logo

          ภายในบ้านมีห้องที่มีความสำคัญมากมาย และหนึ่งในห้องที่เราควรใส่ใจเป็นพิเศษ ก็คือการจัดห้องพระนั่นเอง ทำไมการจัดห้องพระในบ้าน จึงมีความสำคัญ? นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นห้องที่เราจะต้องจัดวางสิ่งที่เราเคารพสักการะ สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นของสูง เป็นสิริมงคล และยังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเราชาวไทยอีกด้วย ดังนั้นแล้วการจัดห้องนี้ จึงค่อนข้างมีความพิเศษมากกว่าห้องอื่น ๆ ภายในบ้าน เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากจะเพื่อเป็นการเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยยกพระพุทธรูปไว้บนที่สูง ในอีกแง่มุมหนึ่งก็เป็นเรื่องของการจัดห้องเพื่อให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้อยู่อาศัย อยู่แล้วดีอยู่แล้วเจริญรุ่งเรืองได้โชคได้ลาภ ทำมาค้าขึ้นนั่นเอง

. . . . . . . . . .

            และสำหรับในวันนี้ใครที่มีข้อสงสัยว่าจัดห้องพระในบ้านอย่างไรจึงจะเป็นการเสริมสิริมงคลและเพื่อให้ได้โชคลาภ รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิเช่น การจัดห้องสำหรับบ้านชั้นเดียว บ้าน 2 ชั้น บ้าน 3 ชั้น ควรจะมีรูปแบบหรือเลือกห้องอย่างไรให้เหมาะสม หลักการจัดโต๊ะหมู่บูชาหรือการตั้งวางพระพุทธรูปภายในห้องที่ถูกต้อง สิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำสำหรับการจัดห้องอันเต็มไปด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเป็นสิริมงคล วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบพร้อมๆกัน และทิ้งท้าย กับการคลายข้อสงสัยในความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการจัดห้องพระ ติดตามเรื่องราวน่ารู้ทั้งหมดนี้ได้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

Topic:

  • การจัดห้องพระในบ้านแบบต่าง ๆ 
  • ทิศที่เหมาะแก่การจัดห้องพระ
  • หลักการในการจัดโต๊ะหมู่บูชา 
  • หลักการตั้งวางพระภายในห้อง เช่น ทิศทางการหันหน้าขององค์พระพุทธรูป การทำมุมขององค์พระกับตำแหน่งของประตู หน้าต่าง เป็นต้น สามารถโยงเรื่องหลักการทางฮวงจุ้ยได้
  • การจัดห้องพระตามฮวงจุ้ย
  • ข้อแนะนำ ข้อควรคำนึงในการจัดห้องพระ
  • ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการจัดห้องพระที่ควรรู้
  • การจัดห้องบูชา สักการะ ตามหลักศาสนาอื่น ๆ 

การจัดห้องพระในบ้านแบบต่าง ๆ

          ในปัจจุบันนี้ บ้านมีความหลากหลายและมีดีไซน์ที่แปลกใหม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงโครงสร้างของบ้านแบบ บ้าน 1 ชั้น บ้าน 2 ชั้นและบ้าน 3 ชั้น ซึ่งเป็นโครงสร้างของบ้านที่นิยมในไทยเรา ซึ่งแน่นอนว่าคำถามที่ตามมาก็คือ บ้านลักษณะต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ควรจัดห้องพระแบบใด หรือควรอยู่ชั้นไหน

          ในการเลือกตำแหน่งของห้อง ที่เรามักเคยได้ยินคำแนะนำอยู่เสมอ คือไม่ว่าบ้านจะมีกี่ชั้น ห้องสำหรับจัดวางพระพุทธรูปหรือตั้งโต๊ะหมู่บูชา ควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน เนื่องจากท่านคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพสักการะ จึงไม่ควรอยู่ชั้นล่างนั่นเอง 

         แต่หากมองในความเป็นจริงแล้ว หากเรายึดถือเอา ความสะดวกสบายในการใช้งาน เป็นที่ตั้ง การเลือกตำแหน่งของห้องพระก็คงจะมีความแตกต่างกันออกไปตามความสะดวกสบายของแต่ละบ้าน เช่น ใครที่มีบ้าน 2 หรือ 3 ชั้น และมีญาติผู้ใหญ่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่มักจะเข้าไปสวดมนต์หรือนั่งสมาธิในห้องพระเป็นประจำ ก็คงไม่สะดวกที่จะเดินขึ้นชั้น 2 หรือชั้น 3 ทุกวันแน่นอน ดังนั้นการเลือกห้องในชั้นที่ 1 ของบ้าน หรือชั้นล่างสุดก็คงเป็นตัวเลือกที่ดีและเหมาะสมมากกว่า เป็นต้น ซึ่งในหลักปฏิบัติแบบนี้ ก็มีซินแส ชื่อดังของวงการฮวงจุ้ยได้ออกมาให้ความเห็นว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร และนับเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วด้วยซ้ำ กับการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับการใช้งาน มากกว่าการเลือกตำแหน่งตามความเชื่อแบบดั้งเดิม ดังนั้นแล้ว กรณีที่บ้านไหนจำเป็นต้องเลือกตำแหน่งของห้องพระในชั้นล่างสุดของบ้าน ก็สามารถทำได้เพียงแต่ต้องมีวิธีการ จัดตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ห้องนั้นเป็นห้องที่สงบเงียบที่สุด โดยจะมีรายละเอียดเรื่องนี้ในหัวข้อถัดไป ไปติดตามกันได้เลย

