logo

          สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน และก็ต้องขอกล่าวสวัสดีปีใหม่กันด้วยนะคะ เรามาพูดถึงเรื่องวิธีลดหย่อนภาษีกันค่ะ ในที่สุดเราก็ได้ผ่านไปอีกปีหนึ่งแล้วเวลามันช่างรวดเร็วเหลือเกินใช่มั้ยคะ นิวบ์เชื่อว่าในปลายปีนี้หลายคนก็ต้องเสียภาษีตามที่ทางรัฐหรือกรมสรรพากร ได้กำหนดเอาไว้ เพื่อน ๆ บางคนที่เพิ่งจะเริ่มเสียภาษีกันคงยังไม่รู้กันใช่มั้ยคะว่าเราสามารถลดหย่อนภาษีได้ แถมบางทีการลดหย่อนภาษีเราอาจจะได้กำไรเพิ่มเติมจากส่วนนี้โดยที่อาจจะไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว แถมยังสามารถสร้างเงินเก็บเงินออมมากขึ้นอีกด้วย พอเพื่อน ๆ ทุกคนอ่านถึงตรงนี้แล้วก็คงมีความสนใจกันแล้วใช่มั้ยคะ ในวันนี้นิวบ์มีความรู้เกี่ยวกับวิธีลดหย่อนภาษีมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ

. . . . . . . . . .

มารู้กันว่าการลดหย่อนภาษีคืออะไร ?

มารู้กันว่าการลดหย่อนภาษีคืออะไร ?

          เรามาตอบคำถามกันก่อนว่า การลดหย่อนภาษีคือ การใช้จ่ายต่าง ๆ ที่กฎหมายได้มีการกำหนดไว้ โดยรายการนั้นสามารถนำไปหักออกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายไปแล้ว หรืออาจจะสรุปง่าย ๆ คือสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเสียภาษีน้อยลงและจะได้เงินคืนภาษีกลับมา แต่ถ้าใครมีรายได้หรือเงินเดือนที่ตัวเองได้รับไม่ถึง 310,000 บาท/ปี (เงินเดือนไม่ถึง 25,833 บาท) จะได้รับการยกเว้นการเสียภาษี และวิธีลดหย่อนภาษีมีหลากหลายวิธีเช่นเดียวกัน ในวิธีลดหย่อนภาษีนั้นแต่ละคนจะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับครอบครัวของตัวเอง การจับจ่ายซื้อของหรือใช้เงินต่าง ๆ หรือการดำเนินชีวิตในแต่ละวันค่ะ

การลดหย่อนภาษีสามารถลดด้านไหนได้บ้าง ?

          เพื่อน ๆ คงจะสงสัยกันใช่มั้ยคะว่าวิธีลดหย่อนภาษีนั้น สามารถลดได้จากอะไรกันบ้างหรือมีรายการอะไรบ้างที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้ เงินที่เราเสียไปนั้นอยู่ในประเภทที่กำหนดไว้หรือเปล่า โดยตามกำหนดแล้วจะมีรายละเอียดรายการดังต่อไปนี้

วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับส่วนตัวและครอบครัว

  • ลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลหรือส่วนตัว (60,000 บาท)
  • ลดหย่อนภาษีคู่สมรส แต่จะต้องมีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย (30,000 บาท)
  • ลดหย่อนบุตร (คนละ 30,000 บาท)
  • ลดหย่อนค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร (ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับการตั้งครรภ์แต่ละคราว)
  • ลดหย่อนค่าบิดาและมารดา ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี (คนละ 30,000 บาท)
  • ลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (คนละ 60,000 บาท)

วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับการเกษียณอายุ

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนสงเคราะห์สำหรับครูโรงเรียนเอกชน (15% ของรายได้ทั้งปีและรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท)
  • กองทุนการออมแห่งชาติ กอช. (ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 13,200 บาท/ปี)
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF (30% ของรายได้ทั้งปีแต่ไม่เกิน 500,000 บาท)
  • กองทุนรวมเพื่อการออม SSF (30% ของรายได้ปีแต่ไม่เกิน 200,000 บาท)
  • กองทุนรวมเพื่อการออม SSF (พิเศษ) (ซื้อได้สูงสุด 200,000 บาท โดยไม่รวมกับกองทุนอื่น ๆ ) 
  • เงินประกันสังคม (ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท)

วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับเงินค่าเบี้ยประกัน

  • เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและประกันสะสมทรัพย์ (สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)
  • เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง (สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท เมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดาและมารดา (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท)
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (จะต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท)

***โดยวิธีลดหย่อนทั้งสำหรับการเกษียณอายุและเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญรวมกันต้องไม่เกิน 500,000

วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับอสังหาริมทรัพย์

  • ดอกเบี้ยจากเงินกู้ เพื่อสำหรับการผ่อนหรือการเช่าที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดต่าง ๆ โดยที่ธนาคารจะมีใบสรุปดอกเบี้ยนี้และส่งมาให้ผู้กู้ยืมทุกปี (สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)

วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับเงินบริจาค

  • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม หรือโรงพยาบาลรัฐ (หักได้สองเท่าของจำนวนเงินจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเเละค่าลดหย่อนแล้ว)
  • เงินบริจาคทั่วไป (หักตามจำนวนเงินจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเเละค่าลดหย่อนแล้ว)
  • เงินบริจาคพรรคการเมือง (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)

ลดหย่อนภาษีสำหรับมาตรการรัฐ

  • มาตรการ “ช้อปดีมีคืน ” (สูงสุด 30,000 บาท)
  • มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” เป็นนโยบายของภาครัฐเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและเป็นหนึ่งในวิธีลดหย่อนภาษี โดยสามารถซื้อสินค้าและบริการได้กับผู้ประกอบการ หรือร้านค้าที่จดทะเบียนกับในโครงการ โดยที่เรานำใบกำกับภาษีที่ได้มาจากร้านค้าที่เราซื้อมายื่นในระบบซึ่งสามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้

ประโยชน์ของการลดหย่อนภาษีที่ควรรู้

ประโยชน์ของการลดหย่อนภาษีที่ควรรู้

          เมื่อเราได้ทราบเกี่ยวกับข้อมูลของรายการที่นำไปลดหย่อนภาษีแล้วนั้น เพื่อน ๆ คงพอจะทราบถึงผลประโยชน์ของวิธีลดหย่อนภาษีแล้วใช่มั้ยคะ ประโยชน์ที่เราจะได้รับนั้นมีหลากหลายอย่างเลยค่ะ โดยประโยชน์หลัก ๆ ที่ได้จากการลดหย่อนภาษีนั้นมีดังนี้

ทำให้เสียภาษีน้อยลง

          เป็นข้อหลักสำคัญเลยค่ะที่ทำให้จากตอนแรกเราจะต้องเสียภาษีตามที่ภาครัฐ หรือกรมสรรพากรกำหนดไว้ แต่เมื่อเราสามารถทำวิธีลดหย่อนภาษีแล้ว จะช่วยให้เราไม่ต้องจ่ายภาษีเต็มจำนวนและได้เงินคืนภาษีได้ในภายหลัง

รายได้และเงินเก็บมากขึ้น

          เมื่อเราจ่ายภาษีน้อยลง ทำให้เราสามารถมีเงินเก็บที่เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นข้อดีที่หลากหลายคนชื่นชอบกันเลยใช่มั้ยคะ ยิ่งถ้าเป็นเงินที่เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่าง ๆ แล้ว เราจะสามารถมีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนหรือกำไรจากกองทุนนี้ได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

          จากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ที่นิวบ์ได้บอกเพื่อน ๆ ไปในเบื้องต้นแล้วนั้น เราสามารถทำให้เศรษฐกิจหรือการเงินของร้านค้าหรือผู้ประกอบการมีรายได้มากขึ้น เป็นวิธีลดหย่อนภาษีที่ทำให้มีการกระจายรายได้ไปยังที่ต่าง ๆ ทำให้สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ในระดับนึงเลยทีเดียว ถือว่าเราได้ช่วยร้านค้าต่าง ๆ ให้กลับมาคึกคักได้อีกด้วยค่ะ

ขั้นตอนวิธีขอลดหย่อนภาษีทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด

          เมื่อเพื่อน ๆ ทุกคนได้ทราบรายละเอียดวิธีลดหย่อนภาษีในเบื้องต้นกันไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความหมาย การขอลดหย่อนแต่ละประเภท และประโยชน์กันไปแล้ว นิวบ์จะมาอธิบายเรื่องวิธีลดหย่อนภาษี 2564 หรือการยื่นภาษี ซึ่งสามารถยื่นได้ด้วยตัวเองด้วยการยื่นที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่และยื่นได้ในช่องทางระบบออนไลน์ได้ค่ะ

