logo

          คนรักสัตว์เลี้ยงบางคนมักจะเจอกับปัญหาคอนโดไม่ให้เลี้ยงสัตว์ ถ้าจะเลี้ยงก็ควรไปเช่าบ้านหรือซื้อบ้านดีกว่า แต่ในปัจจุบันโครงการหลายโครงการ เลือกที่จะสร้างคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เพื่อรองรับกลุ่มคนรักสัตว์ได้มากขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าตลาดกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์มีไม่น้อยเลย และหากคนที่ใส่ใจสัตว์เลี้ยง ก็มักมีกำลังซื้อคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เพื่อให้สัตว์ที่เรารักได้อยู่อย่างมีความสุขที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วโครงการคอนโดเหล่านี้จัดเป็นโครงการศักยภาพที่ดี ถูกออกแบบเพื่อรองรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ และยังสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับตัวเจ้าของอีกด้วย 

          ในบทความนี้นิวบ์จะพาเพื่อน ๆ ไปดูเหตุผลว่า ทำไมคอนโดส่วนใหญ่ไม่ให้เลี้ยงสัตว์ ถ้าจะเริ่มเลี้ยงสัตว์ในคอนโดจะต้องทำอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่คอนโดเลี้ยงสุนัขได้ไหม และคอนโดเลี้ยงแมวได้ไหม และแนะนำโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ว่ามีที่ไหนบ้างให้เพื่อน ๆ ได้เข้าไปอยู่อาศัยกัน และก่อนที่เราจะไปดูพร้อมกัน นิวบ์อยากให้เพื่อน ๆ ที่ใครเลี้ยงสัตว์อยู่หรือกำลังคิดจะเลี้ยงสัตว์จะต้องคำนึงถึงที่อยู่อาศัย และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงเรานะคะ 

. . . . . . . . . .

 

ทำไมคอนโดส่วนใหญ่ถึงไม่ให้เลี้ยงสัตว์เป็นเพราะอะไร ?

         ส่วนใหญ่เรามักจะรู้เหตุผลกันอยู่แล้วว่าทำไมคอนโดส่วนใหญ่ถึงไม่ให้เลี้ยงสัตว์ เพราะคอนโดเป็นสถานที่ที่มีผู้อาศัยพักเยอะที่สุด หลายต่อหลายครั้งการเลี้ยงสัตว์อาจรบกวนลูกบ้านคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียง เรื่องของความสะอาด เรื่องของกลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่เรื่องการใช้พื้นที่ส่วนกลาง โดยการนำสัตว์เลี้ยงมาใช้พื้นที่ตรงนี้ด้วย 

          แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่โอเคกับการมีสัตว์เลี้ยงมาใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมด้วย ในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ หลายต่อหลายครั้งแม้แต่ตัวเจ้าของเองอาจมีวินัยไม่เพียงพอ เมื่อพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นบริเวณส่วนกลาง สัตว์เลี้ยงได้ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะก็จะไม่ทำความสะอาด นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจลูกบ้านคนอื่น ๆ อีกมาก 

          การเลี้ยงสัตว์ก็มักจะมีปัญหาที่ส่งผลกระทบแตกต่างกันไป และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้น จึงทำให้คอนโดส่วนใหญ่ไม่อนุญาตเลี้ยงสัตว์ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะบางคอนโดนั้นไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ จึงทำให้มีการจัดการรักษาความสะอาดไม่เหมาะสม พื้นที่ส่วนกลางเองก็ไม่สามารถรองรับสัตว์เลี้ยง หากใครคิดจะเลี้ยงสัตว์จริงจังควรจะหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เลยดีกว่า 

. . . . . . . . . .

ปัญหาที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมีอะไรบ้าง ?

          ก่อนหน้านี้เพื่อน ๆ ได้รู้เบื้องต้นแล้วว่าทำไมคอนโดส่วนใหญ่จึงไม่ให้เลี้ยงสัตว์ แต่คราวนี้นิวบ์จะพาเพื่อน ๆ มาดูปัญหาที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดแต่ละชนิดกัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอ แต่ถ้ามีการดูแลจัดการที่ดีจากตัวเจ้าของแล้ว ในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ก็จะสามารถลดปัญหาเหล่านี้ได้ จนบางครั้งเราก็ไม่อาจรู้เลยว่าลูกบ้านบางคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอยู่ แต่ทีนี้เรามาดูปัญหาสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดดีกว่า เพื่อที่ว่าหากเราเลี้ยงสัตว์จะได้ลดปัญหาเหล่านี้ลง และจะได้ไม่เป็นการรบกวนเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ

ปัญหาจากการเลี้ยงน้องสุนัขในคอนโด

  • ปัญหาในเรื่องเสียง หากน้องสุนัขมีการเห่าหรือต่อเนื่องถี่ ๆ จะเป็นการรบกวนลูกบ้านภายในชั้นจนไปถึงชั้นอื่น ๆ หรือแม้จะรบกวนได้ทั้งอาคาร
  • ปัญหาในเรื่องของกลิ่น ทุนเดิมน้องสุนัขจะมีการปัสสาวะเพื่อทำอาณาเขตเพื่อส่งกลิ่นอยู่แล้ว รวมทั้งยังมีกลิ่นจากตัวน้องสุนัข หากไม่ได้รับการดูแลที่ดี กลิ่นเหล่านี้อาจรบกวนเพื่อนบ้านได้
  • ปัญหาในเรื่องของเห็บ สุนัขเป็นสัตว์อีกชนิดที่บรรดาเห็บทั้งหลายจะมาเกาะติดตัว ถ้าหากมีการจัดการที่ดี น้องสุนัขก็จะไม่มีเห็บติดตัว แต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ เห็บเหล่านั้นอาจกระจายไปยังห้องอื่น ๆ ได้
  • ปัญหาในเรื่องของความสะอาด หลายครั้งที่สุนัขได้ออกมาพื้นที่ส่วนกลาง หรือบางครั้งเผลอหลุดออกมาจากห้อง น้องสุนัขเหล่านี้บางทีก็จะปัสสาวะเพื่อสร้างอาณาเขตก่อนกลับเข้าห้องตัวเอง หากเจ้าของไม่ทำความสะอาดก็นับเป็นการรบกวนเพื่อนบ้าน รวมทั้งขนของน้องสุนัขที่มีการหลุดร่วงออกมาด้วย
  • ปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่า น้องสุนัขไม่ได้น่ารักสำหรับทุกครั้ง ในหลายครั้งแม้แต่ตัวเจ้าของเองก็ไม่อาจเดาได้ว่าน้องสุนัขจะไปเผลอกัดใครหรือเปล่า ซึ่งสิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักไว้เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านทุกคน

ปัญหาจากการเลี้ยงน้องแมวในคอนโด

  • ปัญหาในเรื่องของเสียง ถึงแม้น้องแมวเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยส่งเสียงร้องเท่าน้องหมา แต่ก็มีหลายครั้งอยู่เหมือนกันที่เราอาจได้ยินเสียงน้องแมว ซึ่งก็เป็นการรบกวนลูกบ้านได้อีกเช่นกัน
  • ปัญหาในเรื่องของกลิ่น น้องแมวเป็นสัตว์ที่มีกลิ่นอุจาระที่ค่อนข้างเหม็น ซึ่งกลิ่นสามารถรบกวนเพื่อนได้หากมีการจัดการที่ไม่ดีพอ
  • ปัญหาในเรื่องของขน นี่เป็นปัญหาหลักที่พบได้กับน้องแมวไม่ว่าจะขนสั้นหรือขนยาว เพราะน้องแมวเป็นสัตว์ที่มีการผลัดขนเยอะมาก และด้วยที่ขนแมวมีขนาดเส้นเล็กในบางครั้งก็จะติดเสื้อของเรา หรือแม้แต่ตอนเดินออกจากห้องก็อาจมีขนแมวติดได้ ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่แพ้คนแมว อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้
  • ปัญหาในเรื่องของความสะอาด ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องมาจากขนแมว หากใครที่เลี้ยงแมวจะรู้เลยว่าการทำความสะอาดขนแมวเป็นเรื่องยากมาก ๆ และควรที่จะทำเป็นประจำทุกวัน หลายครั้งขนแมวอาจปลิวตรงทางเดินได้
  • ปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งแมวเองก็อาจไม่กัดเหมือนสุนัข หากได้ออกมายังพื้นที่ส่วนกลาง แต่น้องแมวอาจตะปบหรือข่วนแทน ทางที่ดีการเลี้ยงแมวควรเลี้ยงในระบบปิด ไม่ให้ออกไปในจะดีกว่า ถ้าอยู่ในคอนโด

ปัญหาจากการเลี้ยงนกในคอนโด

  • ปัญหาในเรื่องของเสียง นกบางครั้งก็จะร้องขึ้นอยู่แต่ละชนิดของนกว่าจะร้องมากหรือร้องน้อย แต่ส่วนใหญ่คนในคอนโดมักจะชินเสียงนกร้องอยู่แล้ว เพราะปกติช่วงใกล้เช้านกที่บินอยู่บนท้องฟ้าก็จะร้องต้อนรับอรุณอยู่แล้ว แน่นอนว่าบางครั้งนกที่เราเลี้ยงอาจร้องไม่เป็นเวลา หรือร้องตลอดเวลาแล้วรบกวนเพื่อนบ้านก็มี
  • ปัญหาในเรื่องของขน ส่วนมากในการเลี้ยงนกมักจะวางกรงไว้ตรงระเบียง เพราะนกเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในอุณหภูมิร้อน ๆ เมื่อมีการผลัดขนก็อาจร่วงไปยังห้องด้านล่างได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นการรบกวนเพื่อนบ้านอีกเช่นกัน
  • ปัญหาในเรื่องของความสะอาด อย่างที่ได้บอกไปว่านกมักจะเลี้ยงไว้ตรงระเบียง แน่นอนว่าความสะอาดต่าง ๆ จะมีน้อยกว่าในห้อง เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดทุกวัน โดยสิ่งที่ทำให้สกปรก ได้แก่ อาหารของนก รังนก อุจาระของนกที่อาจมีเล็ดรอดลงไปยังห้องด้านล่าง รวมทั้งไปยังลานจอดรถด้านล่าง ซึ่งนับว่าเป็นการรบกวนเพื่อนบ้านมาก ๆ เลยค่ะ

