logo

          แมลงตัวเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ไรฝุ่น ที่สร้างปัญหาใหญ่ ๆ ให้เรามาโดยตลอด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย ทั้งไอ จาม เป็นผดผื่น คัดจมูก น้ำมูกไหล บางครั้งก็พาลจะหายใจไม่ออกกันดื้อ ๆ ซึ่งปล่อยไว้นาน ๆ เข้า โรคภูมิแพ้ หรือโรคระบบทางเดินหายใจจะถามหาเอาได้ หลายคนยังมองว่าไรฝุ่นเป็นเรื่องไกลตัว บอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่ไกลตัวอย่างแน่นอน เพราะไรฝุ่นอยู่กับเราแทบทุกที่ โดยเฉพาะในห้องนอนที่เป็นของโปรดของเจ้าสัตว์ร้ายตัวเล็ก ๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จะเกาะติดอยู่ตามผ้าปูที่นอน ตามหมอนมุ้ง หรือตามผ้าห่ม วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเจ้าตัวร้ายภายในบ้าน รวมไปถึงการทำความสะอาดบ้านและข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน เพื่อกำจัดและป้องกันอย่างเห็นผลทันใจ กับไรฝุ่น แมลงตัวร้าย แสนอันตราย สาเหตุของโรคภูมิแพ้ กำจัดได้ง่าย ๆ ได้ผลแน่นอน  

. . . . . . . . . .

ไรฝุ่นคืออะไร สาเหตุเกิดมาจากอะไร

01

ขอบคุณภาพจาก www.siamrath.com

          แมลงตัวเล็ก ๆ เช่น ไรฝุ่น (Dust Mites) เป็นสัตว์จำพวกแมลงที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีขนาดเล็กมาก ๆ เพียง 0.3 มิลลิเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กที่เรียกว่าหนึ่งส่วนร้อยของความยาวที่เป็นนิ้ว หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้วมีขนาดเล็กกว่ารอยจุดบนกระดาษ ตัวไรฝุ่นจะมีลักษณะเหมือนกับแมงมุม เห็บ หมัด มีขา 8 ขา และมีวงจรชีวิตอยู่ได้ประมาณ 30 วัน สามารถขยายพันธุ์ได้มากที่สุดในฤดูร้อน และขยายพันธุ์ได้น้อยที่สุดในช่วงฤดูหนาว ไรฝุ่นชอบอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไป โดยมีเซลล์ผิวหนังของคนและสัตว์เป็นอาหารโปรด ซึ่งโดยปกติแล้วเซลล์ผิวหนังของคนเรานั้นจะลอกออกวันละประมาณ 1.5 กรัม มีปริมาณเพียงพอต่อการเจริญเติบโต นอกจากนั้น อาหารของไรฝุ่นก็มีอยู่ในใยผ้าและขนสัตว์อีกด้วย ไรฝุ่นมีลักษณะพิเศษคือ ไม่มีตา ไม่มีการหายใจ ชอบอยู่ในที่อุ่น ชื้น และฝุ่นละอองมาก ๆ ดังนั้น ในหมอน พรม เสื้อผ้า ตุ๊กตาผ้า หรือทุกอย่างที่ทำจากเส้นใยผ้า และบนที่นอนส่วนใหญ่แล้วจะมีไรฝุ่นอาศัยอยู่จำนวนหลายล้านตัว 

. . . . . . . . . .

ปริมาณแหล่งสะสมของไรฝุ่น

          จากการสำรวจและวิจัย พบว่าส่วนใหญ่แล้วไรฝุ่นจะอาศัยอยู่ในทุก ๆ พื้นที่ในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอนที่มีเส้นใยต่าง ๆ รวมกันอยู่ ทั้งใยผ้า ใยขนสัตว์ รวมไปถึงขนสัตว์ และผิวหนังของมนุษย์ มาดูปริมาณแหล่งสะสมของไรฝุ่นว่าพบเจอได้บริเวณไหนบ้าง

1. ผงฝุ่น พบว่าผงฝุ่นที่มีอยู่ในบ้านปริมาณ 1 กรัม จะมีไรฝุ่นอาศัยอยู่ประมาณอยู่ 500 ตัว

2. หมอนหนุนเก่า ๆ พบว่าน้ำหนัก 1 ใน 10 ของหมอนเก่า ๆ มาจากน้ำหนักของไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น

3. เตียงนอน หรือที่นอน พบว่าเตียงนอน 1 หลัง มีไรฝุ่นอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านตัว

4. อากาศ มูลของไรฝุ่นจะฟุ้งกระจายปะปนอยู่ในอากาศได้ง่าย ทำให้สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราได้

. . . . . . . . . .

