logo

           คำถามที่คาใจคนไทยกับสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว ที่เรียกว่า “ฟุตบาท” หรือทางเท้าสำหรับคนเดินนี่แหละ ทำไมหนอทางเดินเท้าของต่างประเทศถึงไม่มีหลุม รกรุงรัง แถมน่าเดินอีกต่างหาก หันกลับมาดูของบ้านเราสิ เอาแต่พัง ซ่อมแล้วก็พังวนลูปอยู่เหมือนเดิม บางที่ไม่ได้แต่พัง หาบเร่แผงลอยก็ถือโอกาสใช้พื้นที่ทางเดินเท้าขายของ บางทีก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ฟุตบาททางเดินดี ๆ ตามมาตรฐานหน้าตาเป็นอย่างไร และแท้ที่จริงสาเหตุที่ทำให้การเดินเท้าในบ้านเรามันช่างลำบากยากเข็ญมันคืออะไรกันแน่ ลองมาหาคำตอบกันในบทความนี้จ้า

. . . . . . . . . .

ฟุตบาทตามมาตรฐานทั่วไปเป็นอย่างไร?

ฟุตบาทตามมาตรฐานทั่วไปเป็นอย่างไร

          ก็มันคาใจข้างในลึก ๆ ว่าทางเท้าหรือฟุตบาทเนี่ย ตามมาตรฐานสากลหรือตามกฎหมายของไทยมันเป็นอย่างไร จึงขออนุญาตหยิบยกข้อมูลมาตรฐานถนน ทางเดินและทางเท้า ​โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย อธิบายไว้ว่า ตามมาตรฐานงานทางเดินและทางเท้า หรือฟุตบาท จะต้องก่อสร้างทางเท้าด้วยวัสดุที่มีคุณภาพตามที่กำหนด โดยมาตรฐานการออกแบบถนนเขตเมือง คือ

          มีการควบคุมการเชื่อมทางเข้า - ออกกับถนนเขตเมือง สามารถรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 21 ตัน และติดตั้งระบบควบคมการจราจรและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนน อีกทั้งออกแบบและจัดทำทางระบายน้ำสองข้างถนน ส่วนทางแยกหัวมมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนนให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า 5.00 เมตร ช่องลอดของถนนต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า 5.00 เมตร

         สำหรับความกว้างผิวจราจรของสะพานต้องไม่น้อยกว่าความกว้างของผอวจราจรที่ออกแบบโดยจะต้องมีไหล่ทางหรือทางเดินและทางเท้าประกอบด้วย โดยการยกระดับของถนนบนทางโค้ง (Super Elevation) จะต้องไม่เกิน 0.10 เมตร / เมตร กรณีถนนที่มีการตัดกันหากมีความจำเป็นต้องก่อส่รางทางต่างระดับต้องศึกษาถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมและผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อหาความเหมาะสมของโครงการก่อนการก่อสร้าง และการออกแบบด้านวิศวกรรมการทางโดยต้องคำนึงถึงลักษณะภูมิประเทศและความลาดชันของถนน

       การออกแบบถนนในเขตเมืองโดยเฉพาะความกว้างทางเท้าหรือไหล่ทาง หรือฟุตบาท จะแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ทาง คือชั้นที่ 1 แอสฟัลต์คอนกรีตหรือ คอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่น้อยกว่า 3 เมตร, ชั้นที่ 2 แอสฟัลต์คอนกรีตหรือคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่น้อยกว่า 2 เมตร, ชั้นที่ 3 ลูกรัง หรือวัสดุอื่นที่ดีกว่า ไม่น้อยกว่า 1.50 เมตรและ ชั้นที่ 4 ลูกรัง หรือวัสดุอื่นที่ดีกว่าไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร แต่สามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่แต่ไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร หรือเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันอุบัติภัยทางถนนกำหนด

มาตรฐานของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างทางเดินและทางเท้าหรือฟุตบาทนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1.กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น (Concrete Flooring Tiles)

          ก็คือกระเบื้องที่ทำด้วยคอนกรีตอัดเป็น ผิวหน้าเรียบ ความหนาต้องเท่ากันโดยตลอด และกระเบื้องที่มีผิวหน้าเป็นลอน ความหนาของลอนแต่ละลอนต้องเท่ากัน ไม่ ร้าว สีของชั้นผิวหน้าต้องสม่ำเสมอและไม่ละลายน้ำ มีความต้านทานแรงดัดตามขวางของกระเบื้องแต่ละแผ่นต้องไม่น้อยกว่า 2.5 เมกะพาสคัลและค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่า 3 เมกะพาสคัล และการดูดซึมน้ำของกระเบื้องแต่ละหน้าแผ่นต้องไม่เกินร้อยละ 10