ปัญหาจากการเลี้ยง Exotic Pet

          สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าสัตว์ Exotic Pet คืออะไร ซึ่งนิวบ์ขออธิบายสั้น ๆ ว่า คือสัตว์เลี้ยงนอกเหนือจากหมาและแมว ซึ่งที่จริงแล้วนกก็จัดเป็น Exotic Pet เหมือนกันนะคะ แต่สำหรับนิวบ์มองว่านกคนค่อนข้างเลี้ยงเยอะเลยก็แยกเป็นพาร์ทของนกไปเลย ซึ่งสัตว์ Exotic Pet ก็มีคนเลี้ยงเยอะไม่แพ้น้องสุนัข น้องแมวเลยค่ะ ซึ่งก็จะมีหนู เม่น กระต่าย กระรอก แพรรี่ด็อก มาโมเสท ชูการ์ไกรเดอร์ เฟอเรท แร็คคูณ แมลงต่าง ๆ รวมทั้งอีกัวน่า กิ้งก่า และงูด้วยนะคะ ซึ่งนิวบ์ขอพูดถึงปัญหาโดยรวมเลยก็แล้วกันค่ะ

  • ปัญหาในเรื่องของเสียง – ในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ แน่นอนว่าสัตว์บางชนิดก็จะส่งเสียงร้องที่ดังมาก ๆ นอกจากเสียงร้องแล้ว ยังจะมีเสียงตะกุยที่อาจเกิดจากการตะกุยพื้น ตะกุยประตู ซึ่งก็อาจสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านได้ 
  • ปัญหาในเรื่องของกลิ่น – สัตว์เลี้ยงพิเศษบางชนิดจะมีกลิ่นแรงและมีกลิ่นฉุน เนื่องจากจะต้องทำกลิ่นเพื่อสร้างอาณาเขต รวมทั้งกลิ่นของเสียต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน 
  • ปัญหาในเรื่องของความสะอาด – สัตว์บางชนิดก็อาจปล่อยของเสีย หรือผลัดขนเยอะ ซึ่งสัตว์บางชนิดบางทีจะปัสสาวะตลอดเพื่อสร้างอาณาเขต ซึ่งกลิ่นอาจหลุดรอดไปยังเพื่อนบ้านได้ รวมทั้งอาหารการกินต่าง ๆ หากไม่มีการทำความสะอาดเป็นประจำวันทุกวัน ก็ส่งกลิ่นเหม็นได้เช่นเดียวกัน
  • ปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย – แน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงพิเศษตัวเล็ก ๆ อาจไม่มีอันตรายใด ๆ แต่ใช่ว่าเล็กแต่ไม่แสบ เพราะสัตว์บางตัวมักจะชอบแทะ ชอบกัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือถ้าหากใครเลี้ยงงูแล้วเผลอหลุดออกมา ก็อาจสร้างความอันตรายให้กับลูกบ้านได้
  • ปัญหาในเรื่องของความตื่นตระหนกและความกลัว – ต้องยอมรับกันก่อนเลยว่าสัตว์เลี้ยงพิเศษบางชนิดก็ทำให้คนอื่นกลัวได้ อย่างเช่น หนู แมลง จนไปถึงสัตว์เลื่อยคลานอย่างเช่นงู ที่ใครเห็นบางทีอาจสติแตกกระเจิงเลยก็ได้ 

 

          จากปัญหาที่นิวบ์ได้กล่าวไปข้างต้นเป็นปัญหาส่วนใหญ่ที่คนพบเจอในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดก็ให้ปัญหาที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีรายละเอียดยิบย่อยกว่านี้อีกมาก แต่สุดท้ายปัญหาที่เกิดขึ้น หากทางเจ้าของมีการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง หมั่นทำความสะอาด และดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้เล็ดรอดสายตาออกมายังพื้นที่ส่วนกลางก็นับว่าแก้ปัญหาได้เยอะ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับนิวบ์คิดว่ากฎอย่างไรก็ต้องเป็นกฎ ก็เพื่อตัวของเราเองและเพื่อลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในคอนโดด้วยกัน 

 

          นิวบ์อาจขอสมมติเหตุการณ์เล็กน้อย สมมติว่าเพื่อน ๆ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงอยู่ตัวนึง โดยที่ทางคอนโดไม่อนุญาต และมีวันนึงได้หลุดหายไป แน่นอนว่าเพื่อน ๆ จะต้องตามหาสัตว์เลี้ยงกันอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นการไปรบกวนเพื่อนบ้านของท่านอื่น ๆ ได้ และถ้าหากหลุดไปยังห้องของเพื่อนบ้านขึ้นมา โดยเพื่อนบ้านไม่รู้ว่าเจ้าตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยง ก็อาจคิดว่าต้องส่งสัตว์เลี้ยงไปให้เจ้าหน้าที่เพื่อหาบ้านใหม่ หรือในแง่ที่เลวร้ายกว่านั้นอาจพาสัตว์เลี้ยงไปทิ้งเลยก็ได้ พอเรารู้ตัวอีกทีก็อาจสายไปแล้ว และแน่นอนว่าคอนโดเมื่อมีข้อห้ามเหล่านี้ ก็จะไม่มีการคุ้มครอง หรือให้ความช่วยเหลือตามที่เราหวังได้

 

          อย่างไรก็ตามหากเพื่อน ๆ อยากเลี้ยงสัตวเลี้ยงจริง ๆ ควรเลือกอยู่คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จะเป็นการดีที่สุด เพราะไม่เพียงแต่อยู่ท่ามกลางคนที่รักสัตว์แล้ว เราอาจได้รับการดูและครอบคลุม รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงที่เราพามาอยู่อาศัยด้วย โดยคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เหล่านี้มักจะออกกฎระเบียบในเรื่องนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว

. . . . . . . . . .