1. ลงทะเบียนยื่นภาษี

          สำหรับใครที่ยังไม่เคยลงทะเบียนการเสียภาษีมาก่อน ให้เปิดไปที่เว็บไซด์ของกรมสรรพากรที่ www.rd.go.th และคลิกเลือ ก “ยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต” จากนั้นให้คลิกไปที่ “ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91” และเลือกลงทะเบียน จากนั้นให้เราตั้งรหัสในการเข้าระบบ

2. เริ่มต้นการกรอกรายละเอียดข้อมูล

          เมื่อเราลงทะเบียนในเว็บไซด์ของกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว ให้ Login และใส่รหัสที่ตั้งไว้ จากนั้นให้เราจะไปสู่ขั้นตอนแรกที่ต้องลงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการงานของเรา ประเภทของการวิธีลดหย่อนภาษีต่าง ๆ

  1. หน้าหลัก เป็นการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีเงินได้ นั้นก็คือข้อมูลสถานที่ประกอบการหรือที่ทำงานเราและรายละเอียดคู่สมรสของเรา
  2. เลือกเงินได้/ลดหย่อน รายละเอียดตรงนี้ล่ะค่ะที่เป็นจุดสำคัญของเรานั่นก็คือวิธีลดหย่อนภาษี เมื่อเพื่อน ๆ อยู่ในหน้านี้แล้ว ให้เพื่อน ๆ คลิกเลือกในประเภทที่เราจะต้องการขอลดหย่อนภาษีต่าง ๆ
  3. บันทึกเงินได้ เราจะต้องกรอกข้อมูลเงินที่เราได้มาเพื่อมาขอลดหย่อนภาษี เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องมาจากขั้นตอนเลือกเงินได้/ลดหย่อน ให้เรากรอกเงินที่ได้มาทั้งหมด ซึ่งในระบบจะคิดคำนวณเป็นอัตราร้อยละและหักค่าใช้จ่ายให้เราโดยอัตโนมัติค่ะ
  4. บันทึกลดหย่อน ระบบทางเว็บไซด์จะคำนวณเงินทั้งหมดที่เราต้องการขอลดหย่อนภาษี ให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะทำรายการต่อไป เพราะระบบจะทำการบันทึกเงินที่สามารถใช้ลดหย่อนและนำไปหักล้างกับภาษีที่เราจะต้องจ่ายจริง ๆ ค่ะ แต่ถ้าข้อมูลผิดพลาดอาจจะทำให้การดำเนินการล่าช้าและทำให้เกิดปัญหาของเช็คที่เราจะได้คืนเงินภาษี
  5. คำนวณภาษี พอเรากดยืนยันและทำรายการต่อไป ระบบจะคิดคำนวณเงินภาษีและเงินที่สามารถลดหย่อนภาษีทั้งหมดออกมา โดยที่จะมีการสรุปว่าเราจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมอีกเท่าไหร่ และสุดท้ายให้เราคลิกเลือก “มีความประสงค์จะขอคืนเงินภาษี” ” โดยสามารถเลือกวิธีการจัดส่งเช็คคืนภาษีได้สองทางเลือก คือ ไม่ประสงค์ลงทะเบียน EMS หรือประสงค์ลงทะเบียน EMS ก็ได้ค่ะ แต่การขอลงทะเบียนอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  6. ยืนยันการยื่นแบบ เป็นขั้นตอนสุดท้ายในบันทึกการยื่นแบบภาษีค่ะ
  7. เมื่อเราบันทึกรายการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์หมดทุกอย่างแล้ว และเราก็สามารถพิมพ์ใบ ภ.ง.ด.91 ออกมาได้ด้วยค่ะ

ช่องทางการจ่ายภาษี

          ในการจ่ายภาษีมีหลากหลายช่องทาง ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเลือกช่องทางในการจ่ายภาษีได้ตามที่สะดวกกันเลยนะคะ โดยแต่ละช่องทางมีดังนี้

  • ทางธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
  • ตู้ ATM ที่เข้าร่วมโครงการ
  • Internet Banking
  • สำนักงานสรรพากรในพื้นที่
  • Counter Service (ต้องนำชุดชำระเงินไปชำระ) เช่น 7-Eleven เทสโก้ โลตัส ที่ทำการไปรษณีย์

