logo

          ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนถึงร้อนที่สุด ยิ่งในภาวะโลกร้อนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีก็ยิ่งเหมือนเติมอุณหภูมิความร้อนให้กับบ้านของเรา พอถึงฤดูร้อนทีไรเรียกว่าหากไม่ป้องกันดี ๆ แสงแดดก็ยิ่งแผดเผาความร้อนเข้าสู่บ้านของเรามากขึ้นทุกที จนแทบจะละลายกันเลยทีเดียว ฉนวนกันความร้อน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยคลายร้อนให้กับเรา การติดฉนวนกันร้อนให้กับหลังคาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะจะช่วยให้บ้านที่เรารักเย็นสบายมากขึ้น แถมยังช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟได้อีกมากมายเลยทีเดียว 

          แต่ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ผลิต ฉนวนกันความร้อน ก็มีด้วยกันหลายแบบ เช่นฉนวนกันร้อนหลังคา ฉนวนกันความร้อน ผนัง ทำให้ตัดสินใจยากขึ้นว่าจะเลือกใช้แบบไหนดี หรือเลือกใช้แบบไหนถึงจะเหมาะกับบ้านของเรา รวมไปถึงไม่สิ้นเปลืองงบประมาณมากเกินไปด้วย วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ รวมไปถึงสาระต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาฝากกัน รวมไปถึงการเลือกซื้อฉนวนแบบต่าง ๆ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปกับ ฉนวนกันความร้อน ตัวช่วยสำคัญในการรับมือกับอากาศร้อน ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดทั้งค่าไฟ และประหยัดพลังงาน 

. . . . . . . . .

ฉนวนกันความร้อน คืออะไร

          พูดง่าย ๆ ก็คือ ฉนวนกันความร้อน คือวัสดุที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิความร้อนจากแสงแดด ทะลุภายนอกเข้ามาสู่ภายในบ้านเรานั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วจะติดไว้ใต้หลังคา บนแผ่นฝ้า หรือในผนัง เพื่อช่วยในการดูดซับ และสะท้อนรังสีของความร้อนออกไปจากบ้านพักอาศัย หรืออาคารต่าง ๆ ให้มากที่สุด การติดตั้งฉนวนบริเวณโถงหลังคาจะช่วยลดความร้อนได้มากกว่าติดตั้งในส่วนอื่นของบ้าน เพราะแสงแดดและความร้อนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จะเข้ามาจากทางหลังคา 

          และด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้มีการผลิต ฉนวนกันความร้อน ออกมาให้เลือกใช้เป็นจำนวนมากมายหลายแบบ ตามความเหมาะสมในการใช้งาน หากเป็นบ้านพักอาศัย มักจะนิยมใช้ฉนวนแบบแผ่น หรือฉนวนสำเร็จรูป ที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือเป็นม้วนมากกว่า เพราะสามารถรื้อเปลี่ยนใหม่ได้ง่าย ติดตั้งได้สะดวกรวดเร็ว โดยทั่วไปมี 4 ประเภท ที่นิยมในการเลือกใช้งาน คือ อลูมิเนียมฟอยล์ โพลีเอธิลีนโฟม บับเบิ้ลฟอยล์ และฉนวนใยแก้ว ซึ่งแต่ละแบบนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป 

. . . . . . . . . .

เลือกฉนวนกันความร้อนแบบไหนดี มาทำความเข้าใจก่อนเลือกซื้อมาใช้งาน

 ดูที่ค่าความต้านทานความร้อน การป้องกันความร้อนที่ดี เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นลำดับแรก ในการเลือก ฉนวนกันความร้อน ต้องดูที่เลขค่าความต้านทานความร้อน (Resistivity, R-Value) หรือที่เรียกว่าค่า R มีหน่วยเป็น m2K/W หลักการง่าย ๆ เลยก็คือ ค่า R ยิ่งสูง ก็จะยิ่งป้องกันความร้อนได้ดี 

ยกตัวอย่างเช่น

  • ฉนวนยี่ห้อ A ราคา 400 บาทต่อม้วน ( ใช้ได้ 2.4 ตร.ม.ต่อม้วน ) ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 166.66 บาท ค่า R = 10 จะได้ 166.66 ÷ 10 = 16.66 
  • ฉนวนยี่ห้อ B ราคา 450 บาทต่อม้วน ( ใช้ได้ 2.4 ตร.ม.ต่อม้วน ) ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 187.50 บาท ค่า R = 20 จะได้ 187.50 ÷ 20 = 9.37

