logo

          สำหรับเคล็ดลับการอยู่อาศัยในครั้งนี้ หากพูดถึงรูปภาพติดผนังเป็นอีกหนึ่งไอเดียตกแต่งที่พักอาศัย ซึ่งการแขวนรูปภาพ สามารถทำให้ห้องมีกลิ่นอายและสไตล์ที่เปลี่ยนไปได้ และภาพที่นำมาแขวน หลาย ๆ ครั้งมักเป็นภาพแทนความทรงจำของคนในบ้านอีกด้วย แต่หากจะแขวนภาพแบบไม่วางแผน ก็อาจทำให้ภาพเหล่านั้น ดูไม่สวยงามและทำให้บ้านรกและขัดตาไป มาดูกันดีกว่าว่าทำอย่างไร ? จึงจะแขวนรูปภาพติดผนังให้ออกมาดูดี กลมกลืนกับพื้นที่ได้

. . . . . . . . . .

frame

การจัดสัดส่วนของการแขวน / ติดตั้งรูปภาพติดผนัง

          ตามหลักการจัดวางงานศิลปะแล้ว การแขวนรูปภาพติดผนังนั้น จะวางตำแหน่งจุดศูนย์กลางของภาพให้ขึ้นเหนือพื้นไปประมาณ 57 นิ้ว หรือราว ๆ 1.45 เมตร ซึ่งการที่กำหนดการวางภาพแบบนี้ ก็เพราะเป็นระยะมาตรฐานที่แสดงถึงความสูงระดับสายตาของคนโดยเฉลี่ยนั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล และขนาดความสูงของแต่ละคนด้วย ซึ่งบางคนอาจมองว่า 57 นิ้วนั้นต่ำไปหรือสูงไปสำหรับเขา โดยทั่วไปการวางรูปภาพติดผนังนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 56 - 60 นิ้ว หรือ 1.20 – 1.50 เมตร แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ การวางให้ตำแหน่งกึ่งกลางของภาพตรงกับระดับสายตาพอดี

สัดส่วนการเลือกขนาดของรูปภาพกับขนาดของผนัง

          สำหรับรูปภาพติดผนังควรมีความสมดุลกับผนัง ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือแขวนแบบที่ทำให้ดูรกตา ควรเป็นการจัดวางแบบเท่ากันทั้งซ้ายและขวาหรือบนและล่าง แม้แต่การจัดวางแบบคละขนาดกันก็ตาม ดังนั้นขนาดรูปภาพจึงต้องเหมาะสมและสัมพันธ์กับสัดส่วนและขนาดของผนัง

           หากเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ในผนังขนาดปานกลาง ก็ไม่ควรติดรูปภาพเกิน 1 ภาพ เพื่อให้รูปภาพนั้นดูเด่น ไม่มีคู่แข่งหรือทำให้ห้องดูรกรุงรังเกินไป แต่หากมีรูปภาพติดผนังมากกว่า 1 ภาพ ควรเว้นระยะแต่ละภาพ ประมาณ 5 – 7.5 เซนติเมตร หรืออาจจะมากกว่านี้ตามความเหมาะสม และยิ่งถ้าภาพมีขนาดที่แตกต่างกัน ก็ควรขยับภาพให้ไกลกัน จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย

          การจัดเรียงไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม ไม่ควรติดภาพจนเต็มสุดขอบผนัง ระยะห่างในการติด และระดับสายตาที่พอดีกับมุมมอง จะอยู่ที่ประมาณ 56 - 60 นิ้ว หรือ 1.20 – 1.50 เมตร ส่วนระยะบน – ล่างของผนังให้วัดคร่าวๆ ประมาณ 80 เซนติเมตร เป็นระยะที่จะทำให้ภาพไม่อยู่สูงหรือต่ำจนเกินไป

. . . . . . . . . .

