logo

           ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกธุรกิจที่ตอบโจทย์เทรนด์ความสะดวกในปัจจุบันก็คือ ตู้หยอดเหรียญ หรือ Vending Machine ที่เข้าถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบด่วนของผู้คนได้ 24 ชั่วโมง ธุรกิจนี้เริ่มคึกคักในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา จากการพัฒนาเทคโนโลยี Cashless จ่ายเงินผ่าน E-Wallet หรือ QR Code ทำให้สะดวกจ่ายเงินมากขึ้น อีกทั้งตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งคนที่จะซื้อสินค้าจากตู้ส่วนใหญ่มีความตั้งใจซื้ออยู่แล้วและไม่ต้องการรอ ยิ่งตู้หยอดเหรียญรูปแบบใหม่เป็น Cashless ยิ่งทำให้สะดวกจ่ายเพิ่มขึ้นอีก

. . . . . . . . . .

ตู้หยอดเหรียญคืออะไร ให้บริการรูปแบบไหนบ้าง?

ตู้หยอดเหรียญคืออะไร

          จริง ๆ เจ้าตู้ที่ว่านี้ก็คือตู้สำหรับจำหน่ายสินค้าหรือบริการแบบหยอดเหรียญอัตโนมัติในรูปแบบต่าง ๆ สามารถตั้งตู้เอาไว้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเพื่อขายสินค้านั้น ๆ แบบไม่ต้องมีคนเฝ้า ผู้ซื้อจะหยอดเหรียญเข้าไปในช่องจากนั้นก็กดปุ่มเลือกสินค้าหรือบริการให้เครื่องทำงานและได้สินค้าไปนั่นเอง

          ว่ากันว่าเจ้าแห่งตู้หยอดเหรียญจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มนั้นคือ ประเทศญี่ปุ่น เพราะมีตู้หยอดเหรียญจำหน่ายสารพัดสินค้า ไม่ว่าจะเป็นตู้หยอดเหรียญเครื่องดื่มสำเร็จรูป, ตู้หยอดเหรียญกาแฟ, ตู้หยอดเหรียญขายอาหาร และล่าสุดกับตู้หยอดเหรียญทำราเมนสดพร้อมรับประทาน

         สำหรับประเทศไทยก็มีการพัฒนานวัตกรรมตู้หยอดเหรียญให้มีสินค้าใหม่ ๆ ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้มากขึ้น เช่น การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต บาร์โค้ด เป็นต้น รูปแบบสินค้าก็มีความหลากหลายอย่างเช่น อาหารกล่องพร้อมรับประทาน, อาหารกลุ่มมังสวิรัติ อาหารกึ่งสำเร็จรูป หรือไอศกรีมผัด เป็นต้น ถือเป็นช่วงแจ้งเกิดของตลาดตู้หยอดเหรียญอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ให้บริการมากว่า 10 ปี

           ปัจจุบันในประเทศไทยคาดว่าจะมีตู้หยอดเหรียญที่จำหน่ายเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มอยู่ประมาณ 200,000-300,000 ตู้ทั่วประเทศ จากตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ที่เริ่มทำตลาดในไทย ตู้หยอดเหรียญอาจจะไม่ใช่บริการใหม่ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาทำเลที่ให้บริการส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก รองลงมาคือ อาคารสำนักงาน และตามหอพัก ที่พักอาศัยบ้าง แต่ในช่วง 1-2 ปีมานี้ ตู้หยอดเหรียญกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น ทั้งในเรื่องของสินค้าที่หลากหลายขึ้น และที่สำคัญคือ ทำเลที่มีศักยภาพเทียบเท่าร้านสะดวกซื้อเลยก็ว่าได้

          ที่ผ่านมาร้านสะดวกซื้อและตู้หยอดเหรียญจะไม่ยึดทำเลเดียวกัน เพราะศักยภาพการให้บริการของตู้ที่ไม่สามารถทำได้ดีเท่าร้านสะดวกซื้อ แต่ยังมีช่องว่างของโอกาสที่ทำให้ตู้หยอดเหรียญเติบโตได้ นั่นคือ ทำเลในปั๊มน้ำมันที่ยังไม่มีร้านสะดวกซื้อเข้าไปเปิดให้บริการ จนกระทั่งปั๊มคาลเท็กซ์ ได้เปิดโอกาสให้กับตู้หยอดเหรียญเข้าไปเปิดให้บริการ เป็นการเปิดศึกชิงทำเลทองระหว่างตู้หยอดเหรียญและร้านสะดวกซื้ออย่างเป็นทางการ

          พูดถึงในประเทศไทยผู้ที่เข้ามาทำตลาดรายแรก ๆ เมื่อ 20 ปีก่อนก็คือ SUN108 ในเครือสหพัฒน์นั่นเอง โดยใช้โนว์ฮาวมาจากประเทศญี่ปุ่น อีกรายก็น่าจะเป็น T.G. Vending ของกลุ่ม TCP (กระทิงแดง) ที่เริ่มมาตั้งแต่ในปี 2539 และล่าสุดกลุ่ม CP โดย CP Retailink ที่เริ่มวางตู้ช่วงต้นปี 2562 ชูเทคโนโลยีรับชำระเงินทุกรูปแบบ ทั้งเงินสด E-Wallet QR Code โดยทดลองวางตู้ไปแล้ว 120 ตู้ทั่วประเทศ ทั้งในโรงเรียน โรงพยาบาล อาคารสำนักงานต่าง ๆ ทั้งหมด 5 โมเดล ได้แก่ ตู้หยอดเหรียญ 7-Eleven ขายสินค้าทั่วไป, Duck Land อาหารที่เกี่ยวกับเป็ด เช่น ข้าว บะหมี่, Farm Mee ขายอาหารเพื่อสุขภาพ , Araebtia ขายกาแฟ ทั้งกาแฟมวลชนหรือ All Café และ Bear Box เป็นของใช้ทั่วไป