ทิศที่เหมาะแก่การจัดห้อง

          ไขข้อข้องใจเรื่องการเลือกตำแหน่งของห้องที่สำคัญของบ้านห้องนี้กันไปแล้ว คราวนี้เป็นที่รู้กันแล้วว่าเราสามารถเลือก วางตำแหน่งห้องพระชั้นไหนก็ได้ของตัวบ้านดังนั้นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าและเป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษก็คือทิศที่เหมาะสมในการจัดห้องนั่นเอง

แน่นอนว่าทิศทางที่ดี สำหรับการวางตำแหน่งห้องเพื่อเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ควรหันหน้าไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก เปิดทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทิศทางที่ดี ช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัย ทั้งทางด้านการงานและการเงิน และแน่นอนว่าทิศทางต้องห้ามก็คือทิศตะวันตก จากความเชื่อที่ว่าจะทำให้ชีวิตตกต่ำไม่เจริญก้าวหน้านั่นเอง

          เหนือสิ่งอื่นใดห้องพระที่เราเลือกไม่ว่าจะอยู่ทิศใดควรเป็นมุมที่สงบที่สุดของตัวบ้านหรือชั้นนั้น ๆ เป็นห้องที่ปราศจากเสียงรบกวนไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เป็นห้องที่อยู่ในมุมที่ไม่มีการเดินผ่านบ่อย ๆ เหตุที่ต้องการความสงบในตำแหน่งนั้น ก็เนื่องมาจากการสวดมนต์ไหว้พระ เป็นการปฏิบัติที่ต้องการความเงียบสงบและใช้สมาธิ เป็นกุศโลบายให้การปฏิบัตินั้นได้ผลดี โดยไร้สิ่งรบกวนจิตใจ นั่นเอง

          ตำแหน่งของห้องพระที่ดีควรเป็นตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เนื่องจากบางบ้านหรือบางคนอาจจะนิยมจุดธูปจุดเทียนเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งที่เกิดขึ้นคือควันธูป จะเป็นสิ่งที่รบกวนผู้ที่กำลังปฏิบัติ เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าหากอากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวกห้องนั้นจะเต็มไปด้วยกลิ่นที่เกาะติดและยังคงฟุ้งตลบอบอวลอยู่ภายในห้องร้ายแรงที่สุดอาจจะเกิดอันตรายกรณีมีเพลิงไหม้ขึ้นได้ ซึ่งข้อดีของห้องที่อยู่ในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ยังเป็น เรื่องของการช่วยรักษาความสะอาด ทำให้บรรยากาศดีอีกด้วย

หลักการในการจัดโต๊ะหมู่บูชา

          ความสำคัญของการจัดโต๊ะหมู่บูชาในห้องพระ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมสาทิสลักษณ์ เป็นต้น เป็นการปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานและยังถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาติ โดยการนำโต๊ะหมู่บูชามาจัดตั้งจะมีลักษณะและมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความนิยมและวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพสักการะและเป็นสิริมงคลในสถานที่นั้น การจัดวางโต๊ะหมู่บูชา จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงวิธีที่ควรปฏิบัติ อย่างถูกต้องเหมาะสม

          การจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาสามารถทำได้ 2 รูปแบบนั่นก็คือการวางโต๊ะหมู่ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับจำนวนของพระพุทธรูปรวมถึงอัฐิบรรพบุรุษก็สามารถนำมาวางร่วมด้วยได้ หรือรูปแบบที่ 2 สามารถจัดวางหิ้งพระแบบแขวนได้อีกเช่นกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้งานและพื้นที่ในห้องนั้น ๆ ของแต่ละบ้านนั่นเอง โดยหลักการที่สำคัญสำหรับการจัดโต๊ะหมู่บูชาให้ถูกต้องเพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคลมีรายละเอียดดังนี้

รูปแบบโต๊ะหมู่บูชา

รูปแบบโต๊ะหมู่บูชา

ขอบคุณภาพจาก ทองหลางบูชา หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชาพระ ตกแต่งห้องพระ 

          รูปแบบของโต๊ะหมู่บูชาสำหรับตั้งวางในห้องพระมีแยกย่อยรายละเอียดออกไปตามความนิยมของแต่ละบ้านซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโต๊ะหมู่แบบ 4 5 7 และ 9 ตัว ซึ่งจะประกอบไปด้วยเครื่องบูชาที่เราต้องเตรียมดังนี้

โต๊ะหมู่ 4 ตัว (เหมาะสำหรับบูชาพระในบ้านที่พื้นที่น้อยหรือที่ทำงาน) ประกอบไปด้วย 

  • กระถางธูป 1 กระถาง
  • กระถางเชิงเทียน 1 คู่
  • พานดอกไม้ 2 พาน
  • แจกัน 2 แจกัน

โต๊ะหมู่ 5 ตัว (เหมาะสำหรับ บ้านที่ไม่ต้องการพิธีรีตองมากนัก หรือใช้ในการทำบุญบ้าน) ประกอบไปด้วย

  • กระถางธูป 1 กระถาง
  • กระถางเชิงเทียน 4 คู่
  • พานดอกไม้ 5 พาน
  • แจกัน 2 แจกัน

โต๊ะหมู่ 7 ตัว (เหมาะบ้านที่ค่อนข้างมีพื้นที่ห้องกว้าง หรือใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับพิธีทางศาสนา) ประกอบด้วย

