logo

          ในยุคปัจจุบันนี้เราคงจะได้ยินคำว่าบ้านน็อคดาวน์กันบ่อยขึ้น แต่หลายคนก็อาจจะยังสงสัยว่ามันคือบ้านอะไรกันแน่? เอาไว้ใช้ทำอะไร? อยู่อาศัยได้จริงหรือเปล่า? ในแวดวงการก่อสร้างบ้านพักอาศัยของประเทศไทย บ้านประเภทนี้อาจจะพึ่งเข้ามาได้รับความนิยม หรือเป็นที่รู้จัก แต่จริง ๆ แล้วในต่างประเทศ บ้านสำเร็จรูปประเภทนี้ได้รับความนิยมมานานมาก ๆ แล้ว เพราะมีความสะดวกสบายไม่แพ้บ้านแบบปกติเลย เพียงแต่อาจจะแตกต่างกันในเรื่องวัสดุ หรือรายละเอียดอื่น ๆ บ้าง มีหลายคนยังเข้าใจว่าบ้านประเภทนี้มีไว้เพื่อใช้อยู่อาศัยเพียงชั่วคราว ทำออฟฟิศ เป็นบ้านในสวน หรือเปิดร้านค้าเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วบ้านน็อคดาวน์เป็นบ้านสมัยใหม่ เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือมีที่ดินอยู่แล้วแต่อยากได้ความสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องขั้นตอนการก่อสร้าง หรืออยากมีบ้านหลังที่สองแบบน่ารัก ๆ เพิ่มเติม ซึ่งบ้านสำเร็จรูปก็ตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้ดีจริง ๆ วันนี้เราเลยจะพาไปเจาะลึกถึงโครงสร้างวัสดุ คุณสมบัติ ข้อดีข้อเสียและข้อจำกัดต่าง ๆ รวมวิธีถึงการเลือกซื้อบ้านน็อคดาวน์บ้านสำเร็จรูปสมัยใหม่ สวยงาม ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

. . . . . . . . . . . . .

บ้านน็อคดาวน์ คืออะไร

          ที่จริงแล้วบ้านน็อคดาวน์ (Knock Down Home) ก็คือบ้านสำเร็จรูป (Finished Home) ประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจอย่างมากมายในช่วงที่ผ่านมา เป็นบ้านขนาดเล็ก มีทั้งแบบชั้นเดียวและ 2 ชั้น สามารถแบ่งออกเป็นหลายห้อง คุณสมบัติเด่นที่ทำให้ได้รับความนิยมคือ การประกอบบ้านสามารถทำได้ที่หน้างาน การก่อสร้างที่สะดวกรวดเร็ว หรือยกมาตั้งทั้งหลังได้เลย มีดีไซน์โดดเด่น ทันสมัยสวยงาม มีแบบให้เลือกมากมาย และราคาก็ไม่สูงจนเกินไป ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท ตอนเริ่มเป็นที่รู้จักนิยมใช้เป็นออฟฟิศ หรือร้านค้า ต่อมาได้มีพัฒนาจนเป็นที่อยู่อาศัยได้ แต่อาจจะไม่คงทนถาวรเท่าบ้านแบบที่ก่อสร้างจริง ๆ เพราะวัสดุที่ใช้จะเน้นไปที่วัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ก็มีอายุยาวนานได้ถึง 15-20 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วยนั่นเอง ในยุคแรก ๆ จะเป็นโครงสร้างเบาแบบลอย ต่อมาก็ได้เริ่มมีการใช้วัสดุแบบมาตรฐานทั่วไป รวมถึงโครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากขึ้น มีแบบลงฐานหรือเสาเข็มของบ้านเพื่อความมั่นคง แต่ก็จะมีราคาสูงขึ้นไปกว่าบ้านสำเร็จรูปแบบทั่วไปด้วยเช่นกัน

. . . . . . . . . . .

