logo

          เมื่อพูดถึงคอนโดสไตล์รีสอร์ต โครงการภายใต้แบรนด์ HAUS ของแสนสิริ อาจจะเป็นหนึ่งในโครงการที่หลาย ๆ คนนึกถึง ซึ่งวันนี้ CondoNewb จะพาทุกคนไปรีวิวคอนโด Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ทำความรู้จักอีกหนึ่งคอนโดภายใต้แบรนด์ HAUS ที่เพิ่งสร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่ เมื่อไม่นานมานี้ โดยจะพาชมรีวิวคอนโด Kawa HAUS ตั้งแต่ทำเล และพื้นที่โดยรอบโครงการ ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง และห้องที่เราซื้อมาพร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมเราจึงเลือกที่จะมาลงทุนกับโครงการนี้

คาวะ เฮาส์ อาคาร A และอาคาร B

 Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) เป็นคอนโดมิเนียมในตระกูล HAUS ของแสนสิริ โครงการล่าสุดที่เพิ่งสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ซึ่งแน่นอนว่ายังคงคอนเซปต์ของแบรนด์ HAUS ที่อยากให้ลูกบ้านได้รู้สึกเหมือนตัวเองได้พักผ่อน และผ่อนคลายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสไตล์รีสอร์ตแม้จะอยู่ใจกลางเมือง ตาม Motto ที่ว่า “Slowdown Downshift Enjoy Life” ละเมียดละไมกับการใช้ชีวิต..อีกนิด ซึ่งตัวโครงการจัดอยู่ใน Segment คอนโดระดับ High Class เป็นคอนโด Low-Rise ติดคลองพระโขนง และมีการออกแบบตัวอาคาร และพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของโครงการ Kawa HAUS ที่โดดเด่น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากลอนคลื่นของลำต้นไม้ไผ่ และสายน้ำตามชื่อโครงการ Kawa HAUS (Kawa แปลว่าแม่น้ำ) ทำให้ตัวโครงการมีความน่าสนใจ ทั้งในแง่ของทำเลที่ติดคลอง รวมถึงการออกแบบที่ดูดีมีเอกลักษณ์ และน่าสนใจ ถ้าเพื่อน ๆ อยากรู้รายละเอียดของโครงการ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) แล้ว มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

<factsheet/>

วิเคราะห์ทำเล Kawa HAUS

ที่อยู่โครงการ : Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ถนนสุขุมวิท 77 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. 10250

พิกัดบนแผนที่ Google Maps : https://g.page/kawa-haus?share

แผนที่ที่ตั้งคาวะ เฮาส์, KAWA Haus Map

Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 77 หรืออ่อนนุช 1/1 ที่มีความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ที่ทุกคนคุ้นเคย จุดเด่นของทำเลนี้นอกจากจะมีสถานีรถไฟฟ้าสถานีอ่อนนุช ที่อยู่ห่างออกไปจากหน้าปากซอยประมาณ 200 เมตรแล้ว ความสะดวกสบายในการเดินทางของย่านนี้ยังเอื้อต่อการขับรถยนต์ส่วนตัว เพราะสามารถลัดเลาะไปถนนเส้นอื่น ๆ ได้อีก ถือว่าเป็นทำเลที่มีความคล่องตัวสูงมาก

          การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แน่นอนว่าจุดเด่นของทำเลอ่อนนุชนี้ คือ รถไฟฟ้าสถานีอ่อนนุช (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) ที่สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่าง ทองหล่อ, อโศก, ชิดลม หรือสยาม ได้ภายในต่อเดียว ซึ่งทางโครงการ Kawa HAUS จะมี Shuttle Bus จากโครงการมาส่งที่หน้า T77 ให้ลูกบ้านสามารถเดิน หรือนั่งจักรยานยนต์รับจ้างไปขึ้น BTS อ่อนนุชต่อได้ ซึ่งในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้ จะมี Interchange รถไฟฟ้าสายสีเทาเฟส 1 ที่สถานีทองหล่อ (อยู่ห่างจากสถานีอ่อนนุชไป 2 สถานี) ซึ่งสามารถเดินทางไปวัชรพลได้ และรถไฟฟ้าสายสีเทาเฟส 2 ที่สถานีพระโขนง (อยู่ห่างจากสถานีอ่อนนุชไป 1 สถานี) ซึ่งสามารถเดินทางไปท่าพระได้ ทำให้สามารถเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ภายในกรุงเทพฯ ได้หลากหลายมากขึ้นในอนาคต อีกหนึ่งความพิเศษคือสถานีอ่อนนุชเป็นสถานีสุดท้ายที่ไม่ต้องเสียค่าส่วนต่อขยาย อีก 15 บาท ทำให้หลาย ๆ คนเลือกที่จะอยู่ในย่านอ่อนนุช เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

          การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถือว่าสะดวกอยู่พอสมควร เพราะทำเลอ่อนนุชสามารถเดินทางเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทที่สามารถมุ่งหน้าเข้าเมืองได้โดยออกจากซอยสุขุมวิท 71 และ 77 เพื่อไปยังเอกมัย อโศก และทองหล่อ หากจะเดินทางออกนอกเมืองก็สามารถใช้ถนนศรีนครินทร์ที่ใช้เดินทางออกนอกเมือง ไปยังบางนา สมุทรปราการ ลาดกระบัง หรือออกไปชลบุรีได้ นอกจากนี้ ตัวทำเลยังอยู่ใกล้จุดขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ทำให้สามารถไปยังพระรามเก้า, ศรีนครินทร์, ลาดพร้าว, เกษตร-นวมินทร์, รามอินทรา และลำลูกกาได้ แถมยังสามารถใช้เป็นถนนเลี่ยงเมือง เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพมหานครฝั่งเหนืออย่างถนนลาดพร้าว, ถนนเสรีไทย หรือบางกะปิได้ นอกจากนั้น ซอยอ่อนนุชยังสามารถลัดเลาะเชื่อมไปยังซอยข้างเคียงได้ เช่นซอยอ่อนนุช 44 สามารถเชื่อมไปยังซอยวชิรธรรมสาธิต 57 (ซ.สุขุมวิท 101) ได้ด้วยเช่นกัน 

         สำหรับความอุดมสมบูรณ์ในย่านอ่อนนุชนั้น ถือว่าค่อนข้างหลากหลาย และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งจะมีตั้งแต่ตลาดสดและร้านรวงต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร, ร้านขายยา, ร้านตัดผม, ร้านหมอฟัน อยู่เรียงราย ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าสำหรับซื้อของอุปโภคบริโภค ส่วนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่นั้น อาจจะต้องขึ้นรถไฟฟ้าเข้าเมืองไปสักนิด แต่ก็ถือว่ายังสะดวกสบายในการเดินทางอยู่ เพราะขึ้นรถไฟฟ้าเพียงต่อเดียว ก็สามารถไปยัง Gateway เอกมัย, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขาสุขุมวิท-เอกมัย, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ได้ 

          สถานที่ที่น่าสนใจ และกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ย่านอ่อนนุชได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ คือย่านนี้มีโรงเรียนนานาชาติถึง 2 แห่ง คือ Bangkok International Preparatory and Secondary School ที่อยู่ใน T77 และ Wells International School และยังใกล้แหล่งงานหลายแห่งที่มีพนักงานเป็นชาวต่างชาติ ดังนั้นย่านอ่อนนุช จึงกลายเป็นอีกทำเลที่กลายเป็นโลเคชั่นสุดฮิตของชาวต่างชาติที่มาทำงานที่ประเทศไทย 

T77 map, แผนที่ T77

Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ตั้งอยู่ใน T77 เมืองต้นแบบที่เป็นเมกาโปรเจคของแสนสิริ ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 77 หรืออ่อนนุช 1/1 สามารถเดินทางเข้า-ออก ได้สองเส้นทาง คือทางฝั่งอ่อนนุช และฝั่งพระโขนง ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าเมืองได้สะดวก ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สถานี และใกล้ทางด่วน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองมาก ๆ โดยภายใน T77 ก็มีหลากหลายคอนโดมิเนียมในเครือแสนสิริอยู่ในนั้น เช่น Blocs Sukhumvit 77 ที่อยู่ตรงหน้าทางเข ้าฝั่งซ้ายมือ , THE BASE Sukhumvit 77 ที่อยู่หน้าทางเข้าฝั่งขวามือ , THE BASE Park West , THE BASE Park East, hasu HAUS , mori HAUS รวมไปถึงโครงการที่เราจะพาไปรีวิวในวันนี้อย่าง KAWA Haus 