          รวมไปถึงธุรกิจให้เช่า Power Bank ที่เติบโตในประเทศจีนมา 3-4 ปีแล้ว ส่วนในประเทศไทยมี บริษัท โน เรส ไอที จำกัด เจ้าของแบรนด์ Power Plus ผู้ให้บริการเช่าเพาเวอร์แบงค์รายแรกในไทย เริ่มทำธุรกิจนี้ตั้งแต่กลางปี 2562 โดยได้ติดตั้งตู้เช่าในร้านสะดวกซัก Otteri, ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต , MBK, อีสพาร์ค และเกตเวย์เอกมัย รวมถึงกลุ่มมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ มหาวิทยาลัยหอการค้า โดยสถานที่ดังกล่าวจะมีตู้เช่าเพาเวอร์แบงค์ขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมากไปติดตั้งไว้

           นอกจากนี้บริษัทยังสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานอีเวนท์ต่าง ๆ เช่นคอนเสิร์ต, งานจำหน่ายสินค้า หรืออื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานกรณีที่โทรศัพท์มือถือของผู้ร่วมงานแบตเตอรี่ใกล้หมด รวมถึงติดตั้งในสถานีบริการน้ำมัน PT ทุกสาขา เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคให้เหมือนกับการมีเพาเวอร์แบงค์ติดตัวอยู่ตลอดเวลา โดยสามารถใช้บริการผ่านแอพลิเคชันบนมือถือยิ่งตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ตู้หยอดเหรียญทำงานอย่างไร

ตู้หยอดเหรียญทำงานอย่างไร

          หลายคนที่ยังไม่เคยใช้บริการตู้หยอดเหรียญ เพราะอาจจะกล้า ๆ กลัว ๆ ว่าจะทำเครื่องเสีย หรือหากมีปัญหาหยอดเงินไปแล้วสินค้าไม่ออกมาแล้วจะทำอย่างไร แต่หากเปิดใจลองดูสักครั้งก็ถือเป็นการได้เรียนรู้เทคโนโลยีไปในตัวนะ แต่ก่อนที่จะไปลองใช้ตู้เรามีดูการทำงานของเจ้าตู้หยอดเหรียญกันก่อนว่าเป็นยังไง

          สมมติว่าเรากำลังจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากตู้หยอด ก่อนที่ตู้หยอดเหรียญจะให้สิ่งของหรือบริการแก่เรา เครื่องจะสำรวจและทดสอบเหรียญอย่างถี่ถ้วนด้วยวิธีต่าง ๆ และจะไม่ยอมรับเหรียญที่มีค่าไม่ตรงกับที่กำหนด เช่น เหรียญต่างประเทศ เหรียญปลอมหรือแขวนใส่ตะปูควง ซึ่งเงินเหรียญทุกชนิดในโลกจะมีลักษณะเฉพาะตัว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักต่างกันไป และองค์ประกอบทางเคมีก็ยังต่างกันอีกด้วย ตู้ก็จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติเหล่านี้ และต่อเมื่อเหรียญไหลไปตาม ช่องทางที่ถูกต้องในเครื่องเท่านั้น จึงจะไปกระตุ้นให้กลไกของเครื่องทำงานได้ โดยทั่วไปตู้หยอดเหรียญจะทำงานตามหลักต่อไปนี้คือ

          เริ่มแรกช่องหยอดเหรียญจะตรวจสอบโดยไม่ยอมให้เหรียญที่กว้าง หนา หรือคิดเงินเกินไปผ่านเข้าไปในช่องได้ เหรียญที่ผ่านเข้าไปได้ อาจผ่านเครื่องตรวจอีกว่ามีรูตรงกลางหรือไม่ (เครื่องจะจับได้ถ้าหยอดห่วงเข้าไป) ถ้าเป็นเหรียญก็จะตกลงไป ที่คานกระดกที่ถ่วงน้ำหนักไว้พอดี ถ้าเหรียญหนักพอ คานจะกระดกลงทำให้มันกลิ้งไปที่รางวิ่ง ถ้าเบาไปคานไม่กระดก มันจะตกสู่ช่องคายเหรียญคืน

          เหรียญที่เครื่องรับไว้ ณ จุดนี้จะกลิ้งตามคานวิ่งไปผ่านแม่เหล็ก ขณะผ่านสนามแม่เหล็กก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในเหรียญเล็กน้อยทำให้วิ่งช้าลง ปริมาณของ กระแสไฟฟ้านี้ ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของเหรียญ เนื่องจากโลหะที่ต่างกัน จะตอบสนอง พลังของแม่เหล็กต่างกันถ้าเหรียญนั้นมีส่วนประกอบที่ถูกต้อง มันก็จะชะลอความเร็วลงพอเหมาะ ทำให้ตกจากราง วิ่งลงไปในทิศทางที่ไม่กระทบกับคานเบี่ยง ซึ่งเป็นเครื่องกีดขวาง แต่จะไปกระทบคานแยกเหรียญ ซึ่งอยู่ต่ำลงมาในมุมตกกระทบอันเหมาะสม ส่งเหรียญให้ลงสู่ช่อง "ยอมรับ" ส่วนเหรียญที่หนักไป และที่ได้รับผลกระทบ จากพลังแม่เหล็ก น้อยเกินไปจะตกไปกระทบคานเบี่ยง แล้วกระดอนไปอีกด้านของคานแยก ไหลลงสู่ช่องคายเหรียญคืน

