logo

          เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็พูดถึงแต่ “เราชนะ” บ้างก็ “ไทยชนะ” บ้างก็ “หมอชนะ” เอ๊ะ! อะไรก็ดูชนะ ๆ ไปหมด แต่ที่แน่ ๆ เรื่องที่คนไทยพูดถึงมากที่สุด ณ เวลานี้ก็คงไม่พ้นโครงการ “เราชนะ” อย่างแน่นอน เพราะมันคือเรื่องของปากท้องของประชาชนคนไทยที่กำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระรอกใหม่ ที่ดูทีท่าแล้วก็ยังไม่แผ่วลงสักที ซึ่งโครงการที่ว่านี้ก็เป็นหนึ่งโครงการเยียวยาช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ที่กำลังเป็นประเด็นและงวยงงสำหรับประชาชนทั่วไปที่อาจจะเข้าไม่ถึงข่าวสารและโซเชียลต่าง ๆ ก็ยังมีคำถามต่อมาว่า โครงการเราชนะคืออะไรกันแน่ ? คนที่จะได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ? การลงทะเบียนจะต้องทำอย่างไรบ้าง ? วันนี้จึงรวบรวมคำตอบและรายละเอียดของโครงการเราชนะ มาไขข้อข้องใจให้เคลียร์ ๆ กันไปเลย

. . . . . . . . . .

“เราชนะ” คืออะไร?

          โครงการเราชนะ เกิดขึ้นมาจากวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ด้วยการลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 นั่นเอง โดยจะสนับสนุนวงเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชน จำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน สำหรับเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 นี้ วงเงินโครงการรวม 210,200 ล้านบาท

ภาพร้านอาหารในกรุงเทพ

          สำหรับโครงการเราชนะนี้ ทางภาครัฐคาดว่าจะสามารถเริ่มสนับสนุนวงเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และคาดหวังว่าวงเงินช่วยเหลือภายใต้โครงการเราชนะ จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการนำไปใช้จ่ายสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ในขณะเดียวกันโครงการเราชนะจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยเช่นกัน

จะได้สิทธิ์ “เราชนะ” ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

          คำถามยอดฮิตที่ไม่ว่าจะเป็นโครงการไหนของภาครัฐที่ออกมาเยียวยาประชาชน มักมีเงื่อนไขและเฉพาะเจาะจงสำหรับบางกลุ่มเท่านั้น โครงการเราชนะก็เช่นเดียวกัน ที่มีการพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์จากความสามารถด้านรายได้ การมีระบบคุ้มครองทางสังคม และความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับไปแล้วเป็นสำคัญ หรืออธิบายง่าย ๆ คือ ให้ความช่วยเหลือครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หาบเร่ แผงลอย รับจ้าง เกษตรกร เป็นต้น โดยผู้ได้รับสิทธิ์โครงการเราชนะจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ
  2. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ทั้งที่มีคุณสมบัติครบและไม่ครบตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ
  3. ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐให้หมายความถึงหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
  4. ไม่เป็นข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการฯ
  5. ไม่เป็นผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
  6. ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด
  7. ไม่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด

 

          นอกจากนี้ หลังจากการแถลงข่าวโครงการ "เราชนะ" เพื่อมอบเงินเยียวยา 7,000 บาท ของกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ก็ยังมีหลายคนแอบยังสงสัยในรายละเอียดบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการลงทะเบียนของบางกลุ่ม และหนึ่งในนั้นก็คือ "กลุ่ม เกษตรกร" ที่ก็ต้องลงทะเบียนใหม่เช่นกัน ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เกษตรกรถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบอาชีพอิสระ ดังนั้น จึงอยู่ในข่ายที่จะได้รับเงินเยียวยา และถ้าเป็นเกษตรกรผู้ไม่เคยลงทะเบียนโครงการใดๆ ของรัฐมาก่อน (ไม่มีชื่อในระบบฐานข้อมูลของรัฐ) ก็ต้องมาทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน www.เราชนะ.com ด้วยเช่นกัน

 