  • กระถางธูป 1 กระถาง
  • กระถางเชิงเทียน 5 คู่
  • พานดอกไม้ 5 พาน
  • แจกัน 2 แจกัน

โต๊ะหมู่ 9 ตัว ( เหมาะกับบ้านที่ค่อนข้างมีพื้นที่ห้องโล่งกว้าง หรือส่วนใหญ่จะใช้กับงานที่มีพระประธานเป็นพิธีการใหญ่ เช่นพระอุโบสถวิหารหรือศาลาการเปรียญ) ประกอบด้วย

  • กระถางธูป 1 กระถาง
  • กระถางเชิงเทียน 7 คู่
  • พานดอกไม้ 7 พาน
  •  แจกัน 3 แจกัน

ข้อกำหนดที่ควรรู้ในการจัดโต๊ะหมู่บูชาในห้องพระ

  • ทิศทางในการจัดตั้งโต๊ะหมู่นิยมหันไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเพื่อความเป็นสิริมงคล และเชื่อว่าเป็นคิดทางที่ดีที่จะช่วยส่งเสริมโชคลาภนำพาความสุขส่งเสริมการเงินการค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง
  • กรณีที่ไม่มีโต๊ะหมู่บูชาสามารถใช้โต๊ะต่างหรือชั้นวางพระที่มีลักษณะและสัดส่วนที่เหมาะสมแทนได้ รวมไปถึงการใช้หิ้งพระ
  • เครื่องสักการะบูชา ตามคำแนะนำข้างต้นในข้อ 1 ควรมีครบ จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้
  • ต้องมีพระพุทธรูปเป็นพระประธานและเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า
  • พระประธานควรเป็นพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดของเจ้าของบ้าน หรืออาจจะตั้งพระแก้วมรกต พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ เป็นพระประธานและตั้งพระประจำวันเกิดเป็นลำดับรองลงมาก็ได้
  • ต้องตั้งพระพุทธรูปไว้ตำแหน่งสูงสุดของโต๊ะหมู่บูชา
  • ควรจัดลำดับองค์พระอื่น ๆ ตามลำดับบารมี เช่น องค์พระอรหันต์ ได้แก่พระสารีบุตร พระอานนท์และพระสิวลี เป็นต้น ควรอยู่สูงกว่าองค์พระอริยสงฆ์ อันได้แก่ หลวงปู่ทวด หลวงปู่โต และหากมีการบูชาพระอริยสงฆ์หลายองค์ ก็ควรจัดลำดับตามความอาวุโสอีกเช่นกัน ทั้งนี้ให้วางองค์พระตามลำดับจากซ้ายมายังขวาของพระประธาน
  • กรณีที่บูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุควรจัด พระบรมสารีริกธาตุให้อยู่ถัดจาก หรืออยู่ในตำแหน่งรองจากพระพุทธรูป ในส่วนของพระธาตุให้จัดตามลำดับบารมีเช่นกัน เช่นวางพระธาตุพระสิวลีไว้ถัดจากองค์พระสิวลี
  • ข้อห้ามสำหรับการวางพานดอกไม้พานพุ่มหรือเชิงเทียนและกระถางธูป คือไม่ควรวางสูงกว่าองค์พระโดยเด็ดขาด
  • กรณีที่ห้องพระ จัดวางในคอนโด หรืออพาร์ทเม้นท์ ควรทำฉากหรือมีผ้าม่านกั้นให้เป็นสัดส่วน

          ข้อกำหนดสำหรับการจัดโต๊ะหมู่บูชาในห้องพระที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่เราพึงปฏิบัติ และจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหมู่บูชารูปแบบใดสิ่งที่เราจะต้องเตรียมประกอบไปด้วยกระถางธูป กระถางเชิงเทียน พานดอกไม้และแจกัน แต่จะแตกต่างกันออกไปตามจำนวนของโต๊ะหมู่บูชารูปแบบต่าง ๆ นั่นเอง นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สำคัญ ที่เราจะต้องเตรียม ก็คือพระพุทธรูปรวมถึงพระประจำวันเกิด ซึ่งมีความเชื่อว่าการจัดวางพระประจำวันเกิดไว้สักการะในบ้านโดยวางบนโต๊ะหมู่บูชาหรือหิ้งพระถือเป็นมงคลอันสูงอีกประการ มีพระพุทธคุณในการช่วยปัดเป่าและให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งปวง โดยพระปางประจำวันเกิดแต่ละวันเกิดจะมีทิศทางที่เหมาะสมในการจัดวางที่แตกต่างกันออกไป การจัดวางพระบนหิ้งพระในห้อง ที่ถูกต้องเหมาะสม ควรหันหน้าไปในทิศทางใด ติดตามได้ที่หัวข้อต่อไปเลย

หลักการตั้งวางพระภายในห้อง  

หลักการตั้งวางพระภายในห้อง

ขอบคุณภาพจาก Innolife Furniture 

          หลักการตั้งวางพระภายในห้องพระโดยทิศทางการหันหน้าของพระพุทธรูปที่ถูกต้องเหมาะสม ในกรณีการบูชาพระปางวันเกิดต่าง ๆ ควรมีทิศทางดังนี้

  • วันจันทร์ พระปางห้ามญาติหรือห้ามสุนทร ควรวางหันไปทางทิศเหนือ
  • วันอังคาร พระปางหน้าไสยาสน์หรือปางปรินิพพาน ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
  • วันพุธกลางวัน พระปางอุ้มบาตร ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
  • วันพุธกลางคืนพระปางป่าเลไลย์ ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
  • วันพฤหัสบดี พระปางสมาธิหรือปางตรัสรู้ ควรวางหันหน้าไปทางทิศใต้
  • วันศุกร์ พระปางรำพึง ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
  • วันเสาร์พระปางนาคปรก ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
  • วันอาทิตย์พระปางถวายเนตร ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