ตรวจสอบการคืนภาษี

        ใครที่ได้เงินคืนจากการลดหย่อนภาษี เราสามารถไปรับเช็คเงินคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามช่องทางที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ได้เลยค่ะ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลการคืนงินภาษีของเราได้จากเว็บไซด์ www.rd.go.th/publish/27942.0.html 

 วิธีลดหย่อนภาษีและการเสียภาษีในปัจจุบันนั้น ถือว่ามีความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการอยู่พอสมควรเลยค่ะ ถ้าใครที่ไม่สะดวกไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ก็อาจจะยื่นในระบบออนไลน์ได้ แถมยังสามารถยื่นในระบบออนไลน์ได้ทุกเวลา ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นในเวลาราชการ แต่เพื่อน ๆควรระวังการยื่นภาษีล่าช้าเกินกำหนดกันด้วยนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจจะต้องเสียค่าปรับตามที่ตามกฎหมายกำหนดไว้ 

ช่องทางในการขอลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง

          ช่องทางในการขอเงินคืนหรือขอเช็คเงินคืนเมื่อเราได้ทำวิธีลดหย่อนภาษีให้กับกรมสรรพากรเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เราสามารถเลือกช่องทางในการขอเงินคืนได้ตามสะดวก โดยมีช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

1. บัญชีพร้อมเพย์

          ช่องทางนี้สามารถทำได้เฉพาะบุคคลที่ถือสัญชาติไทยเท่านั้น และเป็นช่องทางที่ค่อนข้างจะสะดวกที่สุด

2. บัญชีเงินฝากธนาคาร (ธ.กรุงไทยหรือธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส.)

          ถ้าใครมีบัญชีธนาคาของสองธนาคารแห่งนี้อยู่สามารถไปรับเช็คเงินคืนได้ แล้วการรับเงินในช่องทางนี้สามารถดำเนินการได้โดยบุคคลที่ถือสัญชาติไทย ชาวต่างชาติ และผู้ที่ได้เงินภาษีคืนเกิน 2 ล้านบาท แต่ถ้าใครเพิ่งจะไปเปิดบัญชีธนาคารระหว่างสองแห่งนี้มาใหม่ จะต้องนำบัญชีและรายละเอียดการเปิดบัญชีให้กับสำนักงานสรรพากรด้วยนะคะ

3. E-Money

          เป็นทางเลือกอีกช่องทางหนึ่ง ที่เราสามารถเลือกให้เงินคืนมายังบัตรที่เราใช้แทนเงินสดได้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรสมาชิกในการซื้อของต่าง ๆ หรืออาจะเป็นบัตรที่นำไปแลกของต่าง ๆ ได้

4. NEXT Money (e-Wallet)

          เราสามารถเลือกช่องทางการคืนเงินภาษี ด้วยการใช้ช่องทาง NEXT Money (e-Wallet) ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือจะเรียกว่ากระเป๋าเงินออนไลน์ สามารถใช้งานโดยการเติมเงินจากบัญชีธนาคารเข้าแอพพลิเคชั่น ยกตัวอย่างเช่น TrueMoney , Rabbit Line Pay หรือ Airpay 

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการยื่นวิธีลดหย่อนภาษี

          ในการขอเงินภาษีคืนในวิธีลดหย่อนภาษีแต่ละครั้งจะต้องมีเอกสารประกอบการยื่นการขอลดหย่อนภาษี ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการยื่นจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่เราทำและประเภทของตัวบุคคลต่าง ๆ โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งตามรายละเอียดได้ดังนี้

บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย

  • หนังสือแจ้งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ค.21)
  • บัตรประจำตัวประชาชน 
  • บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (คนต่างด้าว)
  • หนังสือแจ้งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ค.21)
  • บัตรประจำตัวที่ออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หรือบัตรประจำตัว ผู้เสียภาษีอากร (13 หลัก) 
  • หนังสือเดินทาง (passport)

ชาวต่างชาติ

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการลดหย่อยภาษี

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการลดหย่อยภาษี

          ในการทำวิธีลดหย่อนภาษีนั้นมีรายละเอียดบางอย่างที่เรารู้แล้ว จะสามารถช่วยให้เราเลือกแนวทางในการลดหย่อนภาษีและยังช่วยให้วางแผนการเงินในชีวิตเราได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ในปัจจุบันของเรา ที่มีการเกิดโรคโควิด19 และทำให้เศรษฐกิจในประเทศตกต่ำลง รายได้ทีได้รับอาจจะน้อยลง การใช้จ่ายของบางคนอาจจะต้องมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น การอดออมเงินไว้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ต่อการดำเนินชีวิต เราอาจจะมีการวางแผนในการลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

ลงทุนกับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ

          เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้บางคนอาจจะลงทุนกับการซื้อกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งเป็นการลงทุนในการเก็บเงินออมแบบระยะยาว การลงทุนในกองทุนนี้สามารถลงทุนตอนนี้ไปถึงช่วงอายุ 55 ปีกันเลยทีเดียว และสามารถนำไปใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เราเกษียณอายุทำงาน ถือว่าเป็นการออมเงินอย่างหนึ่งที่นำเอาไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 30% เลยทีเดียวค่ะ

มีเป้าหมายที่ชัดเจน

 วิธีลดหย่อนภาษีในแต่ละคนจะมีเป้าหมายในการใช้จ่ายเงินที่แตกต่างกันออกไป เราจะต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าว่าเราจะลดหย่อนภาษีไปเพื่อทำอะไร เพื่อใคร เช่น เราอาจจะลงทุนกับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF เอาไว้เพื่อส่งต่อให้กับอีกคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นลูก หรืออาจจะเก็บไว้ใช้ในตอนที่ตัวเราได้เกษียณออกมาจากการทำงานแล้วก็ได้ค่ะ

การซื้อประกันชีวิต

          ด้วยสถานกาณ์โควิด19 ทำให้มีการขายประกันชีวิตที่เกี่ยวกับโควิด19 นี้มากขึ้น และยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งนอกจากจะคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ แล้ว เบี้ยประกันชีวิตยังสามารถช่วยลดหย่อนภาษีที่รวมกับเบี้ยประกันสุขภาพได้สูงสุดถึง 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตแบบบำนาญอีกสูงสุด 200,000 บาท

 

ซื้อบ้านและคอนโด

          ใครที่ซื้อหรือผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด หรือที่พักอาศัยประเภทต่าง ๆ เราสามารถนำดอกเบี้ยที่จะต้องเสียไปกับการผ่อนหรือเช่าบ้านและคอนโดในระยะเวลาทั้งหมด 1 ปี นำมาลดหย่อนภาษี ทำให้เราสามารถประหยัดเงินในการจ่ายภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ซึ่งวิธีลดหย่อนภาษีที่ดีอีกทางหนึ่ง

 

การซื้อของในโครงการช๊อปดีมีคืน

          เป็นวิธีลดหย่อนภาษีที่คนส่วนใหญ่ใช้ การวางแผนในการซื้อของในโครงการช้อปดีมีคืนนั้นค่อนข้างมีรายละเอียดที่มีความน่าสนใจ เพราะถ้าเราได้ลงทะเบียนในโครงการนี้แล้วเราสามารถซื้อของอะไรก็ได้ในโครงการ ในปลายปี 2563 นั้นมีสินค้าที่น่าสนใจและจัดรายการโปรโมชั่นในช่วงปีใหม่กันมากมาย ซึ่งการซื้อสินค้าที่จำเป็นและอาจจะนำมากักตุนในเวลาที่เกิดช่วงวิกฤตต่าง ๆ ได้ และยังนำใบกำกับภาษีจากการซื้อสินค้านั้น ๆ มาใช้ในการลดหย่อนภาษี ถือว่าเป็นการลงทุนที่สามารถได้เงินคืนและคุ้มค่า แต่เพื่อน ๆ ต้องซื้อของในอยู่ในระยะเวลาในวันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 เท่านั้น

การศึกษารายละเอียดและข้อมูลกองทุน

          การซื้อกองทุนเพื่อมาลดหย่อนภาษีเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่ง แต่เพื่อน ๆ จะต้องไม่ลืมเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีกันด้วยนะคะ เพราะถ้าเราซื้อกองทุนจนมากเกินไปอาจจะทำให้เราจะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมเพราะจำนวนเงินเกินเงื่อนไขหรือข้อที่กำหนดเอาไว้ หรืออาจจะโดยเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ เช่น ถ้าเราขายกองทุนอันนี้ไปอาจจะทำให้เสียกำไรจากการขาย ทำให้เราต้องเสียภาษีเพิ่มเติม