         สำหรับตู้หยอดเหรียญอิเล็กทรอนิกส์ จะใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบความเป็นตัวนำไฟฟ้า ของเหรียญว่า ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากน้อยเพียงใด เหรียญที่ผ่านการทดสอบในขั้นนี้จะเข้าไปในช่องหนึ่ง แล้วกลิ้งตามทางลาดที่อยู่ระหว่างแม่เหล็กสองชิ้น ความเร็วของเหรียญขณะผ่านแม่เหล็กออกมา จะขึ้นอยู่กับ ส่วนประกอบทางโลหะของมัน อุปกรณ์ที่ใช้วัดความเร็วของเหรียญนั้น ประกอบด้วย ไดโอดเปล่งแสงและเครื่องวัดแสง ถ้าวัดความเร็วได้ค่าตรงกับ ที่อยู่ในความจำ ของเครื่อง ช่องก็จะเปิดรับเหรียญนั้น ถ้าไม่ตรงกัน เครื่องก็จะคายเหรียญออกมา บางตู้อาจตั้งโปรแกรมให้ตรวจเหรียญได้ถึง 8 ชนิด

ระบบการทำงานของตู้หยอดเหรียญ

           ทั้งนี้ตู้หยอดเหรียญยังอาจตั้งโปรแกรมให้ทอนเงินได้ด้วย ระบบตรวจสอบจะระบุค่า ของเหรียญ ในขณะที่มันกลิ้งผ่านไป เมื่อเหรียญไปสุดทางแล้ว ไมโครชิปก็จะปล่อย เงินทอนที่ถูกต้องจากที่เตรียมไว้ในตู้ ล้วนเป็นเหรียญที่มีค่าน้อยกว่า เหรียญที่หยอด เข้าไป

           แต่ในยุคปัจจุบันตู้หยอดเหรียญได้ถูกพัฒนาระบบและเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยขึ้น ทั้งระบบการทำงานผ่านมือถือหรือแอพพลิคชัน อย่างเช่น บริษัทมีเดีย เซ็นเตอร์ จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด และบริษัท บ้านหยอดเหรียญ (ประเทศไทย) พัฒนาเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ แบรนด์ สมาร์ท วอช สามารถใช้งานโดยชำระค่าบริการได้ทั้งทางกล่องหยอดเหรียญ จ่ายผ่านคิวอาร์เพย์เมนต์ หรือผ่านแอปพลิเคชั่นโมบายแบงค์กิ้งของธนาคารต่าง ๆ ในไทย รวมถึงมีแอปพลิเคชั่น สมาร์ทโก เพื่อช่วยให้เจ้าของเครื่องสามารถเช็ครายได้ในแต่ะวัน รวมถึงตำแหน่งของเครื่องซักผ้า ตลอดจนเช็คสถานะการทำงานของเครื่องเมื่อซักเสร็จก็จะมีการแจ้งเตือนให้อีกด้วย

          นอกจากนี้ในประเทศญี่ปุ่น จากการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ผู้บริโภคหลายคนหลีกเลี่ยงที่จะใช้งานตู้จำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญ เพราะกังวลเรื่องความเสี่ยงการติดโรค COVID-19 ทำให้ผู้ทำธุรกิจนี้ปิ๊งไอเดียใหม่ออกมาทำตู้จำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญที่สั่งการด้วยเท้า คือสิ่งที่ DyDo เจ้าของตู้จำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญทั่วญี่ปุ่นเตรียมพัฒนาเพื่อทำตลาดจริง ผ่านการเล็งเห็นถึงปัญหาที่ผู้บริโภคกังวลการสัมผัสตู้ด้วยนิ้วมือ จึงลองพัฒนาตู้ที่ใช้เท้าในการสั่งการต่าง ๆ เช่นเลือกสินค้า หรือเปิดช่องเล็ก ๆ เพื่อหยิบสินค้า สำหรับตัวตู้ดังกล่าวจะมีแป้นเหยียบจำนวนมากบริเวณด้านล่างของตู้ เพื่อรองรับการเลือกซื้อสินค้าในตู้ให้ได้ทั้งหมด และมีแป้นพิเศษเพื่อใช้เปิดช่องเล็ก ๆ เพื่อหยิบสินค้า จากปกติที่ผู้ซื้อต้องเปิดช่องนั้นด้วยมือของตัวเอง ซึ่งเสี่ยงต่อการติดโรค COVID-19

          ในปัจจุบันตู้หยอดเหรียญก็ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นระบบอัจฉริยะเกือบทั้งหมด โดยนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไปใส่ ไม่ว่าจะเป็น AI และ Machine Learning พูดง่าย ๆ ก็คือ เทรนด์การพัฒนาตู้หยอดเหรียญหลังจากนี้ จะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีแห่งยุคเข้าไปใส่ เพื่อให้ทำงานได้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น เป็นต้นว่า จดจำใบหน้าของผู้ซื้อ หรือสั่งซื้อสินค้าจากบ้านแล้วไปรับที่ตู้ มากกว่านั้นทุกการสั่งซื้อจะบันทึกเป็นฐานข้อมูลไว้ ครั้งต่อไปที่ไปกดซื้อสินค้า หมวดหมู่ที่เข้าดูบ่อย ซื้อบ่อย หรือมีแนวโน้มที่จะซื้อก็โผล่ขึ้นมาให้เลือกซื้ออย่างรู้ใจบนฐานของข้อมูลขนาดใหญ่

            Coca Cola บริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่ที่ใครก็รู้จัก เพิ่งเปิดตัวตู้หยอดเหรียญอัจฉริยะไปในนิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา โดยตู้เหล่านี้ได้ติดตั้งระบบที่เชื่อมข้อมูลบน Cloud สามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่ไหนก็ได้แล้วค่อยไปรับสินค้าจากตู้ และมีการใช้ Chatbot ร่วมด้วย

