logo

          ในภาวะโลกร้อน และมีมลภาวะทางอากาศมากขึ้นทุกวัน แอร์ฟอกอากาศได้กลายเป็นไอเท็มใหม่ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ายอดนิยมที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกบ้าน โดยเฉพาะเมืองที่มีอากาศร้อนจัดอย่างประเทศไทยของเรา แค่อากาศร้อนยังไม่พอ ยังแถมมาด้วยฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นตัวทำลายสุขภาพอีกด้วยนี่สิ การที่ต้องอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันและอากาศที่มีมลพิษที่ตามเราเข้าไปถึงในบ้าน ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ ยิ่งได้รับติดต่อกันเป็นเวลานาน มันก็จะสะสมในร่างกายของเรา ทำให้เกิดอันตราย แต่ในปัจจุบันเรามีตัวช่วยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ดีมาก ๆ อย่างเจ้าแอร์ฟอกอากาศที่นอกจากจะให้ความเย็นเหมือนแอร์ทั่วไปแล้ว ยังทำหน้าที่กรองฝุ่น และฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้เราได้หายใจสะดวกมากขึ้น ทั้งยังช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือด และโรคปอดอักเสบในระยะยาวได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายจริง ๆ ใครที่กำลังคิดจะซื้อมาไว้ใช้งาน แต่ยังไม่แน่ใจว่าซื้อดีหรือไม่ ควรเลือกยี่ห้อไหน รุ่นไหนดี เตรียมตัวไว้ให้พร้อมเลย วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับแอร์ฟอกอากาศ ไอเท็มยอดนิยมของโลกยุคใหม่ ให้ความเย็นสบาย และสุขภาพอนามัยที่ดีไปพร้อม ๆ กัน

. . . . . . . . . . . .

แอร์ฟอกอากาศคืออะไร

          เรารู้กันอยู่แล้วว่า เครื่องปรับอากาศ หรือแอร์คอนดิชัน (Air Conditioner) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ปรับอากาศให้บ้านพักอาศัย หรือสถานที่ที่เราอยู่นั้นให้เย็นสบาย แต่แอร์ฟอกอากาศคืออะไรกันแน่ หลายคนอาจจะยังไม่รู้คำตอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มระบบฟอกอากาศ (Air Purifier) โดยใช้แผ่นกรองอากาศ (Filtration) ในการกรองฝุ่นละอองและกำจัดเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง เป็นเครื่องปรับอากาศทางเลือกใหม่ที่สร้างอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นละอองในระหว่างที่ปล่อยความเย็นออกมา การทำงานก็จะคล้าย ๆ กันกับเครื่องฟอกอากาศ จะแตกต่างกันตรงที่ไม่มีการพ่นไอน้ำดักฝุ่นออกมา 

. . . . . . . . . . .

แอร์ฟอกอากาศมีกี่ประเภท

          แอร์แบบฟอกอากาศได้ มีทั้งแบบตั้งพื้น Floor Type และแบบติดผนัง Wall Type ซึ่งก็มีลักษณะเหมือน ๆ กับเครื่องปรับอากาศทั่ว ๆ ไป มีขนาด BTU ให้เลือกใช้ ตามขนาดพื้นที่ของห้องที่จะติดตั้ง โดยแอร์ฟอกอากาศยี่ห้อต่าง ๆ ที่ผลิตออกมานั้น แบ่งออกเป็น 3 ระบบการทำงานดังนี้

          ระบบแผ่นกรองอากาศ (Filtration) ทำงานโดยการใช้แผ่นกรอง HEPA, ULPA ช่วยดักจับฝุ่นละออง หรือดักจับอนุภาคปนเปื้อนต่าง ๆ ในอากาศ มีคุณสมบัติช่วยกรองและดักจับอนุภาคขนาดเล็กตั้งแต่ 0.01 ไมครอน ประสิทธิภาพในการกรองมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะใช้คู่กับแผ่นคาร์บอนเพื่อดูดกลิ่นอับชื้น กลิ่นไม่พึงประสงค์ แผ่นกรองมีอายุการใช้งานประมาณ 3-6 เดือน ต่อการเปลี่ยนแผ่นกรองแต่ละครั้ง

