ์ชอบที่สุดครับ เพราะส่วนตัวแล้วนิวบ์ชอบมองแสงไฟในเมืองยามค่ำคืนที่จะให้บรรยากาศสงบ ๆ ครับ วิวนี้จึงเป็นวิวที่นิวบ์ชอบและตอบโจทย์ชีวิตส่วนตัวมากที่สุดนั่นเอง

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          กลับมาที่ระเบียงกับต่อครับ พื้นที่ระเบียงนี้จะเป็นพื้นระเบียงที่ลดระดับลงไปประมาณ 5 ซม. ทั้งนี้เพื่อจุดประสงค์ในการกันน้ำเข้าห้องเมื่อเวลาที่ฝนตกนั่นเอง สำหรับพื้นระเบียงจะปูกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. มาให้ครับ สามารถกันน้ำซึมได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ระเบียงยังมีราวกันตกเป็นเส้นเหล็กสีดำครับ ทางโครงการ Life One Wireless ทาสีน้ำมันกันสนิมมาให้ด้วย จึงหมดกังวลเรื่องราวระเบียงขึ้นสนิมเมื่อถูกฝนสาดไปได้เลยครับ

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          และที่ระเบียงนี้จะเป็นจุดติดตั้งแอร์คอมเพรสเซอร์ ซึ่งติดตั้งมาเป็นแบบแขวนลอยทั้ง 2 เครื่อง จึงทำให้มีพื้นที่สำหรับใช้งานใต้คอมเพรสเซอร์ได้ และราวกันตกในส่วนนี้จะสูงจรดเพดานเพื่อเป็นกริลสำหรับบังคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ให้เป็นจุดสังเกตจากภายนอกโครงการ Life One Wireless ได้ด้วยครับ

ห้องตัวอย่าง แบบห้อง Studio ขนาด 28 ตร.ม.

ภาพแบบแปลนห้อง Studio ขนาด 28 ตร.ม.

          นอกจากห้องจริงที่ CondoNewb ซื้อไว้แล้ว ทางโครงการ Life One Wireless ยังมีห้องตัวอย่างแบบ Studio ขนาด 28 ตร.ม. จัดไว้ให้ชมกันอีกด้วย ซึ่งนิวบ์ก็ถือโอกาสถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ ชมกันด้วยเลย โดยตัวห้องแบบ Studio นี้ ทางโครงการ Life One Wireless ก็ได้ขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะมีชุดเคาน์เตอร์ครัว ชุดสุขภัณฑ์ และเครื่องปรับอากาศ มาให้เหมือนกันกับห้องที่ CondoNewb ซื้อไว้เลยครับ ซึ่งถ้าหากดูตามภาพแปลนของตัวห้องแล้ว เราจะเห็นว่าเมื่อเราเข้าห้องไปแล้วเราจะพบกับพื้นที่ส่วนครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งด้านตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นห้องน้ำ และถัดเข้าไปก็จะเป็นส่วนห้องนอนและพื้นที่ระเบียงตามลำดับครับ ภายในห้องตัวอย่างจะเป็นยังไงกันบ้าง เราไปดูกันต่อเลยดีกว่าครับ

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          เมื่อเข้ามาภายในตัวห้องแล้ว สิ่งแรกที่เราจะพบก่อนเลยเป็นอันดับแรกก็คือโซนครัวครับ ซึ่งจะเป็นชุดเคาน์เตอร์ครัวที่ Built-In เป็นแนวยาวตามผนังเลยครับ โดยจะอยู่ติดกับประตูทางเข้า-ออกห้องเลย และด้านตรงข้ามชุดเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นห้องน้ำ และภายในห้องแบบ Studio นี้ จะใช้วัสดุปูพื้นเป็นไม้ลามิเนตทั้งห้อง ยกเว้นในห้องน้ำและระเบียงที่จะใช้เป็นพื้นเซรามิกครับ

          ในส่วนของประตูห้องจะใช้วัสดุเป็นบานประตูแบบ HDF พร้อมด้วยตาแมวติดประตูสำหรับส่องดูบริเวณด้านนอกห้องเหมือนกับห้องแบบ 1 Bedroom เลยครับ 

