logo

           หากพูดถึงหนี้บัตรเครดิตแล้ว...ในยุคปัจจุบันนี้วัยทำงานหลาย ๆ คนคงจะเคยมีประสบการณ์การใช้บัตรเครดิตกันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อม ชื่อของบัตรก็บอกอยู่แล้วว่าเครดิต แสดงว่าคนที่จะมีบัตรได้ ต้องมีเครดิต หรือความน่าเชื่อถืออยู่พอตัวเลยทีเดียว บัตรเครดิต โดยเนื้อแท้ของมัน มีประโยชน์ต่อผู้ถือบัตรเป็นอย่างมาก เพราะเราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสดในการซื้อสินค้าหรือบริการในทันที แต่สามารถขยายระยะเวลาในการจ่ายชำระเงินออกไปได้อีก ตามแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคารผู้ออกบัตรจะกำหนดไว้ นอกจากนั้นแล้ว ยังได้รับคะแนนสะสม เพื่อนำไปแลกของกำนัลหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ หรือได้เงินคืนเป็นเงินสดอีกด้วย และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการที่เราจะนำเงินสด ไปทำกิจกรรมอื่น ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะสั้นได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้วในยุคที่ใคร ๆ ต่างจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้าตามเว็บไซต์ต่างบนโลกออนไลน์และบริการต่างๆ เช่นตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมที่พัก จนเป็นเรื่องปกติของชีวิต การมีบัตรเครดิตไว้ใช้อย่างน้อยที่สุด 1 ใบเพื่อใช้ชำระเงินในโลกออนไลน์จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่ง CondoNewb จะมาเรียนรู้พูดคุยเรื่องการเงินเพื่อไม่ให้ก่อเกิดหนี้บัตรเครดิตกัน

. . . . . . . . . .

           ด้วยสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง บัตรเครดิตในปัจจุบันจึงมีการอนุมัติบัตรและขอเพิ่มวงเงินง่ายมาก อีกทั้งยังมีการทำการตลาดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้บัตรแต่ละบัตรถูกออกแบบมาในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม โดยอาจแยกเป็นบัตรเครดิตที่แยกตามรายได้ของผู้ถือบัตร บัตรเครดิตที่ร่วมกับร้านค้าต่าง ๆ บัตรเครดิตเพื่อการซื้อของแบบผ่อนชำระ หรือบัตรเครดิตที่มีไว้เพื่อการเดินทางโดยเฉพาะ และอื่นๆ อีกมากมาย

credit card

            ด้วยความหลากหลายของบัตรเครดิต ทำให้ผู้ออกบัตรซึ่งโดยมากมักจะเป็นธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถทำการวิเคราะห์กลุ่มของเป้าหมายผู้ถือบัตรได้ชัดเจนขึ้น ดังนั้นกำหนดเงื่อนไขในการสมัครบัตร หรือการให้วงเงินนั้น ก็ดูไม่ยากเหมือนสมัยก่อน แม้บางคนที่ไม่ใช่พนักงานประจำ มีอาชีพอิสระ ทางผู้ออกบัตรก็อนุโลมอนุมัติบัตรให้โดยไม่ยากโดยพิจารณาจากคุณสมบัติประกอบอื่น ๆ ใคร ๆ จึงสามารถมีบัตรเครดิตได้อย่างน้อย 1 ใบ ไว้ถือครองได้ ด้วยความที่การมีบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องยากอะไร จึงทำให้ธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับบัตรเครดิต มีเป็นปริมาณมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อยอดหนี้คงค้างของบัตรเครดิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันยอดหนี้บัตรเครดิตคงค้าง ณ สิ้นปี 2562 ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย มีสูงถึง 279 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2555 มียอดหนี้คงค้างบัตรเครดิต 156 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงเกือบสองเท่า หรือประมาณ 80% ในช่วงระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ในยอดหนี้คงค้างจำนวนดังกล่าว มีหนี้ที่เกินกำหนดชำระ (หรือเรียกง่าย ๆ ว่า หนี้เสีย หรือผิดนัดชำระหนี้) เกิน 3 เดือน อยู่ประมาณ 2% อาจดูแล้วเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับมูลค่าหนี้คงค้างทั้งหมดในระบบ แต่หนี้ผิดนัดชำระนี้ นำมาซึ่งการสูญเสียในเชิงมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชิงสังคม ทั้งต่อธนาคารและผู้ถือบัตร 