8 ข้อควรรู้ไว้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้านน็อคดาวน์

1. ระยะเวลาในการก่อสร้าง

          ข้อดีที่คนเลือกใช้บ้านน็อคดาวน์ บ้านสำเร็จรูปเลยก็คือความรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน หากเปรียบเทียบกับการสร้างบ้านแบบปกติถือว่าเร็วกว่ามากมายเลยทีเดียว แถมยังไม่ต้องเจอกับปัญหาการก่อสร้างในแต่ละวันที่คอยรบกวนใจอีก รูปแบบบ้านน็อคดาวน์ ที่นิยมโดยทั่วไปจะเป็นโครงสร้างน้ำหนักเบา มีสัดส่วนที่เป็นก่อฉาบน้อย ผนังจะเน้นเป็นแผ่นสมาร์ทบอร์ดเสริมด้วยโครงเหล็กด้านใน ทำให้ช่วยประหยัดเวลาก่อสร้าง ส่วนใหญ่การประกอบโครงสร้าง จนถึงขั้นตอนสุดท้ายในการติดตั้ง จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 20-30 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบการออกแบบดีไซน์ของบ้าน

2. งบประมาณ

           สาเหตุหลัก ๆ ที่บ้านน็อคดาวน์กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมในยุคนี้เลยก็เพราะเรื่องงบประมาณนี่แหละ เพราะหากเรามีที่ดินอยู่แล้วจะยิ่งง่าย เพราะการคำนวณค่าใช้จ่ายจะทำได้อย่างแม่นยำมาก เรียกว่าโอกาสที่งบจะบานปลายน้อยมาก ๆ ตัวบ้านเองก็ราคาไม่แพงเกินไป เลือกได้ตามงบประมาณที่มี เช่น บ้านราคา 80,000 บาท ค่าสร้างฐานราคาเท่าไหร่ ค่าขนย้ายราคาเท่าไหร่ ค่าต่อสาธารณูปโภคราคาเท่าไหร่ เราจะคำนวณค่าใช้จ่ายได้ลงตัว

3. รูปแบบบ้านและการดีไซน์

          รูปแบบบ้านน็อคดาวน์ ในปัจจุบันหากเรามองผ่าน ๆ อาจจะดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำ เพราะมีการผลิตบ้านสำเร็จรูปออกมามากมาย โดยมีรูปแบบดีไซน์ที่สวยงาม และมีรูปทรงให้เลือก ทั้งแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านทรงปั้นหยา บ้านสไตล์รีสอร์ต หรือบ้านแบบคลาสสิกหรูหรา ฯลฯ มีทั้งแบบบ้านชั้นเดียว และ 2 ชั้น เราสามารถเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ง่าย ๆ ว่าพื้นที่ของเรานั้น เหมาะกันกับแบบบ้านแบบไหน อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มีผู้อยู่อาศัยในบ้านในทั้งหมดกี่คน 

4. วัสดุภายนอกและภายใน

          ส่วนใหญ่วัสดุทำบ้านน็อคดาวน์จะใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลัก เพราะความแข็งแรง สะดวกรวดเร็ว รวมไปถึงผนังเบาประเภทต่าง ๆ ที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน ทนความร้อน ทนสภาพอากาศได้ดี เช่น สมาร์ทบอร์ด วีว่าบอร์ด ฯลฯ หรือผนังสำเร็จรูปที่ทำมาจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ผสมเส้นใยเซลลูโลส เพื่อให้ทนความร้อนและแสงแดด การใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบานั้นก็เพื่อให้ฐานของตัวบ้านไม่ต้องแบกรับน้ำหนักมาก และสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย แต่การเลือกใช้วัสดุแบบไหน อาจจะคุยรายละเอียดการปรับเปลี่ยนในขึ้นตอนการสั่งประกอบบ้านสำเร็จรูปได้

ผนังเบา

          ข้อดีคือไม่ต้องใช้คานรองรับเหมือนการก่อผนังแบบอื่น ๆ เพราะมีน้ำหนักไม่มาก ติดตั้งผนังเข้ากับโครงคร่าว ได้โดยตรง มีน้ำหนักน้อยกว่า ผนังแบบก่ออิฐหรือผนังคอนกรีตมาก วัสดุที่นิยมใช้ทำผนังเบาส่วนใหญ่ เช่น ไม้อัด แผ่นยิปซัม แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ แผ่นไม้อัดซีเมนต์ และแผ่นเซลโลกรีต การติดตั้งจะนิยมใช้ตะปูเกลียว เป็นตัวยึดวัสดุแผ่นใหญ่เข้ากับโครงคร่าว จากนั้นจึงเก็บรอยต่อระหว่างวัสดุด้วยการตกแต่ง