เท่ากับว่า ฉนวนยี่ห้อ B นั้น เราจะได้ค่า R ต่อ 1 หน่วย ต่ำกว่า ยี่ห้อ A ถือว่าคุ้มค่ากว่านั่นเอง

 ดูที่ค่านำความร้อนของฉนวนกันความร้อน ถ้าฉนวนมีค่านำความร้อนต่ำ อากาศร้อนจะผ่านฉนวนเข้ามาในตัวบ้านได้นั้นก็น้อยลงด้วย ค่านำความร้อนของฉนวน (K-value conductivity) หรือที่เรียกว่าค่า K มีหน่วยเป็น W/m.k. หลักการง่าย ๆ เช่นกันก็คือ ค่า K ยิ่งต่ำ ก็จะยิ่งป้องกันความร้อนได้ดี

 ดูที่ค่ากักเก็บหรือสะสมความร้อนของฉนวน การที่โดนแสงแดดส่อง ก็เท่ากับเป็นการสะสมความร้อนมากขึ้นในทุกขณะ ค่ากักเก็บความร้อน (Thermal Capacity) มีหน่วยเป็น kcal/m.h c ยิ่งตัวเลขน้อย หมายถึงฉนวนสะสมความร้อนได้ต่ำ

 ประเภทและวัสดุของฉนวนกับตำแหน่งติดตั้ง คุณสมบัติของ ฉนวนกันความร้อน แต่ละชนิดต้องมีความเหมาะสม และสัมพันธ์กับตำแหน่งที่ใช้งาน หากเลือกให้เหมาะสมก็จะเกิดประสิทธิภาพได้คุ้มค่า เช่น ฉนวนใยแก้วที่มีความหนา เหมาะสำหรับดูดซับความร้อน จึงควรติดตั้งใต้หลังคา หรือฉนวนแบบอลูมิเนียมฟอยล์ ที่เบาและบาง สะท้อนความร้อนได้ จึงเหมาะกับการติดตั้งบริเวณที่รับอุณหภูมิความร้อนจากแสงแดดมาก เช่น หลังคาโรงรถ หรือจุดที่ต่อเติมบ้าน ที่ต้องใช้วัสดุโครงสร้างที่มีน้ำหนักไม่มาก

 งบประมาณ ฉนวนบางชนิดราคาถูกกว่าแต่กันความร้อนได้ไม่ดี หรือมีค่าต่าง ๆ สูง แต่เวลาจะใช้ต้องใช้ถึง 2 ชั้น ถึงจะป้องกันความร้อน เมื่อเทียบกับ ฉนวนกันความร้อน ชนิดที่ราคาสูงกว่า แต่ใช้ในปริมาณที่น้อยกว่า การศึกษาข้อมูล ประกอบกับการตั้งงบประมาณจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ก่อนซื้อควรดูที่ค่าความต้านทานความร้อน ก่อนแล้วค่อยเทียบราคาแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ

 ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้งานสินค้าแต่ละชนิดในปัจจุบัน ที่ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูธรรมชาติ จึงควรเลือก ฉนวนกันความร้อน ที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ส่งผลเสียหาย หรือสร้างมลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

. . . . . . . . . .

รู้จักกับประเภทของวัสดุฉนวนกันความร้อน มีแบบไหนบ้าง

          รู้ไหมว่า ฉนวนกันความร้อน มีผลิตออกมาหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ให้เราเลือกใช้งานกันอย่างมากมาย แต่หากแบ่งตามคุณสมบัติและลักษณะการใช้งานแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบด้วยกัน คือแบบดูดซับความร้อน และแบบสะท้อนความความร้อน ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดยังแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ แบบแผ่น และ แบบพ่น ดังนี้

ฉนวนกันร้อนแบบแผ่น

          ซึ่ง ฉนวนกันความร้อน แบบแผ่น เป็นชนิดที่มีความอ่อนตัว ดัดโค้งงอได้ ติดตั้งง่าย ใช้ปูทับบนฝ้า เพดาน หรือใต้แปรองหลังคา ติดในโครงผนังเบา ฉนวนกันความร้อน แบบแผ่นจะมีจำหน่ายเป็นม้วน ขนาดความยาวของม้วน ความหนาและค่าต้านทานความร้อน และราคาจะแตกต่างกันไปตามวัสดุ ดังนี้