รูปภาพติดผนัง

การแขวนรูปภาพติดผนังแบบภาพเดี่ยว

          ในการแขวนรูปภาพติดผนังแบบภาพเดี่ยว ควรคำนึงถึงพื้นที่ผนังของห้องที่จะนำรูปภาพไปติดด้วย เพราะหากเลือกภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้ห้องดูเล็กลงไปถนัดตา แต่หากเลือกรูปภาพที่มีขนาดเล็กจนเกินไป ก็อาจทำให้ห้องดูโล่งไปเช่นกัน ฉะนั้นก็ควรเลือกขนาดพอดีๆ ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป

นอกจากนี้ ต้องมีการจัดองค์ประกอบบนฝาผนัง รวมกับลักษณะของการจัดเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องด้วย เพื่อให้ไม่มีการแย่งจุดดึงดูดสายตาระหว่างรูปภาพและเครื่องเรือนนั่นเอง

การแขวนรูปภาพติดผนังแบบหลายภาพหรือเป็นกลุ่ม

          ในการแขวนรูปภาพติดผนังแบบหลายภาพหรือเป็นกลุ่ม ควรติดภาพที่มุ่งความสนใจรวมมาที่จุดเดียวกันบนผนัง การจัดกลุ่มมีด้วยกันหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับขนาดของรูปภาพติดผนัง รูปร่างของกรอบรูป และลักษณะห้อง โดยก่อนจะจัดก็ต้องคำนึงถึงลักษณะห้องด้วย เพราะการจัดตามแนวเส้นนอน จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ส่วนตามแนวเส้นตั้งจะทำให้ห้องดูสูงขึ้น ฉะนั้นห้องที่สูงอยู่แล้วก็ไม่ควรจัดตามเส้นตั้งหรือห้องที่กว้างอยู่แล้วก็ไม่ควรจัดตามแนวเส้นนอนนั่นเอง

. . . . . . . . . .

การแขวนรูปภาพติดผนังที่มีขนาดเท่า ๆ กัน

          รูปแบบการแขวนรูปภาพติดผนังที่มีขนาดเท่า ๆ กัน มีด้วยกันหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับขนาดภาพและจำนวนภาพที่คุณต้องการนำมาแขวนบนผนัง

          หากมีรูปภาพที่ต้องการแขวนบนผนังมากกว่า 1 ภาพ ที่มีขนาดใกล้ๆ กัน และเป็นภาพขนาดใหญ่ทั้งหมด แนะนำให้แขวนห่างกันประมาณ 2 นิ้ว โดยเป็นความห่างทั้งจาก ด้านบน ด้านล่าง และด้านข้างทั้งสองของกรอบรูป ถ้าภาพเป็นแนวนอน อาจจะเรียงภาพจากบนลงมาล่าง หรือถ้าภาพเป็นแนวตั้ง ก็อาจเรียงภาพจากซ้ายไปขวาก็ได้ หรือจะเรียงซิกแซกสลับฟันปลา เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้การเรียงภาพไม่ดูน่าเบื่อจนเกินไปนักก็ได้

          การจัดเรียงรูปภาพติดผนังที่มีขนาดเท่า ๆ กัน และเป็นรูปแบบที่คลาสสิกอีกรูปแบบหนึ่ง คือการแขวนรูปภาพแบบตาราง โดยรูปแบบนี้ต้องคำนึงถึงจำนวนรูปภาพที่เท่ากัน และขนาดของรูปภาพที่เท่ากันด้วย

รูปภาพติดผนังหลายภาพ

การแขวนรูปภาพติดผนังที่มีขนาดต่างกัน

           หากมีรูปภาพใหญ่ 1 ภาพและมีรูปขนาดรองลงมาอีก 4 ภาพ ก็อาจจะติดในลักษณะคล้ายผีเสื้อ โดยให้รูปใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง และรูปที่เหลือขนาบทั้งสองข้างก็ได้