ข้อควรระวังเพิ่มเติมในการลดหย่อนภาษี

 วิธีลดหย่อนภาษีนั้นมีข้อที่เพื่อน ๆ จะต้องระมัดระวังกันด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขที่กรรมสรรพากรกำหนดตามประเภทของการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ และระยะเวลาในการยื่นภาษีที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งอาจจะแบ่งเป็นรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

ระยะเวลาที่ต้องยื่นภาษี

           ในการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด. 90 / ภ.ง.ด. 91 ทั้งการยื่นภาษีแบบออนไลน์ และการยื่นภาษีที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ สามารถยื่นได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 เพื่อน ๆ คนไหนที่ต้องการไปยื่นภาษีในสถานที่สำนักงาน จะต้องยื่นในวันและเวลาราชการเท่านั้น แต่ถ้ายื่นในระบบออนไลน์จะสามารถยื่นได้จนถึงช่วงเวลาเที่ยงคืนในวันที่ 31 มีนาคม 2564 

กรณีที่ไม่ยื่นภาษีตามที่กำหนดไว้

          กรณีที่เราเสียภาษีไม่ครบถ้วนหรือยื่นภาษีล่าช้าเกินเวลาที่กำหนด จะต้องโดนบทลงโทษตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ เช่น ถ้าไม่ยื่นใบภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในกำหนดเวลา ต้องโดนโทษปรับทางกฎหมายอาญาไม่เกิน 2,000 บาท หรือถ้าเป็นกรณีไม่ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนดไว้ เราจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 /เดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระนับแต่วันที่เลยกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันชำระภาษีกันเลยทีเดียว

ถ้าเรายื่นภาษีไม่ทันเราสามารถนำเอกสารภาษีไปยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ได้เท่านั้น (ไม่สามารถยื่นในออนไลน์ได้นะคะ) โดยจะต้องเตรียมเอกสารที่นิวบ์ได้บอกเพื่อน ๆ ไว้ในข้อมูลเบื้องต้น และจะต้องนำเงินไปเพื่อในการจ่ายภาษีในส่วนที่คงเหลือและค่าปรับกันด้วยค่ะ แต่ถ้าให้ดีที่สุดเพื่อน ๆ ทุกคนไม่ควรจะยื่นภาษีล่าช้าตามที่กำหนดเอาไว้นะคะ นอกจากจะเสียเวลาในการไปที่สำนักงานสรรพากรแล้ว ยังจะต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มอีกด้วยค่ะ 

          ในการยื่นภาษีและขอลดหย่อนภาษีนั้นอาจจะมีรายละเอียดที่มากมาย มีเงื่อนไขหรือข้อควรระวังต่าง ๆในวิธีลดหย่อนภาษี ซึ่งเราจะต้องศึกษาเป็นจำนวนมาก แต่เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งท้อใจไปกันก่อนนะคะ เพราะถ้าเราศึกษาการยื่นภาษีอย่างละเอียดแล้วจะทำให้เราได้ผลประโยชน์จากวิธีลดหย่อนภาษีไม่มากก็น้อยเลยละค่ะ ผลประโยชน์นั้นก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นกำไรจากการลงทุนไปกับกองทุนต่าง ๆ การออมเงินที่จะได้ผลในระยะยาว การซื้อของหรือใช้จ่ายเงินที่เราอาจจะได้รับเงินจำนวนนั้นคืนมาจากการขอลดหย่อนภาษี ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับเราอย่างแน่นอนค่ะ

          สรุปสุดท้ายนี้จากวิธีลดหย่อนภาษี นิวบ์ก็ขอให้เพื่อน ๆ ได้วางแผนการจับจ่ายใช้เงินกันให้รอบคอบกันด้วยนะคะ เพราะจะทำให้เราได้ประโยชน์สูงสุดจากการลดหย่อนภาษี ทั้งได้ความรู้ว่าการลดหย่อนภาษีคืออะไรแถมอาจจะทำให้เราสามารถฝึกจัดระเบียบตัวเองในการใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าได้รับประโยชน์กันมากมายเลยทีเดียว คราวหน้านิวบ์จะมีเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับการเงิน การลงทุนคอนโด สินเชื่อ หรือการวางแผนเงินออม หรือเทคนิครายละเอียดการเงินต่าง ๆ ที่น่าสนใจนอกจากวิธีลดหย่อนภาษี เพื่อน ๆ สามารถติดตามได้ใน Condonewb ที่นี่ได้เลยค่ะ