ข้อควรรู้เกี่ยวกับไรฝุ่น

1. ไรฝุ่นไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น

2. รังแค หรือหนังศีรษะแห้ง เป็นอาหารที่ไรฝุ่นชอบ ดังนั้น ตามที่นอน ปลอกหมอน หมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน จึงมีไรฝุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มักจะเกิดอาการในตอนกลางคืน

3. การกำจัดไรฝุ่นโดยตรงทำได้ยาก ต้องใช้วิธีซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ปลอกหมอน ด้วยการแช่ในน้ำร้อน 60 องศาเซลเซียส ซัก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และนำออกตากแดดบ่อย ๆ

4. การนำที่นอนออกตากแดดไม่สามารถกำจัดไรฝุ่นได้ แต่จะช่วยทำให้ไรฝุ่นน้อยลงได้ เพราะมันไม่ชอบความร้อน

5. ไรฝุ่นไม่ชอบผ้าถัก ผ้าทอหนา ๆ เพราะไม่สามารถเกาะได้แน่นเหมือนผ้าที่มีใยอื่น ๆ หากใช้ผ้าทอกันไรฝุ่นที่ทอหนาเป็นพิเศษทำผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และเครื่องนอนอื่น ๆ จะช่วยป้องกันได้ดีกว่า

6. ไรฝุ่นไม่ชอบความสะอาด หากหมั่นซักผ้าม่าน ผ้าปูโต๊ะ พรม ตุ๊กตา ฝุ่นตามที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน และปัดกวาดเช็ดถูบ้านอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดไรฝุ่นได้

. . . . . . . . . .

อันตรายและโรคร้ายต่าง ๆ ที่เกิดจากไรฝุ่น

02

ขอบคุณภาพจาก www.healthycenter.com

          บ่อยครั้งเลยที่เราป่วยหรือไม่สบายโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็มีอาการปกติ บางครั้งก็ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เกิดผดผื่นคันตามตัว หรือหายใจไม่สะดวก ซึ่งนั่นก็เพราะไรฝุ่นนั่นเอง มาดูกันว่าเจ้าสัตว์ร้ายตัวเล็ก ๆ ทำอันตรายและส่งผลให้เกิดโรคอะไรกับเราได้บ้าง

1. โรคภูมิแพ้ ถึงแม้ว่าอาการโรคภูมิแพ้จะเป็นโรคประจำตัวสำหรับบางคน ที่อาจเป็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้มาก่อน หากต้องอยู่กับบ้านหรือห้องนอนที่มีไรฝุ่นจำนวนมากเป็นประจำ ก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หรือเจ็บคอ หรืออาจจะทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้

2. โรคระบบทางเดินหายใจ อาการหายใจผิดปกติ หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก หรือเวลาหายใจแล้วมีเสียงดัง นั่นเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ที่อาจจะมีสาเหตุมาจากไรฝุ่น หรือสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ การอยู่กับไรฝุ่นมาก ๆ ก็มีความเสี่ยงทำให้เกิดหัวใจวายได้ง่ายขึ้น เพราะหัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้นนั่นเอง

3. ปอดเป็นพังผืด สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการที่ไรฝุ่นเข้าไปสะสมอยู่ในปอดของเรามาก ๆ จนทำให้เนื้อเยื่อปอดเกิดการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดเป็นพังผืด ส่งผลให้ปอดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพทำให้การหายใจติดขัด

4. โรคมะเร็งปอด เป็นโรคที่เกิดจากไรฝุ่นที่คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่นั่นก็เพราะนอกจาก ไรฝุ่นที่เข้ามาอยู่ในปอดแล้ว ยังมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายเข้าไปในปอดของเราด้วย ทั้งฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม ท่อไอเสีย เมื่อฝุ่นละอองที่มีสารอันตราย จนสามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งปอดได้ หรืออันตรายกว่านั้น หากสามารถแพร่ขยายไปสู่อวัยวะส่วนอื่น ๆ ก็ส่งผลทำให้เป็นมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน

. . . . . . . . . . .

วิธีการกำจัดไรฝุ่นให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว

1. ซักอุปกรณ์เครื่องนอนบ่อย ๆ

          ถึงแม้ว่าการซักผ้าหรือเครื่องนอนต่าง ๆ นั้นจะไม่สามารถกำจัดไรฝุ่นได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยเราก็สามารถกำจัดออกไปจากเส้นใยของผ้าได้ และการซักผ้ายังสามารถกำจัดมูลของไรฝุ่นได้สูงถึงประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเราซักบ่อย ๆ ก็จะช่วยกำจัดได้มากขึ้นนั่นเอง มีวิธีการดังนี้

- ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ปลอกหมอน ฯลฯ ให้ซักในน้ำอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นานประมาณ 15-30 นาที 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ซักแล้วให้อบที่ความร้อนที่ 60 องศาเซลเซียสเช่นเดียวกัน ใช้เวลาอบนานประมาณ 10 นาที แต่หากเราเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วด้วย ก็ให้ซักเป็นประจำทุกสัปดาห์ ส่วนปลอกหมอนควรเปลี่ยนวันเว้นวัน

