logo

          อุปกรณ์ราวตากผ้าถือเป็นหนึ่งในไอเทมสำคัญที่ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรืออยู่คอนโดมิเนียมก็ล้วนแล้วแต่ต้องหาซื้อมาไว้ใช้งานทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่ซักผ้าเอง หรือคนที่ส่งผ้าซักกับทางร้าน ก็ยังจะต้องมีเสื้อผ้าบางชิ้น ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าขนหนูสำหรับเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ต่าง ๆ ให้ต้องซักเองและใช้ราวตากผ้ากันอยู่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นวันนี้ CondoNewb จึงอยากจะพาทุกคนชวนพูดคุยไปทำความรู้จักกับราวตากผ้าแต่ละประเภท ว่าจะเหมาะกับการใช้งานแบบไหนและเหมาะกับพื้นที่ที่อยู่อาศัยประเภทใดบ้าง

 

. . . . . . . . . .

ประเภทของราวตากผ้า

           สำหรับราวตากผ้าในปัจจุบัน เรียกได้ว่ามีมากมายหลากหลายประเภทเป็นอย่างมาก เพราะได้รับการพัฒนามาอย่างเรื่อย ๆ ทำให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้และพื้นที่ในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

          โดยในบทความนี้จะขอแบ่งประเภทของที่ตากผ้าออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ การแบ่งตามประเภทวัสดุและการแบ่งตามฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อที่จะให้ทุกคนสามารถเห็นถึงข้อดีข้อเสียของที่ตากผ้าแต่ละประเภทให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้เรายังจะมีสินค้าตัวอย่างที่น่าสนใจของแต่ละประเภทมาให้ได้ชมกันอีกด้วย เผื่อเอาไว้สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ตากผ้าแบบใหม่ ๆ เอาไปใช้แทนอันเดิมจะได้มีตัวเลือกไว้พิจารณา

 

ราวตากผ้า

แบ่งตามประเภทวัสดุ

          มาเริ่มกันที่การแบ่งประเภทของราวตากผ้าตามวัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งแต่ละวัสดุนั้นจะมีลักษณะและข้อควรปฏิบัติในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามหรือราคาที่ถูกแสนถูกแล้ว ก็อย่าลืมที่จะพิจารณาในเรื่องของประเภทวัสดุที่ใช้ในการผลิตกันด้วย เพื่อที่จะได้ราวตากผ้าที่เหมาะสมและทนทานต่อการใช้งานมากที่สุดนั่นเอง

 

1. ราวตากผ้าโครงเหล็ก

          สำหรับที่ตากผ้าแบบโครงเหล็กนั้น หาได้ง่ายและมีขายทั่วไปในท้องตลาด เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายและไม่ต้องใช้ขั้นตอนที่ยุ่งยากในการผลิต โดยสำหรับข้อดีของที่ตากผ้าแบบโครงเหล็กนั้น คือคุณสมบัติในการรองรับน้ำหนักได้มาก ดังนั้นไม่ว่าจะซักผ้าสำหรับใส่คนเดียวหรือสำหรับหลาย ๆ คนในครอบครัวก็สามารถตากที่ราวเหล็กได้อย่างไม่ต้องกังวลในเรื่องของน้ำหนักเลยแม้แต่น้อย และถึงแม้ว่าราวเหล็กจะสามารถรองรับน้ำหนักเสื้อผ้าที่นำมาแขวนได้มาก แต่สำหรับน้ำหนักของตัวราวเหล็กเองนั้นก็ไม่มากเท่าไรนัก จึงสามารถเคลื่อนย้ายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวก

          ส่วนในเรื่องของข้อเสียนั้นเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว นั่นก็คือเรื่องของปัญหาสนิมที่อาจเกิดขึ้นกับราวเหล็กได้ หากได้รับการดูแลที่ไม่ดีหรือปล่อยให้โดนน้ำมากจนเกินไป ดังนั้นที่ที่เหมาะสำหรับการใช้งานราวเหล็กจึงควรเป็นพื้นที่ที่ไม่ชื้นแฉะ หรือต้องโดนน้ำและฝนมากจนเกินไป เช่นพื้นที่ที่ปูด้วยกระเบื้อง ซีเมนต์ และมีหลังคากันฝนเล็กน้อย อย่างในโรงรถหรือพื้นที่นั่งเล่นที่มีการมุงหลังคา เป็นต้น

          สำหรับสินค้าที่น่าสินใจในประเภทของราวเล็กนั้น เป็นสินค้าจากแบรนด์ HL ซึ่งเป็นราวสำหรับตากผ้าที่ผลิตจากเหล็กเคลือบ PPGI ที่ทำให้ตัวราวมีความแข็ง ทนทานต่อการสึกกร่อนได้เป็นอย่างดี และยังสามารถทนต่อสภาพอากาศที่มีความเป็นกรดสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบประกอบแบบ Knock Down ซึ่งทำให้ประกอบได้ง่าย และที่สำคัญยังมาพร้อมกับล้อเลื่อนที่ทำให้เคลื่อนย้ายราวอันนี้ไปพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย สำหรับใครมีที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่โล่งกว้างและมีสมาชิกครอบครัวหลาย ๆ คน ราวสำหรับตากผ้าแบบเหล็กอันนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างมาก

ราคา 1,090 บาท

ราวตากผ้าเหล็ก มีล้อ 8 เส้น HL 1.2 ม.

2. ราวตากผ้าอะลูมิเนียม

          สำหรับที่ตากผ้าประเภทต่อมาเป็นราวที่ผลิตจากวัสดุอย่างอะลูมิเนียม ซึ่งสามารถพบเจอได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยข้อดีของวัสดุชนิดนี้คือ ตัวเนื้อวัสดุมีน้ำหนักที่เบามาก ดังนั้นจึงทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ซึ่งสำหรับใครที่ต้องเคลื่อนย้ายที่ตากผ้าอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน หรือคอนโดมิเนียมก็เหมาะที่จะใช้ราวสำหรับตากผ้าประเภทนี้ และที่สำคัญยังทำความสะอาดได้ง่ายและไม่เป็นสนิมเร็ว แตกต่างกับที่ตากผ้าประเภทเหล็ก ดังนั้นไม่ว่าจะใช้งานภายในพื้นที่ร่มหรือต้องโดนแดดโดนฝนบ้าง ก็สามารถทนทานได้ดีพอสมควร

          ส่วนในเรื่องของข้อเสียนั้น เนื่องจากที่ตากผ้าอะลูมิเนียมมีน้ำหนักที่เบา จึงทำให้รองรับน้ำหนักได้น้อย ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการตากผ้าจำนวนที่ไม่มากนัก โดยสำหรับใครที่อยู่คนเดียวหรือสองคนก็อาจจะใช้งานได้อย่างสบาย ๆ แต่ถ้าหากมีสมาชิกในครอบครัวมากกว่านั้นก็อาจจะต้องแบ่งซักผ้าครั้งละไม่มากหรือซื้อที่ตากผ้าอะลูมิเนียมที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้พอดีกับการใช้งาน

          สำหรับที่ตากผ้าอะลูมิเนียมจากแบรนด์ PLIM เป็นราวที่ผลิตจากอะลูมิเนียมจำนวน 2 เส้น จึงทำให้มีความแข็งแรงและตากผ้าได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังสามารถทนต่อการแตกหัก การกัดกร่อนและการเป็นสนิมได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับล้อเลื่อนที่ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายที่ตากผ้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

ราคา 899 บาท

ราวตากผ้าอะลูมิเนียมพับได้มีล้อ PLIM 110 ซม.

