logo

          สำหรับ ลิฟต์ค้าง เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักและพบเห็นจากฉากในภาพยนตร์มากกว่าในชีวิตจริง แม้ว่าด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่พัฒนาไปไกลมาก รวมถึงมาตรฐานการติดตั้งและการควบคุมอุปกรณ์จะล้ำหน้าไปไกลแล้วก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าลิฟต์ค้างจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นกับเรา ยิ่งในสภาวะปัจจุบัน ที่รูปแบบของที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ ๆ ที่ที่ดินมีราคาแพงมากขึ้น การสร้างอพาร์ทเมนท์ หรือคอนโดมิเนียมสูง ๆ ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามกันไป และการอยู่อาศัยบนตึกสูง ๆ หรือต้องทำงานออฟฟิศบนอาคารสูง ๆ เราก็ต้องใช้ลิฟท์ขึ้นลงเป็นประจำ ซึ่งก็อาจจะมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ซึ่งอาจจะมาจากอุปกรณ์ชำรุด หรือเก่าเกินไป ระบบไฟฟ้า หรือปัจจัยอีกมากมาย อย่างที่บอกไปถึงแม้ว่าโลกสมัยใหม่ จะมีโอกาสเกิดลิฟต์ค้างน้อยมากก็ตาม เพราะลิฟต์โดยสารในยุคปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนจากระบบสายเคเบิลดึงลิฟต์ ไปใช้พลังงงานแม่เหล็กแทน แต่การเรียนรู้วิธีป้องกันหากเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้า ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น วันนี้เรามีวิธีดี ๆ มาแนะนำกันกับการรับมือลิฟต์ค้างทำอย่างไรดี แนะวิธีเอาตัวรอด เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน

ลิฟต์ค้าง

. . . . . . . . . . .

ลิฟต์ที่นิยมใช้งานมีระบบไหนบ้าง

          ลิฟต์จะมีการคิดค้นมาตั้งแต่อดีต เป็นเวลานาน กว่า 200 ปี และได้มีการปรับเปลี่ยนพัฒนารูปแบบการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้งานมากขึ้น ลิฟต์ที่ใช้งานได้มีการปรับเปลี่ยนไปมากมายตั้งแต่ลิฟต์ที่ใช้สายสลิงเส้นเดียว ลิฟต์ที่ใช้สายสลิง 2 เส้น และหลายเส้น รวมไปถึงเทคโนโลยีล้ำ ๆ แบบลิฟต์ระบบแม่เหล็ก และลิฟต์ระบบไฮดรอลิก และการควบคุมโดยใช้คอมพิวเตอร์ ที่เข้ามาเสริมการทำงานของลิฟต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ลิฟต์ที่ยังนิยมใช้งานกันมาก ๆ นั้น สามารถแบ่งได้ตามลักษณะการทำงานดังนี้

ลิฟต์ระบบสลิง Traction Machine

          ระบบที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือลิฟต์ระบบสลิง เพราะสามารถประยุกต์ในการใช้งานด้านต่างๆ ได้มาก และมีความหลากหลาย รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไม่สูงมากเกินไป ขับเคลื่อนลิฟต์โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสร้างแรงบิดให้แก่มูเล่ย์ เพื่อให้สลิงดึงลิฟต์ให้เคลื่อนที่ ใช้ส่งกำลังน้อย ประหยัดพลังงาน ลิฟต์สามารถทำความเร็วได้มาก ลิฟต์ระบบสลิงได้รับความนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย

ลิฟต์ระบบไฮดรอลิก Direct Drive Hydraulic System

          เป็นการทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก ขับเคลื่อนลิฟต์ด้วยแรงดันในกระบอกไฮดรอลิกโดยตรง ระบบการทำงานจะง่ายกว่าและไม่ซับซ้อนเท่าระบบสลิง แต่ขั้นตอนการติดตั้งยุ่งยากกว่า ต้องติดตั้งปั้มไฮดรอลิคขนาดใหญ่ ต้องมีการฝังกระบอกไฮดรอลิกให้ลึกเท่ากับความสูงของตึก ลิฟต์ประเภทต้องมีการตรวจเช็คระบบกระบอกไฮดรอลิกอยู่เสมอ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างสูง 

ลิฟต์ระบบสลิง

. . . . . . . . . . .

