logo

          การเช่าที่ดิน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับใครก็ตามที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองแต่มีความต้องการจะใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนั้นผ่านรูปแบบการเช่า ซึ่งมีทั้งระยะสั้นไปจนถึงการเช่าระยะยาว ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปจนถึง 30 ปี ดังนั้น บทความดังต่อไปนี้ จะขอทำหน้าที่รวบรวมแนวทางตั้งแต่รูปแบบการเช่า เงื่อนไข รวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ต้องมีไว้ในสัญญาให้ผู้ที่สนใจได้อ่านและศึกษาไว้ก่อนจะเริ่มสำรวจและมองหาที่ดินดี ๆ สักแปลงเพื่อการใดการหนึ่ง รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น สามารถอ่านในบทความกันได้ค่ะ

. . . . . . . . . .

รูปแบบการเช่าที่ดินต่างๆ ทั้งเพื่อประกอบธุรกิจหรือเพื่อทำการเกษตร เรื่องที่ต้องรู้

          สำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง มีเพียงหนทางเดียวที่สามารถทำได้นั่นก็คือ การติดต่อเจ้าของที่ดินที่มีความต้องการจะปล่อยเช่าที่ดินโดยบอกวัตถุประสงค์ไปว่า ต้องการจะเช่าเพื่อทำกิน โดยในความหมายของ “การเช่า” นั้นต้องได้รับอนุญาติจากผู้ให้เช่าเสียก่อนถึงจะดำเนินการได้ และหลังจากนั้น ถึงมีการทำหนังสือสัญญาขึ้นมา 1 ฉบับ ลงลายเซ็นรับรองทั้งในส่วนของ “ผู้เช่า” และ “ผู้ให้เช่า” ในส่วนของวัตถุประสงค์ของการเช่าที่ดินนั้น ทั้งนี้เป็นไปเพื่อประกอบธุรกิจซึ่งมีทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่ เช่น ร้านค้า สถานบริการ ไปจนถึงสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อย่างโรงพยาบาล เป็นต้น รวมถึง ใครที่สนใจทำเกษตร การเช่าที่เพื่อการเกษตรกรรมก็เป็นอีก 1 วัตถุประสงค์ที่ “ผู้เช่า” ส่วนใหญ่มีความสนใจและต้องการที่จะทำ ดังนั้น การจะเช่าเพื่อประกอบธุรกิจรวมถึงการทำเกษตรล้วนมีความเกี่ยวพันกับระยะเวลาการเช่าที่ดินว่า ควรจะใช้เวลากี่ปี ? ทำเลที่ดีและเหมาะสม ควรใกล้เมืองหรือห่างไกล ? รวมถึง รายละเอียดในสัญญาเช่าว่า สามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่าหรือไม่ อย่างไร ? หากใครสนใจและอยากจะรู้แนวทางการเช่าที่ถูกต้อง สามารถอ่านเพื่อหาคำตอบได้ค่ะ 

การเช่าที่ดิน มีกี่ประเภท รูปแบบและเงื่อนไขมีอะไรบ้าง ?

การเช่าที่ดิน มีกี่ประเภท รูปแบบและเงื่อนไขมีอะไรบ้าง

           โดยปกติแล้ว ถ้าเอ่ยถึงรูปแบบของสัญญาเช่า ในปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท โดยจะขอแบ่งตามระยะเวลาการเช่าดังต่อไปนี้

สัญญาเช่าที่ดินระยะสั้น

          ลักษณะเป็นสัญญาเช่าที่ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ดังนั้น ความยุ่งยากจะน้อยกว่าสัญญาอีกประเภทที่จะกล่าวถึงในลำดับถัดไป บางคนเช่าเพียง 1 ปี ในขณะที่หลายคนเลือกที่จะเช่าเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 3 ปี และพอครบกำหนดตามที่ระบุไว้ถึงค่อยมาต่อสัญญา เป็นต้น เพราะฉะนั้น การเช่าระยะสั้น การเช่าที่ดินรายปี ถึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปยื่นเอกสารที่กรมที่ดินแต่อย่างใดให้ยุ่งยาก “ผู้เช่า” สามารถคุยและทำกับ “ผู้ให้เช่า” ได้เลย