ที่นอน หมอน เป็นแหล่งสะสมที่ทำความสะอาดได้ยาก ควรใช้เครื่องกำจัดไรฝุ่นหรือเครื่องดูดฝุ่นที่กำจัดไรฝุ่นได้ทำความสะอาดเป็นประจำ

- ผ้าขนหนู เมื่อใช้เสร็จแล้วให้ตากผึ่งแดดให้แห้งไว้เป็นประจำ และควรซักทำความสะอาดเมื่อใช้งานไปแล้ว 2-3 ครั้ง

- ตุ๊กตาผ้า ควรเลือกซื้อตุ๊กตาแบบที่ซักได้และสามารถตากแดดให้แห้ง

- ผ้าคลุมเตียง ให้เลือกเนื้อผ้าชนิดที่ป้องกันไรฝุ่นได้ เพราะจะมีการทอที่แน่นเป็นพิเศษ แต่ก็ควรซักทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง แต่อย่าซักบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้เส้นใยหลวมเป็นสาเหตุให้เกิดไรฝุ่นได้

- พรม สำหรับใครที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดไม่ควรใช้พรม แต่หากมีอยู่แล้วก็ใช้วิธีโรยยาฆ่าไรฝุ่นทิ้งไว้ 1 คืน แล้วดูดฝุ่นออก นอกจากนั้น ก็ยังมีวิธีการกำจัดไรฝุ่นในพรมให้ได้ผลดี คือการซักพรมด้วยระบบไอน้ำความร้อนสูง

2. ใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อช่วยลดเศษซากหรือมูลของไรฝุ่น

          ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นชนิดที่กำจัดไรฝุ่นได้ แม้จะไม่สามารถดูดออกได้ทั้งหมดก็ตาม สาเหตุเพราะไรฝุ่นมีขา 8 ขา และมีความแข็งแรงมาก สามารถเกาะเกี่ยวเส้นใยต่าง ๆ ได้ดี ทำให้หลุดยาก แม้จะใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วย การเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่ดูดไรฝุ่นได้ก็มีความสำคัญคือต้องเลือกชนิดที่มีถุงขยะหนา มีแผ่นกรอง HEPA Filter เพื่อป้องกันการเล็ดรอดและฟุ้งกระจาย

3. หมั่นใช้ผ้าชุบน้ำเปียกหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดตามซอกมุมต่าง ๆ

          ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ แจกันดอกไม้ ดอกไม้ปลอม กรอบรูป หรืออื่น ๆ ที่เป็นที่สะสมของฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ

4. นำเครื่องนอนต่าง ๆ ตากแดด

          เป็นการช่วยป้องกัน และกำจัดไรฝุ่นที่ได้ผลดีอีกทางหนึ่ง การตากแดดอาจจะไม่ทำให้ไรฝุ่นตายทั้งหมด แต่ไรฝุ่นไม่ชอบความร้อน ยิ่งถ้าตากในเวลาที่แดดร้อนจัด นาน ๆ จะช่วยลดจำนวนและเป็นการป้องกันที่ได้ผลมากขึ้น

5. ฉีดยาฆ่าแมลง

          การฉีดยากำจัดแมลงก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์กันยุง สเปรย์ฆ่าแมลงต่าง ๆ รวมไปถึงลูกเหม็น การบูร ก็สามารถฆ่าไรฝุ่นให้ตายได้ แต่ที่ไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะกลิ่นของสเปรย์ ลูกเหม็น จะติดอยู่กับเครื่องนอน และยังอาจเป็นอันตรายได้นั่นเอง

. . . . . . . . . . .

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดไรฝุ่น

1. หลีกเลี่ยงการใช้พรม ผ้าม่าน ตุ๊กตาแบบผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์โซฟา เก้าอี้ แบบมีใยขน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้า

2. ทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ที่ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่อย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้บ้านรก วางข้าวของให้เป็นที่ และปัดกวาดเช็ดถูเป็นประจำ

3. ควรเลือกอุปกรณ์เครื่องนอน ข้าวของเครื่องใช้ ที่ทำมาจากผ้ากันไรฝุ่น ผ้านาโน หรือผ้าที่เป็นเส้นด้ายนาโนซิงค์ ที่มีเส้นใยผ้าสานกันอย่างหนาแน่นจนมองไม่เห็นช่องว่างของผ้า นอกจากป้องกันไรฝุ่นแล้วยังช่วยยับยั้งแบคทีเรียกับเชื้อราได้ดีอีกด้วย ผ้าที่ป้องกันไรฝุ่นได้ดี ควรมีช่องว่างระหว่างเส้นด้ายไม่เกิน 10 ไมครอน และมีเส้นด้ายโดยเฉลี่ย 250 เส้นต่อตารางนิ้ว 

4. หากไม่ได้ใช้อุปกรณ์ หมอน ผ้าห่ม เตียง ฯลฯ นาน ๆ ให้นำพลาสติกมาคลุมไว้ จะเป็นการป้องกันการเกิดไรฝุ่นได้ดี

. . . . . . . . . .