ป้ายรถ Shuttle Bus ใน T77

โครงการ The Base ใน T77

          นอกจากนี้ยังมี 1 โครงการทาวน์เฮาส์ชื่อ Garden Square และอะพาร์ตเมนต ์จากมั่นคงเคหะการ Park Court Grand Apartment มีโรงเรียนนานาชาติอย่าง Bangkok International Preparatory and Secondary School (บางกอกเพรพ) สุดท้ายคือ Habito (ฮาบิโตะ) Community Mall แห่งแรกของแสนสิริอยู่ด้วย ซึ่งมีทั้งร้านรีเทล ร้านอาหาร เปิดให้บริการแก่ลูกบ้านมากมาย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี “Hubba-To” Co-working Space & Artisan Hub by Hubba และสิริ แคมปัส (Siri Campus) ออฟฟิศรูปแบบใหม่ของแสนสิริ ก็อยู่ภายใน T77 ด้วย 

ที่ตั้งของคาวะ เฮาส์ใน T77

สถานที่ใกล้เคียงโครงการ Kawa HAUS (วัดระยะจากหน้าโครงการ Kawa HAUS)

การเดินทางระบบราง

● BTS อ่อนนุช : 1.8 กิโลเมตร

● BTS พระโขนง : 1.9 กิโลเมตร

ตลาดและห้างสรรพสินค้า

● Habito mall : 600 เมตร 

● Big C Extra อ่อนนุช : 1.1 กิโลเมตร

● Tesco Lotus อ่อนนุช : 1.7 กิโลเมตร

● ตลาดอ่อนนุช : 1.1 กิโลเมตร

● W District : 1.6 กิโลเมตร

Century The Movie Plaza อ่อนนุช : 2.1 กิโลเมตร 

● The Phyll : 2.1 กิโลเมตร

● People Park : 1.7 กิโลเมตร

● Hubba-To Co-Working Space : 2 กิโลเมตร

โรงเรียน

● Bangkok International Preparatory and Secondary School : 350 เมตร

● โรงเรียนวัดใต้ (ราษฎรนิรมิต) : 1.3 กิโลเมตร

● Wells International School : 2.2 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

● โรงพยาบาลฟัน สุขุมวิท 77 : 350 กิโลเมตร

● คลินิกเวชกรรมกล้วยน้ำไท สาขาอ่อนนุช : 1.1 กิโลเมตร

● โรงพยาบาลสิรินธร : 13.1 กิโลเมตร

ทำไม CondoNewb จึงตัดสินใจลงทุนในทำเลอ่อนนุช

          ความน่าสนใจของทำเลอ่อนนุชคือ แม้จะเป็นสุขุมวิทตอนปลาย แต่การเดินทางถือว่าสะดวกสบายทั้งคนไทย และคนต่างชาติ สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่าย ๆ และใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ในแง่ของการอยู่อาศัยที่พร้อม และครบครัน แบบที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองบ่อย ๆ ในแง่ของผู้คนนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นชาวชุมชนเดิม เพราะสมัยก่อนย่านอ่อนนุช เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในแนวราบ ทำให้ไม่ได้มีความพลุกพล่าน หรือมีคนนอกพื้นที่เข้ามาอาศัยเยอะเมื่อเทียบกับย่านอื่น ๆ อ่อนนุชไม่ได้เป็นที่สนใจเฉพาะมนุษย์เงินเดือนในไทยเท่านั้น แต่สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็ให้ความสนใจในอ่อนนุชด้วยเช่นกันทั้งเรื่องความอุดมสมบูรณ์และบรรยากาศ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมอย่างโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ในย่านอ่อนนุชถึง 2 แห่ง คือ Bangkok International Preparatory and Secondary School และ Wells International School จึงทำให้ชาวต่างชาติที่มาอยู่ที่ไทยพร้อมครอบครัวเลือกจะอยู่ในทำเลนี้ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางไปเรียนของลูก และเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางไปทำงานของตัวเอง

โครงการ Habito

          ที่สำคัญคือราคาคอนโดมิเนียมในมุมผู้ซื้อและผู้เช่านั้น ค่าเช่าและราคาคอนโดมิเนียมในย่านอ่อนนุชยังถูกกว่าสุขุมวิทตอนต้น เป็นราคาที่พนักงานเงินเดือนและชาวต่างชาติที่ Sensitive เรื่องราคาสามารถจับต้องได้ แม้จะเขยิบออกมาหน่อย แต่ยังเดินทางได้สะดวกสบายอยู่ ทำให้เรามองเห็นถึงศักยภาพของทำเลนี้และเลือกที่จะลงทุน ประกอบกับจำนวนคอนโดมิเนียมในย่านนั้นยังไม่หนาแน่นเมื่อเทียบกับย่านสุขุมวิทตอนต้น อ้างอิงจากบทความเจาะลึกย่านอ่อนนุชของเรา พบว่าคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่เกิดขึ้นในย่านอ่อนนุชคือโครงการ Blocs 77 โครงการ High-Rise จากแสนสิริ ที่เปิดตัวเมื่อปี 2009 และสร้างเสร็จในปี 2011 จำนวนยูนิต 467 ยูนิต หลังจากนั้นก็มีโครงการอื่น ๆ ตามมาทุกปี แต่เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ปีละ 1-2 โครงการ และมีเพียงโครงการเดียวที่จำนวนยูนิตเกิน 1,000 ยูนิต คือ The BASE Sukhumvit 77 โครงการ High-Rise จากแสนสิริ ที่เปิดขายในปี 2011 และโครงการเสร็จในปี 2013 ทั้งหมด 1,227 ยูนิต ส่วนโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ล่าสุดอย่าง Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ที่เราเลือกลงทุนก็มียูนิตอยู่อาศัยเพียง 546 ยูนิต หากเฉลี่ยแบบคร่าว ๆ คอนโดมิเนียมในย่านอ่อนนุชจะมียูนิตอยู่อาศัยเพียง 622 ยูนิตต่อโครงการ ทำให้ Supply ยังไม่เกิน Demand ดังนั้นการลงทุนจึงไม่เสี่ยงมากในแง่ของการลงทุนปล่อยเช่า

          แม้ว่าราคาคอนโดย่านอ่อนนุชจะขึ้นช้ากว่าย่านอื่น ๆ แต่ไม่ได้ถือว่าราคานิ่งจนไม่สามารถคาดหวัง Capital Gain ได้ (ซึ่ง Capi tal Gain ก็จะขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาที่ดินอยู่แล้ว) ยิ่งจะมี Interchange อย่างสายสีเทาเกิดขึ้นในอนาคต อาจจะทำให้ Capital Gain เพิ่มขึ้นเร็วขึ้นกว่าปกติ ซึ่งหากจะลงทุนในช่วงนี้ก็ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยส่งเสริมอย่างโปรโมชันในช่วง COVID-19 ทำให้เราลดต้นทุนในการลงทุนไปได้เยอะมาก ดังนั้นจึงตัดสินใจได้ไม่ยากที่เราจะเลือกลงทุนในย่านนี้

รีวิวคอนโด Kawa HAUS ภาพรวมโครงการ

ทางเข้าโครงการคาวะเฮาส์

          ภาพรวมโครงการ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise ความสูง 7 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 3 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร A B และ C บนที่ดินขนาดประมาณ 6 ไร่ มียูนิตพักอาศัยทั้งหมด 546 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 77 และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ T77 เมืองต้นแบบของแสนสิริ ซึ่งอยู่ห่างจาก BTS สถานีอ่อนนุช 1.8 กิโลเมตร เอกลักษณ์ของโครงการ Kawa HAUS คือการออกแบบตัวอาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความโค้งมนของลำต้นไผ่ และสายน้ำ ที่สำคัญคือ KAWA Haus (คาวะ เฮาส์) เป็นคอนโดมิเนียมอยู่ติดคลองพระโขนง สมกับชื่อโครงการ “Kawa ที่แปลว่าสายน้ำ”  

บรรยากาศอาคาร B โครงการคาวะเฮาส์

          ด้วยความที่ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ตั้งอยู่เกือบในสุดของโครงการ T77 ดังนั้นบรรยากาศจึงเงียบสงบ และมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าโครงการอื่น ๆ ที่อยู่ภายในโครงการ T77 เพราะไม่มีรถคอยวิ่งผ่านเป็นประจำ และไม่ได้อยู่ติดสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลา ซึ่งนี่คือข้อดีสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูงในกรุงเทพมหานคร หรือคนที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่ให้ความรู้สึกว่าได้พักผ่อนจริง ๆ ประกอบกับต้นไม้ที่ทางโครงการ Kawa HAUS ปลูกอยู่รอบ ๆ ตัวอาคาร เสริมด้วยคลองพระโขนงที่ช่วยเพิ่มทัศนียภาพที่สวยงามวิวให้กับลูกบ้าน ก็ทำให้โครงการ Kawa HAUS นี้มีความโดดเด่นมากทีเดียว

คาวะ เฮาส์ วิวริมคลองพระโขนง

วิวสระน้ำคาวะ เฮาส์

          เมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าโครงการ Kawa HAUS เราจะพบกับทางเข้า-ออก ที่มีป้อม รปภ. คอยให้อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน โดยทางเข้าจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนทางออกจะอยู่ฝั่งขวามือ ขนาดเท่าถนน 1 เลน รถไม่สามารถสวนกันได้