 

สมาร์ทบอร์ด

          เป็นวัสดุที่นิยมใช้งานผนังบ้านสำเร็จรูปเช่นกัน ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว มีคุณสมบัติต่าง ๆ ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าผนังแบบก่ออิฐ ทั้งเรื่องความแข็งแรง ทนทาน ทนแดด ทนฝน ทนความร้อน ป้องกันเสียงได้ดี น้ำหนักที่เบากว่าผนังก่ออิฐมาก สมาร์ทบอร์ดมีให้เลือกหลายแบบหลายขนาด รวมถึงความหนาที่สามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน

โครงคร่าว

          วัสดุที่นิยมใช้ทำโครงคร่าวบ้านสำเร็จรูป เช่น โครงเหล็กชุบสังกะสี โครงเหล็กชุบกัลวาไนซ์ (Galvanize) โครงเหล็กรูปพรรณ และโครงไม้เนื้อแข็ง ส่วนเสาบ้านมักจะนิยมใช้เหล็ก H Beam เคลือบด้วยสารกันสนิมเพื่อป้องกันการผุกร่อน

พื้นบ้าน

         ส่วนใหญ่แล้วพื้นบ้านจะใช้วัสดุที่ทนความชื้นได้ดี ป้องกันเชื้อรา และมีน้ำหนักที่ไม่มากเกินไป วัสดุที่นิยมใช้ทำพื้นบ้านสำเร็จรูป เช่น พื้นซีเมนต์บอร์ด พื้นลามิเนต พื้นกระเบื้อง ฯลฯ

หลังคาบ้าน

          ส่วนใหญ่ก็จะใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและติดตั้งได้ง่าย เพื่อไม่ให้ฐานบ้านแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไป วัสดุที่นิยมใช้ทำหลังคาบ้านสำเร็จรูป เช่น เมทัลชีท หรือกระเบื้องน้ำหนักเบา

5. ระบบสาธารณูปโภค

          ส่วนใหญ่แล้วบ้านน็อคดาวน์จะมีการจัดวางระบบสาธารณูปโภคภายในไว้อย่างดี ทั้งระบบไฟ ระบบน้ำ เครื่องปรับอากาศ สุขภัณฑ์ หรือระบบท่อต่าง ๆ เราเพียงเชื่อมต่อเข้ากับระบบภายนอกก็ใช้งานได้ทันที สะดวกรวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องติดตั้งเพิ่มเติม แต่บ้านสำเร็จรูปบางแห่ง เราก็สามารถกำหนดเลือกวัสดุต่าง ๆ หรือสุขภัณฑ์ที่เราอยากใช้งานได้เช่นกัน

6. การก่อสร้างต่อเติมในอนาคต

          บ้านสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะเป็นโครงสร้างลอยที่ไม่ได้แข็งแรงมาก การต่อเติมต่อจากโครงสร้างเดิมจึงทำได้ยาก หากทำอาจจะกระทบกระเทือนโครงสร้าง หากเราวางแผนว่าในอนาคตจะมีการต่อเติมก็คงต้องมองแบบเผื่อ ๆ ไว้ หรือลองปรึกษาช่างหน้างานดูเรื่องการวางรากฐาน 

7. ความแข็งแรง ทนทาน

          บ้านสำเร็จรูปบ้านน็อคดาวน์ ถือว่าเป็นบ้านที่มีความแข็งแรงทนทานในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ได้การวางคานก่ออิฐฉาบปูน แต่ด้วยโครงสร้างที่เป็นเหล็กก็ทำให้มีความมั่นคง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กันคือฐานของบ้าน โดยเฉพาะดินที่จะใช้วางบ้าน ควรต้องเป็นดินที่ถมแน่นและมีความอยู่ตัวมาก ๆ แล้ว เพื่อป้องกันการทรุดตัว เอียง หรือโยกคลอนของตัวบ้าน เพราะหากตัวบ้านติดตั้งใกล้กับต้นไม้ หรือดินที่มีความชื้นสูง ก็มีโอกาสเกิดปัญหาเชื้อราตามผนังหรือพื้นในอนาคต หากเคยเป็นพื้นที่น้ำท่วมบ่อย ๆ ก็จะส่งผลต่อโครงสร้างเหล็กของบ้าน 