ฉนวนใยแก้ว Fiber Glass 

          ลักษณะเป็นแผ่นหนาหุ้มภายนอกด้วยแผ่นฟอยล์ ภายในประกอบด้วยใยแก้วเส้นเล็ก ๆ ประสานตัวกันจนเกิดเป็นช่องโพรงอากาศ ซึ่งจะทำหน้าที่เก็บความร้อน ช่วยสะท้อนความร้อน และยังช่วยดูดซับเสียงไม่ให้เกิดเสียงดัง ติดตั้งง่าย ไม่ลามไฟ เหมาะสำหรับติดตั้งบนแปโครงหลังคา และปูบนฝ้าเพดาน มีทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น ฉนวนกันความร้อน ราคาจะแตกต่างกันตามคุณภาพของใยแก้ว

ข้อดี 

  • ทนความร้อน ต้านทานความร้อนดี 
  • ติดตั้งได้ง่าย
  • ป้องกันอุณหภูมิความร้อน และป้องกันเสียงได้ดี
  • ติดไฟ แต่ไม่ลามไฟ

ข้อเสีย

  • วัสดุมีความหนากว่าฉนวนชนิดอื่น ๆ 
  • หากเกิดการขาดหรือรั่ว ใยแก้วอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่แพ้ได้

อลูมิเนียมฟอยล์ Aluminium Foil

          เป็นวัสดุที่สะท้อนความร้อนได้ดี ช่วยกันรังสี UV ลักษณะฉนวนเป็นแผ่นอะลูมิเนียม 2 แผ่นประกบกัน ภายในจะมีโพลีเอทธีลีนฟิล์ม Polyethylene Film เส้นใยแก้วสามทาง กระดาษคราฟท์ และสารเคมีที่ป้องกันการลามไฟ ช่วยประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อน ป้องกันความร้อน ฉนวนจะค่อนข้างมีความหนา เหนียวคงทน แต่ไม่ขาดง่าย แบ่งได้ 3 แบบ คือ

  • แผ่นฉนวนอะลูมิเนียมฟอยล์ด้านหนึ่ง และอีกด้านเป็น Metallized Film ประกบกับแผ่นกระดาษคราฟท์ (Kraft) ด้านใน และมีเส้นใยแก้ว 3 ทางด้วย เพื่อช่วยให้ฟอยลมีความหนาและแข็งแรงมากขึ้น เหมาะสำหรับติดตั้งใต้หลังคาบ้าน หลังคาอาคาร โกดัง โรงงาน 
  • แผ่นฉนวนอะลูมิเนียมฟอยล์ ติดกับกระดาษ Kraft และเส้นใยแก้ว 3 ทาง เหมาะสำหรับนำไปใช้ร่วมกับฉนวนใยแก้ว ฉนวนใยหิน 
  • แผ่นฉนวนอะลูมิเนียมฟอยล์ 2 ด้าน แบบไม่ลามไฟ และติดแผ่นกระดาษคราฟท์ และเส้นใยแก้ว 3 ทาง เหมาะสำหรับใช้เป็น ฉนวนกันความร้อน ใต้หลังคาโรงงาน หรืออาคาร

ข้อดี

  • สะท้อนความร้อนได้ดี
  • ทนความชื้นได้ดี
  • ไม่ลามไฟ 
  • เหนียว ทนต่อแรงดึง ไม่ขาดง่าย

ข้อเสีย  

  • ไม่ทนต่อกรดและด่าง

 

โพลียูรีเทน โฟม (Polyurethane Foam) หรือโฟม PU

          เรียกกันง่ายๆ ว่าโฟมเหลือง ผลิตจากเทคโนโลยีด้วยวิธีการฉีดโฟมเพื่อป้องกันความร้อน และได้รับการยอมรับว่ามีค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อน (Thermal Conductivity) ต่ำมากที่สุด เพียง 0.019 kcal/m.h Oc ฉนวนชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพราะมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ ป้องกันความชื้น ป้องกันเสียงได้ดี มีทั้งแบบแผ่นและแบบพ่น เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

ข้อดี

  • มีให้เลือกทั้งแบบแผ่นและแบบพ่น
  • สามารถยึดติดได้ง่าย ยึดได้กับทุกพื้นผิว
  • กันน้ำและป้องกันการรั่วซึมได้ดี
  • ป้องกันได้ทั้งความร้อนและความเย็น