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          ถัดมาที่เคาน์เตอร์ครัวนั้น จะเป็นแบบ Built-In แนวยาวตามผนังตัวเคาน์เตอร์ใช้วัสดุปิดผิวเป็นเมลามีนลายไม้ ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนต่อรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดีและไม่ซึมน้ำ หน้าบานเคาน์เตอร์ครัวทุกตัวจะติด Soft Closed มาเพื่อไม่ให้เปิดปิดแล้วมีเสียงดัง มี TOP เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ซึ่งมีความแข็งแรง ทนต่อน้ำและความร้อนได้เป็นอย่างดี พร้อมติด Backsplash หรือผนังสำหรับกันน้ำหรือน้ำมันจากการปรุงอาหารเป็นชุดกระจกนิรภัยที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วยครับ และนอกจากนี้ยังมีตู้ติดผนังเพิ่มขึ้นมาเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บวัตถุดิบและชุดอุปกรณ์ครัวต่าง ๆ อีกด้วย และในบริเวณด้านใต้ชุดเคาน์เตอร์ครัวจะมีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าขนาด 7 กก. พร้อมด้วยช่องสำหรับวางเตาไมโครเวฟ และที่บริเวณด้านข้าง ระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับประตูห้อง ก็จะมีช่องว่างสำหรับการจัดวางตู้เย็นมาให้อีกด้วย และในส่วนของเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ทางโครงการ Life One Wireless ก็เลือกใช้ยี่ห้อ Teka เหมือนกันกับห้อง 1 Bedroom เลยครับ

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          ในส่วนต่อมา เรามาดูที่ห้องน้ำกันต่อเลยครับ โดยห้องน้ำจะอยู่ตรงข้ามกับโซนครัวครับ ทางโครงการ Life One Wireless จะใช้เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปแบบเดียวกันกับโครงการของใหม่ AP ที่อื่น ๆ โดยภายในห้องน้ำจะเลือกใช้วัสดุปูพื้นเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิกแบบหยาบ ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการกันลื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งภายในห้องน้ำได้ถูกตกแต่งเป็นโทนสีขาวสว่าง ซึ่งจะทำให้มีความรู้สึกว่าห้องน้ำมีความกว้างขึ้น สำหรับตัวห้องน้ำจะมีธรณีประตูที่ยกสูงขึ้นมาจากพื้นห้องนั่งเล่นประมาณ 5 ซม. เพื่อกันน้ำกระเด็นออกมา โดยธรณีประตูห้องน้ำ ทางโครงการได้เลือกใช้วัสดุเป็นหินสังเคราะห์ซึ่งจะสามารถกันน้ำและความชื้นได้เป็นอย่างดี จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเกิดปัญหาธรณีประตูบวมน้ำซึ่งจะทำให้เปิด-ปิดประตูได้ยากขึ้นในอนาคต และภายใน Shower Box ฝักบัวจะเป็นฉากกระจกนิรภัยวางบนธรณีที่ก่อสูงจากพื้นประมาณ 3 ซม. สำหรับกั้นระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้งเอาไว้ด้วยครับ และในส่วนของสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ ทางโครงการ Life One Wireless ได้เลือกใช้โถสุขภัณฑ์จาก Kohler อ่างล้างมือจาก Bathroom Design และฝักบัวและก็อกน้ำสำหรับล้างมือจาก Grohe เช่นเดียวกันกับห้อง 1 Bedroom เลยครับ และนอกจากนี้ ภายในห้องน้ำยังติดตั้งเครื่องดูดอากาศสำหรับการดูดความชื้น เพื่อให้ภายในห้องน้ำสามารถระบายอากาศและความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดเชื้อราภายในห้องน้ำได้อีกด้วยครับ

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          ถัดเข้าไปเข้าไปภายในยูนิต เราจะพบกับส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนครับ ซึ่งในส่วนห้องนอนนี้ ทางโครงการ Life One Wireless ได้จัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต พร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ทั้งโต๊ะทำงาน โต๊ะข้าง โซฟา และมี Built-In ตู้เสื้อผ้ามาให้ดูเป็นไอเดียอีกด้วย ซึ่งจากปลายเตียงจนถึงตู้เสื้อผ้านั้นจะเหลือระยะช่องว่างให้เดินได้ถึงประมาณ 50-60 ซม. เลยทีเดียวครับ สามารถเดินได้แบบสบาย ๆ เลย 

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          และในบริเวณด้านฝั่งซ้ายของเตียงนอน ทางโครงการ Life One Wireless ได้จัดวางเป็นชุดโต๊ะทำงาน ซึ่งจากที่เห็นก็คือจะเป็นพื้นที่ที่มีความกว้างพอสมควรเลย ผู้ซื้อห้องก็สามารถใช้บริเวณที่ว่างข้างเตียงด้านนี้จัดทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยเช่นกันครับ