ซึ่งสาเหตุของการทำให้เกิดการเกิดการผิดนัดชำระหนี้ขึ้นสามารถสรุปได้ดังนี้

การใช้จ่ายเกินตัว

          ด้วยเงื่อนไขในปัจจุบัน ที่ธนาคารพาณิชย์กำหนดให้ผู้มีฐานเงินเดือนเพียง 15,000 บาท สามารถมีบัตรเครดิตได้แล้วนั้น โดยให้วงเงินที่สูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับ ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ถือบัตร อาจใช้จ่ายเกินตัว โดยลืมคำนึงถึงยามที่ต้องชำระบัตร และปัญหาจะยิ่งหนักหน่วงขึ้น หากมีบัตรหลายใบ และใช้บัตรหลาย ๆ ใบพร้อมกันในคราวเดียว ก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นไปอีก จนกลายเป็นปัญหาหนี้บัตรเครดิต พอกพูน จนยากที่จะแก้

หนี้บัตร

จ่ายชำระบัตรเครดิตด้วยยอดขั้นต่ำ

          บางคนตอนใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าหรือบริการไม่มีการวางแผนทางการเงินตอนที่จะต้องหนี้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบ เมื่อได้รับใบแจ้งหนี้ของบัตรเครดิตมา จึงมักจะเลือกวิธีการชำระขั้นต่ำ ซึ่งยอดที่ยังคงค้างชำระอยู่ จะถูกคิดดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นอัตราที่สูงกว่าสินเชื่อทั่วไปและเริ่มคิดย้อนหลังตั้งแต่วันที่รูดเลยทีเดียว ดังนั้น ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิต จึงสูงมากจนคุณคาดไม่ถึงเลย

การลืมชำระบัตรเครดิต

            โดยอาจเกิดจากความไม่ตั้งใจ เช่น ย้ายถิ่นที่อยู่ หรือเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาจติดภารกิจ หรือเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน จึงอาจทำให้ละเลยการจ่ายบัตรเครดิตไปได้ ซึ่งกรณีเช่นนี้ ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยการรับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตเป็นอิเลคทรอนิคส์ หรือมีการโทรศัพท์ติดตามให้ชำระหนี้ที่เกินกำหนด เป็นต้น ดังนั้น การผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตจากสาเหตุนี้ จึงมีไม่สูงมากนัก

ใช้บัตรเครดิตเพื่อการรูดซื้อสินค้าแบบผ่อนชำระ

              วิธีการนี้ เป็นที่นิยมอย่างมากและสร้างพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบเกินตัวได้เป็นอย่างดี ใครบ้างจะไม่อยากค่อย ๆ จ่ายค่าสินค้าโดยไม่มีดอกเบี้ย แต่การผ่อนระยะสั้น เช่น ไม่เกิน 6 เดือนแบบนี้ อาจทำให้เกิดการผิดนัดหนี้บัตรเครดิตได้ง่ายเช่นกัน เพราะหากใช้บัตรเดิมรูดซื้อสินค้าแบบผ่อนไปเรื่อย ๆ ก็จะเป็นหนี้สะสมมากขึ้นที่ต้องผ่อนในอนาคต จนอาจชักหน้าไม่ถึงหลังได้ ยิ่งในช่วงที่สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจมีความผันผวนสูง ทำให้รายรับไม่ค่อยแน่นอน ถูกลดเงินเดือนค่าจ้าง แต่รายจ่ายที่เกิดจากการสร้างหนี้บัตรเครดิตไว้ยังมีอีกเพียบให้ต้องรับผิดชอบ หลายคนถึงกับต้องกุมขมับเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังโดนภาระที่สร้างไว้ถาโถมกระหน่ำซ้ำเติมให้สถานการณ์ทางการเงินแย่ลงไปอีกเมื่อเจอกับวิกฤตอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