ข้อเสีย

  • ติดไฟและลามไฟง่าย
  • จะเปลี่ยนรูปเมื่อโดนความร้อนสูง
  • เสื่อมสภาพง่ายหากได้รับอุณหภูมิความร้อนที่สูงเกินไป 

โพลีเอธิลีน โฟม Polyethylene Foam หรือโฟม PE

          ทำมาจากพลาสติก Polyethylene Foam เป็น ฉนวนกันความร้อน ที่นิยมใช้งาน เพราะราคาถูกกว่าฉนวนใยแก้ว เหมาะสำหรับใช้ในการสร้างบ้าน ลักษณะของฉนวนโฟม PE เป็นแผ่นเหนียวนุ่ม มีความหนา หุ้มภายนอกด้วยแผ่นฟอยล์บาง ๆ เคลือบผิวอีกชั้น ทนความร้อนได้ดี ต้านทานความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา เหนียว 

ข้อดี 

  • มีน้ำหนักเบา
  • มีความแน่นและเหนียว
  • ทนต่อแรงกระแทกได้สูง
  • ทนความชื้นและสารเคมีกัดกร่อนได้

ข้อเสีย

  • ติดไฟและลามได้ง่าย
  • เมื่อถูกเผาไหม้จะเกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายได้

โพลีสไตรีน โฟม Polystyrene Foam หรือโฟม PS, EPS

          นิยมเรียกกันว่าโฟมขาว มีจำหน่ายแบบแยกแผ่นเป็นฉนวนโฟมติดคู่กับแผ่นยิปซัม สามารถกันได้ดีทั้งความร้อนและความเย็น มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่ายและสะดวก สามารถติดตั้งเป็นฉนวนฝ้าเพดานใต้หลังคาได้เลยโดยไม่ต้องมีฉนวนอื่น ช่วยลดขั้นตอนในการก่อสร้าง

ข้อดี

  • มีน้ำหนักเบา
  • ทนต่อแรงกดทับได้ดี
  • ไม่ดูดซับความชื้น
  • สามารถติดตั้งร่วมกับวัสดุอื่นได้

ข้อเสีย

  • ติดไฟและลามไฟง่าย
  • แตกหักง่ายเหมือนกล่องโฟม 
  • ไม่สามารถดัดงอตัดแต่งได้

แอร์บับเบิ้ล (Air Bubble หรือ Bubble Foil)

          ลักษณะคล้ายแผ่นพลาสติกกันกระแทกแบบที่เราคุ้นตา มีมวลอากาศอยู่ตรงกลาง และมีแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ประกบทั้งสองด้าน มวลอากาศตรงกลางจะช่วยป้องกันความร้อน และอะลูมิเนียมฟอยล์จะช่วยสะท้อนความร้อน สามารถติดตั้งได้หลากหลายพื้นที่ เช่น ติดตั้งใต้โครงหลังคาแบบวางบนแป วางใต้แป ขึงตะแกรงลวดวางใต้จันทัน หรือปูบนฝ้าเพดาน เป็นต้น

ข้อดี

  • ป้องกันและสะท้อนความร้อนได้ดี
  • ซับเสียงได้ดี ทำให้ไม่มีเสียงรบกวน

ข้อเสีย

  • หากฉีกขาด จะติดไฟ และลามไฟได้ง่าย

ฉนวนแบบพ่น

          เป็นแบบที่ใช้พ่นลงบนวัสดุที่ต้องการใช้ป้องกันความร้อน สามารถพ่นทับได้เกือบทุกพื้นผิว เหมาะสำหรับพื้นที่แคบเข้าถึงได้ยาก หรือพื้นที่ซับซ้อนที่ไม่สามารถปูฉนวนแบบแผ่น หรือแบบม้วนได้ การพ่นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ หรือมีเครื่องมือแบบเฉพาะทาง มีอายุการใช้งานนาน แบ่งได้ดังนี้

เซรามิกสะท้อนความร้อน Ceramic Coating

          เป็นแผ่นฟิล์มที่ผสมระหว่างอนุภาคเซรามิกและอะคริลิก ใช้พ่นรอบ ๆ อาคารทั้งภายนอกและภายใน ส่วนใหญ่นิยมใช้เคลือบดาดฟ้าและหลังคา และมีกระเบื้องหลังคาบางยี่ห้อที่เคลือบเซรามิกสะท้อนความร้อนมาในตัว หรือสีทาภายนอกบางยี่ห้อก็จะมีผสมลงไปในเนื้อสีด้วยเซรามิกสะท้อนความร้อน นอกจากกันความร้อนแล้วยังกันน้ำซึมได้ด้วย