มารู้จักกับ 6 ประเภทลิฟต์จากการใช้งาน

1. ลิฟต์โดยสาร

        ใช้สำหรับรับส่งโดยสารทั่วไป ตามคอนโดมิเนียม ออฟฟิศทาวเวอร์ ห้างสรรพสินค้า หรือตึกสูงต่าง ๆ

2. ลิฟต์บริการ

        ใช้สำหรับส่งของ หรือโดยสารแบบเฉพาะ เช่น ลิฟต์ตามโรงงาน ลิฟต์ตามไซส์งานหรือ ลิฟต์สำหรับแผนกเฉพาะของโรงแรม เช่น ลิฟต์ส่งอาหาร ลิฟต์ขนขยะ

3. ลิฟต์พยาบาล

        จะมีขนาดใหญ่กว่าลิฟต์โดยสารทั่วไป สามารถนำเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าไปในลิฟต์ได้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขนย้ายคนไข้  

4. ลิฟต์รถยนต์

       มีไว้สำหรับขนรถยนต์ขึ้นตึก หรืออาคาร โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่ทางเข้ามีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด หรือเพื่อความสะดวกรวดเร็ว เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือโชว์รูมรถยนต์

5. ลิฟต์ขนของ

       มีไว้สำหรับขนของที่มีขนาด และน้ำหนักมาก ๆ ใช้ขนวัสดุ และอุปกรณ์ไม่ให้ปะปนกับการใช้งานทั่วไป ส่วนใหญ่จะใช้ตามโรงแรม คอนโดมิเนียม หรือตามโรงงาน

6. ลิฟต์แก้ว

          เป็นลิฟต์โดยสารประเภทหนึ่ง ที่เน้นความสวยงามของตัวลิฟต์ และใช้สำหรับชมวิวทัศนียภาพภายนอก ส่วนใหญ่จะเป็นลิฟต์ที่ติดตั้งด้านนอกอาคาร เพื่อให้มองเห็นสถานที่ต่าง ๆ  

. . . . . . . . . . .

มาดูกันว่าสาเหตุลิฟต์ค้าง เกิดจากอะไรได้บ้าง?

          แม้คำว่าอุบัติเหตุจะเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝัน และการที่จะเกิดลิฟต์ค้างไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ก็ตาม แต่เราก็ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนกันก่อนว่าสาเหตุลิฟต์ค้างนั้น เกิดจากอะไรได้บ้าง?

1. ไฟฟ้าดับ

         หลาย ๆ อาคารอาจจะไม่ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) หรือชุด UPS - Uninterruptible Power Supply ที่ช่วยจ่ายพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเกิดกระแสไฟฟ้าจากภายนอกตัด หรือเกิดไฟดับ ก็จะทำให้ลิฟต์โดยสารภายในอาคาร เกิดลิฟต์ค้างในทันที และหากกระแสไฟฟ้ากลับมา ระบบควบคุมลิฟต์จะเคลื่อนตัวลิฟท์ไปยังชั้นที่ใกล้ที่สุด และสามารถใช้งานต่อได้อย่างเป็นปกติ

2. อุปกรณ์นิรภัยตรวจพบสิ่งผิดปกติของการทำงาน

            หากระหว่างลิฟต์ทำงานอยู่ ระบบได้ตรวจสิ่งเจอผิดปกติ หรืออุปกรณ์บางชิ้นชิ้นส่วนเกิดชำรุดเสียหายขึ้นมา หรืออาจเกิดจากการใช้งานของผู้ใช้งาน เช่น ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกขณะลิฟต์กำลังทำงาน ระบบของลิฟต์จะสั่งหยุดการทำงานทันที เพื่อป้องกันลิฟต์ค้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

3. ระบบควบคุมสั่งการทำงานเกิดขัดข้อง

            อีกหนึ่งสาเหตุเกิดจากตัวควบคุมอุปกรณ์ของลิฟต์เองที่สั่งการทำงานผิดพลาด ทำให้มีอาการหยุดชะงัก หรือตัดการทำงานอัตโนมัติ โดยส่วนใหญ่แล้วกรณีเช่นนี้ ลิฟต์จะไม่ค้างในทันที แต่จะเคลื่อนไปชั้นใกล้ที่สุด และประตูเปิดให้คนที่อยู่ในลิฟต์ออกก่อนเพื่อความปลอดภัย และจึงหยุดการทำงานเพื่อให้ช่างได้เข้าตรวจสอบซ่อมแซม

. . . . . . . . . . .

