logo

          เมื่อมีเหตุจำเป็นต้อง “ย้ายหอ” เอาล่ะสิมีอะไรที่จะต้องตระเตรียมก่อนหลังบ้างนะ หลายคนอาจยังมึนงงรอบด้านไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี ไหนจะค่ามัดจำ ค่าประกัน ค่าย้ายออก ค่าขนย้ายของ ค่าเข้าหอพักใหม่ หรือค่าจิปาถะต่างๆ บางคนย้ายออกครบตามสัญญาเช่า แต่ถ้าบางคนย้ายออกก่อนสัญญาล่ะจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เพราะหลายครั้งเรามักจะได้ยินว่าการย้ายหอพักมักมีปัญหาระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของหอเกิดขึ้นบ่อยๆ มาดูกันว่าสิ่งที่คุณจะต้องทำหรือเตรียมให้ดีก่อนย้ายหอนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงและปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้

          หลายคนอาจจะคิดว่าการย้ายหอแค่จ่ายค่าเช่าเดือนนี้แล้วก็จะเตรียมย้ายออกได้ทันที ทำแบบนี้ไม้ได้นะจ๊ะ การจะย้ายออกตามกฎหมายนั้นคนเช่าสามารถทำได้ตลอดเวลาและไม่จำเป็นต้องรอหมดสัญญาก็จริง แต่...จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าต่อเจ้าของหอพักก่อน 30 วัน หรือ 1 เดือน เมื่อครบกำหนดตามนั้นจึงย้ายออกได้จ้า แต่หากอยู่ๆ ต้องย้ายออกแบบกะทันหัน แน่นอนว่าทั้งค่ามัดจำค่าประกันอาจจะไม่ได้คืนเพราะไม่เป็นไปตามที่ระบุในสัญญา

          สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นกรณีย้ายหอนั้น ในที่นี้เราจะพูดถึงค่าใช้จ่ายทั้งก่อนย้ายออกจากหอเก่า และค่าใช้จ่ายก่อนเข้าหอใหม่ สำหรับกรณีย้ายหอเก่าค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องเช็คให้ดีนั้นมีดังนี้

. . . . . . . . . .

ค่าใช้จ่ายที่ต้องมีเมื่อจะย้ายหอ

ค่าใช้จ่ายที่ต้องมีเมื่อจะย้ายหอ

ค่าน้ำ ค่าไฟ

          ค่าน้ำ ค่าไฟ นั้นเป็นสิ่งที่คุณจะต้องจ่ายเองตลอดระยะเวลาที่ยังพักอาศัยอยู่ในหอพักนั้น แต่อาจจะเคยมีคนเช่าบางคนที่จ่ายไม่ตรงตามเวลาที่หอพักกำหนดไว้ ฉะนั้นแล้วในเดือนสุดท้ายของสัญญาเช่าก่อนย้ายหอ คุณควรจะต้องชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ให้ครบก่อนที่จะย้ายออกไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากันระหว่างทั้งสองฝ่าย และเพื่อไม่ให้มีการเรียกเก็บภายหลังด้วยนั่นเอง

 

ค่าอินเตอร์เน็ต

         หอพักส่วนใหญ่จะมีบริการติดตั้งอินเตอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่าอยู่แล้ว แต่หากคุณเลือกที่จะติดตั้งอินเตอร์เน็ตของตัวเอง ก่อนจะย้ายหอควรจัดการแจ้งบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในการยกเลิกการใช้งานเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะมีการเรียกเก็บค่าบริการหลังจากที่ย้ายหอแล้วได้

 

ค่ามัดจำ

         ค่ามัดจำของหอพักหรือค่าจองนั่นเอง เงินก้อนนี้จะเป็นเงินก้อนแรกคุณต้องจ่ายให้กับเจ้าของหอ ซึ่งส่วนใหญ่หากตกลงจะทำการเช่าห้องภายในระยะเวลา 1 ปี จะมีการจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าที่ไม่เกิน 1 เดือน หรือหากตกลงหรือระบุในสัญญาเช่าหอว่าจะเช่าที่ประมาณ 6 เดือน ก็สามารถตกลงกับเจ้าของหอได้ว่าจำนวนเงินจองจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ แต่ก่อนเจ้าของหอจะรับเงินจองก้อนนี้ไปต้องลงนามในหนังสือเจตนาก่อน และไม่สามารถคนอื่นเช่าห้องนี้ได้จนถึงวันเซ็นสัญญาเช่าหอ เมื่อมีการเซ็นสัญญาเช่าหอเงินมัดจำก้อนนี้จะถือเป็นเงินค่าเช่าเดือนแรก แต่หอพักบางแห่งก็อาจระบุว่าจะคืนค่ามัดจำหลังจากการเช่าหมดสัญญาก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสัญญาเช่าของแต่ละหอพัก คุณอาจจะต้องอ่านสัญญาเช่าให้ดีด้วย