          มาถึงรูปแบบและเงื่อนไขที่น่าสนใจสำหรับ “ผู้เช่า” รายใหม่ที่ควรรู้

  • ในหนังสือสัญญาที่จะลงนามร่วมกัน ต้องมีการกำหนดรายละเอียดระหว่าง “ผู้ให้เช่า” กับ “ผู้เช่า” ถึงบทบาทหน้าที่รวมถึงสิทธิพึงมีตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาเช่าโดยต้องมีความชัดเจนทั้งนี้เป็นไปเพื่อครอบคลุมสิทธิประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย
  • การกำหนด “ค่าเช่า” ลงไปในเอกสารเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ
  • ควรมีการกำหนดช่วงเวลาการเช่าให้ชัดเจนลงไปในเอกสาร โดยให้ระบุถึงวันเริ่มต้นของการเช่า จนถึงวันสิ้นสุดการเช่า
  • เงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องกำหนด ต้องมีความชัดเจนและดูไม่คลุมเครือ
  • เมื่อรู้สึกพอใจในข้อตกลงร่วมกัน ทุกครั้ง ต้องมีการลงลายมือชื่อของ “ผู้เช่า” และ “ผู้ให้เช่า”

สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว

          เป็นอีก 1 สัญญาเช่าที่ได้มีการแบ่งแยกย่อยออกไปอีกหลายรูปแบบซึ่งก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งาน ส่วนจะมีอะไรกันบ้างนั้น ? คำตอบจะมีในบทความที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

          สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว ถ้าถามถึงลักษณะ เป็นรูปแบบสัญญาเช่าที่ “ผู้เช่า” ใช้ระยะเวลาการเช่าที่เกิน 3 ปีขึ้นไป บางคนอาจขอเช่าถึง 30 ปีก็มี ไม่เหมือนกับสัญญาเช่าระยะสั้น ดังนั้น จะมีความยุ่งยากและขั้นตอนที่มากกว่ารูปแบบการเช่าระยะสั้น เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบและมีผลบังคับใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น ทั้ง “ผู้เช่า” และ “ผู้ให้เช่า” ต้องไปทำเรื่องเพื่อดำเนินการในส่วนของหนังสือสัญญากับเจ้าหน้าที่ ณ. สำนักงานที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อาศัย

          สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว แม้จะเป็นสัญญาเช่าธรรมดาก็ตามทว่ารายละเอียดนั้น เหมือนสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่เหลือ จ่ายเพียงแค่ค่าเช่าเท่านั้นเอง 

ลักษณะของสัญญาเช่าระยะยาว

  • ไม่สามารถโอนสิทธิในการเช่าให้กับทายาทของผู้เช่าหลังจากผู้เช่าเสียชีวิต โดยจะให้ถือว่าสัญญาฉบับนั้นได้สิ้นสุดแล้วแม้ว่าจะไม่ครบตามกำหนดก็ตาม
  • เมื่อมีเหตุให้ฟ้องร้องกันระหว่าง “ผู้เช่า” กับ “ผู้ให้เช่า” หากในสัญญาระบุระยะเวลาการเช่าถูกกำหนดไว้ 3 ปี เจ้าของที่ดินตัวจริง ต้องทำเรื่องฟ้องร้องเพื่อดำเนินการภายใน 3 ปีของสัญญาเช่านั้น เช่นกัน โดยสามารถแสดงหนังสือสัญญาเช่าที่เคยเซ็นร่วมกันกับ “ผู้เช่า” ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถเอาความผิดกับ “ผู้เช่า” ทว่า เอกสารดังกล่าวต้องออกโดยสำนักงานที่ดินเท่านั้นถึงจะนำมาใช้เป็นหลักฐานได้

สัญญาเช่าต่างตอบแทน

            เป็นอีก 1 สัญญาเช่าที่น่าสนใจ โดยมีเงื่อนไขที่ว่า นอกเหนือจากการชำระค่าเช่าแล้ว ผู้เช่ายังต้องเสียค่าตอบแทนอย่างอื่นตามที่ตกลงกันไว้กับผู้ให้เช่า