เลี้ยงสัตว์ในคอนโดจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ?

          คราวนี้เรามาถึงเลี้ยงสัตว์ในคอนโดจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งนิวบ์ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าเลี้ยงสัตว์ในที่นี้จะหมายถึงคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เท่านั้นนะคะ ไม่ได้หมายถึงการแอบเลี้ยงสัตว์เลี้ยง สิ่งหนึ่งที่เราควรเริ่มทำก่อนที่จะซื้อหรือย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้นั่นก็คือ “การอ่านกฎข้อบังคับภายในคอนโด” เพื่อที่จะได้ทราบและเข้าใจตรงกันในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ การปฏิบัติด้วยเมื่อสัตว์เลี้ยงได้มาใช้พื้นที่ส่วนกลาง โดยกฎแต่ละคอนโดก็มีความแตกต่างกันไป แต่หลัก ๆ แล้วคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จะมีกฎดังต่อไปนี้คือ

  1. ต้องลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงให้เสร็จสรรพ
  2. ต้องชำระค่าธรรมเนียมและค่าประกันความเสียหายทุกปี
  3. ต้องเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตามขนาดที่ได้ระบุไว้
  4. ต้องจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดห้องที่ได้อยู่อาศัย
  5. ต้องรู้ว่าคอนโดไม่ให้เลี้ยงสัตว์ประเภทใดบ้าง
  6. สัตว์เลี้ยงเมื่อมาใช้พื้นที่ส่วนกลางจะต้องมีสายจูง (บริเวณที่ได้รับอนุญาต)
  7. ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ตามจะต้องมีเจ้าของอยู่ด้วยเสมอ
  8. หากสัตว์เลี้ยงได้ขับถ่ายจะต้องทำความสะอาดทุกครั้ง
  9. ห้ามสัตว์เลี้ยงทำการรบกวนเพื่อนบ้านรวมทั้งสัตว์อื่น ๆ
  10. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงที่ป่วยมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง
  11. เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงตามจุดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  12. หากเจ้าของไม่ได้อยู่ห้องเป็นเวลานานจะต้องให้สัตว์เลี้ยงไปพักพิงที่อื่น
  13. หากสัตว์เลี้ยงหลุดรอดหรือไปรบกวนผู้อื่นจะต้องรีบหาทางแก้ไข
  14. ต้องทราบและปฏิบัติตามกฎ หากไม่ปฏิบัติตามกฎจะต้องโดนปรับด้วยความยินยอม

. . . . . . . . . .

แนะนำโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ 2021 มีโครงการไหนบ้าง ?

          นิวบ์เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนมักจะมีคำถามอย่างเช่น คอนโดเลี้ยงสุนัขได้ไหม คอนโดเลี้ยงแมวได้ไหม หรือคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้มีที่ไหนบ้าง ซึ่งนิวบ์ก็ได้รวบรวมคอนโดศักยภาพดีมีคุณภาพจากหลากหลายทำเลมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน ซึ่งแต่ละทำเลนับว่าเป็นทำเลที่ดี บางโครงการติดถนนเส้นหลัก บางโครงการติดกับรถไฟฟ้า และโครงการส่วนใหญ่จะอยู่บนย่านธุรกิจทั้งนั้น ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือแม้แต่ลงทุนในอนาคตก็ได้เช่นเดียวกัน เราไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้มีโครงการไหนบ้าง

 

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Origin Plug & Play รามอินทรา

Origin Plug & Play รามอินทรา

          โครงการแรกที่จะมาแนะนำเลยก็คือ โครงการ Origin Plug & Play รามอินทรานั่นเอง ซึ่งเป็นโครงการ Pet Friendly ที่น้องหมา น้องแนวต้องถูกใจแน่นอน มาทำความรู้จักโครงการกันก่อน ที่นี่เป็นโครงการ High-Rise สูง 18-19 ชั้น จำนวน 6 อาคาร และอาคารที่จอดรถ 10 ชั้น 1 อาคาร บนที่ดิน 4-0-21.5 ไร่ จาก Origin Property ตัวโครงการตั้งอยู่ถนนรามอินทรา ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีรามอินทรา กม. 9 ระยะทาง 70 ม. ใกล้กับความอุดมสมบูรณ์อย่างห้าง Fashion Island ด้วย และที่จอดรถประมาณ 42 % (รวมจอดซ้อนคัน)

รูปแบบและขนาดห้องโครงการ Origin Plug & Play รามอินทรา

          สำหรับโครงการนี้ มีทั้งหมด 679 ยูนิต (และมีร้านค้า 3 ยูนิต ) โดยโครงการมัทั้งหมด 6 อาคาร จึงเฉลี่ย 7 ยูนิตต่อชั้นต่ออาคาร ส่วนขนาดของแต่ละยูนิตจะมีตามนี้เลย

  • 1 Bedroom Simplex 25-27 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Simplex 33 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duo 37-40 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duo 46 ตร.ม.