           หากมีรูปภาพแนวตั้งเท่ากันสองภาพ และรูปแนวนอนเท่ากันสองภาพ ก็อาจติดในลักษณะกังหันลม โดยเรียงสลับกันระหว่างรูปแนวนอนและแนวตั้งเป็นวงกลม

           หากมีรูปภาพติดผนังหลายๆ ขนาด โดยเฉพาะรูปภาพแนวตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะจัดให้จุดสนใจอยู่ในที่เดียวกัน การจัดกลุ่มให้เรียงกันซ้ายไปขวา โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางของภาพตรงกัน หรือจะแบ่งเป็นสองส่วนบน – ล่าง หรือซ้าย – ขวา และคิดว่ามีเส้นแบ่งระหว่างสองกลุ่มนี้ และนำรูปภาพวางบนเส้นแบ่งนั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

          หากมีรูปภาพติดผนังหลาย ๆ ขนาด แบบการแขวนคล้ายการวางบล็อกตัวต่อก็ถือเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม เพราะเป็นการจัดกลุ่มรูปที่มีขนาดต่างกัน ให้รวมกันในจุดสนใจเดียว เหมือนนำทุกรูปมาใส่ไว้ในกรอบรูปกรอบเดียวกัน

. . . . . . . . . .

การเลือกรูปร่างของกรอบรูปภาพติดผนัง

           อีกสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ นั่นก็คือรูปร่างของกรอบรูป เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความโดดเด่น สะดุดตา ให้กับรูปภาพติดผนัง และยังทำให้ห้องมีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปด้วย มักมีให้เลือกด้วยกันหลากหลายลักษณะ ทั้งสี่เหลี่ยม วงกลม หรือวงรี ซึ่งจะทำให้รูปภาพดูดีและมีสไตล์ที่แตกต่างกัน

frame type

           การเลือกรูปร่างของกรอบรูป ควรเลือกให้เข้ากับเนื้อที่และสีของผนัง หากสีผนังลอกก็ควรจัดแจงซ่อมแซมให้เรียบร้อย รวมถึงการจัดวางเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องใช้สอยนั้น ๆ เพื่อให้รูปภาพและโทนอารมณ์ของห้องเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่ขัดแย้งกัน

กรอบรูปวงกลมและวงรี

          เหมาะกับการจัดแต่งห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น เพราะจะให้บรรยากาศที่สนุกสนาน

กรอบรูปสามเหลี่ยม

          เหมาะกับการจัดแต่งห้องทานอาหารหรือห้องทำงาน เพราะให้ความรู้สึกมั่นใจและสร้างสรรค์

กรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง

          เหมาะกับการจัดแต่งในห้องพักผ่อนหรือตกแต้งห้องนอน เพราะจะให้ความรู้สึกสบาย อบอุ่น และสงบนิ่ง

กรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน

           สามารถจัดแต่งได้กับทุกห้อง เป็นการเพิ่มความโดดเด่นและจุดสนใจให้กับห้องได้ดี

กรอบรูปหลายเหลี่ยม

          เหมาะกับการจัดแต่งห้องนอนเด็กในมุมที่ต้องการเสริมพัฒนาการ จะช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์และห้องยังดูแปลกตา สนุกสนานอีกด้วย

          หรือถ้าหากมีกรอบรูปเป็นรูปวงกลม วงรี หรือหลาย ๆ เหลี่ยม จะต้องจัดเว้นช่องให้ดี การสร้างองค์ประกอบให้เหมาะกับเนื้อที่ โดยคำนึงถึงรูปทรงเรขาคณิตเป็นเกณฑ์ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจเช่นกัน

. . . . . . . . . .