ลักษณะของสัญญาเช่าต่างตอบแทน

  • เป็นสัญญาที่สามารถโอนสัญญาเช่าไปยังทายาทโดยชอบธรรมได้หากพบว่าผู้เช่าได้เสียชีวิตไปแล้วในช่วงที่ยังอยู่ในสัญญา ในส่วนของการเช่าที่ยังไม่สิ้นสุด ทายาทต้องรับผิดชอบดูแลการเช่าให้กับ “ผู้ให้เช่า”
  • หาก “ผู้เช่า” ต้องการสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างใด ๆ “ผู้เช่า” ต้องเป็นผู้ดำเนินการดูแลงานก่อสร้างด้วยตัวเองจนเสร็จถึงจะหมดหน้าที่ ทว่าอาคารดังกล่าว จะตกเป็นของผู้ให้เช่าอยู่ดี
  • อาศัยอยู่ไปสักพักแล้วปรากฏว่า อาคารเริ่มเสื่อมสภาพทำให้ดูไม่น่ามอง ดังนั้น หน้าที่การปรับปรุงอาคารจะตกเป็นของผู้เช่าทันที ทว่าหลังดำเนินการเสร็จจนสามารถกลับสู่สภาพเดิม สิทธิในอาคารจะยังคงเป็นของผู้ให้เช่าเช่นเดิม

การเช่าช่วง

         ลักษณะเป็นการนำอสังหาริมทรัพย์ที่ตัวเองเช่าอยู่ไปให้บุคคลที่ 3 เช่าต่ออีกทอดหนึ่งซึ่งต้องมีการทำสัญญากันอีกครั้งระหว่างผู้ให้เช่ากับบุคคลที่ 3

การเช่าที่ดินแบบต่าง ๆ มีแบบไหนบ้างที่น่าสนใจ ?

การเช่าที่ดินแบบต่าง ๆ มีแบบไหนบ้างที่น่าสนใจ

           การเช่าโดยปกติแล้วจะมี 2 แบบ นั่นก็คือ การเช่าระยะสั้นกับการเช่าระยะยาว ดังที่กล่าวไปแล้ว สำหรับรายละเอียดการเช่าที่ดิน จะระยะสั้น เช่าที่ดินรายปีหรืออย่างไรก็ดี มีความแตกต่างจากการเช่าระยะยาวอย่างเห็นได้ชัด จะมีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้เลยค่ะ

การเช่าที่ดินระยะสั้นแบบรายปีหรือการเช่าที่ดินรายปี

          ระยะเวลาในการเช่าที่ดินรายปีในลักษณะนี้ โดยปกติการเช่าต้องไม่เกิน 3 ปี เป็นการเช่าในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งอาจเน้นไปที่ร้านค้าขนาดเล็กและอื่น ๆ ดังนั้นถึงไม่มีความยุ่งยาก และไม่มีความจำเป็นต้องยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินแต่อย่างใด ให้กำหนดค่าชำระ ระยะเวลาที่จะใช้ที่ดิน สิทธิที่ทำได้และไม่ได้ในที่ดินที่ตัวเองเช่าให้ชัดเจนกับผู้ให้เช่ารวมถึงการลงชื่อรับรองเพื่อสร้างความอุ่นใจทั้งตัวผู้เช่าและผู้ให้เช่า 

          มาถึงความเหมาะสมของการเช่าที่ระยะสั้น ผู้เช่าควรมุ่งเน้นไปที่การลงทุนก่อสร้างร้านค้าประเภทต่าง ๆ เช่นร้านขายของชำ ร้านซักอบรีด ร้านอาหาร เป็นต้น เหตุผลเพราะรื้อถอนง่ายหากต้องการจะเลิกกิจการขึ้นมา