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          และในด้านของการตกแต่ง ทางโครงการ Life One Wireless ได้ตกแต่งโดย Built-In ผนังด้านหัวเตียงเป็นลายไม้พร้อมแนวเส้นบัวเป็นสีดำเพื่อเพิ่มกลิ่นอายของความเป็นโมเดิร์นเข้าไป และมีการติดลายวอลล์เปเปอร์ผนังเป็นสีดำเพื่อให้ผนังด้านหัวเตียวดูมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีติดตั้ง Indirect Light Wall เพื่อเพิ่มแสงสว่างและเพิ่มความโดดเด่นให้กับด้านผนังหัวเตียงได้มากขึ้นอีกด้วยครับ

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          ที่ผนังด้านปลายเตียง จะมี Built-In ชั้นสำหรับวางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นชั้นวางแบบลอยติดผนัง โดยชั้นวางจะมีลิ้นชักสำหรับเก็บของมาให้อีกด้วย และที่ผนังบริเวณชั้นวางโทรทัศน์ ก็จะมีทั้งปลั๊กไฟ พร้อมจุดเชื่อมต่อสายเคเบิลทีวี และจุดเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาให้อีกด้วยครับ โดยในส่วนของการติดตั้งโทรทัศน์ ผู้ซื้อก็สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบติดผนังเพื่อการเพิ่มพื้นที่บนชั้นวางโทรทัศน์ หรือวางบนชั้นวางโทรทัศน์ก็ได้เช่นกันครับ

          ถัดเข้าไปที่ด้านขวาของเตียงนอน เราจะพบกับช่องเล็ก ๆ 1 ช่อง ที่สามารถจัดวางชุดโซฟาเข้าไปได้ แต่ด้วยความที่ภายในช่องวางโซฟามีพื้นที่ที่จำกัด ก็อาจจะต้องมีการวัดพื้นที่ก่อนที่จะเลือกซื้อโซฟาเข้าห้องสักเล็กน้อย หรือจะเลือกทำ Built-In พื้นที่ภายในช่องให้เป็นพื้นที่โซฟาเลยก็ถือว่าสะดวกไม่แพ้กันครับ โดยในด้านโซฟานี้ เราจะพบกับหน้าต่างกระจก ซึ่งจะมีหน้าต่างกระจกโดยเป็นหน้าต่างบานตาย 1 ฝั่ง และ 1 บานกระทุ้ง ที่สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศและรับอากาศจากภายนอกได้ ซึ่งอาจจะเปิดได้ไม่กว้างเท่าไหร่นัก แต่ก็สามารถกันฝนสาดได้เป็นอย่างดีเช่นกัน โดยวัสดุของหน้าต่างทางโครงการ Life One Wireless จะเลือกใช้เป็นหน้าต่างแบบอลูมิเนียมกรอบสีดำ ส่วนกระจกใช้เป็นกระจกสีเขียวตัดแสง ซึ่งจะสามารถป้องกันความร้อนและลดแสงจากภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยครับ 

ภาพห้องตัวอย่างแบบห้อง Studio โครงการ Life One Wireless

          ถัดออกไปจากส่วนห้องนอน เราจะพบกับพื้นที่ระเบียง โดยพื้นระเบียงจะลดระดับลงไปประมาณ 5 ซม. ซึ่งสามารถป้องกันน้ำเข้าห้องในเวลาที่ฝนตกได้ครับ สำหรับพื้นระเบียงจะปูกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. มาให้ ซึ่งสามารถกันน้ำซึมได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ระเบียงยังมีราวกันตกเป็นระแนงเหล็กทาสีดำครับ ซึ่งตัวราวระเบียงนี้ก็ได้ทาสีน้ำมันกันสนิมมาให้ด้วย จึงหมดกังวลเรื่องราวระเบียงขึ้นสนิมเมื่อถูกฝนสาดไปได้เลยครับ

          และที่ระเบียงยังเป็นจุดติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ โดยติดตั้งไว้แบบแขวนลอยด้านบน จึงทำให้มีพื้นที่สำหรับใช้งานใต้คอมเพรสเซอร์ได้ และในบริเวณคอมเพรสเซอร์แอร์ จะมีการติดตั้งกริลสำหรับบังคอมเพรสเซอร์เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตจากภายนอกโครงการด้วยครับ

บทวิเคราะห์และเเนะนำ ในฐานะผู้ซื้อจริง

          การที่ CondoNewb ตัดสินใจเลือก Life One Wireless เพื่อมาลงทุนในครั้งนี้ นอกจากด้านทำเลที่ได้กล่าวไปในการวิเคราะห์แล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวโครงการ Life One Wireless เองด้วย อย่างเช่น เรื่องของตัวอาคาร ทิศทางของวิว ความครบครันของพื้นที่ส่วนกลาง และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องแปลนของห้องนั่นเอง แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า ณ วันที่ CondoNewb เข้าไปดูโครงการ Life One Wireless นั้น ไม่ใช่ว่าเข้าไปดูในรอบเปิดตัวหรือ Presale แต่อย่างใด มันมีการวางแผนในการลงทุนที่ค่อนข้างใจเย็นและมีการศึกษาหาข้อมูลทั้งด้านโครงการและทำเลมามากพอสมควร ซึ่งช่วงเวลาที่เราเลือกลงทุนจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจขาลง เพราะเราเห็นข้อดีต่าง ๆ มากมาย จนทำให้เราได้มาเจอโครงการ Life One Wireless ที่เป็นตึกเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

ภาพโครงการ Life One Wireless

          แต่ถึงยังไงก็ตาม ในเรื่องของราคาโครงการ Life One Wireless ที่เราได้มานั้นก็เป็นราคาที่ดี ถึงเราจะมีตัวเลือกห้องที่ไม่มากนัก เพราะเราซื้อห้องตอนที่ตึกเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว แต่เราก็ยังมีความโชคดีที่ได้ห้องที่สูงในระดับชั้น 19 และหันหน้าไปทาง Central Embassy และถนนเพลินจิตแบบตรง ๆ เลย ซึ่งเป็นด้านวิวที่ดีที่สุดของโครงการแบบไม่มีอะไรกั้นเลยด้วย และถึงแม้ต่อให้ Central Embassy เฟส 2 ขึ้นมาตรงที่ดินสถานทูตอังกฤษเก่า ผลกระทบที่มากที่สุดก็แค่วิวเปลี่ยนก็เท่านั้น ไม่ได้โดนบล็อกวิวอะไร ฉะนั้น จึงมั่นใจได้เลยว่า วิว Central Embassy จะอยู่กับเราไปตลอด นอกจากนี้ในเรื่องของราคารอบพิเศษที่เราได้มา บอกตามตรงว่าเราไม่สามารถบอกตัวเลขตรง ๆ ได้ แต่นี่ถือเป็นราคาดีในการซื้ออสังหาฯ ช่วงขาลง เพราะหลาย ๆ Developer จัดโปรโมชั่นแบบไม่น้อยหน้ากันเลยเลยทีเดียว ฉะนั้นลองติดต่อราคาดูก่อน เผลอ ๆ ราคาที่ปิดดีลจะออกมาใกล้เคียงกับราคาโปรโมชั่นคอนโด เลยแหละ 

ภาพห้องเปล่าแบบ 1 Bedroom Type C โครงการ Life One Wireless

          ทีนี้เรามาดูเหตุผลที่เราเลือกห้องของ Life One Wireless ในตำแหน่งนี้กันบ้าง หลายคนอาจจะกังวลเรื่องห้องจะเก็บความร้อนสูงในช่วงบ่าย เพราะว่าตัวหน้าห้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทำเลห้องที่ไม่ค่อยมีใครอยากได้สักเท่าไหร่ แต่ CondoNewb เลือกที่จะซื้อห้องของ Life One Wireless ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะอะไร

          อันดับแรกนะครับ เราหวังการเติบโตในส่วนของ Capital Gain มาก ซึ่งนั่นหมายความว่าวิวห้องจะมีผลกับการเติบโตของระดับราคาพอสมควร ซึ่งไม่ใช่ทุกโครงการจะมีแต้มบุญที่สูงขนาดได้วิวเป็นวิว Central Embassy เป็นฉากหน้า แล้วมีวิวเมืองกรุงเทพฯ เป็นฉากหลัง แถมไม่มีอะไรมาบล็อกวิวอีกด้วยแบบที่โครงการ Life One Wireless ทำได้ด้วย ฉะนั้น เราจึงเทน้ำหนักไปที่การเลือกวิว มากกว่าการเลือกทิศห้อง

          อันดับต่อมา อันนี้นิวบ์ลองเทียบทิศทางตามแปลนห้องมา ถึงแม้ว่าห้องจะหันหน้าออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แต่นิวบ์ก็พบว่าถ้าเราดูห้องตามแปลนแล้ว ผนังด้านที่ควรจะเป็นหัวเตียงนอนนั้นหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วย นั่นก็เท่ากับว่า สำหรับคนที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย เรื่องทิศมงคลแล้ว นี่แหละครับคือห้องที่ดีที่สุดของคุณแล้ว นอกจากจะได้วิวดีแล้ว ยังได้ทิศหัวนอนที่ดีมากในระดับที่ให้เอาซินแสที่ไหนมาเถียงก็เถียงไม่ออกแน่นอนครับ