ทางเข้าโครงการคาวะ เฮาส์

ทางออกโครงการคาวะ เฮาส์

          สำหรับลูกบ้านที่ไม่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัว ทางโครงการ Kawa HAUS ก็มีทางออกสำหรับลูกบ้านแยกให้ต่างหาก โดยทางออกจะเชื่อมไปกับฟุตปาธยาวทอดไปเรื่อย ๆ ให้ลูกบ้านสามารถเดินเท้าเพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของโครงการ T77 ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุเลยค่ะ 

ทางเดินเท้าเข้าออกคาวะ เฮาส์

ทางเดิเท้าโครงการคาวะ เฮาส์

          เมื่อขับรถเข้ามาถึงทางเข้า จะมีทางแยกสองทาง โดยฝั่งขวามือจะเป็นทางเข้าไปลานจอดรถใต้อาคาร A ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นทางไปจุด Drop Off ด้านหน้า Lobby 

Drop off หน้าโครงการคาวะ เฮาส์

         ซึ่งหากเป็นลูกบ้านก็สามารถเลี้ยวฝั่งซ้ายมือเพื่อเข้าไปจอดรถที่ลานจอดรถบริเวณใต้อาคาร A และ B ได้ หรือถ้าหากที่จอดรถใต้อาคาร A และ B เต็ม ลูกบ้านก็สามารถเลี้ยวขวาไปทาง Drop Off เพื่อเลี้ยวเข้าไปจอดรถที่ลานจอดรถใต้อาคาร C ได้เพิ่มเติมอีก

ที่จอดรถคาวะ เฮาส์ อาคาร A

ที่จอดรถคาวะ เฮาส์ ใต้อาคาร C

          ที่ใต้อาคาร C จะมี EV Charger Station สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และเป็นจุดจอด Smart Move รถยนต์เช่าในโครงการของแสนสิริ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งได้ Haupcar (ฮอปคาร์) มาคอยบริหารจัดการการจองและปล่อยเช่ารถยนต์ในโครงการ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ให้

Smart Move ในโครงการคาวะ เฮาส์

ที่จอดรถยนต์เช่าในคาวะ เฮาส์

          นอกจากนี้อาคาร C ยังเป็นที่จอดรถ Shuttle Bus ของโครงการ Kawa HAUS ที่คอยให้บริการแก่ลูกบ้าน โดยจะส่งให้จนถึงหน้าทางเข้าโครงการ T77 อีกด้วย

Shuttle Bus รับ-ส่งลูกบ้านคาวะ เฮาส์

          สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) จะอยู่กระจาย ๆ ทั่วทั้งโครงการ ซึ่ง CondoNewb จะพาไปดูแต่ละจุดตามลำดับอาคาร ซึ่งเรามาเริ่มกันที่อาคาร A พื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ใกล้อาคาร A คือส่วนของ Co-Working Space และ Co-Kitchen   

ทางเข้า Co-working Space คาวะ เฮาส์

ด้านหน้า Co-working Sapce คาวะ เฮาส์

          โดย Co-Working Space ทางโครงการ Kawa HAUS จะจัดพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน/คุยงานทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม มาอย่างครบถ้วน โดยจะมีทั้งแบบโซฟาครึ่งวงกลม เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยกระจกโค้งกั้นแต่ละส่วนอยู่ถึง 3 จุด

ที่นั่งทำงานในคาวะ เฮาส์

มุมทำงานในคาวะ เฮาส์

          หรือหากเป็นลูกบ้านที่จะมีการประชุมกัน ก็สามารถใช้พื้นที่นั่งทำงานที่เป็นเก้าอี้ยาวได้ โดยมีเก้าอี้สำหรับ 10 ท่าน เตรียมไว้ให้บริการ 

ที่นั่งประชุมคาวะ เฮาส์

          และถ้าหากลูกบ้านมานั่งทำงานคนเดียว หรือมานั่งทำงานในช่วงเวลาสั้น ๆ ทางโครงการ Kawa HAUS ก็เตรียมโต๊ะบาร์พร้อมเก้าอี้ให้นั่งทำงานเดี่ยว ๆ ได้ โดยถัดไปจะเป็นพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์สำนักงาน ซึ่งลูกบ้านสามารถใช้บริการได้ฟรีอีกด้วย

ที่นั่งแบบบาร์สำหรับทำงานในคาวะ เฮาส์

เครื่องถ่ายเอกสารบริการลูกบ้านคาวะ เฮาส์

          ติดกันกับ Co-Working Space ทางด้านซ้ายมือ จะเป็น Co-Kitchen พื้นที่ทำครัวสำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะ โดยจะมีตู้เย็น ตู้แช่ไวน์ และตู้แช่ผักสด พร้อมเคาน์เตอร์ครัวท็อปลายหินอ่อน เตาไฟฟ้า และซิงก์ล้างจานไว้ให้บริการ พร้อมพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ โดยมีโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง 2 ตัว และเก้าอี้อีก 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลาง 

Co-Kitchen Space คาวะ เฮาส์

อุปกรณ์ทำครัวสำหรับลูกบ้านคาวะ เฮาส์

ตู้เย็น และตู้เก็บไวน์ในคาวะ เฮาส์

          ออกมาจาก Co-Working Space และ Co-Kitchen ที่ฝั่งซ้ายมือ เราจะเห็น Sansiri Backyard พื้นที่ปลูกผัก และสมุนไพรที่ทางโครงการ Kawa HAUS ปลูกไว้สำหรับลูกบ้านทุกคนใน ตามแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนและปลอดภัย 

สวนสมุนไพรในคาวะ เฮาส์

สวนสำหรับลูกบ้านคาวะ เฮาส์

Sansiri Backyard

           ย้อนกลับมาด้านหน้า Co-Working Space และ Co-Kitchen ก็จะมีพื้นที่สีเขียวที่เรียกว่า Greenery Deck เป็นพื้นที่สำหรับมานั่งชิลล์รับลม (แต่แนะนำให้ออกมานั่งเล่นในช่วงเย็นนะ เพราะถ้ามาช่วงกลางวันอาจจะโดนเผาได้)

Greenery Deck ของโครงการคาวะเฮาส์

           ขยับมาที่พื้นที่ส่วนกลางอาคาร B เพื่อน ๆ ที่อยู่ตึก A สามารถเดินข้าม KAWA Bridge มาลงที่หน้าอาคาร B เพื่อเข้าใช้ส่วนกลางภายในอาคาร B ซึ่งก็คือ Lounge และ Fitness นั่นเอง

KAWA Bridge ในคาวะ เฮาส์

           ส่วนแรกที่เพื่อน ๆ จะเจอหลังจากเดินลงมาจาก KAWA Bridge คือ Fitness โดยทางโครงการ Kawa HAUS ก็จัดสรรปันส่วนพื้นที่การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องออกกำลังกาย Cardio, มุม Weight Training และ มุมเล่นโยคะ ไปจนถึงมุมไต่เขาจำลอง ที่ตัวเขาจำลองจะหมุนไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ปีนต่อได้เป็นเวลานาน  

ลู่วิ่งคาวะ เฮาส์

เครื่องออกกำลังกายในฟิตเนสของคาวะ เฮาส์

หน้าผาจำลองในคาวะ เฮาส์

มุมเล่นโยคะ ในคาวะ เฮาส์

มุมเวทเทรนนิ่งในคาวะ เฮาส์

พื้นที่โดยส่วนใหญ่ของ Fitness จะเป็นกระจกเปิดโล่งเพื่อให้ลูกบ้านได้ออกกำลังกายและเทควิวคลองพระโขนงด้านนอกไปด้วย

ลู่วิ่งวิวริมน้ำในคาวะ เฮาส์

          พื้นที่ส่วนกลางที่ขยับเข้ามาอีกนิด คือเลานจ์สำหรับนั่งพักผ่อน ซึ่งทางโครงการ Kawa HAUS เลือกใช้หินอ่อนแท้ในการตกแต่ง โดยจุดเด่นคือลายของหินอ่อนที่มีลวดลายเหมือนสายน้ำที่กำลังเคลื่อนไหว พร้อมโซฟาตรงกลาง และมุมนั่งริมกระจกสำหรับคุยงานแบบเป็นส่วนตัว ที่สำคัญคือมีเก้าอี้นวดไฟฟ้าให้บริการด้วยถึง 2 ตัวด้วยกัน

Lounge ของคาวะ เฮาส์

เลานจ์ของคาวะ เฮาส์ ตกแต่งด้วยหินอ่อนแท้

พื้นที่นั่งพูดคุยในคาวะ เฮาส์

เก้าอี้นวดไฟฟ้าสำหรับลูกบ้านคาวะ เฮาส์

          ตรงข้ามกับเลานจ์ ทางโครงการ Kawa HAUS มีการจัดพื้นที่สีเขียว และที่นั่งริมคลองให้ลูกบ้านได้นั่งรับลม พร้อมชมวิวคลองพระโขนงกันได้ตลอดแนวอาคาร B ยาวไปจนเกือบถึงอาคาร C ตรงนี้เป็นมุมที่ผู้เขียนชอบมาก ๆ ในช่วงบ่ายตัวอาคารจะมีเงาทับในส่วนนี้ ทำให้ให้ลูกบ้านมานั่งพักผ่อนกันได้ตั้งแต่ครึ่งวันบ่ายไปจนถึงเย็น ๆ เลย

