logo

          เรื่อง ประกันภัยบ้าน เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามแม้แต่น้อยเพราะเกี่ยวพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อาศัยโดยตรง นอกเหนือจากประกันชีวิตแล้ว ยังเป็นอีก 1 ประกันที่เจ้าของบ้านรายใหม่ควรมีไว้ในครอบครอง ทันที่ได้ชำระค่าประกันไป สิ่งที่ได้มาคือการคุ้มครองโดยเฉพาะในส่วนของประกันอัคคีภัยที่ทางกฎหมายได้กำหนดเอาไว้แล้วว่าทุกคนต้องทำ ในส่วนของรายการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยพิบัติและประกันภัยคุ้มครองการโจรกรรม เจ้าของบ้านจะทำหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่วิจารณญาน ส่วนสิทธิประโยชน์ตลอดจนการคุ้มครองดูแล รวมถึง วิธีคำนวณค่า ประกันภัยบ้าน ทำอย่างไรกันบ้างนั้น ? คำตอบทั้งหมดมีในบทความค่ะ สามารถติดตามอ่านกันได้เลย

. . . . . . . . . .

 

ประกันภัยบ้าน เรื่องต้องรู้ คุ้มครองอุ่นใจ

1. ความสำคัญของประกันภัยบ้าน

          รู้ไหมว่า ประกันภัยบ้าน เป็นอีก 1 รูปแบบประกันภัยที่ทำขึ้นมาเพื่อดูแลตัวบ้านหรือห้องชุดและอื่น ๆ ไว้ทั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องความเสียหายจากไฟไหม้ พายุเข้า น้ำท่วมหรือโดนผู้ไม่ประสงค์ดีงัดบ้าน เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้อาศัยเป็นองค์ประกอบหลัก

 

          เหตุผลที่การทำประกันภัยเป็นสิ่งจำเป็น นั่นเป็นเพราะทันทีที่ซื้อบ้านมา 1 หลัง กฎหมายได้กำหนดเอาไว้แล้วว่าต้องซื้อ ประกันภัยบ้าน ควบคู่ไปกับการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน ดังนั้น ถึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำประกันภัยประเภทนี้ได้

 

          สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการทำประกันภัยมีอยู่ด้วยกันหลายข้อ เช่น สามารถเรียกร้องค่าชดเชยกรณีที่เกิดอัคคีภัยหรือมีใครเข้ามาบ่อนทำลายบ้านที่อาศัยอีกทั้งยังมีความคุ้มครองเสริมในรูปแบบกรมธรรม์ เช่น คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน คุ้มครองค่าที่พักอาศัยชั่วคราว เป็นต้น

 

2. ลักษณะ ประเภท และเงื่อนไขของประกันภัยบ้านมีอะไรบ้าง?

          จะขอเริ่มในส่วน ประกันอัคคีภัย ก่อนเป็นอันดับแรกซึ่งทางกฎหมายได้บังคับให้ผู้ซื้อบ้านทุกคนต้องทำ ลักษณะ เป็นการคุ้มครองเฉพาะตัวบ้านเท่านั้นไม่ได้หมายรวมที่ดินแต่อย่างใด โดยจะแบ่งประเภทการเกิดของอัคคีภัยไว้ 3 ประเภทที่อยู่ในขอบเขตที่ทางกรมธรรม์จะสามารถรับผิดชอบ ได้แก่ กรณีแก๊สหุงต้มรั่ว ฟ้าผ่าลงกลางหลังคาและไฟไหม้บ้านโดยมีเงื่อนไขที่ว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังรายละเอียดข้างต้นข้อใดข้อหนึ่งขึ้น เจ้าของบ้านจะได้รับผลประโยชน์ตามที่ได้ตกลงร่วมกันไว้กับทางกรมธรรม์ ยกเว้น ถ้าบ้านที่ผู้ซื้อติดจำนอง ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือธนาคาร ในส่วนของเบี้ยประกันได้เท่าไหร่ให้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของบริษัทประกันแทน

          ลำดับถัดมา ประกันภัยพิบัติ กฎหมายไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อบ้านต้องซื้อและทำประกันประเภทนี้ แต่การมีไว้ในครอบครองก็เป็นอีก 1 เรื่องอุ่นใจอีกเช่นกัน โดยลักษณะของภัยพิบัติที่เจ้าของบ้านสามารถเรียกความคุ้มครอง ได้แก่ ภัยน้ำท่วม ภัยลูกเห็บ ภัยแผ่นดินไหวและภัยลมพายุโดยมีเงื่อนไขที่ว่าดังต่อไปนี้