          นอกจากนี้แล้วทิศทางในการตั้งโต๊ะหมู่บูชาในห้องพระและการจัดตั้งพระพุทธรูปบนโต๊ะหมู่โดยทั่ว ๆ ไปนั้นทิศทางที่นิยมหันหน้าพระพุทธรูปก็คือทางทิศเหนือและทิศตะวันออกซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดีที่จะช่วยส่งเสริมโชคลาภเงินทองการทำมาค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง และนอกจากนี้แล้ว การจัดห้องพระและหันหน้าพระตามฮวงจุ้ย เพื่อเสริมโชคลาภบารมีก็ถือเป็นเรื่องของความเชื่อ และเมื่อปฏิบัติอย่างถูกต้องแล้วอย่างน้อยเกิดความสบายใจเนื่องจากการจัดห้องพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคนในบ้าน วันนี้จะมีวิธีหรือหลักการจัดห้องพระตามฮวงจุ้ยมาฝากกัน

การจัดห้องพระตามฮวงจุ้ย

         การจัดห้องพระตามฮวงจุ้ยนอกจากตำแหน่งที่ถูกต้องยังคำนึงถึงการหันหน้าพระพุทธรูปหรือองค์พระประธานสำหรับการจัดโต๊ะหมู่บูชาที่ถูกต้องเหมาะสมด้วย โดยแต่ละทิศทางก็จะเชื่อมโยงกับบ้านในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีประตูหน้าบ้านหันไปในทิศทางที่แตกต่างกันดังนี้

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้

          ควรเลือกตำแหน่งห้องพระ ที่อยู่ทางด้านหน้าบ้านซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งรุ่งเรือง และจัดโต๊ะหมู่บูชาโดยหันหน้าพระออกไปทางทิศตะวันออกจะเกิดความรุ่งเรืองแก่ผู้อยู่อาศัยในทุกเรื่อง ประสบโชคลาภในด้านทรัพย์สิน แต่ควรถวายน้ำ สวดมนต์ ปฏิบัติภาวนารักษาสัจจะวาจา ช่วยลดเหตุเดือดร้อนวุ่นวาย สิ่งใดเลวร้ายก็จะผ่านไปได้ด้วยดี ศัตรูจะแพ้ภัยตนเอง สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นสำคัญก็คือ ควรจัดให้ห้องมีความสว่าง หากองค์พระประธานเป็นพระเนื้อดินจะยิ่งส่งผลกับผู้อยู่อาศัยและเกิดความเป็นศิริมงคลดียิ่งขึ้นไป และในตำแหน่งการจัดวางแบบนี้จะยิ่งส่งเสริมเรื่องเงินทองและโชคลาภเพิ่มมากขึ้นไปอีกควรจะถวายด้วยไม้เล็ก ๆ หรือต้นไม้น้ำ เช่น ไผ่กวนอิมใส่แจกันเนื้อดินในห้องพระ เป็นต้น

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

          ตำแหน่งของห้องพระที่ตั้งหิ้งพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับ สักการะบูชาควรอยู่ตำแหน่งตรงกลางส่วนหน้าบ้านเป็นตำแหน่งรุ่งเรือง และหันหน้าพระประธานหรือหิ้งพระไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หากพระประธานเป็นพระที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อพระใส หลวงพ่อทวดหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำจากเนื้อไม้จะยิ่งเป็นการดี หมั่นสวดมนต์ปฏิบัติภาวนา จะเกิดความรุ่งเรืองทางปัญญา จิตใจเบิกบาน และได้รับการช่วยเหลือเมื่อมีภัย และทำให้เกิดความเป็นมงคลกับชีวิต

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตก

          ควรเลือกตำแหน่งห้องให้อยู่ตรงกลางด้านซ้ายมือหรือทางทิศใต้ หันหน้าองค์พระประธานและโต๊ะหมู่ไปทางทิศเหนือจะเกิดความเป็นศิริมงคล ความมีสง่าราศีส่งเสริมชื่อเสียงบารมีและธุรกิจต่าง ๆ และควรเปิดหน้าต่างรับพลังงานที่ดีบ่อย ๆ จัดห้องพระให้มีแสงสว่างอยู่เสมอ หมั่นสวดมนต์ปฏิบัติอ่อนน้อมและมีมารยาทจะช่วยขจัดปัดเป่าอุปสรรคและความขุ่นข้องหมองใจ

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

         ควรเลือกตำแหน่งห้องพระ ในส่วนของหน้าบ้านด้านขวามือหรือทางทิศเหนือเป็นตำแหน่งรุ่งเรือง หันหน้าพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นพิษที่ช่วยส่งเสริมอาชีพการงานและธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองรวมถึงการเดินทางในและต่างประเทศประสบความสำเร็จได้ด้วยดี

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

           ควรเลือกตำแหน่งของห้องพระให้อยู่ตรงกลางด้านซ้ายมือหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หันหน้าองค์พระประธานออกไปทางทิศตะวันออกหรือหน้าบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพ ยังส่งเสริมเสน่ห์การเรียนการงานชื่อเสียงเงินทองโชคลาภ องค์พระประธานควรเป็นองค์เนื้อดินหรือพระพุทธชินราชและพระสีวลี บรรยากาศในห้องควรสว่างอากาศถ่ายเทได้สะดวก เจ้าของบ้านควรหมั่นสวดมนต์ปฏิบัติสุจริต จะช่วยหลุดพ้นจากความทุกข์ ขจัดความมืดมน ลดความเจ็บป่วย