8. การดูแลรักษา เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน

           บ้านสำเร็จรูป บ้านน็อคดาวน์อาจจะอยู่อาศัยระยะยาวได้ไม่เท่ากับบ้านแบบโครงสร้างก่ออิฐก่อปูน เนื่องจากวัสดุและส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ต้องเน้นน้ำหนักเบาตามที่ได้บอกไว้แล้ว แต่อายุการใช้งานก็ถือว่ามีระยะยาวพอสมควรเลย อย่างน้อยก็มีอายุ 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสภาพ และการซ่อมบำรุงด้วย ยิ่งเราดูแลเอาใจใส่ดีก็จะยิ่งมีอายุการใช้งานยาวนาน แต่การดูแลรักษา อาจจะต้องใส่ใจมากกว่าบ้านแบบปกติทั่วไป เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านแบบใดก็ตาม หากเราอยู่อาศัยใช้งานไปได้สักพักก็ต้องมีการซ่อมบำรุง เช่น น้ำรั่ว น้ำซึม ไม้เป็นรอย ฯลฯ แต่บ้านน็อคดาวน์ยุคใหม่ ๆ ก็มีการพัฒนานวัตกรรมวัสดุและการสร้างแบบใหม่ ช่วยให้อายุของบ้านยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม

. . . . . . . . . . .

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของบ้านน็อคดาวน์

ข้อดีของบ้านน็อคดาวน์

1. รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาในการประกอบและติดตั้งไม่นาน หากเป็นบ้านสำเร็จรูปแล้วก็ยิ่งเร็ว รวมการขนย้ายและติดตั้งจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายหน้างาน และความใกล้-ไกลของพื้นที่ขนส่ง แต่หากเป็นบ้านแบบสั่งทำขึ้นมาใหม่ มาประกอบในพื้นที่ อาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 เดือน

2. ประหยัดค่าแบบบ้าน เพราะบ้านน็อคดาวน์ มีแบบบ้านหลากหลายมากมายให้เลือกอยู่แล้ว โดยเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างคนออกแบบบ้าน เหมือนการสร้างบ้านปกติทั่วไป

3. คุมงบประมาณง่าย ค่าใช้จ่ายลงตัว เพราะบ้านสำเร็จรูปแต่ละหลังจะเป็นการซื้อขาดตามราคาที่ตั้งไว้ รวมถึงระบบภายใน และมีราคาค่าติดตั้งและค่าขนย้ายที่ชัดเจน

4. มีตัวอย่างบ้านน็อคดาวน์ช่วยให้ตัดสินใจง่าย การสร้างบ้านที่สามารถเห็นบ้านจริง ๆ ทั้งภายนอกและภายในก่อนตัดสินใจซื้อ ได้กลายเป็นจุดขายที่ดีของบ้านสำเร็จรูป ทำให้เราดูรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง ช่วยสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

5. สาธารณูปโภคครบวงจร ระบบไฟฟ้า ประปา แอร์ ติดตั้งมาให้พร้อมกับบ้าน ไม่ต้องเสียเวลาไปหาช่างมาติดตั้งเพิ่ม สะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 

6. เคลื่อนย้ายได้สะดวก โดยเฉพาะบ้านน็อคดาวน์แบบสำเร็จรูป เราสามารถขนย้ายได้ง่าย หรือหากต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่ ก็สามารถขนย้ายตามไปได้

ข้อเสียของบ้านน็อคดาวน์

1. วัสดุ โดยปกติหากเป็นบ้านน็อคดาวน์แบบสำเร็จรูป เราไม่สามารถกำหนดวัสดุตามต้องการได้ เหมือนบ้านแบบสั่งผลิต อาจจะมีความกังวลเรื่องคุณภาพของวัสดุที่ใช้ประกอบบ้าน หากวัสดุไม่ดีพอก็จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของตัวบ้าน