            หรืออย่างในนิวยอร์กมีการเปิดตัวตู้ VICKI โดยลูกค้าสามารถล็อกอินผ่าน Social Media ที่มีอยู่แล้วเชื่อมต่อเข้าระบบของตู้ได้ นอกจากนั้นยังสามารถสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนม่านตา เก็บข้อมูลทั้งหมด การมาซื้อครั้งต่อไป บรรดาสินค้าและโฆษณาจะแสดงผลสอดคล้องกับประวัติการซื้อของลูกค้าแต่ละคน เราอาจจะยังไม่ได้เห็นตู้อัจฉริยะกันในเร็ววันนี้ แต่บริษัทวิจัยในสหรัฐอเมริกา Grand View Research ให้ข้อมูลไว้ว่าในปี 2025 ตลาดตู้ของลักษณะนี้จะมีมูลค่าถึง 11,840 ล้านเหรียญ

            ส่วนบริษัทวิจัยด้านการตลาด Berg Insight ระบุว่า ในปี 2020 ตู้อัจฉริยะเหล่านี้จะกระจายไปทั่วกว่า 3.6 ล้านเครื่อง ชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดตู้หยอดเหรียญที่ใหญ่ที่สุดโลก แต่ญี่ปุ่นก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ ในรายงานระบุว่า ตู้หยอดเหรียญได้รับความนิยมมาก เพราะมีขายกันตั้งแต่ซุปปลาไปจนถึงลูกสุนัขตัวเล็ก ๆ โดยสัดส่วนตู้ต่อคนญี่ปุ่นอยู่ที่ 1 ต่อ 23 เลยทีเดียว

กรณีตู้หยอดเหรียญขัดข้องทำอย่างไร

กรณีตู้หยอดเหรียญขัดข้องทำอย่างไร

          อย่างที่ทราบกันว่าด้วยการทำงานของตู้หยอดเหรียญจะเป็นแบบระบบอัตโนมัติ ควบคุมด้วยระบบกลไกที่ตั้งไว้ และการให้บริการก็ไม่มีพนักงานคอยให้บริการเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ แน่นอนว่าบางครั้งหลายคนอาจจะเจอกับเหตุการณ์เช่นว่าตู้หยอดเหรียญขัดข้องขณะหยอดเหรียญไปแล้วแต่สินค้าไม่ออกมา หรือหยอดเหรียญไปแล้วสินค้าออกมาเกินจำนวนที่จ่ายไป กรณีเหล่านี้คุณสามารถทำการติดต่อไปยังเจ้าของเครื่องหรือเบอร์ติดต่อที่ติดอยู่กับตู้นั้น ๆ เพื่อแจ้งเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าของเครื่องได้ทราบและจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

          ในกรณีที่เครื่องอาจเกิดความเสียหายจากขโมยหรือคนที่นิสัยไม่ดี เพราะตู้ไม่ต้องมีคนคอยเฝ้า และไม่ใช่ทุกคนที่จะรักษาสิ่งของของผู้อื่น ยิ่งกับบางคนที่อาจอยากได้ของฟรีและอาจจะทำบางอย่างที่ทำให้เครื่องของเราเสียได้ จริง ๆ แล้วการขโมยหรือคิดที่จะสร้างความเสียหายต่อตู้หยอดเหรียญ ที่ถือเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น อาจได้รับโทษตามกฎหมายได้นะ

          อย่างกรณีที่มีคลิปวีดีโอของกลุ่มวัยรุ่นหัวร้อนจำนวน 10 คน มาเติมน้ำมันด้วยเครื่องหยอดเหรียญอัตโนมัติ เนื่องจากเครื่องไม่ยอมจ่ายน้ำมัน คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นหยอดเหรียญไม่ครบ เพราะมีเสียงจากเครื่องตอบกลับมาว่า จำนวนเงินไม่พอ กลุ่มวัยรุ่นจึงได้ใช้ความรุนแรงด้วยการกระโดดถีบตู้ให้ได้รับความเสียหาย

          กรณีนี้สำนักงานกิจการยุติธรรม ได้ออกมาโพสต์ถึงความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ไว้ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิดหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมถึงมาตรา 359 ถ้ากระทำความปิดตามมาตรา 358 ได้กระทำต่อ

  1. เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสากรรม
  2. ปศุสัตว์
  3. ยวดยานหรือสัตว์พาหนะ ที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะ หรือในการประกอบกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม หรือ
  4. พืชหรือพืชผลของกสิกร

          ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างนี้เป็นต้น อย่างไรก็ดี อย่าไปคิดเป็นหัวขโมยหรือพยายามทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายเลยดีกว่า เพราะคงได้ไม่คุ้มเสียอย่างแน่นอน ส่วนคนทั่วไปที่อยากลองใช้บริการตู้หยอดเหรียญ ก็ควรจะอ่านคำแนะนำหรือวิธีการใช้ของตู้นั้น ๆ ให้เข้าใจเสียก่อน เพราะแต่ละตู้หยอดเหรียญอาจจะมีกลไกหรือวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน

รู้จักตู้หยอดเหรียญให้ลึกก่อนลงทุน

          รู้หรือไม่ว่าเจ้าตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติถูกคิดค้นและผลิตขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไปรษณียบัตร บุหรี่ อาหารว่าง และเครื่องดื่ม มีลักษณะเป็นตู้สำหรับหยอดเหรียญ แต่ปัจจุบันตู้เหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นจนสามารถรองรับการจ่ายเงินด้วยธนบัตร หรือแม้แต่บัตรเครดิตได้แล้ว แถมยังมีการผลิตเครื่องกดสินค้าที่แปลกใหม่มากขึ้น ทั้งตู้กดเครื่องดื่มแปลก ๆ ตู้กดสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น ร่ม หรือกล้องถ่ายรูปแบบใช้แล้วทิ้ง ไปจนถึงตู้กดอาหารแบบอัตโนมัติ ซึ่งตู้จำหน่ายสินค้าแปลก ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเราสามารถพบได้ที่ต่างประเทศ ส่วนประเทศไทยกเริ่มมีแพร่หลายและได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน

           ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่มีระบบการใช้งานง่ายและดูไม่ซับซ้อนสำหรับผู้ซื้อ แต่ เจ้าตู้สำหรับหยอดเหรียญนี้ก็มีปัญหาที่พบบ่อยเช่นกัน อย่างเช่น เมื่อเราหยอดเหรียญไปในช่องสำหรับใส่เหรียญของเครื่องแล้ว สินค้ากลับไม่หล่นลงมา หรือที่เรียกกันว่าปัญหาเครื่องกินเงินแล้วสินค้าไม่หล่น ซึ่งสาเหตุก็มาจากปัจจัย 3 ข้อดังต่อไปนี้

1.สินค้าไม่เหมาะกับชั้นวางของตู้ขายสินค้า

           ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติแต่ละรุ่นมีการออกแบบชั้นวางแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของสินค้าที่จำหน่าย เช่น ชั้นวางแนวตะแกรงสำหรับวางขนมขบเคี้ยวแบบห่อ หรือชั้นโชว์ขวดเครื่องดื่มสำหรับตู้กดเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งหากเรานำตู้ขายสินค้าที่มีชั้นวางแบบเฉพาะ ไปใช้วางสินค้าไม่ถูกประเภท ไม่เหมาะสม ก็จะทำให้เกิดปัญหาสินค้าไม่หล่นเมื่อมีคนมาหยอดเหรียญได้

2.ตู้อาจมีคุณภาพต่ำ

           คุณภาพของเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะเครื่องกดสินค้าที่มีคุณภาพดี ย่อมมีระบบการทำงานและกลไกที่ดีกว่า มีคุณภาพมากกว่า ทำให้เมื่อนำไปใช้งานจริงเจอปัญหาน้อยกว่าเครื่องที่ไม่มีคุณภาพนั่นเอง

3.ตู้ผลิตจากวัสดุที่ไม่แข็งแรง จึงทำให้อายุการใช้งานต่ำและต้องซ่อมบ่อย

          แต่ละเครื่องมีอายุการใช้งานและอายุการซ่อมบำรุงตามระยะอยู่แล้ว แต่หากเครื่องที่คุณเลือกใช้ผลิตจากวัสดุที่ไม่แข็งแรง ไม่มีคุณภาพ ความทนทานของเครื่องก็จะต่ำลง อายุการใช้งานจึงลดลงไปด้วย สุดท้ายแล้วก็ต้องเจอกับปัญหาจุกจิกกวนใจ รวมถึงปัญหาเครื่องกินเหรียญ และทำให้ต้องซ่อมบ่อยจนสิ้นเปลืองงบประมาณ

อยากลงทุนตู้หยอดเหรียญต้องทำไง?

อยากลงทุนตู้หยอดเหรียญต้องทำไง

          อีกหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจอย่าง ตู้หยอดเหรียญ หลายคนอาจตั้งคำถามว่าจะทำให้เรารวยหรือมีเงินใช้ได้จริงหรือไม่? จริงๆแล้วไม่ว่าจะธุรกิจใดก็ตามหากเราสามารรถจับจุดหรือเลือกวิธีลงทุนที่ถูกต้อง ก็อาจทำให้เรามีรายได้แบบเสือนอนกินหรือมีเงินหมุนเวียนได้มากเช่นกัน แล้วถ้าคิดจะลงทุนจะต้องเตรียมตัวเรื่องใดบ้างนะ มาดูกัน

1.ทำเลต้องได้

          เริ่มต้นกันที่ “ทำเล” เหมือนเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นตู้ที่มีประสิทธิภาพสูงขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีคนมาใช้บริการมันก็หมดความหมาย หลายคนเลือกทำเลที่ผิดพลาด อาศัยแค่คิดว่าเดี๋ยวก็มีคนมาใช้บริการ ซึ่งอาจจะนาน ๆ ทีแบบนี้คงไม่คุ้มค่าการลงทุนแน่ ยกตัวอย่างการลงทุนของบางคนที่ทำเป็นอาชีพหลักอาจต้องลงทุนขั้นต่ำที่ 10 ตู้บางคนมากถึง 50 ตู้ ฉะนั้นทำเลเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเป็นตู้เดิมเติมเงินมือถือ ทำเลที่ตั้งนอกจากจะอิงแหล่งชุมชนแล้ว ต้องอิงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เติมเงินครั้งละไม่มากแต่บ่อยครั้งต่อวัน ส่วนโอกาสทำเลในอนาคตขยายตามขอบชุมชนเมือง ไปตามอสังหาริมทรัพย์ที่โต แม้แต่ชุมชนโรงงาน

2.รูปแบบการลงทุนต้องโดน

          ปัจจุบันเรามีผู้ให้บริการ “ตู้หยอดเหรียญ” จำนวนมากทั้งแบบที่เป็นแฟรนไชส์และไม่ใช่แฟรนไชส์ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีเงื่อนไข สัญญาที่แตกต่างกัน เราควรศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจชัดเจน ส่วนใหญ่แนะนำให้เริ่มจาก 1-2 ตู้และทยอยเพิ่มขึ้น มีสถิติที่น่าสนใจว่าผู้ที่ไม่ทำอาชีพอื่นเลย จะลงทุนเฉลี่ย 10 ตู้และบริหารตู้อย่างเดียว การบริหารคือเข้าทำความสะอาด และเก็บเงิน แบ่งเวลาในการเข้าไปดูแล การสร้างรายได้จากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ขึ้นอยู่กับทำเล