3. ราวตากผ้าสแตนเลส

          มาต่อกันที่ราวตากผ้าสแตนเลสกันบ้าง สำหรับราวชนิดนี้นั้นถือเป็นราวสำหรับตากผ้าที่มีความทนทานและแข็งแรงมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับราวชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถรองรับน้ำหนักได้ดีทำให้สามารถตากผ้าได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจะอยู่คนเดียว อยู่กับครอบครัว หรือจะจัดวางไว้ในพื้นที่ร่มหรือกลางแจ้งก็ล้วนแล้วแต่สามารถใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวลในเรื่องของอายุการใช้งาน

          แต่สำหรับข้อเสียของราวประเภทนี้นั้นคือเป็นราวที่มีนำหนักมาก ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการเคลื่อนย้ายราวสำหรับตากผ้าบ่อย ๆ ควรเลือกสินค้าที่มีล้อ เพื่อให้เคลื่อนย้ายได้มากขึ้นนั่นเอง

          สำหรับที่ตากผ้าอันนี้เป็นราวจากแบรนด์ PLIM ผลิตจากสแตนเลสคุณภาพดี ทำให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน อีกทั้งยังสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดีและแขวนผ้าได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับล้อเลื่อนที่ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายที่ตากผ้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีความยาวที่ไม่มากจนเกินไป เหมาะสำหรับใครที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมและต้องใช้พื้นที่ตากผ้าบริเวณระเบียง หรือใครอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบที่ไม่ได้อยู่กับสมาชิกในครอบครัวจำนวนมากนัก รับรองได้ว่าสามารถตากผ้าได้อย่างสบาย ๆ อย่างแน่นอน

ราคา 890 บาท

ราวพาดผ้าสเตนเลส 2 ชั้น 10 เส้น PLIM 69.5 ซม.

4. ราวตากผ้าโครงไม้

          สำหรับราวไม้นั้นส่วนใหญ่จะผลิตจากไม้โอ๊คและไม้ยางพารา โดยส่วนมากจะผลิตมาเพื่อความสวยงาม ซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของราวประเภทนี้

          ส่วนในเรื่องของข้อเสียนั้น เนื่องจากเป็นราวที่ผลิตจากไม้จึงทำให้ไม่ทนต่อความร้อนและความชื้น จึงไม่ควรนำไปโดนแดดหรือโดนฝน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้านมากกว่าพื้นที่กลางแจ้ง เช่น การใช้เป็นราวสำหรับแขวนเสื้อผ้าที่พึ่งรีดเสร็จ หรือใช้แขวนเสื้อผ้าที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ เพื่อที่จะได้หยิบได้สะดวกสบายมากขึ้น เป็นต้น

          สำหรับที่ตากผ้าโครงไม้จากแบรนด์ PLIM เป็นราวสำหรับตากผ้าที่ผลิตจากยางพาราคุณภาพดี ทำให้มีความแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี อีกทั้งยังสามารถปรับระดับความสูงได้ ดังนั้นจะแขวนเสื้อผ้าที่มีความยาวหรือมีความสั้นก็สามารถปรับให้เข้ากับความยาวได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีชั้นวางด้านล่างสำหรับวางเสื้อผ้าที่พับแล้ว รองเท้า หรือของใช้ในบ้านต่าง ๆ ที่ทำให้จัดวางได้ง่ายและสวยงามมากยิ่งขึ้น

ราคา 1,590 บาท

ราวแขวนผ้าไม้ปรับระดับ PLIM สีขาว

5. ราวตากผ้าพลาสติก

          สำหรับราวประเภทนี้มักผลิตจากพลาสติกท่อ PVC ซึ่งมีข้อดีในเรื่องของราคาที่ถูก อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายและต่อเองได้สะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบาทำให้ยกเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ง่าย