แนะนำ 3 เครื่องดูดไรฝุ่น คุ้มค่า คุ้มราคา เหมาะจะมีไว้ติดบ้าน

1. เครื่องดูดไรฝุ่น SHIMONO รุ่น Bed Cleaner B702 กำลังไฟฟ้า 500 วัตต์

03

ขอบคุณภาพจาก www.Homepro.com

          เครื่องดูดไรฝุ่น SHIMONO B702 กำลังไฟฟ้า500 วัตต์ แรงดูด 4 Kpa กล่องเก็บฝุ่นขนาด 1 ลิตร สามารถดูดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อด้วยแสงรังสียูวี ช่องดูดกว้าง และใหญ่เป็นพิเศษ ทำให้ที่นอนสะอาด ปลอดไรฝุ่น ไส้กรองทำจากสเตนเลส แข็งแรง ทนทาน ล้างทำความสะอาดได้ง่าย สร้างแรงสั่นสะเทือนมากถึง 36,900 ครั้งต่อนาที และมีประสิทธิภาพการกรองฝุ่น 99.9 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่สูญเสียแรงดูดSHIMONO B702 มาพร้อมอุปกรณ์เสริมแบบ 2 หัวแปรง ทำให้มีความหลากหลายในการใช้งาน ราคา 4,990 บาท

2. เครื่องดูดไรฝุ่น MISTER ROBOT รุ่น BED VAC

04

ขอบคุณภาพจาก www.Homepro.com

          เครื่องดูดไรฝุ่น MISTER ROBOT เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยม รุ่น BED VAC ขนาดที่เล็กกะทัดรัด กำลังไฟ 400 วัตต์ Vibrator Tap ขนาดใหญ่จัมโบ้ ช่วยตบไรฝุ่นให้หลุดลอกออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวกรองฝุ่น HEPA ช่วยดักจับฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน ได้มากถึง 99.7 เปอร์เซ็นต์ พร้อมหลอด UV-C Reflector ขนาดใหญ่ เพิ่มความเข้มข้นของแสงด้วยแผ่นสะท้อน ทำให้สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น MISTER ROBOTBED VAC พัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ราคา 3,990 บาท

3. เครื่องดูดไรฝุ่น SHARP รุ่น EC-HX100T-S

05

ขอบคุณภาพจาก www.Homepro.com

          อีกหนึ่งแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน SHARPEC-HX100T-S ขนาดกำลังไฟ 720 วัตต์ กล่องเก็บฝุ่นขนาด 0.1 ลิตร เทคโนโลยีพิเศษพลังไซโคลนในการดูดตัวไรฝุ่น สามารถทำลายแหล่งมูลไรฝุ่นด้วยแรงเหวี่ยงความแรงสูง สามารถเป่าลมร้อนด้วยอุณหภูมิสูงประมาณ 40 องศาเซลเซียส พร้อมระบบพลาสม่าคลัสเตอร์สลายสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นบนหมอนและที่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ SHARP EC-HX100T-S เสียงค่อนข้างเงียบขณะตัวเครื่องทำงาน มาพร้อมฟังก์ชั่นป้องกันความร้อนเกินขนาด ปรับแรงดูดได้ 2 ระดับ ด้ามจับกระชับมือสะดวกสบายในการใช้งานเป็นอย่างมาก ราคา 8,390 บาท

          เป็นอย่างไรกันบ้าง เห็นอันตรายของเจ้าไรฝุ่นกันแล้วหรือยัง ว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของเรา และคนในครอบครัวขนาดไหน แม้เราจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่บอกเลยว่ามันสามารถทำอันตรายให้กับเราได้อย่างคาดไม่ถึงจริง ๆ ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับการเป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคอื่น ๆ ก็อย่าได้นิ่งนอนใจ เพื่อให้การพักผ่อนในบ้าน ในห้องนอนของเรา เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข เราก็ควรหาทางป้องกันและกำจัดเอาไว้ก่อนดีกว่า ส่วนจะทำอย่างไรนั้น รับรองเลยว่าหากอ่านและทำตามบทความไรฝุ่น แมลงตัวร้าย แสนอันตราย สาเหตุของโรคภูมิแพ้ กำจัดได้ง่าย ๆ ได้ผลแน่นอน ครั้งหน้าเราจะนำความรู้หรือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอนโด อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