         รายได้ต่อเดือนต่อตู้ที่ 4,000 บาท สูงสุด 15,000 บาทต่อตู้ต่อเดือน ถ้าพลาดอาจต่ำกว่า 4,000 บาท แต่ก็สามารถเคลื่อนย้ายหาทำเลใหม่ได้ ตู้น้ำดื่มมาร์จิ้นสูง ราคาขายน้ำจากตู้น้ำหยอดเหรียญเฉลี่ยทุกแบรนด์ลิตรละ 1 บาท ต้นทุนน้ำ ไฟ 8 สตางค์ (ถ้ารายได้ 10,000 บาทต้นทุนก็ 800 บาทเท่านั้น กำไร 9,200 บาท)

3.ตั้งกลุ่มเป้าหมายที่ใช่

          ก่อนลงทุน “ตู้หยอดเหรียญ” ใด ๆ ต้องดูว่าตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่หรือไม่ เช่น ตู้น้ำ ต้องตอบโจทย์การจัดการน้ำ มีความสะอาด การดูแลรักษา บำรุง และการทำความสะอาดตู้ภายนอก ตู้เติมเงินมือถือต้องสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นได้รวดเร็ว เช่น กระบวนการเติมเงินได้ภายใน 20 วินาที จากที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 1-2 นาที ถึงจบกระบวนการ

4.บริหารจัดการเหรียญให้ดี

          เพราะเหรียญเป็นเงินที่มีน้ำหนักการไขเหรียญเป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องสนใจ อาจต้องลงทุนกับการคัดแยกเหรียญให้กับธนาคารหรือกลุ่มแม่ค้า โดยทั่วไปแล้วอย่างตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ 1ตู้ จะใส่เหรียญบาทได้อย่างต่ำ 5,000 เหรียญ ถ้าเหรียญ 10 เป็น 10,000 เหรียญ แต่ก็ขึ้นกับชนิดและขนาดความจุของตู้ด้วยเช่นกัน

5.อย่าลืมที่ใช้การตลาดออนไลน์ร่วมด้วย

           ธุรกิจนี้อย่ารอให้คนมาเห็นและใช้บริการเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือเราต้อง “กระตุ้น” ให้คนอยากมาใช้บริการ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามี “ตู้บริการ” หรือบางทีก็รู้ว่ามีแต่คิดว่าไม่จำเป็นและไม่อยากใช้ การตลาดออนไลน์เราต้องสื่อให้เห็นว่าเราคือตู้เกี่ยวกับอะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง และลูกค้าจะได้ประโยชน์อย่างไรถ้าแวะเวียนมาใช้บริการที่ตู้หยอดเหรียญแห่งนี้ เราสามารถทำการตลาดได้หลายแบบทั้งการแจกใบปลิว การรีวิว การอัดคลิปวิธีการใช้ เป็นต้น

6.หมั่นศึกษาและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้

          ตู้หยอดเหรียญถือเป็นนวัตกรรมที่มีการพัฒนาต่อเนื่อง ในอนาคตข้างหน้าตู้ในแบบที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนหน้าตาไป ด้วยเทคโนโลยีแห่งยุคสมัยอย่าง AI และ Machine Learning สินค้าก็คงยังอยู่ในตู้ แต่จะสั่งซื้อจากที่ไหนก็ได้ทุกที่ทุกเวลา ในฐานะที่เราอยากลงทุนด้านนี้ต้องศึกษาแนวทางและหาวิธีการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพเพราะหากยึดติดอยู่กับเทคโนโลยีเดิม ๆ ฟังก์ชั่นเดิม ๆ ไม่มีการอัพเดท คนส่วนใหญ่จะแห่ไปใช้บริการตู้ที่ใหม่กว่า ทันสมัยมากกว่า สุดท้ายการลงทุนของเราก็อาจจะล้มเหลวได้

7.พัฒนาตัวเองไปสู่การขายแฟรนไชส์

          หากคิดจะสร้างรายได้จากเรื่องนี้แท้จริงควรหาโอกาสพัฒนาสร้างนวัตกรรมของตัวเองและขายในระบบแฟรนไชส์จะมีโอกาสรวยเร็วมากขึ้น โดยส่วนมากการจะทำเป็นธุรกิจแฟรนไชส์เราต้องวางระบบการบริหารจัดการให้ชัดเจน มีทีมงานที่มีคุณภาพ มีตู้หยอดเหรียญในแบบของเราเอง สำคัญประการต่อมาคือการทำสัญญาและเงื่อนไขกับผู้ลงทุนโดยทั่วไปการทำธุรกิจเครื่องหยอดเหรียญต้องจ่ายส่วนแบ่งให้กับเจ้าของเครื่อง (ในกรณีเช่าเครื่องหรือซื้อแฟรนไชส์) ซึ่งจะต้องมีการทำสัญญาร่วมกันระหว่างเจ้าของเครื่องและผู้ลงทุน (ผู้ซื้อ/เช่าเครื่อง) อัตราที่เหมาะสมคือค่าคอมมิชชั่นประมาณ 10-20% ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนและขนาดของเครื่องด้วย

            ในฐานะเจ้าของเครื่องต้องปฏิบัติตามสัญญาในการจัดทำงบการขาย และค่าคอมมิชชั่นให้กับเจ้าของธุรกิจ/ทรัพย์สิน ในสัญญาควรระบุ ประเภทของเครื่องและผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ความยาวของสัญญา ข้อกำหนดในการยกเลิกสัญญา เนื่องจากผิดสัญญาหรือไม่สามารถทำกำไรได้ ความพิเศษถ้ามี สิทธิในการเปลี่ยนเพิ่มหรือลดจำนวนเครื่องจักร และควรมีการร่างสัญญาหรือทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายด้วย