การกดเงินสดจากบัตรเครดิตออกมาใช้

            โดยบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ โดยไม่เกินวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติตามบัตร ซึ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือบัตรเป็นอย่างมาก ในยามที่ต้องการเงินสดเร่งด่วน อย่างไรก็ตามเมื่อถึงระยะเวลาชำระคืนหนี้ของบัตรเครดิตพร้อมดอกเบี้ยแล้ว อาจไม่มีเงินสดในมีเพียงพอที่จะมาชำระคืน จึงทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตได้

กดเงินสดจากบัตรเครดิต

การมีบัตรเครดิตหลายใบ

          นี่ก็เป็นอีกกลลวงหนึ่งที่หากไม่รู้จักการบริหารการใช้บัตรเครดิตให้ดี ก็จะทำให้เกิดการใช้บัตรเครดิตเกินตัวไปได้ เพราะวงเงินในแต่ละบัตรจะแยกกัน ดังนั้นหากรูดบัตรเครดิตใบหนึ่งเต็มแล้ว ก็ยังสามารถใช้อีกใบรูดต่อไปได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิต ก็อาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ เพราะหนี้ท่วมรายได้แล้วนั่นเอง

เครดิตหลายใบ

. . . . . . . . . .

            ตอนนี้เราคงทราบถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้คนเราเกิดการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตกันถ่องแท้แล้ว ว่ามาจากสาเหตุใดได้บ้าง ทีนี้อยากขออธิบายต่อเลยว่า หากเราปล่อยให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นแก่ผู้ถือบัตร ซึ่งบางเรื่องหลายท่านอาจยังไม่เคยทราบแต่เป็นเรื่องสำคัญ มาตามไปชมต่อพร้อมกันได้เลย

การติดตามทวงถามหนี้

              แน่นอนว่า หลังจากที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต หรือบางธนาคาร จะมีกระบวนการในการติดตามให้ชำระหนี้ก่อนถึงวันครบกำหนดก่อนด้วยซ้ำ โดยการส่งข้อความ การส่งอีเมล์ หรือแม้กระทั่งการโทรศัพท์เพื่อย้ำเตือน แต่หากผู้ถือบัตรยังเพิกเฉย ไม่ยอมชำระหนี้บัตรเครดิต หลังจากที่เกินกำหนดวันที่ครบชำระแล้ว ทางธนาคารก็จะทำการติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งโดยปกติ จะทำโดยต้องมีหลักฐานยืนยันว่าได้มีการติดตามทวงถามหนี้แล้ว เพื่อประโยชน์ทางภาษีและผลทางกฏหมายขอธนาคารเอง เช่น อาจโทรศัพท์โดยมีการบันทึกข้อความในการพูดคุยกันไว้ การส่งจดหมายลงทะเบียนและต้องมีการเซ็นต์รับมาที่บ้าน การส่งอีเมล์หรือแฟกซ์ไปที่ทำงาน หรือไปตามกับลูกหนี้ถึงที่ทำงานกันเลยก็มี กระบวนการตรงนี้ ในปัจจุบัน ธนาคารผู้ออกบัตร มักจะไม่ทำเอง เพราะสิ้นเปลืองบุคคลากร และเวลาเป็นอันมาก จึงมักจะจ้างบริษัทภายนอก ที่ดำเนินกิจการด้านการติดตามทวงถามหนี้โดยเฉพาะ ให้มาดำเนินการแทน โดยมักมีข้อตกลงในการจ่ายค่าตอบแทนให้ตามยอดเงินที่ตามเก็บได้จากหนี้บัตรเครดิต

ถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง

            แน่นอนว่า หากการติดตามทวงถามตามวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล ทางธนาคารก็จะดำเนินคดีฟ้องร้องทางคดีแพ่งแก่ผู้ถือบัตร ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าคดีความอาจไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องติดคุก แต่ก็ทำให้เราเสียเวลา และเสียชื่อเสียงมิใช่น้อย อีกทั้งอาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานและตำแหน่งทางสังคมด้วย จึงไม่ใช่เรื่องน่าสนุกที่เราจะปล่อยให้เหตุการณ์เดินทางถึงจุดนี้เป็นแน่