ค่าประกันความเสียหาย

          เงินก้อนนี้แหละที่ดูจะเป็นปัญหาสำหรับคนเช่าเมื่อจะทำการย้ายหอ เงินค่าประกันนี้จะเป็นการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับห้องเช่า ที่คุณจะต้องจ่ายผู้ให้เจ้าของหอหลังจากเซ็นสัญญาเช่า เมื่อหมดสัญญาเช่าแล้ว เจ้าของหอจะต้องคืนเงินจำนวนนี้ให้แก่คุณในกรณีที่ไม่ทำความเสียหายให้กับห้องเช่าหรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่ระบุในสัญญาเช่า ซึ่งจะต้องคืนเงินก้อนนี้ภายใน 7 วัน หลังจากการเช่าหมดสัญญานั่นเอง

          แต่กรณีที่ห้องเช่ามีข้าวของเกิดความเสียหาย เงินประกันความเสียหายก้อนนี้ก็จะถูกยึดหรือหักออกไป ส่วนใหญ่จะเรียกเก็บตามอัตราของระยะเวลาการเช่าที่ 1 ปีต่อเงินประกันความเสียหายต่อค่าเช่าห้องที่ 1 เดือน อย่างเช่น หากค่าเช่าห้องตกอยู่ที่เดือนละ 1,500 บาท เงินประกันก็จะอยู่ที่ 1,500 บาท จ่ายแยกออกมาไม่เกี่ยวกับค่าเช่าห้อง โดยเงินก้อนนี้จะครอบคลุมความเสียหายภายในห้องเช่าที่ระยะเวลา 1 ปี หากหมดสัญญาเช่า ผู้เช่าก็จะได้รับเงินคืนภายใน 7 วันตามกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้กำหนดรูปแบบของการเสียหายออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • ความเสียหายจากการใช้งานปกติ ผู้เช่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้งานผิดประเภท เช่น ลิ้นชักตู้หักเพราะปีนขึ้นไปหยิบของ เก้าอี้นำมาเป็นแท่นวางของ ผู้เช่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย เป็นค่าสินไหมทดแทนก็คือทำอย่างไรให้มันกลับคืนสู่สภาพเดิมได้มากที่สุด ผู้ให้เช่าต้องให้สิทธิผู้เช่าเข้าไปซ่อมแก้ไขให้เหมือนเดิมปกติ 

          วิธีการแก้ไขอันดับแรกคือการทำการตกลงกันระหว่างผู้ให้เช่า-ผู้เช่า ว่ามีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเท่าไหร่ ซึ่งหากผู้บริโภคเห็นว่าไม่เป็นธรรมมีการเก็บราคาที่สูงเกินจริง สามารถใช้ช่างกลางเพื่อรับงานแก้ไขได้ตั้งแต่ การตีราคา วิธีการซ่อมแซมและค่าซ่อมแซม

          ส่วนกรณีที่ถ้าแก้ไขไม่ได้ให้ใช้เป็นเงิน ชดใช้ตามสภาพ ณ ตอนที่ทำสัญญา ซึ่งจะมีเรื่องของการเสื่อมราคา เช่น

  • ใช้มา 5 ปี จากราคา 3,000 บาท ตีค่าเสื่อมแล้วเหลือ 1,000 บาท ก็ชดใช้ 1,000 บาท เท่านั้น หรือ
  • กรณีแก้ไขไม่ได้จำต้องซื้อเข้ามาทดแทนใหม่ต้องอิงราคาปัจจุบันของวันที่ตรวจสภาพอุปกรณ์ของวันเลิกเช่า ราคาเก่า 5,000 บาท แต่วันนี้เหลือแค่ 3,000 บาท เราก็ชดใช้แค่ 3,000 บาท

         สิ่งสำคัญที่สุดระหว่างที่เช่าหอพักอยู่นั้นควรดูแลสิ่งของภายในห้องให้ดี และพยายามคืนห้องในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด เท่านี้ก็จะไม่ถูกหักเงินมัดจำหรือค่าประกันตอนย้ายหอแล้วล่ะ

          กรณีการย้ายเข้าหอใหม่ เมื่อคุณมีหอพักใหม่ที่โดนใจไว้แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อมาคือการเตรียมทำสัญญาเช่าหอใหม่นั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะต้องทำอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ก่อนวันเข้าอยู่ สิ่งสำคัญสัญญาเช่าควรมี 2 ฉบับ โดยเนื้อหาด้านในจะต้องครบถ้วนและเหมือนกันทั้ง 2 ฉบับ สัญญาหนึ่งเจ้าของหอเป็นคนเก็บไว้ อีกสัญญาเราเป็นคนเก็บไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทั้งสองคนเก็บสัญญาเช่าไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่เกิดปัญหา และยืนยันว่าเนื้อความในสัญญาฉบับที่ถืออยู่นี้เป็นของจริง และอย่าลืมถ่ายรูปห้องพัก ทรัพย์สินและอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องให้ครบทุกซอกทุกมุมแนบไปกับสัญญาด้วยเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด

 

สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมก่อนเข้าหอใหม่

สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมก่อนเข้าหอใหม่

  1. ค่าเช่าล่วงหน้าหรือเงินมัดจำ ตามกฎหมายใหม่ผู้ให้เช่าสามารถเก็บค่าเช่าล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น
  2. ค่าเช่าหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ ในสัญญาเช่าจะต้องมีการระบุค่าเช่าให้ชัดเจนว่าในแต่ละเดือนผู้เช่าจะต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ กำหนดวันและเวลาที่ต้องชำระ ระบุให้สามารถจ่ายย้อนหลังได้ไม่เกินกี่วัน จ่ายล่าช้าจะต้องโดนโทษปรับอย่างไรบ้าง ปกติผู้ให้เช่าจะมีการส่งแจ้งใบชำระหนี้ค่าเช่า รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการ ก่อนล่วงหน้า 7 วัน
  3. ค่าประกันหอพัก ตามกฎหมายใหม่มีการควบคุมให้ผู้ให้เช่าเก็บเงินค่าประกันโดยมีอัตราไม่เกินค่าเช่า 1 เดือนเท่านั้น และผู้ให้เช่าต้องคืนเงินส่วนนี้ภายใน 7 วันหลังหมดสัญญาเช่า
  4. ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบริการต่าง ๆ ตามกฎหมายใหม่ หอพัก และอพาร์ทเม้นท์มีการควบคุมค่าน้ำค่าไฟให้อยู่ในเรทปกติหรือตามหน่วยที่บ้านเรือนทั่วไป ส่วนใหญ่จะให้ชำระรวมในวันเดียวกับค่าหอพัก

ทริคเก็บของก่อน “ย้ายหอ”

          การเก็บของก่อนย้ายหอเป็นเรื่องที่ควรจัดการให้เป็นระเบียบ เริ่มจากแยกเก็บของจำเป็นใส่กล่องๆ หนึ่งเลย ส่วนของเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือของใช้ในห้องน้ำให้รวมกันไว้ในถุงซิปล็อค อ่อ!อย่าลืมพันเทปกาวปิดปากภาชนะของที่หกได้เช่นแชมพู น้ำยาทำความสะอาด เครื่องปรุงในครัวก่อนแพคใส่ถุงหรือกล่องด้วยล่ะ ประเภทช้อนส้อมให้ใช้พลาสติกหรือกระดาษหุ้มแล้วใช้เทปพันทับอีกครั้งเพื่อไม่ให้แยกกระจายจากกัน พวกของที่แตกได้ง่ายให้นำกระดาษกล่องมากั้นระหว่างของแต่ละชั้นไว้ป้องกันของในกล่องแตกได้ ส่วนหม้อหรือตะกร้าสามารถนำพวกขวดหรือกระปุกเครื่องปรุงเก็บไว้ในนั้นได้ประหยัดพื้นที่และเคลื่อนย้ายได้สะดวกอีกด้วย

          เสื้อผ้า เอาถุงขยะมาห่อแล้วมัดด้วยเทป สามารถห่อได้ทั้งไม้แขวนจะช่วยทำให้เสื้อผ้าไม่แยกออกจากกัน ส่วนผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยสามารถใส่รวมในกระเป๋าเดินทางหรือแยกกล่องไว้ต่างหาก ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มมัดรวมในถุงดำขนาดใหญ่ ส่วนรองเท้าหากมีกล่องรองเท้าอยู่แล้วก็รวมไว้ในลังใหญ่ทีเดียว พวกอุปกรณ์ทำความสะอาดชิ้นใหญ่ อย่างไม้กวาด แปรงถูพื้นห่อด้วยพลาสติกสักหน่อยจะได้ขนย้ายได้สะดวก

          หลังจากแพคของใส่กล่องแยกเรียบร้อยแล้ว ควรติดเทปกาวทำสัญลักษณ์แยกกล่องหรือเขียนติดไว้ว่าเป็นของในส่วนไหน เพื่อสะดวกตอนจัดวางในหอใหม่ หากของบางส่วนที่ชิ้นไม่ใหญ่มากสามารถทยอยขนย้ายเข้าหอใหม่ได้ก็จะเป็นการดี คงเหลือแต่ของชิ้นใหญ่ที่จำเป็นจะต้องใช้รถขนย้ายจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่ารถขนได้อีกทาง

          การย้ายหอหากทำให้ถูกต้องตามระเบียบสัญญาทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า จะช่วยลดปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างมาก ตัวผู้เช่าเองที่อาจจะต้องดูแลห้องพักให้ดีไม่ให้เกิดความเสียหายถึงจะได้รับค่ามัดจำและค่าประกันคืนเต็มจำนวน หรือผู้ให้เช่าก็ต้องไม่รัดเอาเปรียบผู้เช่าจนเกินไป เมื่อถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายก็ต่างไม่ต้องเจ็บตัวหรือขัดแย้งกันเมื่อต้องย้ายหออีกต่อไป