          ระบบไฟฟ้าสถิต (ESP - Electrostatic Precipitator) ระบบจะทำงานโดยมีตะแกรงไฟฟ้าอยู่ด้านบนสุดของตัวเครื่องปรับอากาศ ทำงานควบคู่กับแผ่นโลหะเพื่อดักจับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ และยังดักจับเชื้อโรคปนเปื้อนและเชื้อไวรัสได้อีกด้วย สามารถถอดแผ่นโลหะออกมาทำความสะอาดได้ โดยใช้แปรงขัดเบา ๆ ล้างน้ำหรือใช้น้ำยาสำหรับล้างโลหะ ข้อดีของระบบนี้คือไม่ต้องใช้แผ่นกรองอากาศ ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองบ่อย ๆ

          ระบบปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer) เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทำงานโดยใช้ปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่าไอออน โดยจะผลิตประจุลบออกมาในขณะเดียวกับที่ปล่อยลมเย็น มีคุณสมบัติในการดักจับอนุภาคปนเปื้อนต่าง ๆ ที่มีโครงสร้างเป็นประจุบวก เพื่อให้เกาะตัวรวมกัน กลายเป็นอนุภาคขนาดใหญ่ตกสู่พื้น และยังช่วยเปลี่ยนเป็นโมเลกุล H2O ช่วยฟอกอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์และปลอดภัย แต่ก็มีบางยี่ห้อที่ใช้ระบบปล่อยไอออนลบเหมือนกัน แต่จะส่งอนุภาคกลับไปในช่องลม ผ่านระบบแผ่นกรองอากาศ เพื่อกำจัดอนุภาคเหล่านี้ทิ้ง

. . . . . . . . . . .

แอร์ฟอกอากาศทำงานแบบไหน แตกต่างหรือไม่กับเครื่องฟอกอากาศ

          ปัญหามลภาวะทางอากาศของบ้านเรารุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนนั้น ได้สร้างความกังวลให้กับคนส่วนใหญ่ หลายบ้านที่มีเครื่องฟอกอากาศอยู่แล้ว ก็เกิดคำถามว่า แล้วแอร์ฟอกอากาศได้ไหม จำเป็นแค่ไหน มีเครื่องฟอกอากาศแล้วจำเป็นต้องติดแอร์ฟอกอากาศเพิ่มหรือเปล่า เรามาตอบคำถามเหล่านี้กัน

เครื่องฟอกอากาศ

          จะทำหน้าที่ฟอกอากาศโดยเน้นอากาศภายในห้อง หรือบริเวณรอบ ๆ เป็นหลัก หน้าที่หลักของเครื่องฟอกอากาศ คือ การกำจัดอนุภาคขนาดเล็กและกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ ที่จะก่อให้เกิดปัญหากับระบบทางเดินหายใจและสุขภาพของเรา ส่วนใหญ่จะมีระบบมีแผ่นกรองหลายแบบด้วยกัน คือ 

แผ่นกรองอากาศชั้นต้น (Pre-Filter) ใช้ดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เป็นแผ่นกรองแบบหยาบ จะอยู่ชั้นนอกของแผ่นกรองแบบละเอียด (Micro Filter) แผ่นกรองอากาศชั้นต้นมีหน้าที่ช่วยดักจับฝุ่น และช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นกรองแบบละเอียด

แผ่นกรองคาร์บอน (Carbon Filter)

         เป็นตัวกรองที่มีหน้าที่ดูดซับกลิ่นอับชื้นในอากาศ รวมถึงขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ช่วยปรับอากาศให้สดชื่นบริสุทธิ์

แผ่นกรองอากาศ HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter)

          ช่วยกรองฝุ่นสกปรกอนุภาคขนาดเล็ก กรองสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ รวมถึงดักกรองเชื้อโรคในอากาศแบคทีเรียและไวรัส แผ่นกรอง HEPA สามารถดักจับฝุ่นละอองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.01 ไมครอนได้ มีประสิทธิภาพในการใช้งานประมาณ 5-8 ปี 

