logo

          เหล่าคราบหินปูน ปัญหากวนใจของเหล่าบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านเพอร์เฟคชั่นนิสเพราะไม่ว่าจะดูแลเนี้ยบแค่ไหน แต่ปัญหานี้เกิดตามซอกหลืบก็ยังตามมากวนใจให้มีงานต้องทำอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องหรือสุขภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะมีราคาแพงแสนแพงเพียงใด ก็มักจะสวยสดเหมือนใหม่แกะกล่อง อยู่เพียงแค่ 3-4 เดือน หลังเริ่มใช้งาน หลังจากนั้นพื้นก็มักจะมีคราบขาวๆ น่าเกลียดๆ ขึ้นเป็นฝ้าเต็มไปหมด จนหลายคนต้องลงทุนไปหาซื้อน้ำยากำจัดคราบ ราคาแพงๆ ตามคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ มาเพียงเพื่อต้องการลบภาพกวนตามบาดใจดังกล่าว แต่แท้ที่จริงแล้วยังมีวิธีการดูแลที่ แสนเรียบง่าย ประหยัดทั้งเงินและเวลาอื่น ๆ อีกมากที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลเห็นผลได้จริงไม่จกตา จึงเป็นที่มาของสาระความรู้ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ วิธีดูแลปัญหาคราบหินปูนห้องน้ำ คราบหินปูนกระเบื้อง ที่ไม่เปลืองแรง แถมยังมีเงินเหลือ ของเราในวันนี้

คราบหินปูนเกิดจากสาเหตุใด

          เหล่าคราบหินปูนตามพื้นผิววัสดุ ภาชนะต่างๆ ที่มีการสัมผัสน้ำอยู่เป็นประจำไม่ว่าจะ ในห้องครัวหรือห้องน้ำ เกิดจากแร่ธาตุที่ปะปนอยู่ในน้ำประปาซึ่งมักมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้น้ำบาดาล จึงทำให้น้ำมีความกระด้างสูงและก่อให้เกิดคราบ รวมถึงรอยด่างขาวค้างคาตา ตามอ่างล้างหน้า เคาน์เตอร์อ่างล้างจาน หรือตามพื้นผิวกระเบื้องเคลือบต่างๆ หรือแม้แต่คราบสีเหลืองน่ารังเกียจอันเกิดจากการตกตะกอนของเหงื่อและขี้ไคลบนร่างกายเรา ก็ถูกเรียกรวมว่าคราบหินปูนสะสมเช่นกัน สะสมนานวันเข้าก็เกิดเป็นคราบลึกแลดูไม่สวยสดงดงาม ทำลายภาพลักษณ์ของเจ้าของบ้านเมื่อเวลามีแขกมาเยือน และพบเห็นรอยคราบด่างขาวหรือเหลืองหมองเกรอะกรังอยู่ ทั่วไปตามพื้นที่เปียกต่าง ๆ ในบ้าน 

          นอกจากจะก่อความรำคาญทางสายตาแล้ว เจ้าคราบบนพื้นที่เปียก หรือข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำห้องครัวเหล่านั้น ยังอาจก่อปัญหาสุขภาพให้กับคุณได้ เพราะคราบเหล่านั้นสามารถเก็บสะสมความชื้นได้ง่ายเป็นเหมือนที่อยู่อาศัยหลบซ่อนของเจ้าเชื้อโรค เชื้อรา สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ต่างๆ ตามที่อับชื้นได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น เชื้ออีโคไล (Escherichia Coli) ที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง เชื้อโรคกลุ่มสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) ที่เป็นสาเหตุก่อโรคอาการทางผิวหนัง เชื้อมัยโคแบคทีเรีย (Mycobacteria Avium) ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอแหบ หายใจลำบาก เป็นต้น 

          และบ่อยครั้งคราบเหล่านั้นยังอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดอุบัติเหตุอันตรายจากการลื่นล้มในห้องครัวหรือห้องน้ำได้ หากไม่ระมัดระวัง ทำให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