          กล่าวคือ หากเราจะวิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อเสียของห้องทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ Life One Wireless แล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าข้อดีเยอะกว่าข้อเสียแน่นอน ทั้งข้อดีในทางของความเติบโตในการลงทุนและข้อดีทางความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยโหราศาสตร์ด้วย หากแต่ว่าข้อเสียเดียวซึ่งก็คือห้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และจะร้อนในตอนบ่ายนั้นก็สามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการติดฟิล์มกรองแสงและผ้าม่านแบบกันแสงเพิ่มเข้าไป ก็จะหมดกังวลเรื่องแดดลงไปได้ครับ แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าเราวัดกันหมัดต่อหมัดกับเรื่องวิวแล้วล่ะก็ วิวดีจนลืมเรื่องร้อนกันทุกคนแน่นอนครับ

การปล่อยเช่า หรือขายต่อ Life One Wireless

          เรามั่นใจว่าเราได้ของดีมาครอบครอง และเรามั่นใจด้วยว่าดีแบบไม่มีอะไรมากั้นด้วย อย่างแรกเลยก็เพราะว่า Life One Wireless นั้น เป็นโครงการในแบรนด์ Life ที่จะเซ็ตมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ Life ทั้งปวง ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ดีเทียบเท่าระดับแบรนด์ Rhythm แถมยังตั้งอยู่ในทำเลถนนวิทยุที่นับว่าใกล้ทำเลใจกลางเมืองอย่างสยามและชิดลมแบบปลายจมูกเลยด้วย มันจึงส่งผลให้เรามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อถึงตอนที่จะปล่อยเช่า - ขายต่อ เราสามารถชูจุดเด่นทั้งเรื่องวิวชั้นสูง ทำเล แปลนห้อง และฮวงจุ้ยได้อย่างไม่เกินจริง แถมราคาที่ได้มาก็ดี แม้ว่า Yield อาจจะไม่สูงมาก แต่อย่างที่บอกว่า Capital Gain สวยแน่นอน

สรุป

สรุปรีวิวคอนโด Life One Wireless

ทำเลที่ตั้ง Life One Wireless

          ทำเลถนนวิทยุตอนปลาย นับว่าเป็นทำเลใจกลางเมืองที่เงียบสงบมาก หากเทียบกับทำเลชิดลมและสยาม เป็นทำเลที่เหมาะกับคนที่ชอบใช้ชีวิตติดเมือง แต่ก็ยังรักความเงียบสงบเป็นส่วนตัวอยู่ ด้วยความที่ทำเลที่ตั้งของโครงการนั้นอยู่บนถนนวิทยุตอนปลาย ซึ่งเป็นถนนแบบ One Way จึงทำให้การจราจรดูไม่คับคั่งเท่าไหร่นัก รวมทั้งภายในเส้นถนนวิทยุยังมีสถานทูตอย่างมากมาย รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวและอาคาร Low-Rise อย่างปาร์คนายเลิศอีกด้วย จึงทำให้โครงการ Life One Wireless เป็นอีกหนึ่งทำเลคอนโดที่จะไม่ถูกบล็อกวิวอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการอีกมากมาย อย่างแยกราชประสงค์และย่าน Siam Square ที่อยู่ห่างไปเพียง 1-2 สถานีเช่น Central Embassy หรือถ้าหากเลยไปอีก 1-2 สถานีรถไฟฟ้า เราก็จะพบกับ CentralWorld ที่สถานีชิดลม และ Siam Paragon, Siam Center, Siam Discovery และ Siam Square One ที่สถานีสยามอีกด้วย

การเดินทาง Life One Wireless

          โครงการ Life One Wireless นั้น ตอบโจทย์ชีวิตการเดินทางของผู้ที่ใช้รถไฟฟ้า BTS เป็นหลักได้อย่างมากมาย เพราะตัวโครงการ Life One Wireless นั้น อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิตเพียงแค่ 600 เมตรเท่านั้น ซึ่งก็เป็นระยะที่เดินถึงกันได้ อีกทั้งในทำเลถนนวิทยุนั้นก็มีความร่มรื่น เงียบสงบ ทางเท้ากว้าง และการจราจรไม่คับคั่งมากนัก จึงทำให้บรรยากาศการเดินตามถนนวิทยุนั้นเป็นไปอย่างสบาย ๆ ครับ