แผ่นกรองอากาศ VEPA (Very High Efficiency Particulate Air Filter)

          เป็นแผ่นกรองอีก 1 ชนิด ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับแผ่นกรอง HEPA สามารถดักจับฝุ่นละอองและกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน มีประสิทธิภาพในการกรองอยู่ที่ 99.997 เปอร์เซ็นต์ แผ่นกรองอากาศ ULPA (Ultra Low Penetration Particulate Air Filter) เป็นแผ่นกรองสำหรับแอร์ฟอกอากาศ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าแผ่นกรองทุกแบบ สามารถดักจับฝุ่นละอองและกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกรองอนุภาคได้มากถึง 99.999 เปอร์เซ็นต์ 

           การเลือกใช้งานระหว่างแอร์ฟอกอากาศกับเครื่องฟอกอากาศ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณ เพราะฟังก์ชั่นการทำงานค่อนข้างจะคล้ายกัน แต่แอร์ระบบที่ฟอกอากาศในตัวนั้นจะเน้นไปที่การกรองอากาศ (Filter) ด้วยการกรองลมที่ไหลผ่านระบบรังผึ้ง ไปพร้อม ๆ กับการผลิตความเย็น หากเทียบกันแล้วประสิทธิภาพการฟอกอากาศและการกรองของแอร์ อาจไม่มีมากเท่ากับเครื่องฟอกอากาศโดยตรง โดยเครื่องฟอกอากาศบางรุ่นจะมีระบบพลาสม่า แต่ถ้ามองในแง่ความคุ้มค่าคุ้มราคา ก็ต้องบอกว่าแอร์ฟอกอากาศเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว สำหรับใครที่กำลังต้องการติดแอร์ตัวใหม่หรือติดแอร์เพิ่มเติม เพราะเหมือนซื้อ 1 ได้ถึง 2 ได้ครบฟังก์ชั่นในเครื่องเดียว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก แต่ถ้ามีงบประมาณมากเพียงพอ ก็อยากแนะนำให้ใช้คู่กันไปเลย เพื่อสุขภาพที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปของเรานั่นเอง

. . . . . . . . . .

ความแตกต่างระหว่างแอร์ธรรมดากับแอร์ฟอกอากาศ

         ลักษณะโดยรวมของแอร์ธรรมดากับแอร์ฟอกอากาศ อาจจะไม่แตกต่างกันมากนั้น เพียงแต่ระบบที่ฟอกอากาศ มีการเพิ่มระบบการกรองอากาศเพิ่มเข้าไป เรามาดูรายละเอียดและความแตกต่างระหว่างการทำงานของแอร์ทั้ง 2 แบบกันก่อน

แอร์แบบธรรมดา

- ทำความเย็น ปรับอุณหภูมิสภาพแวดล้อมภายในห้องให้เย็น ช่วยปรับอากาศ 

- ช่วยปรับระดับและควบคุมความชื้นภายในห้อง

- ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ไหลเวียน ทำให้อากาศถ่ายเท ไม่อึดอัด 

แอร์ฟอกอากาศ

- ทำความเย็น ปรับอุณหภูมิสภาพแวดล้อมภายในห้องให้เย็น ปรับอากาศ

- กำจัดฝุ่นละออง สิ่งปนเปื้อน มลพิษในอากาศ และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

- ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ 

- บางยี่ห้อ บางรุ่น มีการเพิ่มค่าประสิทธิภาพทำความเย็น (EER) 

- ปรับปรุงคุณภาพอากาศและสภาพแวดล้อมโดยรวมของที่อยู่อาศัย ช่วยดูแลสุขภาพ

. . . . . . . . . .