Origin Plug & Play รามอินทรา

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Origin Plug & Play รามอินทรา

          พื้นที่ส่วนกลางคอนโดเลี้ยงสัตว์ Origin Plug & Play รามอินทราจัดเต็ม โดยมีตำแหน่งไว้บนของอาคารแต่ละอาคารและยังเชื่อมต่อเนื่องกันอีกด้วย โดยอาคาร A - B - C - D จะเชื่อมต่อกัน และอาคาร E- F จะเชื่อมกันอีกอาคาร ซึ่งส่วนกลางจะอยู่ชั้น 18 และ 19 ของแต่ละอาคารนั้น ๆ โดยข้อดีสำหรับอาคารพักอาศัยหลายตึกและเชื่อมต่อกัน จะทำให้ลูกบ้านเดินไปใช้พื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกและง่ายกว่า อีกทั้งกลับมองว่าหากแยกการเชื่อมต่อและไปใช้พื้นที่ส่วนกลางแต่ละตึกโดยเข้าอาคารด้านล่างใหม่จะเป็นการรบกวนความเป็นส่วนตัวมากกว่า ทั้งนี้แต่ละอาคารจะมีประเภทพื้นส่วนกลางอะไรบ้างั้นไปดูกันเลย

Origin Plug & Play รามอินทรา

อาคาร A, B, C และ D

  • ชั้น 1 – 2
  • Lobby แยกทุกอาคาร
  • Co-Working Space แยกกันคนละอาคาร

ชั้น 18 – 19 ซึ่งทั้งอาคาร A, B, C และ D ใช้รวมกันได้

  • Indoor Fitness / Outdoor Fitness (ชั้น 19 อาคาร A)
  • Outdoor Yoga Area (ชั้น 19 อาคาร A)
  • Swimming Pool (ชั้น 18 อาคาร B)
  • Indoor Co-Play / Outdoor Co-Play (ชั้น 19 อาคาร C)
  • Game Room (ชั้น 19 อาคาร C)
  • Indoor Co-Passion / Outdoor Co-Passion (ชั้น 18 อาคาร D)
  • Co-Working Space (ชั้น 18 อาคาร D)
  • Meeting Room (ชั้น 18 อาคาร D)

อาคาร E และ F

  • ชั้น 1
  • Lobby แยกทุกอาคาร

ชั้น 18

  • Swimming Pool
  • Indoor Fitness / Outdoor Fitness

ชั้นดาดฟ้า

  • Multi-Sport Court

Origin Plug & Play รามอินทรา

ความน่าสนใจของโครงการ Origin Plug & Play รามอินทรา

          สำหรับความน่าสนใจโครงการ Origin Plug & Play รามอินทราแล้ว สำหรับคนที่มองหาคอนโดที่ตอบโจทย์เรื่องทำเลมีสถานที่ทำงานอยู่รอบนอกเมือง เดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็สะดวก เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวก ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูในระยะเดินได้ ซึ่งสายที่เชื่อมกับสีเหลืองที่แยกลำสาลีที่จะมุ่งหน้าไปยังศรีนครินทร์ หรือเชื่อมต่อไปยังสายสีเขียวที่เชื่อมกันบริเวณวัดพระศรีฯ บางเขน อีกทั้งภายในตัวโครงการเองก็น่าสนใจด้วยคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ แถมรูปแบบห้องยังมีห้อง 2 ชั้น มีความโปร้งโล่งมีความเป็นบ้านอีกด้วย

ราคาโครงการ Origin Plug & Play รามอินทรา

  • ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท

. . . . . . . . . .

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Landmark @Grand Station

Landmark @Grand Station

          โครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ Landmark @Grand Station เป็นโครงการ High-Rise ตั้งอยู่บริเวณซอยรามอินทรา 64 ถนนรัชดาฯ- รามอินทรา ใกล้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในย่านรามอินทราอย่าง Fashion Island ซึ่งระยะทางห่างกันประมาณ 1 กม. ตัวโครงการสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ได้ทั้งฝั่งถนนรัชดาฯ - รามอินทราและซอยรามอินทรา 64 ตัวโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวงแหวนตะวันออก ประมาณ 450 ม. ถนนรามอินทราถนนสายหลักมีรถสาธารณะให้เลือกเดินทาวได้ทั้งรถตู้และรถประจำทางให้บริการหลายสาย สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ถือว่าสะดวก สามารถเชื่อมไปยัง ถนนรามอินทรา ถนนนวมินทร์ ถนนประเสริฐมนูกิจ รวมทั้งวงแหวนรอบนอก ให้เดินทางไปยังชานเมืองได้ง่าย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ อย่างที่บอกว่าใกล้ Fashion Island และ Promenade จึงสะดวกต่อการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้เส้นมีนบุรี ยังมี Hypemarket และตลาดหลายแห่ง อาทิ ตลาดสดสายเนตร ตลาดนัดรามอินทรา กม.8 ตลาดเรียบด่วน ตลาดมีนบุรีอีกด้วย เรียกว่าครบทั้งของกินของใช้

Landmark @Grand Station

รูปแบบและขนาดห้องโครงการ Landmark @Grand Station

          สำหรับรูปแบบห้องของโครงการ Landmark @Grand Station จะแบ่งออกเป็น 3 Type คือ FLEXI, ECO และ Grand โดยแต่ละแบบจะแบ่ง Layout ด้านในอีกตามกลุ่มเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Residence Pet Lover Co-Living และ Elder มีเฉพาะห้อง Grand ทุกห้องจะเป็นห้องแบบ Loft (มีชั้นลอย) โดยทุกห้องเพดานสูง 4.1 เมตร และยังมีห้องแบบ Co-Living ที่เพดานสูงถึง 4.9 เมตร ห้องหมดจะขายแบบ Fully Fitted แต่ภายในห้องจะไม่มีครัวให้นะ แต่จะมีพื้นที่ระเบียงที่กว้างพอจะบิวท์เป็นครัวด้านนอกได้ 

  • Flexi 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 24 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 38.50 ตร.ม.
  • ECO 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 24.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 39.50 ตร.ม.
  • Grand 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 30.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.50 ตร.ม. 