          สำหรับการเดินทางด้วยรถประจำทาง ก็ไม่ใช่เรื่องยากมากมายครับ เพราะว่าบนหน้าถนนเพลินจิตนั้นจะมีรถประจำทางผ่านหลายสายมาก จากหลากหลายทำเล ซึ่งป้ายรถเมล์ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่ ที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตนั่นเองครับ และนอกจากนี้ยังมีป้ายรถเมล์บนเส้นถนนวิทยุอีกด้วย แต่ว่าบนถนนวิทยุ เส้นทางการเดินรถจะเป็นแบบ One Way นะครับ ฉะนั้น ถ้าหากขึ้นรถประจำทางที่ถนนวิทยุ ก็จะเดินทางไปออกฝั่งประตูน้ำแทนนะครับ

          และสำหรับคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็อาจจะยากนิดนึงครับ เพราะอย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าถนนวิทยุบริเวณด้านหน้าโครงการ Life One Wireless นั้น เป็นถนนที่เดินรถแบบ One Way ครับ การจะออกไปยังถนนเพลินจิตจึงจำเป็นต้องวนรถอ้อมออกถนนเพชรบุรี และวกเข้าสู่ถนนชิดลมเป็นลำดับไปนะครับ แต่ปัญหาเรื่องการอ้อมรถก็กำลังจะหมดไปแหละ เพราะล่าสุด ทางโครงการ Life One Wireless ได้ซื้อสัมปทานบริเวณใต้ทางด่วนเพลินจิตทำเป็นถนนออกจากโครงการ Life One Wireless เพื่ออ้อมต่อกับซอยนายเลิศเพื่อเป็นทางลัดออกสู่หน้าถนนเพลินจิตได้อีกเส้นทางครับ

          พิเศษสุด ๆ เลยสำหรับอีกหนึ่งการเดินทางแบบทางเลือก นั่นก็คือการเดินทางด้วยเรือด่วนคลองแสนแสบ ซึ่งตัวโครงการ Life One Wireless ก็จะอยู่ติดกับคลองแสนแสบเลย และท่าเรือด่วนคลองแสนแสบนั้น ก็อยู่บริเวณหน้าโครงการ Life One Wireless เลยด้วย ก็คือท่าเรือสะพานวิทยุ ซึ่งจะรองรับการเดินทางด้วยเรือด่วนคลองแสนแสบที่มีระยะการเดินเรือตั้งแต่ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปจนถึงท่าเรือประตูน้ำ และสามารถเปลี่ยนเรือที่ท่าเรือประตูน้ำ เพื่อเดินทางต่อเนื่องไปยังท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศได้อีกด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Life One Wireless

          ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกนี้ ในรีวิวนี้ก็ต้องบอกเลยว่าไม่ได้พูดถึงมากเท่าไหร่ จะมีพูดถึงหลัก ๆ ก็เป็นโซนสวนต่าง ๆ ฟิตเนส Co-working Space และสระว่ายน้ำครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็เน้นไปทางสระว่ายน้ำและ Co-working Space อยู่แหละ ซึ่งในโซน Co-working Space นั้น ทางโครงการ Life One Wireless ออกแบบมาให้มีการใช้งานได้อย่างหลากไลฟ์สไตล์ ทั้งการใช้เป็นพื้นที่ทำงาน พื้นที่ผ่อนคลาย พักผ่อนพูดคุย พบปะสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนบ้านครับ และสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าที่สามารถเทควิวได้รอบทิศทางเลยครับ พร้อมด้วย Jacuzzi ที่ให้ผู้อาศัยในโครงการ Life One Wireless ได้ผ่อนคลายท่ามกลางวิวเมืองกรุงเทพฯ ครับ ซึ่งทั้ง Co-working Space และสระว่ายน้ำนี้ ก็จะเป็นจุดที่สามารถเทควิวมุมสูงของกรุงเทพฯ ได้เหมือนกันครับ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พร้อมให้บริการผู้อาศัยภายในโครงการ Life One Wireless ได้อย่างครบครันทุกไลฟ์สไตล์เลยครับ