การเช่าที่ดินระยะยาว

          โดยปกติแล้วต้องเกิน 3 ปี ขึ้นไปถึงถูกจัดว่าเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ระยะเวลามีตั้งแต่สัญญาเช่า 5 ปี, 10 ปี และ 30 ปี โดยมีลักษณะและรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ต้องไปทำเรื่องกับกรมที่ดินดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
  • เมื่อมีการกำหนดอายุการเช่าที่ดินโดยแล้วเสร็จ ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าเป็นเงินรายปีล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในเอกสาร
  • เมื่อผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าสามารถก่อสร้างอาคารบนที่ดินเพื่อใช้เป็นสถานประกอบการของตัวผู้เช่าเอง โดยมีค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรตามที่ได้ตกลงกับผู้ให้เช่าไว้ซึ่งได้กำหนดไว้ในสัญญาเช่า
  • ในกรณีผู้เช่าไม่สามารถก่อสร้างที่ได้เองทั้งหมด ผู้เช่าสามารถเปลี่ยนจำนวนพื้นที่และเงินลงทุนในการก่อสร้างได้แต่ต้องคำนึงถึงข้อกฎหมาย
  • การโอนกรรมสิทธิ์การเช่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตกอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เช่า ซึ่งไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ให้เช่า หน้าที่ของผู้ให้เช่ามีเพียงแค่การเซ็นรับรองให้เอกสารการเช่าช่วงนั้นสมบูรณ์เท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เช่าช่วงหรือบุคคลที่ 3 ไม่ทำตามสัญญา เช่น ไม่ชำระค่าเช่า ผู้ที่รับผิดชอบคือ ตัวผู้เช่าเองที่ต้องชำระค่าเช่าแทนจนครบสัญญา
  • ในกรณีที่มีการซื้อขายที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ผู้ให้เช่าจะให้สิทธิ์แก่ผู้เช่าคิดและตัดสินใจก่อนว่าจะซื้อสิ่งปลูกสร้างที่ผู้เช่าสร้างขึ้นมาเองหรือไม่ประการใด โดยมีระยะเวลาในการตัดสินใจ 45 วัน หากเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ให้เช่าจะให้สิทธิ์นั้นแก่ผู้ที่สนใจรายอื่น ๆ ในราคาและเงื่อนไขเดียวกันกับผู้เช่า
  • ในกรณีที่ถูกเวนคืนที่ดิน ผู้ให้เช่าสามารถให้สิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายรวมทั้งเงินจากทางราชการได้ยกเว้นที่ดินทำกินเพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ให้เช่าโดยชอบธรรมและหากได้เงินเกินมาจากที่ร้องเรียนไป เงินในส่วนที่เกินจะตกเป็นของผู้ให้เช่าทันที
  • ค่าภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อาคารและโรงเรือนอยู่ในความรับผิดชอบของผู้เช่าที่ต้องดำเนินการชำระด้วยตัวเอง 

          การเช่าที่ดินระยะยาวนั้น จะขอเน้นกล่าวในส่วนของตัวผู้เช่าเป็นหลักเพราะที่ดินเป็นของผู้ให้เช่าโดยชอบธรรมอยู่แล้ว แต่ในส่วนของตัวผู้เช่า เมื่อต้องการปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างใด ๆ ขึ้นมา จะระยะเวลา 5 ปีไปจนถึง 30 ปี ความหมายนั่นก็คือ มีการลงทุนเกิดขึ้นบนที่ดินของคนอื่นโดยใช้เงินในการหมุนและต้องลงไปควบคุมด้วยตัวเองอันเป็นต้นทุนส่วนตัวของผู้เช่า ดังนั้น รูปแบบของอาคาร เมื่อปลูกสร้างขึ้นมาแล้วต้องคุ้มกับเม็ดเงินและเวลาที่เสียไป เพราะฉะนั้น ควรเป็นโครงการระยะยาวที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้เช่า เช่น การสร้างโรงงานหรือโกดังสำหรับเก็บสินค้า การสร้างปั๊มน้ำมันขนาดกลางหรือใหญ่ การสร้างอาคารจำพวกสำนักงานต่าง ๆ และหมายรวมถึงศูนย์การค้า เป็นต้น    

ระยะเวลางดเว้นค่าเช่าที่ดินคืออะไร ? เหตุใดต้องมี ?

          ก่อนอื่น เราควรมาทำความเข้าใจถึงความหมายของการงดเว้นค่าเช่าที่ดินก่อนเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ การยกเว้นหรือลดหย่อนค่าเช่ารวมไปถึงอาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นโดยมีมาตรการยกเว้นค่าเช่าเป็นระยะเวลานาน 3 เดือนหรือมากกว่านั้น เป็นต้น ตามลักษณะของโครงการที่กำลังก่อสร้างว่าใช้ระยะเวลานานแค่ไหน ? ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า โครงการสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่นั้นมักใช้ระยะเวลาในการสร้างยาวนาน มีตั้งแต่ 2-3 ปีขึ้นไป ส่งผลทำให้ผู้ลงทุนยังไม่มีรายได้จากสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้น ระยะเวลางดเว้นค่าเช่าที่ดินถึงมีบทบาทสำคัญต่อนักลงทุนที่เป็นผู้เช่าดังต่อไปนี้

  • ทำให้ยังไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่าเช่าที่ดินเพิ่ม ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า จำนวนเงินดังกล่าวข้างต้นสำหรับชำระค่าเช่าให้กับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่บนที่ดินนั้นคงไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ
  • ผู้เช่าสามารถนำเงินไปใช้ในสิ่งปลูกสร้างได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพะว้าพะวงเรื่องหาเงินมาชำระค่าเช่าที่ดิน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั่นก็คือ คุณภาพของสิ่งปลูกสร้างที่สามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับผู้เข้ามาใช้บริการในภายภาคหน้า 

ขั้นตอนการเช่าที่ดิน ทำอย่างไร ? ใช้อะไรบ้าง ?