รีวิวแอร์ฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนคุ้มค่า น่ามีไว้ใช้งาน

          ปัจจุบันแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ ได้มีการผลิตแอร์แบบฟอกอกาศออกมามากมายหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็มีฟังก์ชั่นเด่น ๆ แตกต่างกันออกไป เราจะมารีวิวแนะนำเครื่องปรับอากาศคุณภาพที่เป็นตัวเลือกที่น่าใช้งาน

PANASONIC รุ่น CS/CU-KU9WKT ขนาด 8,699 BTU

01

ขอบคุณภาพจาก : www.homepro.com

          แบรนด์เครื่องปรับอากาศชั้นนำ ที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน PANASONIC รุ่น CS/CU-KU9WKT สวยงาม แข็งแรง ทนทาน Blue Fin เคลือบผิววัสดุป้องกันการกัดกร่อน เป็นแอร์ฟอกอากาศที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง Nanoe-G สามารถปล่อยไอออนเข้ายึดเกาะฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็ก (PM 2.5) และอนุภาคในอากาศ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ได้มากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ทำงานด้วยระบบ Inverter compressor คอมเพรสเซอร์ที่ควบคุมให้อุณหภูมิเย็นสบาย และประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี PANASONIC CS/CU-KU9WKT มาพร้อมฟังก์ชั่น AEROWINGS ช่วยให้ปล่อยลมและควบคุมกระแสลมให้เย็นทั่วถึงรอบห้อง พร้อมบานสวิงใหญ่ ช่วยกระจายลมระบบ ECO+A.I. ช่วยประหยัดพลังงานแต่ยังคงความเย็นไว้รองรับการเชื่อมต่อด้วย Smartphone ใช้สารทำความเย็น R32 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดภาวะเรือนกระจก ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ มีรับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี และรับประกันอะไหล่ 3 ปี พร้อมฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 ราคา 15,490 บาท

MIDEA รุ่น MSAEB-12CRN8-PD6 ขนาด 12,000 BTU

02

ขอบคุณภาพจาก : www.homepro.com

          แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่คุณภาพชั้นนำจากประเทศจีน MIDEA รุ่น MSAEB-12CRN8-PD6 แอร์ฟอกอากาศคอมเพรสเซอร์ระบบโรตารี ให้ความเย็นสบายได้ทั่วถึงและรอบทิศทาง ควบคุมอุณหภูมิห้องให้เย็นต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง ช่วยประหยัดพลังงาน มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครอบคลุม สามารถตรวจจับอุณหภูมิด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ฟอกอากาศด้วยการปล่อยประจุบวกลบ เพื่อดักจับฝุ่นละอองและยับยั้งการเจริญเติบโตแบคทีเรียในอากาศ ระบบ Self-Cleaner ทำความสะอาดตัวเอง กำจัดน้ำ ความชื้นตกค้าง เพื่อป้องกันแบคทีเรีย เชื้อรา และช่วยลดปัญหาการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ สามารถถอดล้างทำความสะอาดแผ่นกรองได้ง่าย ช่วยให้เราสะดวกและประหยัดพลังงาน ราคา 12,490 บาท

MITSUBISHI รุ่น MS-GN15VF ขนาด 14,330 BTU

02

ขอบคุณภาพจาก : www.homepro.com

           แบรนด์คุณภาพที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน MITSUBISHI MS-GN15VF แอร์ฟอกอากาศแบบ Wall Type ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพ Dual Barrier Coating เคลือบสารป้องกันการจับเกาะของฝุ่นละออง ฝุ่นผ้า และละอองน้ำมัน ประสิทธิภาพในการทำความเย็น Econo Air พร้อมส่งกระจายความเย็นฉ่ำอย่างทั่วถึง และเพิ่มพลังทำความเย็นอย่างรวดเร็วภายในเวลา 15 นาที ด้วย Powerful CoolSystem และ Econo-Cool ที่ช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ดูแลสุขภาพของเราขณะใช้งานด้วยแผ่นกรองอากาศ Nano Platinum Filter ที่ผสมอนุภาคแพลตินั่มที่มีขนาดเล็กระดับนาโนและแผ่นกรอง Air Cleanning Filter ฟอกอากาศแบบไฟฟ้าสถิต ช่วยดักจับฝุ่นละอองและเชื้อโรค MITSUBISHI MS-GN15VF มาพร้อมฟังก์ชั่น Fuzzy Logic I FEELControl สามารถควบคุมความเย็นจากความรู้สึกโปรแกรม การตั้งเวลาเปิดหรือปิดล่วงหน้า 12 ชั่วโมง ในแบบ 12 Hour ON/OFF Timer ระบบ Auto Restart เปิดเครื่องใหม่อัตโนมัติกรณีไฟฟ้าดับหรือขัดข้อง ใช้น้ำยา R32 สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ มีรับประกันแผงคอยล์เย็น 3 ปี รับประกันอะไหล่ 1 ปี รับประกันคอมเพรสเซอร์ 5 ปี ราคา 25,500 บาท