ติดตามยึดทรัพย์ชำระหนี้

             หลังจากที่ศาลแพ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ลูกหนี้ต้องชำระหนี้บัตรเครดิตที่ผิดนัดพร้อมอัตราดอกเบี้ยให้แก่ธนาคาร หากลูกหนี้ยังไม่มีเงินมาเพื่อชำระตามคำพิพากษา ศาลก็จะส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป โดยอาจเป็นลักษณะการยึดทรัพย์สินที่เป็นชื่อของลูกหนี้เอง หรือหากสืบพบว่าลูกหนี้ทำงานที่ใด กรมบังคับคดีก็จะส่งคำสั่งมายังบริษัทนั้น ๆ ให้ดำเนินการหักเงินเดือนของลูกหนี้ และนำส่งไปยังกรมบังคับคดีทุกเดือนจนกว่าหนี้จะหมด ซึ่งขอแนะนำว่าไม่ควรปล่อยให้ปัญหาลุกลามมาจนถึงขั้นนี้เพราะเรื่องนี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือและการเติบโตในหน้าที่การงานของคุณอย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีบริษัทใดที่อยากเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้คนที่ไม่สามารถบริหารจัดการหนี้สินส่วนบุคคลได้ ขึ้นมาดูแลปกคลองคนหมู่มากในบริษัทที่เขาเหล่านั้นทำงานอยู่แน่นอน 

ติดเครดิตบูโร ถูกขึ้นแบล็กลิสต์

           ทางธนาคารต่าง ๆ จะมีการส่งข้อมูลของลูกค้าผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งรวมถึงลูกค้าบัตรเครดิต ไปให้แก่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เครดิตบูโร ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ และบัตรเครดิตของทุกคน โดย ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากทั้งสถาบันการเงินและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินแต่ดำเนินธุรกิจเยี่ยงสถาบันการเงิน ที่เป็นสมาชิกขององค์กรกลางนี้ โดยบริษัทข้อมูลนี้ จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่ขอสินเชื่อ ประวัติการอนุมัติสินเชื่อ ประวัติการชำระเงิน เป็นต้นไว้ เพื่อให้สมาชิกของบริษัท อันได้แก่ สถานบันการเงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน รวมถึงบุคคลทั่วไป สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อต่าง ๆ รวมถึงสินเชื่อบัตรเครดิตของแต่ละบุคคลได้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจให้สินเชื่อหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การร่วมลงทุน ดังนั้น เมื่อผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตแล้ว ข้อมูลการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตนี้ ก็จะถูกส่งไปยังเครดิตบูโร และเมื่อต้องการที่จะไปขอสินเชื่อ หรือขอบัตรเครดิตจากธนาคารอื่น ก็จะถูกปฏิเสธ เนื่องจากเรามีประวัติเสียเรื่องเครดิตเสียแล้ว

. . . . . . . . . .

           ฉะนั้นหากละเลยการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตไป จนกระทั่งถึงขั้นตอนของศาลแล้ว การแก้ไขก็ อาจจะลำบากมากยิ่งขึ้น หากไม่อยากให้เป็นคดีความ เราควรรีบดำเนินการแก้ไขเรื่องหนี้บัตรเครดิตตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยในที่นี้เรามีคำแนะนำดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องหนี้บัตรเครดิต ให้คุณทราบเทคนิคในการป้องกันการถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีเนื่องจากหนี้บัตรเครดิต ที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับตนเองและคนใกล้ชิดอย่างแน่นอน 

การประนอมหนี้

            เจรจากับเจ้าหนี้ หรือธนาคาร เพื่อทำการประนอมหนี้ หรือยืดระยะเวลาการชำระหนี้ รวมถึงการลดหย่อนดอกเบี้ย ที่ถูกคิดในอัตราสูงสุดอยู่ วิธีนี้ก็จะช่วยบรรเทาภาระหนี้บัตรเครดิตให้ลดลงในส่วนของดอกเบี้ยได้ แต่อย่าลืมว่าเมื่อได้ประนอมหนี้แล้ว ต้องมีวินัยในการชำระตามข้อตกลง มิเช่นนั้น หนี้ก็จะกลับมาผิดนัดและถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดและถูกดำเนินคดีอีก

การปรับโครงสร้างหนี้

             จะคล้ายกับการประนอมหนี้ แต่จะเป็นกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้สินกับธนาคารหลายอย่าง เช่น หนี้เงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งลูกหนี้ก็จะทำการขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร โดยรวมหนี้ทุกประเภทที่มีอยู่เข้ามาไว้เป็นหนี้ก้อนเดียวกัน และถือเป็นหนี้ก้อนใหม่ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยใหม่ ซึ่งถูกลงกว่าเดิม และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระให้ยาวขึ้น แต่ก็มีข้อเสียคือ มูลหนี้ตั้งต้นอาจจะมากกว่ามูลหนี้ที่กู้หรือใช้จ่ายผ่านบัตรเดิม เนื่องจากธนาคารมักจะรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการติดตามทวงถามหนี้ ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ มาไว้เป็นมูลหนี้ด้วย จึงทำให้เงินต้นของหนี้หลังปรับโครงสร้างหนี้สูงขึ้น ทำให้ภาระในการผ่อนชำระในอนาคตก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกลงก็ตาม ดังนั้น ผู้ถือบัตรหรือลูกหนี้ ควรพิจารณาให้ดีว่า ตนเองนั้นมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตก้อนใหม่นี้ได้หรือไม่ หากไม่ไหว วิธีการปรับโครงสร้างหนี้ก็อาจจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาหนี้คงค้างบัตรเครดิต 

Refinance

การรีไฟแนนซ์ (Refinance)

            ลองหาแหล่งสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยที่ถูกกว่า มาชำระหนี้ที่ผิดนัด เพื่อการประหยัดดอกเบี้ยไม่ต้องจ่ายแพงมาก อาจดูตามงานมหกรรมการเงิน ซึ่งจะมีการให้โปรโมชั่นพิเศษแก่ลูกค้าต่าง ๆ รวมถึงลูกค้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนเก่าด้วย ซึ่งธนาคารใหม่ จะช่วยแนะนำและอำนวยความสะดวก ในการดำเนินการรีไฟแนนซ์ให้ หลังจากที่ทำการรีไฟแนนซ์แล้ว ต้องซื่อตรงกับตนเองด้วยว่า จะนำเงินที่ได้จากการรีไฟแนนซ์มาเพื่อจ่ายหนี้บัตรเครดิตเก่าที่ผิดนัด โดยไม่นำไปใช้จ่ายหรือลงทุนอย่างอื่นอีก มิเช่นนั้น ก็จะก่อปัญหาให้มิรู้จบ

. . . . . . . . . .

            แต่หากว่าการดำเนินการด้วยเทคนิคข้างต้นไม่สำเร็จ หรือไม่ได้ทำอะไร จนในที่สุดถูกฟ้อง มาดูกันว่า มีข้อกฏหมายอะไรบ้างที่เกี่ยวกับฟ้องร้องดำเนินคดีหนี้บัตรเครดิต