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออก

           การจัดห้องพระในตำแหน่งด้านซ้ายมือหรือทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหันออกไปทางหน้าบ้าน จัดตั้งองค์พระประธาน ที่ทำมาจากเนื้อดินหรือพระประจำวันอาทิตย์ปางถวายเนตร ตรงไปถึงพระสีวลีจะส่งเสริมโชคลาภเงินทองชื่อเสียงธุรกิจ และควรหมั่นสวดมนต์ปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจะนำมาซึ่งความผาสุกและครอบครัว

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

          ตำแหน่งของห้องพระควรอยู่ส่วนกลางหน้าบ้านโดยหันหน้าพระกลับเข้ามาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พระประธานควรเป็นพระที่ทำมาจากเนื้อโลหะ เช่น พระพุทธชินราช หรือพระประธานที่เป็นเนื้อดินจะยิ่งช่วยส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง เกิดโชคลาภและการยอมรับนับถือ 

บ้านที่ประตูหน้าบ้านหันไปทางทิศเหนือ

          ตำแหน่งของห้องพระควรจัดอยู่ส่วนกลางหน้าบ้านโดยหันหน้าพระออกทางทิศเหนือหรือหน้าบ้าน พระประธานที่เหมาะสมควรเป็นพระประธานที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งจะมีพุทธคุณในการส่งเสริมการดำรงชีวิตด้านสติปัญญาและช่วยให้เกิดโชคลาภ มียศศักดิ์ มีอำนาจ มีตำแหน่ง ลูกน้องบริวารให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทั้งหมดควรหมั่นเพียรสวดมนต์ปฏิบัติถวายน้ำ

          การจัดตำแหน่งของห้องพระและการตั้งวางโต๊ะหมู่การหันหน้าพระออกไปทางทิศต่าง ๆ ที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ยดังกล่าวนี้ ถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ผู้ปฏิบัติตามแล้วเกิดความสบายใจ แต่อย่างไรก็ตาม ควรหมั่นสวดมนต์ปฏิบัติ ถวายน้ำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต รวมถึงครอบครัวผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านนั่นเอง

ข้อแนะนำ ข้อควรคำนึงในการจัดห้องพระ

ข้อแนะนำ ข้อควรคำนึงในการจัดห้องพระ

ขอบคุณภาพจาก Innoli fe Furniture

          การจัดห้องพระมีรายละเอียดต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ควรปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคลและเพื่อให้เกิดโชคลาภนำพาความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาสู่คนที่อยู่อาศัยภายในบ้าน ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีข้อควรคำนึงถึงในเรื่องของการจัดห้องที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด ได้แก่เรื่องต่าง ๆ ดังนี้

  1. ห้องพระหรือหิ้งพระไม่ควรอยู่ใต้คานหรือใต้บันได เนื่องจากเป็นจุดที่มีผู้คนเดินผ่านทุกท่านทำให้เกิดความไม่สงบ และเป็นจุดที่ถือได้ว่าอับลม อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก แสงสว่างไม่เพียงพอ และเป็นตำแหน่งที่ถูกกดทับตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำพาความอัปมงคล ความไม่สบายเจ็บไข้ได้ป่วยเข้ามาสู่คนในบ้านอีกด้วย
  2. ตำแหน่งของห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำจากหลักทางวงจุ้ยที่เชื่อว่าห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานธาตุน้ำ ส่วนห้องพระเป็นแหล่งรวมพลังงานธาตุไฟ เหนือสิ่งอื่นใดพระพุทธรูปถือได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพสักการะ ในขณะที่ห้องน้ำเต็มไปด้วยพลังงานลบ และสิ่งปฏิกูล ถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งใกล้กันนั่นเอง
  3. กรณีที่จัดโต๊ะหมู่บูชาไว้ในห้องนอน ไม่ควรหันเตียงนอนโดยวางปลายเท้าไปทางด้านหิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชา รวมไปถึงคอนโดที่ถึงแม้ว่าจะมีกระจกใสกั้นห้องก็ไม่ควรหันปลายเท้า ไปยังทิศทางของโต๊ะหมู่บูชาด้วยเช่นกัน
  4. สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงสำหรับการจัดห้องพระก็คือขนาดของห้องที่หลายคนมองข้ามตามหลัก การจัดห้องที่ดีควรเปิดห้องให้โล่งโปร่งสามารถรับลมและมีอากาศถ่ายเท ดังนั้นขนาดของห้องควรกว้าง พอประมาณให้สามารถปฏิบัติสวดมนต์นั่งสมาธิได้อย่างสะดวกผู้ปฏิบัติไม่รู้สึกอึดอัด
  5. ห้ามวางองค์พระโดยหันหน้าไปตรงกับประตูเพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดความไม่สงบ

         นอกจากนี้แล้ว เรื่องที่เราอยากจะขอทิ้งท้ายเอาไว้เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้พิจารณาเกี่ยวกับการจัดห้องพระของบ้านเรา ก็คือเรื่องความเข้าใจผิด ๆ ที่ควรรู้ และอาจจะเป็นอีกมุมมองความคิดที่ช่วยให้เรามีความสะบายใจในการเลือกสถานที่หรือเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย 