การเลือกวัสดุกรอบรูปภาพติดผนัง

          วัสดุที่มาใช้ทำกรอบรูป นอกจากจะช่วยรักษารูปภาพของเราให้อยู่ได้นานแล้ว ยังสามารถให้อารมณ์และความโดดเด่นของภาพที่แตกต่างกัน ไม่แพ้รูปร่างของกรอบรูปเลย

frame material

กรอบรูปพลาสติก (Plastic Frame)

          เป็นกรอบรูปแบบมาตรฐาน ความโดดเด่นแตกต่างไปตามสีสันและสไตล์ สามารถเลือกใช้แบบที่เหมาะกับผนังบ้านได้ง่าย ซึ่งหากภาพและกรอบมีการคุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกัน จะยิ่งช่วยทำให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้นด้วย

กรอบรูปไม้ (Wooden Frame)

          กรอบรูปชนิดนี้สามารถนำมาประดิษฐ์เติมแต่งในแบบ DIY ได้เอง จึงเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จะแตกต่างไปตามแต่สไตล์ที่แต่ละคนชอบ เหมาะกับการแขวนบนผนังสีอ่อน เพราะจะทำให้รูปภาพดูโดดเด่น ภาพที่นำมาใช้กับกรอบรูปชนิดนี้ ถ้าเป็นภาพถ่ายที่เป็นธรรมชาติก็จะยิ่งสร้างบรรยากาศห้องให้มีความอบอุ่นขึ้นได้ 

กรอบรูปอะลูมิเนียม (Aluminium Frame)

          กรอบรูปชนิดนี้มีจุดแข็งอยู่ที่ความคงทนแข็งแรง และมีความเรียบง่ายที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการแขวนบนผนังโทนสีเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายหรือวอลเปเปอร์สีฉูดฉาด ซึ่งจะให้บรรยากาศภาพถ่ายดูสวยงามเหมือนจัดแสดงอยู่ในแกลเลอรี

กรอบรูปอะคริลิก (Acrylic Frame)

          เป็นกรอบรูปแบบใส ที่จะนำแผ่นอะคริลิก 2 แผ่น ประกบเข้ากับภาพถ่าย หลายคนมักจะพบเห็นกรอบรูปชนิดนี้ได้จากงานนิทรรศการต่าง ๆ ซึ่งเป็นกรอบรูปที่เหมาะกับการใส่ภาพที่มีการเน้นรายละเอียดมุมมองมาก ๆ เป็นรูปภาพหรือชิ้นงานที่มักมีวัสดุในการทำชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้มองเห็นอย่างชัดเจน

. . . . . . . . . .

สไตล์ของกรอบรูปภาพติดผนัง

ดีไซน์ของกรอบรูปนั้น สามารถบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านและยังช่วยส่งเสริมรูปภาพของเราให้โดดเด่นสวยงามขึ้นได้ไม่น้อย

frame รูปภาพติดผนัง

กรอบรูปเรียบ ๆ

          อาจจะเป็นสีขาว สีดำหรือสีเข้ม ซึ่งหากต้องการให้ภาพที่มีขนาดเล็กดูโดดเด่นขึ้นมา การใช้กรอบรูปสีขาว ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้มุมมองของภาพดูกว้างขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภาพเหล่านั้นเป็นภาพโทนสีขาว-ดำ ในทางกลับกันการเลือกกรอบสีดำหรือสีเข้ม มาใช้กับภาพที่มีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งทำให้รูปภาพมีความสมบูรณ์และสร้างเสน่ห์ดึงดูดความสนใจได้มากขึ้นด้วย

กรอบลวดลายวิจิตรหรือกรอบหลุยส์

          กรอบรูปสีทองหรือสีเงิน กรอบชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก หลาย ๆ คนอาจจะเห็นจากรูปภาพครอบครัวหรือรูปภาพรับปริญญาสักส่วนใหญ่ และมักจะใช้ได้ทั้งกับภาพวาด ภาพเขียนและภาพถ่าย เมื่อนำรูปภาพมาใส่ในกรอบชนิดนี้ จะทำให้ภาพดูหรูหราอลังการและดูใหญ่โตมากยิ่งขึ้น จึงไม่เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป

กรอบรูปหลากสีสัน

          สำหรับใครที่อยากจะสร้างความสดใสและเพิ่มความสนุกสนานให้กับภาพวาด ภาพถ่ายหรือผลงานชิ้นโบแดงของตนเอง การเลือกกรอบที่มีสีสันสดใส ไม่ว่าจะจัดคู่สีไปในทางเดียวกันหรือจะเป็นคู่สีตรงข้ามให้ดูแปลกตา ก็ทำให้งานออกมาโดดเด่นและดูดีได้ไม่แพ้กัน

กรอบกล่อง

           เป็นกรอบที่มีลักษณะคล้ายๆ ถ้วย เพราะมีทั้งความหนาและความลึกในตัว นิยมนำมาใช้กับงานที่ต้องการโชว์วัสดุของชิ้นงาน อย่างภาพประติมากรรม ทั้งแบบนูนสูง นูนต่ำและแบบลอยตัว ช่วยสร้างความน่าสนใจให้เป็นลูกเล่นของงานศิลปะชิ้นนั้นๆ และยังสามารถสร้างแรงดึงดูดให้ชิ้นงานดูมีมิติมากยิ่งขึ้นด้วย 

การใส่ขอบหรือมาร์จิ้น การใส่มาร์จิ้นให้กับภาพถ่ายหรือภาพวาดที่เป็นกระดาษ สามารถช่วยปกป้องขอบของภาพได้ ขนาดที่เหมาะสมและเป็นที่นิยมในการใส่มาร์จิ้น มักจะมีความกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว ดังนั้นภาพที่มีโทนสีเข้มไม่ควรเลือกมาร์จิ้นที่เล็กจนเกินไปเพราะจะทำให้ภาพดูไม่โดดเด่นสะดุดตา และภาพโทนสีอ่อนก็ไม่ควรเลือกมาร์จิ้นที่ใหญ่เกินพอดี เพราะจะทำให้ภาพดูเล็กลงและกลืนไปกับมาร์จิ้นได้ 

กรอบรูปไร้ขอบหรือกรอบลอย

          เป็นการเคลือบภาพวาดหรือภาพถ่ายด้วยฟิล์มลามิเนต เหมือนภาพเขียนที่ขึงอยู่บนแคนวาส ซึ่งจริงๆ แล้วในปัจจุบันก็มีการพิมพ์ภาพลงไปในแคนวาสเลยด้วยเช่นกัน การใส่กรอบลักษณะนี้จะทำให้ภาพดูโมเดิร์นและมีสไตล์เฉพาะตัวมากขึ้น เหมาะที่จะใช้ในโอกาสสำคัญๆ สำหรับคนพิเศษของคุณ

กรอบรูปดีไซน์ต่าง ๆ

          เป็นกรอบรูปที่มีการนำเอาอุปกรณ์อื่น ๆ มารวมเข้าด้วยกัน หรือจะรวมไปถึงกรอบที่มีลักษณะอย่างอื่นด้วย ทั้งกรอบรูปดีไซน์แปลก ๆ หรือจะเป็นกรอบรูปน่ารัก ๆ แบบต่าง ๆ ก็ตาม จะทำให้กรอบประเภทนี้สังเกตได้ง่าย ไม่ว่าจะตั้งหรือจะแขวนไว้ที่ไหน เหมาะสำหรับภาพถ่ายทุกรูปแบบทุกชนิด

. . . . . . . . . .

รูปภาพติดผนัง

ข้อแนะนำในการติดตั้งรูปภาพติดผนัง

          หากมีภาพเล็กๆ ที่ต้องการวางรวมเป็นกลุ่ม ให้เริ่มจากการตัดกระดาษอะไรก็ได้ ให้ได้ขนาดเท่ากับกรอบรูป แล้วลองแปะวางเป็น Pattern ที่ผนัง เพื่อหาตำแหน่งของแต่ละภาพ ก่อนจะเริ่มเจาะรูตะปูเข้ากำแพง เพื่อให้ได้ตำแหน่งรูปภาพที่ตรงตามความต้องการและอยู่ในระยะที่เหมาะสม