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Landmark @Grand Station

          โครงการ Landmark @Grand Station คอนโด High-Rise สูง 31 ชั้น มีทั้งหมด 988 ยูนิต ร้านค้า 12 ยูนิต และออฟฟิศ 3 ยูนิต เป็นคอนโด Mixed Use แต่โครงการก็จะแบ่งการใช้พื้นที่ส่วนกลางและห้องพักออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ตึกฝั่งซ้ายติดถนนจะเป็นส่วนของ Branded Resdidences และฝั่งขวาจะเป็นส่วนของ Residence ซึ่งเปิดขายอยู่ โดยทั้งสองจะไม่สามารถเชื่อมหากันได้

Landmark @Grand Station

Landmark @Grand Station

Landmark @Grand Station

          ถือว่าโครงการ Landmark @Grand Station มีจุดเด่นมาก ด้วยนอกจากจะมีความหลากหลาย ตามสไตล์มิกซ์ยูส จะมีทั้งห้องพักอาศัย ร้านอาหาร ออฟฟิศ การแบ่งห้องและพื้นที่ยังเจาะจงลงไปเฉพาะกลุ่มผู้อยู่อาศัย และแบ่งขั้อย่างชัดเจน โดยมี 5 กลุ่ม

  • Branded Residence (Cassia Residence) – เป็นโซนห้องพักอาศัยที่มีการดูแลระดับโรงแรม เหมาะกับกลุ่มคนที่ชอบการ Service แบบโรงแรม
  • Residential – พื้นที่ห้องเพดานสูง 4.15 เมตร ที่ถูกออกแบบมา 3 แบบ ภายในมีฟังก์ชันให้เลือกตามความ
  • Elder (ชั้น 6-7) – ห้องที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุ มี Universal Design ผู้สูงอายุอยู่สบายปลอดภัย (ห้องแบบ Grand เท่านั้น) 
  • Pet Lover (ชั้น 4-5)คอนโดเลี้ยงสัตว์ ห้องที่ถูกออกแบบสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง จุดเด่นเลยคือจะแยกทางเข้าชั้นและลิฟต์โดยสารไว้เฉพาะกลุ่ม ทำให้จัดการได้ง่ายและไม่รบกวนผู้ที่ไม่เลี้ยงสัตว์ด้วย
  • Co-Living (ชั้น 8-9) – ห้องที่ลักษณะพื้นที่ภายในได้ Feeling เหมือนบ้าน 2 ชั้น ที่แยกพื้นที่ภายในออกจากกันได้ดีเลย ให้เพดานสูงถึง 4.9 เมตร 

               ส่วนกลางก็จะแยกกันชัดเจนด้วยเช่นกัน โดยจะมีจุดหลัก ๆ อยู่ที่ชั้น 3 จะมีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และชั้นที่ 21 จะเป็นส่วนของ Sky Garden สำหรับที่จอดรถทั้งโครงการจะอยู่ที่ 377 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 37 % ค่ะ 

Landmark @Grand Station

ความน่าสนใจของโครงการ Landmark @Grand Station

          หากพูดถึงทำเล ด้วยย่านรามอินทราเป็นย่านที่ครบและสะดวกในการเดินทาง สามารถเดินไปทำงานที่ย่านอื่นก็สามารถผ่านทางลัด และทางด่วนมากมาย ส่วนในแง่ของการลงทุนก็ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะอนาคตตรงนี้จะใกล้กับนรถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการเป็นโครงการมิกซ์ยูส เหมาะกับคนหลากหลายกลุ่ม ห้องพักมีแบบห้อง Layout มากมายให้เลือกสรรตามกลุ่มผู้อยู่อาศัย ตัวโครงการถือได้ว่าเป็น Mega Project Mixed Use ใจกลางย่านรามอินทรา ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต โครงการใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูเพียง 400 ม.

ราคาโครงการ Landmark @Grand Station

  • สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1306 

. . . . . . . . . .

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Ashton Morph 38

          โครงการต่อมาจะแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักก็คือคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ อย่าง Ashton Morph 38 (แอชตัน มอร์ฟ 38) เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ตรงซอยสุขุมวิท 38 ที่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทอย่างสถานีทองหล่อเพียง 300 เมตรเท่านั้น โดยเจ้าของโครงการนั้นคือ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ แค่ชื่อเจ้าของโครงการก็รับประกันศักยภาพของโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้นี้เป็นอย่างดี และในที่ดินผืนเดียวกันนี้ยังมีโครงการ Ideo Morph 38 (ไอดิโอ มอร์ฟ 38) อยู่ในซอยสุขุมวิท 38 ด้วยเหมือนกันค่ะ

 