           สำหรับข้อเสียของราวประเภทนี้นั้นคือความแข็งแรงและความทนทานที่มีไม่มากเท่าวัสดุประเภทอื่น ๆ โดยอาจจะโดนน้ำได้บ้าง แต่ไม่ควรตั้งวางไว้ในพื้นที่แจ้งเป็นเวลานานเพราะแสงแดดอาจสร้างความเสียหายให้กับพลาสติกได้ นอกจากนี้ในเรื่องของความสวยงาม หากไม่ได้มีการทาสีเพิ่มเติมจากสีเดิมก็จะไม่สวยงามเท่ากับราวที่ทำจากวัสดุประเภทอื่น ๆ ดังนั้นมักจะไม่เป็นที่ถูกใจของคนรุ่นใหม่ที่ชอบแต่งห้องให้มีโทนสีไปในทิศทางเดียวกันเท่าไร่นัก

          สำหรับที่ตากผ้าอันนี้เป็นราวจากพลาสติก PVC ที่สามารถประกอบได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีขนาดที่กะทัดรัด เหมาะสำหรับการจัดวางในพื้นที่แคบ และที่สำคัญยังมีราคาที่ถูกเป็นอย่างมากอีกด้วย สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจในเรื่องของความสวยงามมากนัก อีกทั้งยังอยากได้ราวสำหรับตากผ้าแบบงบน้อย ราว PVC อันนี้ถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ราคา 220 บาท

. . . . . . . . . .

แบ่งตามฟังก์ชั่นการใช้งาน

          หลังจากที่ได้ทำความรู้จักราวสำหรับตากผ้าที่แบ่งตามประเภทของวัสดุกันไปแล้ว เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนน่าจะได้เลือกราวสำหรับตากผ้าตามคุณสมบัติของวัสดุที่ถูกใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับในการแบ่งประเภทของราวตามฟังก์ชั่นการใช้งานนี้ จะทำให้ทุกคนได้รู้จักกับราวตากผ้าที่เหมาะกับพื้นที่และการใช้งานต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้นอย่าพึ่งรีบที่จะตัดสินใจ ลองมาทำความรู้จักกับฟังก์ชั่นการใช้งานของราวประเภทต่าง ๆ กันก่อน

 

1. ราวตากผ้าแบบประกอบตั้งพื้น

          สำหรับประเภทนี้เป็นราวแบบตั้งพื้นที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด เนื่องจากเป็นราวสำหรับตากผ้าประเภทพื้นฐาน ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยราวประเภทนี้นั้นจะมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ และมีทั้งแบบ 1 บาร์, 2 บาร์ หรือมากถึง 4 บาร์ ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการใช้งานราวประเภทนี้ควรเลือกตามขนาดของพื้นที่ที่คิดว่าจะใช้ในการจัดวางราวสำหรับตากผ้า โดยหากเป็นระเบียงคอนโด ควรเลือกราวที่มีขนาดความยาวไม่มากนัก และมีบาร์จำนวนไม่เกิน2 บาร์ เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ใช้สอยในบริเวณระเบียง แต่สำหรับใครที่อยู่ในที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบอย่างบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮม ที่มีพื้นที่กว้างขวางขึ้นมาหน่อย ก็สามารถเลือกราวที่มีขนาดความยาวและจำนวนบาร์มากขึ้นได้ โดยอาจคำนวณจากประมาณเสื้อผ้าของสมาชิกภายในครอบครัวเป็นตัวตัดสินในการเลือก

 

           สำหรับราวตากผ้าจากแบรนด์ AT HOME นี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของราวประกอบตั้งพื้นที่น่าสนใจ โดยตัวราวผลิตจากเหล็กคุณภาพดี ที่มีขนาด 100 x 40 x 142 เซนติเมตร ซึ่งหากใครที่มีพื้นที่สำหรับตากผ้าที่มีความกว้างหน่อย สินค้าตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ในการตากผ้าเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีความแข็งแรงทนทายแล้ว ยังสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ง่ายเพียงใช้ผ้าชุบน้ำ และที่สำคัญยังมีราคาที่ไม่แพงอีกด้วย

ราคา 228 บาท

 