แนะนำ 7 วิธีรับมือกับลิฟต์ค้างทํายังไงกันบ้าง มาดูกันเลย

เรามาดูกันดีกว่าว่าหากเกิดลิฟต์ค้างขึ้นมาจริง ๆ เราควรจะทำอย่างไร

ปุ่มฉุกเฉิน

1. ตั้งสติให้มากที่สุด

          เหตุไม่คาดฝันส่วนใหญ่มักทำให้สติเรากระเจิดกระเจิง ใครไม่เคยเจอกับตัวเองอาจจะไม่รู้ซึ้ง สิ่งที่เราควรทำเป็นลำดับแรกหากเกิดกรณีลิฟต์ค้าง ก็คือ การตั้งสติ หรือเรียกสติกลับคืนมาให้เร็วที่สุด แล้วค่อย ๆ สำรวจให้แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลิฟต์ค้างนิ่งไม่เคลื่อนไหว หรือกำลังไหลเลื่อนลงสู่ด้านล่าง อย่าลืมว่าการเกิดลิฟต์ค้างไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใดเลย หรือหากไฟฟ้าในลิฟต์ดับก็ให้เปิดไฟจากโทรศัพท์มือถือเพื่อให้แสงสว่าง 

2. ใช้โทรศัพท์มือถือให้เป็นประโยชน์

           แน่นอนว่าสื่อโซเชียลอาจจะเป็นตัวช่วยเราได้มากแน่ ๆ ในกรณีลิฟต์ค้างลองสำรวจดูว่าเราน่าจะอยู่ประมาณชั้นที่เท่าไหร่ก่อนลิฟต์ค้าง แล้วก็พิมพ์ข้อความขอความช่วยเหลือ หรือโทรออกไป โดยพยายามดูเบอร์โทรฉุกเฉินที่แผงควบคุม โทรหาคนรู้จัก พนักงานรักษาความปลอดภัย ฯลฯ แจ้งสถานะว่าเป็นอย่างไร ประมาณว่าอยู่ชั้นไหน และภายในติดอยู่กี่คน ที่สำคัญอย่าใช้เพลินจนลืมเซฟแบตเตอรี่เผื่อไว้กรณีฉุกเฉินด้วย

3. กดปุ่มฉุกเฉิน

          ลิฟต์ส่วนใหญ่จะมีไฟสำรองฉุกเฉินส่องสว่างภายในตัวลิฟต์กรณีเกิดเหตุ รวมทั้งมีปุ่มฉุกเฉิน Emergency Call สำหรับขอความช่วยเหลือ หรือปุ่ม Talk ที่เป็นรูปโทรศัพท์เพื่อสื่อสารกับคนภายนอก ให้ลองพยายามกดปุ่มฉุกเฉินดูเป็นระยะ หรือกดปุ่มชั้นที่เราคาดว่าจะใกล้เคียงกับบริเวณชั้นที่ลิฟต์ค้าง อยู่ ให้กดซ้ำ ๆ เป็นระยะ 

4. เซฟอากาศให้มากที่สุด

          ลิฟต์รุ่นใหม่ ๆ ทุกตัว มีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านบนหลังคาลิฟต์ เพื่อช่วยถ่ายเทอากาศในตัวลิฟต์ให้ปลอดโปร่งหมุนเวียนสะดวก หากลิฟต์ค้าง และไม่มีไฟสำรอง พัดลมระบายอากาศอาจจะหยุดทำงานได้เช่นกัน หากใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ก็ถอดออกให้เหลือเสื้อผ้าธรรมดา เพื่อช่วยระบายอากาศไม่ให้ร้อนอบอ้าว หายใจช้า ๆ ประหยัดออกซิเจน และพยายามพูดคุยกันให้น้อยที่สุด

5. อย่าพยายามนั่งหรือนอนในลิฟต์

          อย่าลืมว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลอยลงสู่ที่ต่ำ หากลิฟต์ค้างเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่าพยายามนั่งหรือนอนลงกับพื้นลิฟต์ เพราะนั่นจะทำให้เราสูดเอาอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป จนเกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ หรือเกิดอาการหายใจติดขัดได้ ทางที่ดี ควรยืนชิดผนังลิฟต์ไว้ระหว่างที่รอความช่วยเหลือ

6. อย่าทำอะไรที่เพิ่มความเสี่ยง

          ในขณะลิฟต์ค้างหากได้ทำตามขั้นตอนด้านบนแล้ว ก็เพียงแต่รอรับความช่วยเหลือจากคนด้านนอก หรือเจ้าหน้าที่ไปก่อน ไม่ควรทำอะไรบุ่มบ่ามวู่วาม อันจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงและอันตรายมากขึ้นได้ เช่นพยายามงัดแงะประตูลิฟต์ กระโดด หรือปีนขึ้นด้านบนเพดานลิฟต์ เพราะอาจทำให้วงจรหรืออุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์เสียหายเพิ่มเติม จนคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือทำงานได้ยากลำบากมากขึ้น หรืออาจสร้างปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่คาดคิดให้เกิดขึ้นได้

