logo

แนะนำ "แมสกันฝุ่น PM2.5" พกติดตัวไว้ ปลอดภัยจากฝุ่น

          ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าหลาย ๆ คนในกรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดใหญ่ ๆ อย่างเชียงใหม่คงประสบกับปัญหาฝุ่นควันที่คอยตามมากวนใจอยู่แทบตลอด บางทีหายไปไม่กี่วันก็กลับมาอีกวนไปวนมา จนหลายคนเริ่มมีอาการแพ้และเกิดปัญหาสุขภาพจากเจ้าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 นี้ แน่นอนว่าปัญหานี้คงจะไม่ได้หมดไปง่าย ๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีการก่อสร้างอาคาร ถนน และระบบคมนาคมอยู่ตลอดเวลารวมถึงใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรม มีการจราจรที่ติดขัด ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ปริมาณ PM 2.5 มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น

          ฝุ่น PM 2.5 นี้นอกจากทำลายทัศนวิสัยแล้ว ยังทำลายระบบทางเดินหายใจของเราอย่างรุนแรงและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองทางผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ไอ จาม หรือเป็นภูมิแพ้, โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง, โรคปอดเรื้อรังหรือมะเร็งปอดที่เกิดมาจากสารก่อมะเร็งในฝุ่น บางครั้งยังทำให้เกิดการระคายเคืองผิว อาการคันและผื่นขึ้นตามผิวหนัง ผิวหนังอักเสบร่วมด้วย และวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฝุ่นพิษขนาดเล็กนี้ก็คือการสวมหน้ากากอนามัยหรือแมสกันฝุ่น PM2.5 เพื่อไม่ให้ฝุ่นผ่านเข้าระบบทางเดินหายใจลงสู่ปอดนั่นเอง เพียงแค่นี้เราก็สามารถป้องกันตนเองได้แล้ว

          หากเพื่อน ๆ คนไหนยังไม่รู้จะเลือกแมสกันฝุ่น PM2.5 แบบไหนดี บทความนี้เรารวบรวมแมสกันฝุ่น PM2.5 ประเภทต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ แล้ว

. . . . . . . . . .

หน้ากาก N95

          หากจะถามว่าแมสกันฝุ่น PM2.5 แบบไหนที่ป้องกันได้มากทีสุดแล้วล่ะก็ แมสแบบ N95 คงขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน โดยทั่วไปหน้ากาก N95 นี้เป็นอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่คนในภาคอุตสาหกรรมจะใช้กัน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ด้วย เนื่องจากแมสกันฝุ่น PM2.5 ประเภทนี้สามารถป้องกันเชื้อโรคขนาดเล็กมาก ๆ ระดับ 0.1-0.3 ไมครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยป้องกันได้ถึง 95 % ซึ่งดีกว่าหน้ากากอนามัยหรือแมสกันฝุ่น PM2.5 ทั่วไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในช่วงที่มีฝุ่นพิษ PM 2.5 เยอะ ๆ หน้ากากแบบ N95 จึงขาดตลาดอยู่บ่อยครั้ง

          สำหรับวิธีการสวมใส่นั้นหน้ากาก N95 จะมีขั้นตอนใส่ที่ค่อนข้างละเอียดคือเพื่อน ๆ ต้องใส่ให้กระชับแน่น และต้องตรวจดูว่ามีอากาศจากภายนอกไหลเข้ามาภายในหน้ากากหรือไม่ และควรเปลี่ยนใหม่ทันทีหลังใช้งานเสร็จ ส่วนวัสดุที่นำมาให้ผลิตนั้นก็เป็นเส้นใยขนาดเล็กระดับนาโน-ไมโครเมตรที่ซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นเพื่อป้องกันอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อโรคต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถป้องกันการแพร่เชื้อของโควิด 19 ได้ด้วย เนื่องจากการสวมหน้ากากอนามัย N95 เป็นการลดความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่าง ๆ ได้ ที่โดยแมสกันฝุ่น PM2.5 ประเภทนี้มีให้เลือกสวมใส่กันทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ 

ขอบคุณภาพจาก สวทช.