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการจัดห้องพระที่ควรรู้

            จากทั้งหมดในเรื่องการจัดห้องพระที่ถูกต้องเหมาะสม การวางตำแหน่งต่าง ๆ ตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อเป็นการเสริมโชค บารมีของผู้อยู่อาศัยในบ้านและเสริมความเป็นสิริมงคล ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการจัดห้อง ที่บางทีเราเองก็จำเป็นที่จะต้อง รับทราบหลักการหรือแนวคิดเหล่านี้เอาไว้เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเลือกตำแหน่งหรือการจัดวางหิ้งพระโต๊ะหมู่บูชารวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ดังนี้

  • ความเชื่อผิดว่าห้องพระควรเป็นห้องชั้นบนสุดของบ้าน

          เป็นคำแนะนำของศาสตร์ทุกแขนงก็ว่าได้ว่าห้องที่เราตั้งโต๊ะหมู่บูชาจัดตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ควรเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของบ้าน เนื่องจากชั้นบนเป็นชั้นที่ไม่มีการถูกเหยียบย่ำ รวมไปถึงความเชื่อที่ว่าการวางพระต่ำกว่าคนในบ้าน เช่นการจัดตั้งไว้ที่ชั้น 2 หรือชั้น 1 จะเกิดความไม่เป็นสิริมงคล เหล่านี้เป็นต้น แต่สิ่งที่เป็นแนวคิดในอีกมุมหนึ่ง คือห้องแต่ละห้องล้วนมีกำแพงทึบเป็นสิ่งกั้นขวาง และมีพื้นห้องเป็นปูนหนาเป็นตัวแบ่งแยกอย่างชัดเจน ดังนั้นการที่มองว่า การจัดวางตำแหน่งห้อง สำหรับตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้ที่ชั้น 2 หรือชั้น 1 จะถูกเหยียบย่ำจากการ เดินขึ้นลงบันได หรือเดินไปมาบนชั้นต่าง ๆ ของบ้าน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นจินตนาการเท่านั้น 

          ในความเป็นจริงแล้วห้องพระจะอยู่ชั้นไหนของบ้านก็ได้ โดยที่ควรคำนึงถึง ความสะดวกในการใช้งานเป็นหลักถ้าหากสมาชิกสามารถใช้ประโยชน์จากห้องพระ และได้เข้าไปปฏิบัติสวดมนต์นั่งสมาธิได้อย่างสะดวกครบถ้วนก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล

  • ห้ามหันปลายเตียง หรือปลายเท้าไปทางโต๊ะหมู่บูชา

          เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจะทำให้เกิดความไม่เป็นสิริมงคลหรือแม้กระทั่งการหันหัวเตียงติดผนังห้องพระหรือหันหัวเตียงไปทางโต๊ะหมู่บูชากรณีที่โต๊ะหมู่อยู่ในห้องนอนจะทำให้ปวดหัวได้ง่ายและนอนไม่หลับ

          ในกรณีนี้ถ้าหากมุมวางเตียงเป็นมุมที่ถูกบังคับหรือถูกจำกัดด้วยขนาดของห้อง ก็คงไม่พ้นต้องมีความจำเป็นต้องหันปลายเท้าไปทางด้านโต๊ะหมู่บูชา โดยยึดถือหลักตามความเป็นจริงว่าแต่ละห้องรั้วมีกำแพงทึบเป็นตัวกั้นและแบ่งแยกกันโดยชัดเจนและเหตุนี้ความเชื่อดังกล่าวข้างต้นก็ถือเป็นจินตนาการที่เกิดขึ้นอย่างซับซ้อนของคนเราเองทั้งสิ้น

  • ความเชื่อที่ว่าไม่ควรหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันตก

          สิ่งนี้ถือเป็นความเชื่อที่อาจจะเกิดขึ้นจากคำว่าทิศตะวันตก ซึ่งมีคำว่าตก ที่ถือได้ว่าเป็นความไม่เป็นมงคล เนื่องจากให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนที่จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ 

         หากคิดเช่นนี้แล้ว หันกลับมามองอีกมุมที่ในขณะเดียวกันเราก็มีความเชื่อว่า ให้หันหน้าองค์พระหรือห้องพระไปทางทิศตะวันออก แต่ทำไมน้อยคนจะคิดว่าคำว่าออก ก็เป็นคำที่ไม่เป็นมงคลเนื่องจากทำให้เกิดความรู้สึกเคลื่อนที่ออกไปนำพาสิ่งที่ดีออกไปข้างนอก เป็นต้น ดังนั้นแล้วการตั้งหิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชาไม่ว่าจะหันไปทางทิศใดก็ถือเป็นทิศที่เหมาะสมทั้งนี้ต้องคำนึงถึงลักษณะของบ้านแต่สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดก็คือเวลานั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิไม่ควรนั่งตรงประตูหรือหน้าต่างควรนั่งหันหลังให้ผนังทึบ รวมถึงการตั้งหิ้งพระทางด้านหลังควรเป็นผนังทึบด้วยเช่นกัน ก็เพื่อเป็นกุศโลบายให้เรามีสมาธิในการปฏิบัตินั่นเอง