            เรื่องแรกที่หลายคนคงอยากรู้คำตอบมากที่สุดเลย คงไม่พ้นคำถามที่ว่า เป็นหนี้บัตรเครดิตอายุความกี่ปี ซึ่งต้องขอชี้แจงว่าคดีหนี้บัตรเครดิต จะมีอายุความ 2 ปี นับจากวันที่ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารครั้งสุดท้าย แต่มีบ้างบางกรณีที่ทางธนาคารออกบัตรเครดิตให้ในรูปลักษณะสัญญากู้ยืมเงินภายใต้บัญชีเดินสะพัด เช่นนี้ อายุความของกรณีนี้จะเป็น 10 ปี ดังนั้นหากธนาคารไม่ใช้สิทธิเรียกร้องในการฟ้องร้องในเวลา 2 ปี คดีก็เป็นอันขาดอายุความหรือหมดสิทธิเรียกร้อง ลูกหนี้ก็พ้นความรับผิด ไม่ต้องชำระหนี้ให้แก่ธนาคาร แต่มีจุดที่สำคัญจุดหนึ่งคือ แม้ว่าคดีจะขาดอายุความแล้ว แต่หากธนาคารยังดันทุรังฟ้องอีก ลูกหนี้ต้องยื่นคำให้การในการต่อสู้คดีในประเด็นที่ว่า คำร้องของโจทก์หมดอายุความแล้ว ซึ่งหากลูกหนี้ไม่ยื่นคำให้การในการแก้คดีภายในกำหนดเวลาของกฏหมาย ศาลก็จะไม่สามารถพิพากษายกฟ้องคดีได้ นอกจากนั้น หากคดีหมดอายุความแล้ว และมีการตามหนี้มาอีก และลูกหนี้เผลอไปชำระหนี้เข้า ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ตาม ก็ถือว่าลูกหนี้ยอมรับสภาพหนี้นั้นแล้ว อายุความก็จะเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ในทันที ดังนั้น จุดนี้จึงต้องระมัดระวังให้มาก มีบางกรณีที่ลูกหนี้อาจเสียชีวิตไปแล้ว และมีทายาทโดยชอบธรรมเป็นผู้รับมรดก ทางธนาคารหรือเจ้าหนี้ หากมีความประสงค์อยากฟ้องร้อง ก็สามารถฟ้องทายาทโดยชอบธรรมได้ภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ทราบถึงการเสียชีวิตของลูกหนี้ หากเลยกำหนดแล้ว ทายาทโดยชอบธรรมมีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ทายาทมีความรับผิดเท่าที่ได้รับมรดกมาเท่านั้น หากผู้ตายไม่มีทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาท ทายาทไม่ต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว

             คงเห็นกันแล้วว่า บัตรเครดิตนี้มีคุณหนักหนา แต่หากใช้ไม่ถูกทาง หรือวางแผนทางการเงินไม่ดี ก็จะให้โทษมหันต์เช่นกัน ดังนั้น วันนี้จะมาคุยกันถึงข้อควรปฏิบัติเมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้ว เผื่อจะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกคนปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

รวมหนี้สินทั้งหมดที่มี

           เพื่อให้เห็นภาพว่า ในแต่ละเดือนต้องผ่อนชำระหนี้เหล่านั้นเดือนละเท่าไหร่ แนะนำว่าควรตรวจสอบกับทางธนาคารแต่ละแห่งที่ถือบัตรหรือเป็นเจ้าหนี้โดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่า มีหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่จริง ๆ เนื่องจากบางครั้ง มีบัตรเครดิตหลายใบ อาจหลงลืมไปบ้างว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง และไม่ได้เก็บสลิปบัตรเครดิตไว้

ทำรายรับ - รายจ่าย ทั้งหมด

            ควรทำรายรับ รายรับรายจ่ายทั้งหมดออกมา เพื่อให้เห็นว่าแหล่งรายรับของเรามาจากที่ใดบ้าง เช่น งานประจำ อาชีพเสริม ขายของ ดอกผลจากการลงทุน และรายจ่ายในแต่ละเดือนของเรามีอะไรบ้าง ทั้งที่เป็นแบบรายจ่ายประจำ และรายจ่ายขาจร รายจ่ายประจำอาทิเช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา ฯลฯ และรายจ่ายขาจร อาทิ เงินบริจาค ทำบุญ ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ ค่าซื้อของใช้ส่วนตัว ช้อปปิ้ง เหล่านี้เป็นต้น เมื่อเราทราบรายรับและรายจ่ายแล้ว จะได้ลองเปรียบเทียบดูว่า ในแต่ละเดือนมีเงินเหลือมากน้อยเพียงใด เพียงพอต่อการชำระหนี้บัตรเครดิตหรือพอเก็บเป็นเงินออมหรือไม่ หรือเงินติดลบตลอดเวลา หากเป็นประการแรก ก็เรียกว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากเป็นอย่างหลัง ก็ต้องลองพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับรายจ่ายว่า มีรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยบ้าง ไม่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตหรือการทำงานจริง ๆ แต่จ่ายไปตามอารมณ์หรือกระแสสังคม หรือกลุ่มเพื่อน เช่น การซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ การจ่ายค่าแพคเกจมือถือที่แพงเพื่อการติดตามโซเชียลมีเดีย หรือคุยกับเพื่อน เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งรายจ่ายเหล่านี้ ก็ควรลดทอนลงหรือไม่ใช้จ่าย เพื่อให้มีเงินเหลือจากส่วนนั้น ก็จะสามารถบริหารเงินให้เหลือพอในการชำระหนี้บัตรเครดิตได้