รูปแบบและขนาดห้องโครงการ Ashton Morph 38 และ Ideo Morph 38

          สำหรับโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Ashton Morph 38 เป็นแบบคอนโด High-Rise ที่มีความสูง 32 ชั้น จำนวน 199 ยูนิต โดย Ashton Morph 38 จะเน้นขายห้องที่มีขนาดใหญ่ ที่มีรูปแบบ 1 Bedroom ขนาดห้องเริ่มต้น 52 ตร.ม. , 2 Bedroom ขนาดห้องเริ่มต้น 52 ตร.ม. , Duplex 2 Bed ขนาดห้องเริ่มต้น 93 ตร.ม. และ Penthouse

          โครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Ideo Morph 38 เป็นแบบคอนโด High-Rise ที่มีความสูง 10 ชั้น มีจำนวนยูนิตอยู่ที่ 162 ยูนิต ซึ่งเป็นโครงการที่แตกต่างจาก Ashton Morph 38 เพราะเจาะกลุ่มตลาดคนละแบบ โดยรูปแบบและขนาดห้องจะอยู่ที่ Duplex 1 Bed ขนาดเริ่ม 23 – 37 ตร.ม. นับว่าเป็นการตีตลาดได้หลายทางมาก ๆ

 

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Ashton Morph 38 และ Ideo Morph 38

          พื้นที่ส่วนกลางของโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Ideo Morph 38 ก็จะมีLobby สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ห้องฟิตเนต Lounge ที่สามารถมานั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ โดยรวมก็จะเหมือนกับ Ideo ทั่ว ๆ ไปของโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ทีนี้เรามาดูฝั่ง Ashton Morph 38 กันบ้างดีกว่า ซึ่งก็จะมี Lobby และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจจะอยู่บนชั้นดาดฟ้าที่จะมีสวนหย่อม สนามหญ้าโล่ง ๆ มุมสนามเด็กเล่น ห้องประชุมและห้องทำงาน ตามด้วยสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนต ห้อง Steam ห้องซาวน่า ซึ่งก็นับว่าเป็นโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ที่ครบครันเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก แล้วก็โครงการนี้ยังมีรถShuttle Service บริการรับส่งตลอด 24 ด้วยนะคะ

 

Ashton Morph 38

ความน่าสนใจของโครงการ Ashton Morph 38 และ Ideo Morph 38

          สำหรับนิวบ์ต้องยกให้ทำเลเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นโครงการที่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 300 เมตรเท่านั้น แล้วก็อีกอย่างจะเป็นเรื่องของขนาดห้องที่มีความหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ แถมยังมีดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เมื่อตัวโครงการกำหนดเป็นธีมกวางสอดแทรกธรรมชาติสีเขียวที่ให้บรรยากาศสงบ แต่ในเรื่องพื้นที่ส่วนกลางที่จะตอบโจทย์สัตว์เลี้ยงเราได้หรือไม่ นิวบ์มองว่าโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้นี้ยังไม่เห็นชัดเจนในเรื่องนั้นนะคะ

 

ราคาโครงการ Ashton Morph 38 และ Ideo Morph 38

  • โครงการ Ashton Morph 38 ราคาเริ่มต้นซื้ออยู่ที่ 10 ล้านบาท
  • โครงการ Ashton Morph 38 ราคาเริ่มต้นเช่าอยู่ที่ 40,000 บาท
  • โครงการ Ideo Morph 38 ราคาเริ่มต้นซื้ออยู่ที่ 5.7 ล้านบาท
  • โครงการ Ideo Morph 38 ราคาเริ่มต้นเช่าอยู่ที่ 19,000 บาท

. . . . . . . . . .

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ M Jatujak

           ต่อมาเรามาดูโครงการยอดฮิตที่ขึ้นชื่อคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้อย่าง M กันดีกว่า โดยคราวนี้เราจะพาไปชมคอนโด M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) โดยเจ้าของโครงการคือ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งจะตั้งอยู่ตรงพหลโยธิน 18 ใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีกำแพงเพชรประมาณ 350 เมตร และรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานี หมอชิต ประมาณ 450 เมตร

 

รูปแบบและขนาดห้องโครงการ M Jatujak

            สำหรับโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ M Jatujak เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร ที่สูง 32 และ 34 ชั้น โดยจำนวนยูนิตทั้งหมดมีมากถึง 864 ยูนิต โดยหลัก ๆ แล้วรูปแบบห้องจะมีทั้งสิ้น 6 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งนิวบ์ก็สรุปมาเพื่อนได้อ่านกันตามนี้เลยค่ะ

  • 1 Bedroom ขนาดห้อง 28 – 35.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duplex ขนาดห้อง 46 – 56.5 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาดห้อง 48 – 64.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms Duplex ขนาดห้อง 79.5 – 81.5 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms ขนาดห้อง 118 ตร.ม.

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ M Jatujak

           ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกของคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ก็จะมีสนามกีฬาในร่มที่ตอบโจทย์สายกีฬาโดยเฉพาะ พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น ลานสัตว์เลี้ยง ลานนั่งสมาธิ ลานจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ลานจอดรถจักรยาน สกายพูลเล้าจน์ ห้องอ่านหนังสือ สกายโยคะ โยคะ ฟลาย โพลแดนซ์ ห้องฟิตเนสอุปกรณ์ครบครัน สระว่ายน้ำผู้ใหญ่และสระว่ายน้ำเด็ก ลานพัทกอล์ฟ นับว่าสิ่งที่ร่ายมาเป็นเพียงแค่เบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งสำหรับนิวบ์คิดว่าครบครันสุด ๆ กับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้