2. ขนาดบ้าน การอยู่บ้านไปนาน ๆ หรือครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หากต้องการขยายหรือต่อเติมบ้านจะทำได้ยาก เนื่องจากบ้านน็อคดาวน์ มีโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้จำกัด การออกแบบก่อสร้างส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่ไม่ใหญ่มาก และไม่สามารถต่อเติมหรือดัดแปลงได้

3. แม้บ้านอาจจะมีราคาเป็นที่น่าพอใจก็จริง แต่ก็มีค่าติดตั้งและขนย้าย ซึ่งบางเจ้าอาจจะมีราคาสูง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของพื้นที่และระยะทางการขนส่ง จึงต้องเผื่องบประมาณและตกลงราคาส่วนนี้ไว้ให้ชัดเจน 

4. อายุการใช้งาน หากเปรียบเทียบกับบ้านที่ก่อสร้างแบบทั่วไปแล้ว จะมีอายุการใช้งานน้อยกว่า หากวางแผนจะเป็นบ้านระยะยาวอยู่ได้นาน ๆ อาจจะไม่เหมาะกับบ้านประเภทนี้ หรืออาจจะใช้บ้านสำเร็จรูปแบบสั่งประกอบที่มีการวางระบบรากฐานแทน

. . . . . . . . . . . .

แนะนำ 5 แบบบ้านน็อคดาวน์ ดีไซน์สวยงาม ทันสมัย น่าอยู่

1. Happy Warehouse MS07 ขนาด 20 ตารางเมตร แบบมีห้องน้ำ

02

ขอบคุณภาพจาก : www.happy-warehouse.com

          แบบโครงสร้างบ้านน็อคดาวน์ Happy Warehouse MS07 สไตล์โมเดิร์น โครงสร้างทำด้วยเหล็กกัลวาไนซ์ปลอดสนิม ทั้งหลังสวยงามทันสมัย ขนาด 20 ตารางเมตร 5.46 x 3.64 x 2.87 เมตร ห้องน้ำภายนอกขนาด 1.6 x 1.6 เมตร บันไดวนใช้ไม้เทียม ระเบียงชั้นสองไม้เทียมพื้นที่ 12 ตารางเมตร และระเบียงหน้าบ้านกว้างขวางขนาด 10 ตารางเมตร ใช้ผนังและหลังคา EPS Isowall ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ปูพื้นสวยงามด้วยกระเบื้องยางลายไม้ มาพร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน ทั้งระบบไฟฟ้า ประปาภายในบ้าน ออกแบบโดยวิศวกรที่มีคุณภาพมาตรฐาน รับประกันโครงสร้าง 5 ปี รับประกันการรั่วซึม 1 ปี ราคา 410,000 บาท

2. บ้านโมบาย PAFA ND34 ขนาด 42 ตารางเมตร

02

ขอบคุณภาพจาก : www.บ้านโมบาย.com

          สำหรับบ้านน็อคดาวน์ บ้านโมบาย PAFA ND34 สไตล์โมเดิร์น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับเเขก 1 ห้องครัว ขนาด 6 x 7 เมตร พร้อมระเบียงหน้ากว้าง 1.5 x 3 เมตร โครงสร้างเหล็ก สร้างด้วยเหล็กกล่องขนาด 5 x 5 นิ้ว วัสดุคุณภาพผนังบ้านด้านนอก ไม้ฝาเฌอร่าหนา 10 มิลลิเมตร ผนังด้านในเป็นสมาร์ทบอร์ด ขนาด 6 มิลลิเมตร หลังคากระเบื้องไตรลอน สะท้อนพลังงานความร้อนได้สูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พื้นเฌอร่า หนา 25 มิลลิเมตร ฝ้าแผ่นยิปซั่มฉาบเรียบ ห้องน้ำพร้อมสุขภัณฑ์ครบครัน ชักโครก อ่างล้างหน้า พัดลมดูดอากาศ หน้าต่างบานกระทุ้ง ปูกระเบื้องเต็มผนัง รับประกันการรั่วซึมหลังคาห้องน้ำ 1 ปี รับประกันโครงสร้าง 10 ปี ราคา 510,000 บาท