พื้นที่นั่งเล่นริมน้ำโครงการคาวะ เฮาส์

มุมนั่งเล่นริมน้ำในคาวะ เฮาส์

ทางเดินขนาบริมน้ำในคาวะ เฮาส์

          ซึ่งหากเดินมาอีกสักหน่อย จะพบกับพื้นที่ส่วนกลางอีก 1 จุด คือพื้นที่สำหรับปิ้งย่าง BBQ กลางแจ้ง พื้นที่สำหรับสายปาร์ตี้ปิ้งย่าง ซึ่งจะอยู่ติดกับสระน้ำ ด้านในจะมีเตาปิ้ง และซิงก์ล้างจานไว้ให้บริการด้วย ความพิเศษของมุมนี้คือสามารถปาร์ตี้ไปด้วย ชมวิวคลองพระโขนงไปด้วยได้

มุมปิ้งย่างริมน้ำในคาวะ เฮาส์

เตาและซิงก์ล้างจานของคาวะ เฮาส์

วิวริมน้ำในคาวะ เฮาส์

          สุดท้ายมาถึงส่วนที่ทางโครงการ Kawa HAUS เรียกว่า “The Oasis” ซึ่งก็คือส่วนของสระว่ายน้ำนั่นเอง ซึ่งประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำในรูปทรงฟรีฟอร์ม มีทั้งสระของผู้ใหญ่ และสระว่ายน้ำเด็ก พร้อมอ่างจากุชชี่ ความยาวอยู่ที่ประมาณ 32 เมตร มีทั้งระบบร้อนและระบบเย็น รายล้อมไปด้วยซันเบดไว้ให้ลูกบ้านได้นั่งกินลมชมวิวให้ฟีลรีสอร์ตสุด ๆ 

วิวสระน้ำหันหน้าไปทางอาคาร B ของคาวะ เฮาส์

          ตรงนี้หากสังเกตก็จะเห็น KAWA Bridge ที่สามารถเดินเชื่อมระหว่างพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Fitness และ Lounge ไปยังอาคาร C ได้ เหมาะทำให้ลูกบ้านจากอาคาร C ไปใช้พื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

สระน้ำฟรีฟอร์มใน KAWA Haus

มุมนั่งเล่นริมสระน้ำ KAWA Haus

KAWA Bridge พาดสระน้ำ

มุมนั่งเล่นริมสระน้ำ KAWA Haus

ผังอาคาร & แปลนห้อง Kawa HAUS

Master Plan 1st Floor (ชั้นที่ 1)

          อย่างที่กล่าวไปว่า Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) นั้นแบ่งอาคารพักอาศัยเป็น 3 อาคาร ได้แก่อาคาร A, B และ C (โควตาคนไทยจะอยู่ที่อาคาร A และ C ส่วนอาคาร B เป็นอาคารสำหรับโควตาชาวต่างชาติ แต่คนไทยก็สามารถซื้อได้ค่ะ)โดยทิศใต้ติดกับคลองพระโขนง โดยพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ตรงกลาง แยกออกมาจากอาคารที่อยู่อาศัย เพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้งานได้อย่างทั่วถึง และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน โดยไม่ต้องมีลูกบ้านจากอาคารอื่นเข้ามาที่อาคารของเราเพื่อใช้พื้นที่ส่วนกลาง หากดูจาก Master Plan 1st Floor จะเห็นว่าพื้นที่จอดรถจะอยู่ที่ชั้น 1 และ ชั้นใต้ดิน โดยพื้นที่จอดรถของอาคาร A และ B จะเชื่อมต่อกัน แยกกับพื้นที่จอดรถอาคาร C คิดรวมแล้วสามารถจอดได้ 250 คัน คิดเป็น 45% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)

KAWA Haus Master Plan

          นอกจากพื้นที่จอดรถแล้ว ส่วนของชั้นที่ 1 จะเป็นชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลางหลักอย่าง Lobby Lounge, สระว่ายน้ำ, Fitness, Lounge, โซน BBQ และพื้นที่สีเขียวอื่น ๆ รวมไปถึงจุดนั่งชมวิวคลองพระโขนงด้วย

Master Plan 2nd Floor

          สำหรับชั้นที่ 2 ของ Kawa HAUS จะเป็นชั้นเริ่มต้นสำหรับอาคารที่อยู่อาศัย แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางบางส่วนอย่าง Co-Working Space & Co-Pantry และ Sansiri Backyard ตรงข้ามอาคาร A ที่จะต้องเดินขึ้น KAWA Bridge ขึ้นไป เพื่อเข้าไปใช้ส่วนกลาง โดยอาคารอยู่อาศัยทั้งหมดจะเป็นรูปตัว L ป้องกันการบังวิวกันเอง โดยห้องทางทิศใต้ของอาคาร C,B และ A บางส่วน จะได้วิวคลองพระโขนง แต่สำหรับห้องพักอาศัยอาคาร A ทิศตะวันออกจะไม่ได้วิวคลองพระโขนง แต่ได้วิวพื้นที่สีเขียวจากพื้นที่ส่วนกลาง 

Master Plan ชั้น 2 ของ KAWA Haus

Master Plan 3rd – 7th Floor

          สำหรับชั้นที่ 3-7 เป็นต้นไปจะเป็นยูนิตอยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งแต่ละชั้นจะแตกต่างกันเรื่องขนาดห้องเล็กน้อย โดยห้องแบบ 1 Bedroom แบบ TYPE 1A-1 ขนาด 33.50 – 34.00 ตร.ม. (สีฟ้าอ่อน) จะเป็นประเภทห้องที่มีจำนวนมากที่สุดในโครงการ Kawa HAUS

แปลนชั้น 3 คาวะ เฮาส์

แปลนชั้น 4 KAWA Haus

แปลนชั้น 5 KAWA Haus

แปลนชั้น 6 KAWA Haus

แปลนชั้น 7 KAWA Haus

Unit Type

         Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) มีห้องทั้งหมด 2 ประเภท คือ 1 Bedroom และ 2 Bedroom มีทั้งหมด 4 แบบคือ 1 Bedroom 1 Bathroom 29.75 – 43.75 ตร.ม., 2 Bedroom 1 Bathroom 50.5 – 60 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom 59.75 – 78.75 ตร.ม. และแบบ Villa 54 – 72 ตร.ม. ซึ่งทางโครงการ Kawa HAUS ขายแบบ Fully Fitted มีชุดครัว Built-in พร้อมอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน ภายในห้องนอนจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in หรือ Walk-in Closet (สำหรับบางห้อง) มาให้ พร้อมระบบ Google Assistant ในการสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องอย่าง เปิด-ปิดเพลง, TV, ไฟในห้อง และเครื่องปรับอากาศ 

          ซึ่งวันนี้ CondoNewb นำเอาตัวอย่าง Layout ห้องแต่ละประเภท มาให้เพื่อน ๆ ดูเป็นน้ำจิ้มดังนี้  

1 Bedroom แบบ TYPE 1A-1 ขนาด 33.50 – 34.00 ตร.ม.

1 Bedroom แบบ TYPE 1A-1 ขนาด 33.50 – 34.00 ตร.ม.

          ยูนิตประเภทนี้เป็นแบบยูนิตที่มีเยอะที่สุดในโครงการ Kawa HAUS โดย Layout ห้อง เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับส่วนครัวทันที ซึ่งอยู่ฝั่งขวาหรือซ้ายมือ(แล้วแต่แปลนห้อง) ตรงไปจะเป็นพื้นที่ส่วน Dining Area ตรงเข้าไปจะเป็น Living Area โดยจะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง 4 บาน สูงจากฝ้าจรดพื้น ที่ทางแสนสิริเรียกว่า HAUS Signature The Frame ให้ลูกบ้านสามารถเปิดรับแสงและลมได้อย่างเต็มที่ ให้ฟีลรีสอร์ต นอกจากนี้ยังสามารถเดินทะลุเข้าไป ในส่วนของระเบียงได้ โดยระเบียงของห้องประเภทนี้จะเป็นส่วนเว้าเข้าไปเพียง 1 โค้ง และมีระเบียงเล็กกว่าห้องประเภทอื่น ๆ โดยคอมเพลสเซอร์แอร์ของห้องจะถูกวางแบบแขวนไว้ด้านบน จึงสามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้ โดยไม่ติดคอมเพลสเซอร์แอร์