ขั้นตอนการเช่าที่ดิน ทำอย่างไร ใช้อะไรบ้าง

          การเช่าที่นั้นต้องมีความรู้ในการเช่าโดยเฉพาะข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสัญญาเช่าเช่น ระยะเวลา ข้อตกลง ค่าใช้จ่ายรวมถึงตัวบทกฎหมาย

         ในส่วนขั้นตอนการเช่ามีความสำคัญ ดังนั้นถึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามก่อนจะให้ผู้เช่าได้เข้ามาอยู่อาศัยหรือทำกิจกรรมบนที่ดินที่เช่าไป

สำหรับบุคคลธรรมดา

         การเช่าระยะสั้น ให้ติดต่อกับผู้ให้เช่าได้เลยว่า จะขอทำสัญญาเช่าฉบับใหม่โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปแจ้งนายทะเบียนที่กรมที่ดินให้เสียเวลา ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก ในส่วนของผู้ที่เตรียมตัวเป็นผู้เช่าที่ดี ให้เตรียมเอกสารดังนี้

         จากนั้นให้นัดหมายวันเวลาสถานที่เพื่อลงนามเซ็นสัญญาร่วมกันซึ่งทางผู้ให้เช่าจะส่ง “สัญญาเช่า” ให้กับทางผู้เช่าเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขว่าเป็นไปตามที่ต้องการหรือเปล่า ?

          แต่ถ้าหากเป็นสัญญาเช่าเกินระยะเวลา 5 ปี ไปจนถึง 20 หรือ 30 ปี ตามกฎหมาย ต้องยื่นเอกสารยังสำนักงานที่ดินที่ตัวเองสังกัด สัญญาเช่าถึงจะมีผลบังคับใช้งานได้จริง ๆ ในส่วนของเอกสารที่ต้องเตรียมไป เหมือนเอกสารที่เตรียมไว้สำหรับผู้ที่ต้องการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะสั้น

สำหรับนิติบุคคล

          มาถึงในส่วนของขั้นตอนการเช่าที่ดินสำหรับนิติบุคคล มีความแตกต่างจากบุคคลธรรมดาหรือไม่อย่างไรนั้น ? คำตอบมีดังนี้ค่ะ

          ในกรณีที่ต้องการทำสัญญาเช่าเกินระยะเวลา 10 ปี ผู้เช่าและผู้ให้เช่าต้องทำสัญญาเป็นหนังสือต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ กรมที่ดิน สัญญาเช่าฉบับดังกล่าวถึงจะสมบูรณ์แบบ ในส่วนของเอกสารอื่น ๆ เหมือนกับสัญญาเช่ารายบุคคล เพียงแค่เพิ่มเติมเอกสารดังต่อไปนี้

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกโดยกรมธุรกิจการค้า
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • ตราประทับ กรณีหนังสือรับรองนิติบุคคลระบุว่าต้องมีการประทับตราและตัวอย่างลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจแทนนิติบุคคลมาแสดงด้วย
  • รายงานการประชุมของนิติบุคคลที่ระบุให้มีการทำนิติกรรมพร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ในทางกลับกัน ถ้านิติบุคคลมีแค่เพียงคนเดียวก็ไม่ต้องใช้รายงานการประชุมแต่อย่างใด
  • อื่น ๆ จะเป็นค่าธรรมเนียมพวกคำขอต่าง ๆ คิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5 บาทไปจนถึง 100 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของอสังหาริมทรัพย์นั้น เช่น ที่ดินเปล่า ๆ คิดค่าคำขอแปลงละ 5 บาท โดยมีค่าธรรมเนียม 5 บาท ในทางกลับกัน ถ้าเป็นในส่วนของห้องชุดอันเป็นสิ่งปลูกสร้างก็จะคิดค่าคำขอ 20 บาท ค่าธรรมเนียม 20 บาท เป็นต้น