รายรับ - รายจ่าย

ชำระหนี้ บัตรเครดิตเต็มจำนวน หรือมากกว่า ยอดขั้นต่ำที่ต้องชำระ

             หากเรามีศักยภาพพอซึ่งเป็นผลการการทำบันทึกรายรับ รายจ่ายแล้ว เราก็ควรจะกันเงินส่วนหนึ่งในแต่ละเดือนไว้เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิต โดยพยายามหลีกเลี่ยงการชำระแบบขั้นต่ำ เพราะจะทำให้ดอกเบี้ยสูงมาก แต่หากชำระแบบเต็มจำนวนไม่ไหว ก็พยายามชำระให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ได้มากที่สุด

เงินพิเศษ หรือเงินโบนัส

           เมื่อใดก็ตามที่ได้เงินมาเป็นพิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือนหรือรายได้ประจำ พยายามกันเงินก้อนนี้ไว้ชำระหนี้บัตรเครดิตแบบโปะยอดไปเลย เพื่อลดยอดเงินต้นให้ต่ำลง จะได้เป็นอิสระเร็วขึ้น

การรีไฟแนนซ์

           อาจเป็นอีกหนทางหนึ่งในการช่วยลดภาระหนี้ให้ต่ำลง โดยหาแหล่งให้กู้ยืมอื่นที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่ และกู้เงินจากก้อนนั้นมาโปะหนี้ของบัตรเครดิตให้หมด โดยไปเริ่มผ่อนชำระหนี้กับที่ใหม่แทน อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ อาจจะดูยากสำหรับกรณีที่ติดแบล็กลิสต์ไปแล้ว เพราะที่ใหม่ที่จะให้กู้ ก็ต้องตรวจสอบเครดิตของเรา ซึ่งก็จะพบว่าเราผิดนัดชำระหนี้อยู่ แต่ลองดู เพราะบางที การพูดคุยกับที่ใหม่ อาจช่วยได้ โดยอาจอธิบายถึงแผนทางการเงินในอนาคตของคุณให้เค้าฟัง ก็อาจมีโอกาสที่จะได้รับสินเชื่อได้ อย่าเพิ่งท้อถอย

ไม่สร้างหนี้ใหม่

           อย่าลืมว่า เรากำลังผ่อนหนี้บัตรเครดิตอยู่ ไม่ควรที่จะใช้จ่ายหรือสร้างหนี้ใหม่อย่างฟุ้งเฟ้อ เพราะจะทำให้กลายเป็นดินพอกหางหมู ปมจะยิ่งพันกันยุ่ง จะแก้ไขลำบาก

รักษาวินัยทางการเงิน

          อันนี้สำคัญมากทำไม่ยาก แค่เอาชนะใจตัวเอง บทเรียนจากการที่เราใช้จ่ายอย่างไม่วางแผน นำมาซึ่งปัญหาและความน่าปวดหัวอย่างไร หากเราสามารถแก้ไขได้ เราต้องมีวินัยในการใช้เงิน การจ่ายชำระหนี้ตาแผนที่วางไว้ อาจมีการยืดหยุ่นบ้าง แต่ไม่ใช่ตามใจตัวเองจนขาดวินัย

. . . . . . . . . .

            นอกเหนือจากข้อปฏิบัติที่ควรทำหากเป็นหนี้ของบัตรเครดิตและจะปลดหนี้อย่างไรที่กล่าวไปแล้ว เรายังมีข้อคิดดีดีในการป้องกันการเป็นหนี้บัตรเครดิตอย่างถาวรมาฝากกันด้วย