2. ราวตากผ้าแบบพับเก็บได้

          สำหรับที่ตากผ้าประเภทต่อมาเป็นราวที่เรียกได้ว่าเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่อยู่คอนโดมิเนียมหรือหอพักที่มีพื้นที่ในการตากผ้าแบบจำกัด เนื่องจากสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ดังนั้นจึงทำให้สามารถนำพื้นที่ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้อีก เช่น ทำกับข้าว หรือใช้เป็นพื้นที่ซักล้างก่อนการตากผ้า เป็นต้น อย่างไรก็ตามแม้ราวสำหรับตากผ้าประเภทนี้จะมีขนาดที่กะทัดรัดและสามารถพับเก็บได้อย่างสะดวกสบาย แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการใช้งานที่สามารถตากผ้าได้จำนวนน้อย ดังนั้นจึงควรแบ่งจำนวนครั้งในการซักผ้าให้มากขึ้น เช่น จากที่เคยซักอาทิตย์ละครั้ง ก็อาจจะตั้งแบ่งซัก 2 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะสามารถตากผ้าได้อย่างสบาย ๆ แล้ว

 

          สำหรับราวสำหรับตากผ้าจากแบรนด์ KASSA HOME ถือเป็นไอเทมที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นราวแบบพับเก็บได้ อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานด้วยรูปทรงกางปีกทั้ง 2 ด้าน ทำให้ผู้ใช้งานมีพื้นที่ในการตากผ้าที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังผลิตจากสแตนเลสคุณภาพดี ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อนง่าย และที่สำคัญยังมีน้ำหนักที่เบา ทำให้พับเก็บง่ายและเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ราคา 658 บาท

ราวแขวนตั้งพื้นทรงกางปีก 1.58 ม. KASSA HOME รุ่น YLT-0501E

3. ราวตากผ้าแบบยึดผนัง

          สำหรับราวประเภทนี้เป็นราวสำหรับตากผ้าอีกหนึ่งชนิดที่เป็นที่นิยมของชาวคอนโดหรือผู้ที่มีพื้นที่ในการตากผ้าน้อย เนื่องจากเป็นราวแบบยึดติดกับผนัง ทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยบริเวณด้านล้าง ซึ่งอาจใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำอาหารหรือซักล้างได้ นอกจากนี้เมื่อไม่ได้ใช้งานตัวราวแล้ว ก็ยังสามารถพับให้ตัวราวเข้าไปชิดด้านในผนังได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกสบายแถมไม่เสียพื้นที่ใช้สอยเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญยังแข็งแรง ทนทาน เพราะยึดติดกับผนังเอาไว้นั้นเอง

          แต่สำหรับข้อเสียของราวประเภทนี้นั่นก็คือจะต้องทำการเจาะผนัง ดังนั้นแล้วสำหรับใครที่เช่าหอพักหรือคอนโด อาจจะต้องทำการปรึกษาหรือพูดคุยกับผู้ให้เช่าให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง นอกจากนี้ยังสามารถแขวนเสื้อผ้าได้จำนวนน้อยกว่าราวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย

          สำหรับที่ตากผ้าจากแบรนด์ PLIM อันนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของราวแบบยึดผนังที่น่าสนใจ ด้วยตัววัสดุที่ผลิตจากสเตนเลส เกรด 304 คุณภาพดี ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี อีกทั้งยังสามารถยืดเข้า - ออกหรือพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน ทำให้สามารถประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้เป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับติดตั้งทั้งในคอนโด หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

ราคา 1,190 บาท

ราวติดผนังสเตนเลสรุ่นตรง 3 เส้น PLIM 100 ซม.