          ห้องนอนขนาดพอเหมาะสำหรับการวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต แต่แนะนำขนาด 5 ฟุต เพราะจะทำให้เหลือพื้นที่ด้านข้างสำหรับเดินในห้องได้

1 Bedroom แบบ TYPE 1E-2 ขนาด 35.75-36.00 ตร.ม.

1 Bedroom แบบ TYPE 1E-2 ขนาด 35.75-36.00 ตร.ม.

          ห้อง 1 Bedroom ขนาด 35.75-36.00 ตร.ม. Layout ห้อง แล้วจะไม่แตกต่างจากห้องแบบ TYPE 1A-1 มาก โดยส่วนที่แตกต่างคือพื้นส่วนครัวกับส่วนของ Living Area จะมีการกั้นด้วยบานกระจก และหน้าต่างบานกระทุ้งเต็มความสูงก็หายไป โดยจะเป็นกระจกบานเลื่อนกั้น โดยพื้นที่ส่วนระเบียงจะกว้างขึ้นกว่าห้องแบบ TYPE 1A-1 

          อีกหนึ่งความแตกต่างของห้องนอนของห้องแบบนี้ จะกั้นด้วยบานกระจกโดยบานกระจกจะซ่อนเข้าไปในผนัง ทำให้สามารถเปิดห้องนอนออกมาได้เต็มความกว้าง นอกจากนี้ยังมี Walk-in Closet ที่บริเวณหน้าห้องน้ำให้ด้วย 

2 Bedroom แบบ TYPE 2B-2 ขนาด 51.25 ตร.ม.

2 Bedroom แบบ TYPE 2B-2 ขนาด 51.25 ตร.ม.

         ห้องนอนแบบ 2 Bedroom ขนาด 51.25 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกับห้องน้ำ และนอนครัวแบบปิด อยู่ตรงข้ามกัน จะมีการแบ่งฝั่งห้องนอนทั้งสองห้อง โดยมีห้องนั่งเล่นกั้นตรงกลาง โดยระเบียงจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่น และห้องนอนเล็ก ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ในห้องด้วย (แต่สามารถเข้าถึงได้ 2 ทาง จากห้องนอนและส่วนทานอาหาร) และมีหน้าต่างแบบบานกระทุ้ง เพื่อระบายอากาศในห้อง 

          โดยห้องนอนใหญ่เหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต และห้องนอนเล็กเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต 

2 Bedroom แบบ TYPE 2D-2 ขนาด 67.25 ตร.ม.

          ห้องแบบ 2 Bedroom แบบ TYPE 2D-2 จะค่อนข้างแตกต่างจากห้อง 2 Bedroom แบบก่อนหน้าค่อนข้างมาก โดยเมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกันห้องครัวแบบปิด และห้องน้ำเล็ก (ที่สามารถเข้าได้สองทาง จากทั้งห้องนั่งเล่น และห้องนอนเล็ก) โดยพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่กึ่งกลางระหว่างห้องครัวและห้องนอนเล็ก สำหรับระเบียงจะอยู่ตรงพื้นที่นั่งเล่น 

         สำหรับส่วนของห้องนอนใหญ่นั้น ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอนใหญ่จะมีความพิเศษคือมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย และทั้งสองห้องนอนไม่มีระเบียง โดยจะมีแค่กระจกบานกระทุ้งเพื่อเปิดระบายอากาศค่ะ 

2 Bedroom แบบ TYPE 2F-3 ขนาด 60.00 ตร.ม. (ห้องแบบ Villa)

ห้องแบบ Villa ของ KAWA Haus

         สำหรับห้องแบบ Villa จะมีจุดเด่นอยู่ที่ระเบียงที่มีขนาดกว้างมาก ๆ จนสามารถวางเตียงสำหรับนั่งเล่นที่ระเบียงเพื่อชมวิว ชมบรรยากาศได้ แต่จะมีเพียงห้องน้ำเดียว และไม่มีอ่างอาบน้ำ 

พาชมรีวิวคอนโด Kawa HAUS ห้องที่เราซื้อเอง

       สำหรับห้องที่ CondoNewb ซื้อเพื่อลงทุนนั้นมี 2 ขนาด 2 อาคาร คือห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม. อาคาร A และ ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 41.5 ตร.ม. อาคาร C ซึ่งจะให้บรรยากาศที่แตกต่างกันพอสมควร ถ้าพร้อมแล้วไปชมห้องที่เราซื้อไว้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม. อาคาร A

แปลนห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม.

        ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม. อาคาร A จะเป็นห้องประเภทที่มีจำนวนเยอะมากที่สุดในโครงการ Kawa HAUS เมื่อเทียบกับห้องแบบอื่น ๆ เมื่อมาถึงหน้าห้อง เราจะเห็น Digital Door Lock ของ Igloohome โดยทางโครงการ Kawa HAUS ติดตั้งมาให้ทุกยูนิต

Digital Door Lock ในคาวะ เฮาส์

          เมื่อเปิดห้องเข้าไปเราจะพบกับห้องครัวทันที โดยห้องแบบนี้จะไม่ได้ครัวปิดนะคะ โดย Built-in ที่ทางโครงการ Kawa HAUS ติดตั้งมาให้นั้นจะประกอบไปด้วยตู้ยาวจากพื้นจรดเพดาน สำหรับวางเก็บรองเท้า และของใช้ต่าง ๆ ฝั่งติดกับประตู ใกล้กันจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L มีตู้ลอย 2 ตู้ด้านบน

ชุด Built-in ของคาวะ เฮาส์

ตู้ Built-in จากโครงการ KAWA Haus

ชั้นลอย Built-in โครงการ KAWA Haus

ชั้นวางรองเท้า Built-in โครงการคาวะ เฮาส์

          โดยตอนเปิดอาจจะชนกับประตูตู้รองเท้า (ระมัดระวังตอนเปิดนิดนึงนะคะ) โดยทางโครงการ Kawa HAUS ติดตั้งเตาไฟฟ้า พร้อมเครื่องดูดควัน พร้อมใช้งานมาให้แล้ว ส่วนซิงก์ล้างจานจะหันไปทางห้องนั่งเล่น  

ซิงก์ล้างจานในโครงการคาวะ เฮาส์

          สำหรับชั้นด้านล่างของเคาน์เตอร์ครัว จะมีสองช่อง คือช่องที่มีลิ้นชักกับไม่มีลิ้นชัก โดยช่องที่ไม่มีลิ้นชักสามารถถอดไม้ด้านล่างออกออกเพื่อใส่เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าได้ค่ะ 

ตู้ชั้นล่าง Built-in คาวะ เฮาส์

          ขยับไปต่อ จะพบกับส่วนของห้องนั่งเล่น หรือ Living Area ซึ่งค่อนข้างเปิดโล่งด้วยหน้าต่างบานเปิดบานคู่ 2 ชุดเต็มผนังและความสูงจากพื้นจรดเพดานทำให้สามารถรับวิวเมืองจากทิศเหนือของโครงการ Kawa HAUS ได้ ป้องกันความปลอดภัยด้วยการติดตั้งราวกันสูงประมาณเอวไว้ให้ด้วยค่ะ โดยทางโครงการ Kawa HAUS ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และระบบสำหรับติดตั้งทีวีที่ห้องนั่งเล่นไว้ให้ด้วย

หน้าต่างเต็มความสูงของคาวะ เฮาส์

ประตูเข้าระเบียงคาวะ เฮาส์

          เพื่อน ๆ จะเห็นประตูเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับหน้าต่าง โดยประตูนั้นเป็นประตูที่สามารถเดินจากห้องนั่งเล่นทะลุเข้าไปยังระเบียงที่อยู่ติดกับห้องนอนได้โดยที่ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน 

          สำหรับห้องนอนนั้น ทางโครงการ Kawa HAUS จะติดตั้งระบบสำหรับทีวีแขวนผนัง พร้อมตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in พร้อมมีไฟในตู้ติดตั้งมาให้ด้วย

ห้องนอน ขนาด 34 ตร.ม. ของคาวะ เฮาส์

          อีกด้านของห้องนอน ทางโครงการ Kawa HAUS ติดตั้งระบบสำหรับทีวีแขวนผนังมาให้ด้วย

ผนังห้องนอน คาวะ เฮาส์

ตู้เสื้อผ้า Built-in จากโครงการคาวะ เฮาส์

          ในส่วนของห้องน้ำทางโครงการ Kawa HAUS เลือกใช้สุขภัณฑ์ของ Cotto โดยก๊อกน้ำรองรับระบบน้ำร้อนน้ำเย็น โดยลูกบ้านต้องซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งเองนะคะ ความพิเศษคือจะได้กระจกเงาแบบความกว้างเต็มผนัง และมีไฟอัตโนมัติที่จะส่องสว่างเมื่อเลื่อนมือผ่านเซ็นเซอร์ด้วยค่ะ