          ยกเว้น! เกษตรกรที่มีรายชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลเดิมของรัฐ เช่น เป็นผู้ถือบัตรคนจน อยู่ในโครงการคนละครึ่ง หรือโครงการเราเที่ยวด้วยกัน กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องมาลงทะเบียน โดยเงินจะโอนเข้าตามช่องที่มีอยู่เดิมเมื่อถึงกำหนดนั่นเอง

เรื่องที่เกษตรกรต้องรู้เกี่ยวกับเราชนะ

ภาพเกษตรกรในประเทศไทย

          นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดสำคัญที่กลุ่ม "เกษตรกร" ควรต้องรู้! หากอยากได้สิทธิรับเงิน 7,000 บาท ในโครงการเราชนะ ก็คือ

1. เกษตรกรจะต้องลงทะเบียนโครงการเราชนะ เพราะต้องการชื่อเป็นรายบุคคล

          สาเหตุที่ภาครัฐต้องให้เกษตรกรที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลภาครัฐดังกล่าว มาลงทะเบียนโครงการเราชนะ ในครั้งนี้ ทั้งที่การเยียวยาในโครงการเราไม่ทิ้งกันก่อนหน้านี้ เกษตรกรไม่จำเป็นจะต้องมาลงทะเบียน เป็นการใช้ข้อมูลจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เนื่องจาก ฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ นั้น จะเป็นฐานข้อมูลครัวเรือน ไม่ใช่รายบุคคล ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องการให้มีการอัพเดทข้อมูลรายตัวเกษตรกร ก็เลยขอให้มีการลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง เพื่อจะสามารถเยียวยาเกษตรกรได้อย่างครอบคลุมนั่นเอง

 

2. เกษตรกรจะต้องมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ จึงจะได้สิทธิเราชนะ

          กลุ่มเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิโครงการเราชนะ จะต้องอยู่ในเงื่อนไขที่กำหนดด้วย เช่น ต้องไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากเกินกว่า 5 แสนบาท หรือ มีรายได้ถึง 3 แสนบาทต่อปี ถ้ามีเงินฝากหรือรายได้เกินจำนวนดังกล่าวจะถือเป็นผู้มีรายได้สูง ดังนั้น หากพบว่าเกษตรกรที่มีรายได้สูงมาลงทะเบียน ระบบจะมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตัดสิทธิออกไป

 

3. สิทธิโครงการเราชนะ สงวนไว้ให้ผู้มีรายได้น้อย เท่านั้น!!!

          ทางรัฐบาลได้ย้ำนักย้ำหนาว่าการเปิดโครงการเราชนะครั้งนี้ เพื่อจะเยียวยาประชาชนในทุกกลุ่มอาชีพอิสระที่ได้ผลกระทบจริง ๆ แต่ก็ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขที่ว่า จะต้องไม่เป็นผู้ที่มีรายได้สูงนะ เพื่อจะได้ให้เม็ดเงินเยียวยาเหล่านี้เข้าไปช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ ฉะนั้นผู้ที่มีรายได้สูง ไม่ได้รับสิทธิ์นี้นะจ๊ะ!

 

          สำหรับการคัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาของโครงการเราชนะ เบื้องต้นภาครัฐจะคัดกรองและตรวจสอบข้อมูลกลุ่มที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้วเป็นอันดับแรก นั่นก็คือ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ได้ให้ความยินยอมให้นำข้อมูลไปประมวลผลหรือเปิดเผยเพื่อดำเนินมาตรการอื่น ๆ ของรัฐได้ อย่างเช่น เคยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นในโครงการเราเที่ยวด้วยกันหรือโครงการคนละครึ่งมาแล้วก็จะได้รับการพิจารณาให้สิทธิ์ทันที

 

          ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวหรือไม่เคยโหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” มาก่อน ก็สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2564 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ย้ำอีกนิดว่า โครงการเราชนะ ไม่ต้องตื่นเช้าตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่เพื่อแย่งชิงรับสิทธิ์อย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกันหรือโครงการคนละครึ่งอย่างที่ผ่านมา แต่เขาจะพิจารณาให้สิทธิ์ตามคุณสมบัติที่ได้บอกไว้ข้างต้นนะจ๊ะ