HAIER รุ่น HSU-18VIP03T ขนาด 17,712 BTU

03

ขอบคุณภาพจาก : www.homepro.com

          HAIER อีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยม ที่ได้รับความไว้วางใจ HAIERHSU-18VIP03T แอร์ฟอกอากาศ PM 2.5 ที่มี IFD Filter ดักจับฝุ่นพิษในอากาศ และเชื้อโรคขนาดเล็กได้เล็กถึง 0.3 ไมครอน มีประสิทธิภาพสูงในการประหยัดพลังงานด้วยเทคโนโลยี Inverter ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิห้องให้เย็นสบายต่อเนื่อง ทำความเย็นรวดเร็วทันใจ มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน มีระบบ Eco Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อปรับอุณหภูมิตามความเหมาะสมระบบ Dehumidification ควบคุม และรักษาความชื้นอย่างแม่นยำ Self Cleaning ระบบทำความสะอาดภายในตัวเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ และ Wi-fi control ที่ช่วยให้เราใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย HAIER HSU-18VIP03T ใช้น้ำยาชนิด R32 Refrigerant เพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และมีรับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี รับประกันอะไหล่ 5 ปี ราคา 36,990 บาท

LG รุ่น IL18R ขนาด 18,000 BTU

03

ขอบคุณภาพจาก : www.homepro.com

          แบรนด์คุณภาพกับเครื่องปรับอากาศยอดนิยม LG DUAL INVERTER รุ่น IL18R แอร์ฟอกอากาศที่มาพร้อม Air-Purifying System ระบบฟอกอากาศที่สามารถปล่อยอนุภาคไอออนกว่า 5 ล้านไอออนต่อลูกบาศก์เมตร ในอากาศตรวจจับ ทำให้กำจัดฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 1 ไมโครเมตร แอร์ทำงานในระบบ Dual Inverter Compressor ที่มี แผงคอยล์ร้อนทองแดง Gold Fin Condensor และเคลือบสารป้องกันสนิม LG IL18R มาพร้อมฟังก์ชั่นมากมาย เซ็นเซอร์อัจฉริยะ PM 1.0 ตรวจจับฝุ่นละออง ที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมโครเมตร ระบบย่อยสลายเชื้อโรคด้วยไอออนบวกลบ Plasmaster Ionizerระบบ Deep Sleep Mode โหมดควบคุมอุณหภูมิขณะนอนหลับ Smart Display หน้าจอ LED แสดงสถานะอากาศอุณหภูมิ คุณภาพอากาศ ปริมาณของฝุ่นละอองสถานะการทำงาน Error Code สามารถควบคุมการทำงานด้วย Smartphone ผ่าน App Smart ThinQ ใช้น้ำยา R32 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย มีรับประกันคอมเพรสเซอร์ 10 ปี และรับประกันอะไหล่ 1 ปี ราคา 29,990 บาท

. . . . . . . . . . .

เคล็ดลับการดูแลแอร์ฟอกอากาศให้ใช้งานได้ดี และมีประสิทธิภาพยาวนาน

- ทำความสะอาดทั่วไปโดยการถอดแผ่นกรองอากาศ หรือตะแกรงกรองออกมาปัดฝุ่น เช็ดล้างทำความสะอาดอย่างน้อย1-2 ครั้งต่อเดือน

- ทำความสะอาดแผงคอยล์เย็น ฟิลคอยล์แอร์ และแผงท่อระบายความร้อน ด้วยการใช้แปรงขนนุ่มและน้ำผสมสบู่ขัดเบา ๆ หรือใช้น้ำยาล้างคอยล์แอร์โดยเฉพาะ ทำความสะอาดทุก ๆ 3 เดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอร์และช่วยประหยัดไฟ