ห้องน้ำ KAWA Haus

Hand Shower ในโครงการ KAWA Haus

สุขภัณฑ์ของ Cotto ในคาวะ เฮาส์

          ห้องน้ำของ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) จะมีการแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง ด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยมาให้ พร้อมผักบัวอาบน้ำแบบ Hand Shower และ Rain Shower ให้ แม้จะเป็นห้องเล็กก็ตาม

          หากถามเหตุผลในการเลือกซื้อห้องนี้ของ CondoNewb นั้น อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าห้องประเภทนี้นั้นมีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ Kawa HAUS เมื่อเทียบกับห้องประเภทอื่น ๆ และขนาด 34.8 ตร.ม. ก็ถือว่าเป็นขนาดที่เป็นส่วนมากของโครงการ Kawa HAUS ด้วย ดังนั้นในแง่การลงทุนเราอาจจะมีคู่แข่งในการปล่อยเช่าเยอะหน่อย แต่ห้องที่เราได้มานั้น แม้จะไม่ได้วิวคลองพระโขนง หรือสระน้ำส่วนกลาง แต่ห้องของเราอยู่ที่อาคาร A ชั้น 7 และหันหน้าไปทางทิศเหนือ ซึ่งได้เปรียบในเรื่องของวิวที่เปิดโล่ง และความโปร่งของอากาศ นอกจากนั้นยังไม่ร้อนเมื่อเทียบกับทิศอื่น ๆ ที่แสงแดดจะส่องถึงบางช่วงของวัน 

วิวทิศเหนือของคาวะ เฮาส์

         โดยเราสามารถปล่อยเช่าในราคากลางของตลาดปล่อยเช่าได้ แต่เรามีจุดเด่นในเรื่องของวิวที่สอดคล้องกับทิศทาง ที่จะทำให้ดึงดูดใจผู้เช่าที่เป็นหนุ่มสาววัยทำงาน อาศัยอยู่คนเดียว และอยากอยู่คอนโดมิเนียมที่บรรยากาศร่มรื่น และรายล้อมด้วย Community ที่หาได้ยากจากกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีเรื่องพื้นที่ส่วนกลางระดับพรีเมี่ยม ที่สามารถดึงดูดผู้เช่าโครงการอื่น ๆ ใน T77 ให้มาเช่าอยู่อีกด้วย 

1 Bedroom ขนาด 41.5 ตร.ม. อาคาร C

แปลนห้องขนาด 41.5 ตร.ม.

          สำหรับห้องที่สองที่เราเลือกลงทุนนั้น เป็นห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 41.5 ตร.ม. อาคาร C เมื่อเดินเข้าไปในห้องจะพบกับห้องครัวแบบปิด ซึ่งทางโครงการ Kawa HAUS Built-in เคาน์เตอร์ และตู้ลอยด้านบน ตรงข้ามกันเป็นตู้สำหรับเก็บรองเท้า ความสูงจากพื้นจรดเพดานเช่นเดียวกัน และข้าง ๆ ตู้เก็บรองเท้าและของใช้ ทางโครงการ Kawa HAUS เว้นไว้สำหรับใช้วางตู้เย็นค่ะ

ครัว Built-in ห้องขนาด 41.5  ตร.ม.

         เมื่อเข้ามาถึงส่วนของ Living Area แล้วมองย้อนกลับไปที่ส่วนครัวปิด จะเห็น Built-in ตู้เก็บรองเท้า และชั้นลอยอยู่ตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว

พื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาด 41.5 ตร.ม.

          มาถึงส่วน Living Area ของห้องนี้ พื้นที่ค่อนข้างกว้างและเปิดโล่งมากทีเดียว เพราะห้องนี้มีระเบียงติดกับ Living Area เลย ซึ่งกั้นด้วยกระจกบานเลื่อนความสูงเต็มผนัง ทำให้มองเห็นวิวได้จากห้องนั่งเล่น และสามารถเดินไปยังระเบียงได้ โดยไม่ต้องเดินผ่านประตูไปเหมือนห้องเล็ก 

ห้องนั่งเล่น ห้องเปล่า คาวะ เฮาส์

Living Area ของคาวะ เฮาส์

          จากภาพห้องนั่งเล่น เราจะเห็นกระจกบานเลื่อนที่กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น ซึ่งลูกบ้านที่ต้องการความปลอดโปร่ง สามารถเปิดบานกั้นเพื่อรับลมจากระเบียงได้เต็มที่ หรือในวันที่มีแขกก็สามารถดึงประตูกระจกบานเลื่อนนี้กั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวได้ โดยบานกระจกนั้นจะซ่อนไปกับผนังห้องทำให้ไม่เกะกะ และดูเนียนตาเวลาที่เปิดบานกระจก

Bedroom ของคาวะ เฮาส์

ฉากกั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น คาวะ เฮาส์

          ในส่วนของห้องนอนจะเป็นห้องโล่ง ไม่มีตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in ในห้อง เพราะห้องแบบนี้จะมีส่วนของ Walk-in Closet เป็นตู้เสื้อผ้า 2 ฝั่ง ติดกับทางเข้าห้องน้ำเลยค่ะ โดยขนาดของตู้เสื้อผ้าทั้ง 2 ฝั่งนั้น ใหญ่และสูงจรดเพาดานห้อง สาว ๆ ทีรักการแต่งตัวน่าจะถูกใจกันแน่นอน

Walk-in Closet คาวะ เฮาส์

Walk-in Closet KAWA Haus

          ในส่วนของห้องน้ำของ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) นั้นคือ แม้จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน แต่ทางโครงการ Kawa HAUS ก็มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้เช่าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ที่ชื่นชอบการแช่น้ำ ซึ่งก็เอื้อต่อการปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติด้วย สุขภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้นั้นก็เป็นของ Cotto เหมือนกับห้องเล็กทุกประการ พร้อมกระจกมีไฟที่ขึ้นอัตโนมัติเมื่อเลื่อนมือผ่านเซ็นเซอร์ และมีการกั้นส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย  

อ่างอาบน้ำ ใน KAWA Haus

ห้องน้ำคาวะ เฮาส์

          สำหรับห้องใหญ่นั้น เราได้ซื้อห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 41.5 ตร.ม. ที่อาคาร C ชั้น 7 ระเบียงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จุดเด่นของห้องนี้คือวิวที่สามารถมองเห็นทั้งสระว่ายน้ำแบบฟรีฟอร์มที่ทางโครงการทำออกมาได้อย่างสวยงาม พร้อมกับวิวคลองพระโขนงที่เป็นจุดขายของโครงการ ซึ่งวิวแบบนี้นั้นมีไม่มากในโครงการ Kawa HAUS ซึ่งสามารถเป็นจุดขายในการปล่อยเช่า และขายต่อในอนาคตได้

วิวสระน้ำ และริมน้ำ คาวะ เฮาส์

บทวิเคราะห์และแนะนำ Kawa HAUS

ทำไมจึงเลือกลงทุน Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์)? เหตุผลในการเลือกลงทุนใน Kawa HAUS อันดับแรกในเรื่องของความโดดเด่นของตัวโครงการที่อยู่ติดกับคลองพระโขนง ทำให้ลูกบ้านได้วิวริมน้ำที่หาได้ยากในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางแสนสิริก็ทำตัวโครงการ Kawa HAUS ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางออกมาได้อย่างกลมกลืนกับวิวโดยรอบได้เป็นอย่างดี มันจึงช่วยส่งเสริมกัน ทำให้ตัวโครงการ Kawa HAUS นี้โดดเด่นกว่าโครงการก่อนหน้าภายใน T77  

บรรยากาศใน T77

          นอกจากนี้ด้วยความที่ตัวโครงการอยู่ภายใน T77 ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการ Kawa HAUS ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ยังมีบรรยากาศของ Neighborhood ที่มีทั้งชาวต่างชาติ และคนไทย บริเวณโดยรอบมีความสะอาดสะอ้าน สงบเงียบ และปลอดภัยเพราะมีการคัดกรองคนเข้าออกอยู่เสมอ รวมไปถึงถนนหนทาง ก็เหมาะกับการใช้ชีวิต ทั้งการขับรถยนต์ส่วนตัว หรือเดินเท้า ซึ่งหาได้ยากหากจะเช่าคอนโดย่านอ่อนนุชนอก T77 

          หลายคนอาจจะมองว่าการลงทุนปล่อยเช่าโครงการใหม่ในพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยคอนโดมิเนียม จะทำให้ปล่อยเช่าได้ยากหรือเปล่า? แต่ CondoNewb มองว่า นี่คือโอกาสดีในการปล่อยเช่า เพราะค่าเช่าโดยเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมใน T77 ไม่ได้แตกต่างกันมาก ดังนั้นผู้เช่าภายใน T77 ก็สามารถหมุนเวียน เปลี่ยนย้ายโครงการภายในได้โดยไม่ต้องคิดเยอะ และทาง Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) เป็นต่อในเรื่องของความสดใหม่ของห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงวิวริมน้ำด้วย เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียงใน T77