การออกแบบโครงการ Life One Wireless

          ตัวโครงการ Life One Wireless นั้น ออกแบบมาในสไตล์ Modern Contemporary ก็คือมีความเป็นโมเดิร์น แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความคลาสสิก ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นภายในโครงการทั้งจากต้นไม้ใหญ่ในที่ดินเดิม และต้นไม้ใหม่ที่ปลูกใหม่เพิ่มเติม ผสมผสานป็นความเก่าและใหม่ของพื้นที่ที่ลงตัว และยังมีเรื่องของการออกแบบภายใน ที่โครงการ Life One Wireless จะเน้นการใช้สีธรรมชาติอย่างสีขาวเป็นหลักในพื้นที่ Lobby ชั้น 1 มีการตกแต่งลวดลายต่าง ๆ โดยเฉพาะลายใบโพธิ์ตามด้านผนัง ที่ทำให้ภายในพื้นที่ดูมีความคลาสสิก และเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ที่ดูโฉบเฉี่ยวในสไตล์โมเดิร์นเข้าไปให้ดูมีความร่วมสมัย พื้นที่ภายในอาคารของโครงการ Life One Wireless จะเน้นการประดับด้วยกระจกเป็นหลัก ซึ่งจะเน้นการรับแสงธรรมชาติจากภายนอกโครงการ Life One Wireless เป็นหลัก ช่วยในการประหยัดไฟฟ้าในเวลากลางวันได้อย่างมากมายเลยทีเดียวครับ

การเลือกห้อง Life One Wireless

          ณ ปัจจุบันนี้ (มิถุนายน 2563) โครงการ Life One Wireless นั้น เหลือจำนวนจำกัดมาก ๆ แล้ว ซึ่งถ้าหากว่าผู้อ่านอยากจะตัดสินใจซื้อห้องในโครงการ Life One Wireless แล้วล่ะก็ ยังพอมีตำแหน่งห้องให้สามารถเลือกซื้อได้ครับ ซึ่งแปลนห้องแต่ละแบบมีความเป็นมาตรฐานแบบเดียวกันทุกโครงการของ AP จึงสามารถดัดแปลงและปรับเปลี่ยนฟังก์ชันต่าง ๆ ของห้องได้ไม่ยากเท่าไหร่ครับ

ภาพรวม Life One Wireless

          โครงการ Life One Wireless จาก AP Thailand ตั้งอยู่บนทำเลถนนวิทยุ ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต ซึ่งเป็นทำเลใจกลางเมืองที่ใกล้สยามและ Central World เพียงแค่ 1-2 สถานีเท่านั้น ส่วนตัวแล้วคิดว่าทำเลถนนวิทยุนี่แหละที่เป็นทำเลใจกลางเมืองที่เหมาะสมจะเป็นที่อยู่อาศัยที่สุดแล้ว เพราะอย่างที่บอกคือเป็นใจกลางเมืองที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านหรือแออัดจนเกินไป และยังเป็นทำเลที่สามารถใช้ชีวิตได้ทุกไลฟ์สไตล์อีกด้วย วันไหนอยากจะทานอาหารในห้างก็ Central Embassy หรือจะเลยเข้าไปอีก 1-2 สถานีที่สยามหรือชิดลมก็ได้ วันไหนอยากจะลุย ๆ Street Food หน่อยก็ประตูน้ำ อยากจะผ่อนคลาย รับลมชิลล์ ๆ ก็แค่ขึ้นไปบนชั้น 43 เรียกได้ว่าสามารถใช้ชีวิตได้หลากหลายเลยจริง ๆ ครับ นอกจากเรื่องทำเลจะโดดเด่นแล้ว เรื่องการตกแต่งของโครงการ Life One Wireless ก็ไม่แพ้กันเลย ซึ่งเราชอบการตกแต่งแบบ Modern Contemporary ที่มีความร่วมสมัย ดูไม่เก่า ไม่ใหม่จนเกินไป เรียกว่าทั้งทันสมัยและกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของถนนวิทยุเลย แถมยังมีความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ในที่ดินเดิมอีกด้วยครับ

          สุดท้ายเลยก็คือเรื่องของผังห้องของโครงการ Life One Wireless ที่เราชอบมากทั้งแบบห้อง 1 Bedroom และแบบ Studio สำหรับ 1 Bedroom เราว่าทางโครงการ Life One Wireless มีการแบ่งห้องออกเป็นสัดส่วนมาก ๆ โดยเฉพาะส่วนของห้อง Multipurpose กับห้องนอน ที่มีประตูเลื่อนกั้นด้วย แถมตัวห้อง Multipurpose ยังมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ อีกด้วย แต่ติดอยู่ตรงที่ส่วนครัวอาจจะต้องหาอะไรมาเป็นฉากกั้นสักหน่อยนึง หากเป็นคนซีเรียสเรื่องกลิ่นอาหารและห้องแบบ Studio ที่เราได้บอกไปแล้วว่าเราชอบที่ห้องมีสัดส่วนความกว้างที่พอดี ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป จึงทำให้สามารถจัดตกแต่งตามฟังก์ชั่นการใช้งานของตัวเองได้ในทุกรูปแบบเลยครับ แถมด้วยห้องที่ได้ ยังหันหน้าไปทาง Central Embassy ซึ่งเป็นด้านวิวที่ชอบมากที่สุดอีกด้วย