          แม้ว่าการดูแลป้องกันจะสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างเช่นการเช็ดบริเวณที่เปียกให้แห้งอยู่เสมอๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบขาว เหลืองหรือหินปูนฝังลึกสะสมขึ้น ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่ปล่อยค้างไว้นานจนกลายเป็น คราบเกาะติดพื้นผิวชั้นลึกจนเช็ดอย่างไรก็ไม่หายแล้วละก็ ลองติดตามวิธี ในบ้านได้ง่าย ๆ ที่เรานำเสนอกัน

คราบหินปูน

ขอบคุณภาพจาก : www.globalhouse.com

อุปกรณ์สำหรับขจัดคราบหินปูนบนพื้นกระเบื้อง และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ

          เหล่าคราบหินปูนมีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำความสะอาดได้โดยใช้กรดละลาย กรดที่ใช้กันและหาซื้อง่ายราคาถูกก็คือ น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูนั่นเอง แต่หากคราบมีการฝังตัวแน่นหรือกินอาณาบริเวณที่กว้าง อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำหรือที่เรียกกันติดปากว่าน้ำยาขัดห้องน้ำ ซึ่งมีส่วนผสมของกรดเกลือ hydrochloric acid มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ยี่ห้อ ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาและทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องในห้องน้ำโดยเฉพาะหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ได้อย่างสะดวกง่ายดาย

          ซึ่งในที่นี้จะขอแนะนำขั้นตอนทำความสะอาดทั้งวิธีธรรมชาติ รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ซึ่งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นดังต่อไปนี้ 

- น้ำมะนาว หรือ น้ำส้มสายชู 

- น้ำอัดลมที่มีส่วนผสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

- ผงฟู เบกกิ้งโซดา

- ผงคลอรีน

- น้ำมันก๊าด, น้ำยาสเตคลีน หรือ บรัสโซ

- น้ำยาล้างจาน

- ขวดสเปรย์

- แปรงสีฟัน หรือแปรงสำหรับซอกซอนทำความสะอาดตามซอกมุม เกรียง หรือ ไม้ขูดคราบฝังแน่น

- ผ้าสะอาด ถุงมือรองเท้ายาง อุปกรณ์ป้องกันการสัมผัสสารเคมี และแว่นตาป้องกันการกระเด็น  

- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์

วิธีการทำความสะอาดคราบหินปูนบนกระเบื้องรูปแบบต่างๆ

         เหล่าคราบหินปูนหรือคราบหมักหมมจากเหงื่อใครและสิ่งปฏิกูล สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทุกบริเวณผิวสัมผัสที่เปียกหรือมีความชื้นสูง ซึ่งมีเทคนิควิธีการในการดูแลที่หลากหลายตามแต่สภาพพื้นผิวและประเภทของคราบหินปูนที่พบ ซึ่งมีข้อแนะนำดังต่อไปนี้ 

วิธีกําจัดคราบหินปูนที่ไม่มาก บนกระเบื้องบนพื้นผิวราบเรียบ

          เริ่มต้นจากวิธีการธรรมชาติ ด้วยการผสมน้ำมะนาวหรือส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาในอัตราส่วนที่เท่ากันใส่ในขวดสเปรย์ ฉีดพ่นบนคราบและร่องพื้นกระเบื้อง รวมไปถึงขอบสุขภัณฑ์ต่างๆ ให้หมาดๆ ทั่วถึง หินปูน ไม่ถูกกับกรด ดังนั้น น้ำส้มสายชู จึงมีฤทธิ์ขจัดสลาย คราบที่ติดฝังตามขอบกระเบื้อง ก๊อกน้ำ ฝักบัว และบริเวณพื้นผิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี หากพบว่ามีคราบหนา สามารถให้ใช้เกรียงหรือช้อนแซะออกก่อน จากนั้นขัดคราบออกด้วยแปรงสีฟันเก่า หรือแปรงที่มีหัวเล็กๆ ให้ทั่วทุกจุด ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเพื่อขจัดคราบหินปูนสะสมฝังลึกในระยะยาว คุณยังสามารถใช้สเปรย์ที่ผสมนี้ฉีดลงบนบริเวณพื้นผิวเคาน์เตอร์ทุกครั้งหลังอาบน้ำเพื่อเป็นการป้องกัน