4. ราวตากผ้าเลื่อนได้

          มาต่อกันที่ราวสำหรับตากผ้าประเภทถัดมา เป็นราวที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานในเรื่องของการเลื่อนได้ เหมาะสำหรับการจัดวางในพื้นที่ที่มีความกว้างขวางเนื่องจากจะทำให้สามารถเคลื่อนย้ายราวได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ส่วนมุงหลังคาและไม่ได้มุงหลังคาเชื่อมต่อกัน ซึ่งจะทำให้การเคลื่อนย้ายราวจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งได้ง่ายมากขึ้น เช่น หากในช่วงที่มีแดดออกก็จะสามารถเข็นราวไปตากยังพื้นที่ที่ไม่ได้มุงหลังคา หรือช่วงที่มีฝนตก หรืออยากจะเก็บผ้าแบบไม่ต้องยืนตากแดดก็สามารถเข็นราวมายังพื้นที่ร่มภายใต้หลังคาได้

          อย่างไรก็ตามสำหรับราวประเภทนี้ในสินค้าบางรุ่นจะไม่มีตัวล็อคล้อ สำหรับไม่ให้ราวลื่นไหล ดังนั้นในวันที่ฝนตกหนัก มีลมแรง ก็อาจจะต้องหาที่ยึดราวไว้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับทรัพย์สินภายในบ้านนั่นเอง หรือทางทีดีก็อาจจะต้องเลือกราวเลื่อนได้ที่มีตัวล็อคล้อด้วยจึงจะดีที่สุด

          สำหรับราวตากผ้าเลื่อนได้รุ่นนี้ เป็นราวที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยในส่วนของวัสดุที่ใช้ในการผลิตนั้นมากจากเหล็กกล้าคุณภาพดี ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถรองรับน้ำหนักได้มาก ที่สำคัญยังมาพร้อมกับการออกแบบให้ตัวราวมีลวดแบบหยักสำหรับการแขวนผ้า ทำให้มีการเว้นระยะห่างในการแขวนได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลในเรื่องของผ้าที่จะเคลื่อนไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของราวเมื่อต้องโดนลมแรง

ราคา 1,590 บาท

ราวตากผ้า รุ่น เรฟ ขนาด 212 ซม. – สีเงินโครเมี่ยม

5. ราวตากผ้าแขวนระเบียง

          สำหรับราวตากผ้าประเภทถัดมายังคงเป็นราวตากผ้าที่ใช้พื้นที่น้อยมาก ๆ เรียกได้ว่าไม่ต้องกลัวที่จะเสียพื้นที่ใช้สอยไป และนอกจากจะใช้ในการตากผ้าได้แล้ว ยังใช้สำหรับวางของที่ระเบียงวางวัตถุดิบเพื่อใช้ในการเตรียมประกอบอาหาร หรือจะใช้วางกระถางต้นไม้เพื่อให้ได้รับแสงแดดในยามเช้าก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยข้อดีของที่ตากผ้าประเภทนี้คือไม่ต้องทำการเจาะผนังหรือไม่ต้องทำการติดตั้งกับตัวระเบียง เนื่องจากใช้เป็นขอยึดเกาะเท่านั้น ทำให้ไม่มีปัญหาในการเคลื่อนย้าย เช่น หากจะย้ายที่ตากผ้าไปรับแสงในทางขวาของระเบียง ก็สามารถยกขึ้นเปลี่ยนตำแหน่งได้อย่างง่าย ๆ

          สำหรับที่จากผ้าแบบแขวนระเบียงรุ่นนี้ ผลิตจากโครงเหล็กเคลือบสารกันสนิม ทำให้มีความทนทานต่อการใช้งานและไม่เป็นสนิมง่าย นอกจากนี้ยังสามารถรองรับน้ำหนักแบบกระจายได้ถึง 5 กิโลกรัม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยู่คอนโดหรือหอพักที่มีผู้ใช้งานคนเดียวหรือมีพื้นที่ใช้สอยน้อย

