logo

          เรื่อง ประกันสังคมมาตรา 33 เชื่อได้เลยว่าต้องเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างแล้วตามสื่อโดยเฉพาะสำหรับพนักงานประจำต้องรู้จักประกันลักษณะนี้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจ ประกันสังคมให้ประโยชน์อะไรบ้าง ? มีเงื่อนไขตลอดจนกฎเกณฑ์ข้อบังคับเป็นอย่างไร ? รวมถึงสิทธิที่พึงจะได้รับจากประกันรูปแบบนี้ ในบทความได้เรียบเรียงข้อมูลที่เป็นประโยชน์เอาไว้แล้ว ใครสนใจอยากจะรู้ประกันสังคมมาตรานี้เป็นอย่างไร ? บทความมีคำตอบค่ะ

. . . . . . . . .

ประกันสังคมมาตรา 33 ครอบคลุมอุ่นใจ ประกันไว้ ชีวิตดี

1.ประกันสังคมมาตรา 33 มีรายละเอียดอย่างไร ? ใครบ้างที่เข้าเงื่อนไขและมีสิทธิ?

          ซึ่ง ประกันสังคมมาตรา 33 รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นให้ดูจากใครกันที่ถูกจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มนี้โดยทางภาครัฐได้จำแนกผู้ที่เข้าข่ายเอาไว้แล้วดังต่อไปนี้

  • พนักงานบริษัทเอกชนทั่ว ๆ ไปซึ่งสถานประกอบการแห่งนั้นต้องมีการว่าจ้างพนักงานเป็นจำนวนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
  • อายุในการเข้าไปทำงานเป็นพนักงาน ขั้นต่ำต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปแต่ไม่เกินอายุ 60 ปี

ในส่วนของรายละเอียดนั้น ผู้ทำประกันในมาตรานี้ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนคิดเป็นสัดส่วนดังนี้

  • ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% + รัฐบาล 2.75% ของฐานเงินค่าจ้าง โดยมีฐานเงินค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 1,650 บาท ไปจนถึงไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน (ในกรณีหักจ่ายปกติ)

ในส่วนของสิทธิการคุ้มครอง ประกันสังคมมาตรา 33 เงินเยียวยา สิ่งที่ผู้ใช้สิทธิ์จะได้รับมีดังต่อไปนี้

  • ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยขึ้นมา
  • หากเกิดอุบัติเหตุและหรือถึงขั้นทุพพลภาพและเสียชีวิต จะได้รับสิทธิการประกันตน
  • พนักงานผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์และได้ให้กำเนิดบุตรขึ้นมาระหว่างยังเป็นพนักงานในองค์กรนั้น จะได้รับสิทธิในความคุ้มครองเช่นเดียวกัน
  • ในกรณีว่างงาน ผู้ประกันตนย่อมสามารถใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ได้
  • กรณีชราภาพก็เป็นอีก 1 สิทธิที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถขอเข้ารับเงิน ประกันสังคมมาตรา 33 เงินเยียวยา
  • การสงเคราะห์บุตร ก็เป็นอีก 1 เคสที่ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธินี้เหมือนเคสอื่น ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

 

2.เงื่อนไขและยอดเงินเยียวยาตามประกันสังคมมาตรา 33

            สำหรับเรื่อง ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายเท่าไหร่ ? คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนก็คงอยากรู้โดยทางสำนักงานประกันตนได้กำหนดเงื่อนไขดังต่อไปค่ะ

เงื่อนไข

  • เป็นคนไทย
  • มีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท
  • เป็นผู้ประกันตนใน ประกันสังคมมาตรา 33 ได้ทั้งคนไทยและต่างด้าวที่สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมเอาไว้แล้ว
  • กรณีเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานอีกทั้งมีบัตรประจำตัวที่ทางกรมการปกครองออกให้หรือมีใบสำคัญประจำตัวต่างด้าว

ในส่วนของยอดเงิน ประกันสังคมมาตรา 33 รายละเอียมีดังนี้

2.1 การเจ็บป่วยปกติ

          สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมสิทธิหรือในเครือได้ฟรีทั้งในส่วนของผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในรวมทั้งค่าตรวจสุขภาพและฟื้นฟู