          สำหรับการวางรูปภาพเหนือเฟอร์นิเจอร์ รูปภาพจะต้องมีขนาดความกว้าง 50% - 90% ของความกว้างของเฟอร์นิเจอร์ ให้เหมาะสมจริงๆ ก็จะอยู่ที่ 75% ภาพที่กว้างน้อยกว่า 50% จะเล็กเกินไป และหากกว้างกว่า 90% ก็จะดูไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ

          รูปภาพขนาดเล็ก ไม่ควรติดให้สูงจนเกินไป เพราะจะทำให้มองไม่เห็น และขาดความน่าสนใจ ในขณะที่รูปภาพขนาดใหญ่ ก็ไม่ควรติดในที่ที่อยู่ต่ำจนเกินไป เพราะจะทำให้ผนังและห้องดูหนักขึ้นมาได้ การแต่งห้องรับแขกไม่ควรติดรูปภาพให้ต่ำจนเกินไป บริเวณด้านหลังของโซฟาหรือที่นั่ง ควรกะระยะความห่างของรูปภาพกับที่นั่งให้สูงกว่าระดับศีรษะขึ้นไป เพราะส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจัดที่นั่งให้ชิดผนัง เมื่อมีการพิงพนัก ศีรษะจึงมักจะชนกับผนัง รูปภาพที่ติดไว้ต่ำอาจเกิดการกระทบกับศีรษะ หรืออาจกระแทกรุนแรงจนตกหล่นลงมาเป็นอันตรายได้

          อย่าติดรูปภาพให้ชิดและเต็มผนังเกินไป ควรเว้นช่องว่างเพื่อให้มีที่สำหรับพักสายตาจากการมองภาพหนึ่งไปอีกภาพหนึ่งด้วย ยกเว้นว่าการติดภาพนั้น จะทำเพื่อใช้เป็นส่วนปิดบังผนังหรือรอยที่ไม่สวยงามของห้อง

           การติดภาพเป็นกลุ่ม ควรใช้ภาพที่เป็นเรื่องราวใกล้เคียงกัน และใช้สีในโทนที่มีความคล้ายคลึงกันมาติดอยู่รวมกัน จะทำให้ภาพดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนมากกว่า แต่หากจะใช้สีหรือเรื่องราวที่แตกต่างกันไปบ้าง ก็ไม่ควรใช้ในปริมาณที่เท่ากันหรือแตกต่างกันมากเกินไปนัก

            ผนังห้องที่ติดวอลเปเปอร์ที่มีลวดลาย การติดภาพไม่ควรเป็นภาพที่มีลวดลายตามไปด้วย ควรใช้ภาพที่เป็นสีเรียบๆ จัดอยู่ในกรอบที่มีสีเข้มๆ หรือเป็นสีที่เห็นได้ชัดบนวอลเปเปอร์ เพื่อเป็นการเน้นรูปภาพให้มองเห็นง่ายขึ้น และทำให้ภาพดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

. . . . . . . . . .

            อย่างไรก็ตามการจัดวางหรือตกแต่งรูปภาพติดผนัง ก็ไม่มีหลักกฎเกณฑ์ที่ตายตัวแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับความชอบ และสไตล์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล สิ่งที่นำเสนอมาเป็นเพียงไอเดียสำหรับผู้ที่คิดไม่ออก ว่าจะดีไซน์การติดรูปภาพบนฝาผนังแบบใด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแขวนภาพบนผนัง คือ ให้ติดรูปภาพในระดับสายตาก็พอแล้ว เพียงเท่านี้บ้านที่ว่างเปล่า ดูจืดชืด ก็จะมีความสวยงาม ดูดีและน่าสนใจแปลกตาขึ้นมาได้ เป็นอย่างไรกันบ้างกับรูปภาพติดผนัง ที่นิวบ์ได้มาพูดคุยเกร็ดความรู้นำมาฝาก นำไปปรับใช้กันได้เลย