  • แบบก้นถ้วย

          ด้วยรูปทรงที่ค่อนข้างคงรูปทำให้เวลาใส่จะค่อนข้างกระชับแนบไปกับใบหน้า ช่วยให้ป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 และเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้ผู้ใส่อาจเกิดอาการหายใจลำบากและรู้สึกอึดอัดหากใส่เป็นเวลานานเนื่องจากหน้ากากค่อนข้างแน่นมาก อีกทั้งยังไม่สามารถพับเก็บได้ อาจใส่เฉพาะเวลาที่ต้องไปในบริเวณที่มีฝุ่น PM 2.5 เยอะ ๆ เท่านั้น

  • แบบพับได้ 2 ชั้น

          โดย แมสกันฝุ่น PM2.5 N95 แบบพับได้ 2 ชั้นจะมีลักษณะคล้ายกับแบบก้นถ้วยแต่เนื้อสัมผัสจะเบากว่า อีกทั้งด้วยความที่สามารถพับได้จึงเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับตัวแมส ช่วยให้ปรับเข้ากับใบหน้าผู้สวมใส่ได้ดี ที่สำคัญสวมใส่สบายไม่อึดอัดเท่าแบบก้นถ้วย เก็บรักษาได้ง่าย แต่หากเราใส่ไม่ถูกวิธีหรือใส่ไม่กระชับพออาจทำให้มีฝุ่นหรือเชื้อโรคหลุดเข้าไปภายในหน้ากากได้ ดังนั้นจึงควรใส่ให้ถูกวิธีและปรับให้กระชับกับรูปหน้าทุกครั้ง

  • แบบพับได้ 3 ชั้น

          สำหรับ แมสกันฝุ่น PM2.5 แบบนี้ตรงกลางจะแบนและแข็ง ด้านบนและล่างจะทำจากผ้าช่วยให้เวลาใส่เกิดความกระชับกับใบหน้า สวมใส่สบาย อีกทั้งยังปกปิดไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปภายในด้วยดีอีกด้วย 

  • แบบ V-Flex

 จะมีลักษณะยืดหยุ่นปรับตามรูปหน้า สวมใส่สบาย ไม่อึดอัด แต่หากใส่ผิดวิธีอาจมีอากาศจากภายนอกเล็ดลอดเข้าไปได้ เวลาใส่ทุกครั้งจึงต้องมั่นใจว่าหน้ากากกระชับกับใบหน้าและไม่หลวมจนเกินไป 

          สำหรับราคานั้นจะค่อนข้างสูงกว่าหน้ากากทางการแพทย์ โดยแมสกันฝุ่น PM2.5 แบบ N95 จะอยู่ชิ้นละประมาณ 15 บาทขึ้นไป

. . . . . . . . . . .

หน้ากากแบบมีวาล์วระบายอากาศ

 แมสกันฝุ่น PM2.5 บางประเภทจะมีวาล์วระบายอากาศติดอยู่ด้านหน้า ทำหน้าที่ระบายอากาศและความร้อนไม่ให้รู้สึกอับชื้น การทำงานของวาล์วระบายอากาศนี้จะทำงานเมื่อเราหายใจ โดยเมื่อหายใจออก วาล์วจะเปิด และเมื่อหายใจเข้า วาล์วจะปิด แม้ว่าจะมีวาล์วระบายอากาศ แต่ความสามารถในการกรองอากาศทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่าง ๆ ยังคงดีเช่นเดิม แมสกันฝุ่น PM2.5 ประเภทนี้จะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายขึ้น และไม่รู้สึกอบอ้าวที่ใบหน้าจนเกินไป 