          กรณีให้พักรักษาตัว ขอรับเงินทดแทนได้ถึง 50% ของรายได้ในช่วงพักฟื้นแต่ไม่เกิน 90 วันต่อครั้งและไม่เกิน 180 วันต่อ 1 ปี ยกเว้นป่วยเรื้อรังอันได้แก่ โรคมะเร็ง ไตวายเรื้อรัง โรคเอดส์ อาการบาดเจ็บทางสมอง กระดูกหักและมีภาวะแทรกซ้อน เป็นต้น จะได้รับเงินทดแทนรายได้ไม่เกิน 365 วัน

2.2 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินแล้วไปรักษาโรงพยาบาลอื่นที่ไม่อยู่ในสิทธิ

          มีเงื่อนไขที่ว่าผู้ประกันตนต้องเข้าไปรักษาภายใน 72 ชั่วโมงโดยให้สำรองจ่ายไปก่อนแล้วค่อยทำเรื่องเบิกคืนที่สำนักงานประกันสังคมภายหลังในอัตราดังต่อไปนี้

2.2.1 สถานพยาบาลของรัฐ

แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยนอก สามารถทำเรื่องใช้สิทธิเบิกได้ตามจำนวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,000 บาท
  • ผู้ป่วยใน สามารถเบิกได้เท่าที่จ่ายจริงภายใน 72 ชั่วโมงแรก ยกเว้น ค่าห้องและอาหารเบิกได้เท่าที่จ่ายจริงโดยมีเงื่อนไขที่ว่า เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท

 

2.2.2 สถานพยาบาลเอกชน

  • ผู้ป่วยนอก สามารถทำเรื่องใช้สิทธิในการเบิกเงินโดยใช้เงื่อนไขเดียวกับโรงพยาบาลของรัฐดังที่กล่าวไปแล้วในหัวข้อ 2.2.1
  • ผู้ป่วยใน ในส่วนของการใช้สิทธิ มีเงื่อนไขเดียวกับผู้ป่วยนอก ทว่าเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้นั่นก็คือ กรณีไม่ได้รักษาในห้อง ICU ค่ารักษาพยาบาลไม่เกินวันละ 2,000 บาท ในทางกลับกันกรณีรักษาในห้อง ICU รวมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาลแล้วต้องไม่เกินวันละ 4,500 บาท มาถึงในส่วนของค่าห้องและค่าอาหารรวมกันแล้วต้องไม่เกินวันละ 700 บาท และเมื่อมีความจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ ผู้ประกันตนสามารถเบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000-16,000 บาท ตามระยะเวลาการผ่าตัด

          เงื่อนไขอื่น ๆ เห็นจะเป็นการฟื้นคืนชีพรวมค่ายาและอุปกรณ์ตามจริงไม่เกิน 4,000 บาท ค่าห้องปฏิบัติการ เอกซเรย์ตามจริงไม่เกินรายละ 1,000 บาทและหากมีความจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยพิเศษ เช่น การส่องกล้อง การตรวจด้วย CT Scan การตรวจด้วยการฉีดสี และอื่น ๆ ให้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดและสุดท้ายที่ลืมกล่าวไปไมได้เลยนั่นก็คือ ค่าพาหนะรับส่งผู้ประกันตนระหว่างสถานพยาบาล สิทธิในการเบิกเงิน ประกันสังคมมาตรา 33 ตามหลักเกณฑ์และอัตราของประกาศ

 

2.2.3 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต

ผู้ใช้สิทธิ ประกันสังคมมาตรา 33 สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้โดยมี 6 อาการเข้าข่ายดังนี้

  • ไม่หายใจ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง มีเสียงดังเวลาหายใจ
  • ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น มีอาการชักร่วม
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วนหรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง รวมถึง อาการอื่น ๆ ที่มีผลต่อระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อันตรายต่อชีวิต

เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้ สามารถไปรักษาฟรีไม่ต้องสำรองจ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก ได้สิทธิทั้งโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

2.2.4 กรณีทุพพลภาพ

          เงื่อนไข ผู้ใช้สิทธิ ประกันสังคมมาตรา 33 ต้องส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนโดยมีสิ่งที่จะได้มีดังนี้

  • เงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยทุกเดือนตลอดชีวิตแต่ต้องทุพพลภาพขั้นรุนแรง แต่ถ้าไม่ถึงขั้นนั้น ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลาไม่เกิน 15 ปี
  • ค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอก จ่ายค่ารักษาเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น สำหรับผู้ป่วยใน เข้ารับบริการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยทางสถานพยาบาลจะเป็นผู้ยื่นเรื่องกับทางประกันสังคมเอง
  • กรณีรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ผู้ป่วยนอก จ่ายไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ผู้ป่วยใน จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ค่ารถรับส่งผู้ทุพพลภาพกรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ เหมาจ่ายไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน และหากมีการใส่อุปกรณ์หรือขาเทียมจะมีค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อีกทั้ง สำหรับผู้ที่พิการตลอดชีวิตให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการในอัตราไม่เกินคันละ 150,000 บาท
  • ผู้ทุพพลภาพสามารถเข้ารับการฟื้นฟูในศูนย์สมรรถภาพคนงานของสำนักงานประกันสังคมโดยมีค่าฟื้นฟูไม่เกิน 40,000 บาท
  • ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ
  • กรณีเสียชีวิต ผู้จัดการศพได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต หากจ่ายสมทบมาแล้ว 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ถึง 4 เท่าของเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย

 

2.2.5 กรณีเสียชีวิตซึ่งไม่เกิดจากการทำงาน

  • ผู้ทำ ประกันสังคมมาตรา 33 จะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท โดยจ่ายให้กับผู้จัดการศพ
  • เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 120 เดือนให้จ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน
  • หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน ให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทนได้ภายใน 2 ปี
  • ทายาทสามารถรับคืนเงินกรณีชราภาพได้ภายใน 2 ปี นับแต่ตาย

 

2.2.6 กรณีคลอดบุตร

  • ผู้ที่ทำ ประกันสังคมมาตรา 33 ต้องส่งเงินสมทบครบ 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอดโดยจะได้รับเงินเหมาจ่ายค่าคลอด 15,000 บาท ต่อการคลอดบุตร 1 ครั้งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป
  • ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ได้ค่าตรวจและรับฝากครรภ์เพิ่มอีก 1,500 บาท โดยจ่ายตามอายุครรภ์เป็นครั้ง ๆ ไป
  • เงินสงเคราะห์กรณีลาคลอด ผู้ประกันตนได้รับเงินสงเคราะห์เพื่อการคลอดร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วันโดยใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

 

2.2.7 ผู้ประกันตนชายสามารถใช้สิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ได้หากมีภรรยาที่กำลังคลอดบุตร 

          สามารถทำเรื่องรับเงินค่าคลอดแบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง

2.2.8 กรณีสงเคราะห์บุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท/เดือน/คน ครั้งละไม่เกิน 3 คน

2.2.9 กรณีชราภาพ

แบ่งเป็น 2 ประเภท

  • บำเหน็จชราภาพ จ่ายเงินเกินเพียงครั้งเดียวหากส่งเงินสมทบตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  • บำนาญชราภาพ จะจ่ายเงินเป็นรายเดือนตลอดชีวิตสำหรับผู้ที่ใช้สิทธิ

 

2.2.10 กรณีว่างงาน

  • ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่ว่างงาน
  • กรณีถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนรายได้ 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
  • กรณีผู้ทำ ประกันสังคมมาตรา 33 ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างการว่างงาน 30% ของค่าจ้างครั้งละไม่เกิน 90 วัน
  • กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัยใด ๆ เช่น เกิดไฟไหม้ น้ำท่วม และอื่น ๆ ที่เกิดจากธรรมชาติทำให้เกิดผลกระทบต่อสาธารณชนและทำให้ผู้ใช้สิทธิ ประกันสังคมมาตรา 33 ไม่สามารถทำงานได้หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ เช่น การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ผู้ประกันตนสามารถทำเรื่องรับสิทธิในส่วนนี้ได้โดยมีเงื่อนไขการใช้สิทธิดังต่อไปนี้ ไม่ได้ทำงานหรือประกอบกิจการในช่วงกักตัว 14 วัน หรือเฝ้าระวังการระบาดของโรคหรือมีคำสั่งจากราชการให้ปิดดำเนินการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาด ในส่วนของสิทธิที่จะได้ ผู้ประกันตนสามารถรับสิทธิเงินชดเชยกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้างรายวันโดยได้รับในช่วงกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรคหรือมีคำสั่งปิดสถานที่แล้วแต่กรณีแต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน

3.ข้อแนะนำและขั้นตอนในการเคลมสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 และการเอาประโยชน์ตามสิทธิที่ควรได้

          ในส่วนของวงเงินโครงการ ม33 เรารักกันอยู่ที่ 37,100 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 33 จำนวนทั้งสิ้น 9,2700,000 คนจากทั่วประเทศโดยมีระยะเวลาการใช้จ่ายเงินเหมือนโครงการเราชนะนั่นก็คือ 22 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ดังนั้น เมื่อได้เงินมาแล้ว ผู้ประกันตนควรกลับไปวางแผนการใช้เงินกันนะคะว่าจะใช้เพื่อการใดบ้าง ?

ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อเอาประโยชน์ตามสิทธิที่จะได้มีดังต่อไปนี้สำหรับผู้ประกันตน

3.1 ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถไปที่เว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com 

3.2 จากนั้นคลิกที่ปุ่มลงทะเบียน อ่านรายละเอียดและทำความเข้าใจ กดยืนยัน

3.3 กรอกข้อมูลให้ครบ จากนั้นกดปุ่มลงทะเบียน

3.4 เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่งรหัส OTP มาให้ทางโทรศัพท์ ให้ไปตรวจสอบที่กล่องข้อความที่อยู่ในโทรศัพท์ นำรหัส OTP ดังกล่าวไปใส่ จากนั้นกดปุ่มยืนยัน

3.5 หลังจากยืนยัน OTP แล้ว ระบบจะแจ้งกลับมาว่าลงทะเบียนสำเร็จ หลังจากนั้น รอตรวจสอบผลการสมัครวันที่ 15 มีนาคม 2564 ผ่านเว็บ www.ม33เรารักกัน.com

. . . . . . . . . .

สำหรับรายละเอียดที่ควรจะรู้ จะขอสรุปขั้นตอนดังนี้

  • วันที่ 21 ก.พ ถึง 7 มี.ค สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ไม่จำกัดจำนวน
  • วันที่ 8-14 มี.ค ธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลและปะมวลผลคัดกรอง
  • วันที่ 15-21 มี.ค ตรวจสอบว่าได้รับสิทธิหรือไม่ผ่านเว็บไซต์ จากนั้นกดการใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านแอพเป๋าตังและโครงการเราชนะ
  • วันที่ 15-28 มี.ค หากไม่ได้รับสิทธิตามโครงการ สามารถขอทบทวนสิทธิผ่านเว็บไซต์ ธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลกันอีกครั้ง รวมถึงคัดกรองบุคคลที่เข้าข่ายตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค ถึง 4 เม.ย 2564
  • วันที่ 22,29 มีนาคม และ 5,12 เมษายน จะได้สิทธิวงเงินผ่าน App เป๋าตัง ครั้งละ 1,000 บาท ทุกวันจันทร์ รวมเป็น 4,000 บาท

. . . . . . . . . .

ในส่วนของประโยชน์ที่จะได้รับ ขอรวบรวมไว้ดังนี้

          ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม-31 พฤษภาคม 2564 ผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 33 สามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้า ผู้ให้บริการในร้านธงฟ้าที่ใช้ App เป๋าตังหรือภายใต้โครงการ คนละครึ่งและโครงการเราชนะ

          ในส่วนของช่องทางการติดต่อต่างๆ ผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 33 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงข้อเสนอแนะโครงการสายด่วน 1506 รวมถึงวิธีการลงทะเบียนและการเข้าใช้งานแอพผ่านเป๋าตังมาที่เบอร์โทร 02 111 1122

. . . . . . . . . .

          เรื่อง ประกันสังคมมาตรา 33 เป็นอีกหนึ่งบริการจากภาครัฐที่มีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย ๆ เลยสำหรับคนทำงานประจำโดยดูจากสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหากจ่ายเงินสมทบตามเกณฑ์ที่กำหนดไม่ว่าจะเป็นการคลอดบุตร อุบัติเหตุที่ไม่สามารถคาดเดาได้ทว่าส่งผลต่อการปฏิบัติงานจนทำให้ขาดรายได้ซึ่งถ้าเราทำตามกฎ เราจะได้รับเงินเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคมจนไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือมีเหตุให้เกิดอาการทุพพลภาพ บาดเจ็บจนถึงแก่ความตายก็สามารถเรียกร้องสิทธิในส่วนนี้ได้ ดังนั้น ควรทำตามกฎที่ทางสำนักงานกำหนดไว้ทั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเราเอง ทำแล้วอุ่นใจ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกันอีกต่อไปค่ะ