2.คอนกรีตบล็อกประสานปูพื้น (Interlock Concrete Paving Block)

          ก็คือก้อนหรือแผ่นคอนกรีตตันที่สามารถนำมาเรียงประสานกันได้อย่างต่อเนื่อง มีเนื้อแน่น ไม่ร้าวและสีของชั้นผิวหน้าต้องสม่ำเสมอ มีความได้ฉาก ความหนาไม่เกิน 80 มิลลิเมตร จะมีความเบี่ยงเบนของความได้ฉากไม่เกิน 2 มิลลิเมตร ถ้าความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะมีความเบี่ยงเบนของความได้ฉากได้ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ความต้านแรงอัดของบล็อกแต่ละก้อนหรือแผ่น ต้องไม่น้อยกว่า 35 เมกะพาสคัลและค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่า 40 เมกะพาสคัล

3.กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น (Cement Mortar Flooring Tiles)

         คือกระเบื้องที่ส่วนใหญ่ทำด้วยปูนซีเมนต์ผสมกับมวลผสมละเอียดและน้ำอัดเป็นแผ่น ต้องไม่ร้าวหรือบิ่น มีความได้ฉาก ความต้านทานแรงดัดขวางในสภาพเปียกต้องไม่น้อยกว่า 3 เมกะพาสคัล และในสภาพแห้งต้องไม่น้อยกว่า 5 เมกะพาสคัล การดูดซึมน้ำของกระเบื้องแต่ละแผ่นต้องไม่เกินร้อยละ 10 ความทนการขัดสีเมื่อทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระเบื้องดินเผาโมเสก มอก. 38 แล้ว น้ำหนักของกระเบื้องที่หายไปต้องไม่เกิน 0.1 กรัม

ปัญหาฟุตบาทของไทยเป็นอย่างไร?

ปัญหาฟุตบาทของไทย

          ประเด็นปัญหาเรื่องฟุตบาทข้างถนนของไทยถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ในวงสนทนาประสาเพื่อนลามไปจนถึงโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯเมืองหลวงที่ถูกคาดหวังในเรื่องความสะดวกสบาย แต่ดูเหมือนว่าประเด็นฟุตบาททางเดินเท้าในเมืองหลวงกลับเต็มไปด้วยปัญหามากมาย โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ว่าจะเป็น 

การใช้ฟุตบาทไม่ตรงวัตถุประสงค์

          ด้วยสภาพดินของกรุงเทพมหานคร เป็นดินเหนียวอ่อนทำให้เกิดการทรุดตัวได้ง่าย เวลาที่มีการซ่อมแซมพัฒนาระบบไฟฟ้า ประปา ป้ายบอกเส้นทาง หลังจากขุดเจาะเปิดพื้นที่ทั้งบนดินและใต้ดินแล้วทำการซ่อมคืน ก็มักทำแบบไม่สมบูรณ์ รวมถึงการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งพบได้มากกว่า 80% เลยทีเดียว และบ้านเมืองเราก็ยังปล่อยให้มีการค้าขายได้บนทางเท้าอยู่ มีการเทน้ำ ทิ้งเศษขยะลงบนทางเท้าจน ทำให้คราบน้ำต่าง ๆ ซึมเข้าไปลงในดิน พอนานเข้าก็กลายเป็นปัญหาดินทรุดตัวตามมา นี่ก็รวมไปถึงพวกที่ชอบขับและจอดจักรยานยนต์บนทางเท้า อันนี้ก็มีผลให้ทรุดโทรมเร็วกว่ากำหนดเหมือนกัน

ขาดความใส่ใจทั้งการวางแผนและพัฒนา

          หากมองจากสภาพความเป็นจริงสำหรับการออกแบบกการก่อสร้างถนน ทางเท้า และทางเดินอาจมองแค่เรื่องการเดินเท้าไม่ได้อีกแล้ว จริง ๆ ต้องมองไปถึงเรื่องการใช้สอยที่ดินของประชาชนรอบข้างด้วย ที่ผ่านมาการก่อสร้างไม่ได้เตรียมแผนนี้ไว้ มีประชาชนที่ต้องการค้าขายริมทางจำนวนมากเพราะต้นทุนถูกกว่า การไปตั้งร้านหรือเช่าร้านขายที่อื่น จนนำไปสู่ปัญหาตามมา โดยเฉพาะการทรุดโทรมของพื้นที่นั่นเองจ้า

การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน

         แม้สาเหตุของความทรุดโทรมกว่า 80% เกิดจากการใช้งานผิดประเภท แต่ในความเป็นจริงแล้วยังเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานที่ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่มากกว่าเรื่องการใช้งานผิดประเภทเสียด้วยซ้ำ ซึ่งงานบาทวิถีของภาครัฐมีค่าแรงค่อนข้างถูก ผู้รับเหมาหลายรายเลือกใช้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน มีขั้นตอนปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน สาเหตุเหล่านี้ยิ่งทำให้ปัญหาฟุตบาทข้างถนนหรือทางเดินบ้านเราลุกลามไปเรื่อย ๆ

ฟุตบาทที่ดีควรเป็นอย่างไร?

ฟุตบาทที่ดีควรเป็นอย่างไร

         ทางเท้าที่ดีควรมีทางข้ามบนพื้นราบที่สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่าย คือ ทางม้าลาย เราต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ถ้าถามว่าเป็นปัญหาสำหรับคนเดินเท้าอย่างไร? คนเดินเท้ามีหลายประเภท คนเดินเท้าที่ใช้รถเข็นก็มี คนเดินเท้าที่ถือกระเป๋าลากก็มี คนเดินเท้าที่จูงลูกก็มี ดังนั้นต้องมี Infrastructure สำหรับคนเดินเท้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ทางลาดที่ได้มาตรฐาน มีความลาดเอียงที่ได้มาตรฐาน ทางเดินสำหรับคนตาบอด อาจจะปูเฉพาะวอร์นนิ่งบล็อก (Warning block) ก็ได้ เพราะจริง ๆ คนตาบอดต้องการแค่ทางเท้าที่เรียบและกว้าง 

         เคยได้ยินว่า เมืองที่น่าอยู่ในโลกใบนี้จะต้องเป็นเมืองที่สามารถเดินได้และเดินดี หมายความว่า ผู้คนสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ เนื่องจากมีการออกแบบเมืองที่มีความกระชับ ผสมผสาน การใช้ประโยชน์ที่ดี จุดหมายปลายทางที่เราใช้ชีวิต ไม่ได้ว่าจะเป็น ที่ทำงาน เรียน กิน จับจ่าย หรือบริการ สาธารณะเช่น ขนส่งมวลชน สวนสาธารณะ อยู่ในระยะเดินถึงและเชื่อมต่อด้วยทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพนั่นเอง

        และหากถามว่าในบ้านเรายังมีอยู่มั้ยสำหรับทางเดินเท้าที่ดี ที่น่าเดิน และปลอดภัย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ต้องบอกว่าก็ยังมีอยู่นะ ส่วนใหญ่จะอยู่ตามหน้าห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อย่างเช่น ทางเท้าบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล ออกแบบก่อสร้างและดูแลโดยห้างฯ เอง เขาทำทางเดินเท้าได้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบ แถมยังร่มรื่นด้วยต้นไม้ ดูสะอาดตามาก ๆ เวลาเดินก็ดูปลอดภัยสำหรับประชาชนเดินเท้า รวมถึงคนพิการอีกด้วย หรือจะเป็นตรงหน้าโครงการเกสร วิลเลจ ย่านถนนเพลินจิต ปูทางเดินได้สะอาดสะอ้าน แข็งแรง เดินสวนทางได้สบายเลยทรเดียว ยิ่งเห็นตัวอย่างฟุตบาทข้างถนนดี ๆ แบบนี้ จนมีหลาย ๆ เสียงออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเพราะเหตุใด ฟุตบาททางเท้าที่รัฐบาลไทยทำถึงไม่ได้คุณภาพและสวยงามเหมือนเอกชนทำบ้างน้อ!! เป๋นดีท้อหลาย

          ปัญหาฟุตบาททางเดินเท้าของไทย แท้จริงแล้วสำคัญไม่แพ้ปัญหาการจราจรบนท้องถนน เพราะคนเดินเท้าก็ต้องการความสะดวกและปลอดภัยด้วยเช่นกัน คงต้องฝากฝังให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในทุกรูปแบบ ให้เป็นทางเดินเท้าที่สามารถเดินได้และเดินดีไปพร้อมกัน เพราะฟุตบาทที่ดีไม่ใช่เพียงแค่ประชาชนคนไทยได้ใช้ประโยชน์แต่มันคือหน้าตาของประเทศไทยที่พร้อมจะเปิดรับนานาประเทศที่จะเข้ามาเยือนบ้านเราในอนาคตอีกด้วย