วิวริมคลองพระโขนง คาวะ เฮาส์

Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ถือว่าเป็นคอนโดมิเนียมในระดับ Luxury ดังนั้นวัสดุที่ทางโครงการใช้ จึงค่อนข้างได้มาตรฐานและสามารถใช้ได้เป็นระยะเวลานาน คุ้มค่ากับการซื้อเพื่อลงทุน 

          ต่อมาในเรื่องของทำเล อย่างที่ได้กล่าวไปว่าย่านอ่อนนุชยังไม่หนาแน่นเท่าสุขุมวิทตอนต้น และยังมีศักยภาพในการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และถึงแม้ว่า Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) จะเป็นคอนโด Low-Rise ที่ Capital Gain อาจจะขึ้นช้ากว่า High-Rise แต่ในแง่การลงทุนปล่อยเช่าระยะยาวนั้นสามารถปล่อยเช่าในเรทเดียวกันกับคอนโดแบบ High-Rise ได้ ประกอบกับห้องที่เราซื้อมาเพื่อลงทุนนั้น อยู่ในจุดที่วิวสวยและไม่มีใครบัง มีความคุ้มค่าในตัวของมันเอง ในส่วนนี้จึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก 

          การเลือกตำแหน่งห้องเพื่อลงทุน Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ทาง CondoNewb มองว่าการลงทุนสำหรับปล่อยเช่า และขายต่อในอนาคตเพื่อหวัง Capital Gain นั้น การเลือกตำแหน่งห้องค่อนข้างสำคัญ เพราะเมื่อจะขายต่อ วิวและตำแหน่งห้องจะช่วยให้เราสามารถปล่อยเช่าและขายต่อได้ง่ายขึ้น โดยตำแหน่งห้อง 2 ห้องที่เราซื้อมานั้นจะอยู่ชั้น 6 และชั้น 7 เพื่อหลบการบังวิวในชั้นที่ 2-3 เพราะบริเวณโดยรอบยังเป็นชุมชน จึงจะมีบ้านเรือนความสูง 2-3 ชั้นอยู่ประปราย

          สำหรับห้องใหญ่นั้น เราก็เลือกซื้อห้องที่อยู่ชั้นบน เพื่อให้ได้รับวิวมุมกว้างทั้งวิวสระน้ำ และวิวคลองพระโขนง เพื่อเป็นจุดขายของห้อง แต่เราจะไม่นำจุดนั้นมาเป็นจุดอัพราคาค่าเช่า ไม่ให้ราคาค่าเช่าสูงกว่าราคากลางมากนัก เพื่อให้เราโดดเด่นในตลาดของการปล่อยเช่า (ในกรณีที่ต้องปล่อยเช่าเร็ว) 

ตำแหน่งห้อง คาวะ เฮาส์ที่แนะนำ

แนะนำห้องคาวะ เฮาส์

          อัตราค่าตอบแทนในการลงทุนทั้ง Rental Yield และ Capital Gain ในการลงทุน Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) นั้นเราคาดหวังว่าจะได้ Rental Yield อยู่ที่ 4% ปลาย ๆ จนถึง 5% ซึ่งเราได้ห้องจาก Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ทั้งสองห้องมา ในราคาโปรโมชันช่วง COVID-19 จึงทำให้เราได้ราคาที่ดีพอสมควร และสามารถทำ Yield ในอัตราที่เราต้องการได้ ในส่วนของ Capital Gain นั้น เราสามารถคาดหวังว่ามันจะเติบโตขึ้นในอนาคตเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเทาที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ เช่น ห้างสรรพสินค้า และสถานที่อำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ทำให้เรามั่นใจและเลือกที่จะลงทุนที่ Kawa HAUS

          สำหรับราคาปล่อยเช่าห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.0 ตร.ม. เราคาดหวังว่าจะปล่อยเช่าอยู่ที่เดือนละ 19,000 บาท ซึ่งเป็นราคาในเกณฑ์กลาง ๆ แต่มีจุดเด่นอยู่ที่ความครบครันของเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เน้นพร้อมเข้าอยู่ และมีจุดเด่นกว่าคู่แข่งในเรื่องของวิวที่เปิดโล่ง แม้จะไม่ใช่วิวริมน้ำก็ตาม    

          สำหรับราคาปล่อยเช่าห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 42.5 ตร.ม. นั้น เราตั้งราคาปล่อยเช่าอยู่ที่เดือนละ 28,000-29,000 บาท/เดือน โดยยังยึดราคากลาง เพื่อไม่ให้ราคาแพงเกินไป แต่ยังมีจุดเด่นเป็นวิวที่ได้ทั้งวิวสระน้ำ และวิวริมน้ำ ซึ่งส่งเสริมบรรยากาศความเป็นรีสอร์ตให้กับตัวห้องเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการตกแต่ง และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครันพร้อมอยู่เช่นเดิม

สรุปรีวิวคอนโด Kawa HAUS

ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ

 Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 77 หรืออ่อนนุช 1/1 โดยตัว T77 โครงการอยู่ห่างจาก BTS อ่อนนุช ประมาณ 650 เมตร แต่ถ้าหากนับจากหน้าโครงการ จะอยู่ห่างจาก BTS อ่อนนุชประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งทางโครงการจะมีรถ Shuttle Bus รับ-ส่งจากด้านหน้า T77 ไปยังโครงการ และจากโครงการยังหน้า T77 เพื่อให้ลูกบ้านได้เดินทางต่อ โดยหน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการถึงสถานี BTS ให้ลูกบ้านสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่าง ทองหล่อ, อโศก, ชิดลม หรือสยาม ได้ภายในต่อเดียว อีกความน่าสนใจของทำเลนี้คือ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทา ซึ่งเฟส 1 จะเป็น Interchange ที่สถานีทองหล่อ (อยู่ห่างจากสถานี BTS อ่อนนุชไป 2 สถานี) มุ่งหน้าไปวัชรพล และเฟส 2 ที่สถานีพระโขนง (อยู่ห่างจากสถานี BTS อ่อนนุชไป 1 สถานี) มุ่งหน้าไปท่าพระ ซึ่งจะทำให้การเดินทางสะดวกสบาย และสามารถเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ภายในกรุงเทพได้กว้างมากขึ้น จากจุด ๆ เดียวคือ BTS อ่อนนุช  

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

          ทำเลอ่อนนุชสามารถเดินทางเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทที่มุ่งหน้าเข้าเมืองได้ โดยออกจากซอยสุขุมวิท 71 และ 77 เพื่อมุ่งหน้าไปทางเอกมัย, อโศก และทองหล่อ นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางออกนอกเมืองด้วยการใช้ถนนศรีนครินทร์ ไปยังบางนา, สมุทรปราการ, ลาดกระบัง หรือออกไปชลบุรีได้จากทางด่วนบูรพาวิถี อีกทั้งยังอยู่ใกล้จุดขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ซึ่งจะมุ่งหน้าไปยัง พระรามเก้า ศรีนครินทร์ ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ รามอินทรา และลำลูกกาได้ 

ความอุดมสมบูรณ์

          ย่านอ่อนนุชมีความอุดมสมบูรณ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย เริ่มด้วยความอุดมสมบูรณ์ในการจับจ่ายใช้สอย โดยมีตั้งแต่ตลาดสด และร้านรวงท้องถิ่นต่าง ๆ เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง ในส่วนของห้างสรรพสินค้านั้น ที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Big C Extra อ่อนนุช ที่อยู่เยื้อง ๆ ด้านหน้า T77 แต่สำหรับห้างสรรพสินค้าขนาดไหน ขึ้นรถไฟฟ้าไปไม่กี่สถานีก็สามารถไปยัง Gateway เอกมัย, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขาสุขุมวิท-เอกมัย, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ได้ อีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลอ่อนนุชทำให้ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในย่านอ่อนนุชนอกเหนือจากอาคารสำนักงาน คือโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ในย่านนี้ถึง 2 ที่ คือ Bangkok International Preparatory and Secondary School ที่อยู่ใน T77 และ Wells International School ซึ่งทำให้ชาวต่างที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัว เลือกลงหลักปักฐานที่ย่านนี้ 

สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลาง

          สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) นั้น ไม่ได้ถือว่าหวือหวาอะไร มีมาให้แบบพอมีพอใช้ ไม่ว่าจะเป็น Co-working Space, Co-Kitchen, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, มุมบาร์บีคิว, สวนสมุนไพร, EV charging station และเลาจน์ แต่พื้นที่ส่วนกลางของ Kawa HAUS มีการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน และกระจายทั่วโครงการ ทำให้ไม่มีอาคารไหนรู้สึกว่าตัวเองอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ส่วนกลางมากเกินไป สามารถเดินทางมาใช้ได้อย่างสบาย ๆ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนอยู่รีสอร์ตตลอดเวลา ซึ่งช่วยส่งเสริมให้โครงการดูโดดเด่น และสร้างความประทับใจได้ทุกครั้งเวลาไปเยี่ยมชม (จนตัดสินใจซื้อมาลงทุน)