วิธีขจัดคราบหินปูนในบริเวณร่องระหว่างกระเบื้อง

          สำหรับคราบสกปรกที่เกาะอยู่บริเวณซอกระหว่างพื้นกระเบื้องห้องน้ำ ให้ใช้ผงฟู (เบคกิ้งพาวเดอร์) ผสมเข้ากับน้ำอุ่น จากนั้นป้ายลงบนปูนยาแนวที่เป็นคราบ แล้วใช้แปรงสีฟันเก่าขัด ทิ้งไว้ 10 นาที ค่อยๆแซะแผ่นหินปูนออกอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ได้ยาแนวหลุดมาด้วยได้ จากนั้นใช้ผ้าที่เปียกพอหมาดเช็ดออก ปิดท้ายด้วยการใช้สเปรย์ที่ผสมน้ำส้มสายชูและน้ำตามวิธีข้างต้นพ่นลงบนปูนยาแนวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบใหม่ขึ้น

วิธีกําจัดคราบหินปูนบนกระเบื้องที่ฝังตัวแน่น หรือบนพื้นผิวไม่เรียบ

          สำหรับคราบหินปูนห้องน้ำ โดยเฉพาะบริเวณตามร่องกระเบื้อง ที่เกาะฝังตัวแน่น ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ยี่ห้อใดก็ได้ หยดน้ำยาเพียงเล็กน้อยลงบนคราบที่หนาแน่น คราบจะฟู่เป็นฟองขาว จากนั้นให้ใช้แปรงหรือใยขัดขัดให้เกลี้ยง ทำไปทีละน้อย เสร็จแล้วใช้น้ำยาล้างจานราดที่ขัดไว้ เพราะน้ำยาล้างจานเป็นด่างมันจะทำให้กรดเป็นกลางหมดฤทธิ์ไป แล้วล้างด้วยน้ำเยอะๆให้สะอาด เช็ดพื้นให้แห้ง อย่าให้มันแห้งไปเอง

 

          ข้อควรระวังคือต้องมั่นใจว่า พื้นที่ ที่จะใช้น้ำยาเคมีนั้น มีอากาศถ่ายเทหมุนเวียนได้อย่างเหมาะสม และระมัดระวังอย่างให้น้ำยาเหล่านั้นกระเด็นสัมผัสดวงตา รวมถึงควรสวมถุงมือหรือเครื่องป้องกันอันตรายจากการสัมผัสเคมีภัณฑ์เหล่านั้นทุกครั้ง เพราะน้ำยาขจัดคราบดังกล่าวมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง หากไม่ระมัดระวัง อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังที่สัมผัสโดนได้ หากมีอาการแพ้สารเคมีที่ใช้ทำความสะอาดอย่างรุนแรง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดนาน ๆ อย่างน้อย 15 นาที หากสารเคมีกระเด็นสัมผัสเยื้อบุตา ควรล้างตาด้วยน้ำนาน ๑๕ นาที่ โดยการ เปิดน้ำก๊อกไหลรินค่อย ๆ แล้วควรรีบไปพบแพทย์

www.kanjanasub.com

ขอบคุณภาพจาก : www.kanjanasub.com

 

วิธีกําจัดคราบหินปูนบนพื้นผิวไม่เรียบ

          สำหรับสุขภัณฑ์อย่างชักโครก ฝักบัว หรืออ่างอาบน้ำ คุณสามารถใช้ผ้าชุบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์เช็ดตามคราบ ทิ้งไว้สักครู่ก่อนเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้งเพื่อป้องกันคราบน้ำ รวมไปถึงความชื้นที่เป็นสาเหตุให้สุขภัณฑ์สะสมเชื้อโรคและสิ่งสกปรก

นอกจากคราบหินปูนห้องน้ำ กระเบื้องต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีคราบหินปูนที่มักแฝงตัวอยู่ตาม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านอีกมากมาย ซึ่งวิธีการดูแลมีดังนี้ 