ประเมินความจำเป็นในการใช้บัตรเครดิต

           เราทราบกันดีว่า บัตรเครดิต หากใช้ให้ถูกทาง จะให้คุณมากกว่าโทษ แต่ก็มีคนอีกหลายคน ที่อาจจะไม่สามารถบริหารจัดการการใช้บัตรเครดิตได้ ดังนั้น กฏข้อแรกคือ อย่าใช้หรือมีบัตรเครดิต จะดีกว่า ยอมจ่ายเงินสดในการซื้อสินค้าหรือบริการไปเลย จะได้รู้ว่า เหลือเงินที่จะใช้ได้อีกเท่าไหร่ ไม่ต้องมาปวดหัว นั่งคำนวณ หรือวางแผนการจ่ายหนี้บัตรกันให้วุ่นวายในภายหลัง

ใช้บัตรเครดิตอย่างมีสติ

            ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ของที่น่าซื้อทั้งนั้น บางครั้ง ซื้อมา รูดปรื้ด รูดปรื้ด กลับมาถึงบ้าน อ้าว ซื้อมาทำไมเนี่ย ยังไม่รู้ตัว ดังนั้นก่อนจะรูดบัตรเครดิตซื้อสินค้าหรือใช้บริการใด ควรจะไตร่ตรอง ให้เวลาตัวเองนการพิจารณาสักเสี้ยววินาทีก่อนว่า สิ่งนั้นจำเป็นหรือไม่ หากเราหยุดคิดสักนิด เราก็จะไม่ตกหลุมพรางของหนี้ที่ไม่จำเป็นได้

ออมเงิน

หาเงินเพิ่ม ออมเงินเพิ่ม

             หากพยายามลดรายจ่ายลงแล้ว แต่ก็ยังไม่พอกับรายรับ นั่นแปลว่า คุณอาจจะจำเป็นต้องหารายได้เพิ่ม โดยอาจลองเปลี่ยนงานดู หรือหางานพิเศษทำเพิ่ม หรืออาจไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มทักษะในการเพิ่มมูลค่าให้ตัวคุณเอง และเมื่อมีรายรับเพิ่มแล้ว ก็อย่าลืมเก็บออมให้มากขึ้นด้วย

หาทางเลือกในการออมเงินอื่น

           ในปัจจุบันมีทางเลือกในการออมเงินมากมาย ในรูปของการลงทุน ทั้งในรูปแบบการฝากเงินแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ในยุคนี้แล้ว เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก อาจต้องเป็นในแนวการลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่น การฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษ การซื้อสลากออมทรัพย์ การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม การเล่นหุ้น หรือการลงทุนในต่างประเทศก็มี แต่ทั้งนี้ ต้องประเมินระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ และควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนให้รู้จักผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ดีก่อน อย่าเพิ่งเชื่อข้อมูลจากการโฆษณาตามเวปไซด์ หรือ การโทรศัพท์มาชักชวน เป็นอันขาด เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพมาหลอกได้ ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นต้องพิจารณาและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ

เล่นหุ้น

. . . . . . . . . .

            จะว่าไปแล้วบัตรเครดิตก็เปรียบได้เสมือนเหรียญที่มีอยู่สองด้าน มีคุณเอนกอนันต์และผลเสียที่ก่อให้เกิดหนี้บัตรเครดิตได้ อย่างประโยชน์ก็คือ ช่วยให้นักลงทุนสามารถจับจ่ายสร้างเงินทุนหมุดเวียนก่อให้เกิดรายได้และผลตอบแทนที่สูงมากขึ้นได้ถ้ารู้จักหลักและวิธีการ แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดโทษมหันต์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ใช้ ใช้โดยขาดสติความระมัดระวังปล่อยให้กิเลสเข้าครอบเงาทำให้ก่อร่างสร้างหนี้สินจนมารู้ตัวอีกทีก็อาจจะสายเกินแก้ ฉะนั้นแล้ว อยากฝากไว้ให้ทุกคนใช้จ่ายแต่พอดี ประมาณกำลังของตนให้ถ่องแท้ และที่สำคัญหากเป็นหนี้แล้วไม่ควรปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังจนลุกลามจนเกินกว่าจะแก้ไข เท่านี้ก็ช่วยลดหนี้บัตรเครดิต ช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกสบายมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยได้ตามเจตนาของผู้ที่คิดค้นเจ้านวัตกรรมทางการเงินนี้ขึ้นมา