  • ความเชื่อเรื่องการอยู่คอนโดต้องตั้งหิ้งพระให้สูงกว่าระดับศีรษะ

          นับว่าเป็นความเชื่อที่มีกันมาช้านานโดยเชื่อว่าตั้งหิ้งพระต่ำกว่าศีรษะจะทำให้คนในคอนโดหรือผู้อยู่อาศัยไม่เจริญก้าวหน้า แต่หากหันกลับมามองในความเป็นจริงแล้วว่าถ้าหากตั้งหิ้งพระไว้สูงกว่าระดับศีรษะแล้วไม่สะดวกต่อการปฏิบัติบูชาหรือถูกปล่อยรกร้างซึ่งจากการทำความสะอาดได้ไม่สะดวก สิ่งใดที่จะทำให้เราเกิดความไม่เจริญก้าวหน้ามากกว่ากัน ดังนั้นแล้วสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดรวมไปถึงบ้านเดี่ยว จึงสามารถตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้บนพื้นที่มั่นคงสะดวกแก่การเปิดปิดโยกย้าย ทำความสะอาดเปลี่ยนน้ำเปลี่ยนดอกไม้ และปฏิบัติบูชาได้อย่างสม่ำเสมอจึงถือเป็นการให้ความเคารพแก่องค์ท่านมากกว่า

           และทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกแง่มุมของเรื่องความเป็นจริง มุมความคิดย้อนกลับในอีกทิศทางสำหรับการจัดวางโต๊ะหมู่บูชาหรือการเลือกตำแหน่งห้องพระโดยยึดเอาความเหมาะสมและยึดเอาหลักการปฏิบัติบูชาของคนในบ้านที่มีความสะดวกสบายและสามารถนั่งสวดมนต์นั่งสมาธิในห้องพระได้อย่างคล่องตัว ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นอีกแนวคิดที่ผู้ที่กำลังเลือกหาตำแหน่งห้องพระที่เหมาะสม สามารถนำมาพิจารณาถึงความถูกต้องเหมาะสมประกอบกับพื้นที่ภายในห้องหรือภายในบ้านของตนเองได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องของการบูชาในศาสนาอื่น ๆ ที่ควรรู้ดังนี้

การจัดห้องบูชา สักการะ ตามหลักศาสนาอื่น ๆ

ห้องบูชาศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์

           ศาสนาคริสต์ นับถือองค์พระเยซู การจัดห้องบูชาหรือพิธีบูชาจึงแตกต่างจากไทยเรา โดยมีหลักการที่สำคัญทางศาสนาเรียกว่าพิธีมิสซาจึงจัดขึ้นในคริสต์ศาสนสถาน ในสถานที่แห่งนั้นหรือแม้แต่ในบ้านของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ถึงมะจะมีแท่นบูชา ที่ถือว่าเป็นโต๊ะศักดิ์สิทธิ์สำหรับใช้วางสิ่งของ เครื่องบูชาและไม่ใช่โต๊ะที่วางสิ่งของจิปาถะโดยทั่วไปดังนั้นจึงถือได้ว่าค่อนข้างเป็นโต๊ะหรือเป็นแท่นบูชาที่มีความศักดิ์สิทธิ์

         โดยการจัดแท่นบูชา ถือเป็นเรื่องที่สำคัญถ้าหากเทียบกับไทยเราก็คงจะไม่ต่างจากการ จัดวางหิ้งพระให้ถูกต้อง โดยการจัดแท่นบูชานั้น มีสิ่งที่ต้องเตรียมได้แก่ผ้ารองศีล ผ้าเช็ดกาลิกส์ ถ้วยกาลิกส์ และแผ่นปัง รวมถึงหนังสือมิสซา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมโดยทั่วไปของพิธีในโบสถ์ แต่สำหรับในบ้านมักจะเป็นการประดิษฐานองค์พระเยซูไว้เพื่อสักการเท่านั้น พร้อมด้วยการจัดดอกไม้จัดสร้างบรรยากาศให้มีความผ่อนคลายรู้สึกสงบ โดยการจัดตั้งแท่นบูชาต้องคำนึงถึงตำแหน่งโดยควรให้สูงเด่นและเป็นศูนย์กลางที่รวมความสนใจ การประดับตกแต่งไม่ต้องเกะกะ เพียงแต่สามารถวางเทียนดอกไม้หรือเครื่องประดับอื่น ๆ ให้เหมาะสมโดยไม่ใช้ของปลอมโดยเด็ดขาด และผ้าคลุมแท่นบูชาควรใช้ภาพขาวปูให้รู้สึกถึงความสะอาดสะอ้าน เป็นต้น

ศาลเจ้าจีน

            "ตี่จู่เอี่ย" คือศาลเจ้าที่ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้ที่นับถือศาสนาจีน ซึ่งเชื่อกันว่านี่คือองค์เทพเจ้าประจำบ้าน และมักจะเคารพบูชาเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลดังนั้นจึงมีการจัดตั้งศาลเอาไว้สำหรับไหว้บูชาอย่างถูกต้องและเราก็ได้เห็นวัฒนธรรม ที่ดินนางแบบนี้ของชาวจีน ในประเทศไทยเราผ่านคนไทยเชื้อสายจีนที่ก็ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนานอีกด้วย

หลักการจัดตั้งศาลตี่จู่เอี๊ย

          ทิศทางของการตั้งศาลถือเป็นเรื่องสำคัญโดยหลักการคล้ายกับการตั้งศาลพระภูมิในบ้านเราโดยต้องตั้งให้ติดดินเพื่อให้เทพเจ้าได้รับพลังงานจากท่านดิน ทั้งนี้ก็ยังคงต้องจัดตั้งตามหลักทั้ง 4 ประการดังนี้