วิธีกําจัดคราบเหลืองบริเวณสุขภัณฑ์

          บริเวณในโถสุขภัณฑ์หรือรอบนอก มักเกิดคราบสีเหลือง ก่อตัวคล้ายฟิล์มเคลือบอยู่ ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่ไม่น่าดูโดยเฉพาะสำหรับผู้มาเยือน วิธีการขจัดคราบเหล่านั้น อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำทั่วไปราดทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วขัดด้วยแปรงทำความสะอาดเบา ๆ หรืออีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์มาระยะหนึ่ง และหลายคนยังสงสัยข้องใจว่าได้ผลจริงหรือไม่ นั่นก็คือการใช้น้ำอัดลมเทราด บริเวณสุขภัณฑ์ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้สารที่เป็นกรดทำปฏิกิริยากำจัดคราบสกปรกได้อย่างหมดจด และปลอดภัย 

วิธีกำจัดคราบตกค้างที่ขอบสะดืออ่างชำระล้าง

         อ่างน้ำหรือพื้นที่ชำระล้างมือเป็นบริเวณที่สัมผัสน้ำอยู่ตลอดการใช้งานจึงเป็นอีกจุดที่มักเกิดหินปูนหรือคราบหมักหมมก่อตัวได้ง่าย สามารถใช้น้ำส้มสายชูที่ผสมกับ เบกกิ้งโซดา ในอัตราส่วนเท่าๆ กัน มาใช้ทำความสะอาดได้เช่นกัน หากมีคราบเกาะแน่นหนามาก ให้ทดลองใช้ผงคลอรีนสำหรับฆ่าเชื้อในน้ำ นำมาละลายน้ำเจือจาง 1 ต่อ 5 แล้วราดทิ้งไว้บริเวณนั้นประมาณ 10 นาที จากนั้นนำเครื่องมือ เช่น เกรียง หรือไขควงปากแบน ค่อยๆแซะออกอย่างเบามือ ที่สำคัญควรสวมใส่ถุงมือป้องกันทุกครั้งเพราะ คลอรีน มีฤทธิ์การกัดกร่อนสูงเช่นกัน

 

วิธีกำจัดคราบไขมันและสบู่ที่อ่างอาบน้ำ

          เช่นเดียวกับ สุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำเป็นพื้นผิวที่มีคราบไขมันของสบู่และคราบเหงื่อไคลเกาะติดได้ง่าย วิธีการดูแลก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำมันก๊าด ถูกให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ คราบไขมันก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย หรืออาจใช้ผงซักฟอกผสมน้ำโซดาเทราดและขัดออกเบาๆ ล้างน้ำสะอาดตามอีกหลาย ๆ รอบ เพื่อป้องกันการลื่นล้ม เท่านี้อ่างอาบน้ำคุณก็จะสดใสแวววาวกลับมาได้อีกครั้ง

คราบหินปูน 02

ขอบคุณภาพจาก : www.globalhouse.com

วิธีกำจัดคราบหินปูนตกค้างที่ฝักบัว

          ฝักบัวก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ของใช้ในบ้านที่มักมี ตะกอนหินปูนเกาะอยู่หนาแน่น จนบางครั้งไปอุดตัน ทำให้น้ำไหลเบา ยิ่งถ้าเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีแรงดันน้ำไม่เพียงพอแล้วละก็ ทำให้เสียความรู้สึกในการอาบน้ำชำระล้างร่างกายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งวิธีทำความสะอาดคราบหินปูนที่ฟันบัวก็แค่ถอดหัวฝักบัวออกมาแช่ไว้ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ค้างไว้ 1 คืน และนำมาล้างน้ำเปล่าอีกครั้ง เท่านั้นคราบตะกอนที่ค้างไว้ก็จะหลุดออกไปอย่างหมดจดง่ายดาย หากใช้หัวฝักบัวที่ไม่สามารถถอดได้ ก็ให้นำถุงพลาสติกใส่น้ำผสมน้ำส้มสายชูแล้วก็นำหัวฝักบัวแช่ไว้มัดปากถุงให้บริเวณฝักบัวแช่อยู่ในน้ำส้มสายชูค้างคืนไว้ ก็สามารถได้ผลเช่นเดียวกัน