          ถามว่าใครที่เหมาะกับโครงการ Life One Wireless ส่วนตัวคิดว่าด้วยความ Luxury ของตัวโครงการ Life One Wireless แล้ว คนที่สามารถจับต้องได้น่าจะต้องเป็นกลุ่มคนที่ทำงานในเมือง และเป็นระดับตั้งแต่ผู้จัดการขึ้นไป หรือเป็นกลุ่มที่รักในการใช้ชีวิตแบบคนเมือง แต่ก็ยังรักความสงบอยู่นั่นเอง การอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS จึงเป็นตัวเลือกการเดินทางที่ค่อนข้างดีและสะดวกรวดเร็วอีกด้วย เป็นโครงการที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยในทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ทั้งแบบอยู่คนเดียว หรืออยู่เป็นครอบครัวก็ได้ครับ

          สุดท้ายแล้ว ใครที่กำลังดูตลาดผู้เช่าคอนโดทำเลถนนวิทยุ ก็ต้องบอกเลยว่า Scope ของกลุ่มผู้เช่านั้นกว้างมาก แทบจะบอกว่าใครก็ได้เลย แต่ต้องเป็นผู้เช่าที่มีเงื่อนไขสำคัญก็คือ ต้องมีฐานเงินเดือนที่สูงพอสมควร อาจจะต้องมีกำลังจ่ายค่าเช่าในระดับ 20,000 – 30,000 บาท (หากอยากได้ห้องชั้นดี ๆ มีวิวสวย ๆ นะ) อย่างน้อยต้องเป็นระดับผู้จัดการ และที่สำคัญอีกอย่างเลยก็คือ ผู้เช่าควรมีไลฟ์สไตล์แบบใช้ชีวิตติดเมืองครับ จึงจะเหมาะมากกว่า เพราะว่าโครงการ Life One Wireless เป็นโครงการที่มีทำเลใกล้ย่านสยาม ชิดลม ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองที่คับคั่งที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ

          สำหรับใครที่สนใจโครงการ Life One Wireless ตอนนี้ตัวโครงการ Life One Wireless สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เรียบร้อย และอาจเหลือห้องว่างไม่มากเเล้ว ถ้าอยากได้จริง ๆ อาจจะต้องเป็นในส่วนของรอบ Resale แทน ราคาอาจจะสูงกว่าหรือใกล้เคียงกับราคาหน้าโครงการ อันนี้ต้องแล้วแต่วิทยายุทธ์การหาห้องของแต่ละคนเลยว่าจะเสาะหาไปได้ในราคาเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงนี้ราคาก็ยังไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับสิ่งต่าง ๆ ที่เราจะได้รับกลับมา ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง วิว ความครบครันของพื้นที่โดยรอบของ Life One Wireless และในอนาคตอันใกล้นี้ แต่อย่าลืมว่าถึงแม้ราคาจะน่าจับจองแค่ไหนก็ต้องดูความพร้อมของตัวเราเป็นหลักด้วย เข้ามาดูตัวโครงการ Life One Wireless ก่อนว่าเราชอบโครงการ Life One Wireless จริง ๆ หรือเปล่า แต่ถ้ามั่นใจเเล้วว่าอยากได้แน่ ต้องทำเรื่องข้อยื่นกู้กับธนาคาร เตรียมความพร้อมด้านเอกสารให้เรียบร้อย และสามารถติดต่อโครงการ Life One Wireless ได้ทางเว็บไซต์ คลิ๊กที่นี่ ได้เลยครับ

          สำหรับใครที่มองหา ห้องขายมือสองหรือห้องปล่อยเช่าในโครงการ Life One Wireless 

          สามารถเข้าไปดูได้ที่ ZmyHome เว็บไซต์บ้านคอนโดเจ้าของขายเองได้เลยครับ

          และสำหรับรีวิวคอนโด Life One Wireless (ไลฟ์ วัน ไวร์เลส) ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ ใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือพูดคุยกันเกี่ยวกับรีวิวคอนโด Life ๑ Wireless ฉบับนี้ สามารถติดต่อได้ทาง Inbox ของเพจ CondoNewb ได้เลยครับ ทางผู้เขียนพร้อมรับฟังพูดคุยทั้งข้อมูลของตัวโครงการและข้อติชมเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขบทความให้ดียิ่งขึ้นไป ส่วนใครที่รู้สึกว่าอยากอ่านรีวิวคอนโดอื่น ๆ อ่านกันได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราได้เลยครับ

Writen by NewbTay