          แต่ด้วยสถานการณ์โควิด 19 เช่นนี้ การสวมแมสแบบมีวาล์วอาจไม่ปลอดภัยต่อผู้อื่น เพราะหน้ากากชนิดนี้สามารถป้องกันตัวเองไม่ให้รับเชื้อได้ แต่ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยเมื่อมีอาการไอหรือจาม สารคัดหลั่งที่ออกมาจะผ่านวาล์วออกมาสู่ด้านนอกได้ หากเรามีเชื้อโควิด เราก็อาจแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นโดยที่เราไม่รู้ตัวถึงแม้ว่าแมสกันฝุ่น PM2.5 ที่เราใส่จะเป็นแบบ N95 มีวาล์วก็ตาม ดังนั้นหากเพื่อน ๆ คนไหนที่มีอาการป่วย จึงควรเลือกสวมใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์หรือแมสกันฝุ่น PM2.5 แบบไม่มีวาล์วแทน สำหรับราคาของแมสกันฝุ่น PM2.5 แบบมีวาล์วนั้นราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 45-50 บาทขึ้นไป

. . . . . . . . . .

หน้ากากทางการแพทย์หรือ Surgical Mask

          หน้ากากอนามัยทางการแพทย์นั้นนับว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมสูง โดยหน้ากากอนามัยประเภทนี้มีหน่วยงานคอยกำกับดูแล และให้การรับรองคือ FDA หรือ Food and Drug Administration องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา และแน่นอนว่าต้องได้รับการอนุมัติจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาเช่นเดียวกัน 

          โดยการป้องกันนั้นจะเน้นไปที่การป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ ป้องกันสารคัดหลั่งหรือละอองต่าง ๆ ที่ออกจากผู้สวมใส่ เช่น การไอ การจาม จึงเป็นการช่วยป้องกันเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้มากถึง 99% จึงเป็นเหตุผลที่ว่าในช่วงการระบาดของโควิด 19 การสวมใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์จึงช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้อย่างมาก ทั้งป้องกันเชื้อจากผู้อื่นและป้องกันเชื้อจากตัวเราไปสู่ผู้อื่น เพราะด้านในมีคุณสมบัติอุ้มน้ำไว้ไม่ให้แพร่กระจายออกมา ส่วนตรงกลางทำหน้าที่กรองเชื้อโรค

          หากต้องการใส่เพื่อป้องกันฝุ่นละอองนั้น Surgical Mask สามารถป้องกันได้ขนาดเล็กสุดที่ 3 ไมครอน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่น PM 2.5 ควรสวมใส่ 2 แผ่นเพราะสามารถป้องกันได้เกือบ 90% เลยทีเดียว สำหรับวัสดุที่ใช้ในการผลิตนั้นจะประกอบไปด้วยชั้นกรองอย่างต่ำ 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นนอกที่มีสารเคลือบอยู่สำหรับป้องกันการซึมของของเหลว ชั้นตรงกลางจะเป็นแผ่นกรองที่ทำจากเม็ดพลาสติกมีความอ่อนนุ่มช่วยกรองอนุภาคต่าง ๆ ขนาด 3 ไมครอนขึ้นไป และชั้นสุดท้ายอาจเป็นแผ่นกรองคาร์บอนเพื่อกรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น ท่อไอเสียรถยนต์ เป็นต้น ส่วนราคานั้นจะอยู่ที่ชิ้นละประมาณ 2.5 บาท

. . . . . . . . . .

หน้ากากผ้าและหน้ากากฟองน้ำ

          เป็นหน้ากากอนามัยประเภทที่หาได้ง่ายมาที่สุดในยามที่แมสกันฝุ่น PM2.5 แบบ N95 และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์คลาดแคลน เพราะหน้ากากผ้านั้นมีราคาที่ถูกและสามารถทำเองได้ อีกทั้งประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่าง ๆ ยังดีอีกด้วย นอกจากสามารถป้องกันฝุ่นละอองได้แล้ว หน้ากากผ้ายังช่วยป้องกันสารคัดหลั่งในอากาศที่เกิดจากการไอหรือจาม เป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับวัสดุที่ใช้ในการผลิตหน้ากากผ้านั้นมีทั้งผลิตจากผ้าฝ้ายและจากใยสังเคราะห์ ส่วนการดูแลรักษา เพื่อน ๆ จำเป็นต้องทำความสะอาดหน้ากากผ้าอย่างสม่ำเสมอทุกวันเพื่อกำจัดเชื้อโรคและฝุ่นละอองที่ติดมากับหน้ากากผ้า