 

  • ต้องประกาศโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นว่าเป็นภัยพิบัติรุนแรง เจ้าของบ้านถึงจะเอาเบี้ยประกันได้
  • ในส่วนของแผ่นดินไหว ต้องมีมากกว่าระดับ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป
  • ในส่วนของลมพายุ ได้กำหนดความเร็วของพายุไว้ตั้งแต่ 120 กม./ชั่วโมง
  • ข้อสุดท้าย ถ้าในกรณีที่ตัวบ้านตั้งอยู่ใกล้ริมน้ำ ทางน้ำผ่าน ใกล้สถานที่กักเก็บและรองรับน้ำ หากเกิดภัยประเภทนี้ขึ้น ทางเจ้าของบ้านไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากทางกรมธรรม์ได้เพราะถือว่าไม่เข้าข่ายลักษณะภัยที่เกิดจากธรรมชาติ

 

          มาถึงหัวข้อย่อยสุดท้าย ประกันภัยคุ้มครองการโจรกรรม กฎหมายไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อบ้านต้องทำ แต่ถ้าหากเจ้าของบ้านคนไหนมีความประสงค์ก็สามารถซื้อกรมธรรม์ได้โดยมีลักษณะการคุ้มครองที่ว่า นอกจากคุ้มครองตัวบ้านแล้ว กรมธรรม์นี้ยังครอบคลุมไปถึงทรัพย์สินที่มีอยู่ในบ้านอีกด้วย โดยมีเงื่อนไขที่ว่า ปกป้องดูแลเฉพาะตัวบ้านกับทรัพย์สินเท่านั้นแต่ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหากเหตุร้ายนั้นเกิดขึ้นบนที่ดินแต่อย่างใด

 

3. ราคาประกันภัยบ้านอิงจากอะไรบ้าง คำนวณอย่างไร?

          หลายคนคงมีคำถาม บริษัทจะจ่ายค่าประกันบ้านให้เราเท่าไหร่หากเกิดเหตุร้ายใด ๆ ขึ้น ? วิธีคำนวณมีหลักการง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากดังนี้ค่ะ

 

ประกันภัยบ้าน

          โดยปกติ ผู้ที่สนใจสามารถคำนวณจากราคากลางที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเป็นผู้กำหนดราคากลางเอาไว้เพื่อให้ทางธนาคารและเจ้าของบ้านได้นำราคากลางดังกล่าวมาประเมินราคา ประกันภัยบ้าน ร่วมกันก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่อย่างไร ? ในส่วนของสูตรการคำนวณมีดังต่อไปนี้ค่ะ

 

ให้นำจำนวนเงินเอาประกันมาหารมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ณ เวลาที่เกิดความเสียหาย

คูณด้วยมูลค่าความเสียหาย ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เลือกประเภทอาคารและการชดใช้ค่าสินไหม

ขั้นตอนที่ 2 เลือกพื้นที่ใช้สอยและอายุการใช้งานเพื่อคำนวณหาค่าเสื่อมราคา

ขั้นตอนที่ 3 คำนวณหาจำนวนเงินเอาประกันภัย

 

วิธีการคำนวณ ทุกครั้งต้องมีการคำนวณค่าเสื่อมราคา ( เกิดจากมูลค่าทรัพย์สินที่เสื่อมลงตามระยะเวลาที่เราได้ใช้งานไปรวมถึงได้มีการปรับปรุงทาสีซ่อมแซมหรือไม่อย่างไร ? ) โดยปัจจุบัน ได้กำหนดค่าเสื่อมราคาเอาไว้ดังนี้

  • กรณีอาคารที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ค่าเสื่อมราคาลดลงปีละ 1.16 - 1.6% ต่อปี
  • กรณีอาคารที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ค่าเสื่อมราคาลดลงปีละ 20 - 40% ต่อปี

          เพื่อความโปร่งใสในการคำนวณราคา ประกันภัยบ้าน ทางคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยได้มีความเห็นตรงกันที่ว่า ในแต่ละปี จะมีการกำหนดราคาสิ่งปลูกสร้างเอาไว้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ สูง กลาง ต่ำ โดยมีการอิงจากบรรดาสิ่งของตลอดจนวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งบ้านหรือห้องชุดรวมถึงราคาวัสดุก่อสร้างและจะถูกจำแนกออกมาเป็นอาคารไม้และอาคารปูนทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด

 

มาถึงในส่วนของค่าประกันบ้านชำระอย่างไร ? จ่ายครั้งเดียว หรือผ่อนจ่าย?

          ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อกรมธรรม์ว่าสะดวกรับแบบไหน ? แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะยื่นความจำนงค์ที่จะขอผ่อนชำระกับทางธนาคารเป็นงวด ๆ ไป เช่น

 

เจ้าของบ้านสนใจทำ ประกันภัยบ้าน โดยมีดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.9% ในปีที่ 1-2 และปีที่ 3 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 5-6% ยกตัวอย่าง

  • ปีที่ 1-2 ผ่อน 9,xxx บาท/เดือน
  • ปีที่ 3 ผ่อน 14,xxx บาท/เดือน

ผ่อนเบี้ยประกันปี 1-2 เท่ากับ 7xx บาท / ปีที่ 3 เท่ากับ 1,xxx บาท เป็นต้น

 

4. แนะนำประกันภัยบ้านต่าง ๆ พร้อมอัตราราคาค่าใช้จ่ายที่น่าสนใจ

          ในปัจจุบัน ที่อยู่อาศัยถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์และห้องชุด สำหรับหัวข้อย่อยในบทความดังต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างการคำนวณค่าเบี้ยประกันคร่าว ๆ ประกันภัยบ้าน ที่ไหนดี ? ใช้เป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจได้นำไปปรับใช้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อไปยังบริษัทหรือธนาคารที่ให้บริการด้านประกันบ้านได้โดยตรงค่ะ

 

4.1 ประกันภัยบ้านเดี่ยว ขนาดพื้นที่ 20 ตารางเมตร ราคา 3,300,000 บาท

ผู้ให้บริการ บริษัท เอ็ม เอส ไอจี ประกันภัย 

มูลค่าทรัพย์สิน ของตกแต่งและอื่น ๆ 700,000 บาท

จำนวนเงินเอาประกัน 4,000,000 บาท

ระยะเวลาเอาประกัน

  • คุ้มครอง 3 ปี เบี้ยประกันภัย 10,108 บาท
  • คุ้มครอง 1 ปี เบี้ยประกันภัย 4,044 บาท

 

4.2 ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ 96 ตารางเมตร

ผู้ให้บริการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด

ทุนประกันภัยสิ่งปลูกสร้างและอาคาร 1,600,000 บาท

ทุนประกันภัยเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ภายในบ้าน 500,000 บาท

จำนวนเงินเอาประกันรวม 2,100,000 บาท

 

ระยะเวลาเอาประกัน

  • คุ้มครอง 1 ปี เบี้ยประกันภัย 2,708.17

 

4.3 คอนโดมิเนียม ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ผู้ให้บริการ บริษัท เอ็ม เอส ไอจี ประกันภัย 

ระยะเวลาเอาประกันภัย

  • คุ้มครอง 3 ปี เบี้ยประกันภัย 2,749 บาท
  • คุ้มครอง 1 ปี เบี้ยประกันภัย 1,100 บาท

. . . . . . . . . .

 

          จะเห็นได้ว่าการทำ ประกันภัยบ้าน นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจและสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากการได้รับความคุ้มครองแล้ว ในปัจจุบันธนาคารผู้ให้บริการมักสร้างทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจทำซึ่งสามารถผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ไปเพื่อเสริมสภาพคล่องอีกทั้งยังมีโปรโมชั่นจากหลายธนาคารให้เราเข้าไปพิจารณาว่าจะเลือกทำธุรกรรมกับธนาคารไหนกันดี ? เพราะการมีบ้านหลังหนึ่งในชีวิต มูลค่าและเวลาที่จ่ายไปไม่ใช่น้อย ๆ เพื่อความคุ้มค่ารวมถึงสิ่งที่เสียไปไม่ว่าจะเป็นเวลา แรงงานในการหาเงินมาชำระค่าผ่อนบ้านและอื่น ๆ ก็ดี การทำ ประกันภัยบ้าน เพื่อคุ้มครองตัวเจ้าของบ้านรายใหม่ทุกคนถึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นค่ะ