           สำหรับธุรกิจตู้หยอดเหรียญในปัจจุบันนอกจากจะได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไปแล้ว ยังได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ตามธุรกิจที่พักอาศัยอย่างเช่นอพาร์ทเม้นหรือคอนโดมิเนียมมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ ตู้จำหน่ายเครื่องดื่มและขนมแบบหยอดเหรียญ และส่วนใหญ่จะดูแลโดยนิติบุคคล เป็นการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางสำหรับธุรกิจที่พักอาศัย เนื่องจากประหยัดพื้นที่ไม่ต้องใช้แรงงานคนเฝ้าหน้าร้าน บริหารจัดการโดยระบบและเทคโนโลยี เปิดบริการได้ 24 ชั่วโมง แถมสะดวกกับการใช้งานของผู้พักอาศัยอีกด้วย

         ทั้งนี้การลงทุนตู้หยอดเหรียญเป็นอีกแนวทางการสร้างรายได้ที่น่าสนใจ แต่ก็มีหลายสิ่งที่ต้องพึงระวังเช่นการใช้งานที่ไม่ถูกวิธีของคนจำนวนมาก จึงต้องมีการบำรุงรักษาที่ดี หรือการซ่อมแซมและทำให้เครื่องดูใหม่ตลอดเวลา การป้องกันไม่ให้เครื่องถูกขโมย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือมาตรการที่เราต้องคิดและทำให้เป็นรูปร่างชัดเจนเพื่อโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจสมกับที่ตั้งใจไว้

จะลงทุนตู้หยอดเหรียญต้องทำอะไรบ้าง

            เมื่อรู้แนวทางในการเตรียมตัวที่จะลงทุนในธุรกิจตู้หยอดเหรียญแล้ว ถึงคราวที่จะต้องไปเลือกซื้อตู้ก็จะต้องมีข้อมูลหรือความรู้พื้นฐานประกอบการซื้อด้วยนะ มาดูสิ่งที่ต้องรู้เมื่อจะซื้อตู้หยอดเหรียญว่ามีอะไรบ้าง

  • จุของได้เท่าไร คือ ยิ่งตู้จุได้มากก็จะลดแรงงาน ลดภาระในการเติมของได้มากเท่านั้น ถ้าจะให้แนะนำควรจุได้มากกว่า 400 ชิ้นขึ้นก็ถือว่าใช้ได้
  • ขนาดตู้เท่าไร ตู้บางตู้แม้จะดูหน้ากว้างไม่มาก แต่มีความลึกมาก ทำให้เกะกะเวลาจัดวาง แถมขนย้ายลำบากอีกด้วย สรุปคือเลือกตู้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ต้องจุสินค้าได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โอเคนะ
  • ระบบทำความเย็นทำความเย็นได้ต่ำสุดแค่ไหน คือตู้ควรทำความเย็นได้ 2-5 องศาเซลเซียล ถ้าทำความเย็นได้แค่ 8-10 องศาเซลเซียส อย่าซื้อมาใช้ให้เสียอารมณ์เพราะว่าเมืองไทยเมืองร้อน ลูกค้าอยากกินน้ำเย็น ๆ แบบเย็นเจี๊ยบ! กดมาน้ำเย็นเหมือนตู้แช่ขี้เหนียวค่าไฟลูกค้าซื้อครั้งเดียวคือจบเลยนะ
  • ตู้กินไฟแค่ไหน ตู้บางตู้กินไฟเวอร์วังอลังการ ประมาณ 1,000 วัตต์ บอกเป็นวัตต์อาจจะมองไม่ออกว่าค่าไฟกี่บาท จริง ๆ คือ ประมาณ 350 หน่วยต่อเดือน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าค่าไฟเราจ่ายตรงกับการไฟฟ้า หรือ จ่ายกับเจ้าของพื้นที่เช่า ถ้าจ่ายกับการไฟฟ้าก็หน่วยละ 4 บาท (ตีกลม ๆ ปัดเศษ) ก็ตก 1,400 บาทต่อเดือน แต่ถ้าจ่ายค่าไฟฟ้ากับพื้นที่เช่าหน่วยละ 7 บาท ก็ตก 2,450 บาท ยังไม่ทันขายอะไร ต้นทุนฟิกซ์แล้วปาเข้าไป 2 พันกว่าบาท จะบอกว่าตู้ที่ดีต้องกินไฟราว ๆ 600 วัตต์ หรือ 200-250 หน่วยต่อเดือน กำลังดีและเหมาะสมนั่นเองจ้า
  • รับเหรียญ รับแบงค์ ทุกแบบหรือไม่ ถ้าจะให้ดีตู้ต้องรองรับเหรียญทุกชนิด ธนบัตรทุกชนิด แบบที่รับเฉพาะแบงค์ 20 บาทหรือแค่เหรียญ 10 อย่าซื้อ!! บางครั้งลูกค้าไม่มีเหรียญ ไม่มีแบงค์ 20 ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าไม่มีเงินนะจ๊ะ เอาแบบที่มีทอนได้ด้วยจะยิ่งดีเลย
  • รองรับ QR code ได้หรือเปล่า ตู้ที่ดีควรรองรับการจ่ายเงินผ่าน QR code ได้แล้ว แค่ให้ลูกค้าสแกน QR แล้วสินค้าก็จ่ายออกมา ง่ายทั้งลูกค้า ง่ายทั้งเรา แถมไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับเงินสดอีกด้วย
  • ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งตู้เท่าไหร่ ก่อนจะซื้อตู้อย่างหนึ่งที่อย่าลืมเช็คคือ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและขนส่งตู้ บางครั้งผู้ขายลืมหรืออาจจะแกล้งลืม ที่จะแจ้งให้ทราบว่า มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแต่ขนส่งตู้ด้วย อันนี้สำคัญมาก อย่างคนที่อยู่ต่างจังหวัดยิ่งต้องไม่ควรลืมเรื่องนี้เลย บางรายโดนค่าขนส่งไปหลายพันบาท เล่นเอาคนลงทุนถึงกับจุกไปตาม ๆ กัน อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องที่เลยตามเลยแบบเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว
  • มีค่าซ่อมแซมเท่าไหร่ บางครั้งก็อาจจะมีเหตุที่ทำให้ตู้ขัดข้องหรือเสียได้ เพราะตู้หยอดเหรียญก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป มีเสีย มีพังตามการใช้งาน แต่ประเด็นคือค่าใช้จ่ายในการซ่อมคิดอย่างไร ตัวเครื่องมีการรับประกันนานแค่ไหน และเงื่อนไขการรับประกันเป็นอย่างไร เพราะหลาย ๆ คนอาจจะไม่ทราบเลยว่าแค่อุปกรณ์รับเหรียญ รับแบงค์ ถ้ากรณีที่เสียแบบซ่อมไม่ได้ ค่าใช้จ่ายตรงนี้เป็นราคาหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว
  • ระบบออนไลน์ ตู้หยอดเหรียญสมันนี้ควรมีระบบออนไลน์รองรับ เพื่อดูยอดขาย ดูสถานะของตู้ ผ่านมือถือได้แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อการบริหารจัดการได้ทันเวลา ของหมดจะได้รีบไปเติม ตู้มีปัญหาเหรียญติดขัดแบงค์ติดขัดจะได้รีบเข้าไปแก้ไข ทั้งหมดของระบบออนไลน์ก็เพื่อช่วยให้ตู้สามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่องนั่นเองจ้า