การออกแบบ

 Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ต้องการให้ลูกบ้านได้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนริมน้ำท่ามกลางธรรมชาติทุกวัน ดังนั้นการออกแบบตัวโครงการจึงค่อนข้างสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ตัวอาคารที่เป็นเส้นโค้ง ลักษณะคล้ายคลื่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไผ่ เพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้ลูกบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศแบบรีสอร์ตท่ามกลางสายน้ำและต้นไผ่ ตามชื่อโครงการที่ “Kawa” แปลว่า “สายน้ำ” นอกจากนี้ยังมี Kawa Bridge สะพานที่ใช้เดินเชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ ของโครงการ โดยมีสองจุดคือ บริเวณจากตรงกลางโครงการไปยังพื้นที่ส่วนกลางบริเวณอาคาร A และสะพานที่พาดข้ามสระน้ำ จากฟิตเนสและเลาจน์ ไปยังอาคาร C นอกจากนี้ยังมี Bamboo Cabana สีส้ม ที่ประดับตกแต่งในส่วน The Oasis (บริเวณรอบสระน้ำทั้งหมด) ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่น ตัดกับสีฟ้าสดใสของสระว่ายน้ำลักษณะฟรีฟอร์ม ทำให้วิวสระน้ำสวยสะดุดตาทุกครั้งที่มอง

การเลือกห้อง

           เนื่องจาก Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low-Rise และชั้นสำหรับอยู่อาศัยมีเพียง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร โดยทางโครงการ Kawa HAUS วางอาคารเหลื่อม ๆ กัน ทำให้มีการบล็อกวิวกันน้อย โดยอาคารที่จะได้วิวริมน้ำ และวิวสระน้ำคืออาคาร C และอาคาร B บางส่วน นอกจากนั้นจะเป็นวิวพื้นที่สีเขียว และวิวเมือง บางส่วนระเบียงก็หันหน้าเข้า T77 ซึ่งก็จะให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป

          สำหรับการเลือกห้องเพื่อปล่อยเช่านั้น วิวริมน้ำ และวิวสระน้ำค่อนข้างสำคัญ เพราะถือว่าเป็นจุดขายของทางโครงการ Kawa HAUS และวิวนี้จะมีส่วนสำหรับการขายต่อด้วย ดังนั้นการเลือกซื้อห้องเพื่อลงทุน CondoNewb ก็ขอแนะนำให้เลือกห้องที่หันไปทางทิศใต้ และตะวันออกของอาคาร C เพราะจะสามารถได้วิวจากทั้งสระน้ำ และคลองพระโขนง แต่แนะนำให้เลือกเป็นห้องนอนแบบ 1 Bedroom เพราะจะสามารถปล่อยเช่าได้ง่ายและรวดเร็วกว่า 

ภาพรวม

  Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ไม่ใช่คอนโดมิเนียมที่มีจุดเด่นในเรื่องการทำเลที่อยู่ติดรถไฟฟ้า แต่เน้นบรรยากาศของ Neighborhood ที่สงบ สะอาด ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และครบครัน มีทั้งแหล่งอุปโภค บริโภค ไปจนถึงโรงเรียน รวมทั้งพื้นที่ให้ลูกบ้านได้ออกมาวิ่งออกกำลังกาย สร้างสังคมภายในคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ภายใน T77 ซึ่งหาได้ยากในทำเลอื่น ๆ รอบกรุงเทพ หรือแม้แต่ทำเลอ่อนนุชด้วยกันเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) จะเป็นคอนโดมิเนียมที่เอื้อต่อคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพียงเท่านั้น เพราะทางโครงการ Kawa HAUS ก็มีการอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ลูกบ้านที่เดินทางขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกสบายเช่นเดียวกัน และที่สำคัญแม้ทำเลอ่อนนุชจะเขยิบออกมาจากสุขุมวิทตอนกลาง แต่การเดินทางเข้าเมืองก็ยังถือว่าเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และไม่ยุ่งยาก เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS เพียงต่อเดียวเท่านั้น ซึ่งนี่คือความเฉพาะตัวของ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ที่ทำให้โครงการนี้มีความน่าสนใจ และแตกต่างจากคอนโดมิเนียมอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร 

          ตัวโครงการ Kawa HAUS เองก็โดดเด่นต่างจากพี่น้องในตระกูล Haus ในแง่ของการออกแบบ และการวางอาคารให้สามารถรับวิวที่แตกต่างกันได้ พร้อมกับเอกลักษณ์อย่าง HAUS Signature The Frame หน้าต่างบานพับความสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน และพื้นที่ส่วนระเบียงที่เป็นเส้นโค้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นไผ่ ซึ่งแสดงถึงความเคลื่อนไหวท่ามกลางธรรมชาติ ให้ลูกบ้านได้รับวิวจากธรรมชาติอย่างพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ และริมน้ำคลองพระโชนง 

 Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) เหมาะกับใคร? ถ้าคุณคือคนที่ทำงานใจกลางเมือง แต่อยากให้ชีวิตสามารถปิดโหมด On-Off ได้ในทุกวัน อยากได้คอนโดมิเนียมที่เงียบสงบ สามารถพักผ่อนได้เต็มที่ในวันหยุด และได้บรรยากาศเปิดโล่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ Kawa HAUS คือคอนโดมิเนียมที่คุณมองหาอยู่ นอกเหนือจากนั้น Kawa HAUS ยังเป็นคอนโดมิเนียมที่ให้มากกว่าคอนโดมิเนียม เพราะคุณจะได้สังคมที่มีความเงียบสงบ และมีความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเพราะ Kawa HAUS อยู่ภายใน T77 เมืองเล็ก ๆ ที่เป็นเมืองต้นแบบของแสนสิริ ซึ่งคุณสามารถมาวิ่งออกกำลังกายนอกโครงการได้ ไม่จำเป็นต้องพักผ่อนอยู่อาศัยแค่ในตัวโครงการของตัวเอง ทำให้คุณได้มีพื้นที่ในการพักผ่อนที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าแค่อยู่ในคอนโดมิเนียม

 Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ในมุมมองการลงทุน อย่างที่กล่าวไปข้างต้นในเรื่องที่ว่า Kawa HAUS เหมาะกับใคร เราอาจจะรู้สึกว่าในแงของการลงทุน อาจจะลงทุนได้ยากกว่าคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดรถไฟฟ้า แต่หากเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปเดินเล่นใน T77 เพื่อน ๆ จะเห็นถึงกลุ่มผู้เช่าอีกกลุ่ม เช่น ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย กลุ่มชาวต่างชาติที่มาอยู่อาศัยที่ไทยพร้อมกับครอบครัว, พนักงานแสนสิริ (เพราะด้านใน T77 มีสิริแคมปัส สำนักงานรองของแสนสิริ) และพนักงานที่ต้องทำงานในย่านใจกลางเมืองที่มีกำลังในการเช่าประมาณหนึ่ง ดังนั้นการลงทุนใน Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) จึงอาจจะไม่ได้ยากอย่างที่ทุกคนคิด 

          สำหรับใครที่สนใจ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) ตอนนี้ทางโครงการอยู่ในช่วงสร้างเสร็จพร้อมอยู่ และมีลูกบ้านทยอยเข้าอยู่อาศัยแล้ว และทางโครงการเหลือห้องอีกไม่มาก เพื่อน ๆ สามารถเข้าดูยูนิตที่ยังเหลืออยู่ได้ที่เว็บไซต์ทางการของแสนสิริ เพื่อเลือกยูนิตที่สนใจได้ และช่วงนี้ยังมีโปรโมชันมากมาย เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปสอบถามกับโครงการได้เลยค่ะ 

          สำหรับใครที่มองหา ห้องขายมือสองหรือห้องปล่อยเช่าในโครงการ Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์)  

          สามารถเข้าไปดูได้ที่ ZmyHome เว็บไซต์บ้านคอนโดเจ้าของขายเองได้เลยค่ะ

          สำหรับรีวิวคอนโด Kawa HAUS (คาวะ เฮาส์) พร้อมบทวิเคราะห์จาก CondoNewb ในมุมมองของผู้ซื้อ และลงทุนเอง หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความรู้ และมุมมองที่แตกต่างออกไป เพื่อไปใช้ในการตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียมและการลงทุนทั้งในโครงการ Kawa HAUS เองและโครงการอื่น ๆ ในอนาคตนะคะ เพื่อน ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือหากมีข้อสงสัยสามารถอินบ็อกซ์สอบถามได้ที่เฟซบุ๊คเพจ CondoNewb หรือช่องทางต่าง ๆ ของ CondoNewb นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถอ่านบทความพรีวิว รีวิวคอนโด และบทความสารพันปัญหาเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเรา โดยจะมีบทความอัพเดททุกวันแน่นอนค่ะ ในครั้งหน้า CondoNewb จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับโครงการไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ แล้วกันใหม่บทความหน้าค่ะ 

Written by NewbMind