          สำหรับระยะเวลาของการใช้จ่ายเงินภายใต้โครงการเราชนะ ภาครัฐจะเริ่มจ่ายเงินประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์โดยรูปแบบการจ่ายเงินจะมีลักษณะเป็นการจ่ายรายสัปดาห์ และประชาชนสามารถสะสมวงเงินช่วยเหลือดังกล่าวใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งการสนับสนุนวงเงินการใช้จ่ายในรูปแบบนี้จะเป็นการกระจายการใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลาได้นั่นเอง

           ทั้งนี้ ภาครัฐจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ในรูปแบบของวงเงินช่วยเหลือผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้

"เราชนะ" จ่ายเงินทางไหน?

ภาพถนนคนเดินในกรุงเทพ

1. ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

          กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือตลอดระยะโครงการเราชนะ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแบ่งเป็น

1.1 กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับอยู่แล้ว 800 บาท/เดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 675 บาท/สัปดาห์ (หรือ 2,700 บาท/คน/เดือน) วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการเราชนะ จำนวน 5,400 บาท

1.2 กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับอยู่แล้ว 700 บาท/เดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกคนละ 700 บาท/สัปดาห์ (หรือ 2,800 บาท/คน/เดือน) วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการเราชนะ จำนวน 5,600 บาท

ทั้งนี้ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับวงเงินช่วยเหลือทุก ๆ วันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะครบวงเงิน

 

2. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

          กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ได้ให้ความยินยอมให้นำข้อมูลไปประมวลผลหรือเปิดเผยเพื่อดำเนินมาตรการอื่น ๆ ของรัฐได้ กลุ่มที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับวงเงินช่วยเหลือผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (G-Wallet) แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นรายสัปดาห์ จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ ซึ่งวงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ (หรือจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564) ก็คือจำนวน 7,000 บาทนั่นเอง

          ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า กลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”ฯ สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 และจะเริ่มได้รับวงเงินช่วยเหลือทุก ๆ วันพฤหัสบดีของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะครบวงเงิน

“เราชนะ” ลงทะเบียนอย่างไร?

          อย่างที่ได้บอกไปเมื่อตอนต้นว่า สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน และกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เคยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นในโครงการเราเที่ยวด้วยกันหรือโครงการคนละครึ่งมาแล้วไม่ต้องทำการลงทะเบียนใหม่ เพราะจะได้รับการพิจารณาให้สิทธิ์ทันที เพียงแต่เข้าไปตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองในเวบไซต์ www.เราชนะ.com แล้วรอรับเงิ นผ่านแอปพลิเคชั่น “เป่าตัง” ได้เลย

          ส่วนกลุ่มผู้ที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูลกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”แล้วแต่ยังไม่มีข้อมูลในฐานระบบ ก่อนอื่นให้เข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ได้ตั้งแต่วัน ที่ 29 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2564 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. เมื่อผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ให้เข้าไปยืนยันตัวตนผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (G-Wallet)ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เสียก่อน ถึงจะได้รับวงเงินช่วยเหลือเป็นรายสัปดาห์ จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ วงเงินต่อคนตลอดระยะโครงการ (หรือจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564) จำนวน 7,000 บาท

          ขีดเส้นใต้ไว้เช่นกัน สำหรับกลุ่มผู้ที่ไม่มีข้อมูลในฐานระบบ สามารถตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ได้ตั้งแต่วัน ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 และจะเริ่มได้รับวงเงินช่วยเหลือทุก ๆ วันพฤหัสบดีของแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะครบวงเงิน

 

เราชนะใช้ที่ไหนได้บ้าง

ภาพการเดินทางในกรุงเทพ

          คำถามต่อมาว่า สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเราชนะ จะสามารถใช้วงเงินช่วยเหลือเหล่านี้ได้ที่ไหนบ้าง? คำตอบคือ 

1. ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 

2. ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 

3. ร้านค้าและผู้ให้บริการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเราชนะ

        สำคัญเลยคือ ผู้ได้รับสิทธิ์จะไม่สามารถเบิกเงินสดได้ ต้องนำไปใช้ผ่านระบบเพื่อชำระค่าสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) และรถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งบริการต่าง ๆ เท่านั้น ยกเว้นสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือยาสูบที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นอันนี้ใช้สิทธิ์โครงการเราชนะไม่ได้นะจ๊ะ

 

          สำหรับร้านค้าและผู้ให้บริการที่สนใจ สามารถลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

เงื่อนไขของผู้ประกอบการและผู้ให้บริการที่จะร่วมโครงการ เราชนะ มีดังนี้

  1.  ต้องไม่เป็นผู้ประกอบการ/ร้านค้า ที่เป็นนิติบุคคล
  2.  เป็นผู้ประกอบการ/ร้านค้า/บริการรายย่อยที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้
  3.  เป็นร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองหรือวิสาหกิจชุมชน

ขั้นตอนการลงทะเบียน “เราชนะ” ของร้านค้า

        อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการลงทะเบียน “เราชนะ” สำหรับร้านค้าและผู้ให้บริการ ยังไม่มีรายละเอียดออกมา แต่หากยึดจากโครงการ “คนละครึ่ง” บรรดาร้านค้าและผู้ให้บริการ 

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com แล้วดำเนินขั ้นตอน ดังนี้
  2. กดที่ปุ่ม “ลงทะเบียนรับสิทธิ” จากนั้นเลือก “สำหรับร้านค้า”
  3. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อร้าน ชื่อผู้ติดต่อ เลขบัตรประจำตัวประชาชน จังหวัด เขต/อำเภอ ถนน
  4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ (ต้องเป็นเบอร์ที่สามารถติดต่อได้จริง) อีเมล และเลือกว่ามีบัญชีธนาคารกรุงไทยอยู่แล้วหรือไม่
  5. อ่านเงื่อนไข และหากตกลง ให้กดตรงช่อง ยินยอม
  6. กดที่ปุ่ม “ลงทะเบียน”
  7. จะได้รับ sms แจ้งผลการลงทะเบียนสำเร็จ
  8. จากนั้นให้ร้านค้าดาวน์โหลดและทำการ ติดตั้ง และยืนยันตัวตนบน App ถุงเงิน ซึ่งเป็น App หลักในการรับเงิน
  9. จากนั้นให้บริหารจัดการข้อมูลกิจการ และการชำระเงินของร้านค้าให้เรียบร้อย
  10. สำหรับเข้าใช้งานแอปถุงเงิน โดยกดปุ่มโครงการคนละครึ่ง หรือ โครงการเราชนะ ระบุยอดเงิน และสร้าง QR เพื่อรับเงิน นำ QR ให้ลูกค้าทำการสแกน
  11. เมื่อเสร็จสิ้นการรับเงิน ร้านค้าจะได้รับเงินในวันถัดไป
  12. สำหรับร้านค้าถุงเงินเดิมที่เคยลงทะเบียนและทำการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่จะได้รับการแจ้งเตือนว่า เข้าเกณฑ์ของโครงการเราชนะผ่านทาง sms อีกครั้ง

 

        สำหรับรายละเอียดโครงการเราชนะ ล่าสุดกระทรวงการคลังได้ออกมาเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่อง แอปพลิเคชันการลงทะเบียนเราชนะ ตามที่ได้เห็นว่ามีมีการเผยแพร่ “แอปพลิเคชันลงทะเบียนเราชนะ” ตามสื่อต่างๆ นั้น ทางกระทรวงการคลังแจ้งว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโครงการเราชนะของรัฐบาลและกระทรวงการคลังแต่อย่างได เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโครงการเราชนะของรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังในการอ่าน ส่ง หรือแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง

        อีกทั้งได้ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างโดยมีเจตนาหลอกลวงหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว โดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และหากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งประชาชนสามารถที่จะติดตามข้อมูลที่ถูกต้องของโครงการเราชนะ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังได้โดยตรง www.mof.go.th หรือใน Facebook “สถานีข่าวกระทรวงการคลัง” ได้อีกหนึ่งช่องทาง