ตู้หยอดเหรียญขายของไม่ออกทำอย่างไร

          แม้ว่าธุรกิจตู้หยอดเหรียญเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางการค้าในปัจจุบัน แต่หากขาดการวางแผนก่อนเริ่มต้นธุรกิจที่ดีอาจมีโอกาสก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรังในอนาคตได้ มาดูปัญหาที่พบบ่อย ๆ ไปพร้อมกับแนวทางการวางแผนที่ดีเพื่อปรับใช้ในธุรกิจคุณ

สถานที่ไม่ดี ไม่มีการสำรวจ

          ก่อนการเลือกสถานที่วางตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรืออาคารสำนักงาน จะต้องมีการสำรวจ เช่น จำนวนคน ช่วงอายุและประเภทของคน จำนวนคู่แข่งซึ่งรวมไปถึงร้านสะดวกซื้อและร้านโชห่วย ราคากลางค่าเช่าในบริเวณนั้น แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับสถานที่อื่น ๆ ที่อยู่ในลิสต์ แล้วค่อยตัดสินใจ หลังจากเลือกสถานที่ตั้งได้แล้ว ควรจะมีการต่อรองราคาค่าเช่าเพื่อลดต้นทุน การแบกภาระค่าเช่าที่สูงเกินไปอาจส่งผลถึงกำไรของคุณ ทางเลือกที่ดีที่สุด (หากเป็นไปได้) คือการต่อรองขอจ่ายค่าเช่าเป็นเปอร์เซ็นของยอดขาย ซึ่งจะทำให้ท่านไม่ต้องแบกภาระหนักเกินไปในกรณีช่วงเวลาที่มียอดขายลดลง

        

ขายสินค้าไม่ได้

           การเลือกตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่สามารถใส่สินค้าได้หลากหลายประเภทภายในเครื่องเดียว หรือสามารถปรับเปลี่ยนสินค้าภายในได้ง่าย เป็นทางเลือกที่ดีในการลดความเสี่ยงเรื่องยอดขาย เนื่องจากคุณสามารถเริ่มต้นใส่สินค้าหลากหลายประเภทหรือยี่ห้อ แล้วบันทึกสถิติยอดขาย หลังจากนั้นค่อยคัดเลือกนำสินค้าที่ขายไม่ดีออก เพิ่มหรือคงสินค้าที่ขายดีไว้ แม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนสินค้าตามฤดุกาลหรือเทศกาลก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่ดี เช่น เพิ่มจำนวนสินค้าประเภทช็อคโกแลตในเทศกาลวาเลนไทน์ หรือการเปลี่ยนสินค้าไปตามกระแสนิยม

ตู้ไม่มีคุณภาพ

          การที่ตู้พังหรือติดปัญหาอื่น ๆ เช่น สินค้าที่อยู่ในเครื่องไม่ถูกรักษาไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเนื่องจากเครื่องทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพส่งผลให้สินค้าเสียหรือไม่อยู่ในสภาพพร้อมขาย การเกิดฝ้าไอน้ำที่กระจกตู้ เครื่องกินเงิน เครื่องทอนเงินผิด และอื่น ๆ ไม่ได้ส่งผลแค่เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมและโอกาสในการขาย ยังมีความเสี่ยงสูญเสียฐานลูกค้าเนื่องจาดขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการตู้ของคุณ

           อย่างไรก็ตาม การคำนึงและเปรียบเทียบข้อมูลอื่น ๆ ของเครื่อง หลาย ๆ แบรนด์ เป็นสิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น ข้อมูลที่ควรรู้รวมไปถึงบริการหลังการขาย บริการซ่อมบำรุง สต๊อกอะไหล่ ระยะเวลาสั่งอะไหล่ หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการซ่อมได้อีกด้วย

        

          สำหรับการลงทุนในธุรกิจตู้หยอดเหรียญ แม้จะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและได้รับผลตอบแทนแบบเสืนอนกินแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดนั่นก็คือการศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนให้ดี ยิ่งคุณสามารถหาข้อมูลและทำการสำรวจมากเท่าไหร่ โอกาสที่ธุรกิจจะเติบโตก็ยิ่งสูงขึ้นและความเสี่ยงจะลดลงมากด้วยเช่นกัน