 

วิธีกำจัดคราบหินปูน รอยด่างขาว ที่กระจกเงา

           ไอน้ำของเครื่องทำน้ำอุ่น หรืออุณหภูมิที่แตกต่างกัน ทำให้กระจกเงาและกระจกกั้นในห้องอาบน้ำขึ้นฝ้า ซึ่งนำมาด้วยปัญหาคราบด่างขาวที่ดูไม่งดงามเช่นกัน แก้ได้ด้วยวิธีเบสิคสุดๆ นั่นคือ การเช็ดด้วยผ้าแห้งทำความสะอาดกระจกทันที อย่าปล่อยทิ้งคราบเหล่านี้ไว้เนิ่นนาน หรือจะใช้น้ำยาล้างจานผสมกับน้ำส้มสายชู ชุบด้วยฟองน้ำนุ่มๆ มาเช็ดถูเบาๆ ก็ยิ่งทำให้กระจกของคุณเงางามเฉกเช่นโรงแรม 5 ดาว ไม่เกิดคราบด่างขาว ให้กวนตา

 

วิธีกำจัดคราบหินปูนขุ่นหมองที่ก๊อกน้ำ อุปกรณ์ที่เป็นสีโครเมี่ยม,สเตนเลส และ ทองเหลือง

          ให้นำมะนาวสดมาหั่นซีกแล้วก็ถูกให้ทั่วก๊อกน้ำ จากนั้นก็ทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออก หรือไม่ก็ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำส้มสายชู พันโดยรอบหัวก๊อกน้ำ ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วก็เช็ดด้วยฟองน้ำ เพรยงเท่านี้คราบขุ่นที่ก๊อกก็จะหายไป ได้ก๊อกใหม่ใสวิ๊งแบบเซอร์ไพส์กันเลยทีเดียว หรือจะใช้พวกน้ำยาขัดอเนกประสงค์ที่มีขายทั่วไปก็ได้เช่น น้ำยาสเตคลีน, บรัสโซ หรือ Stainless steel cleaner มาขัดลูบเบาๆ ตามพื้นผิวเงาวาว ก็ช่วยทำให้อุปกรณ์ที่เป็นสีโครเมี่ยม,สเตนเลส และ ทองเหลือง คงความเงางามได้ตลอดเวลาเช่นกัน ข้อควรระวังคือการขัดหรือแซะคราบที่เกาะตัวหนา ให้ค่อยๆ ทำอย่างเบามือ โดยเฉพาะก็อกน้ำชุบโครเมี่ยมที่อาจทำให้ผิวเคลือบหลุดมาด้วยหากใช้ความรุนแรงเกินไป

 

วิธีกำจัดคราบเหลืองบนผ้าม่านพลาสติก

           ม่านพลาสติกกั้นระหว่างโซนแห้งกับโซนเปียกในห้องน้ำก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่พบปัญหาคราบหินปูน คราบเชื้อรา คราบสกปรกได้ง่าย แถมยังมีกลิ่นอับชื้นที่ไม่พึงประสงค์รุนแรงอีกต่างหาก ซึ่งควรหมั่นนำออกมาซักล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาซักผ้าที่ผสมน้ำอุ่น แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นผึ่งให้แห้งโดยการนำไปตากลมในที่โล่งแจ้ง หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดเพราะจะทำให้พลาสติกซีดหรือเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว

คราบสบู่และแชมพู

          คราบสกปรกประเภทนี้ มักจะมีเกลือจากเหงื่อใครของคนเราผสมติดออกมาด้วย ทำให้อุปกรณ์ภายในห้องน้ำประเภทโลหะ เช่น ก๊อกน้ำ ฝักบัว ที่วางสบู่ สายชำระ ฯลฯ ดูมัวหมอง ไม่เงางาม และเป็นสาเหตุให้เกิดการผุกร่อนตามมา จึงควรหมั่นเช็ดจนแห้งสนิทเป็นประจำ หากคราบฝังแน่น ต้องทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นก่อนหนึ่งครั้ง และใช้น้ำยาล้างจานผสมกับน้ำส้มสายชูเช็ดซ้ำ วิธีนี้ช่วยให้คราบหลุดออกได้ง่ายกว่า โดยไม่ต้องใช้แรงในการขัดมากนัก และใช้น้ำยารักษาผิวโลหะเช็ดเคลือบซ้ำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพียงเท่านี้ก๊อกน้ำก็จะดูใหม่วาววับกันแล้ว