ราคา 259 บาท

ราวตากผ้าแขวนระเบียง ไม่ต้องเจาะ แข็งแรงทนทาน

6. ราวตากผ้าแบบขึง

          มาปิดท้ายกันที่ที่ตากผ้าประเภทสุดท้าย เป็นที่ตากผ้าแบบขึง โดยอาจใช้ลวด เชือก หรือสลิงในการขึงได้ทั้งหมด โดยข้อดีสำหรับที่ตากผ้าประเภทนี้คือใช้งานได้ง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอย เนื่องจากการขึงนั้นจะต้องขึงโดยยึดเกาะกับผนังทำให้ไม่สูญเสียพื้นที่ด้านล่างไป แต่สำหรับข้อเสียของที่ตากผ้าประเภทนี้คือ รับน้ำหนักมากไม่ได้ โดยหากใครที่เคยตากผ้าด้วยที่ตากผ้าแบบขึงแล้วจะสังเกตได้เลยว่าหากตากผ้าจำนวนมากเกินไปวัสดุที่นำมาใช้ขึงจะหย่อนซึ่งจะทำให้ผ้ามากองรวมกันอยู่ที่ตรงกลางและทำให้ผ้าไม่แห้งในที่สุดนั่นเอง

 

           สำหรับ SOKE ลวดสลิงตากผ้านั้น มีความน่าสนใจตรงที่สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 20 กิโลกรัม นอกจากนี้ตัวลวดยังทำจากวัสดุประเภทลวดสลิงสแตนเลส 304 ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และไม่เป็นสนิม ดังนั้นไม่ว่าจะโดนแดดหรือฝนก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียหาย เรียกได้ว่าตอบโจทย์สำหรับใครที่อยากจะประหยัดพื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียงเป็นอย่างมาก

ราคา 269 บาท

SOKE ลวดสลิงตากผ้า 4.2 เมตร

ภาพจาก : SOKE ลวดสลิงตากผ้า

. . . . . . . . . .

อยากได้ราวตากผ้าไว้ใช้ที่คอนโดเลือกแบบไหนดีที่สุด

           แน่นอนว่าการเลือกราวตากผ้าไว้สำหรับการใช้งานภายในคอนโดนั้น หากเลือกจากประเภทของวัสดุควรเลือกวัสดุที่สามารถโดนแสงแดดหรือโดนน้ำได้ เช่น อะลูมิเนียม สแตนเลส หรือเหล็กเคลือบ เนื่องจากบริเวณระเบียงนั้น แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีหลังคาแต่ก็สามารถกันแดดหรือฝนได้ไม่ทั้งหมด

           ส่วนในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นก็สามารถเลือกได้ตามลักษณะการใช้งานของแต่ละคนได้เลย เช่น หากพื้นที่มีความกว้างและต้องการตากผ้าจำนวนมากในครั้งเดียว ก็อาจจะเลือกราวประกอบตั้งพื้นที่มีขนาดใหญ่ หรือใครที่ต้องใช้พื้นที่ระเบียงเป็นพื้นที่สำหรับการประกอบอาหารหรือซักล้าง แต่เป็นเพียงผู้เช่าไม่ใช่เจ้าของห้องก็อาจจะเลือกราวแบบพับเก็บได้หรือแบบแขวนระเบียง ส่วนใครที่เป็นเจ้าของห้องเองก็อาจจะเลือกใช้ราวแบบยึดผนังที่ต้องมีการเจาะผนังในการติดตั้ง เป็นต้น

 

ราวตากผ้า

. . . . . . . . . .

           และทั้งหมดนี้ก็คือความน่าสนใจเกี่ยวกับราวตากผ้าชนิดต่าง ๆ ที่ทาง CondoNewb ได้หยิบยกมาฝากให้ทุกคนได้ลองทำความรู้จักกันในบทความนี้ สำหรับใครที่กำลังจะสั่งซื้อหรือออกไปซื้อราวตากผ้าใหม่ก็อย่าลืมที่จะพิจารณาความเหมาะสมของราวตากผ้าทั้งในเรื่องของวัสดุและฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยว่า ตอบโจทย์พื้นที่และการใช้งานมากที่สุดหรือไม่ เพื่อที่เราจะได้ราวตากผ้าที่คุ้มค่าเก็บเงินที่เสียไปและใช้งานได้อย่างยาวนานนั่นเอง