- ทำความสะอาดพัดลมแอร์ด้วยแปรงสีฟัน หรือแปรงขนนุ่มขนาดเล็ก ปัดฝุ่นที่เกาะเป็นคราบ หรือใช้น้ำยาล้างแอร์ชนิดสเปรย์ชนิดที่ไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ เพียงแค่สิ่งสกปรกจะไหลรวมกับน้ำยาไปตามท่อระบายของแอร์ 

ล้างแอร์แบบครบวงจร วิธีนี้ต้องเรียกใช้บริการช่างจากร้านแอร์โดยเฉพาะเพราะต้องถอดล้าง เติมน้ำยา ดูแลแผงทำความร้อน คอมเพรสเซอร์ควรล้างแอร์ประมาณ 4-6 เดือนต่อครั้ง

- กรณีแอร์ฟอกอากาศมีกลิ่นอับ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ไม่ได้ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ แผงตะแกรง หรือแผงคอยล์เย็น จนทำให้เกิดเชื้อรา ให้เราใช้น้ำยาทำความสะอาดชนิดสเปรย์ฉีดล้างแอร์ และยังไม่ควรเปิดใช้งานในทันที ให้ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน แล้วค่อยเริ่มเปิดใช้งานอีกครั้ง 

- หากเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากภายนอก ให้เราปรับปลายท่อระบายหงายขึ้น 30-45 องศา ก็ได้เลย เพื่อให้มีน้ำไหลหล่อเลี้ยงภายในท่อ เพื่อจะเป็นการช่วยอุดช่องว่าง ไม่ให้อากาศเสียจากภายนอกเข้าไปถึงภายใน

 

- ก่อนการปิดใช้งานแอร์ฟอกอากาศแต่ละครั้ง ให้เราเปิดใช้งานฟังก์ชั่นพัดลมก่อนสัก 5 นาที การเปิดโหมดลมแรง หรือเปิดโหมด dry ก่อนปิดแอร์ จะช่วยลดความชื้นของแอร์ ทำให้ไม่เกิดกลิ่นอับได้ง่าย

หมั่นสังเกตเสียงการทำงานของแอร์และคอมเพรสเซอร์เวลาเปิดหรือปิด ว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ หากพบเสียงที่ผิดปกติไปจากเดิม ควรรีบหาทางแก้ไขทันที

- การที่จะใช้แอร์ฟอกอากาศได้นานอย่างคุ้มค่านั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการเลือกขนาดแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง และการใช้งาน แอร์จะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป และไม่เป็นสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าอีกด้วย

. . . . . . . . . . . .

          ในสถานการณ์ที่มีฝุ่นละอองในอากาศ แถมยังมีการระบาดของเชื้อโรค แอร์ฟอกอากาศ จึงนับเป็นไอเท็มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยตอบโจทย์เราได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันแต่ละยี่ห้อชั้นนำก็ได้มีการพัฒนานวัตกรรมระบบฟอกอากาศแบบใหม่ ๆ ออกมามากมาย รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่มุ่งเน้นให้ครอบคลุม และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ นอกจากความจำเป็นที่ต้องใช้งานเพราะช่วยแก้ปัญหาอากาศร้อนแล้ว การใช้เทคโนโลยีมาช่วยดูแลสุขภาพ ก็เป็นทางเลือกสำหรับคนยุคใหม่ที่กำลังมาแรง อย่างไรก็ตาม การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ควรศึกษาข้อมูลจากคู่มือให้ชัดเจน เพื่อการใช้งานที่ดีและมีประสิทธิภาพ ส่วนใครที่กำลังเล็ง ๆ ไว้ว่าจะติดแอร์ที่ช่วยฟอกอากาศบริสุทธิ์แล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้ดูจากบทความแอร์ฟอกอากาศ ไอเท็มยอดนิยมของโลกยุคใหม่ ให้ความเย็นสบาย และสุขภาพอนามัยที่ดีไปพร้อม ๆ กันได้เลย ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