          หากใช้ซ้ำอาจเกิดการสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นพิษบนหน้ากากได้ โดยขั้นตอนทำความสะอาดสามารถทำได้ง่าย ๆ ตามนี้ เริ่มต้นที่การซัก ควรซักด้วยน้ำสบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาซักผ้า แล้วขยี้เบา ๆ ให้ทั่วเพื่อขจัดสิ่งสกปรก หากขยี้แรง เส้นใยของหน้ากากอาจขาดได้ จากนั้นล้างน้ำให้สะอาดและบิดให้หมาด ๆ ก่อนนำไปเป่าพัดลมให้แห้ง ที่สำคัญควรซักหน้ากากผ้าด้วยมือเท่านั้นและไม่ควรโดนความร้อน เพื่อรักษาประสิทธิภาพการใช้งานของหน้ากากผ้า ส่วนราคาก็มีหลากหลายตั้งแต่ 2-3 บาทไปจนถึงหลักร้อยแล้วแต่ชนิดของผ้าและแบรนด์ที่ผลิต

          นอกจากหน้ากากผ้าแล้ว หน้ากากอนามัยแบบฟองน้ำก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและนำมาซักเพื่อใช้ใหม่ได้ โดยหน้ากากประเภทนี้ผลิตจากโพลียูรีเทนคาร์บอนสำหรับกรองอากาศโดยเฉพาะ พกพาสะดวก พับเก็บง่าย สามารถป้องกันกันฝุ่นละอองและเกสรดอกไม้ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียและฝุ่น PM 2.5 ได้ เหมือนแมสกันฝุ่น PM2.5 แบบ N95

. . . . . . . . . .

          ฝุ่นพิษ PM 2.5 เห็นทีว่าจะอยู่กับชาวไทยไปอีกนาน จนหลาย ๆ คนเริ่มชินชากับปัญหานี้ จนบางครั้งอาจละเลยการใส่แมสกันฝุ่น PM2.5 ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะเจ้าฝุ่นพิษขนาดเล็กจิ๋วนี้มีฤทธิ์ร้ายแรงมาก หากสูดดมเข้าไปมาก ๆ อาจเกิดโรคระบบทางเดินหายใจตามมา ดังนั้นเราจึงควรแต่งกายให้มิดชิดและทาครีมกันแดดเพื่อไม่ให้ฝุ่นสัมผัสกับผิวกายเรา ถ้าเป็นไปได้ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด หากไม่สามารถงดได้ ควรสวมแมสกันฝุ่น PM2.5 เสมอเมื่อออกไปในพื้นที่กลางแจ้งที่มีฝุ่น PM 2.5 อยู่ในปริมาณมาก ที่สำคัญควรเลือกแมสกันฝุ่น PM2.5 ให้เหมาะสมกับตนเอง ให้แมสกระชับกับรูปหน้า ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันฝุ่นละออง ทั้งยังป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 ได้ด้วย

          นอกจากดูแลสุภาพตัวเองเพื่อป้องกัน PM 2.5 แล้ว เราก็ควรมองหาสาเหตุที่แท้จริงจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด นั่นก็คือการช่วยกันใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น เช่น พัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้เข้าถึงประชาชนทุกคนเพื่อลดการใช้รถยนต์ที่ปล่อยควันจากท่อไอเสียออกมา งดการเผ่าป่า ควบคุมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เป็นต้น เพียงแค่นี้ก็ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างมาก และเราก็จะได้อากาศบริสุทธิ์กลับคืนมาอย่างยั่งยืน