  • ทิศทางด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ย ไม่ควรอยู่ใกล้กับประตู บันได ห้องน้ำ ห้องครัวหรือเตาไฟแต่ควรทิ้งไปด้านใดด้านหนึ่งโดยมีการเคลื่อนย้าย
  • คิดทางด้านหน้า ต้องเป็นบริเวณพื้นที่โลกและมีแสงสว่างมากพอเพื่อเปิดรับโชคลาภ
  • ทิศทางด้านบน ต้องไม่มีคานบ้านหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นวางอยู่เหนือ เนื่องจากจะถือว่าศาลตี่จู้เอี๊ยจะถูกพลังเหล่านั้นกดทับ
  • คิดทางด้านใต้ ต้องเป็นพื้นธรรมดาไม่มีฐานรองถ้าหากใครมีกำลังทรัพย์สามารถหาแผ่นเงินแผ่นทองหรือเพชรนิลจินดามาใส่ไว้ใต้ได้จะยิ่งเป็นการดีในเรื่องการส่งเสริมพลังให้เทพเจ้าเนื่องจากของเหล่านั้นถือเป็นธาตุดิน

           นอกจากการจัดตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะ ชาวจีนยังมีพิธีการไหว้ศาลในวันสำคัญสำคัญต่าง ๆ โดยการเตรียมของไหว้ ประกอบด้วยน้ำชา 5 ถ้วย น้ำเปล่า 3 ถ้วยและกระดาษไหว้ 1 ชุด ธูป 7 ดอกเป็นต้น

ศาสนาฮินดู

           พิธีกรรมหรือการบูชาของศาสนาฮินดู ซึ่งมีการบูชาเทพเจ้ามากมาย ประกอบไปด้วยเทพเจ้าประจำเทวาลัย เทพเจ้าประจำหมู่บ้าน และเทพเจ้าประจำครอบครัว ซึ่งทั้งหมดเป็นการบูชาตามวันนะ ที่ไหนสมัยก่อนฮินดูจะอยู่ในวรรณะที่ถูกเก็บกันจนไม่สามารถถือเทวดาเดียวกันกับคนที่อยู่ในวรรณะสูงได้ นอกจากนี้แล้ว คนในวรรณะต่ำยังมีเทพเจ้าที่แยกออกไปอีกมากมาย อาทิเช่น เจ้าแม่กาลี เทพลิง เทพงู เทพช้าง เทพกำหนดเพศหญิง เป็นต้น รวมไปถึงลัทธิสั่งเทวดาอันเป็นความเชื่อแต่เดิมมา ในขณะที่ฮินดูวรรณะสูงจะนิยมบูชาเทพเจ้าเก่า เช่น พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ โดยมีข้อสังเกตว่าฮินดูห้ามฆ่าสัตว์โดยเฉพาะวัวซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์

          นอกจากนี้แล้ว เรามักจะเคยได้ยินคำว่าศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งในส่วนของพราหมณ์ จะมีข้อแตกต่างกันคือนิยมบูชาบวงสรวงต่อพระพรหมเป็นส่วนใหญ่ 

           การประกอบพิธีการบูชาทางศาสนา ส่วนใหญ่แล้วจึงมักจะไปรวมตัวกันในสถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานประกอบพระราชพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคม เป็นพิธีการลอยเคราะห์ ซึ่งจะมีการกล่าวบูชาพระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม และมีพราหมณ์เป็นผู้กระทำพิธีในโรงพิธีถวายน้ำมหาสังข์จนถึงวันลดโคม เทียนจุดโคมจะทาเปรียง เป็นต้น

ศาสนาอิสลาม

          สำหรับศาสนาอิสลามจะมีพิธีกรรมตามความเชื่อที่เรียกว่าพิธีละหมาด เรียกกันในภาษามลายูปัตตานีว่า มาแย เป็นพิธีการนมัสการพระเจ้า ซึ่งเป็นศาสนกิจอย่างหนึ่งของศาสนาอิสลาม ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงความเคารพสักการะแสดงความขอบคุณและความภักดีต่อพระอัลลอย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการละหมาดคือการขอพร จะทำ 5 เวลา ได้แก่ ยามรุ่งอรุณ ยามบ่ายช่วงตะวันคล้อย ยามเย็น ยามอาทิตย์ตกดิน และยามค่ำ ซึ่งการละหมาดทุกครั้งจะต้องหันหน้าไปในทางทิศกิบลัตในเมืองมักกะฮ์

         ดังนั้นการจัดห้องบูชาในพิธีละหมาด หากเป็นการจัดห้องในบ้านควรเป็นห้องที่เงียบสงบทั้งนี้ไม่ได้ใช้พื้นที่เยอะ เพียงแค่ขอให้มีพื้นที่สำหรับการเข้าไปปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากนี้แล้วโดยส่วนใหญ่ชาวอิสลามยังนิยมไปทำพิธีละหมาดที่มัสยิดมากกว่าที่บ้านอีกด้วย

           และทั้งหมดคือรูปแบบของการจัดห้องพระของไทนเราและรูปแบบการบูชาของศาสนาอื่น ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยประชากรที่มีอยู่ในประเทศไทยเราและเรายังคงได้เห็นกันจนชินตาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อหรือมุมมองความคิดแบบใดก็ตามนับว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากแต่เป็นเรื่องของความสบายใจของเจ้าของบ้าน หากการจัดห้องพระของเราอำนวยความสะดวกต่อการใช้งาน ทุกคนในบ้านสามารถเข้าไปสวดมนต์ นั่งสมาธิได้อย่างสะดวก ก็ถือว่าเราได้ปฏิบัติบูชาอย่างถูกต้องแล้วนั่นเอง