7. กรณีลิฟต์ไหลลงมา (แต่ยังไม่ใช่ลิฟต์ตก)

          หากเกิดกรณีลิฟต์ค้างได้เลื่อนไหลลงมา อย่าได้ตกใจ เพราะลิฟต์จะมีระบบป้องกันความปลอดภัย เป็นอุปกรณ์จับความเร็วดักไว้ หากลิฟต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกินกว่าระบบตั้งไว้ จะถูกล็อกให้หยุดทันที แต่หากความเร็วไหลเลื่อนลงมาไม่มาก ลิฟต์อาจลงมากระแทกพื้นด้านล่างเพียงเบา ๆ ก็จะกระแทกแบบเบา ๆ ไม่ใช่การตกแบบกระแทก เพราะลิฟต์จะมีระบบถ่วงดุลน้ำหนักถ่วง ทำให้ลิฟต์ไหลลงได้ไม่เร็วมาก แค่ตั้งสติให้มาก ๆ อยู่นิ่ง ๆ หาที่ยึดเหนี่ยว หรือหาที่เกาะจับให้แน่น โดยไม่ต้องก้มหน้า คุกเข่า นั่ง และไม่ต้องงอเข่า 

. . . . . . . . . . .

ลิฟต์ค้าง

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการใช้งานลิฟต์

           โดยปกติแล้วลิฟต์รุ่นใหม่ ๆ จะมีเซนเซอร์ตรวจจับเมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่นมีคน หรือมีสิ่งของขวางช่องประตูอยู่ ประตูลิฟต์ก็จะเปิดออกเองอัตโนมัติ แต่ก็ต้องระวัง ไม่ยื่นมือไปกั้นประตูลิฟต์ เพราะระบบอาจตรวจจับไม่ทัน ทำให้ถูกประตูกระแทกได้

           กรณีเกิดไฟไหม้ ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด เพราะหากระบบไฟฟ้าตัดการทำงาน หรือระบบสั่งหยุดการทำงาน จะทำให้ลิฟต์ค้าง หรือหยุดการทำงาน

           เมื่อเราต้องใช้ลิฟต์ในการขนของ ไม่ควรใช้สิ่งของ หรืออื่น ๆ วางขวางประตูลิฟต์ไว้ หากประตูลิฟต์เปิดค้างเกิน 180 วินาที จะมีเสียงดังเตือน ก่อนจะปิดประตูอัตโนมัติ อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบได้ ควรใช้ลิฟต์สำหรับขนของโดยเฉพาะ หรือ ให้กดปุ่มล็อกปิดลิฟต์ไว้ก่อน 

. . . . . . . . . . .

           ลิฟต์เป็นสิ่งจำเป็น และมีความสำคัญสำหรับคนที่พักอาศัย หรือคนทำงานที่อยู่ในตึกสูง ๆ แม้ว่าลิฟต์ค้างนั้นมีโอกาสเกิดขึ้น และมีอันตรายน้อยมาก แต่หากเราไม่เรียนรู้ และศึกษาถึงวิธีป้องกันหากเกิดลิฟต์ค้างขึ้นมา ก็อาจจะทำอะไรไม่ถูกในเวลาที่เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจริง ๆ และการใช้งานลิฟต์นั้นก็จำเป็นที่ผู้ใช้งานทุกคนจะต้องช่วยกันดูแลรักษา และปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้งานอย่างเคร่งครัด หากเกิดความผิดปกติขณะใช้งานก็ควรช่วยกันแจ้งให้เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบในทันที เพื่อจะได้ช่วยกันหาทางดูและและป้องกันความเสียหายได้อย่างทันท่วงที แต่หากได้อ่านบทความการรับมือลิฟต์ค้างทำอย่างไรดี แนะวิธีเอาตัวรอด เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ของเราแล้วก็เชื่อว่าทุกคนจะรับมือกับปัญหาได้อย่างมีสติ และมีแก้ไขปัญหาได้อย่างปลอดภัยกันนะ และนี่ก็เป็นบทความพูดคุยเกร็ดความรู้กันกับนิวบ์ ก็อย่านำไปใช้ไปปฏิบัติกันนะ