3. Dreammer V1

01

ขอบคุณภาพจาก : บ้านน็อคดาวน์.name

          บ้านสไตล์โมเดิร์น Dreammer V1 คลาสสิก 2 ชั้น โดยบริษัท ณฐคุณ คอนสตรัคชัน ที่สร้างบ้านสำเร็จรูป ที่พักอาศัย ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง Dreammer V1 เป็นบ้านขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องใต้หลังคา 1 ห้องครัว 2 ระเบียง ตัวบ้านขนาด 6 x 4 เมตร ระเบียงชั้นบนหน้ากว้าง 1.5 x 2 เมตร ดีไซน์บ้านน็อคดาวน์ทันสมัยสวยงาม เป็นบ้านแบบประหยัดพลังงาน ตกแต่งด้านหน้าด้วยกระจกบานใหญ่ สูงตลอด 2 ชั้น พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน เครื่องปรับอากาศขนาด 9000 BTU 1 เครื่อง สุขภัณฑ์แบรนด์ American Standard ระบบฐานรากและบ่อปฏิกูล และติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา ราคา 519,000 บาท

4. ECO-HOUSES รุ่น Modern Bed ขนาด 12 ตารางเมตร

01

ขอบคุณภาพจาก : www.banidea.com

          บ้านสไตล์โมเดิร์น ECO-HOUSES รุ่น Modern Bed โครงสร้าง Galvanized Steel หลังคายางมะตอย 2 ชั้น ให้ความยืดหยุ่นสูง สะท้อนความร้อนได้เป็นอย่างดี ฝ้าเพดานเป็น Aluminum PU Foam insulation panel ผนังภายนอก อะลูมิเนียมกรุ PU Foam ปูนเปลือยขัดมัน กันน้ำ กันร้อน กันกัดกร่อน และกันปลวกได้เป็นอย่างดี ผนังภายในใช้ Smart Board ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประตู UPVC แบบโปร่งแสง ช่วยประหยัดพลังงาน มาพร้อมกระจกตัดแสง Tinted Glass หนา 6 มิลลิเมตร ไฟภายนอกภายในเป็น LED ประหยัดไฟ ECO-HOUSES รุ่น Modern Bed พื้นบ้านเป็น Cement Board ปูทับด้วยแผ่นซิลิก้า ผสมพลาสติก SPC Laminate กันปลวก กันน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ทนต่อการขูดขีด ทนไฟ พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้อง ราคา 189,000 บาท

5. Wachira รุ่น 5-023 ทรงจั่วมุกซ้อน สีเขียว

03

ขอบคุณภาพจาก : www.knockdown-wachira.com

          สำหรับบ้านน็อคดาวน์ Wachira รุ่น 5-023 2 ชั้นทรงจั่ว 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว และ 1 ระเบียงบ้าน และชานพัก โครงสร้างบ้านใช้เหล็กกล่องคุณภาพดี เสาบ้านขนาด 5 นิ้ว หลังคากระเบื้องไตรลอนสะท้อนความร้อน ผนังด้านนอกใช้ไม้เฌอร่าหน้า 6 ผนังด้านในใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ดขนาด 8 มิลลิเมตร ฝ้าเพดานเป็นฝ้าแขวนแบบทีบาร์ ลวดลายสวยงาม (สามารถเลือกใช้เป็นฝ้าฉาบเรียบได้) ปูพื้นบ้านด้วยกระเบื้องทั้งหลัง มาพร้อมสุขภัณฑ์ และสาธารณูปโภคครบครัน ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และบ่อเกรอะ ตัวบ้านยกสูง 2.5 เมตร หากต้องการยกสูงเพิ่ม คิดราคาเพิ่มเมตรละ 10,000 บาท ระยะเวลาติดตั้งประมาณ 15-30 วัน ราคา 1,300,000 บาท

. . . . . . . . . . .