ข้อดี

  • สะท้อนความร้อนและกระจายความร้อนได้ดี ป้องกันรังสี UV 
  • ช่วยยืดอายุหลังคาให้ใช้งานยาวนานขึ้น ป้องกันการแตกร้าว ฉนวนมีความยืดหยุ่นสูงยึดเกาะได้ดี
  • กันน้ำและป้องกันเชื้อราได้
  • ไม่ติดไฟและไม่มีสารพิษ

ข้อเสีย

  • ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ และมีอุปกรณ์เฉพาะทาง

เยื่อกระดาษ Cellulose

          ไม่เป็นที่นิยมนัก ใช้พ่นใต้หลังคา หรือโพรงหลังคา ฝ้า เพดาน ผลิตจากเส้นใยที่ผสมกันจนเป็นปุย มีน้ำหนักเบา สามารถฉีดพ่นได้หลายพื้นผิว เช่น ไม้ เหล็ก มีคุณสมบัติพิเศษคือไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหนู ปลวก และแมลงสาบ

ข้อดี

  • มีทั้งแบบแผ่นและแบบพ่น
  • ป้องกันความร้อนได้ดี
  • ป้องกันเสียงรบกวนได้
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อเสีย

  • ไม่ทนต่อความชื้นและน้ำ
  • ถ้าพ่นไม่มีความหนาแน่นพอ อาจหลุด ร่วงหรือยุบตัวได้

ข้อที่ต้องระวังคือทั้งฉนวนแบบแผ่นและแบบพ่น ประเภทโฟม PE และ PU เมื่อติดไฟและลามไฟได้ง่าย และจะเกิดเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เราควรเลือกโฟม PE และ PU ที่ผสมสารกันไฟลามเพื่อความปลอดภัยที่ดีมากยิ่งขึ้น

. . . . . . . . . .

รูปแบบการติดตั้งฉนวนกันความร้อน

ที่ได้รับความนิยมมี 3 แบบ คือ

ติดตั้งบนฝ้า

          วัสดุที่นิยมคือ โพลีเอทิลีนโฟม โพลีเอทิลีน บับเบิลฟอยล์ โพลิยูรีเทนโฟม และฉนวนใยแก้ว และห่อหุ้มด้วยวัสดุกันชื้นอย่างแผ่นฟอยล์อีกชั้น ช่วยกันไม่ให้มีความร้อนสะสมใต้หลังคา การติดตั้งแบบนี้บ้าน หรืออาคารควรจะมีช่องระบายความร้อน 

ติดตั้งใต้แผ่นหลังคา

          วัสดุของ ฉนวนกันความร้อน ที่ใช้ติดตั้งใต้หลังคาที่เป็นที่นิยม เช่น ฉนวนใยแก้วแบบแผ่น อะลูมิเนียมฟอยล์ โพลีเอทิลีนโฟม โพลิเอทิลีน บับเบิลฟอยล์ และฉนวนแบบพ่น โพลียูรีเทนโฟม และเยื่อกระดาษ ติดตั้งเพื่อไม่ให้ความร้อนเข้าสู่ใต้หลังคา เหมาะจะใช้งานกับบ้านสร้างใหม่ เพราะจะต้องติดตั้งไปพร้อม ๆ กับการสร้างหลังคาบ้าน 

ติดตั้งบนหลังคา

          ฉนวนที่นิยมใช้ติดตั้งบนหลังคา คือ สีสะท้อนความร้อน แต่การติดตั้งฉนวนแบบนี้ เหมาะจะใช้เป็นตัวเสริมควบคู่ไปกับการติดตั้งฉนวนชนิดอื่น เพราะสีสะท้อนความร้อน จะไม่ทนทานมาก ยิ่งนานไปประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อนจะลดลง

. . . . . . . . . .