 M Jatujak

ความน่าสนใจของโครงการ M Jatujak

 สิ่งที่นิวบ์ยกให้เป็นอันดับหนึ่งสำหรับคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้นี้ ก็เป็นในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่มีความครับครัน สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ทุกรูปแบบ อีกทั้งยังทำเลดีใกล้กับรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT หากใครเข้าไปทำงานในเมืองก็นับว่าสบายมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าหากใครได้เข้าไปดูโครงการจะเห็นว่ามีพื้นที่ที่เป็นลานกว้างค่อนข้างเยอะ และก็มีบางโซนที่จัดให้สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับนิวบ์นับว่าเป็นอะไรที่โดนใจคนรักสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมากเลยค่ะ ยกให้เป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้อันดับต้น ๆ เลยค่ะ

ราคาโครงการ M Jatujak

  • โครงการ M Jatujak ราคาเริ่มต้นซื้ออยู่ที่ 4 ล้านบาท
  • โครงการ M Jatujak ราคาเริ่มต้นเช่าอยู่ที่ 14,000 บาท

. . . . . . . . . .

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Maru Ladprao 15

          สุดท้ายนิวบ์ขอมาต่อที่โครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ อย่าง Maru Ladprao 15 (มารุ ลาดพร้าว 15) ซึ่งเจ้าของโครงการก็เป็น เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เช่นเดียวกัน โดยโครงการนี้จะตั้งอยู่ตรงถนนลาดพร้าว ซึ่งติดกับถนนใหญ่เลย แต่จะอยู่ใกล้ ๆ กับซอยลาดพร้าว 15 และลาดพร้าวซอย 17 นะคะ ซึ่งจะห่างเพียง 50 เมตร จากรถไฟฟ้า MRT สีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าวเท่านั้น

 

รูปแบบและขนาดห้องโครงการ Maru Ladprao 15

           คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Maru Ladprao 15 เป็นคอนโด High Rise ที่มีความสูง 30 ชั้น โดยมียูนิตห้องอยู่ที่ 332 ยูนิต ในส่วนรูปแบบห้องจะมีทั้งหมด 5 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งก็จะมีตามนี้เลยค่ะ คือ1 BEDROOM ขนาดห้อง 30-35 ตร.ม. และ 2 BEDROOMS ขนาดห้อง 50-60 ตร.ม.

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Maru Ladprao 15

          พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่ก็จะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ห้องฟิตเนส ห้องซาวน่า ห้องโยคะ สวนพักผ่อนชั้นดาดฟ้า ห้องซ้อมดนตรี BBQ Corner, Outdoor Theatre, Co-Living Space , Co-Creation Space ที่สามารถมานั่งอ่านหนังสือและทำครัวไปพลาง ๆ ได้ ส่วนบริเวณด้านล่างชั้น 1 สามารถนำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นได้ และนี่ก็คือพื้นที่ส่วนกลางที่นิวบ์ได้รวบรวมมาคร่าว ๆ ถ้าหากได้ไปที่ตัวโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้จริง ๆ จะพบว่ามันมีเยอะกว่านี้ค่ะ

 Maru Ladprao 15

ความน่าสนใจของโครงการ Maru Ladprao 15

           สิ่งที่หนีไปพ้นก็คงจะเป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์กลุ่มคนได้หลากหลายสไตล์ และที่สำคัญบริเวณชั้น 1 ยังมีลานสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งมีสวนให้น้องสุนัขเดินเล่นได้ถึง 2 จุดกันด้วยกันเลย และพื้นที่ส่วนกลางต่างก็กระจายไปยังชั้นต่าง ๆ เพื่อลดความหนาแน่นของคนได้ โดยรวมแล้วนับว่าเป็นอีกโครงกาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้รหนึ่งที่น่าสนใจ และตัวทำเลเองก็ยังดีอีกด้วยค่ะ

ราคาโครงการ Maru Ladprao 15

            เนื่องจากโครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้นี้ยังสร้างไม่เสร็จ และคาดว่าน่าจะเสร็จในปี 2564 นี้ โดยราคาขายที่นิวบ์ได้รวบรวมมาเป็นราคามือหนึ่ง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 4.7 ล้านบาท
  • 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 7.6 ล้านบาท

. . . . . . . . . .

          สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งนิวบ์ขอแนะนำว่านอกจากทำเลที่เราจะเลือกอยู่อาศัยแล้ว จะต้องเลือกขนาดห้องให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของเราด้วย เพื่อที่ว่าจะสามารถลดความเครียดของสัตว์เลี้ยงได้ และในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเองจะต้องมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอกับสัตว์เลี้ยงที่ลูกบ้านมี เพื่อลดปัญหาการแออัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือการดูข้อระเบียบเริ่มต้นของแต่ละคอนโดให้เรียบร้อย เพื่อตัวเองและเพื่อสัตว์เลี้ยงที่เรารัก 

          หากกฎไหนที่มีความคุ้มเครือ ไม่ชัดเจน เราอาจจะต้องมาพิจารณาใหม่ว่าคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เหล่านี้ จะเหมาะกับสัตว์เลี้ยงเราจริง ๆ หรือเปล่า และสุดท้ายนิวบ์ก็ขอลาเพื่อน ๆ กันไปก่อน ในบทความครั้งหน้านิวบ์จะนำข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์อะไรดี ๆ อีกนั้น สามารถติดตามได้ใน CondoNewb เป็นประจำทุกวันค่ะ