เคล็ดลับการดูแลบ้านน็อคดาวน์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

          บ้านหรือที่พักอาศัยนั้น การใส่ใจดูแลรายละเอียดต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางปัญหาหากเราปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะแก้ไขได้ยาก วันนี้เรานำขั้นตอนการดูบ้านน็อคดาวน์ขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บ้านที่เรารักมีอายุยืนยาว

          หมั่นคอยตรวจสอบรอยรั่วซึมของหลังคาว่ามีน้ำไหลลงมาบ้างหรือไม่ สังเกตได้ง่าย ๆ หากมีร่องรอยน้ำไหลหรือน้ำซึม จะมีคราบน้ำหยด หรือรอยตะไคร่เขียวบนเพดาน หากพบรอยแยกแตกต้องรีบซ่อมแซมทันที

          หมั่นคอยตรวจสอบรอยร้าวของผนังบ้าน โครงสร้างของบ้านสำเร็จรูปจะแตกต่างจากบ้านทั่วไป คือมีความทนทานน้อยกว่า การดูแลต้องเป็นพิเศษมากกว่า หากพบผนังมีรอยปริร้าว ให้รีบแก้ไขทันที 

หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งระบบไฟ ระบบน้ำ ระบบท่อระบาย สีสันของเส้นสายไฟ หากเกิดชำรุดเสียหายรีบซ่อมแซมทันที 

          หมั่นคอยตรวจตราบริเวณพื้นที่ภายนอก รอบ ๆ บ้าน ว่ามีดินยุบตัวบ้างหรือไม่ เพราะน้ำหนักของบ้านอาจจะมากเกินไป ส่งผลให้เกิดรอยยุบได้ 

          ควรตรวจสอบวัสดุต่าง ๆ ครั้งใหญ่ทุก ๆ 3-5 ปี เพื่อช่วยให้วัสดุมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เช่น การทาสีใหม่ การบุผนัง ซ่อมวัสดุที่ทรุดโทรม นอกจากช่วยยืดอายุบ้านแล้ว ยังจะทำให้บ้านดูสดใสใหม่ตลอดเวลา 

. . . . . . . . . . .

          หลายคนที่กำลังมองหาบ้านน็อคดาวน์ สวย ๆ เพื่อใช้ทำบ้านพักอาศัย ทำร้านค้า ทำออฟฟิศ หรือทำรีสอร์ต ก็เพราะมองเห็นความโดดเด่น สวยงาม ดีไซน์ทันสมัย ที่สำคัญเลยคือประหยัดงบประมาณและรวดเร็วทันใจนั่นเอง ปัญหาจากการสร้างบ้านแบบเดิมที่ต้องเขียนแบบ จ้างช่าง หาคนงาน หาผู้รับเหมา กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว ไหนจะต้องเจอกับปัญหาการก่อสร้างและงบประมาณที่บานปลายได้มาก ๆ อีก บ้านสำเร็จรูปจึงถือได้ว่าเข้ามาตอบโจทย์ในยุคปัจจุบันได้ดีมากจริง ๆ และบ้านน็อคดาวน์ในยุคนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะมีการใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานใกล้เคียงกับการสร้างบ้านทั่วไปมากขึ้น รวมถึงโครงสร้างแบบใหม่ ๆ ที่รองรับน้ำหนักได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน หากเป็นบ้านสำเร็จรูปสมัยก่อนอาจจะลังเลในการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากกังวลเรื่องความแข็งแรงทนทาน หรือกลัวจะใช้งานได้ไมยาวนาน แต่ปัจจุบันนี้บอกเลยว่าแต่ละหลังนั้นทนทานถึง 20-30 ปีก็มี แถมยังมีการใช้เสาเข็มเหมือนกับการสร้างบ้านโดยทั่วไปแล้วด้วย เพื่อรากฐานที่มีความแน่นหนาและอายุการใช้งานที่ยาวนาน บอกเลยว่าคุ้มค่าน่าใช้งานมาก ๆ เป็นทางเลือกที่ดีมากจริง ๆ ส่วนใครกำลังชั่งใจอยู่ เราก็ขอแนะนำให้อ่านบทความของเราอีกรอบเพื่อการตัดสินใจจะได้ง่ายขึ้นกับ บ้านน็อคดาวน์บ้านสำเร็จรูปสมัยใหม่ สวยงาม ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