 

เทคนิคดีๆ ที่ช่วยให้พื้นกระเบื้องคุณห่างไกลจากคราบหินปูนอันไม่พึงปรารถนา

          นอกจากวิธีการกำจัดคราบตามอาการตามพื้นผิวที่แนะนำแล้ว สิ่งที่อยากฝากบอกเพิ่มเติมก็คือ การป้องกันปัญหาจากสาเหตุเพราะห้องน้ำถือเป็นพื้นที่ในบ้านที่มีการใช้งานอย่างหนักหน่วงอยู่เป็นประจำ และเป็นพื้นที่รองรับคราบสกปรกอยู่ตลอดเวลา หากแต่ความเป็นจริงเราทุกคนไม่ได้มีเวลาในการทำความสะอาดห้องน้ำในทุกวัน และนั่นก็เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดคราบด่างขาว หรือ เหลืองฝังก่อตัวสะสมแน่นตามพื้นผิว จนเมื่อใดก็ตามที่ต้องมาทำความสะอาดก็ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงละเหี่ยใจกันเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงขอแนะนำเทคนิคดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยชะลอการเกิดคราบหินปูนที่สาเหตุให้คุณได้

 

- ดูแลให้พื้นผิวแห้งสนิทอยู่ตลอดเวลา โดยหมั่นเช็ดบริเวณที่เปียกให้แห้งอยู่เสมอ ๆ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบขาว หรือหินปูนฝังลึกสะสมยากแก่การขจัดในอนาคต

 

- เคลือบรักษาพื้นผิวเป็นประจำ ด้วยน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่า ฉีดพ่นเคลือบตามพื้นผิวกระเบื้อง ข้าวของเครื่องใช้ที่สัมผัสน้ำเป็นประจำในช่วงที่คุณไม่ได้ทำความสะอาดห้องน้ำสามารถช่วยลดคราบด่าง และหินปูนสะสม ได้เห็นผลเช่นกัน

 

- หมั่นทำความสะอาด บริเวณที่เกิดคราบได้ง่าย เช่น การขัดปูนยาแนวกระเบื้อง ด้วยเบคกิ้งโซดา ผสมน้ำอุ่น เพื่อช่วยขจัดคราบดำที่ฝังลึกได้ อาจทำเพียงเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อลดปัญหาคราบสะสมเกาะแน่นจนต้องเสียเวลาขัดนานๆ หรือใช้แรงขัดจนพื้นผิวกระเบื้องเกิดความหม่นหมองก่อนเวลาอันควร

 

         วิธีกําจัดคราบหินปูนในห้องน้ำไม่ใช่เรื่องยาก และไม่สิ้นเปลืองแรงหรือทรัพย์สินมาก หากคุณทราบรู้วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง และ หัวใจสำคัญที่สุดที่อยากฝากทิ้งท้ายเอาไว้ คือการทำความสะอาดคราบอย่างสม่ำเสมอไม่ปล่อยให้เกิดคราบฝังตัวหนา เป็นเวลานานๆ จนต้องเสียทั้งเงิน หาซื้อน้ำยาแพงๆ และเวลาในการขัดทำความสะอาดนานๆ จนหลายคนเข็ดขนาดการทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องครัวโดยเฉพาะพื้นกระเบื้องกันไปเลย เท่านี้ห้องน้ำของคุณก็จะสะอาดเหมือนใหม่ ไม่มีคราบหินปูน รวมไปถึงสิ่งสกปรกและเชื้อโรคให้กังวลใจอีกต่อไป ครั้งหน้าเราจะนำความรู้หรือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอนโด อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