          ในทางตรงกันข้าม ถ้าต้องการเช่าที่ดินระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 3 ปี สามารถใช้หลักการเดียวกับการเช่าที่ในรูปแบบรายบุคคล เพียงแค่ทำเป็นหนังสือสัญญาเช่า โดยในสัญญาต้องกำหนดเงื่อนไขที่จำเป็นให้ผู้เช่าสามารถปฏิบัติตาม กรณีนี้ มักนิยมทำแบบสัญญาเช่าธรรมดาโดยจะระบุอายุการเช่าเพียง 3 ปี

ข้อควรคำนึงในการเช่าที่ดิน

           จะเช่าที่ทั้งทีจะเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งนี้เพราะ ที่ดินนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่ม รวมถึงการรู้จักติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก่อนปลูกสร้าง โอกาสที่เราจะเสียเงินโดยไม่ทันได้เก็บเกี่ยวกำไรกลับมามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ดังนั้น มาติดตามกัน มีสิ่งไหนบ้างที่ควรคำนึงถึง ?

  • ให้พึงระลึกไว้เสมอ เมืองมีโอกาสขยายตัวอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่าง ที่ดินบางแปลงอาจถูกเปลี่ยนสภาพการใช้งานอันเป็นผลมาจากการขยายตัวของเมือง และเมื่อมันเกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบนอกของเมืองที่เราไปเช่าทำการเกษตรหรืออื่น ๆ ดังนั้นควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจเช่าที่ดินทำกินผืนนั้นว่า ในอนาคตอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไรก่อนตัดสินใจ ?
  • หนังสือสัญญาเช่าที่ดินมี 2 รูปแบบ นั่นก็คือ การเช่าแบบระยะสั้นกับการเช่าแบบระยะยาวซึ่งจะถูกแบ่งแยกย่อยออกไปอีก ดังนั้นก่อนเช่า จะเพื่อการใดก็ตาม ควรศึกษาดูรายละเอียดเสียก่อน
  • ศึกษาข้อกำหนดที่มีอยู่ในสัญญาเช่า มีข้อไหนบ้างที่เหมาะสมลงตัวกับเรา มีข้อไหนบ้างที่อยากให้ทางผู้ปล่อยเช่าแก้ไขเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับของทั้ง 2 ฝ่าย ?
  • ควรมีการลงนามร่วมกันทั้ง 2 ฝั่งทั้งจากตัวผู้ให้เช่ารวมถึงตัวผู้เช่าเองซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญมาก เพราะหากไม่มีลายเซ็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สัญญาฉบับนั้นจะไม่สมบูรณ์แบบและมีโอกาสที่จะเสียเปรียบได้
  • รูปแบบสิ่งปลูกสร้างต้องมีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมของพื้นที่นั้น เช่น หากต้องการจะสร้างโรงงานบนพื้นที่ ๆ เป็นที่อยู่อาศัย ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเพราะส่งผลกระทบต่อผู้อาศัยจนนำไปสู่ข้อโต้แย้งจนเรื่องราวบานปลาย
  • ค่าเช่าที่มีผลต่อตำแหน่งที่ตั้งของตัวที่ดินที่เราจะเข้าไปสร้างสิ่งปลูกสร้าง หากตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างสูง มีแหล่งสาธารณูประโภคครบครัน ค่าเช่าที่ดินย่อมสูง แต่ถ้าเป็นที่ดินรอบนอกหรือตามเขตปริมณฑล ค่าเช่าที่ดินจะถูก ดังนั้น ให้ตรวจความพร้อมของเงินที่ต้องจ่ายไปโดยเฉพาะถ้าเป็นสัญญาเช่าระยะยาวที่ทางผู้ปล่อยเช่าจะเน้นเก็บเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป เป็นต้น 

          จะเห็นได้ว่า การเช่าที่ดินนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไปสำหรับผู้ที่ต้องการจะลงทุนสิ่งปลูกสร้างไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารพาณิชย์ โรงงาน โรงแรมหรือร้านค้าขนาดเล็ก ขอเพียงเราเข้าใจบริบท ข้อกำหนด รวมถึงมีการวิเคราะห์ที่ดิน มีการติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในเขตเมืองหรืออื่น ๆ ก่อนสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นมา เมื่อเราตัดสินใจเช่าที่ดินเพื่อทำประโยชน์ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังทำสัญญาย่อมเกิดประโยชน์ขึ้นมาจริง ๆ ใครสนใจ ต้องไม่พลาดนะคะ