แนะนำฉนวนกันความร้อนแบบไหนดี คุ้มค่า ใช้ได้ผลดี

SUNSHIELD PE FOAM Extra Cool แบบแผ่นขนาด 60 x 60 x 1 เซนติเมตร

          เป็น ฉนวนกันความร้อน ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพ ฉนวนโพลีเอธิลีน โฟม ที่มีคุณสมบัติในการต้านทานความร้อน ป้องกันความร้อนกันเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสะท้อนความร้อนได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้บ้านของเราเย็นสบาย น้ำหนักเบา สะดวกและติดตั้งง่าย ป้องกันการลามไฟ ไม่ดูดซับน้ำ ป้องกันการซึมผ่านของน้ำ ไม่สะสมความชื้น สินค้าผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจากโรงงาน ใน 1 กล่องมี 10 แผ่น พื้นที่ใช้งาน 3.6 ตารางเมตร

ราคา 419 บาท *ราคาไม่รวมโปร

https://www.homepro.co.th/p/1002299  

MPE MIRON A+ XPE FOAM แบบม้วน ขนาด 60 x 1000 x 1 เซนติเมตร

          ผลิตจากแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์บริสุทธิ์ วัสดุและโครงสร้างปราศจากเส้นใยที่เป็นอันตราย ฉนวนมีความปลอดภัยสูง ไม่มีเส้นใยหลุดร่วง ฉนวนกันความร้อน นวัตกรรมใหม่แบบ Crosslinked Polyethylene Foam ป้องกันการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารแบบ 360 องศา และสะท้อนรังสีความร้อนจากหลังคาได้เป็นอย่างดี ช่วยให้บ้านเย็น และประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ไม่ดูดซึมน้ำ ป้องกันความเปียกชื้นได้ดี ผ่านการทดสอบป้องกันการลามไฟ ตามมาตรฐานสูงสุด (BS476 : Class 0) 1 ม้วนพื้นที่ใช้งาน 6 ตารางเมตร

ราคา 1,990 บาท *ราคาไม่รวมโปร

https://www.homepro.co.th/p/252817  

SCG รุ่น STAY COOL Premium แบบม้วน ขนาด 60 x 400 x 15 เซนติเมตร

          จุดเด่นคือ ฉนวนกันความร้อน SCG STAY COOL เนื้อจะฉนวนมีความหนาเป็นพิเศษ ถึง 15 เซนติเมตร สามารถกันความร้อนได้มากถึง 6 เท่า ผลิตจากใยแก้วผสมสาร HydroProtec ช่วยลดการอุ้มน้ำได้ถึง 10 เท่า หุ้มภายนอกด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ชนิดเสริมแรง เพื่อความทนทาน ช่วยป้องกันความร้อนและความชื้นได้เป็นอย่างดี ค่าต้านทานความร้อน Rt 38.0 ติดตั้งง่าย สะดวก รวดเร็ว ทนทาน อายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี เนื้อฉนวนเขียว ได้รับการรับรองจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการทดสอบป้องกันการลามไฟ ตามมาตรฐาน ASTM E84, BS476

ราคา 700 บาท *ราคาไม่รวมโปร

https://www.homepro.co.th/p/213896 

. . . . . . . . . .

 

          การต้องอยู่ในบ้าน หรืออาคารที่ร้อนอบอ้าว ส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ฉนวนกันความร้อน จึงถูกผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยรับมือกับอากาศร้อน ช่วยลดอุณหภูมิความร้อน รวมถึงช่วยให้เราประหยัดพลังงาน ยิ่งเข้าสู่ฤดูร้อนของไทยนั้นบางทีก็ร้อนจนแทบอยู่ในบ้านไม่ได้ พอจะเปิดแอร์ช่วยหากบ้านเรามีความร้อนมากแอร์ก็ไม่เย็น แถมยังต้องทำงานหนักขึ้นเปลืองไฟมากขึ้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนสูงโดยไม่จำเป็น ทางออกที่ดีที่สุดคือการติด ฉนวนกันความร้อน ให้กับบ้านที่เรารัก 

          เพราะนอกจากคนที่อยู่อาศัยจะเย็นสบายคลายร้อนได้มากแล้ว ยังช่วยป้องกันและดูแลรักษาให้บ้านมีอายุยืนยาวได้มากขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญติดตั้งได้ทั้งบ้านเก่าและบ้านใหม่ เพราะมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกใช้งาน นี่ก็เริ่มร้อนเข้าไปทุกขณะแล้ว ใครที่กำลังมองหาวิธีรับมือกับสภาพอากาศร้อน เราขอแนะนำ ฉนวนกันความร้อน ตัวช่วยสำคัญในการรับมือกับอากาศร้อน ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดทั้งค่าไฟ และประหยัดพลังงาน